ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.22 ราชโองการพิเศษจากฮ่องเต้!...(จบ)

ชื่อตอน : Ep.22 ราชโองการพิเศษจากฮ่องเต้!...(จบ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 870

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2563 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.22 ราชโองการพิเศษจากฮ่องเต้!...(จบ)
แบบอักษร

ep.22

ราชโองการพิเศษจากฮ่องเต้!...

 

"ท่านพ่อพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงใสเอ่ยเรียกคนเป็นพ่อ

 

ทันทีที่ร่างน้อยๆของเยว่เจินวิ่งเข้ามาหาคนทั้งสอง อ๋องห้าคิดภายในใจสิ่งที่เอ้อฮู้เหลือให้ไว้มีแค่เยว่เจินเท่านั้นในตอนนี้ เด็กน้อยตรงหน้าไม่รู้ว่าพ่อแท้ๆเป็นใคร แต่อ๋องห้าก็ไม่อยากจะให้เด็กน้อยรับรู้เรื่องราวเก่าๆของคนเป็นพ่อเท่าไหร่นัก จึงเข้าไปโอบกอดเด็กน้อยอย่างคิดถึงแทนที่จะทำหน้าเศร้าใส่

 

..

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปได้ห้าหกเดือนกว่า อ๋องห้าและโม่จื่อเดินทางมาที่เมืองซีจิ่ว ชาวบ้านที่อยู่ในเมืองก็ต่างต้อนรับเป็นอย่างดี อ๋องห้าเดินทางมาที่นี้ไม่ได้มาแค่ตัวกับสัมภาระแต่ได้นำข้าว และเม็ดพันธุ์ของผักผลไม้มาด้วยพร้อมกับแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปปลูกเพื่อหารายได้เสริมในครอบครับและส่งผลผลิตไปค้าขายในเมืองหลวง ซึ่งเดิมทีเมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่เพาะปลูกง่าย ดินดี ไม่แห้งแร้ง มีกินมีใช้ตลอดทั้งปี เรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งการเพาะปลูกเปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของแคว้นเลยทีเดียว

 

"จื่อเอ๋อร์เจ้าทำอะไรอยู่?" เสียงคนงอแงเอ่ยถามเมื่อคนรักนั่งเผาอะไรมาสักพักแล้วที่สวนในจวนใหญ่

 

"อย่ากวนข้าสิพ่ะย่ะค่ะ!"

 

"ตอนนี้ข้าเป็นเพียงสามัญชนเหตุใดเจ้าจึงไม่เรียกชื่อข้าเล่า" อ๋องห้าพูดแหย่โม่จื่อเล่นเมื่อคนที่พูดด้วยไม่ค่อยสนใจตนเท่าไหร่นัก

 

"ชั่งข้าเถอะ ข้ายังไม่ชินท่านอ๋อง..."

 

"...?"

 

โม่จื่อหยิบใบไม้สดมา หยิบมันเผาที่อยู้ด้านล่างขึ้นพร้อมกับปลอกเปลือกออกและยื่นให้อ๋องห้ากิน

 

"อะไรหรือ?" อ๋องห้าถามเมื่อโม่จื่อยื่นมันเผาให้

 

"มันเผาพ่ะย่ะค่ะรับรองว่าอร่อยแน่ๆ ข้าโรยเกลือเล็กน้อย" โม่จื่อยื่นมันเผาไปให้อ๋องห้าใกล้ๆ ก่อนที่อ๋องห้าจะกันมันเผาทั้งอย่างนั้น

 

"อ๊ะ..ถุย!..ฮูว~ ฮูว~ ฮูว~....เจ้าให้ข้ากินอะไร!" อ๋องห้าถุยมันเผาทิ้งทั้งอย่างนั้น

 

"ข้าขออภัยท่านอ๋อง! ข้าไม่ได้บอกท่านว่ามันร้อน" โม่จื่อหยิบน้ำมาให้อ๋องห้ากินพร้อมกับเป่าไปที่ปากอ๋องห้าเบาๆ

 

อ๋องห้าลอบมองโม่จื่อเป็นระยะๆก่อนที่จะมองลงไปที่ริมฝีปากที่พยายามจะเป่าปากให้เขาอย่างรู้สึกผิด เมื่อมีโอกาสอ๋องหาก็ไม่รอช้าจุ๊บไปที่ริมฝีปากของโม่จื่อเบาๆก่อนจะมองหน้าโม่จื่อโดยที่ไม่พูดอะไร

 

"มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ...//" โม่จื่อหลบตาของอ๋องห้ามองลงต่ำไม่กล้าสบตา

 

"หึ~ ก็ไม่มีอะไรแค่คิดอะไรบางอย่าง" อ๋องห้าพูดบอกก่อนที่เยว่เจินจะวิ่งเข้ามาหาคนทั้งสอง

 

"เสด็จพ่อ พี่โม่ข้าได้ของฝากมาจากตลาดแน่ะ" เยว่เจินชูผลไม้ที่ได้มาจากพ่อค้าในตลาด

 

"เยว่เจินข้าว่าเจ้าควรจะเรียกพี่โม่ของเจ้าว่าท่านแม่แล้วเรียกข้าว่าท่านพ่อได้แล้วนะ" อ๋องห้าพูดบอกเย่วเจินที่ยื่นอยู่ เด็กน้อยทำตาลูกวาวพร้อมกับเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อ

 

"ท่านพ่อข้าเรียกพี่โม่ว่าท่านแม่ได้จริงหรือขอรับ" เยว่เจินปรับคำเรียกอ๋องห้าก่อนจะหันไปหาโม่จื่อที่นั่งปลอกมันเผาอยู่

 

"ได้สิเจ้าเรียกเช่นนั้นได้ลูกรัก" อ๋องห้าพูดบอกพร้อมกับหันไปหาโม่จื่อ

 

"จะเรียกอะไรก็แล้วแต่เจ้าเถอะข้าจะไม่ห้าม แต่เจ้ายังไม่ไปท่องตำราอีกรึเยว่เจิน" เมื่อเยว่เจินได้ยินเช่นนั้นก็รีบกลับเข้าไปในจวนทันที โม่จื่อเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นสองพ่อลูกพูดคุยกันอยู่นาน

 

"เจ้าโกรธข้าหรือ?" อ๋องห้าหันกลับมาถามโม่จื่อที่นั่งเก็บมันเผาออกมาจากกองไฟที่พื้น หลังจากที่เยว่เจินเดินเข้าไปในจวนแล้ว

 

"ข้าจะไปโกรธท่านเรื่องอันใด ในเมื่อท่านเป็นใหญ่ในจวนแห่งนี้ ข้าจะมีสิทธิ์มีเสียงอะไรด้วยหรือ?" โม่จื่อเก็บมันเผามาวางไว้ตรงหน้าอ๋องห้า

 

"ข้าแค่ถามเพื่อความแน่ใจก็เท่านั้น ข้ารู้สึกว่าเจ้าดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก" อ๋องห้าพูดขึ้นมาพร้อมกับนั่งเป่ามันเผาที่อยู่ในมือพร้อมกับลองกินมันอีกครั้ง

 

โม่จื่อเดินเอามันเผาเข้าไปเก็บในห้องครัว พร้อมกับถือตะกร้าจ่ายตลาดออกมาด้วย

 

"เอ๋ะ!เจ้าจะไปไหนหรือจื่อเอ๋อร์?" อ๋องห้าที่นั่งกินมันเผาอยู่เอ่ยถามโม่จื่อที่กำลังจะออกไปจ่ายตลาดข้างนอก

 

"ข้าจะออกไปจ่ายตลาดหน่อยพ่ะย่ะค่ะ ส่วนมันเผาถ้าอยากเสวยอีกก็อยู่ในครัวนะพ่ะย่ะค่ะ ข้าบอกเยว่เจินเอาไว้แล้ว" โม่จื่อพูดบอกก่อน ที่จะเดินออกไปข้างนอกจวน

 

เมื่ออ๋องห้าคิดขึ้นได้ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีคนเข้ามาจีบคนงามของเขา อ๋องห้าจึงไม่รอช้าวิ่งตามโม่จื่อออกไปด้านนอกด้วย เมื่ออ๋องห้าตามไปด้วยก็ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เข้ามาจีบโม่จื่อสักนิด เมื่อออกมาซื้อของอย่างสุดท้ายเสร็จกำลังจะกลับไปที่จวน อยู่ๆก็มีทหารวิ่งเข้ามาขวางคนทั้งคู่เอาไว้ ก่อนที่จะปรากฏหน้าคุ้นหูคุ้นตาที่ไม่ได้เจอกันนาน

 

"ฝ่าบาท!" อ๋องห้าลืมตัวจึงเรียกฝ่าบาทเสียงดังจนชาวบ้านที่อยู่รอบๆก้มลงทำความเคารพฝ่าบาททั้งหมด

 

"นี่เจ้าห้า!" ฮ่องเต้ก็ได้แต่เรียกอ๋องห้าอย่างดุๆ ขันทีที่ติดตามมาด้วยก็พูดขึ้น

 

"ฮ่องเต้! เสด็จแล้ว...ถวายพระพรฝ่าบาท!!!"

 

"ขอจงทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆปี!!!!!" ชาวบ้านต่างพากันถวายพระพรฮ่องเต้ที่ยืนอยู่

 

"เฮ้อ~ ตามสบายเถอะพวกเจ้า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขันทีอ่านราชโองการที่ข้าร่างมาเถอะ" เฮ้อ~กะจะพูดคุยกับเจ้าห้าสองคน แต่เรื่องนั้นคงต้องบอกทีหลัง...แต่เรื่องนี้ถ้าพูดต่อหน้าชาวบ้านข้าว่าเจ้าหน้าคงไม่ปฏิเสธข้าหรอก

 

"พ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีไปหยิบราชโองการที่ฮ่องเต้ร่างมาก่อนที่จะเปิดอ่าน

 

" `เฉินซงหย่งน้องข้า ข้าคิดว่าข้าทำตามคำขอของเจ้าไม่ได้ ที่จะต้องปลดเจ้าลงมาเป็นสามัญชนเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา บัดนี้ข้าและพระพันปีต่างเห็นพ้องกัน ข้าจึงขอคือตำแหน่งให้เจ้ากลับมาเป็นอ๋องดังเดิมและเป็นผู้ดูแลเมืองแห่งนี้แก่ข้า...จบราชโองการ!!!!` "

 

ขันทีพูดราชโองการจบชาวบ้านต่างพากันดีใจที่มีคนมาปกครองดูแลหมู่บ้าน อ๋องห้าที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะในเมื่อเช้าบ้านที่ต่างก็รอคอย และคาดหวังว่าอ๋องห้าจะยอมรับยศกับคืนและขึ้นเป็นคนดูแลเมืองแห่งนี้แทนเจ้าเมืองคนก่อนหรือไม่

 

"รับบัญชาพะยะค่ะ" อ๋องห้าคุกเข่าลงและรับราชโองการของฮ่องเต้ต่อหน้าชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นด้วย เมื่อจบราชโองการเงาของใครสักคนสองคนที่ติดตามฮ่องเต้มาด้วยก็ปรากฏตัวต่อหน้าโม่จื่อพร้อมกับอ๋องห้า

 

"คุณชาย!" หลินหลินที่ไม่ได้เจอกับโม่จื่อตั้งนานจึงโผขอเข้ากอดโม่จื่อทันที

 

"หลินหลิน!?" โม่จื่อจำหลินหลินได้ หลินหลินปล่อยโม่จื่อก่อน และทำความเคารพอ๋องห้าพร้อมกับโม่จื่อ

 

"พระชายา! ท่านอ๋อง!" ซูเว่ยทำความเคารพทั้งสองก่อนที่โม่จื่อจะบอกให้ทั้งสองลุกขึ้น

 

"ลุกขึ้นเถอะกลินหลิน ซูเว่ย ข้าดีใจที่พวกเจ้ายังจำค่าได้" โม่จื่อพูดขึ้นพร้อมกับคิดย้อนกลับไปว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เจอสองคนนี้

 

"ขอบพระทัยเพคะ/ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" ทั้งคู่ลุกขึ้นก่อนที่หลินหลินจะไปช่วยโม่จื่อถือตะกร้า

 

อ๋องห้าพาฮ่องเต้และพวกทหารไปที่จวนใหญ่ที่เจ้าเมืองคนก่อนอาศัยอยู่ หลินหลินและโม่จื่อก็ช่วยกันทำอาหารเย็นเพื่อทหารบางส่วนที่ฮ่องเต้พามา บางส่วนก็ออกไปหาเหล้าดื่มตามโรงเตี้ยมในเมือง ส่วนซูเว่ยก็ออกไปเดินตรวจตราในเมือง ส่วนอ๋องห้ากับฮ่องเต้ก็สนทนากันอยู่ในห้องทำงานของเจ้าเมืองคนก่อน

 

"ฝ่าบาทเหตุใดจึงทำเช่นนี้หล่ะพ่ะย่ะค่ะ" อ๋องห้าเริ่มที่จะเป็นฝ่ายพูดก่อน

 

"เจ้าก็รู้ว่าเวลาเสด็จแม่กริ้วมันเป็นอย่างไร อีกอย่างข้าก็จะทำตามคำขอของเจ้าอยู่ แต่เสด็จแม่เข้ามาเห็นเสียก่อน ต่อให้ข้าอธิบายให้เสด็จแม่ฟังอย่างไรเสด็จแม่คงไม่ฟังข้า เจ้าก็น่าจะรู้นิสัยของเสด็จแม่เจ้าหกดี..." ฮ่องเต้พูดถึงมารดาคนที่สองของตน หลังจากมารดาแท้ๆสิ้นไปก็มีมารดาของวั่งหลิวดูแลและเลี้ยงดูเปรียบเสมือนมารดาแท้ๆอีกคนหนึ่ง

 

"เอ่อ..เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้นสิพ่ะย่ะค่ะ แต่พระองค์รับปากกับกระหม่อมไว้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" อ๋องห้าไม่วายเลี่ยงประเด็น

 

"หยุดเลยเจ้าห้า ถึงข้ากับฮองเฮาจะไม่ได้คัดค้านอะไร แต่ข้าขัดเสด็จแม่ไม่ได้จริงๆ เจ้าก็รู้..." ฮ่องเต้พูดบอกพร้อมกับทำหน้าลำบากใจอยู่นิดๆ

 

"แต่ท่านก็ควรหาทางทำอะไรสักอย่างนะพ่ะย่ะค่ะ" อ๋องห้าพูดขึ้น

 

"เมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าหกกลับไปที่วังหลวง ทำให้เสด็จแม่ดีพระทัยเอามากๆ ที่เจ้าหกยังไม่ตายแล้วอีกอย่างเรื่องของไท่จื่อกับพี่สอง..ข้า" ฮ่องเต้กำลังจะพูดต่อ แต่อ๋องห้ากับพูดขัดขึ้นมาก่อน

 

"กระหม่อมก็พอรู้บ้างแล้วพ่ะย่ะค่ะ และกระหม่อมก็ไม่อยากรู้ด้วยว่าพี่สองตายเช่นไร แค่ได้รู้ว่าพี่สองไม่ทำบาปอีก ข้าก็ดีใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ" อ๋องห้าปรับอารมณ์ลงนิดก่อนจะพูดคุยเรื่องอื่นกับฮ่องเต้และเลี่ยงเรื่องของพระพันปีให้มากที่สุด และถามถึงหลานที่กำลังจะเกิดหรือก็คือรัชทายาทสืบทอดบัลลังก์มังกรที่กำลังจะเกิดขึ้นมาด้วย

 

"ฮองเฮาเป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท" อ๋องห้าถามฮ่องเต้ที่นั่งจิบชาอยู่

 

"ก็แข็งแรงดี ข้ารอที่จะเจอเจ้าตัวเล็กไม่ไหวแล้วสิ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ข้าขอให้คลอดออกมาแข็งแรงดีเป็นพอ" ฮ่องเต้พูดบอก

 

"อย่างนี้กระหม่อมต้องเตรียมของขวัญให้แล้วสินะพ่ะย่ะค่ะ" อ๋องห้าพูดพร้อมกับยกชาขึ้นจิบ

 

"จริงสิ! ข้าลืมบอกเจ้าเรื่องหนึ่ง" ฮ่องเต้เหมือนจะนึกอะไรออกจึงพูดขึ้นมา

 

"เรื่องอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ" อ๋องห้าทำหน้าสงสัย

 

"เสด็จแม่ฝากให้มาบอกเจ้าว่าจะจัดงานอภิเษก...." ฮ่องเต้พูดยังไม่ทันจบอ๋องห้าก็ขัดขึ้นมาก่อน

 

"งานอภิเษกของเจ้าหกหรือพ่ะย่ะค่ะ" อ๋องห้าพูดขัดขึ้นอย่างตื่นเต้น

 

"เจ้านี้หล่ะนะ ฟังข้าพูดให้จบก่อน นิสัยเจ้าไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยหรืออย่างไร" ฮ่องเต้พูดขึ้นพร้อมกับนึกถึงสมัยก่อน

 

"ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?" อ๋องห้าถามย้ำอีกครั้ง

 

"ไม่ใช่ งานอภิเษกที่จะจัดขึ้นเป็นของเจ้า" ฮ่องเต้พูดบอกก่อนที่สีหน้าของอ๋องห้าจะเปลี่ยนไป

 

"ของข้า? ฝ่าบาทท่านเข้าใจอะไรผิดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" อ๋องห้าถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

 

"ไม่ผิดหรอกมันเป็นงานของเจ้าไม่ผิดแน่" ฮ้องเต้ก็ยังยืนยันคำเดิม

 

"นี่เสด็จแม่ต้องการให้ข้าอภิเษกกับบุตรสาวบ้านใดอีกหรือพะยะค่ะ" อ๋องห้าครุ่นคิดก่อนที่ฮ่องเต้จะพูดขึ้น

 

"ก็บุตรของจาง หลิวเซิ่นอย่างไร" ฮ่องเต้พูดบอก

 

"จาง หลิวเซิ่นมีบุตรสาวด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ?" อ๋องห้าก็ยังไม่เข้าใจ

 

"โถ่!น้องข้าบุตรของจาง หลิวเซิ่นก็จาง โม่จื่ออย่างไรเล่า" ฮ่องเต้พูดบอกก่อนที่อ๋องห้าจะตกใจอีกรอบ

 

"โม่จื่อ!?"

 

"น้องข้า..เมื่อครั้งที่แล้วข้าทำผิดพลาดใหญ่หลวงนัก กว่าเสด็จแม่จะพูดกับข้ามันช่างยาวนานเหลือเกิน ครั้งนี้ข้าจะจัดงานอภิเษกสมรสของเจ้าและโม่จื่อ เพื่อไถ่โทษจากครั้งก่อน แต่เรื่องที่ข้าจะจัดงานอภิเษกให้เจ้า มันก็เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างข้ากับเสด็จแม่ด้วย..." ฮ่องเต้อธิบายให้คนน้องฟังอย่างละเอียด

 

"อย่าบอกนะว่า...." อ๋องห้างกำลังจะพูดแต่ฮ่องเต้พูดขึ้นมาก่อน

 

"ก็อย่างที่เจ้าคิด เสด็จแม่จะเสด็จมางานพิธีของเจ้าสองคนด้วย ดังนั้นเจ้าก็ไปคุยกับโม่จื่อให้รู้เรื่อง ข้าว่าเรื่องนี้ทั้งเจ้าและข้าต่างก็รู้สึกผิดต่อโม่จื่อด้วยกันทั้งคู่ และเสด็จแม่ก็ทรงกริ้วมากด้วย เจ้าก็รู้ว่าเสด็จแม่เป็นคนเช่นไร" ฮ่องเต้พูดบอกอนุชาที่ค่อยๆยกชาขึ้นจิบอย่างช้าๆ

 

"นั่นสิ...เสด็จแม่เป็นคนเอาจริงเอาจังและเป็นคนเคร่งครัดในเรื่องเล็กๆน้อยๆ หากทำให้ทรงกริ้วสักครั้งหายนะมาเยือนเป็นแน่" อ๋องห้าพูดขึ้นก่อนจะครุ่นคิดว่าจะไปบอกโม่จื่ออย่างไร

 

"เอาเป็นว่าภายในไม่กี่วันที่จะถึงนี้เสด็จแม่จะเสด็จมาที่นี่ เจ้าก็เตรียมตัวโดนดุเหมือนข้าเอาไว้ด้วยก็ดี ระหว่างนี้เจ้าก็หาทางไปบอกโม่จื่อด้วย" ฮ่องเต้บอกก่อนจะเดินออกไปด้านนอกและก็เดินไปเจอเยว่เจินที่นั่งท่องตำราอยู่

 

หลังจากได้เวลาอาหารเย็นแล้วหลินหลินและโม่จื่อก็ช่วยกันจัดโต๊ะอาหารพร้อมกับทานอาหารพร้อมกับฮ่องเต้ที่จะมาอยู่ที่เมืองนี้สักระยะหนึ่ง หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ โม่จื่อก็ออกไปเดินให้อาหารย่อยแถวริมสระน้ำที่มีศาลาเล็กๆที่ชาวบ้านสร้างไว้ให้ โม่จื่อนั่งอยู่ได้ไม่นานหลินหลินก็ยกน้ำชาไปให้พร้อมกับอ๋องห้าที่เดินเข้าไปหาโม่จื่อ เมื่ออ๋องห้าเดินไปถึงก็ได้แต่ยืนมองโม่จื่ออยู่นิ่งๆก่อนที่คนถูกมองจะเอ่ยถามขึ้นมาก่อน

 

"มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง?" โม่จื่อเอ่ยทักอ๋องห้าไปก่อน หลังจากเห็นคนตรงหน้ายืนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไร

 

"จื่อเอ๋อร์เจ้าอยู่กับข้า มีความสุขดีหรือไม่?" อ๋องห้าถามโม่จื่อที่นั่งอยู่

 

"ท่านพูดอะไรพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง?" โม่จื่อไม่รู้ว่าคนตรงหน้าต้องการสื่ออะไร

 

"ข้าถามเจ้าว่าอยู่กับข้าเจ้ามีความสุขดีหรือไม่?" อ๋องห้าถามโม่จื่อที่นั่งอยู่อีกครั้ง

 

"จะมีหรือไม่มีท่านสนใจด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ?" โม่จื่อถามอ๋องห้ากลับ

 

"หมายความว่าอย่างไร?" อ๋องห้ารู้สึกไม่ดีกับคำพูดของโม่จื่อเมื่อครู่ จึงถามออกมา

 

"ข้าหมายความว่า..หากข้าไม่มีความสุข ข้าคงไม่ยอมท่านหรอก" โม่จื่อพูดบอกคนที่ยืนอยู่อย่างยิ้มๆ

 

"จื่อเอ๋อร์..." อ๋องห้าเรียกโม่จื่อก่อนที่จะนั่งลงไปที่เก้าอี้หินทรงกลมข้างๆโม่จื่อ

 

"อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ดูเหมือนมีอะไรจะบอกกระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ" โม่จื่อมองคนข้างหน้าอย่างไม่เข้าใจ

 

"จื่อเอ๋อร์...เจ้าจำวันงานพิธีในครั้งแรกที่ข้าไม่ได้อยู่ในงานพิธีวันนั้นได้หรือไม่ อีกไม่กี่วันหลังจากนี้ถ้าข้าจะขอให้เจ้าเข้าพิธีอภิเษกกับข้าอีกครั้ง ที่นี่เจ้าจะยอมหรือไม่?" อ๋องห้าตัดสินใจพูดเรื่องงานพิธีที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

"พิธีอภิเษกหรือพ่ะย่ะค่ะ?" โม่จื่อนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนที่อ๋องห้าจะพูดขึ้น

 

"หากว่ามันลําบากใจเจ้า ข้าจะยกเลิกมัน..." อ๋องห้าพูดยังไม่ทันจบ คนงามตรงหน้าก็น้ำตาไหลลงอาบแก้มโดยไม่รู้สาเหตุ

 

"อึกๆ..." โม่จื่อสะอื้นอยู่นิดก่อนที่อ๋องห้าจะถาม

 

"ข้าฝืนใจเจ้างั้นหรือ" อ๋องห้าเอามือลูบหัวคนงานเบาๆก่อนที่จะเช็ดน้ำตาของคนงามออก "ข้าขอโทษทั้งๆที่ข้าไม่ได้อยากจะเห็นน้ำตาของเจ้าเลยแม้แต่น้อย..." อ๋องห้าพูดขึ้นพร้อมกับรู้สึกผิดนิดๆ

 

"อึกๆ..ไม่เลย..ท่านไม่ได้ฝืนใจข้าหรือทำอะไรผิดทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ..ข้ากลับดีใจเสียด้วยซ้ำที่ท่านขอข้าแต่งงานอีกครั้ง...." เจ็บปวดแทนเจ้าจริงๆ...

 

โมคิดถึงตอนที่เจ้าของร่างเข้าพิธีโดยไม่มีเจ้าบ่าวอยู่ด้วยกับรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าเจ้าของร่างหลายเท่า ในช่วงแรกก็โดนกลั่นแกล้งจนล้มหมอนนอนเสื่อ ไหนจะไปรับเคราะห์แทนนางผู้เป็นที่รักยิ่งของอ๋องห้าอีก แต่จริงๆแล้วท่านอ๋องสึกกับนางอย่างไรในหัวของโมกับรู้สึกสับสนเอามากๆ

 

"ในครั้งนั้นเจ้าคงลำบากมาก แต่ครั้งนี้ข้าให้สัญญากับเจ้า ข้าจะรักเจ้า มีเพียงเจ้าคนเดียว หากในงานพิธีครั้งนี้ ข้าทิ้งเจ้าเอาไว้ในงานพิธีเพียงผู้เดียวอีก ข้าจะกลับมาหาเจ้าและให้เจ้าลงโทษข้าด้วยคมดาบของเจ้า...." อ๋องห้าพูดบอกกับคนงามตรงหน้าอย่างจริงใจและจริงจัง

 

โม่จื่อที่ฟังอยู่เอามือปิดปากอ๋องห้าเอาไว้ก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจถามเรื่องของหลินเยว่.....

 

..

 

ผ่านไปหลายวันตามฤกษ์ที่ฮ่องเต้หามาจัดงานพิธีอภิเษกสมรสของอนุชารัก บวกกับพระพันปีที่เสด็จมาเป็นแม่งานให้คนทั้งสอง แต่เมื่อพระพันปีเห็นหน้าของอ๋องห้าก็โดนพระพันปีสวดยาวเช่นเดียวกับฮ่องเต้ ชาวบ้านและชาวเมืองก็ต่างพากันยินดีกับอ๋องห้าและโม่จื่อ สหายของอ๋องห้าก็มาเข้าร่วมพิธีด้วย ส่วนครอบครัวขิงโม่จื่อก็มาอวยพรให้กับบุตรชายอีกครั้ง พิธีดำเนินไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาอะไรจนมาถึงเวลาอันสมควรแก่บ่าวสาวเข้าห้องหอ ฮ่องเต้ พระพันปีและครอบครัวของโม่จื่อ ก็พากันส่งบ่าวสาวเข้าหอ หลังจากนั้นฮ่องเต้และพระพันปีก็ได้เสด็จกลับเมืองหลวงทันทีเพราะตอนนี้ฝากราชกิจให้องค์ชายหกดูแลคนเดียวทั้งหมด สหายรักของอ๋องห้าก็ต่างพากันกลับไปที่แคว้นของตน ปล่อยให้ข้าวใหม่ปลามันอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ส่วนเยว่เจินเดินทางกลับไปเมืองหลวงพร้อมครอบครัวโม่จื่อและฮ่องเต้ เพื่อกลับไปเอาตำราแพทย์ที่อยู่ในวังเจินหรงหลู่ เพราะได้ยินฮ่องเต้สนทนากับอ๋องห้าว่าจะใช้วังเก่าของอ๋องห้าเป็นที่รับรองแขกบ้าน แขกเมือง เยว่เจินเลยขอตามเสด็จลุงกลับไปด้วย ส่วนคนที่ตามไปอารักขาก็คือซูเว่ยตามเคย

 

หลังจากที่คนในงานกลับไปหมดแล้วโม่จื่อและอ๋องห้าก็นั่งกันอยู่ในห้องหอโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรเลยในห้องมีแต่ความเงียบ คนที่อยู่ในจวนก็เมากันเละเทะแทบไม่มีใครได้สติเลยสักคน อ๋องห้าขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆโม่จื่อก่อนจะพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา

 

"ขอบคุณเจ้าที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของข้าจื่อเอ๋อร์..."

 

"ข้าก็ขอบคุณท่านเหมือนกันพ่ะย่ะค่ะ ที่มอบความรักอันมีค่านี้ให้แก่ข้าที่ไม่มีอะไรเลย..."

 

"ใครว่าเจ้าไม่มีอะไรเลย...ครั้งที่แล้วข้าบาดเจ็บ..ส่วนครั้งนี้ข้าขอ..เจ้าจะให้ข้าหรือไม่?" อ๋องห้าพูดก่อนจะมองโม่จื่อด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

 

"ถึงท่านจะบาดเจ็บหรือไม่..ข้าห้ามท่านได้หรือพ่ะย่ะค่ะ" โม่จื่อพูดบอกคนตรงหน้า ก่อนที่อ๋องห้าจะเข้ามาบดริมฝีปากสีแดงอมชมพูของโม่จื่ออย่างเร่าร้อนและอ่อนโยน

 

ในครั้งหนึ่งที่ข้าได้พบบุรุษผู้หนึ่งที่มีใบหน้างดงามราวกับสาวงามก็ไม่ปาน ในครั้งนั้นบุรุษผู้นั้นคงมีอายุเราราวๆสิบแปดสิบเก้าปี นั่นคงเป็นรักแรกพบที่เกิดขึ้นกับข้าเฉินซงหย่งครั้งแรก เรื่องราวของข้ากับพี่สองและหลินเยว่มันอาจจะซับซ้อนไปสักหน่อย แต่ข้าก็ได้พูดความจริงต่อหน้าคนที่ข้ารักไปแล้ว...

 

บทรักของทั้งคู่ดำเนินไปไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนจวบจะเข้ายามอิ๋น*เข้าไปทุกที

 

"อ๊ะ..อ๊า..อะ..อ๊าาาาา" โม่จื่อครางออกมา เมื่อบทรักอันแสนยาวนานนี้ ดูถ้ามันจะยังไม่จบง่ายๆ

 

"อึก...อ่าส์..." เมื่อคนเริ่มบทรักได้ยินเสียงครางของคนรักที่หวานหู จึงเร่งสะโพกหนาให้เร็วกว่าเดิม จนคนรักปลดปล่อยน้ำรักออกมาครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้

 

"อะ..อ๊ะ...อ๊า..อ๊า..." โม่จื่อปลดปล่อยน้ำรักออกมา ก่อน ก่อนที่ร่างหนาจะปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปในตัวของคนรัก ก่อนที่จะถอนแกนกลางนั้นออกมาพร้อมๆกับก้มลงไปจุ๊บที่หน้าผากของคนงามเบาๆ

 

จุ๊บ!

 

"อื้ออ..." โม่จื่อครางในลำคอเบาๆ ก่อนที่อ๋องห้าจะปรับท่านอนลงมา นอนกอดร่างบางเอาไว้อย่างทะนุถนอม

 

"ข้ารักเจ้าโม่จื่อ"

 

"ข้าก็รักท่าน.."

 

 

..................................................................

 

ความหมาย

*ยามอิ๋น (03.00 น. - 04.59 น.)

 

..................................................................

 

- ก็นะ||| ฮ่องเต้!ท่านจะไม่ยอมให้ทั้งคู่อยู่อย่างสงบสุขบ้างหรือเพคะ ดีแต่เอาปัญหามาให้จริงเลย

- ก็อยู่ด้วยกันอย่างสมหวังแล้วเนอะ🤗

- เอาล่ะค่ะเรื่องก็เดินทางมาถึงตอนจบแล้ว ก็ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านหรือทนอ่านมานะคะ อาจจะยังเรียบเรียงได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่เรื่องต่อๆไปจะพยายามให้ดีกว่านี้ยิ่งๆขึ้นไปอีก ขอบคุณนะคะสำหรับกำลังใจทุกกำลังใจไม่ว่าจะคอมเม้นหรือกดถูกใจขอบคุณค่ะ❤

- มีต่อตอนพิเศษ...

- ไว้เจอกันเรื่องหน้าน้า~ บายบ่าย👋🏻👋🏻👋🏻

- ขอบคุณทุกกำลังใจจากนักอ่านทุกท่านคร้าาาาาา(^-^)

ความคิดเห็น