ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 18 สิ้นสุด [100%]

คำค้น : ทิน , พี่ลม , พัน , พี่ฟ้าคราม , เคน , โยธิน , น้องแทน , พี่ผิง , นิยาย yaoi , นิยายวาย , นิยาย y , นิยายดราม่า , ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 605

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2564 02:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
18 สิ้นสุด [100%]
แบบอักษร

18 สิ้นสุด 

    “ไอ้ทินนน กูไม่อยากสอบบบ” 

    “ไม่สอบก็ลาออกไป” 

    “ม่ายยยยย กูไม่พร้อมมมม”  

    คร่ำครวญไปเถอะ ในใจกูก็อย่าร้องไห้เหมือนกัน 

    อาทิตย์หน้าจะสอบไฟนอลแล้วครับ โอดครวญเหมือนกัน เรียนไปเทอมนึงแล้วผมยังไม่รู้เลยว่าที่เรียนไปมันเรื่องอะไร... ล้อเล่นๆ ก็นะ พอจะไฟนอลแล้วมันก็กลัวหน่อยๆ แหละ สอบมิดเทอมนี่ยากแสนยาก ไม่งั้นไอ้เพื่อนตัวดีของผมคงไม่งอแงไถลโต๊ะเล่นหรอก 

    “ก็คงต้องอ่านหนักกว่าครั้งที่แล้วหน่อยแหละ” ผมปลอบมันให้หายโวยวาย มันก็เงยหน้าทำหน้าบูด 

    “เห้อออออ อยากยอมแพ้แล้ว” มันก็ยังบ่นไม่เลิก เก็บของรอเลยละกัน 

    RRrrrr ~ เสียงโทรศัพท์ของมันดังขึ้น มันก็หยิบเอื่อยๆ ของมัน แต่เหมือนเสียงริงโทนมันยังไม่เงียบสักที มันไม่รับสายแหะ 

    “ไม่รับอ่ะ?” 

    “ไม่อยากรับ” อ่ะ รู้เลยว่าใคร 

    “พี่ฟ้าคราม?” 

    “....” อ่ะ เงียบ พอจะเดาได้มาตั้งนานแล้วแหละเพราะสองสามวันที่ผ่านมามันไม่พูดถึงพี่ฟ้าเลย แถมไม่ไปมาหากันด้วย ตัวติดกับผมอย่างกับปาท่องโก๋ 

    “งอนอะไรพี่เขาล่ะมึง งอนมากเดี๋ยวพี่เขาก็เบื่อ”  

    “กูไม่ได้งอนพี่มัน” 

    “อ้าว แล้วทำไมไม่คุยกับพี่เขา” 

    “กูแค่อยากอยู่กับมึง” 

    “ห้ะ?” มันเล่นผมสตั้น 3 วิ แล้วก็ถอนหายใจใส่ผม?  

    “..ป่าว กูแค่เป็นห่วงมึง ไม่อยากให้มึงอยู่คนเดียว” 

    “แล้วเกี่ยวอะไรกับพี่ฟ้าอ่ะ” ผมยังจับจุดไม่ถูกอยู่? 

    “ก็พี่มันเป็นเพื่อนกับไอ้พี่ลม กูโกรธไอ้พี่ลมที่มันทำกับมึงอ่ะ” 

    “...อ๋อ” พูดแล้วก็เผลอเม้มปากตามนิสัย “ไอ้พัน มึงอย่าทำอย่างนี้ เรื่องของกูกับพี่ฟ้ามันคนละเรื่อง ไม่ มันไม่เกี่ยวกันเลยมากกว่า” 

    “ถ้าพี่มันสมรู้ร่วมคิดล่ะ” คำแย้งที่ออกมาทันทีทำผมอึ้งอยู่เหมือนกัน ผมไม่สามารถรู้ได้ว่าใครจะแนะนำอะไรกับอีกคนยังไง ผมก็กลัว แต่ผมไม่อยากให้พวกมันทะเลาะกันเพราะเรื่องของผม 

    “อย่างน้อยมึงก็คุยกับพี่เขาก่อน เขาอาจจะไม่รู้เรื่องกูเลยก็ได้” 

    “....” ว่าแล้วมันก็ขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม 

    “มึงรักพี่ฟ้าไหม” 

    “....รักดิวะ” 

    “รักเขาก็อย่าโกรธเขาเพราะเรื่องคนอื่นที่เขาไม่ได้เกี่ยว ถ้าเขาน้อยใจมึงจะทำยังไง กูรู้ว่าทั้งมึงทั้งพี่ฟ้าไม่ชอบเป็นคนที่ยอมแพ้ แต่ถ้าไม่ยอมคุยกันพวกมึงจะร้าวกันเลยนะ” ผมว่ามันคงจะเริ่มคิดหนัก บวกกับที่มันเหลือบมองโทรศัพท์ที่เงียบไปนานกว่า 5 นาทีแล้วด้วย 

    “แต่กูเป็นห่วงมึง... มึงชอบเงียบชอบโกหกกู” 

    “แหะๆ กูขอโทษ กูจะไม่โกหกมึงแล้ว...” 

    “ห้ามหายเงียบด้วย มีอะไรเกิดขึ้นมึงต้องบอกกู” 

    “ได้... เพราะงั้นมึงเลิกโกรธพี่ฟ้าได้แล้ว กูไม่เป็นอะไรหรอก” ผมโล่งอกที่มันพยักหน้ารับ แต่เอาจริงๆ ที่บอกว่าไม่เป็นไรนี่ผมก็ยังไม่แน่ใจเท่าไร คือยังไงดี.. ผมค่อนข้างที่จะ.. กลัว... 

    เขาเป็นคนเอาแต่ใจ เรื่องนั้นผมรู้ดี และที่รู้เพิ่มมาคือเขาไม่มีเหตุผลเวลาโกรธ ผมไม่รู้เลยว่าเขาจะทำอะไรเมื่อเขาโกรธ เขาจะโผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้  

    แล้วตัวผมที่มีทิฐิกับเขาไปแล้ว... ผมไม่อยากให้มันแย่ไปกว่านี้ มันควรจะจบสักที 

    “ไอ้ทิน... มึงจะไปยืมหนังสือไม่ใช่หรอ” 

    “ห้ะ เออ ลืม” ผมนี่รีบหันหลังกลับส่ายหัวไล่ความคิด นี่ผมคิดอะไรอยู่ได้ จะสอบอยู่แล้วนะ 

    “หรือกูจะยืมด้วยดีวะ เผื่อกูจะแม่นคำนวณมั้ง?” 

    “ก็ลองไปดูหนังสือที่นู่นก่อน—” 

    “ดูอะไรกัน!”  

    “เห้ย!” สะดุ้งเป็นแถบสิครับพวกผม “โห่พี่โย”  

    “ฮ่าๆๆ พอดีพี่ผ่านมาพอดี เห็นทินกับพันเลยแวะมาทัก” อีกคนประกายยิ้มให้อย่างสดใส คงสนุกที่แกล้งพวกผมใช่ไหมครับ... 

    “พี่เห็นแค่ทินก็พอแล้วครับ ไม่ต้องเห็นผมหรอก เพื่อเพื่อนผมไม่เป็นไร” ไอ้นี่ ขอผมเตะมันได้ไหม 

    “อย่าน้อยใจไป แต่ยังไงพี่ก็มองแค่คนเดียวอยู่แล้ว” หยอดคำพูดมายังไม่พอ สายตาที่มองมาพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มนั่น... 

    “เป้ง! ยกนี้นายโยธินได้แต้มครับบบ!” 

    เออ เอาเลย เอาไปเลย -.,- 

    เป็นใครไม่เขินกับคำหยอดมั้งวะ อย่างน้อยก็ผมละวะที่แพ้ เผลอเม้มปากไปแล้ว... 

    ยอมรับครับว่าช่วงนี้พวกผมอยู่ในสถานะ... ที่.. เอ่อ ลองดูกันไปเรื่อยๆ ... นั่นแหละ เพราะผมเองไม่ได้บอกปัดแต่อย่างใด  

    พี่โยเริ่มเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผม อย่างเช่น ตอนกลางวันส่วนมากพี่เขาจะมากินข้าวด้วยกัน แล้วตอนเย็นเขาก็ไปส่งผม หรือไม่ก็พาไปนู่นไปนี่ไปนั่น มันก็ไม่บ่อยหรอก ยังไงผมก็ยังเกรงใจพี่เขาด้วย 

    “ฮะๆ แล้วนี่จะไปไหนกัน” 

    “เอ่อ ไปหอสมุด ไปยืมหนังสืออ่านสอบครับ” 

    “หือ วิชาไหน เผื่อพี่ช่วยไกด์ให้ได้” 

    “โอ๊ะ ฟ้ามาโปรดดดด พี่ช่วยผมด้วยยยยย” ไอ้เพื่อนจอมคร่ำครวญมันจะไถหน้ากับพี่รหัสที่ยืมยิ้มอยู่แล้วนะนั่น แต่การันตีกับติวเตอร์คนนี้เลยครับที่ช่วยสอนผมในส่วนที่ไม่เข้าใจให้ตลอด 

    “เออ ทิน หนังที่ทินอยากดูเข้าหลังสอบพอดีเลย” ว่าแล้วก็ยื่นโทรศัพท์โชว์หนังและวันที่เข้าให้ดู อ๋าาา หลังสอบพอดีเลย “วันนั้นทินสอบรึเปล่า” 

    “ไม่ ผมสอบเสร็จวันก่อนหน้านั้นพอดี” 

    “ดีเลย สอบเสร็จไปดูกันนะ” 

    “ไปครับไป ผมอยากดูนานแล้ว” ผมตอบตกลงอย่างรวดเร็ว ช่างประจวบเหมาะอะไรขนาดนี้นะ 

    “งั้นเดี๋ยวยังไงพี่บอกเวลาอีกทีนะ” 

    “ได้ครับพี่” 

    ผมโบกมือลาพี่รหัสที่เตรียมจะไปเรียนชดเชยต่อ แล้วเขาก็บอกผมเรียบร้อย บอกว่าวันนี้ไปส่งไม่ได้นะ ซึ่งผมก็ไม่มีทางว่าอยู่แล้ว แค่นี้ผมก็เกรงใจที่พี่เขาไปส่งผมบ่อยๆ แล้ว  

    แต่มาเรียนชดเชยตอนใกล้จบสอบนี่จะไหวรึเปล่านะ... 

    “ดูไปกันได้ดีนะ มึงกับพี่โยธิน” เพื่อนข้างๆ ผมพูดขึ้นโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว สตั้นผมไปเลย 

    “...ก็” จะว่าไงดี ผมได้แต่ยิ้มแก้อาการไป  

    ผมว่าตอนนี้มันก็ดี... เลยพยักหน้าให้... 

    “เออๆ ก็ดีแล้ว กูเห็นแล้วก็สบายใจแล้วล่ะ” เหมือนพันมันกำลังขำกับท่าทางเคอะเขินที่เงอะงะของผม เลยรีบปัดไปเรื่องที่จะต้องทำในตอนนี้เสียก่อน 

    “เออ ไปหอสมุดเถอะ” 

 

    และแล้วการสอบไฟนอลก็ผ่านไปครึ่งหนึ่ง... สาหัสที่สุด T_T 

    อะไรคือโจทย์ยาวมากกว่าคำตอบครับ วิเคราะห์จ๋าๆ เลย อารมณ์แบบถ้าไม่ทำแบบฝึกหัดไม่น่ารอด หมดแรงกันไปข้างสอบที 

    “อือ อ่านหนังสืออยู่” แล้วกับคนที่ไม่ได้ไปหาแฟนเพื่อใช้เวลาอ่านหนังสือนี่ก็คงจะคิดถึงจนต้องโทรหากันนี่แหละนะ 

    “.... บ้านพี่สิพี่ฟ้า ลอกก็โดนเด้งไหม” เอ่อ บางทีคู่นี้ก็ฮาร์ดคอร์ไปหน่อยมั้ง 

    “.... เออ ตั้งใจสอบพี่” แต่ก็ยังมีมุมหวานละวะ 

    “.... ไม่ลืมที่คุยกันไว้หรอก บายครับ” วางไปแล้ว ทำเป็นไม่ได้แอบฟังแปบ 

    ติ้ง!  

    แล้วก็มีข้อความไลน์เพิ่มกำลังใจในการสอบแจ้งขึ้นมา... 

    [ yoThIN :      สอบสู้ๆ นะ ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามพี่ได้นะ ] 

    และอีกข้อความที่ทำให้เผลอเม้มปากอีกครั้ง... 

    [ yoThIN :      คิดถึงทินนะ ] 

    “ทินโว้ย! เลิกแอบยิ้มได้แล้วครับบบ” 

    “บ้านมึงสิไอ้พัน” ผมตอบกลับเสร็จก็วางโทรศัพท์อ่านหนังสือหนาๆ ตรงต่อหน้าต่อ 

    “เออ มึงจะกลับบ้านหลังไปดูหนังกับพี่โยใช่ไหม” 

    “อ่าห้ะ กลับมาก็จัดกระเป๋าออกตอนเช้าเลย” ถึงบ้านคงเที่ยงพอดี ผมไม่ได้บอกที่บ้านไว้ด้วย กะจะไปเซอร์ไพร์สแม่กับแทน 

    “อ๋อ ดีๆ” 

    RRrrrr ~ โทรศัพท์ที่วางก็สั่นกับโต๊ะจนผมชะงักการอ่านหนังสือ พอดูสายที่โทรเข้ามาก็แล้ว เป็นเบอร์เพื่อนในเซคเดียวกันแหะ 

    [ฮัลโหล ทิน นี่มิ้งนะ] 

    “อ่ามิ้ง ว่าไง?” 

    [ทินมีเบอร์สามป้ะ คือมันยืมสมุดเลคเชอร์เราไปแล้วยังไม่ได้คืนเลย] 

    “อ๋อ มีๆ แปบนะ” ผมเปลี่ยนหน้าจอไปหาเบอร์ของเพื่อนอีกคน เลื่อนหาตัว S ตามชื่อ หากแต่ผมไม่ได้เจอแค่ชื่อ Sam เพียงคนเดียว 

    [ฮัลโหล.. ทิน] 

    “เจอแล้วๆ” ผมบอกเบอร์เพื่อนให้อีกคน เสร็จธุระเธอก็วางสายไป โดยที่หน้าจอผมยังค้างหน้าจอรายชื่อเบอร์โทรศัพท์ไว้อยู่ 

    ‘Sailom’ 

    “เฮ้อ...” 

    ไม่คิดจะอะไรกับมันหรอกนะ แต่ผมมีความรู้สึกว่าผมกับเขาจะไม่ได้ติดต่อกันอีกแล้ว แม้แต่ไลน์ข้อความสุดท้ายที่ผมส่งไปก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านหรือยัง 

    เรียกได้ว่า ผมปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป... 

    มันพังหมดแล้ว ทุกอย่าง... 

    และผมกำลังเริ่มต้นใหม่ ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไป 

    [‘ลบรายชื่อเรียบร้อย’] 

    สิ่งที่สำคัญกว่าตอนนี้ก็คือความรู้สึกของคนที่แคร์เราและการสอบไฟนอลมหาโหดก็พอ 

 

    ในที่สุด..! 

    “กูเป็นไทแล้ว T_T”  

    ไฟนอลก็จบแล้วครับ! หามศพผมไปที T_T 

    “เออ เป็นไทสักที ยิ่งวิชานี้กูแทบกราบลา” ผมเผลอขำ ไอ้พันมันทำท่าตลกๆ อ่ะ มันออกจากห้องสอบมาหน้าตามันเหมือนจะร้องไห้อ่ะ 

    “กูอยากไปเล่นเกมแล้วว่ะ ซื้อข้าวตรงข้ามมอไปกินที่หอเถอะ” 

    “ก็ดี แต่สอบเสร็จมึงไม่ไปเที่ยวไหนหรอพัน?” ผมนึกว่ามันจะไปหาพี่ฟ้าซะอีก 

    “ไม่ กูอยากพัก กูอยากเล่นเกม” ตกลงมึงจจะพักหรือจะเล่นเกมครับเพื่อน -_- “ไปเถอะ กูหิววว” 

    ว่าแล้วก็กอดคอลากผมอย่างเร็ว ยอมตามใจมันน่ะแหละ เพราะผมก็หิวเหมือนกัน ทีนี้ก็หมดห่วงเรื่องสอบ แต่ห่วงเรื่องเกรดที่จะได้แทน ฮือ ขอเถอะ เกรดเทอมแรกขอ A เยอะๆ นะ 

    กับผมที่สอบเสร็จแล้ว แต่กับพี่โยน่าจะกำลังสอบอยู่มั้ง เห็นไลน์มาบอกว่าวิชานี้ข้อเขียน น่าจะใช้เวลาครบกำหนดสอบ ผมอ่านละแบบ ข้อเขียน... สู้ๆ นะพี่ T_T 

    “ไอ้พัน!” พวกผมละสะดุ้ง เรียกอยู่ข้างหลังแบบจู่ๆ ก็โผล่มา 

    “พี่ฟ้า!” แต่เพื่อนที่เรียกแฟนตัวเองกลับตาโตเฉย “ทำไมมานี่อ่ะ” 

    “ก็สอบเสร็จไง แล้วพวกมึงจะไปไหน” ผมรู้สึกว่าทำไมพี่มันดุๆ วะ 

    “จะไปซื้อข้าวแล้วกลับหอ” 

    “พอดีเลย กูก็หิวด้วย ไปร้านนั้นด้วยกันกับกูหน่อย” พี่มันมองมาที่ผม เหมือนเชิญชวนให้ผมอย่าปฏิเสธยังไงอย่างนั้น 

    “ผม.. ยังไงก็ได้ มึงอ่ะ” ผมหันไปหาเพื่อนข้างๆ ที่ดูจะเงียบไปเฉย แต่หน้ามันไม่ได้ยิ้มเหมือนเมื่อกี้แล้วนี่แหละ 

    “ได้แหละ” อะไรอ่ะ ทะเลาะกันอีกแล้วหรอ อย่าเอากูเข้าไปร่วมวงด้วยสิเพื่อน T_T 

    ร้านที่พี่ฟ้าครามต้องการเข้ามานั้น เรียกได้ว่าเป็นร้านคาเฟ่ที่เปิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง ไม่แปลกใจที่ร้านนี้คนจะน้อยกว่าที่ผมคิดไว้ แต่ที่แปลกใจมากกว่าคือพี่ฟ้ากินของหวานด้วยหรอวะ -_- 

    “เอาไรดี พัน” พี่มันหันไปถามเพื่อนผม หน้ามันไม่ได้ดูอยากกินเลย 

    อะไรอ่ะ ทะเลาะกันอ่ะ มันอึดอัดกูวววว 

    “ผมเอาแค่น้ำอ่ะ พี่จะเอาอะไรสั่งเลย” มันว่าเรียบๆ พลางเอนตัวพิงโซฟา 

    “มึงอ่ะทิน” อ้าว ผมละหรอ 

    “ผม... เอาแค่น้ำเหมือนกันครับ” จะได้รีบกลับครับ T_T 

    พนักงานรับออเดอร์เสร็จก็ทิ้งพวกผมให้เดดแอร์อยู่ตรงนี้เพียงลำพัง จริงๆ มันไม่ได้ลำพังหรอครับ มีแค่ผมที่รู้สึกไม่เข้าพวกซะมากกว่า เพราะพันกับพี่ฟ้านั่งข้างกัน ให้ผมนั่งฝั่งตรงข้ามอยู่คนเดียว เลยรู้สึกถูกแบ่งแยกยังไงไม่รู้... 

    “ออกไปคุยกันหน่อยไหม” เริ่มบทสนทนาคนแรกคือพี่ฟ้าทีมองพันก้มหน้าก้มตาอยู่ ดูเหมือนมันจะทำตามโดยดีไม่มีแย้งอะไร แต่มันมองผมก่อนจะเดินออกไปด้วย 

    ขอให้ปรับเข้าใจกันได้เถอะ T_T 

    ตอนนี้ผมเพียงลำพังจริงๆ แล้วครับ ยิ่งโต๊ะที่ผมนั่งแทบจะมุมในสุดร้าน แถมตัวผมยังนั่งหันหลังให้กับเคาท์เตอร์ร้าน เลยเงียบเหงาสุดๆ ยังดีที่มีเพลงคลอฟังอยู่บ้าง 

    ผมควักโทรศัพท์ออกมาดูเวลา พลันเปิดเล่นแอพฆ่าเวลาระหว่างรอไปด้วย 

    “น้ำมาแล้วค่ะ” 

    “ขอบคุณครับ” พนักงานวางน้ำ 3 แก้วให้ น้ำที่ผมสั่งไปคือช็อกโกแลตปั่น ลองกินครั้งแรกก็อร่อยดีเหมือนกันแหะ 

    ประมาณ 10 นาที ได้แล้วที่สองคนนั้นออกไปคุยกัน ผมหันหลังไปหาแต่ก็ไม่พบทั้งสอง หวังว่าคงไม่มีเรื่องอะไรกันใช่ไหมอ่ะ... 

    ผมเริ่มกังวล แชทไปถามพันสักหน่อยว่ายังโอเคอยู่ไหม 

    พอดีกับที่ผมกดส่งไป หางตาของผมเห็นคนเดินเข้ามาพอดี... 

    แต่เขาไม่ใช่คนที่ผมมาด้วย... 

    “มาได้ไง...” ผมอึ้งแบบ อึ้งมากๆ ทำไมเขาถึงมาที่นี่... 

    ผมหันหลังหาพันกับพี่ฟ้า ผมไม่เห็นใครเลย และตอนนี้ผมกลัว 

    หัวใจผมเต้นแรงมาก 

    “ทิน! เดี๋ยว!” เขาเรียกดักผมก่อนที่จะลุก “คุยกับกูก่อน” 

    “เรายังต้องคุยอะไรกันอีก พี่ยังจะมีเรื่องอะไรอีก” ผมลนลานต้องการออกไปจากตรงนี้ แต่เขาก็ขวางผมไว้ 

    “กูขอร้อง ให้กูอธิบาย.... ที่ผ่านมากูทำมันพัง ครั้งนี้กูจะไม่ทำพังอีกแล้ว นะ... กูจะใจเย็น” ทั้งขวางผมและก็พูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่ผมรู้สึกว่า เขากำลังอ้อนวอน... 

    ผมไม่อยากคุย ไม่อยากยุ่งกับเขาอีกแล้ว 

    “นะ... ทิน...” 

    ผมขอครั้งนี้ครั้งสุดท้าย 

    “ก็ได้ครับ คุยกันให้เคลียร์วันนี้ จะได้เลิกเจอกันสักที” ผมกลับมานั่งเต็มตัวอีกครั้ง อะไรที่ทำให้เขามาที่นี่ได้กัน... 

    พันกับพี่ฟ้ายังไม่กลับมาอีกหรอ... 

    “กูไม่เอา กูไม่ให้เป็นแบบนั้นด้วย”  

    “แล้วพี่จะให้มันเป็นแบบไหน ตอนนี้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว” 

    “...” 

    “มันพังไปหมดแล้วพี่ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว...” แม้กระทั่งความรู้สึกผมตอนนี้ ผมมีแต่ความโกรธ 

    เขาเป็นคนทำมันพัง ไม่สิ ทั้งผมและเขาต่างก็ทำมันพังไปหมดแล้ว ไม่เหลือเค้าโครงของเมื่อก่อนแล้ว 

    “ไม่ ไม่เอา กูไม่ได้ตั้งใจทำให้มึงรู้สึกแย่ แต่กูโมโหทุกครั้งที่มึงอยู่กับมัน...” 

    “...”  

    “มันแย่งมึงไป” 

    แย่งงั้นหรอ... 

    “พี่โยไม่ได้แย่ง... พี่เป็นคนทำให้มันเป็นแบบนี้พี่ลม... พี่ไล่ผมไปเอง” 

    “กูถึงต้องมาเอามึงคืน” 

    “เอากลับไปทำไม ให้ผมกลับไปเป็นรุ่นน้องที่คอยตามใจพี่น่ะหรอ” ผมฉุนหนักกว่าเดิม นี่เขาเห็นผมเป็นอะไร สิ่งของหรอ เอากลับคืนไปเนี่ยนะ 

    “มึงเป็นคนสำคัญของกู ไม่ใช่รุ่นน้อง” 

    “...ห้ะ” 

    “กูชอบมึง” 

    เหมือนผมจะลืมหายใจไปชั่วขณะ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้ยินประโยคนั้นจากเขาด้วยซ้ำ เขาไม่ชอบแบบนี้ไม่ใช่หรอ อะไรทำให้เขาพูดแบบนี้  

    บ้าไปแล้ว... 

    “บ้ารึไง พี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย” 

    “แต่กูชอบมึง” 

    ส่ายหน้า “พี่จะชอบผมได้ไง พี่มีแฟนแล้ว” 

    “กูเลิกแล้ว”  

    “ห้ะ?” 

    “จริง กูไม่ได้รักเขา กูรักมึง กูถึงมาหามึงตอนนี้” 

    อะไรกัน เลิกไปแล้วหรอ ทั้งที่ดูเหมือนจะรักกันขนาดนั้น ดูมีความสุขมากไม่ใช่หรอ แล้วกับผม ผมจะทำแบบนั้นได้หรอ ในอนาคตเขาจะทำแบบนั้นกับผมได้หรอ ถ้าเขากลับมาเกลียดผมอีก ผมจะรับได้รึเปล่า 

    ผมกลัว... 

    “แต่ผมมีแฟนแล้ว...” 

    ผมพยายามที่จะลบทิ้งเพื่อเริ่มต้นใหม่ไปแล้ว 

    “แต่มึงไม่ได้รักมัน มึงรักกูทิน กลับมาหากูเถอะ” กลับไปงั้นหรอ... 

    เขาเอื้อมมือเพื่อที่จะกุมมือผม แต่ปฏิกิริยาแรกของผมคือหนีเขา 

    ผมส่ายหัวตลอด ความคิดผมบอกตลอดว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราไม่สามารถกลับกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว 

    ผมไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมแล้ว... 

    “ผมไม่ได้รักพี่” 

    ผมไม่รู้ว่าสีหน้าเขาเป็นยังไง ผมไม่แม้แต่มองหน้า เพราะผมกลัวว่าถ้าเงยหน้าขึ้นไปผมจะพูดมันไม่ได้ 

    “ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันแล้ว ตอนนี้ผมไม่ได้รักพี่ ผมรักพี่โยไปแล้ว” 

    ผมได้ตัดสินใจไปแล้ว ผมควรจะเลือกความสุขใหม่... 

    “ทิน” 

    “มันจบ... แล้วพี่ พอเถอะ” ผมกลั่นคำพูดออกมา เม้มปากกับตัวเองไม่ให้ตาร้อนผ่าวไปมากกว่านี้ 

    “...ทิน” 

    ครืด! 

    ผมเลือกที่จะลุกออกไปจากร้านโดยไม่สนว่าใครจะเรียก  

    “ทิน!” เสียงอีกคนที่น่าจะเป็นพันเรียกรั้งข้างหลังไว้ แต่โทษทีนะ ตอนนี้กูไม่ไหวจริงๆ 

  

2BeCon 

 

[100%] 

Ps1. นี่มันไรท์สายดอง กราบอภัยงามๆ ค่ะ กำลังปั่นค่ะ เสิร์ฟน้ำพริกไปก่อนนะคะ เดี๋ยวผักต้มตามมา ขอบคุณทุกคนที่ยังรอไรท์นะคะ 

Ps2. กี่ปีแล้วนะ จนไรท์ขึ้นปี 4 แล้ว เค็มกำลังดี 5555 

ความคิดเห็น