facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Stories Ashi [II] : EP.00 (100per.)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มิ.ย. 2563 01:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Stories Ashi [II] : EP.00 (100per.)
แบบอักษร

 

 

 

อชิ x ฟิก 

บทนำ 

 

 

“พรุ่งนี้กูต้องเข้าบริษัทแต่เช้าคงไม่ได้อยู่ทานข้าวด้วย” 

 

“เออ” 

 

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกเป็นแบบนี้สักที” 

 

“เป็นอะไร” 

 

“ก็ไอ้อาการงี่เง่านี่ไง” 

 

“เรื่องของกู” ผมตอบเสียงห้วน มองไอ้อชิที่กำลังจ้องหน้าผมด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ผมยอมรับว่างี่เง่าแค่เพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ถ้าผมยอมลงให้มันผมก็จะเป็นรองซึ่งผมเกลียดเรื่องแบบนั้น ถ้ามันทนไม่ได้มันก็ไป ผมรักมันนะแต่ผมรักตัวเองมากกว่า แผลยังไงมันก็คือแผลแค่จะเป็นแผลสดหรือแผลเป็นแค่นั้น ผมเลือกที่จะกลับไปคบกับมันเมื่อหลายปีก่อนมันก็มีทั้งเรื่องราวที่ดีและไม่ดีแต่เราก็ผ่านมันมาด้วยกันมันไม่เคยปล่อยมือผม…แต่นับวันทำไมมันยิ่งแย่ ร่างสูงถอนหายใจหนักๆก่อนจะเดินเลี่ยงผมเข้าห้องนอน ผมไม่สนใจนั่งจ้องเคสคนไข้ที่นัดไว้พรุ่งนี้ที่คลีนิค ผมก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้นนับวันคนไข้ยิ่งเยอะเพราะเป็นคลีนิครักษาโรคทั่วไป หมอคนอื่นก็คอยปรึกษาเกี่ยวกับเคสอื่นๆด้วยมันทำให้ผมเครียดกับงานแล้วยังมาโดนมันขัดใจเกี่ยวกับเรื่องเกมเรื่องคอมผมอีก ผมยิ่งหงุดหงิด ผมรู้มันอยากให้ผมสนใจมันแต่ผมไม่ได้ว่างขนาดนั้น ถามว่าผมกลัวมันจะไปมีคนอื่นมั้ย  

 

….ผมกลัว ถึงจะคบกันมาได้สามปีจะเข้าปีที่สี่แล้วก็เถอะ มันไม่เคยนอกใจผมอีกเลยแต่ผมก็ยังระแวงอยู่ดี  

 

ผมเข้ามาในห้องนอนก็เห็นมันใส่ชุดนอนนอนอยู่บนเตียงบนตักก็มีโน๊ตบุ๊กวางอยู่มันเงยหน้ามามองผมแค่แวบเดียวก็ก้มลงกดโน๊ตบุ๊ก ยอมรับเลยว่าเมื่อกี้ใจผมมันกระตุกเมื่อเจอสายตาเย็นชาจากมัน ผมพยายามไม่สนใจเดินเข้าห้องน้ำเสร็จก็ออกมานอน ร่างสูงนอนไปแล้วหันหลังให้ผมด้วย มันโกรธแหละผมรู้  

 

มันเหมือนเราเริ่มห่างกันออกไปเรื่อยๆถึงจะอยู่ด้วยกันทุกวัน ไม่รู้มันขาดผมได้มั้ยถ้าวันหนึ่งเราเลิกกัน ผมยังคิดภาพนั้นไม่ออก ถึงจะทำเป็นเก่งแค่ไหนผมก็รักมันมากอยู่ดี  

.. 

.. 

 

เช้าผมตื่นมาก็ไม่เจอร่างสูงของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักแล้ว แต่พอออกมาข้างนอกก็ยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อมันทำอาหารเช้าไว้ให้ผม ผมรีบทานแล้วก็เตรียมตัวออกไปทำงานกะบ่าย ผมไม่ลืมที่จะโทรไปบอกมันก่อน กดโทรไม่นานไอ้อชิก็รับสาย 

 

(“ฮัลโหล”) 

 

“กูจะไปทำงานแล้ว” 

 

(“อืม ขับรถดีๆ”) เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็เป็นฝ่ายตัดสายแล้วออกไปทำงานตามปกติ เป็นแบบนี้ทุกวันผมจำไม่ได้แล้ววันที่เราคุยอะไรหวานๆกัน ผมมาถึงที่ทำงานก็ต้องวุ่นไม่ได้มีเวลาคิดเรื่องนั้นอีก 

.. 

. 

จนกระทั่งเย็นผมต้องออกเวรก็เลยตรงกลับคอนโดเลยไม่ได้แวะไหน กลับไปก็ไม่เจอไอ้อชิหรอกมันกลับดึกทุกวัน ผมไม่ได้ถามมันหรอกว่ามันแอบไปมีคนอื่นรึเปล่า ถามว่าเชื่อใจมันแค่ไหนก็น่าจะแปดสิบเปอร์เซ็นมันก็อดจะระแวงไม่ได้ผมล่ะเกลียดตัวเอง บางครั้งก็เคยคิดอยากจะปล่อยให้มันไปเจอคนที่ดีกว่าผม แต่เป็นผมเองที่เดินออกมาไม่ได้ซักที ผมไม่ได้ใจดีขนาดนั้น 

 

ตี๊ด 

ผมสแกนลายนิ้วมือเข้ามาในห้อง ไฟก็เปิดอัตโนมัติ ผมเดินเปิดให้ครบทุกดวงก่อนจะเก็บของแล้วรีบทำความสะอาดร่างกายตัวเอง อาบน้ำเสร็จโทรศัพท์ผมก็ขึ้นมาพอดีเป็นไอ้อชิที่โทรเข้ามา 

 

“ฮัลโหล” 

 

(“กินข้าวรึยัง”) 

 

“ยัง รอมึงกลับมาจะกลับตอนไหน” 

 

(“อาจจะนานมึงทำกินเองไปก่อนเดี๋ยวปวดท้อง”) มันก็ยังแสดงออกว่าห่วงผมมากอยู่ดีทั้งๆที่กำลังโกรธผมอยู่ ผมยิ้มบางรู้สึกดีอยู่ลึกๆ 

 

“กูก็กินมาม่า” ผมพูดบอก ความจริงผมอยากให้มันกลับมา 

 

(“อืม กินไปก่อนเดี๋ยวเลิกงานแล้วจะโทรไป”) 

 

“แล้ว…..” ผมพูดไม่ออกที่มันปล่อยผ่านในสิ่งที่ผมประชด ผมหุบยิ้มทันที 

 

(“อะไร”) 

 

“ป่าว แค่นี้แหละ” ผมพูดตัดบทก่อนจะตัดสาย ผมอยากจะถามว่ามันจะกินข้าวที่ไหน ไม่หิวหรอ แต่ปากผมมันหนักจริงๆ ผมรู้สึกปวดหนึบที่อกข้างซ้ายจนต้องพยายามเลิกคิด  

 

ผมไม่ได้ทำอะไรทานนั่งรอมันกลับมาที่โซฟามองดูเวลาก็หนึ่งทุ่มแล้ว จนสามทุ่มมันก็ยังไม่มา ผมจับโทรศัพท์ยกขึ้นมาดูหลายรอบมากแต่ปกติถ้าเกิดจะถึงเที่ยงคืนผมถึงจะโทรตาม ผมก็กระวนกระวายทุกครั้งแต่มันไม่เคยรู้หรอก จนกระทั่งสี่ทุ่มครึ่งมันไม่ได้โทรมาแต่ประตูคอนโดก็ถูกเปิดออกผมหันไปมองมันที่เสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย ผมก็ยุ่งมันคงงานยุ่งจริงๆ ร่างสูงชะงักเมื่อเห็นผมนั่งอยู่ตรงนี้ 

“ไหนมึงบอกจะโทรมา” ผมถามด้วยน้ำเสียงติดจะห้วน มันเดินเข้ามาหาผมวางของไว้โซฟาข้างตัวผม 

 

“กูนึกว่ามึงนอนไปแล้ว” 

 

“หรอ” 

 

“อย่าชวนทะเลาะกูเหนื่อย” 

 

“…..” ผมเงียบ ยอมรับว่าน้อยใจจริงๆที่มันบอกจะโทรแต่ก็ไม่โทร ร่างสูงมองหน้าผมนิ่งๆก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินเข้าครัวไป ผมนั่งอยู่ที่เดิม อยู่ๆก็รู้สึกวูบโหวงในอกไปหมด ผมเดินตามมันเข้าไปในครัวเห็นมันกำลังทำมาม่าทานแบบง่ายๆ 

 

“มึงไม่ทำข้าวกินล่ะ” ผมถามไม่ได้ชวนทะเลาะแล้ว พยายามจะคุยกับมันดีๆเพราะผมก็ง้อในแบบของผม  

 

“ขี้เกียจ” 

 

“ตามใจ งั้นกูไปรอในห้องนะ” ผมพูดบอก ไอ้อชิหันมามองผม สายตามันนิ่งเกินไปจนผมกลัวแต่ก็ยังตีหน้านิ่งไม่ได้แสดงอาการอะไรให้มันเห็น 

 

“นอนก่อนเลย” 

 

“เออ” ผมตอบเสียงห้วนเริ่มจะทนไม่ไหว ผมเป็นคนสติแตกง่ายอยู่แล้วชอบพูดอะไรไม่ได้นึกถึงคนอื่นด้วย ผมเดินกระแทกเท้าเข้าห้องนอนคนเดียว ผมไม่รู้จะง้อมันยังไงผมลืมไปแล้วว่าการง้อคนอื่นมันต้องทำยังไง ตลอดเวลาเป็นผมที่ถูกง้อตลอดผมเองก็น้อยใจที่มันไม่ยอมหายโกรธ ผมนอนเล่นรอมันบนเตียงเนี่ยแหละ ไม่นานร่างสูงก็เดินเข้ามาในห้อง มันเดินผ่านผมเข้าห้องน้ำหน้าตาเฉย 

 

…หรือผมจะลองชวนมันไปเที่ยวดี แต่มันก็งานยุ่งมากนี่ 

 

…ถ้าผมชวนคุยเรื่องเดิมๆมันก็หาว่าผมชวนมันทะเลาะแน่ๆ ผมชอบชักสีหน้าและใช้น้ำเสียงแข็งๆด้วย ผมนอนคิดอย่างว้าวุ่นจนลืมความหิว กระทั่งไอ้อชิออกมาก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว 

 

“วันนี้ไอ้ชามมันกลับบ้านนี่ใช่มั้ย” ผมชวนคุย ร่างสูงกำลังพิมพ์คุยงานในไอแพดแต่ก็ตอบผมอยู่ดี 

 

“อืม” 

 

“มึงโกรธอะไรกูป่ะวะ” ผมถามออกไปตรงๆ สายตาคมมองหน้าผมทันที 

 

“มึงก็น่าจะรู้ตัว” 

 

“เรื่อง ?” 

 

“เฮ้อ ถ้ามึงยังไม่รู้ตัวอย่ามาทำให้กูอารมณ์เสีย” ร่างสูงพูดเสียงเด็ดขาดก่อนจะเก็บไอแพด ผมมองมันด้วยสีหน้ายุ่งๆ 

 

“เรื่องที่กูชอบชวนทะเลาะน่ะหรอ” ผมถามอีกครั้ง เอาจริงๆคดีผมมันก็เยอะ  

 

“อืม” 

 

“กูจะพยายามลด” ผมพูดบอก สบตากับมันตรงๆ นี่กูง้อมึงแล้วนะมันก็ยังทำท่าทีเฉยเมยใส่ผม 

 

“มึงก็พูดแบบนี้ตลอด” คำพูดมันจี้ใจดำผม ร่างสูงยืนกอดอกมองหน้าผมนิ่งๆ ผมลุกนั่งแบบเนียนๆ 

 

“แล้วจะให้กูทำยังไง” ผมหมดหนทางแล้วจริงๆ พอบอกจะพยายามปรับมันก็ไม่เอาประชดผมคืน 

 

“มึงไม่เคยทำได้เลยฟิก” ผมสะอึกไปเลยกับคำพูดของไอ้อชิ 

 

“กูคงสร้างแต่ปัญหาให้มึง” 

 

“ถ้ามึงจะจุดประเด็นแล้วเข้าเรื่องดราม่าอีกกูจะไม่คุยด้วยละ ไร้สาระ” ร่างสูงพูดจบก็เดินออกไปสูบบุหรี่นอกระเบียงเพื่อระงับอารมณ์ ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว มองมันสูบบุหรี่หมดไปหลายมวนก็ไม่เข้ามาสักทีผมเลยตัดสินใจออกไปตาม 

 

“เดี๋ยวฝนจะตกดึกแล้วด้วยนอนได้แล้ว” 

 

“เดี๋ยวกูเข้าไป มึงนอนไปก่อน” 

 

“มึงจะโกรธอะไรกูนักหนา!” ผมทนไม่ไหวแล้วนะ ผมอึดอัดมันไม่เคยโกรธผมมากขนาดนี้ปกติแปบๆมันก็หาย  

 

“…..” ไอ้อชิเงียบแต่ก็อัดบุหรี่เข้าปอดตลอด 

 

“กูกำลังง้อมึงอยู่นี่ไง” ผมบอกมันตามตรงที่ผมนั่งรอโดยไม่กินข้าว บอกจะรอนอนพร้อมกันขนาดนี้มันดูไม่ออกหรอ 

 

“กูเคยบอกมึงใช่มั้ยว่ากูคนก่อนที่เคยทำร้ายมึงได้ตายไปแล้ว ….กูอยากให้ฟิกคนที่ไม่ทำร้ายกูตายไปบ้าง” 

 

“!!!” ผมชะงักกับคำพูดของมัน เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกที่ลำคอผม ร่างสูงหันมามองหน้าผมตรงๆ หัวใจผมสั่นไหวเมื่อเห็นดวงตามันเจือความเจ็บปวดอยู่ในนั้น ผมเคยเห็นมันเป็นแบบนี้ 

 

“มึงก็รู้กูรักและยอมมึงทุกอย่าง แต่สิ่งที่กูทำทำไมมึงมองข้ามไปหมดหรือมึงไม่เคยลืมเรื่องที่กูทำกับมึงได้เลย” น้ำเสียงมันตัดพ้อผม ผมเม้นปากแน่นดวงตาเริ่มร้อน ผมพูดไม่ออก 

 

“….” 

 

“เหมือนกูพยายามรักษาความรักของเราอยู่คนเดียวเลยว่ะ” 

 

“ไม่ใช่นะ” ผมพูดห้ามมัน แต่ไม่ทันมันไม่มองหน้าผมเลย 

 

“ไม่ใช่ยังไง กูรอมึงเป็นปีกว่ามึงจะยอมคบกับกูจริงจัง แต่ทำไมมึงมองข้ามจุดนั้นแล้วไม่ยอมปรับทั้งสองฝ่ายวะ กูเหนื่อยที่ต้องปรับอยู่ฝ่ายเดียว” 

 

“……” ผมร้องไห้เมื่อเจอคำพูดตรงๆของมัน ผมรู้สึกผิดที่ทำผิดพลาดจริงๆในครั้งนี้ บางครั้งผมก็ควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะผมชินที่ตัวเองงี่เง่าแล้วมันง้อผมตลอดจนผมมองข้ามมัน ไม่เคยทำอะไรดีๆให้มันเลย 

 

“กูทำผิดพลาดตรงไหนวะ” ไอ้อชิยังโทษแต่ตัวเอง น้ำตาผมไหลอย่างห้ามไม่อยู่ 

 

“กูขอโทษ” ผมพูดบอกเสียงแผ่ว  

 

“นี่เป็นคำพูดที่มึงควรพูดตั้งแต่แรกที่เจอหน้ากู” 

 

“......”  

 

.....วันนี้เป็นวันที่ผมเสียใจที่สุด เหมือนผมกำลังจะเสียมันไปยังงั้นแหละ  

 

สุดท้ายผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย เหมือนผมเป็นคนโง่คนหนึ่งที่มองไม่เห็นคนรักของตัวเองในสิ่งที่มันทำให้ผมแต่ผมกลับเอาแต่ทำร้ายมันจนวันนี้ที่เหมือนมันเองก็อยากจะบอกผมตรงๆในสิ่งที่มันเก็บมาตลอด ถึงปากผมจะบอกให้โอกาสมันแก้ตัวจนตัดสินใจคบกัน แต่ผมทำเหมือนตัวเองยังไม่ให้อภัยมันกับเรื่องในอดีต ผมกำลังทำร้ายมันโดยไม่รู้ตัว 

 

************ loading 50 per. ***************** 

 

พอเช้าไอ้อชิมันก็ออกไปทำงานตามปกติแต่แค่มันไม่พูดอะไรกับผมสักคำ มันยังไม่หายโกรธแต่ผมก็ไม่กล้าพูดอะไรอยากให้มันอารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนกลายเป็นว่าต่างคนต่างเงียบใส่กัน

 

ผมเดินเข้ามาในคลินิกวันนี้ตั้งใจจะมาขอแลกเวรกับเพื่อนเพราะอยากลองชวนไอ้อชิมันไปเที่ยวดูเผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้นแต่คงไม่ใช่อาทิตย์นี้เพราะมันดูยุ่งมาก แต่กว่าผมจะได้เจอแพรแพทย์หญิงอีกคนก็ตอนผมออกเวรเวลาผมทำงานผมไม่มีเวลาได้คิดถึงเรื่องอื่นมันก็ทำให้ผมสบายใจอยู่ไม่น้อย จนกระทั่งถึงเวลาที่ผมจะต้องคุยกับแพร เธอเดินเข้ามาในคลินิกพร้อมกับแฟนอีกอย่างทั้งสองคนก็หมั้นกันแล้วผมก็สนิทกับแฟนแพรระดับหนึ่ง

 

“สวัสดีครับพี่พัค” ผมทักทายร่างสูงที่เป็นแฟนของเพื่อน พี่พัคก็ยิ้มรับอย่างเอ็นดู อิจฉาแพรเหมือนกันที่ได้แฟนอบอุ่นแบบนี้

 

“ฟิกกลับเลยก็ได้นะ เลยเวลามาแล้วนี่”

 

“พอดีเราอยากคุยอะไรกับแพรหน่อยน่ะ”

 

“ได้สิ งั้นเข้าไปในห้องนะ พี่พัครอแพรข้างนอกก่อนนะ”

 

“ได้ครับ”

 

ผมยิ้มบางให้ทั้งคู่ก่อนจะเดินนำแพรเข้ามาในห้องตรวจถ้าเกิดพูดต่อหน้าแฟนเธอมันก็คงดูไม่ดี ผมเลยพูดตกลงกับแพรเรื่องที่จะขอแลกเวรอาทิตย์หน้าเธอก็ตกลงพอดีกับที่อาทิตย์นี้เธอก็อยากจะแลกกับผม ผมก็ต้องเตรียมใจแล้วว่าอาทิตย์นี้ตัวเองจะเลิกดึกกว่าทุกวันมันก็หนักพอตัวเลยล่ะแต่จะให้ทำยังไงถ้าผมไม่อดทนมันก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยน จู่ๆเราจะหยุดงานเลยก็ไม่ได้ เมื่อเราตกลงกันได้ว่าแค่สามวันเท่านั้นแค่นี้ก็หนักมากแล้ว คุยธุระเสร็จผมก็ลาทุกคนกลับบ้านเมื่อมาถึงคอนโดผมก็เป็นฝ่ายกดโทรหาไอ้อชิ

 

ตืด...ตืด.....ตืด

 

....มันไม่รับสายผม

 

“เฮ้ออ” ผมถอนหายใจเซ็งๆ ผมทำอาหารง่ายๆทานเองไม่อยากคิดอะไรมันจะทำให้ผมระเบิดอารมณ์ใส่มันเปล่าๆ ผมนั่งเล่นอยู่นานกว่าไอ้อชิจะกลับมา เมื่อเห็นประตูเปิดผมก็ดูเวลามันชักจะดึกมากขึ้นทุกวัน มันไม่มองหน้าผมด้วยซ้ำจนผมเริ่มจะทนไม่ไหวจริงๆ มันจะทำให้ยุ่งยากทำไม ผมยิ่งอารมณ์ขึ้นง่าย

 

“มึงเป็นอะไรมากมั้ย”

 

“….” มันเงียบ ผมเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้ามันขวางทางมันไม่ให้เดินไปไหน ร่างสูงถอนหายใจใส่หน้าผมมันทำสีหน้าเรียบเฉยจนผมอ่านไม่ออกว่ามันกำลังคิดบ้าอะไรอยู่

 

“กูถาม มึงก็ตอบ”

 

“กูต้องตอบอะไร”

 

“ก็กูถามว่ามึงเป็นอะไรนักหนา! กูชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ โทรหาก็ไม่รับคุยด้วยก็ไม่คุยด้วย!” ผมขึ้นเสียงใส่มัน ร่างสูงขมวดคิ้วทันทีสีหน้ามันก็ดูโกรธไม่แพ้ผม

 

“กูพูดไปทุกอย่างแล้วฟิก มึงยังจะเป็นแบบเดิมอยู่หรอ”

 

“กูก็กำลังพยายามปรับอยู่นี่ไง!” การที่ผมยอมลงให้มันแบบนี้ผมยังไม่ปรับอีกงั้นหรอ มันต้องการแบบไหนทำไมมันไม่พูด นี่ผมต้องเปลี่ยนเป็นคนอื่นงั้นหรอมันถึงจะพอใจ

 

“พยายามอะไรของมึงกูยังไม่เห็นมันสักอย่างเลย!” เสียงเข้มตวาดใส่ผมยิ่งทำให้ผมโกรธจนหน้าแดง ผมเริ่มอยากจะร้องไห้เพราะผมโกรธแล้วจริงๆ มันไม่ยอมลงให้ผมแบบนี้ทำให้ผมคิดแล้วว่ามันรักผมน้อยลง

 

“ที่มึงเป็นแบบนี้มึงมีคนอื่นใช่มั้ยห้ะ!!!” ผมถามมันเสียงดังลั่น ไอ้อชิขบกรามแน่นจนเส้นเลือดมันนูนขึ้นผมยังไม่เคยเห็นมันโกรธผมขนาดนี้ แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดแล้วผมเองก็จะพูดในสิ่งที่คิด

 

“พอ! กูจะไม่คุยกับมึงอีกถ้ามึงยังคอยแต่จะหาเรื่องกู”

 

“แล้วทำไมมึงไม่ยอมลงให้กูบ้างกูยอมมึงแล้วนะ!”

 

“แบบนี้หรอที่มึงเรียกว่ายอม กูยอมมึงมาตลอดฟิกแค่มึงไม่เห็นแล้วยังมาหาว่ากูมีคนอื่นอีก ตลอดเวลามึงเคยไว้ใจกูบ้างมั้ย”

 

“กูไว้ใจ แต่มึงยังทำท่าทีแบบนี้จะให้กูคิดว่ายังไง มึงไม่ยอมคืนดีกับกูยังบึ้งตึงใส่กู”

 

“….กูว่าเราถอยออกมาคนละก้าวเหอะเผื่ออะไรมันจะดีขึ้น”

 

กึก

ผมหยุดนิ่งทุกอย่างทันทีเมื่อมันพูดคำนี้ออกมา สีหน้ามันดูเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่ผมเป็น น้ำตาผมร่วงอย่างห้ามไม่อยู่ถึงจะพยายามเช็ดแต่มันก็ยังไหล ผมรู้สึกเจ็บปวดมากตลอดเวลาที่ผมอยู่กับมันผมก็อยู่เพราะรักมันแต่สิ่งที่มันต้องการคือการที่ให้ผมยอมมันบ้าง ผมก็กำลังพยายามอยู่ แต่ทำไมผมถามมันก็ไม่ยอมพูดจนมันทำให้เราทะเลาะกันใหญ่โตแบบนี้แต่ในเมื่อมันเลือกแบบนี้แล้วผมเองก็คงห้ามอะไรมันไม่ได้

 

“มึงจะห่างทำไม…ไม่เลิกกันไปเลยวะ” ผมพูดเสียงสั่น มองหน้ามันด้วยสายตาจริงจัง มึงเป็นคนดึงกูเข้ามาแล้วก็ผลักไสกูออกไปแบบนี้หรอที่เรียกว่ารัก มันยังจะพูดได้เต็มปากอยู่หรอว่ามันรักผม

 

“ตามใจมึงเหอะ”

 

“!!!” หัวใจผมกระตุกทันทีกับสิ่งที่ได้ยิน ร่างสูงเดินผ่านผมไปด้วยท่าทีนิ่งๆ ผมทำอะไรไม่ถูกเมื่อความปากไวของตัวเองทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ ผมไม่ได้ต้องการเลิกกับมัน ผมแค่อยากให้มันเลิกทำท่าทีเมินเฉยผมสักทีผมก็ต้องการแค่นั้นแต่ทำไมมันยังไม่ยอมหยุดสักที ผมพยายามไม่ร้องไห้ออกมาแต่แม่งก็ห้ามยากจนต้องแอบไปร้องไห้ห้องนอนแขก ผมจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองอ่อนแอขนาดนี้ครั้งล่าสุดคือเมื่อไหร่

..

..

 

คู่ของเรามันคงไม่ได้ราบรื่นเหมือนคู่อื่นมันถึงได้ลงเอยแบบนี้ ผมกลับมานอนที่บ้านได้หนึ่งวันแล้วซึ่งมันรู้สึกแปลกจนทำให้ผมปวดหนึบที่อกไปหมด ผมพยายามทำตัวให้ยุ่ง ไม่มีสายเรียกเข้าหรือข้อความจากไอ้อชิผมเองก็ไม่ได้โทรหรือทักไป ถ้ามันต้องการแบบนั้นผมก็ให้มัน แต่ผมก็แทบคลั่งทุกครั้งที่คิดถึงมันเราไม่เคยห่างกันเลยจนผมลืมไปแล้วว่าการนอนคนเดียวมันรู้สึกยังไง ส่วนเรื่องนี้ผมยังไม่ได้บอกเพื่อนสักคนและผมก็ไม่ได้อยากระบายให้ใครฟังด้วย

 

ผ่านมาอีกหนึ่งวันมันคือวันหยุดผมเพราะคลินิกปิดผมตั้งใจจะกลับไปเอาคอม ซึ่งไอ้อชิมันก็รู้ว่าวันหยุดผมแต่ผมก็รู้ว่ามันไม่อยู่หรอกเราแทบจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเลยด้วยซ้ำไป ผมขนของก่อนออกจากห้องให้คนที่บ้านมาช่วยด้วยเลยเร็ว ผมรีบขนรีบออกเพราะบรรยากาศเก่าๆมันทำให้ผมคิดถึงมันจนผมอยากจะร้องไห้

 

ครืดดด.....ครืดดดด

ผมหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดูเมื่อมีคนโทรมา เป็นไอ้ชามโทรมาผมรู้สึกได้ว่ามันคงรู้เรื่องของผมกับไอ้อชิแล้วผมเลยตัดสินใจไม่รับสายแต่มันก็ยังตื้อโทรมาย้ำๆจนอดจะรับสายมันไม่ได้ มันทำให้ผมหงุดหงิด

 

“อะไรของมึง” ผมถามมันเสียงห้วน

 

(“มึงบอกเลิกไอ้อชิหรอ”)

 

“เออ” ไม่รู้ว่าเรียกว่าบอกเลิกมั้ยนะแต่ผมจะยอมรับก็ได้ยังไงซะมันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร

 

(“เกิดอะไรขึ้นวะ”)

 

“มันโกรธกูไม่หาย กูง้อแล้วแต่แม่งก็ยังลีลา” ผมพูดไปตามตรง

 

(“อีกแล้วนะมึงเนี่ย มึงก็รู้ว่ามันอยากให้มึงง้อแบบอ้อนๆ”)

 

“กูไม่ทำ” ผมตอบกลับทันที

 

“แล้วถ้ามันอยากได้แบบนั้นมึงก็บอกให้มันไปหาใหม่ ไม่ใช่มาบอกให้กูเปลี่ยน!” ผมกระแทกเสียงลงไปอีกครั้งยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด

 

(“เห้ยมึงใจเย็นๆก่อน ถ้ากูอยู่กับมึงกูจะเขกหัวมึงให้เลย! คนเรานะเว้ยมันจะรักกันได้มันก็ต้องยอมปรับเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ถ้าการที่อีกคนขอให้มึงง้อดีๆมันก็คือความสบายใจของเขามึงก็ทำให้เขามันก็ไม่เห็นยากอะไรถ้าเกิดว่าเราไม่อยากเสียเขาไป”) ไอ้ชามพูดออกมายาวเหยียด เหมือนไอ้อชิจะไปเล่าให้มันฟังตลอดมันถึงได้รู้ดีนัก เมื่อมันพูดซะผมพูดไม่ออกแบบนี้ผมก็ยอมอ่อนลงให้เพื่อน

 

“มึงก็รู้กูไม่ใช่คนแบบนั้น”

 

(“เพราะกูรู้นี่ไงกูถึงโทรมาว่ามึง จะบอกว่ากูเข้าข้างไอ้อชิก็ได้แต่เรื่องนี้มึงก็ผิดจริงๆ ทำไมมึงไม่ยอมมันสักครั้งบ้างวะ”)

 

“กูยอมแล้ว” ผมยอมมันแล้วนี่

 

(“ยอมขนาดไหนมันยังบอกอยู่เลยมึงง้อมันด้วยการโทรตามแค่เบอร์เดียว พอเจอหน้ามันก็อาละวาดใหญ่โต หาว่ามันมีคนอื่นอีก”)

 

“มันขี้ฟ้องจังวะ มึงเป็นแม่มันรึไง” ผมอดจะแขวะไม่ได้

 

(“มึงก็รังแกมันเกินไปจริงๆ ถ้ามึงรักมันมึงก็ง้อมัน กูเชื่อว่ามันเลิกกับมึงไม่ได้หรอกสุดท้ายมันก็จะมาง้อมึงแล้วเมื่อไหร่ล่ะที่มันจะถูกง้อบ้าง”) ไอ้ชามพูดจี้ใจดำผมสุดๆจนผมจิ๊ปากอย่างขัดใจ มันเป็นแบบนี้จริงๆตอนมันโกรธมันก็หายเอง หรือพอผมโกรธมันก็รีบง้อ

 

“……” ผมเงียบพูดอะไรไม่ออกเพราะคำพูดไอ้ชามมันทำให้ใจผมสั่นไหว

 

(“อย่าทำให้ใครเจ็บเพราะเราเลยมึง คนเจ็บมันทรมานไม่ใช่หรอวะ”)

 

“อืม”

 

(“กูรู้ว่ามึงรักมัน มึงไปง้อมันเถอะคืนนี้มันอาจจะไปเที่ยวผับพี่โคม่าก็ได้มึงก็ลองไปดู”)

 

“เออ” ผมตอบเสียงห้วน มันจะพูดอะไรเยอะแยะตอกย้ำผมรึไงว่าผมผิด

 

(“แล้วก็พูดดีๆ….”)

 

ตี๊ด!

ผมทนไม่ไหวกดตัดสายเพื่อนทันที มันจะอะไรนักหนาก็ไม่รู้แล้วที่มันพูดออกมาปาวๆเนี่ยมันจะถูกไปหมดแบบนี้ไม่ได้เพราะมันทำให้ผมรู้สึกดีที่คิดว่ายังไงเราก็ไม่มีทางเลิกกันได้

 

“กูจะง้อมึงก็ได้วะ” ผมพูดพึมพำกับตัวเอง แล้วแม่งอ้อนๆหรอ ผมทำไม่เป็นหรอกตั้งแต่นิสัยผมเปลี่ยนผมก็ไม่เคยอ้อนมันเลย พูดจาดีๆกับมันก็นับครั้งได้

 

“ไปเลยมั้ยครับคุณหนู”

 

“ยังครับ ผมว่าจะเอาของกลับไปไว้ที่เดิม”

..

..

 

@ผับ

 

ผมมาที่ผับจริงๆแล้วก็พ่วงไอ้พัดกับดี้มาด้วยมันเหมาะเจาะมากที่พวกมันสองคนโผล่มาหาผมได้จังหวะ ผมก็เล่าเรื่องให้เพื่อนฟังไอ้พัดก็ต่อว่าผมใหญ่แต่ผมไม่สนใจ โมโหใส่มันไปทีมันถึงได้หยุด ไอ้พัดก็คือไอ้พรนั่นแหละมันเป็นทอมส่วนดี้คือแฟนสาวสุดสวยของมัน เราสามคนเลือกโต๊ะนั่งด้านล่างเพราะถ้าจะนั่งด้านบนในส่วนวีไอพีคือต้องมีบัตรเปิดโต๊ะ ปกติผมมากับไอ้อชิเลยมีโต๊ะให้อยู่แล้ว

 

“มึงขึ้นไปหาผัวมึงเลย” ปากมันก็ยังดีไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

 

“ไม่”

 

“เล่นตัวอีกละ สรุปใครง้อใคร” ไอ้พัดพูดพร้อมมองหน้าผมแบบหน่ายๆ ผมไม่แคร์

 

“ให้มันเห็นกูเอง กูอยากรู้ว่ามันจะทำยังไง”

 

“มันจะเห็นมึงได้ยังไงเรานั่งอยู่ข้างล่างเนี่ย”

 

“เดี๋ยวซิมก็ไปบอกมันเอง” ผมพูดถึงซิมผู้จัดการร้านของพี่โคม่าเขา ผมรู้ว่าซิมเห็นผมแล้วผมถึงได้นั่งสบายใจแบบนี้ เราสั่งเครื่องดื่มก่อนจะนั่งดื่มกันจนผมมึนๆไอ้อชิแม่งก็ไม่เดินมาเล่นตัวแถวผมเลย มันรู้ว่าผมมาแน่ๆแต่มันก็ทำเป็นไม่สนใจ ผมอดจะหงุดหงิดมันไม่ได้

 

“มึงหยุดเลยไอ้ฟิก สีหน้ามึงออกมากว่าอยากอาละวาด”

 

“ขนาดนั้นเลยหรอวะ”

 

“เออ ขนาดนั้นแหละมึงอารมณ์ร้ายจะตาย ใจเย็นๆบ้างเถอะ สูดหายใจเข้าลึกๆ” ไอ้พัดแนะนำให้ผมทำ ผมก็บ้าจี้ทำตามมันแต่มันก็ใจเย็นขึ้นมานิดหนึ่งยอมรับว่านิดเดียวแค่นั้น ผมทนไม่ไหวแล้ว

 

พรึ่บ

 

ผมตัดสินใจลุกขึ้นไอ้พัดกับดี้พยายามดึงผมแต่มันก็แรงผู้หญิงเอาผมไม่อยู่ได้แต่ปล่อยให้ผมเดินจ้ำอ้าวขึ้นไปด้านบน ผมอยากเห็นว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ การ์ดก็ห้ามผมไม่ได้เพราะผมก็วีไอพีพอสมควร สายตาผมเห็นคนคุ้นเคยกำลังนั่งหัวเราะสนุกสนานกับเพื่อนและสาวๆอีกสองคน เลือดผมขึ้นหน้าทันทีที่เห็นผู้ชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักต่างกับผมลิบลับนั่งข้างมันแถมกำลังคุยกันอย่างสนุกออกรส ผมแค่นหัวเราะทันทีเหมือนผมกำลังจะเป็นบ้าผมก้าวเท้าเข้าไปหามัน ทุกย่างก้าวของผมมันหนักไปหมดเหมือนน้ำตามันจะไหลได้ทุกเมื่อหรือมันไหลไปแล้วผมก็ไม่รู้ตัว ใบหน้าหล่อชะงักค่อยๆหุบยิ้มทันทีที่เห็นผม ทุกคนบนโต๊ะหยุดทุกการกระทำมองมาที่ผมคนเดียว

 

‘ใจเย็นๆมึงค่อยๆหายใจ’  จู่ๆคำพูดของไอ้พัดก็ลอยเข้ามาในหัวผม ผมเลยพยายามข่มตาแน่นแล้วหายใจเข้าลึกๆก่อนจะยิ้มสยองไปให้ไอ้อชิ มันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อไม่เห็นผมโวยวาย

 

“กูอยากคุยกับมึง” ผมพูดเสียงเรียบ มองหน้ามันตรงๆแต่ผมก็พยายามกัดฟันข่มอารมณ์ไว้อยู่

 

“แต่กูไม่มี” ไอ้เหี้ย ผมอยากจะด่ามันอยากอาละวาดแต่ก็ต้องข่มไว้ไม่งั้นความตั้งใจผมมันจะพัง

 

“นี่ใครหรอครับพี่อชิ” ไอ้เด็กน้อยข้างๆมันถามออกมาแบบหน้าตาเฉย ผมหน้าตึงทันทีมองไอ้อชิด้วยสายตานิ่งๆ เรียกพี่อชิด้วยสิคงถูกใจมันเลยดิถึงได้มานั่งข้างกันแบบนี้

 

“เดี๋ยวไปคุยกันหลังร้าน พวกมึงดื่มกันไปก่อน”

 

“เออ คุยดีๆ” พี่โคม่าพูดบอกไอ้อชิก็ลุกขึ้นยืนเดินนำผมไป ผมยังไม่ตามมันไปมองเด็กบ้านั่นที่กำลังมองหน้าผมอย่างขัดใจไอ้อชิเองก็ถึงกับหยุดเดิน

 

“ฟิกๆ ตามมันไปสิ” พี่วิลได้ทีรีบพูดบอก เขาคงอ่านผมออกว่าผมจะทำอะไร ก็มันมองหน้าผมแบบหาเรื่องสุดๆมันก็คงแรงไม่เบาถึงได้กล้าท้าทายผมแบบนี้ ผมเป็นพวกไม่ยอมใครด้วยดิแต่จะให้ทำก่อนมันก็ยังไงอยู่ถึงได้แต่สบตากลับแบบไม่ยอมแพ้แบบนี้

 

“มองหน้าทำไมอ่ะ มีปัญหาหรอ”

 

“เออ” ผมตอบกลับทันที ร่างเล็กลุกขึ้นยืน ไอ้อชิจับต้นแขนผมไว้แน่นจนผมเจ็บ ผมตวัดสายตาไปมองหน้ามันอยากจะพูดกระแทกหน้ามันว่ามึงปกป้องมันหรอ! แต่ก็ทำไม่ได้ มันมองหน้าผมนิ่งๆเหมือนกำลังดูว่าผมจะทำอย่างที่มันคิดไว้มั้ย

 

“มึงห้ามกูหรอ” ผมถามมันเสียงรอดไรฟัน ผมกำลังอดทนแต่จะทนได้นานแค่ไหนผมไม่รู้!

 

“อย่าสร้างปัญหาได้มั้ย” ผมกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินในสิ่งที่มันพูด เออผมมันตัวสร้างปัญหาอยู่แล้วนี่

 

“พี่อชิครับผมว่าอย่าไปคุยกับคนบ้าเลยครับ” เด็กนั่นรีบเดินมากอดแขนอีกข้างของไอ้อชิไว้ ผมมองมือมันที่กอดแขนไอ้อชิอยู่ด้วยสายตาอึ้งๆ สลับกับมองไอ้อชิที่หน้าเครียดไปแล้วผมไม่สนใจว่ามันด่าผมว่าบ้าหรืออะไรแต่ผมไม่ยอมที่มันมาแตะต้องตัวกันต่อหน้าผมแบบนี้

 

“มึงออเซาะซะออกนอกหน้าเลยนะมันเป็นผัวมึงแล้วหรอวะ!?”

 

“อะ อะไรนะ!!?” ร่างเล็กสะดุ้งตะใจเมื่อเห็นผมตะคอกใส่หน้า เรายืนอยู่ใกล้กันไม่น้อยเลยแถมอารมณ์ผมมันกำลังเดือด

 

“กูถามว่ามันเป็นผัวมึงหรอ!!” ผมตวาดลั่น รอบข้างเงียบกริบ เด็กนั่นกลืนน้ำลายลงคอมองผมด้วยสายตาสั่นๆ มือมันค่อยๆปล่อยออกจากแขนไอ้อชิแล้วยกมาปิดปากตัวเอง

 

“มะ ไม่ใช่”

 

“เออ!!! งั้นมึงก็รู้ไว้ว่ามันเป็นผัวกู!!”

 

“!!!!”

 

*******************

เจ้าที่แรงเด้ออออออออออ คู่นี้ก็มีถึงแค่ 7 ตอนนะคะ เม้นด้วยนะจุ๊บๆ  

 

TBC. 

 

 

 

ความคิดเห็น