ฮาเร็ม ฮาเร็ม ฉันรักฮาเร็ม(ชาย)

ชื่อตอน : จิกเล็บลงไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 88

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2563 15:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จิกเล็บลงไป
แบบอักษร

ก๊อก ก๊อก

"ค่ะ " วาเลนเซียเดินไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงเคาะจากด้านนอก หลังจากที่อาร์เจนโต้อนุญาตให้นอนที่วังได้เธอก็ขอตัวกลับห้องทันที

"นมอุ่นค่ะหนูเซีย" แม่นมของลินคอล์นที่ดูจะเอ็นดูวาเลนเซียเป็นพิเศษหลังจากที่เจอความน่ารัก และความตอ- แค่กๆ ใสซื่อไร้เดียงสา เวลาที่วาเลนเซียมานอนที่วังเธอมักจะคอยนำนมอุ่นมาให้ดื่มก่อนนอนเสมอ

"เข้ามาก่อนสิคะ แม่นมคนสวย" เมื่อเห็นว่าเป็นใครวาเลนเซียจึงเข้าไปอ้อนทันที แม่นมเดินเข้าไปตามแรงดึงของคุณหนูน้อยที่เธอเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน "อือ คิดถึงๆ " วาเลนเซียซ่อนสายตาออดอ้อนให้แม่นมในขณะที่กำลังกอดเอวเอาหน้าซุกสีข้างของแม่นม

"แหม ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะคะ " มือเหี่ยวย่นตามอายุลูบลงบนหัวทุยด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยกแก้วนมอุ่นให้วาเลนเซียดื่มก่อนนอน "ดื่มนมก่อนนอนนะคะคุณหนู"

หลังจากที่แม่นมออกไปแล้ว วาเลนเซียก็เข้านอนทันทีเพราะเริ่มง่วงแล้ว หน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกเปิดไว้เพื่อให้ลมเข้ามาทำให้อากาศเย็นสบายอย่างที่คนบนเตียงชอบ ผ้าม่านพัดโบกสะบัดตามแรงลมจนเกิดเสียงผ้าสะบัดชวนเคลิ้มหลับ แสงจากดวงจันทร์ไม่เป็นอุปสรรคแต่กลับกันยิ่งทำให้ชวนนอนหลับมากกว่าเดิม

"อืม " มือเรียวปัดป้องสิ่งที่น่ารำคาญออกจากหน้า เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรมากวนแถวๆ หน้าแต่ไม่อยากลืมตา จึงทำเพียงปัดออกแล้วหันหนีไปอีกทาง

สักพักเธอก็รู้สึกมีอะไรขยับยุกยิกชวนจั๊กจี้ที่แถวต้นคอ ร่างกายเหมือนโดนกอดรัดแน่นจนอึดอัดหายใจไม่ออก ก่อนที่ปากของเธอถูกบดขยี้ด้วยบางอย่างที่นุ่มหยุ่น

"อือ " ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าคุ้นเคย มือเล็กพยายามดันหน้าของอีกคนออกเมื่อลิ้นร้อนพยายามแทรกเข้ามาในปาก

"อย่าดิ้นสิครับเด็กดี " มือใหญ่รวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไปไว้บนหัวด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะแทรกขาไว้ตรงกลางกายสาวแล้วกดมันไว้ตรงนั้น

"อือ ไม่เอา ไม่ ปล่อยเซียนะ" วาเลนเซียพยายามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมจากคนบนร่าง แต่พยายามดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดจนเหนื่อยหอบจึงยอมอยู่นิ่งๆ จ้องตาคนบนร่างที่กำลังยิ้มอย่างเอ็นดู "ปล่อยเซียเถอะ มันเจ็บ "

"ถ้าพี่ปล่อยเซียจะหยุดดิ้นไหม" เสียงนุ่มถามคนตัวเล็กที่สิ้นฤทธิ์แล้ว เหลือเพียงแมวน้อยที่กระเง้ากระงอดใส่ ใบหน้าสวยพยักหน้ารับปากก่อนที่ข้อมือจะถูกคลายออก

"เล่นอะไรคะเนี่ย เซียเจ็บนะ" เมื่อมือเป็นอิสระจึงทุบลงไปที่อกแข็งอย่างไม่จริงจรังนัก อีกคนไม่ตอบแต่ขยับเข้ามาใกล้จนชิดกันจนอกแกร่งปะทะหน้าอกนิ่มชวนให้น้องชายออกมาแสดงตัว "อ้ะ "

พูดยังไม่ขาดคำ วาเลนเซียที่ถูกจับให้นั่งบนตักถูกสิ่งแข็งขื่นแทงแถวก้น หน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าอะไรอยู่ข้างใต้นั่น

"พะ พี่ลินคอล์นคะ อือ " ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อก้นนิ่มถูกขย้ำด้วยมือใหญ่ ก่อนที่จะถูกดันให้เข้ามาถูไถกับแท่งร้อนใต้กางเกงผ้าผืนบาง "โรคจิต ฮึก " ชุดนอนตัวบางถูกฉีกออกอย่างไร้เยื่อใย เผยสัดส่วนเด่นชัดจนชวนทำให้แปดเปื้อนไปด้วยราคี

"น้องเซียไม่ชอบคนโรคจิตเหรอคะ" ลินคอล์นถามทีเล่นทีจริง ส่วนมือก็บีบขย้ำหน้าอกนิ่มไม่ห่าง ก้อนนิ่มขนาดพอดีมือมีล้นออกนิดหน่อยช่างเร้าใจเขาซะจริง "ดูลูกเชอรี่น้อยตรงนี้สิคะ มันกำลังเชิญชวนให้พี่ลิ้มลองมันอย่างไงอย่างงั้น "

วาเลนเซียขยุ้มกลุ่มผมนุ่มอย่างหาที่ระบาย เมื่อยอดอกหวานถูกครอบครองด้วยริมฝีปากร้อน ปากใหญ่ดูดดุนอย่างเอาใจสลับกันไปมาทั้งสองข้างไม่ให้น้อยหน้า มือหนาลูบไล้กายขาวที่ลากมือไปตรงไหนก็มีแต่ความเรียบเนียนและนุ่มนิ่มชวนหลงใหล

"เดี๋ยวมีคนมาเห็นนะคะ...พี่ลินคอล์น อึก " ปากบอกแต่มือกลับกดหัวอีกฝ่ายให้ชิดยิ่งขึ้น มือเรียวเล่นใบหูลินคอล์นด้วยความรัญจวน บางทีเธอก็แอบร้ายเรื่องล่อผู้ชายมากินเหมือนกันนะเนี่ย

"ทีตอนที่สวนยังไม่กลัวคนมาเห็นเลยนี่ ฮืม " ใบหน้าสวยแอบตกใจเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นใบหน้ายั่วยวนแทน วาเลนเซียพลิกตัวขึ้นมาอยู่ข้างบนก่อนจะปิดปากคนใต้ร่างด้วยริมฝีปากตัวเอง

"หว๋า มีคนเห็นแบบนี้ต้องทำยังไงถึงจะปิดปากไม่ให้พูดได้คะ" นิ้วเรียวยาวลากผ่านปากบางลงมาที่หน้าท้องแกร่งเป็นลอนหกลูก เธอเริ่มลูบวนที่สะดือลงต่ำไปจนถึงขอบกางเกงนูน "อึก " เสียงกลืนน้ำลายที่ทั้งให้ความรู้สึกกลัวและลุ้นระทึกไปตามๆ กัน

"ถ้าทำให้ตรงนั้นสงบลงได้ พี่ก็พอใจแล้วล่ะครับ" ลินคอล์นนอนลงไปกับเตียงปล่อยให้วาเลนเซียทำต่อ

เมื่อได้ยินดังนั้นเธอจึงดึงกางเกงออก แท่งร้อนดีดขึ้นทันทีเมื่อไม่มีอะไรขวางกั้นอีกต่อไป วาเลนเซียได้แต่ยิ้มขมขื่นกับขนาดของมัน บางทีถ้าตอนนั้นเบเซทไม่หยุดแค่นั้นเธออาจจะได้เห็นพวกมันสองรอบก็ได้ เธอลูบส่วนหัวเหมือนที่เคยเห็นในหนังก่อนจะชักขึ้นลงเมื่อมันตอบสนองเธอ

"เหมือนงูที่พี่ลินคอล์นเลี้ยงไว้เลยนะคะ " เธอพูดแก้เขินเมื่อโดนจ้องจากคนใต้ร่าง เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด

"ครับ มันพ่นพิษได้เหมือนงูด้วยนะ " มือหยาบกรานจากการฝึกดาบลูบสีข้างร่างบางด้วยความเอ็นดู ใบหน้าเล็กแดงก่ำเมื่อได้เจอของจริงที่ไม่ใช่เห็นผ่านจอมือถือ เมื่อมองไปที่หน้าหล่อเริ่มคมคายไม่หวานเหมือนเมื่อก่อนกำลังส่งสายตาเอ็นดูเด็กน้อยไม่ประสีประสา มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนเด็กดูถูกยังไงยังงั้น

"ฟู่ งั้นเดี๋ยววาเลนเซียคนนี้จะทำให้มันพ่นพิษออกมาเองค่ะ" วาเลนเซียตั้งสติปณิธานแน่วแน่ว่าเธอจะต้องไม่เขินอายกับเรื่องแค่นี้ ไม่มีอะไรที่เธอทำไม่ได้ เธอไม่ใช่เด็กแล้วเธอต้องทำให้เด็กนี้เขินให้ได้

เมื่อคิดได้ดังนั้นมือขาวจับหมับไปที่แท่งร้อนก่อนจะเริ่มรูดขึ้นลงช้าๆ มันส่ายไปมามือของเธอจนต้องเร่งความเร็วขึ้น ยิ่งรูดยิ่งมันมือจนเผลอจิกเล็บลงไปด้วยความหมั่นไส้เต็มแรง

"ซี้ดดดด หมับ " ลินคอล์นรวมมือเธอขึ้นทันทีเมื่อลูกรักโดนทำร้ายอย่างทารุณ "เซียพี่เจ็บนะครับ " ลินคอล์นเอ่ยดุวาเลนเซียที่ทำหน้างงว่าอีกฝ่ายรวบมือตัวเองขึ้นทำไม

"คะ เจ็บด้วยเหรอคะ " ใบหน้าเล็กเอืองคอถามอย่างน่ารักด้วยความสงสัย เล่นเอาลินคอล์นไม่กล้าดุต่อ

"ครับ เจ็บมากๆ เลยอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ " มือใหญ่ลูบผมนุ่มปลอบใจที่ไม่รู้ว่าควรปลอบใจใครระหว่างเขากับร่างเล็ก

"อา คะเซียจะไม่ทำอีก " ใบหน้าสวยหงอยลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม "งั้นนอนกันเถอะค่ะ เซียง่วงแล้ว อือออ" วาเลนเซียล้มตัวลงนอนทับลินคอล์นแล้วหลับไม่สนใจคนใต้ร่างที่ยังนิ่งอึ้งไม่เลิกเมื่อโดนเทปล่อยให้ค้างตึงอยู่ตรงนั้น

เมื่อลินคอล์นลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อปลดปล่อย วาเลนเซียที่แกล้งหลับลุกขึ้นมาหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ เป็นไงล่ะเจอฤทธิ์เธอเข้าไป แล้วเธอจึงหลับจริงๆ โดยมีลินคอล์นที่กลับมาจากห้องน้ำล้มตัวนอนกอดเธอจนถึงตอนเช้ามืดจึงค่อยออกไป ไม่ลืมที่จะใส่เสื้อผ้าให้ร่างบางที่หลับลึกไม่รู้สึกตัวอีก

 

 

 

 

"กลับมาแล้วค่า ฟอด" ดยุกวิลเลี่ยมที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ดื่มกาแฟอยู่ถูกขโมยแก้มจากลูกสาวสุดไปฟอดใหญ่ แต่กลัวน้อยหน้าจึงดึงวาเลนเซียมานั่งตักก่อนจะฟัดลูกสาวตัวน้อยด้วยความมันเขี้ยว "คิก คิก "

อาร์เจนโต้ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ มองน้องสาวที่มัวแต่สนใจท่านพ่อไม่สนใจเขา วาเลนเซียโผล่เขากอดพี่ชายที่ส่งสายตาตัดพ้อมาให้ตนอย่างน่ารัก

"ฟอด ฟอด พอใจหรือยังคะ " เธอหอมแก้มซ้ายขวาของอาร์เจนโต้อย่างเอาใจ ร่างสูงเพียงยกมือขึ้นลูบหัวเอ็นดูก่อนจะให้นั่งตักดีๆ เพื่อทานข้าวเช้า "งั้นเดี๋ยวเซียขึ้นไปดูเดเมียนก่อนนะคะ "

เมื่อเปิดประตูเข้ามาสิ่งแรกที่เห็นคือเดเมียนที่กำลังเดินวนไปมาบนเตียงรอคอยให้เธอกลับมาสักที เสียงเปิดประตูทำให้เดเมียนหันมามองก่อนจะเดินมาหา เธอจึงเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวไปหยุดอยู่ที่ตู้เสื้อผ้า ไอร้อนระอุแผ่กระจายออกมาอย่างชัดเจน ประตูเปิดออกทำให้นัยตาสองสีมองสบกัน สีรัตติกาลของคนมองสบกับสีไวน์แดงของมังกร

กิ้ว กิ้ว (เสียงมังกรน้อยร้อง 555)

"ว้าย น่ารักอ่า " วาเลนเซียอุ้มมังกรสีเงินตาสีไวน์แดงขึ้นมาแนบอก แก้มใสถูไถไปกับหน้ามังกรน้อยที่ดูจะชอบการกระทำของเธอเป็นอย่างมาก มันถูใบหน้ากลับยิ่งทำให้เธอคลั่งไคล้มากกว่าเดิม "อือ เดเมียนดูสิตัวเล็กน่ารักมากเลย " เดเมียนกลอกตามองบนเอือมระอาให้กับสาวเจ้าที่ดูจะคลั่งไคล้กับสิ่งน่ารักมากเกินไป

"ข้ารู้แล้ว เจ้าเลิกคลอเคลียมันแล้วออกไปจากตรงนี้สักที ข้าร้อน" ร่างอ้วนท้วมของเจ้าเหมียวเดินนวดนาดนำออกไปก่อนหลังจากพูดจบ

ตั้งแต่ที่มังกรน้อยฟักวาเลนเซียก็ไม่ยอมออกจากห้อง เธอเอาแต่เล่นกับเจ้ามังกรน้อยทั้งวัน ตอนกลางคืนเธอก็จะพามันไปเล่นที่สวน ทุกคนต่างกลุ้มใจที่อยู่ๆ คุณหนูน้อยทำไมถึงกักตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาข้างนอกเหมือนเมื่อก่อน แม้แต่จะเข้าไปทำความสะอาดในห้องเจ้าตัวยังไม่ให้เข้า เบเซทที่พอจะรู้เหตุผลแต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป

ก๊อกๆ

"ลูกรักพ่อขอเข้าไปได้ไหม" ดยุกวิลเลียมที่ทนไม่ไหวกลัวลูกสาวตัวน้อยเป็นอะไรจึงตัดสินใจมาหาที่ห้อง แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ เสียงในห้องก็ตอบปฏิเสธทันที

"ไม่ได้ค่ะ ท่านพ่อมีอะไรเหรอคะ " วาเลนเซียโผล่หัวออกมาให้พอเห็นหน้าไม่ให้เห็นข้างในห้อง ดยุกวิลเลียมแทบน้ำตาร่วงเมื่อไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวมาเป็นอาทิตย์ เขามัวแต่ทำงานไม่มีเวลามาดูแลลูกสาวกลัวสาวเจ้าจะน้อยใจจนประชดประชันไม่ยอมออกจากห้อง

"พ่อแค่มาถามว่าลูกเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงไม่ยอมออกจากห้อง ปรึกษาพ่อได้เสมอนะ " มือหยาบกร้านยกขึ้นลูบหัวทุยด้วยความห่วงใย

"อ๋อ เปล่าค่ะ หนูไม่ได้เป็นอะไร หนูแค่กำลังเรียนภาษาอยู่ค่ะ มันต้องใช้สมาธิมากหนูก็เลยไม่อยากให้ใครเข้ามารบกวน " ปากเล็กฉีกยิ้มทะเล้นให้พ่อที่แสดงสีหน้าเป็นห่วงชัดเจน "อ่า หนูต้องไปเรียนภาษาต่อแล้ว ท่านพ่อก็ตั้งใจทำงานนะคะ อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วย ฟอดด บายค่ะ" เธอพูดรวบรัดไม่ปล่อยให้อีกคนได้มีช่องว่างพูดก่อนจะหอมแก้มฟอดหนึ่งแล้วกลับเข้าไปตามเดิม

ดยุกวิลเลียมเดินคอตกออกมาเมื่อโดนลูกสาวไล่ให้ไปทำงาน ทั้งที่เมื่อก่อนเธอมักจะมาอ้อนเขาแท้ๆ การเรียนภาษามันสำคัญกว่าพ่ออย่างเขามากขนาดนั้นเหรอ ชายวัยกลางเดินฮึดฮัดกลับเข้าไปในห้องทำงานด้วยความไม่สบอารมณ์

"มีอะไรทำให้ไม่สบายใจหรือครับ " อาร์เจนโต้ที่กำลังจะไปหาวาเลนเซียที่ห้องเดินผ่านกับดยุกวิลเลียมพอดีเอ่ยถามขึ้น

"ไม่ต้องไปหาน้องหรอก ตอนนี้น้องเห็นการเรียนดีกว่าพ่อแล้ว " ดยุกวิลเลียมเอ่ยตัดพ้อลูกสาวสุดรักด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจให้อาร์เจนโต้ที่ยังคงหน้าเรียบนิ่งไว้เหมือนเดิม อาร์เจนโต้เพียงพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องหนังสือแทน

เรียนภาษาเหรอ ปกติวาเลนเซียจะต้องมาขอให้เขาสอนให้ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเรียนคนเดียวล่ะ เขาได้แต่คิดในใจว่าคงต้องรอดูไปก่อนถ้ายังไม่ยอมออกจากห้องนานกว่านี้คงต้องเข้าไปหา

"เดี๋ยวความก็แตกหรอกไม่ยอมออกไปข้างนอกแบบนี้" หางสีดำอวบอ้วนส่ายไปมาข้างวาเลนเซียที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับรีเชฟ (มังกร) เดเมียนกลอกตารอบที่ล้านเมื่อคำพูดของเขาดูจะไม่เข้าหูอีกฝ่ายสักนิด ทำไมเขาจะต้องมาผูกสัญญากับมนุษย์พันธ์นี้ด้วย เขาคิดผิดจริงๆ

"วันนี้ฉันจะไปป่าหลังคฤหาสน์กับรีเชฟ อ๋อ นายต้องไปด้วย " นิ้วเรียวสวยชี้หน้าขนสีดำของเดเมียนก่อนจะหันไปรื้อของในหีบใต้เตียง "ในหนังสือบอกว่าป่าหลังคฤหาสน์มีต้นไม้วิเศษที่มันดีต่อรีเชฟ ฉันจะไปเก็บมันมาปลูกให้เขา ส่วนนาย!! ไปช่วยฉันหา " วาเลนเซียเน้นย้ำใส่เดเมียนที่แอบเนียนจะโดดลงไปที่สวนด้านล่าง

"เฮ้อ ของข้าก็ไม่ เกี่ยวกับข้าก็ไม่ ทำไมข้าต้องไปช่วยหา " ทำไมเขาต้องสละเวลานอนอันมีค่าไปหาต้นไม้ให้เจ้ามังกรน่าชังนี่กัน เดเมียนสะบัดหน้าเชิดคอโดดลงไปที่สวนด้านล่างไม่สนใจเสียงเรียกไล่หลัง

เมื่อวาเลนเซียจัดของที่จำเป็นต้องใช้ใส่กระเป๋าครบ รีเชฟที่รู้หน้าที่เข้ามาอยู่ในกระเป๋าอีกใบจึงเป็นอันเสร็จสิ้น วาเลนเซียสะพายกระเป๋าทั้งสองใบไว้ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ก่อนจะปีนไต่เชือกลงไปที่สวนด้านล่าง ในสวนใต้ต้นแอปเปิลเดเมียนนอนหลับอุตุอย่างสบายใจก่อนที่จะรู้สึกว่าถูกยกขึ้นแล้วเข้าไปอยู่ในที่คับแคบชวนอึดอัด

กิ้ว กิ้ว

"เฮ้ย ข้าบอกว่าข้าไม่ไปไงเล่า อีฟ!!! (ชื่อกลางวาเลนเซีย) " รีเชฟที่อยู่ด้านในกระเป๋ากับเขาเข้ามาคลอเคลียเอาตัวถูไถเขาไปมา เดเมียนตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่ได้รับจากเจ้ามังกรสีเงินด้านข้าง "อย่าเข้ามาใกล้ข้า ออกไป " เสียงแผ่วเปล่งออกจากปากเล็ก ใจเขาอยากตะโกนให้ดังกว่านี้ แต่ปากเจ้ากรรมดันไม่ทำดั่งใจ เขาขี้เกียจตะโกนเฉยๆ หรอก

กว่าจะเดินมาจนถึงกลางป่าใช้เวลาไปเกือบสี่ชั่วโมง ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงบ่งบอกเวลาเที่ยง วาเลนเซียตัดสินใจนั่งพักกินข้าวที่น้ำตกขนาดใหญ่กลางป่า กระเป๋าเป้ใบใหญ่วางลงพื้นหญ้าเขียวขจีข้างน้ำตก วาเลนเซียเดินมาดูกระเป๋าที่วางลงไว้ได้สักพักแล้วแต่ยังไม่มีเสียงอะไรดังออกมาจากกระเป๋า เธอชะโงกหน้าเข้าไปดูหนึ่งแมวหนึ่งมังกรในกระเป๋า

เหมียว~ฟี้~

กิ้ว~ฟี้~ฟี้~

ภาพแมวมังกรกอดกันกลม นอนในกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่ขนาดเล็กลงทันทีเมื่อทั้งสองมาอยู่ในนี้ด้วยกัน เดเมียนและรีเชฟนอนไม่รู้สึกตัวแม้กระทั่งโดนอุ้มไปนอนบนผ้าปิกนิกใต้ต้นเมเปิ้ลแถวน้ำตก วาเลนเซียจัดเตรียมอาหารไว้ด้านข้างเดเมียน เธอเตรียมขนมปังทาแย้ม แซนวิส น้ำส้มคั้น แอปเปิล เนื้อสดไว้ให้รีเชฟ ของทุกอย่างล้วนเป็นเบเซทที่ค่อยจัดเตรียมให้ แต่เข้าไม่รู้หรอกว่าวันนี้เธอเข้าป่า ขื่นรู้เขาก็ตามมาสิ

"ว้าว มีต้นบูลเบอรี่ด้วยล่ะ " พุ่มบูลเบอรี่ขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกลจากที่ที่เธอยืนอยู่ ลูกบูลเบอรี่มีขนาดใหญ่กว่าปกติที่เธอเคยกินกำลังแข่งกันสุกเต็มต้น เธอเก็บมันใส่ห่อผ้าที่เตรียมมา เดินมาทางด้านหลังพุ่มไม้ก็จะเจอต้นสตอเบอรี่ป่าเกิดเต็มเนินเขาเตี้ย "ผลไม้เยอะจริง "

"ไปไหนมา ข้าหิวแล้วนะ" เดเมียนเปิดปากหาวน้ำตาเล็ดข้างรีเชฟที่กำลังเอาหัวดันตัวเขาเป็นการอ้อน เธอชูถุงผ้าให้เดเมียนดูก่อนจะว่างมันลงตรงหน้าเขา เมื่อรู้ว่าข้างในเป็นอะไร เดเมียนไม่รอช้ารีบปรี่เข้าไปกินทันที เขาชอบผลไม้เป็นที่สุดของที่สุดเลย

"กินข้าวเที่ยงซะ เรจะได้ไปต่อกัน" เนื้อสดแดงฉ่ำไปด้วยเลือดวางลงตรงหน้ารีเชฟที่ตาลุกวาวทันทีเมื่อเห็นของโปรด หางสั้นส่ายไปมาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะงับเนื้อเข้าเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

เมื่อเห็นว่าทุกคนกินอาหารแล้วเธอจึงลงมือกินบ้าง แซนวิสสามชิ้นและน้ำส้มคั้นหนึ่งแก้ว กับผลไม้นิดหน่อยนั่นคือทั้งหมดที่เธอกิน นอกนั้นเดเมียนจัดการกินเรียบ บางทีเธอก็สงสัยว่าตกลงใครใช้แรงมากกว่ากัน อาหารที่เอามาสามารถกินได้สามมื้อถูกเขมือบโดยแมวอ้วนตัวเดียวในเวลาไม่ถึงสิบนาที

"รู้อะไรไหม บางทีฉันก็คิดว่านายเหมือนแมวสีส้มในโลกเก่าของฉันนะ " วาเลนเซียพูดกับเดเมียนที่กำลังนอนตีพุ่งบ่งบอกว่าอิ่มแล้ว

"ทำไมเหรอ ถ้าจะบอกว่าข้าน่ารักละก็ไม่ต้องบอก ข้ารู้ตัว " ตาสีรัตติกาลกลอกตามองบนให้กับคำพูดหลงตัวเองของเเดเมียน เรื่องที่เขาน่ารักเธอยอมรับ แต่ก็ไม่ต้องหลงตัวเองขนาดนี้ป่ะ

"..."

"หรือข้าหล่อ "

"เฮ้อ เรื่องของนายเถอะ เข้ามาในกระเป๋าได้แล้วเราจะได้ไปกันต่อ " การเดินทางหาต้นไม้วิเศษก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

 

 

"ที่บ้านกระต่ายไม่เห็นค่ะ"

"ที่คอกม้าก็ไม่เห็นครับ"

"ที่ห้องครัวไม่เจอเหมือนกันค่ะ "

"..."

ในตอนพักเที่ยงอาร์เจนโต้มาหาวาเลนเซียที่ห้อง แต่เมื่อเคาะประตูกลับไม่มีเสียงตอบรับ เอากุญแจมาไขเข้าไปดูก็พบกับความว่างเปล่า ถามเมดและพ่อบ้านคนไหนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เห็น เขาจึงไปหาที่สวนแล้วคำตอบได้เหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนว่าวันนี้วาเลนเซียไม่ได้ออกไปตลาดแน่นอน

"เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมายืนออกันอยู่ตรงนี้ " ดยุกวิลเลียมและพ่อบ้านคนสนิทเบเซทที่กลับจากราชวัง เอ่ยถามทุกคนที่ยืนออกันเต็มห้องโถงคฤหาสน์

"วาเลนเซียไม่อยู่ในห้องครับ " อาร์เจนโต้ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ในน้ำเสียง เขามักจะเป็นที่คาดเดาอยากเสมอ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่งตายด้านไม่ยินดียินร้าย ทำให้ผู้คนรอบข้างอึดอัด นั้นจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนส่วนมากไม่อยากจะเข้าใกล้เขา

"ก็ดีแล้วนี่ น้องออกมาเล่นข้างนอกแล้วสิเรื่องดี" ดยุกวิลเลียมยิ้มอย่างยินดีเมื่อได้ฟังเช่นนั้น เรื่องดีแบบนี้ทำไมถึงทำหน้าเครียดกันด้วยล่ะ

"แต่ในคฤหาสน์ก็ไม่เจอคุณเลยนะคะ "

"และวันนี้คุณหนูก็ไม่ได้ไปตลาดด้วยนะครับ"

"ใช่ครับ พวกเราหาคุณหนูจนทั่วหมดแล้วไม่เจอเลยครับ"

เมดและพ่อบ้านต่างอธิบายแทนอาร์เจนโต้เพื่อให้ได้เข้าใจง่ายขึ้น ถ้ายังรอให้เขาพูดที่ละคำอยู่ล่ะก็ วันนี้ก็ไม่เข้าใจ เมื่อดยุกวิลเลียมได้ยินแบบนั้นจึงเกิดอาการตื่นตระหนก เขาสั่งให้ทุกคนหาวาเลนเซียอีกครั้งทั่วคฤหาสน์ และพื้นที่ทั้งหมดของบ้าน

ตกค่ำดวงอาทิตย์ลาลับไม่มีแสงสว่างอีกต่อไป ดยุกวิลเลียมส่งคนออกตามหาลูกสาวตัวน้อยจนมืดค่ำ แต่ก็ยังหาไม่เจอ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ลูกสาวของเขาเป็นตายร้ายดียังไง เขาทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เขาไม่อยากจะเสียอะไรไปอีกแล้ว

"เกิดอะไรขึ้นกันคะ ทำไมทุกคนถึงยังไม่นอนกันอีก " ต้นเหตุของเรื่องเดินลงมาจากห้องด้วยใบหน้างุนงงเมื่อเห็นว่าทุกคนมายืนหน้าเครียดกันเต็มห้องโถง ทั้งที่ปกติทุกคนจะแยกย้ายกันเข้านอนหมดแล้ว

"วาเลนเซีย!!! ลูกพ่อ" ดยุกวิลเลียมดึงวาเลนเซียมาด้วยความสั่นกลัว เขาเสียภรรยาไปหนึ่งคนแล้ว เขาไม่อยากจะเสียสิ่งเดียวที่เธอทิ้งไว้ นั่นคือวาเลนเซีย

"คะ? " วาเลนเซียตกใจที่จู่ๆ ท่านพ่อดึงเธอไปกอดแน่นเหมือนมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับเธอ คงไม่ใช่ว่าทุกคนรู้เรื่องที่เธอไม่อยู่ห้องแล้วหรอกนะ

"ลูกหายไปไหนมา " ท่านพ่อถามเธอขึ้นหลังจากคลายอ้อมกอดลงแล้ว วาเลนเซียทำหน้าใสซื่อทำเป็นไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน

"หายไปไหน? หนูก็อยู่ในห้องนี่ค่ะ "

"อยู่ในห้องแล้วทำไมพ่อเข้าไปไม่เจอ" ท่านพ่อสวนขึ้นทันควร ร่างสูงใหญ่สั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธที่เธอโกหกและกลัวที่เธอหายไปโดยไม่บอกใคร

"เซียเคยบอกไปแล้วนะคะ ว่าถ้าไม่เห็นเซียในเซียจะอยู่ในตะเกียงแก้วที่ท่านพ่อซื้อให้เป็นของขวัญ " วาเลนเซียพูดลื่นไหลสมจริงไม่ดูเหมือนการโกหก เธอควรได้รางวัลสักอย่างนะว่าไม่?

"ตะเกียง"

"ค่ะ " เธอยืนยันอีกครั้งว่าเธออยู่ในนั้นจริง ถึงมันจะเป็นการโกหกก็เถอะ

 

 

 

 

 

 

 

ที่จริงจะเสร็จตั้งนานแล้ว แต่พอดีติดเกมนิดหน่อย 555

ความคิดเห็น