ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 สามีข้าช่างใจดียิ่งนัก

ชื่อตอน : บทที่ 9 สามีข้าช่างใจดียิ่งนัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 533

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 สามีข้าช่างใจดียิ่งนัก
แบบอักษร

"ไป๋เอ๋อร์...เช้าแล้ว" หลงลู่หยางกระซิบข้างหูคนในอ้อมกอด ก่อนจะงับเข้าที่ใบหูของมู่เสวี่ยไป๋ ถึงแม้จะงับไม่แรงมากแต่การขบกัดเบาเป็นจังหวะก็ทำให้จั๊กจี้ไม่หยอก

 

"คิก..ท่านพี่ มันจั๊กจี้นะขอรับ" คนงามในอ้อมกอดร้องออกมาพร้อมปัดป่ายสิ่งน่ารำคาญออกโดยที่ยังไม่แม้แต่ลืมตามอง

 

"ไป๋เอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว มิเช่นนั้นเราจะไปสาย" หลงลู่หยางแกล้งคนงามในอ้มกอดต่อโดยมิสนเสียงประท้วง

 

"ท่านพี่ ข้าขอนอนอีกประเดี๋ยวนะขอรับ" คนงามในอ้อมกอดลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะช้อนตามองหลงลู่หยางพร้อมพูดด้วยนำ้เสียงออดอ้อน หลงลู่หยางใจอ่อนยวบแต่ก็ต้องขัดใจคนงาม เพราะถ้ามิตื่นตอนนี้คงไปถึงที่หมายตอนค่ำมืดเป็นแน่

 

"ไป๋ไป๋ ตื่นเถิด" หลงลู่หยางพูดขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ หลงลู่หยางกลับช้อนคนงามเข้ามาในอ้อมแขน โอบอุ้มด้วยท่าเจ้าสาว ก่อนจะพามู่เสวี่ยไป๋เข้าห้องนำ้ไป ก่อนเข้าห้องนำ้หลงลู่หยางกลับส่งสายตาห้ามปรามเสี่ยวไป๋จื่อที่จะตามเข้ามาช่วยมู่เสวี่ยไป๋อาบน้ำดังทุกวัน สายตานั้นบอกเสี่ยวไป๋จื่อว่า 'ข้าจะอาบน้ำให้ภรรยาเอง มิต้องมายุ่ง' 

 

อั๊ยหยา! องค์รัชทายาทแคว้นต้าหลงช่างน่ากลัวยิ่งนัก ข้าเห็นองค์ชายมาตั้งแต่เล็ก จะมาหึงหวงองค์ชายอันใดกับข้าเล่า ท่านจะหึงหวงกับใครก็ได้แต่ไม่ใช่ข้า ข้าเห็นองค์ชายเปลื้องผ้าเล่นน้ำก่อนท่านเห็นอีก!

 

การอาบน้ำที่มิใช่แค่การอาบนำ้กินเวลากว่าที่คิดกว่าจะได้ออกจากจวนก็ยามซื่อ*แล้ว ก็ใครใช้ให้สามีหล่อเหลา และ อร่อยปานนั้นเล่า จะใช้อาบนำ้แค่ชั่วครู่ได้อย่างไร ก็ต้องอาบให้สะอาดทุกซอกทุกมุมสิ

 

นับตั้งแต่วันที่ข้าก้าวเข้ามาในจวนรัชทายาทก็ประมาณ 1 เดือนแล้ว ระยะเวลาทั้งหมดนี้ทำให้ข้ารู้ว่า สามีของข้านั้นนอกจากจะหล่อเหลาปานเทพบุตร ยังอ่อนโยนใจดี ตามใจข้าอย่างถึงที่สุด อย่างเช่น คราวที่ข้าว่าอนุภรรยาคนโปรดของท่านพี่

 

หลงลู่หยางสังเกตุเห็นภรรยาตัวน้อย นั่งก้มหน้านิ่ง มิร่าเริงขี้อ้อนดังเคย จึงเกิดเป็นห่วง กลัวว่าคนงามบนตักจะป่วยหรือมิสบายอันใด

 

"เจ้าเป็นอันใด ไหนบอกพี่มาสิ" หลงลู่หยางถามออกไปด้วยนำ้เสียงนุ่มนวล ผนวกกับฝ่ามือใหญ่ที่กำลังลูบหัวของมู่เสวี่ยไป๋อย่างอ่อนโยน

 

"อะ..ข้า คือว่า ข้า" มู่เสวี่ยไป๋อ้ำอึ้งมิตอบคำถาม ทั้งยังก้มหน้าลงไปต่ำกว่าเดิม ทำเอาหลงลู่หยางคิดว่า 'ทำตัวอยากกับเด็กทำผิดแล้วกลัวผู้ใหญ่จับได้อย่างไงอย่างงั้น'

 

"มีอันใดรึ หรือเจ้าทำอะไรผิด" เมื่อได้ยินคำว่าผิด มู่เสวี่ยไป๋ก็สะดุ้งสุดตัวพาให้หลงลู่หยางรู้ว่า คนบนตักน่าจะทำอันใดผิด จึงเอ่ยปลอบไปว่า "ถึงเจ้าจะทำผิดจริง พี่ก็ย่อมไม่โกรธเจ้า ไหนเจ้าลองเล่ามาสิ ว่าทำอันใดผิด" เมื่อเขาพูดจบ ภรรยาตัวน้อยก็มีสีหน้าดีขึ้น มู่เสวี่ยไป๋ช้อนตาขึ้นมองสามีด้วยดวงตารู้สึกผิด ถึงแม้มู่เสวี่ยไป๋จะฆ่าคนตาย ในเวลานี้หลงลู่หยางคงไม่คิดจะดุ ไม่คิดจะลงโทษ ไหนเลยจะสนับสนุนด้วยซ้ำ สายตารู้สึกผิดแกมออดอ้อนที่ช่ำวาวไปด้วยนำ้ ที่มองมานั้น แค่นั้นก็มากพแที่จะให้คนอย่างหลงลู่หยางยอมแพ้โดยมิมีข้อแม้อันใดทั้งสิ้น

 

"ขะ..ข้าขอโทษ..ฮึก..ข้า ขอโทษ" คนงามบนตักร้องไห้ออกมา หยดน้ำสีใสบนแก้มนวลนั้น ราวกับ น้ำค้างบนกลีบดอกเหมย ดูบอบบาง น่าทะนุถนอม หลงลู่หยางเห็นคนงามร้องไห้ก็อดไม่ได้ที่จะจูบซับน้ำตาที่แก้มนิ่มเบาๆ "เหตุใด เจ้าจึงร้องไห้งอแงเล่า" ถึงจะพูดเยี่ยงนั้น แต่นำ้เสียงกลับอ่อนโยน มิได้ต้องการดุภรรยาตัวน้อยเพียงสักนิด

 

"ข้า..ทำผิดต่อท่านแล้ว ข้า..ฮึก ข้าต่อว่าอนุภรรยาของท่าน ฮึก.." คนงามบนตักเริ่มหยุดสะอื้น ก่อนจะเริ่มเล่าออกมา หลงลู่หยางกลับขมวดคิ้วมุ่น เด็กน้อยของเขามิมีทางทำอันใดใครก่อนเหตุใดจึงต่อว่านางคนนั้นกัน

 

"เหตุใดเจ้าถึงต่อว่านางเล่า รึนางทำอันใดเจ้า" หลงลู่หยางรีบเค้นความจริงจากร่างนุ่มนิ่มบนตัก

 

"นางมิได้ทำอันใดข้า" มู่เสวี่ยไป๋ตอบออกไปแต่มิสบตาหลงลู่หยาง อ่ะ..ข้าอีกแล้ว เมื่อครู่เจ้ากำลังร้องไห้จึงมิทันสังเกต เจ้าโกหกไม่เนียนเลยนะ ไป๋ไป๋ อ่าช่างดูออกง่ายจริงเชียว

 

"ไป๋ไป๋ พี่ให้เจ้าแทนตัวเองว่าอย่างไร" หลงลู่หยางแส้รงดัดเสียงเข้ม แกล้งอีกคน ก่อนจะบีบเค้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มบริเวณสัโพกของอีกคน

 

"อ่ะ..ท่านพี่ทำอันใด" มู่เสวี่ยไป๋ร้องท้วงเมื่อมือหนาเริ่มบีบบั้นท้ายของตน

 

"หื้ม ว่าอันใดรึ" เห็นมู่เสวี่ยไป๋ตกใจ หลงลู่หยางยิ่งแกล้ง บีบเค้นบั้นท้ายอีกฝ่ายแรงขึ้น

 

"ท่านพี่...อ๊ะ.." หลงลู่หยางอุ้มมู่เสวี่ยไป๋ไปที่เตียง จากนั้นภาพก็ตัดไปที่โคมไฟ

 

ทุกคนคงรู้ว่าต่อจากนั้นอะไรจะเกิดขึ้น พอเช้ามาท่านพี่ก็เค้นข้าจนได้ถามจริงและไล่นางคนนั้นออกจากจวน ข้าก็แสดงละครนิดหน่อย บอกว่า 'นางมิผิดอันใด อย่าไล่นางออกไปเลย ข้ามิเป็นอันใดหรอก' จริงๆข้าว่าสามีก็น่าจะมองที่ข้าแสดงออก แต่ก็เล่นตามน้ำไป ข้ารู้ได้ยังไงน่ะรึ ก็ความขบขันในแววตานั้นไงล่ะ

 

การไปเที่ยวในครั้งนี้นั้น เป็นการไปเที่ยวประราชวังตากอากาศของฮ่องเต้ที่นอกเมือง ซึ่งการไปพักผ่อนธรรมดามันจะไปสนุกอันใด ฮ่องเต้จึงตั้งกฏว่า การไปพระราชวังตากอากาศนั้นมีระยะเวลาประมาณ 15 วัน

 

3 วันแรกจะเป็นการประรองยุทธในรูปแบบต่างของผู้ชาย ทั้งเหล่าคุณชายทั้งหลาย หรือเหล่าองค์ชายเองก็ตามต้องเข้าร่วมการประลองนี้ การประลองนี้นับว่าเป็นการประลองความสามารถของคนในวังให้เป็นที่ประจักเลยก็ว่าได้

 

3 วันถัดมาเป็นการแสดงของเหล่าคุณหนูจวนขุนนางต่างๆ และอาจจะมีการแสดงของคู่หมั้นขององค์ชายหรือหวางเฟยของท่านอ๋องร่วมด้วย คุณหนูคุณชายส่วนใหญ่ที่ยังมิมีคู่หมั้นก็มันจะหาคู่ในวันสุดท้าย วันที่ 7 จะเป็นงานชมดอกไม้แต่งกลอนธรรมดา แต่ความนัยแฝงของงานนี้คือ การจับคู่กันของคุณหนูคุณชายที่ถูกใจกันตั้งแต่วันก่อนหน้า เมื่อครบ 7 วันแล้วเหล่าขุนนางทั้งหลายก็จะกลับไปเหลือแต่สมาชิกราชวงศ์ ซึ่งถือเป็นการพบปะในครอบครัวอย่างแท้จริง

 

ข้าคิดว่าข้าจะแสดงการดีดพิณ 7 สายหรือที่นิยมเรียกกันว่ากู่ฉิน การดีดกู่ฉินนั้นทำได้อยาก คนที่เล่นก็มีน้อย จึงนับว่าหาชมได้ยากอีกทั้งคนที่เล่นได้ไพเราะก็แทบจะมิมี ที่หายาหน่ะรึ เพราะกู่หนึ่งสายมี 34 เสียง มีวิธีการเคล็ดการดีด สองสายคู่ สามสายพร้อมเพรียง ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิชาชั้นสูงที่มิค่อยมีคนถ่ายทอด การจะดีดเป็นเพลงใช้เวลา 2 ปี ดีดเป็นเพลงถ่ายทอดอารมณ์ให้เวลานับสิบปี กู่ฉินที่ดี ต้องใช้ไม้ตายซากในการทำ ยิ่งโดนฟ้าผ่ายิ่งดี 

แต่ ข้าโชคดีที่เป็นองค์ชายจึงหากู่ฉินที่ดีได้โดยมิยากเย็นนัก อีกทั้งมีท่านแม่เป็นเป็นยอดฝีมือด้านดนตรีทุกแขนง จึงได้เล่าเรียนไว้หากมิใช้ก็มิเสียหาย ดังนั้นในการแสดงครั้งนี้ข้าจะดีดกู่ฉิน เพลง กว่างหลินส่าน เป็นบทเพลงที่ต้องบรรลุทีกษะขั้นสูงถึงจะบรรเลงได้ ข้าจะประกาศศักดาให้ทุกคนได้รู้ว่า ข้านี่แหละไท่จื่อเฟย! ข้ามีความสามารถขนาดนี้ คุณหนูท่านใดก็อย่าได้ริอาจมองสามีข้า!

_________

 

น้องเป็นคนที่รักศักดิ์ศรีและขี้หวงในประมาณหนึ่ง

 

โปรดเอ็นดูน้องด้วยนะคะ

ความคิดเห็น