ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2563 14:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7
แบบอักษร

ภายในจวนใต้เท้าเฉิน ผู้คนทั้งหลายต่างมีสีหน้างุนงงไม่แพ้กัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถามขึ้นมาสักคน เด็กหนุ่มปริศนาผู้มาพร้อมกับราชโองการสายฟ้าแลบ แม้แต่ผู้เป็นเจ้าของจวนก็ยังไม่ทันตั้งตัว 

เด็กหนุ่มผู้ไม่รู้เรื่องราว ก็แปลกใจไม่น้อยเช่นกัน เหตุใดจึงได้รับราชโองการเช่นนี้ เขาไม่เคยรู้จักฮ่องเต้มาก่อน 

ผู้เป็นเจ้าของจวนมองใบหน้าเด็กหนุ่มผู้ที่ได้ชื่อว่าบัดนี้เป็นบุตรชายของสกุลเฉินแล้ว เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างน่าเอ็นดูนัก ในสายตาของเขา แม้จะไม่ทราบที่มาของผู้ที่เป็นบุตรแต่ ใต้เท้าเฉินก็รู้สึกยินดียิ่งนัก 

ใต้เท้าเฉินและภรรยา แต่งงานกันมานานแล้วแต่ไม่เคยมีบุตร เนื่องจากฟูเหรินของเขาสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะรับผู้ใดเข้ามาเป็นภรรยาอีกเช่นกัน 

“ซินเอ๋อร์ เจ้าเองก็มาเหนื่อยๆ ไปพักเสียก่อนเถิดพรุ่งนี้หากเจ้าสงสัยสิ่งใดค่อยว่ากัน” ผู้เป็นเจ้าของจวนบัดนี้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน และหันไปสั่งบ่าวใช้ 

“พวกเจ้าแยกย้ายกันไปนอนเถิด เสี่ยวลู่ เจ้าคอยรับใช้คุณชายอย่าให้ขาดตกสิ่งใด” 

“ขอรับใต้เท้า” 

“ท่านพี่ข้าจะเดินไปส่งซินเอ๋อร์เอง” ฟูเหรินกล่าวกับสามี ก่อนจะหันมายิ้มให้กับเด็กหนุ่ม เขาเองก็รู้สึกเอ็นดูเด็กหนุ่มไม่น้อยกว่าผู้เป็นสามีเช่นกัน แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนแต่กลับถูกชะตายิ่งนัก 

“ไปกันเถิดซินเอ๋อร์” ฟูเหรินยกยิ้มให้กับฟานซิน ก่อนเดินเข้าไปจับแขนเด็กหนุ่มพาเดินไปที่ห้องพัก 

ฟานซินเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร แม้ในใจจะมีคำถามมากมายเหลือเกิน 

ภายในจวนแม้จะไม่ใหญ่โตนัก แต่สำหรับเด็กหนุ่มอย่างฟานซินแล้วกลับเขาคิดว่าที่นี่ไม่เหมาะกับเขาเสียเลย เขาเป็นแค่เด็กบ้านนอกที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า เหตุใดจึงได้รับราชโองการของฮ่องเต้ได้ แถมใต้เท้าเฉินและฟูเหรินไม่คิดที่จะสอบถามพื้นหลังของเขาแม้แต่น้อย กลับต้อนรับเขาเป็นอย่างดี บุญคุณนี้ฟานซินคิดว่าเขาคงชดใช้ให้ไม่หมดเป็นแน่ 

เฉินฟูเหรินเดินนำฟานซินมายังห้องนอนที่ใช้สำหรับรับรองแขก เขาไม่ได้จัดเตรียมห้องนอนไว้ให้ เพราะทุกอย่างมันช่างฉุกลหุ “ซินเอ๋อร์ ข้าไม่ได้จัดเตรียมห้องไว้ให้เจ้า เจ้าพักที่นี่ไปก่อน” แม้จะรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจจัดเตรียมห้องดีๆ ไว้ให้บุตรของตนได้ แต่เฉินฟูเหรินเองก็เลือกห้องที่ใหญ่ที่สุดให้กับบุตรของตน 

“ฟูเหริน ห้องนี้ก็ดีมากสำหรับข้าแล้วขอรับ ออกจะใหญ่เสียด้วยซ้ำ ที่จริงแล้วข้านอนกับบ่าวใช้ก็ได้ขอรับ” ฟานซินไม่อาจจะรับไว้ได้ เขารู้ว่าตัวเองนั้นต่ำต้อยนัก ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนตนนั้นก็พอใจแล้ว 

“เอาละ เข้าไปข้างในก่อนเถิด” ฟูเหรินจับจูงฟานซินเดินเข้าไปภายในห้อง นั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ ดึงมือให้ฟานซินนั่งลงข้างๆ 

เฉินฟูเหรินมองใบหน้าขาวนวลของบุตรชายอย่างอ่อนใจ เหตุใดบุตรชายที่ฮ่องเต้ทรงประทานมาช่างน่าเอ็นดูเช่นนี้ 

“ซินเอ๋อร์ เรียกข้าว่า ท่านแม่เถิด เจ้าเองก็เป็นบุตรชายของข้าแล้วอย่าได้เรียกห่างเหินเช่นนี้เลย” ฟูเหรินกล่าวกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะยืนมือไปจับมือของฟานซินมากุมไว้ 

“ข้ามิกล้าขอรับ ข้าเองเป็นเพียงเด็กที่ไม่มีสกุล มิอาจจะรับไว้ได้ขอรับ” เขาแม้จะรู้สึกยินดีที่ได้รับความเอ็นดู แต่เขาไม่อาจจะรับไว้ได้ 

“ซินเอ๋อร์ ข้าและสามี ไม่มีเคยมีบุตร วันนี้สวรรค์ลิขิตให้เจ้ามาเป็นบุตรของข้าแล้ว อย่าได้ปฏิเสธเลย โชคชะตาทุกอย่างถูกกำหนดให้เป็นไป ข้าเองก็ยินดีไม่น้อย เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ” เขาก็ไม่อยากจะบังคับเด็กหนุ่มให้ยอมรับ แต่ก็หวังว่าเด็กหนุ่มจะเปิดใจให้กับเขาเช่นกัน 

ฟานซิน มองใบหน้าของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมารดา แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่ดวงหน้าของหญิงผู้นี้ก็ยังคงความงดงามอยู่ แววตาอ่อนโยนถอดมองมาที่เขา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็รู้สึกดี แม้เขาจะได้รับจากปู่ชราของเขามาตลอดแต่เข้าก็ไม่เคยได้รับความอบอุ่นเช่นนี้จากผู้เป็นมารดาแท้ๆ ของเขาสักครั้ง เขาเองคิดไม่ตกว่าจะเอาเช่นไรดี แต่ในใจก็อยากได้รับความรักของมารดาเช่นกัน 

“ท่านแม่.....” 

ฟูเหรินได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มด้วยความยินดี น้ำสีใสคลออยู่ที่ดวงตาของเขา พอได้ยินบุตรชายหมาดๆ เรียกเขาว่าแม่ก็ไม่อาจปิดกั้นความดีใจไว้ได้ 

ครั้งหนึ่งเขาและสามีเคยหมดความหวังแล้วที่จะได้ยินคำนี้ หากแต่วันนี้ความหวังนั้นขอเขาได้รับกลับคืนมาแล้ว ฟูเหรินคว้าบุตรชายตรงหน้าเข้ามากอดพร้อมกับปล่อยน้ำตาแห่งความยินดีให้ไหลออกมา 

“ท่านแม่ ท่านร้องไห้....” ฟานซินกอดตอบอ้อมกอดอบอุ่นของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมารดา ก็อดไม่ได้ที่น้ำตาจะไหลออกมาด้วยความยินดีเช่นกัน 

“ซินเอ๋อร์ แม่ดีใจเหลือเกิน ดึกมาแล้วแม่ไม่รบกวนเจ้า พักผ่อนเสียเถิด พรุ่งนี้จะให้บ่าวใช้เตรียมห้องให้เจ้าใหม่” ฟูเหรินกอดบุตรชายจนพอใจแล้วก็ผละออก พร้อมยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลเปื้อนใบหน้าของเขาและบุตรชายอย่างแผ่วเบา เขามองใบหน้าผู้เป็นบุตรอีกครั้งก็ก่อนออกจากห้องไป 

 

หลังจากฟูเหรินออกไปไม่นาน บ่าวรับใช้เสี่ยวลู่ก็เตรียมน้ำไว้ให้คุณชายผู้เป็นนายใหม่ของตนเองเรียบร้อย ก่อนจะเชิญคุณชายไปอาบน้ำและพักผ่อน 

แม้จะเข้าใจดีแล้ว ฟานซินเองก็ตกใจกับโชคชะตายิ่งนัก เวลาผ่านไปเพียงไม่นานกลับมีเรื่องราวมากมาย แต่กลับมีสิ่งหนึ่งในใจของเขาที่ตอนนี้กลับกังวล เป้าหมายของเขาคือออกมาตามหาคนรัก แต่ตอนนี้ทุกอย่างพลิกผันจนตั้งตัวไม่ทัน 

คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ คงต้องแล้วแต่โชคชะตาแล้วกัน เด็กหนุ่มหยิบจี้หยิกของชายคนรักออกมาอย่างแผ่วเบา มือเรียวลูบคลำอย่างหวงแหน สายตามองทอดออกไปยังดวงจันทร์ ไม่รู้ว่าป่านนี้คนรักของเขาจะเป็นเช่นไรบ้าง 

“ข้าคิดถึงท่านเหลือเกินหวางมู่” 

 

 

ณ ชายแดนแคว้นต้าชิง 

ชายหนุ่มผู้มีเรือนร่างกำยำสมเป็นแม่ทัพ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการศึก ดวงหน้าหล่อเหลาบัดนี้เหลือเพียงความอ่อนล้า การศึกครั้งนี้ช่างยาวนาน แม่ทัพแห่งแคว้นต้าซ่งมิใช่ไก่กา ทว่าก็ไม่อาจใช้เวลาเพียงหยิบมือได้ เวลานี้แม่ทัพแห่งแคว้นต้าซ่งได้สิ้นชื่อแล้วด้วยน้ำมือของ หวังเทียนหลิว แม่ทัพแห่งแคว้นต้าชิง 

ที่จริงศึกครั้งนี้จบนานแล้ว แต่เขาไม่อาจกลับเมืองหลวงได้เพราะไม่อยากให้น้องชายเป็นห่วงที่เขาบาดเจ็บ แม้จะไม่ได้บาดเจ็บมากมายนักแต่ก็อดกังวลไม่ได้เช่นกัน เขาได้ส่งจดหมายทูลฮ่องเต้แล้วเรื่องศึกที่ชายแดน อีกไม่นานเขาจะกลับไป 

ชายหนุ่มผู้มีสีหน้าอ่อนล้า ลวงมือเข้าไปในสาบเสื้อของตนเองหยิบนำของบางสิ่งที่เขาเก็บไว้ติดตัวอย่างทะนุถนอมออกมา จ้องมองปิ่นไม้เก่าๆ ด้วยความคิดถึง 

“ซินเอ๋อร์ ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน” 

ห่วงก็แต่ใครบางคนที่ตนได้ให้สัญญาไว้ ไม่รู้ว่าป่านนี้คนทางนั้นจะยังคงรอเขาหรือไม่ 

 

ตลอดเวลาที่แม่ทัพหวังเทียนหลิวทำศึกที่ชายแดน ภายในวังหลวงก็มีเหตุการณ์มากมายเช่นกัน ฮ่องเต้ทรงสืบทราบแล้วว่าใครคือเบื้องหลังการเกิดศึกกับแคว้นต้าซ่ง ฮ่องเต้เองก็ทรงคิดไม่ถึงแม้จะรู้สึกระเค็ดระคาย แต่ก็ไม่อาจปักใจเชื่อ หากแต่หลักฐานการก่อกบฏทั้งหมดมันชัดเจนนัก ไม่คิดว่าคนที่ลงมือจะคือ องค์ชายรองหวงจื่อหลง ที่ต้องการบัลลังก์ฮ่องเต้ 

ฮ่องเต้ทรงรู้สึกเสียพระทัยมากไม่คิดว่าบุคคลผู้เป็นน้องชายแท้ๆ จะลงมือหักหลังตนเพียงเพราะต้องการอำนาจ ฮ่องเต้และองค์ชายรองครั้งก่อนสนิทสนมกันไม่น้อย เวลาผ่านไปกลับไม่รู้เลยว่าใจในของน้องชายตนเหตุใดถึงเปลี่ยนไปเช่นนี้ ทว่าหากน้องชายตนอยากได้สิ่งใดเพียงแค่บอก ตนก็จะประทานให้ทั้งหมด

แม้จะฮ่องเต้จะทรงรู้สึกผิดหวังกับผู้ได้ชื่อว่าเป็นน้องชาย แต่บัดนี้พระองค์คือองค์จักรพรรดิแห่งแคว้นต้าชิง ย่อมมิอาจใจอ่อน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสายสายเลือดเดียวกันก็จะผ่อนปรนไม่ได้เช่นกัน

องค์ชายรองหวงจื่อหลง ทรงถูกฮ่องเต้ตัดสินประหารชีวิตโดยการพระราชทานยาพิษ พวกขุนนางที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดก็ถูกลงโทษเช่นกัน

 

ณ จวนหวังชินอ๋อง

แสงจันทร์สาดส่องบ่งบอกถึงเวลายามราตรี บุรุษผู้มีรูปร่างสง่างามราวเทพเซียน เร้นกายเข้ามาภายในจวนอย่างง่ายดาย หากมีผู้ใดมาพบก็ไม่อาจขวางทางเขาได้เช่นกัน จวนแห่งนี้เขาเข้ามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน สองขาแกร่งสืบเท้าไปยังทิศทางที่เขาใช้เป็นประจำ

บุรุษผู้หนึ่งบัดนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้าห้องนอน มือแกร่งผลักประตูให้เปิดออกอย่างแผ่วเบา ยามนี้บุคคลผู้อยู่ภายในห้องนั้นหลับแล้วไม่รับรู้ถึงบุรุษที่มาเยือนแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวมองร่างบางที่นอนผู้บนเตียงด้วยแววตาอ่อนโยน ร่างหนาของบุรุษนั่งลงข้างเตียงก่อนจะยื่นมือไปสัมผัสแก้มขาวอย่างแผ่วเบา

ร่างบางบนเตียงรู้สึกตัวตื่นด้วยความตกใจกับสัมผัสที่อยู่ตรงแก้ม ก่อนจะเบิกตามองบุรุษที่รุกล้ำเข้ามาภายในห้อง

“ฝะ ฝ่าบาท ถวายบังคม พ่ะย่ะค่ะ” หวังเย่วชิง ตื่นตระหนกไม่คิดว่าฮ่องเต้จะมาหาเขายามนี้

“ชิงเอ๋อร์ ไม่ใช่ว่าเราเคยบอกแล้วหรือว่าให้เรียกเราเช่นไร หรือเจ้าจำมิได้แล้ว” ฮ่องเต้ มองเย่วชิงด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แฝงรอยยิ้ม

เย่วชิง ไม่ใช่ไม่รู้และเขาก็จำได้ดี หากแต่ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นถึงฮ่องเต้ ไหนเลยจะเรียกอย่างสนิทสนมได้ “ข้าไม่อาจเรียกฝ่าบาทเช่นนั้นได้”

“เหตุใด ในเมื่อเราอนุญาต” ฮ่องเต้พูดจบก็คว้าเอวเย่วชิงมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะกระซิบที่ใบหู “อย่าให้เราต้องบอกซ้ำ”

ร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขนของผู้ได้ชื่อว่าเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าชิง ใบหน้าขาวบัดนี้ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ คนถูกกอดไม่อาจขยับหนีไปได้ จึงได้แต่ก้มหน้าแล้วเอ่ยตามใจอีกฝ่าย “ท่านพี่จื่อเซียน”

ฮ่องเต้หนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระ

“ท่านพี่จื่อเซียน มีอันใดหรือถึงหามาข้ายามนี้” เย่วชิงที่ได้เป็นอิสระจึงรีบถาม

“ไม่มีอันใด เราแค่จะมาบอกเจ้าว่า ชินอ๋องจะกลับมาแล้ว” ฮ่องเต้หนุ่มได้รับจดหมายของสหายแล้วว่าไม่นานจะเดินทางกลับมา

“จริงหรือ ท่านพี่จะกลับมาแล้ว” เย่วชิงได้ยินที่ฮ่องเต้กล่าว เขารู้สึกดีใจไม่น้อยในที่สุดพี่ชายของเขาจะกลับมาเสียที

“เราเป็นฮ่องเต้ เราจะโกหกเจ้าได้เช่นไร เจ้าพักผ่อนเถิดยามนี้ดึกมากแล้ว” ฮ่องเต้หนุ่ม คว้าเอวเย่วชิงเข้ามากอดอีกครั้งก่อนจะประทับริมฝีปากบนหน้าผากมลเบาๆ ก่อนจะผละออกไปอย่างรวดเร็วไม่ทันที่ร่างบางจะตั้งตัว ทิ้งไว้เพียงแค่สัมผัสแผ่วเบาให้คนที่ยืนอยู่

ความคิดเห็น