email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ฝากติดตามผลงานของ "พันเก้า" ด้วยนะคะ

ชื่อตอน : Sm-02 : คำโกหก [2/2]

คำค้น : สิงห์ขังรัก,สิงห์คำราม,สิงห์ซอ,หึง,ดุ,ร้าย,พันเก้า,โหด,nc,เสือ

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2565 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
Sm-02 : คำโกหก [2/2]
แบบอักษร

 

Sm-02 

[คำโกหก] 

 

หลังจากนั้นเวลาผ่านไปหลายเดือนจนฉันเกือบจะลืมเรื่องนั้นไปแล้ว ทว่าชีวิตฉันได้โคจรมาพบกับสิงห์คำรามอีกครั้ง และสถานการณ์ที่เราพบกันมันก็ไม่ได้ดีกว่าครั้งแรกเลยสักนิด 

 

ฉันยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาจ้องมองร่างสูงซึ่งยืนสูบบุหรี่อย่างไม่สนโลกอยู่ไม่ไกล ดวงตาคมปรายตามองฉันเล็กน้อย แววตาเขาติดจะหงุดหงิดหน่อยๆ แต่มันก็แค่หน่อยเดียวเท่านั้น และสาเหตุที่ทำให้คนเย็นชาอย่างเขาหงุดหงิดได้นั่นก็คงจะเป็น… ฉันคนนี้นี่แหละ! 

 

‘หมายความว่ายังไงสายซอ เธอมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?’ 

 

ฉันเกือบลืมผู้ชายน่ารำคาญข้างกายไปซะสนิท เขาชื่อแดนนี่ เป็นคนน่ารำคาญที่ตามตอแยฉันไม่เลิกสักที เขาตามจีบฉันมาหลายเดือนแล้ว และฉันพยายามหนีมาตลอด กระทั่งวันนี้ที่ความอดทนฉันมันหมดลง ประจวบกับเพื่อนๆ ยุว่าถ้าหากอยากจะสลัดเขาไปให้พ้น ฉันจำเป็นต้องมีแฟน ซึ่งในความเป็นจริงคือฉันยังไม่อยากจะมีแฟนนี่น่ะสิ 

 

ฉันรักชีวิตอิสระและเกลียดการโดนบังคับมาก ตั้งแต่เล็กจนโตฉันถูกพ่อแม่บังคับและควบคุมมาตลอด พอเข้ามหาวิทยาลัยถึงได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระบ้าง แม้จะแค่ตอนอยู่มหาวิทยาลัยก็เถอะ ฉันจึงไม่คิดอยากจะมีแฟนตอนนี้ 

 

‘ก็… ก็เพิ่งคบกันอ่ะ’ ฉันตั้งสติและไหลตามน้ำไป สองเท้าก้าวเข้าหาสิงห์คำราม ยืนห่างจากเขาไม่ไกลก่อนจะหันหลังให้ ภาวนาในใจว่าอย่าให้เขาเดินหนีหรือพูดอะไรหักหน้าฉันออกมาก็พอ ฉันก็แค่ยืมชื่อเขามาแอบอ้างว่าเป็นแฟนเฉยๆ เพราะเขาบังเอิญอยู่ในขอบเขตสายตาของฉันพอดีก็เท่านั้น 

 

‘เป็นไปไม่ได้ ฉันตามเธอมาตั้งหลายเดือน ไม่เคยเห็นเธอติดต่อกับมันเลย’ นายไม่ควรเรียกใครว่ามันนะแดนนี่ โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นคือสิงห์คำรามแล้วด้วย 

 

ฉันเหลือบมองคนด้านหลังเล็กน้อย โอเค เขายังคงยืนพิงพนังสูบบุหรี่ไม่สนโลกเหมือนเดิม ขอให้เขานิ่งแบบนั้นต่อไป อย่ามาสนใจอะไรตรงนี้เลยแล้วกัน ต้องขอบคุณความเย็นชาของเขาจริงๆ ที่ช่วยให้คำโกหกของฉันพอจะมีน้ำหนักขึ้นมาบ้าง 

 

‘ไม่เชื่อก็เรื่องของนาย เอาเป็นว่าฉันมีแฟนแล้ว นายก็เลิกยุ่ง เลิกตามตอแยฉันสักที ฉันรำคาญ จบนะ’ ฉันทำท่าจะเดินหนีออกมาแต่ถูกแดนนี่กว่าข้อมือไว้ ไอ้บ้านี่นิ กล้าดียังไงมาแตะเนื้อต้องตัวฉัน? 

 

‘ฉันไม่เชื่อ เธอโกหกฉันใช่ไหมสายซอ คิดจะให้ฉันเลิกยุ่งกับเธอล่ะสิ เหอะ! ฉันไม่ยอมเลิกยุ่งกับเธอง่ายๆ หรอกนะ’ 

 

โอ้ย… ฉันเกลียดหมอนี่จังเลย! จะตอแยฉันไปถึงไหนเนี่ย! 

 

‘แล้วจะเอาไง?’ 

 

‘พิสูจน์ดิ ถ้าเธอเป็นแฟนมันจริงๆ ก็พิสูจน์ดิ’ 

 

‘พิสูจน์ยังไง?’ คิ้วเรียวขมวดมุ่น เหลือบมองร่างสูงด้านหลัง ไม่รู้คิดไปเองไหม แต่เหมือนฉันเห็นมุมปากหนายกขึ้นน้อยๆ ด้วยอ่ะ นั่นสิงห์คำรามยิ้มเยาะฉันเหรอ? ไหนว่าเขามันเย็นชาหน้าตายไงเล่า! 

 

‘ยังไงก็ได้ ทำให้ฉันเชื่อให้ได้สิว่าเธอมีแฟนแล้วจริงๆ แล้วฉันจะเลิกยุ่งกับเธอ’ แดนนี่ปล่อยมือฉันเปลี่ยนเป็นกอดอก สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย แน่ล่ะ เขาไม่เชื่อเรื่องโกหกของฉันหรอก ยิ่งแฟนฉันคือสิงห์คำรามแล้วด้วยเขายิ่งไม่เชื่อ มันก็ไม่แปลกหรอก สิงห์คำรามเคยมีแฟนซะที่ไหน ไม่เคยมีข่าวว่าเขามีแฟนจริงจังสักคน ฉันมันโกหกโดยคิดน้อยเกินไปจริงๆ 

 

แต่ไม่ได้… ฉันจะยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ลงทุนขนาดนี้แล้วก็ควรไปต่อให้สุดไปเลย 

 

‘…’ ฉันสูดลมหายใจ เดินย้อนกลับมาหยุดยืนตรงหน้าสิงห์คำราม เขาชะงักมือที่กำลังคีบบุหรี่เล็กน้อย นัยน์ตาสีนิลหลุบมองกัน แววตาเขามันไร้อารมณ์สิ้นดี เหมือนแววตาคนตายก็ไม่ปาน เย็นยะเยือกชะมัด 

 

พรึ่บ 

 

ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ ฉันกระชากคอเสื้อของสิงห์คำรามให้ก้มลงมาแล้วแนบริมฝีปากลงบนปากของเขา กลิ่นบุหรี่เข้มข้นเจือปนเข้ามาในลมหายใจ เพียงเสี้ยววินาทีฉันก็ผละออก นัยน์ตาสีนิลยังคงไร้อารมณ์เช่นเดิม ไม่มีแววประหลาดใจหรือตกใจใดๆ ทั้งสิ้น แต่นั่นก็ดี ถือว่าตบตาแดนนี่ได้ เพราะถ้าเกิดเขาโวยวายหรือผลักฉันออกขึ้นมา ฉันคงโป๊ะแตกแน่ๆ ก็ยังรู้สึกขอบคุณความเย็นชาของเขาอยู่ดีอะนะ 

 

‘พอใจนายหรือยัง? หรือแค่จูบยังไม่พอ?’ ฉันหันกลับมาหาแดนนี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย มันก็แค่ปากแตะปาก ไม่ถือว่าเป็นจูบ ยิ่งเป็นจูบแรกของฉันด้วยแล้ว อันนี้ถือว่าไม่นับแล้วกัน 

 

‘เหอะ ก็แค่ปากแตะปากเปล่าวะ ใครๆ ก็ทำได้’ 

 

‘นี่! ให้มันน้อยๆ หน่อย! จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของนายแล้ว! ไอ้บ้าเอ๊ย!’ ฉันสบถอย่างหัวเสีย หมอนี่มันโรคจิตเกินเยียวยาจริงๆ คิดจะให้ฉันเล่นหนังสดกับสิงห์คำรามโชว์เขาเลยหรือไงถึงจะยอมเชื่อ น่าโมโหนัก! ทำไมฉันต้องมาทำอะไรที่มันเปลืองตัวแบบนี้ด้วยเนี่ย! 

 

ฉันเสยผมยาวไปด้านหลังอย่างหัวเสีย ทำท่าจะเดินหนีออกมาอีกรอบ ไม่เชื่อก็ช่างเขาแล้ว ฉันขี้เกียจจะสนใจ ทว่าข้อมือกลับถูกจับไว้อีกครั้ง พอจะหันไปด่าเพราะคิดว่าเป็นแดนนี่ คำด่ากลับไม่ออกจากปากสักคำเพราะว่ามัน… ถูกริมฝีปากร้อนกลืนกินไปหมดแล้ว! 

 

‘อื้อ…’ หัวสมองฉันมันอื้ออึงไปหมดกับจูบที่เกิดขึ้นกะทันหัน กลิ่นบุหรี่เข้มข้นที่ฉันเพิ่งสัมผัสเมื่อครู่ชัดเจนมากกว่าเดิม มันไม่ใช่จูบดุดันหรือดิบเถื่อน แต่เป็นจูบเย็นๆ ที่สอดแทรกเข้ามากวาดชิมความหวาน ฉันรู้สึกถึงวงแขนแกร่งโอบรัดรอบตัว สองตาสบกับดวงตาคมซึ่งอยู่ใกล้ระยะประชิด เขาจ้องไปทางด้านหลังฉันชั่วครู่ แววตาคมปราบดุดันขึ้น ก่อนจะละกลับมาสบตากับฉันอีกรอบ 

 

ให้ตาย… แววตาของเขามัน… ไร้อารมณ์เกินไปแล้ว! 

 

ไม่รู้ว่าศักดิ์ศรีหรือผีห่าซาตานตัวไหนมันดลใจให้ฉันคว้าคอเขาแล้วตอบรับจูบกลับอย่างลึกซึ้งกว่าเดิม อยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากจะทำลายความไร้อารมณ์นั้นของเขาเหลือเกิน อยากให้เขาแสดงอารมณ์อื่นออกมาบ้าง ไม่รู้สิ จู่ๆ มันก็อยากเอาชนะขึ้นมา 

 

ทว่า… ฉันลืมคิดไปว่าผู้ชายตรงหน้าคือสิงห์คำราม! 

 

พรึ่บ 

 

ร่างฉันถูกผลักออกด้วยสองมือหนา ริมฝีปากเราผละออกจากกัน ทุกอย่างหยุดชะงักลงทันที ฉันที่กำลังเคลิ้มไปกับสัมผัสหอมหวานนั้นพลันได้สติขึ้นมา สองตาสบนิ่งกับดวงตาคมเข้มแสนเย็นชา โดยไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้รอบตัวเหลือเพียงแค่เราสองคนแล้ว 

 

‘เธอล้ำเส้นฉันเกินพอแล้ว สายซอ’ 

 

จริงสิ… ฉันลืมไปว่าสิงห์คำรามมีกฎเป็นของตัวเอง และกฎเหล็กของเขาก็คือ ‘ห้ามจูบ’ 

 

แต่ว่า… เขาเป็นฝ่ายรุกจูบใส่ฉันก่อนไม่ใช่เหรอ? แถมนั่นยังเป็นจูบแรกของฉันด้วย! 

 

......... 

TALK 

เอาซี้! จูบมาจูบกลับไม่โกง 555 คู่นี้เขาทันกันจริงๆ นะคะ 

แล้วน้องก็แบบสู้ขาดใจมาก เอาซะเฮียแทบไปไม่เป็นถึงกับผลักน้องเลย อิอิ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว