ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 10 การประลองของสามี ครั้งที่ 1

ชื่อตอน : บทที่ 10 การประลองของสามี ครั้งที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 449

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2563 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 การประลองของสามี ครั้งที่ 1
แบบอักษร

วันนี้เป็นวันแรกของการมาอยู่ในพระราชวังตากอากาศ วันนี้เป็นวันที่เริ่มประลองยุทธวันแรก ตามกติกาการประลองยุทธครั้งนี้จะให้คนที่มาร่วมงานสองคนต่อสู้กัน จนกว่าจะชนะผู้ใดชนะได้แข่งต่อ จนเหลือเป็นคนสุดท้าย ผู้ใดอยู่ในลานประลองเป็นคนสุดท้ายจะได้รับรางวัลจากฮ่องเต้ เมื่อปีที่แล้วท่านพี่เล่าว่า ฮ่องเต้ได้พระราชทานม้าเหงื่อโลหิตสองตัว ทองสิบชั่ง พร้อมทั้งแก้วแหวน เครื่องประดับต่างๆ ปีที่แล้วท่านพี่มิได้เข้าร่วม แต่ปีนี้ท่านพี่บอกจะเข้าร่วมเพื่อเอาชัยชนะมาให้ข้า ดังนั้นข้าจึงคอยเป็นกำลังใจให้ท่านและก็รอชัยชนะของท่านอยู่นะขอรับ!

 

ตอนนี้สายมากแล้วข้าควรรีบทานข้าวแล้วไปขึ้นรถม้า มิเช่นนั้นคงไปไม่ทันดูคู่แรกเป็นแน่ มู่เสวี่ยไป๋ในชุดสีฟ้าขาวปักลายเมฆา ให้ความรู้สึกสูงส่ง งดงาม และแสนบริสุทธิ์ ด้วยนหน้าตาของมู่เสวี่ยไป๋เองแล้ว เอาให้มิว่าจะใส่ชุดอันใดก็น่าดูไปเสียหมด ซึ่งเจ้าตัวก็ดูพอใจกับหน้าตาแสนวดงามนี้เหลือเกิน อ่า...ใครจะมิพอใจเล่า เกิดมามีหน้าตางดงามเยี่ยงนี้ มู่เสวี่ยไป๋ก้าวขึ้นไปบนรถม้าอย่างช้า แม้จะอยู่ภายในบริเวณพระราชวังตากอากศ แต่การเดินไปโถงที่จัดงาน ระยะทางก็มิใช่ใกล้ จะเดินให้เสียเวลาไปทำไมกัน

 

รถม้าค่อยๆจอดลงหน้าโถง เมื่อประตูโถงเปิดขึ้น ทึกสายตาจับจ้องไปที่ผู้มาใหม่'ไท่จื่อเฟยแห่งแคว้นต้าหลง' พร้อมกับเสียงประกาศว่า ไท่จื่อเฟยเสด็จแล้ว ผู้คนที่อยู่ภายในห้องโถงน้อมตัวลงเคารพไท่จื่อเฟย ว่าที่แม่แห่งแผ่นดินในอนาคต ใบหน้างดงามที่เมื่อมาอยู่ในห้องนี้ก็จะทำให้ผู้หญิงที่อยู่ในห้องนี้หม่นหมองหมดราศีมิงดงามดังเคย เพียงแค่มองใบหน้าของไท่จื่อเฟยหญิงสาวทุกคนที่เคยงดงามในสายตาก็กลับกลายเป็นมิงดงามแล้ว แต่ไท่จื่อเฟยนั้นมีเจ้าของแล้วคงได้แต่มองมิมีโอกาสได้เชยชม หรือถ้าอยากเชยชมก็น่าจะโดนโทษประหารก่อนที่จะถึงมือรัชทายาทอีกกระมั้ง อาจจะมีผู้ที่มิรักตัวกลัวตายไปเด็ดดม เชยชมบุปผางาม บุปผางามย่อมมีหนามแหลมคม มีพิษไว้ป้องกันตัว ถ้าหากโดนหนามทิ่มมือเข้าสักครั้งก็อาจจะตายมิรู้ตัว

 

ไท่จื่อเฟยคนงามมองหาที่นั่งของตน ก่อนจะค่อยๆนั่งลงอย่างระมัดระวัง ที่นั่งของไท่จื่อเฟยถูกจัดถัดจากที่นั่งขององค์ฮองเฮาและสนมชั้นเฟยเล็กน้อย ที่นั่งจะถูกจัดเป็นแถวๆ ผู้ใดเป็นสมาชิกราชวงศ์ก็จะได้นั่งแถวหน้าลดหลั่นกันมาตามลำดับยศ คุณหนูคุณชายที่ถูกเชิญมาจะมีที่นั่งเฉพาะมิปะปนรวมกับเหล่าขุนนางและสมาชิกราชวงศ์

 

มู่เสวี่ยไป๋นั่งลงได้มินานก็มีเสียงขันทีประกาศว่า ฮองเฮาเสด็จแล้ว มู่เสวี่ยไป๋ลุกขึ้นคารวะคนที่ได้ชื่อว่าแม่ของแผ่นดิน องค์ฮองเฮาแห่งต้าหลงนั้นใบหน้างดงามอาจจะมิเท่ากับหย่งกุ้ยเฟย แต่ก็ถือว่าเป็นหญิงงาม นางเป็นสตรีจากตระกูลขุนนางชั้นสูง เป็นบุตรีของขุนนาง สาเหตุที่ทำให้ฮ่องเต้ครองบัลลังก์ได้อย่างมั่งคงส่วนหนึ่งมาจากนาง นางจึงได้เป็นฮองเฮาแม้จะมิเป็นที่โปรดปรานมากนัก เมื่อองค์ฮองเฮาประทับอยู่บนบัลลังค์หงส์ถือว่าเป็นการเปิดพิธีเพราะนี่เป็นงานที่องค์ฮองเฮาทรงคิดขึ้น

 

เมื่องานเริ่มขึ้น คู่แรกที่ขึ้นมาบนลานประลองคือ องค์ชายห้าแห่งแคว้นต้าหลง หลงเซินจิน น้องชายแท้ๆเพียงคนเดียวขององค์รัชทายาท กับ คุณชายจ้าว จ้าวหลิ่งเหวิน ศิษย์เอกของสำนักเยว่หลง คู่นี้นับว่าน่าสนใจ องค์ชายห้า เก่งวรยุทธ แม้มิอาจพูดได้ว่าล้ำเลิศ แต่ก็เก่งกาจเอาการ ผนวกกับเพลงกระบี่ตระกูลหย่งที่ดุดันแล้ว องค์ชายผู้นี้มิสามารถดูกถูกได้ แต่กับศิษย์เอกสำนักเยว่หลง ที่ฆ่าคนห้าคนตายภายในดาบเดียว ด้วยตาไม่กระพริบ แถมท่าทียังอ่อนโยนสง่างาม ก็ถือว่าห่างชั้นกันไม่น้อย เพลงกระบี่ของสำนักเยว่หลงนั้น พริ้วไหวดุจใบไผ่ลู่ลม ทั้งพริ้วไหว เฉียบคม งดงามในคราเดียวกัน ศิษย์สำนักเยว่หลงนั้นถือว่าเก่งกาจ เพราะสำนักเยว่หลงเข้ายากห้าปีรับศิษย์เพียง 10 คน ทั้งที่มีผู้มาสมัครมากมายแต่ก็รับเพียง 10 คนเท่านั้น ผู้ที่เข้ามาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว แต่นี่คุณชายจ้าวเป็นศิษย์เอกยิ่งเก่งขึ้นไปหลายเท่านัก ข้าขอทายว่าการประลองคู่นี้ คุณชายจ้าวเป็นฝ่ายชนะ

 

การประลองผ่านไปเรื่อยๆ คู่แล้วคู่เล่า แต่ก็ยังมิถึงคู่ของท่านพี่สักที เมื่อไหร่จะถึงคู่ของท่านพี่สักทีนะ มู่เสวี่ยไป๋นั่งรอคอยอย่างมีความหวังว่าจะถึงคู่ของหลงลู่หยางในมินาน แต่จู่ๆ ก็รู้สึกถึงอาการปวดบีบเกร็งบริเวณท้องน้อยโดยที่ยังมิมีสัญญาณบอกล่วงหน้า 'ถึงรอบแล้วรึ' มู่เสวี่ยไป๋คิด อาการปวดบีบเกร็งหนักขึ้นเรื่อยๆ จนมิอาจบังคับสายตาให้จับจ้องไปที่ลานประลองได้แล้ว ตอนนี้มู่เสวี่ยไป๋ต้องการกลับตำหนัก แต่หากกลับไปตอนนี้ก็มิได้ดูการแสดงของเสด็จพี่และถือเป็นการเสียมารยาทต่อองค์ฮองเฮา ทำเช่นไรดี ขันทีข้างกายอย่างเสี่ยวไป๋จื่อเมื่อเห็นความผิดปกติของผู้เป็นนายก็มิได้นิ่งนอนใจถามออกไปว่า

 

"องค์ชาย องค์ชายพะยะค่ะ ท่านเป็นอันใดพะยะค่ะ" เสี่ยวไป๋จื่อถามเมื่อเห็นท่าทางของนายตนเปลี่ยนไป หน้าตาซีดเซียวมิมีสี องค์ชายเป็นอันใดกัน ทั้งๆที่เมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลยนี่

 

"เสี่ยวไป๋จื่อ เดือนนี้รอบข้ายังมิมามิใช่หรือ" มู่เสวี่ยไป๋ถามออกไปเสียงสั่น แต่นั้นก็ทำให้ขันทีคนสนิทเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทันที หรือว่านี่จะถึงวันที่ 'รอบเดือน' ขององค์ชายจะมา วันแรกๆที่องค์ชานเป็นรอบเดือนจะมีอาการปวดบีบเกร็งบริเวณหน้าท้องอย่างหนัก อาจจะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงร่วมด้วย

 

จะทำเช่นไรดีนะ ถ้าออกไปตอนนี้ก็ถือว่าเสียมารยาท แต่ไม่ว่ายังไงองค์ชายก็คงยังมิไป ถ้ามิได้อยู่ให้กำลังใจองค์รัชทายาทเป็นแน่

 

"จะออกจากงานเลยรึไม่ พะยะค่ะ" เสี่ยวไป๋จื่อถามทั้งๆที่รู้คำตอบดีอยู่แล้วว่ายังไงๆองค์ชายก็มิมีทางกลับ

 

"ยังหรอก ท่านพี่ยังมิได้ประลองเลย" มู่เสวี่ยไป๋ที่ปวดท้องจนแทบคุมสะติไม่อยู่ตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม แม้ใบหน้าซีดเซียวเพียงใดก็มิอาจทำลายความน่ารักขององค์ชายได้จริงๆ แต่องค์ชายท่านโปรดห่วงตังเองสัดนิดเถิด หน้าซีด ปากสั่นปานนั้นยังคงห่วงที่จะดูการประลองขององค์รัชทายาทอีก

 

"องค์ชาย แต่ท่าน..." จะมิไหวอยู่แล้ว ยังมิทันพูดจบประโยค มู่เสวี่ยไป๋ก็พูดขัดขึ้น

 

"ข้ายังไหว มิต้องห่วงๆ" มู่เสวี่ยไป๋บอกกับขันทีคนสนิทที่ทำหน้ากังวลทั้งๆที่มิใช่เรื่องของตนแท้ แต่ข้าก้รู้ว่าเสี่ยวไป๋จื่อก็คงเป็นห่วงข้ามิ

 

องค์ชาย! นำ้เสียงสดใส ร่าเริงนี่มันอะไรกัน ท่านพูดท้องเพราะมีรอบเดือนจนหน้าซีดเยี่ยงนี้ จะมาพูดให้ข้าสบายใจเพื่ออันใดกัน ถ้าอยากให้ข้าสบายใจ ท่านก็ไปพักซะสิ! ทำเช่นนี้ข้าก็มิได้สบายใจขึ้นหรอกนะ แต่เห็นแก่ท่าทางน่ารักของท่านข้าจะให้ท่านอยู่ให้กำลังใจองค์รัชทายาทอีกซักพักก็แล้วกัน!

 

เวลาผ่านไปไม่นานนักก็ถึงการประลองขององค์รัชทายาทกับองค์ชายสาม หลงเฉินตง องค์ชายเพศเกอ ลูกของเสียนเฟยแห่งแคว้น เป็นองค์ชายที่น่าสงสารอย่างถึงที่สุด ฮ่องเต้มิโปรด มารดาก็เสียตั้งแต่ยังเล็ก น่าอาภัพนัก แต่ถึงน่าสงสารเยี่ยงไร ข้าก็ยังจะเอาใจช่วยท่านพี่ให้ชนะอยู่ดี! ความน่าสงสารน่ะมิใช่เหตุผลในการยอมแพ้

 

อ่ะ...ทำไมอยู่ดีๆ ตาก็พร่า หัวก็ปวดจนแทบระเบิดอยู่แล้ว ท้องก็ปวดบีบเกร็งจนแทบจะนั่งหลังตรงมิไหว เมื่อไหร่งานจะจบนะ ข้าจะได้ไปนอนพักสักที แต่การประลองของท่านพี่ยังมิจบ มิได้ๆ ข้ายังจะนอนตอนนี้ไม่ได้ ทนไว้สักพักการประลองจะจบแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นมู่เสวี่ยไป๋จึงพยายามนั่งต่อไป ทั้งที่จริงๆ ร่างกายแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว หลังจากนั้นภาพสุดท้ายที่มู่เสวี่ยไป๋เห็นคือสีหน้าตื่นตกใจของขันทีคนสนิท ก่อนที่สติของมู่เสวี่ยไป๋จะดับวูบลง

 

"ไท่จื่อเฟยเป็นลม พะยะค่ะ" เสียงของขันทีคนสนิทของไท่จื่อเฟยดังขึ้น ทั้งโถงเกิดอาการโกลาหลขึ้น องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าหลงตื่นตกใจจนกระโดดลงจากลานประลองโดยที่มิสนใจชัยชนะใดๆทั้งสิ้น ในวินาทีนั้นหลงลู่หยางมิสนใจใดๆทั้งสิ้นมิสนใจชัยชนะที่ตนผิดกติกาลงจากลานประลองทั้งๆที่ยังประลองมิเสร็จ มิสนใจหน้าตาทางสังคมของตนจะเป็นอย่างไรที่ทำตัวเสียมารยาท มิสนใจว่านี่จะเป็นการหักหน้าฮองเฮาที่พามู่เสวี่ยไป๋ออกมาทั้งๆที่ยังมิจบงาน หลงลู่หยางสนใจเพียงแค่ตอนนี้ร่างในอ้อมแขนของตนจะเป็นเยี่ยงไร จะป่วยเป็นอันใดมากรึไม่

 

_________

 

พี่ใจเย็นๆนะคะ น้องแค่เมนส์มาค่ะ ถถถถถ เอ็นดูพี่

 

ขอบคุณสำหรับการที่ทุกคนมาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ

ความคิดเห็น