ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : The tood The End.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ค. 2563 03:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
The tood The End.
แบบอักษร

  

  

 

  

  

ไม่น่าเชื่อว่าสภาพตัวเองหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจะเกินคาดกับสิ่งที่อาร์ชี่คิดไว้จากที่คิดว่าอาจจะลุกไม่ได้ข้ามวันข้ามคืนแต่ตอนนี้อาร์ชี่ชักไม่แน่ใจว่าร่างกายของตนจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ ช่องทางของเธอในตอนตะวันแยงตูดเรียกได้ว่าเป็นยกสุดท้ายของท้ายสุดกว่าจะอ้อนวอนสุดกำลังหลังจากที่พี่อคิราห์ถอนออกก็เห็นเป็นรูโหว่เรียกได้ว่าถึงขั้นหลวมเลยก็ได้ต้องใช้เวลาอีกหลายกว่าวันที่อาร์ชี่สามารถทำให้มันกลับมาฟิตเปี๊ยะเหมือนเดิม!

 

แต่แบบว่านะ..มีแฟน*ใหญ่มันก็ต้องคุ้นชินกับเรื่องพวกนี้อะเนาะ..

 

 

สั่งครีมออน์ไลน์ที่ให้น้องฟิตขมิบเสียวฟินๆ ดีไหมนะ..

 

อ้ะๆ หนูๆ พี่ไม่แนะนำของไม่มีอย.นะค้า

 

 

เสียตัวทั้งทีเราก็ต้องปล้นเงินผัวให้คุ้มค่ะยิ่งยามว่างๆ ตอนพักฟื้นร่างกายก็กดเข้าแอปช้อปปิ้งหลายร้านเป็นว่าเล่นตัดยอดเล่นจากบัตรผัวบ้างเสียเงินปลายทางก็เงินผัวด้วยงานนี้นังอาร์ชี่ใช้งานผัวคุ้มมาก! บอกเลย!

 

“มากินข้าว”

“หนูลุกไม่ด้ายย” อาร์ชี่ไม่สนใจคำสั่งแต่ตะโกนตอบกลับไปแทนเสียงด้านนอกยังคงกดเลื่อนดูสินค้าในแอปพลิเคชันไม่วางตาสักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องตามด้วยกลิ่นหอมๆ ของน้ำซุปที่อคิราห์เดินถือมาวางไว้ตรงโต๊ะข้างเตียง

“แค่นี้ทำสำออยนะมึงทีตอนทำละไม่คิด”

อาร์ชี่ยู่ปากไม่สนใจรับฟังเสียงบ่นของอคิราห์ค่อยๆ คลานไปใกล้กับอาหารนั่งลงข้างเตียงมองอาหารในตอนสายอย่างข้าวต้มกุ้งเบาสบายท้องกับน้ำผลไม้เย็นๆ ชื่นใจแค่นี้ก็ควรพอเพราะไม่อยากทานของหนักให้ลำบากตัวเองทีหลังนัก ตักชิมน้ำซุปร้อนๆ แล้วมันชื่นใจกับรสชาติหอมหวานกลมกล่อมคาดว่าคงสั่งมาจากร้านใดร้านหนึ่งมากกว่าทำเองแน่ๆ ในระหว่างที่เธอกำลังทานอาหารเช้าอคิราห์ก็หันไปจัดการเคลียงานบนโต๊ะทำงานของตัวเองอาร์ชี่เหล่มองเล็กน้อย

 

“วันนี้พี่ไม่ไปเรียนเหรอ”

“เมียป่วย”

 

“แหม หนูอยู่คนเดียวได้น่าแค่นี้จิ้บๆ” จากประสบการณ์ตุ๊ดร่างบางอย่างเธอแต่ใช่ว่าจะอ่อนแอมากนักแค่ตอนนี้ไม่มีแรงแทบจะเดินกับปวดไปทั่วร่างแค่นั้นเรื่องเล็กน้อยมากก

 

“เหรอ แต่วันนี้กูมีธุระกับคนสำคัญว่ะ”

 

“ใคร?” อาร์ชี่หูผึ่งเมื่อได้ยินคำว่า สำคัญ ออกจากปากอีกคนพยายามนึกว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครถึงได้มีค่ากับอคิราห์มากขนาดนี้ว่าไปก็พลางมีอารมณ์เดือดที่มันกำลังลุกลามถ้าหากไม่ได้ยินคำตอบจากอคิราห์อีกรอบเธอคงได้ไปบึ้มบ้านใครสักคนแม้สังขารจะไม่อำนวยก็เถอะ

 

 

“ก็..คุณหญิงพิมพรไงละ”

 

“พิมพร?” ชื่อคุ้นๆ จังวะ

 

“อืม เห็นว่าจะมาคุยเรื่องลูกชายของตัวเองที่แรดมาอยู่กับผู้ชายแล้วไม่ได้บอกที่บ้านนะ”

 

“อ๋อ แรดจริงอะขนาดหนูยังไม่ได้เท่านายคนนั้นเลย คิคิ”

 

“หึ”

อาร์ชี่ยิ้แห้งเมื่อเห็นอคิราห์หัวเราะเยาะใส่เหลือบมองว่าตนนั้นทำอะไรตลกไปหรือไม่ถึงได้หันมาหัวเราะกันแบบนี้? แต่เอ..พอนึกๆ ไปแล้วเรื่องที่พี่อคิราห์เล่าก็คล้ายกับเรื่องของเขาเลยนะเนี่ยอย่างเช่นที่มีแม่ชื่อพิมพรและตัวเขาเองก็หนีมาอยู่กับพี่อคิราห์โดยไม่มีบอกกล่าวด้วย คิคิ..

 

 

กรี้ดดดดดดดดดด

 

 

“นั่นมันหนูนี่! -โอ้ยย” พอนึกขึ้นได้ก็เผลอลุกพรวดอย่างตกใจเป็นอันต้องรับเคราะห์ความเจ็บปวดเลยต้องค่อยๆ นั่งลงกับที่เหมือนเดิมแต่ตาก็ยังเหล่มองคนที่ยังแกล้งแอบขำไม่หยุด

“เออ แรดแล้วไม่รู้ตัวนะเมีย หึหึ”

“แล้วไปคุยกันตอนไหนเนี่ย!” ถ้าหากไปเจอคุณนายในท่าลุคเถื่อนๆ แบบปกติคุณนายแกไม่ว่าเอาเหรอว่าเธอดันเล่นคบหากับอันธพาลหรือพวกมาเฟียเข้านี่ถ้าไม่ได้มีหน้าหล่อๆ ของพี่อคิราห์ประดับไว้แม่เธอคงได้ด่าว่าเป็นกุ๊ยแน่ คุณหญิงท่านละเกลียดผู้ชายทำนองนี้มากที่สุด!

 

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

 

 

ก็เพราะความไม่ชอบส่วนตัวล้วนๆ ไม่มีน้ำหรือเนื้อนะสิ!

 

 

“ตอนไปยกเลิกคอนโดมึงแล้วดันเจอพอดี” อคิราห์เล่าอย่างไม่ทุกข์ร้อนมือก็ยังคงไล่ตรวจเช็คเอกสารของร้านที่มีเป็นกองภูเขาเนื่องจากแอบอู้ติดเมียไปตั้งหลายวัน

“แล้วไงต่ออะๆๆ”

“แม่มึงก็ถามกูว่าเป็นใคร”

“แล้วพี่ตอบไปว่าอะไร?” อย่านะ..ขออย่าให้เป็นสิ่งที่เธอคิดเลย..

 

 

“..ผัวมึง”

 

 

หมด

 

หมดกันกับความประทับใจแรกพบหน้ากันระหว่างแม่สะใภ้และลูกเขย กรี้ดด นังอาร์ชี่ละอยากจะร้อง!

 

 

“ทำไมพี่ไม่ตอบไปดีๆ กันเล่า! แฟนอะ! แฟนนทำไมไม่ตอบบ” อาร์ชี่โวย

“ก็กูอยากจะตอบอันนี้มึงมีปัญหารึไง!”

“ไม่มี! แต่แม่หนูอะมีแน่ ฮืออ”

“มึงจะเครียดทำไมแม่มึงไม่เห็นว่าอะไรเลยยังยอมเซ็นยินยอมยกเลิกเช่าสัญญาให้กูด้วยตอนนั้น”

“หะ แม่หนูไม่ว่าอะไรเลยเหรอ?” อาร์ชี่นึกแปลกใจปกติแม่ของเธอคงได้วีนใส่พี่อคิราห์ไปตั้งนานแล้วขนาดตอนนั้นแฟนเก่าของเธอที่มาโวยวายหน้าบ้านว่าเป็นผัวตอนที่พวกเขาเพิ่งจะเลิกกันแม่เธอด่ากราดเสียงดังจนชาวบ้านมุงกันเป็นโขยงแถมยังใช้สกิลบทน่าสงสารทำให้คนรุมด่าแฟนเก่าเธอเสียไม่เป็นผู้คนทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคนที่ผิดมันเธอเองแหละที่ดันไปนอกใจมันแล้วมาขอเลิกทีหลังอะ..

 

 

หึ้ยย ช่างเรื่องเก่าก่อนเรื่องใหม่ต้องมีประเด็นแน่ๆ!

 

 

อาร์ชี่มัวแต่นั่งเครียดแตกต่างจากอคิราห์ที่ยังทำงานอย่างผ่อนคลายมือของอาร์ชี่ที่กำลังเอื้อมหยิบโทรศัพท์ของตนเองกะจะโทรเข้าเบอร์แม่ของตนเองแต่ดันมีเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อนสักพักอคิราห์ก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูเผยให้ร่างของผู้หญิงวัยกลางคนที่หน้ายังคงความสาวไว้กับหุ่นผอมเรียวสวยผู้หยิงทุกคนเป็นอันต้องอิจฉาประกอบกับชุดที่เสริมสร้างให้เธอเปล่งประกายมากขึ้นใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางแม้จะดูเยอะแต่กับทำให้เธอคนนี้ดูสวยเป็นพิเศษและแน่นอนว่าอาร์ชี่เองที่แอบดูจากหน้าประตูห้องนอนเป็นอันต้องเบิกตากว้างเมื่อดันเจอใบหน้าแสนคุ้นเคยเข้า

 

 

“แม่!”

 

“ฮาย~ลูกชายดูท่าจะสบายดีนะ” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงกดยิ้มมุมปากเล็กน้อยพอได้เห็นแม่ของอาร์ชี่อย่างคุณหญิงพิมพรเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อที่กำลังฮิตในหมู่สาวๆ ก็เป็นอันเข้าใจได้แล้วว่าอาร์ชี่นั้นได้หน้าตาและหุ่นผอมบางมาจากใคร

“มาได้ไงเนี่ยแม่!” อาร์ชี่โวยวายอยู่หน้าห้องแต่กลับไม่ยอมเดินออกไปพูดดีๆ เพราะถ้าหากให้แม่เห็นตนเองในสภาพเดี้ยงแบบนี้คนแม่ที่ไวไฟยิ่งกว่าอะไรแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขานั้นพึ่งโดนอะไรมา

“พูดดีๆ เป็นไหมแล้วทำไมถึงไม่ออกมาคุยกันดีๆ ละ”

“อาร์ขี้เกียจ”

“เอ้ะ จะออกมาดีๆ หรือให้แม่ต้องลาก”

“ม้ายยยย!!” ไม่ทันได้เข้าไปลากเจ้าลูกตัวแสบของคุณหญิงพิมพรก็เป็นอันรีบมุดหัวหนีเข้าไปในห้องพร้อมกับเสียงล็อกประตูทันที คุณหญิงพิมพรได้แต่ถอนหายใจกับท่าทางของลูกตัวเองที่ทั้งแสบทั้งซนมาตั้งแต่เด็กจนไม่มีใครปราบได้ขนาดที่ว่ายอมให้ลูกชายคนเดียวของตระกูลเปลี่ยนเพศแกกับข้อแลกเปลี่ยนที่ต้องเชื่อฟังพ่อแม่แต่ทำตามสัญญาแค่ไม่กี่ปีก็เหลิงนอนกับคนไม่ซ้ำหน้าแฟนแต่ละคนก็ใช่ว่าจะดีที่จริงเธอไม่ได้อายที่ลูกของตนจะเกเรมากน้อยแค่ไหนแค่เธออยากหวังอยากจะให้ลูกเจอแต่คนดีๆ ไม่ต้องปวดช้ำน้ำใจกับคนที่คอยแต่จะหวังร้าย

 

 

“ดื่มน้ำก่อนเถอะครับ”

 

“อะ ขอบคุณจ๊ะหนูอคิราห์”

 

“เรียกผมอคิก็ได้ครับ” คุณหญิงพิมพรยิ้มรับน้ำส้มเย็นจากมือของผู้ชายร่างใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนคนปัจจุบันของลูกชายตนเองแม้จะไม่ได้คำแน่ชัดจากปากลูกตัวเองแต่แค่ดูบรรยากาศระหว่างสองคนนี้ผู้ใหญ่อย่างเธอก็รู้ได้ เธอนั่งลงโซฟาตัวยาวกลางห้องยกน้ำขึ้นจิบเล็กน้อยตาก็เหล่สังเกตคนที่นั่งห่างไปไม่กี่เมตรผู้ชายคนนี้ถือว่าเป็นลูกหลานคนโตที่เธอพอจะรู้จักอยู่บ้าง ฐานะการงานดีเลิศแต่ประวัติอาจจะมีไม่ดีบ้างตามประสาของผู้ชายที่ภายนอกดุเป็นออกจะไม่ยอมคนน้าตาดูดุก็จริงแต่เขาก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกลัวมากนักจึงพอจะกล้าสอบถามอะไรเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง

“ตอนนั้นไม่ค่อยได้คุยกันเยอะเท่าไหร่แม่เลยไม่ได้ถามว่าหนูอคิคบกับลูกแม่นานหรือยังจ๊ะ”

“ผมจำไม่ค่อยแม่นแต่ก็คงเกือบปีแล้วล่ะครับ”

“นานแล้วสินะ..” แล้วมาปกปิดแม่เกือบปีมันใช้ได้ที่ไหนฮะลูกคนนี้!?

“ผมนึกว่าคุณหญิงพิมพรรู้มาก่อนหน้านี้แล้ว”

“ก็นะ..พอรู้ข่าวลือมาบ้างแต่ลูกชายตัวดีของแม่ไม่ยอมเอ่ยปากบอกให้แม่ฟังสักที..อุ้ย หลังจากนี้จะเรียกแม่ก็ได้นะจ๊ะ”

“ครับ..เมื่อวานแม่ของผมคนไม่ไปรบกวนอะไรใช่ไหมครับ?”

“อุ้ย ไม่เลยจ้ะๆ คุณอาญิณน่ารักมากแม่คุยยาวกันไปตั้งสามสี่ชั่วโมงไม่หยุดเลย”

 

 

ในขณะที่ทั้งสองคนดูจะเข้ากันไปได้ด้วยดีจนอาร์ชี่นึกแปลกใจถึงขั้นต้องค่อยเปิดประตูออกมาลอบฟังว่าทั้งสองนั้นกำลังคุยอะไรแต่มันไกลเกินที่เขาจะได้ยินชัดด้วยความอยากรู้จึงขยับขาเข้าใกล้เรื่อยไม่ทันได้มองพี่ว่ามีของวางขวางทางไว้ทำให้อาร์ชี่เผลอสะดุดมันเข้าจนเกิดเสียงกระทบเรียกความสนใจจากคนที่กำลังคุยกันให้หันมองมาทันที

 

 

“โอ้ยย ไอ้กระถางบ้านี่!”

“กระถางมันอยู่ของมันดีๆ มึงจะไปด่ามันทำไม”

 

“พี่!”

“เอ้ะ เป็นเด็กเป็นเล็กขึ้นเสียงกับพี่เขาแบบนี้ได้ไงฮึ” อาร์ชี่อ้าปากค้างเหวอเมื่อเห็นแม่ตัวเองเข้าข้างอีกคนแทนที่จะด่าที่เขาใช้คำพูดไม่สุภาพกับเธอแต่ไหงดันมาเป็นเขาที่โดนด่าแทนซะงั้น?

“แม่!”

“มาคุยกับแม่ก่อนเลยลูกตัวดี” ไม่มีใครเข้าข้างแถมยังโดนแม่ลากแขนเข้าไปในห้องที่พึ่งจะออกมาอีกครั้ง คุณนายพิมพรเล่นลากอาร์ชี่ไกลถึงระเบียงหน้าห้องรู้ว่าจะกลัวคนที่อยู่ในห้องด้วยทำไมนักหนาถึงได้ทำท่าทางเป็นความลับถึงขั้นใช้น้ำเสียงซุบซิบกระซิบที่หูเธอแทน

 

 

“นี่! ..แม่ว่าคนนี้ก็พอใช้ได้นะ”

 

“หะ!? แม่-”

 

“ชู่วว เงียบๆ สิ! เดี๋ยวลูกอคิได้ยินเข้า” คุณหญิงพิมพรดุลูกชายไปยกใหญ่มือนิ้วชี้ยกขึ้นมาชิดปากเป็นสัญญาณบ่งบอกให้คนลูกลดเสียงลง

“แม่ไปกินอะไรผิดมาเนี่ยทำไมถึงได้ดูชอบพี่อคิราห์จังปกติเห็นด่าคนอย่างพี่แกเป็นว่าเล่น” ยืนยันนอนยันจะอะไรยันอาร์ชี่ก็มั่นใจว่าคุณนายพิมพรมักจะบ่นเสมอเวลาเจอผู้ชายสไตล์เถื่อนๆ หรือโหดตั้งแต่หน้าแบบพี่อคิราห์เจ้าตัวก็บ่นนู่นนี่เป็นว่าเล่นแถมยังมาชอบจับคู่ลูกชายตัวเองกับพวกคุณชายไฮโซที่คุณนายเธอรู้จักทั้งๆ ที่ไอ้พวกหน้าซื่อตาใสนี่แหละตัวดี! อาร์ชี่ถึงได้หนีออกจากบ้านมาเช่าคอนโดอยู่ด้วยตัวเองนี่แหละที่เป็นสาเหตุอีกอย่าง

 

“คนอย่างอคิเป็นแบบไหนแม่ถึงได้ไม่ชอบหะ!? ..แกดูหน้าหล่อๆ ..”

“หน้าโหดละสิไม่ว่า”

“ไม่โหดแล้วจะปราบแกได้ไหมฮะ!”

“โอ้ยยแม่อย่าตีหนูสิ!”

“ทีแรกแม่ก็คัดค้านหรอกแต่พอมานึกดูดีๆ แล้วนิสัยอย่างแกโหดๆ แบบอคิราห์สิถึงจะปราบได้อยู่หมัด!”

“ตรงไหน? พี่อคิยอมหนูจะตาย” อาร์ชี่ยืดอกอย่างมั่นใจในคำพูดทำให้คนเป็นแม่ต้องแสยะยิ้มเยาะโผล่หน้าไปมองคนที่พึ่งตกเป็นหัวข้อกำลังเดินเข้ามาเอาเอกสารกองบนโต๊ะอย่างไม่นึกจะเข้ามายุ่งเกี่ยวพวกเธอ คุณหญิงพิมพรที่คิดแผนการให้ลูกชายลดความมั่นหน้าของตนเองสักหน่อย

 

“แล้วผัวเก่าที่ตามแกมาถึงบ้านตอนนั้นละ!!”

 

“แม่! พูดอะไรบ้าๆ! แล้วจะเสียงดังทำไมเนี่ยย” จากที่ท่าทางมั่นใจกลายเป็นเลิ่กลั่กรีบใช้มืออุดปากแม่ตัวเองคอก็ชะเง้อมองอีกคนอย่างหวาดระแวงโชคดีที่อคิราห์เดินออกไปแล้วอาร์ชี่ก็ได้แต่หวังว่าเสียงของแม่ตัวเองจะไม่ดังถึงขนาดนั้นเหลือบมองแม่ตัวเองที่ยังคงมีรอยยิ้มอย่างคนรู้ทันให้สุดท้ายก็ทำได้แค่ถอนหายใจแล้วก็พยักหน้าอย่างยอมรับไม่ได้

 

จริงๆ ก็ไม่กลัวหรอกยกเว้นตอนอาการหึงหวงล่ะ โครต! น่า! กลัว!

 

 

บรื้ออ พูดแล้วขนลุก

 

 

“แล้วพ่อว่าไงมั่งอ่ะ” อาร์ชี่ถามถึงพ่ออย่างคุณอาเขตที่ได้แต่อยู่บ้านนับเงินไปวันๆ เพราะเป็นเจ้าของคอนโดลายแห่งที่เปิดให้เช่าทั้งใหม่และเก่าแต่ถึงอย่างงั้นงานก็รัดตัวแทบจะตลอดเวลาอาร์ชี่ไม่นึกกังวลว่าพ่อของตนจะยอมรับไม่ได้หรอกรายนั้นน่ะชิวๆ จะตายขอแค่ลูกตัวเองไม่เกเรหรือไม่สร้างปัญหาให้เจ้าตัวเหมือนตอนเด็กก็คงพอใจแล้ว

 

“จะเหลือเหรอรายนั้น! เปิดตึกเช่าให้อคิราห์ขยายสาขาร้านไปทั่วแล้ว”

 

“ห่ะ เดี๋ยว..แม่ว่าไงนะ?”

 

“ฟังไม่ผิดจ้าลูกแม่..พ่อแกหลงลูกเขยหัวปักหัวปำถึงขั้นจะยกสมบัติตัวเองให้แทนแกแล้วลูก”

 

“แล้วไปเจอกันตอนไหนอีกเนี่ยๆๆ” โอยย ทีแรกจะคบแบบเงียบๆ แต่ทำไมกลายเป็นว่าทั้งพ่อและแม่ของเธอจะรู้เรื่องทั้งหมดแถมยังดันถูกอกถูกใจพี่อคิราห์ยกใหญ่จนลืมลูกแท้จริงตัวเองไปแล้ว!?

“ไม่รู้สิเห็นบอกแค่ว่าเจอกันในงานสักงานหนึ่งแล้วลูกอคิเป็นคนบอกเรื่องที่กำลังคบกับแกต่อหน้าพ่อแกกับคนทั้งงานเลย..คนอะไรจะเท่ขนาดนั้นนะ”

 

 

คนอย่างพี่อคิราห์นี่มัน..

 

 

สุดๆ จริง..ให้ตายเถอะ

 

 

กูไม่เคยคิดที่จะลังเลทุกเรื่องที่เกี่ยวกับมึง’  

 

 

เชื่อเขาเลยจริงๆ ..

 

“ฝากลูกชายแม่ด้วยนะ..ถ้าดื้อก็ตีเลยจ้ะแม่ไม่ว่า” คุณหญิงพิมพรใช้เวลาพูดคุยกับลูกชายและแฟนหนุ่มของลูกตนเองได้สักพักก็ขอตัวกลับไปเตรียมอาหารเย็นให้สามีที่กำลังรอทานด้วยอยู่ที่บ้านก่อนกับก็แอบฝากลูกชายสุดที่รักไว้กับคนที่เธอพอจะไว้ใจได้ส่วนหนึ่ง

“ไม่เป็นไรครับ..ผมมีวิธีจัดการอย่างอื่นอีกเยอะ” อคิราห์ตอบด้วยท่าทางเรียบเฉียบเล่นเอาคนที่คิดทะลึ่งอย่าคู่แม่ลูกเป็นอันต้องเขินหน้าแดง

 

“แซ่บ” คุณหญิงพิมพรยิ้มย่องกระซิบใส่หูลูกชายเบาๆ

 

“แม่~” ส่วนคนอย่างอาร์ชี่ที่หน้าด้านยิ่งกว่าใครแต่กลับมาเขินอายเมื่อเจอแม่ตัวเองแซวเข้าจนหน้าดำหน้าแดงรีบกอดและบอกลาเกรงว่ามัวแต่โอ้เอ้กันนานจะเสียดายเวลาคุณนายไม่ทันเตรียมอาหารเย็นเสียเปล่า อคิราห์ไม่ได้ไปส่งอย่างที่ใจอยากเพราะคุณหญิงเรียกรถส่วนตัวจอดรอไว้ใต้คอนโดเรียบร้อยแถมยังหัวแข็งไม่ยอมให้พวกเขาไปส่งอีกจนต้องถอดใจก่อนจะให้คำสัญญาว่าพวกเขาจะกลับไปเยี่ยมที่บ้านแน่ๆ

 

“แม่ไปก่อนนะจ๊ะอย่าดื้อละอาร์ชี่! รักนะลูก”

“รักนะครับแม่ฝากบอกรักพ่อด้วย”

“จ้า”

 

 

ปัง..

 

 

“มึง-”

 

 

หมับ!

 

ประตูปิดไม่ทันไรอคิราห์ก็ถูกคนรักอยู่ๆ ก็เข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลังท่าทางออดอ้อนจนนึกสงสัยว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรกันแน่ถึงได้ทำอย่างนี้ ปกติก็ใช่ว่าจะไม่ทำแต่บรรยากาศกลับดูแตกต่างออกไปเท่านั้น..

 

 

“พี่อคิราห์..”

“อะไร”

 

“พี่อคิ..”

“..ครับ?”

 

 

 

“หนูรักพี่นะ..รักมากถึงจะทำให้พี่ผิดหวังกับหนูหลายเรื่องแต่หนูรักพี่จริงๆ นะ” 

 

แรงสวมกอดรัดแน่นขึ้นคาดหวังว่าอย่างน้อยคำพูดของตนจะส่งไปถึงอีกคนได้แม้จะไม่หวานลึกซึ้งเท่าใครอื่นเขาแต่อาร์ชี่ก็ตั้งใจพูดมันออกมาด้วยความจริงใจเพราะเธอไม่เคยบอกรักอีกคนแบบจริงจังมาก่อนตลอดเวลามัวแต่ทำตัวเป็นรักสนุกอคิราห์เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟังปัญหาที่เธอเจอมาล้วนมีอคิราห์คอยช่วยเหลือเสมออย่างปัญหาล่าสุดที่เธอมีเรื่องกับคุณหนูพี่อคิราห์ก็เป็นคนช่วยแก้ข่าวแถมยังพลิกเปลี่ยนบทให้เธอกลายเป็นคนน่าสงสารส่วนคนร้ายที่เป็นแพะรับบาปหนักอย่างคุณหนูถูกใส่ร้ายแม้จะมีความจริงว่าอาร์ชี่เคยถูกอีกฝ่ายทำร้ายจิตใจมาก่อนก็เถอะแต่ไม่ได้หนักถึงขั้นต้องโดนคนในมอและนอกต่างรุมประณามถึงขั้นต้องลาออก เรื่องนี้อาร์ชี่ได้ยินมาจากแม่ของตนเองที่ดูเหมือนว่าจะชอบเรื่องซุบซิบของหนุ่มสาวเป็นพิเศษและก็เป็นสาเหตุสำคัญที่เจ้าตัวถ่อมาหาถึงที่นี่นั่นแหละ

 

 

 

‘คนรักอย่างอคิราห์ถ้าพลาดปล่อยมือไปแล้วจะหาแบบนี้จากที่ไหนอีก?’

 

 

เป็นประโยคของแม่ที่ส่งท้ายให้อาร์ชี่ก่อนจะกลับไปนั้นยังคงวนเวียนจนถึงตอนนี้และมันก็ทำให้อาร์ชี่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าตนควรจะ ‘รักษา’ คนรักอย่างอคิราห์ไว้ให้ได้มากที่สุดไม่ใช่ใช่เรื่องผลประโยชน์สำหรับเขาแต่ต้องเป็นสำหรับพวกเราต่างหาก

 

ต่างคนต่างมอบความรัก ความสุข หรือจะร่วมทุกข์ไปด้วยกันนั่นแหละเป็นสิ่งที่พวกเขายอมรับและพร้อมจะเผชิญหน้าไปด้วยกันอคิราห์อาจจะไม่ใช่คนรักที่ดีที่สุดแต่ก็เป็นคนรักที่มอบความสุขให้อาร์ชี่เสมอและการนั้นอาร์ชี่ก็ควรตอบแทนเขาด้วยการมอบความรักแท้จริงให้เป็นการขอบคุณ

 

“อาร์รักพี่อคินะ..”

 

“รักมึงเหมือนกัน..หนูอาร์..”

 

 

“คิก..เหมือนเป็นเด็กเสี่ยเลย” อาร์ชี่เปลี่ยนท่าเป็นยืดตัวพยายามจะใช้แขนกอดคอคนตัวสูงที่ยอมย่อตัวลงเพื่อให้ตนถนัดใบหน้าทั้งสองใกล้กันจมูกคลอเคลียกันไปมาบรรยากาศสีส้มอ่อนของพระอาทิตย์ที่ใกล้จะตกดินถือว่าเป็นภาพที่ดูโรแมนติกไม่ต่างจากในละครที่อาร์ชี่ดูมากนัก

 

“หึ ทุกวันนี้ก็ทำตัวเป็นเด็กเสี่ยอยู่นี่” อคิราห์แสยะยิ้มรวบเอวบางแนบกับตัวริมฝีปากหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่สูดกลิ่นหัวเฉพาะตัวที่เขาหลงใหลในตัวคนรักก่อนจะกระซิบข้างหูเคลียร์ประเด็นข้อสงสัยให้

 

“?”

 

 

 

“เงินที่ใช้ก็เงินกูวันไหนกูอยากหน่อยก็ขึ้นขย่มให้แบบนี้..ไม่ใช่เด็กเสี่ยรึไง?”

 

 

“บ้า!”

 

“ไหน..ลองเรียกว่าเสี่ยดูซิหนูอาร์..”

“ฮื้อออ พี่อคิหยุดพูดเลยนะ!” มือปิดหน้าที่กำลังแดงก่ำไม่ทันไรก็รู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่บนพื้นจากอคิราห์ที่กำลังอุ้มเธอในท่าเจ้าหญิงยกมือลงออกมาพอให้ตามองเห็นการกระทำอีกคนแต่กลับกลายเป็นว่าต้องมาสบตาเข้าพร้อมกับรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ที่อาร์ชี่สัมผัสได้ว่าตนเองกำลังจะไม่ปลอดภัย

 

“ทำอะไรนะ..”

 

“เข้าห้องหอ”

 

“หา?”

 

“แม่เมียยอมรับแล้วก็ต้องเข้าห้องหอสิวะ”

 

“ตรรกะไหนของพี่เนี่ย! ปล่อยเลยนะเมื่อคืนยังไม่พอใจรึไงหะ”

“อย่าดิ้นน่าเมียยิ่งมึงดิ้น..กูจะทำกับมึงเหมือนเมื่อคืน..”

 

“หะ” ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนโผล่ออกมาอย่างไม่ต้องนึกเพราะพึ่งผ่านมันมาสดๆ ร้อนๆ หน้าที่แดงก็ยิ่งแดงไปกันใหญ่เมื่อนึกถึงฉากเร่าร้อนเมื่อคืนนั้นความเร่าร้อนของอคิราห์ยังคงหลงเหลือพอให้อาร์ชี่รู้สึกมันได้ ร่างถูกวางลงเตียงอย่างอ่อนโยนก็จริงแต่แววตาของคนด้านบนที่สบลงมากลับแวววับเผยความร้อนแรงรอบตัวเป็นอันต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่

 

 

ทำไมดูเซ็กซี่จัง..

 

 

“มึงอยากแล้วเมีย..” ขบเม้มใบหูนิ่มสร้างความวาบหวิวให้ขนลุกไปทั่วร่าง

 

“ฮื้ออ..ก็พี่ยั่ว..”

“มึงต่างหากที่ยั่วกู”

“..”

 

 

“คิดว่าจะบอกรักกูแล้วจะจบที่กอดแบบเด็กๆ นะเหรอ? หึ”

 

“..อ้ะ”

 

 

“เสียใจด้วยนะเมีย..สำหรับกูมึงต้องโดนกู เอา คาเตียงแบบนี้สิถึงจะเหมาะ”

 

 

 

“เดี๋ยว-ล้วงไปไหนนะ..อ้า”

 

 

“..แบบนี้แหละดีที่สุดแล้วเมีย..”  

 

 

 

คน..หื่นเอ้ย!

 

 

ไม่ต้องโหดมันแล้วหื่นนั่นแหละเหมาะที่สุด!

 

 

 

THE END 

  

  

ไฟนอลลลลี่! เรื่องราวของหนูอาร์ชี่และพี่อคิของเราก็จบลงแล้ว;-;หลังจากแต่งจบก็แอบใจหายเหมือนกันนะคะรู้สึกคิดถึงพวกเขาขึ้นมาเลย แงงง แต่อาจจะไม่ท้ายสุดอาจจะมีตอนพิเศษมาเพิ่มให้น้าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไรท์แต่งจบเรื่องที่สองเเล้ววหวังว่าจะทำให้ทุกคนประทับใจเรื่องราวของพวกเขากันนะคะแต่้ขออภัยล่วงหน้าถ้าหากมีข้อผิดพลาดตรงไหน(ตรงที่ดองนั่นแหละจ้า)ก็กราบขออภัยจริงๆค่ะไรท์จะพยายามปรับปรุงตัวเองเรื่อยๆน้า และขอฝากเรื่องอีกเรื่องที่กำลังจะจบแล้วเช่นกัน(แต่ดองไว้)เรื่องให่ก็อาจจะตามมาติดๆ(พยายามจะไม่ดองTT)ใดๆล้วนก็ขอขอบคุณนักท่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านนิยายและติดตามไรท์รวมถึงคอมเม้นต่างไรท์อ่านทุกคนเลยน้าแต่อาจจะตอบได้ไม่หมดและยอดโดเนทเป็นกำลังใจต่างๆให้กับไรท์ขอขอบคุณจริงๆค่ะ 

ไหนๆก็ไหนๆแล้วฝากช่องทางติดต่อ(ทวงนิยายได้นะคะ) 

ไรท์จะอัพเดตข่าวสารต่างๆไว้ให้ทุกคนที่เกรงว่าไรท์จะหายไปเงียบๆ;-;หรือทักพูดคุยกันได้นะคะไรท์ไม่กัดอยากจะสนิทกับนักอ่านที่ยังติดตามไรท์ด้วยยังไงก็เข้าไปติดตามกันได้น้า สุดท้ายนี้ก็ยังจะขอขอบคุณทุกๆคนอยู่ดีที่ทำให้ไรท์แต่งเรื่องจบมาแล้วสองเร่องTT ฝากติดตามผลงานต่อๆไปด้วยนะคะ รักก  

 

ความคิดเห็น