ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 ไท่จื่อเฟยกับเรื่องหลังจวนแสนวุ่นวาย

ชื่อตอน : บทที่ 8 ไท่จื่อเฟยกับเรื่องหลังจวนแสนวุ่นวาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 464

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2563 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 ไท่จื่อเฟยกับเรื่องหลังจวนแสนวุ่นวาย
แบบอักษร

เช้าวันที่ 2 ของการแต่งงาน วันนี้มิมีอันใดที่ต้องทำมาก แค่พบปะกับเหล่าสนม นางกำนัล อนุภรรยาเท่านั้นเอง แค่อันใดกัน! นี่มันเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวที่สุดของการแต่งงานแล้ว เสด็จแม่ข้าเป็นฮองเฮาเหตุใดข้าจะไม่รู้เล่า ว่างานหลังจวนมันหนักขนาดไหน สนมของเสด็จพ่อ วันๆมิทำอันใด มัวแต่เดินชมดชม้อยชายตา เดินไปเดินมา ตำหนักนู้นที ตำหนักนี้ที จัดงานเลี้ยงใหญ่โต หรูหราฟู่ฟ่า สิ้นเปลืองเงินในคลังเป็นอย่างยิ่ง อวดโฉมที่มิมีอันใดให้อวด! เป็นแค่กระถางปักปิ่นเดินได้แท้ๆ เสด็จแม่ข้างดงามกว่าตั้งเยอะ

 

โอ้ย! น่าปวดหัว มีแต่สิ่งที่น่าปวดหัว การจัดการเรื่องหลังเรือนนั้นท่านพี่บอกข้าว่า ​​'เรื่องหลังจวน พี่มิยุ่งเกี่ยวมอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้า'  การได้เป็นใหญ่ในหลังจวนมันก็ดีอยู่หรอก ถ้าท่านมิได้ทำสีหน้าราวกับยกภูเขาออกจากอกปานนั้น สามี ท่านทิ้งภาระชิ้นใหญ่ไว้ให้ข้า! แต่มิเป็นไร เพราะมู่เสวี่ยไป๋คนนี้จะจัดการหลังจวนให้เรียบร้อยมิมีใครกล้าหืออือ ทำให้วุ่นวายอีก เชื่มือข้าได้เลย สามี ข้าจะมิทำให้ท่านผิดหวัง!

 

มู่เสวี่ยไป๋เดินมาถึงเรือนไป๋ฮวาซึ่งเป็นเรือนที่เหล่าอนุภรรยาขององค์รัชทายาทต้องเข้ามาพบไท่จื่อเฟย สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ตามกฎที่มู่เสวี่ยไป๋สร้างขึ้น ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่ต้องพบเจอเหล่าอนุภรรยาทั้งหลายครั้งแรก ครั้งแรกเชียวนะ! ยังไงก็ขอให้เป็นไปด้วยดีก็แล้วกัน

 

มู่เสวี่ยไป๋เดินเข้าไปในเรือนไป๋ฮวาอย่างไม่รีบร้อน เนื่องจากมาถึงก่อนเวลาค่อนข้างมากทำให้ภายในห้องยังมีเพียงนางกำนัลไม่กี่คนกับมู่เสวี่ยไป๋เท่านั้น รอไม่นานก็มีสนมบางส่วนทยอยเดินเข้ามา แต่เมื่อเห็นมู่เสวี่ยไป๋นั่งอยู่ข้างในก่อนแล้วก็ชะงักและรีบทำความเคารพ

 

แต่เมื่อเห็นหน้าตาของมู่เสวี่ยไป๋ชัดๆแล้วพวกนางต่างก่นด่าสาปแช่งสวรรค์ต่างๆนาๆ มู่เสวี่ยไป๋ในชุดจีนโบราณสีม่วงอ่อน ปักลายดอกเหมยสีขาวดอกเล็กบริเวณแขนเสื้อทั้งสองข้าง ช่างดูงดงามอ่อนหวาน ใบหน้างดงามมิได้แต่งหน้าอะไรมากเพียงแค่ทาแป้งบางเบา กับ ทาชาดที่ริมฝีปาก ก็ทำให้ใบหน้านั้นงดงามไร้ที่ติ เมื่อทุกสิ่งรวมกันทำให้มู่เสวี่ยไป๋ดูเหมือนเทพธิดาสวรรตัวน้อยที่ลงมาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์มากกว่ามนุษย์จริงๆเสียอีก

 

นี่สินะเหตุผลที่ไท่จื่อมิเควเหลียวแลพวกนาง เพราะมีคู่หมั้นที่งดงามถึงเพียงนี้อยู่สินะ ไท่จื่อเฟยงดงามปานนี้ อีกทั้งยังเป็นองค์ชายสามารถเชิดหน้าชูตาได้ แล้วพวกนางล่ะเป็นแค่ลูกขุนนางยศตำ่จะมีอัใดไปสู้เล่า! สวรรค์ช่างลำเอียงยิ่งนัก เหตุใดถึงส่งคนที่หน้าตางดงามเยี่ยงนี้มาเป็นคู่แข่งของพวกนางเล่า

 

มู่เสวี่ยไป๋ที่คาดไว้แล้วว่า อนุภรรยาเหล่านี้ ต้องพยายามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาด จึงตั้งใจเลือกเสื้อผ้าสีอ่อนเพื่อทำให้ดูโดดเด่น งดงามอ่อนหวานแตกต่างจากนางพวกนั้น ส่วนเครื่องแต่งหน้านั้น เขาตั้งใจจะแต่งหน้าบางๆ เพื่อจะทำให้นางเหล่านั้นรู้ว่า เขาแต่งหน้าเพียงน้อยนิด ก็งามกว่าพวกนางแต่งหน้าจนแป้งหมดกระปุก เป็นไหนๆ ส่วนเรื่องที่ทำอย่างนี้นะหรือก็เพื่อให้พวกนางรู้ว่า ข้ามิใช่คู่แข่งของพวกนาง ถึงแม้จะเป็นแต่ข้าก็น่าจะชนะตั้งแต่ยังมิได้แข่ง

 

อ่ะ...ใกล้จะถึงเวลาเริ่มแล้ว ยังคงมิที่นั่งว่างประปราย แต่ก็ยังมีคนสำคัญที่ยังมิได้มา สนมคนโปรดของเสด็จ จะงามเพียงใดกันเชียว ถึงได้เป็นอนุภรรยาคนโปรดของท่านพี่ แต่จะสู้ข้าได้รึไม่นั้น ข้าคิดว่ามิมีทาง

 

ข้ามิได้มีเพียงหน้าตางดงามแต่เพียงอย่างเดียวสักหน่อย ข้าเป็นองค์ชายย่อมมีหน้าตาในสังคม อีกทั้งยังวรยุทธสูงส่ง มีมารดาเป็นฮองเฮา มีบิดาเป็นฮ่องเต้ หากมีศึกชิงบัลลังก์ ข้าย่อมช่วยท่านพี่ได้มากกว่านางที่เป็นสามัญชน แม้จะมาจากตระกูลขุนนางแต่ไหนเลยจะสู้คนที่โตภายในวังหลังอย่างข้า! กลยุทธ์ เลห์เหลี่ยม ที่นางมีอาจจะดูเบาไปเลยด้วยซำ้ ถ้าเจอกลยุทธ์ เลห์เหลี่ยมที่ใช้กันภายในวังหลัง วางยาพิษ ลอบสังหาร ข้าผ่านมาหมดแล้ว แค่รับมือผู้หญิงคนเดียวจะไปกังวลอันใดเล่า

 

ประตูเรือนเปิดขึ้นอีกครั้ง เผยให้เห็นหญิงสาวรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นเดินเข้ามา นางผู้นั้นสวมชุดสีแดง ปักปิ่นสีทอง ใบหน้างดงามโฉบเฉี่ยว แต่ถ้าเทียบกับมู่เสวี่ยไป๋แล้วนางผู้นี้นับว่าธรรมดา ห๊ะ..เจ้าคิดบ้าอันใดเนี่ย ชุดสีแดง ปิ่นสีทอง หน้าตาดีซะเปล่ามิมีสมองซะเลย ข้าต้องมาเห็นสีแดง สีส้มแสบตาจนกว่าจะจบการเข้าพบรึ แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว

 

"คารวะ ไท่จื่อเฟย" นางผู้นั้นคารวะมู่เสวี่ยไป๋อย่างรีบร้อนเหมือนคิดจะทำแบบส่งๆ มิได้คิดคารวะจริงจัง

 

"คารวะใหม่" เสียงหวานนุ่มหูดังขึ้น ทำเอานางอนุภรรยาผู้นั้นสะดุ้ง เมื่อหันไปมองต้นเสียงก็พบว่ามู่เสวี่ยไป๋มองนางด้วยสายตาเรียบเฉย เย็นชา

 

"พะ..เพคะ?" นางถามออกไปอย่างมึนงง ไท่จื่อเฟยพูดว่าให้นางคารวะใหม่งั้นรึ เหตุใดกัน

 

"คารวะใหม่" เสียงหวานดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครานี้นำ้เสียงนั้นมิได้นุ่มหูดังเดิม นำ้เสียงนั้นแฝงด้วยความกดดันแกมบังคับ

 

นางผู้นั้นคาวระมู่เสวี่ยไป๋อีกครั้งด้วยท่าทางที่ดีขึ้น แต่สำหรับมู่เสวี่ยไป๋ที่เป็นองค์ชาย กลับคิดว่า 'การควรวะนี่มันอันใดกัน นั่นนางคิดว่าตนเองกำลังคารวะใครอยู่ ตั้งแต่ข้าเกิดมา มิมีใครกล้าคารวะข้าแบบส่งๆเช่นเจ้าเลยสักคน"

 

"คารวะใหม่" มู่เสวี่ยไป๋ยังคงพูดคำเดิม แต่ความกดดันกลับมากขึ้น นางผู้นั้นทรุดตัวลงกับพื้นเพราะแรงกดดัน ก่อนจะคารวะแบบเต็มพิธีด้วยความกลัว

 

"คะ..คารวะ..ทะ..ไท่จื่อเฟย...พะ..เพคะ" นางพูดด้วยเสียงสั่น ด้วยความกลัว ตั้งแต่เกิดมามิมีใครกล้าทำกับนางอย่างนี้ ถึงแม้จะมิใช่บุตรตรีของขุนนางชั้นสูงมีหน้ามีตาในสังคม แต่เพราะเป็นลูกของฮูหยินเอก จะทำอันใดมีมิใครขวาง ทำผิดอันใดมิมีใครกล้าว่า จนมาอยู่จวนรัชทายาทนางเป็นที่โปรดปรานมากกว่าคนอื่น ทำให้มิมีอนุภรรยาคนใดกล้าระรานนาง แต่เมื่อไท่จื่อเฟยผู้นี้มานางก็ต้องหมอบกราบแทบเท้า หึ! คิดว่าตนเองเป็นไท่จื่อเฟยแล้วคิดจะข่มคนอย่างข้าให้อยู่แทบเท้ารึ มิมีทาง

 

"อ่า..ข้าก็นึกว่าเจ้าจะคารวะไม่เป็นเสียแล้ว เห็นทีคงต้องให้นางกำนัลไปสอนเจ้าใหม่ว่าการมีมารยาทต้องทำยังไง" มู่เสวี่ยไป๋พูดเมื่อเห็นนางผู้นั้นกำมือแน่น เมื่อพูดจบนางผู้นั้นก็กำมือแน่นเข้าไปอีก พร้อมส่งสายตาเคียดแค้นมาทางมู่เสวี่ยไป๋

 

"เจ้านี่ยังไง อยากโดนประหารรึ การใช้สายตาเยี่ยงนั้นมองราชวงศ์เป็นการทำร้ายสมาชิกราชวงศ์นะ" มู่เสวี่ยไป๋พูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะพูดต่อว่า "ข้าลืมไป เจ้าน่ะสวยแต่ไร้สมอง ที่ข้าพูดไปเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร" มู่เสวี่ยไป๋ว่าก่อนจะมองนางด้วยสายตาเหยียดหยาม เย็นชา ทุกคนอย่าได้เข้าใจข้าผิด ข้ามิได้ใจร้ายอันใดสักหน่อย แค่การใช้สายตาแบบนั้นมองข้าโดยที่ยังมิโดนควักลูกตาออก ก็นับว่าปราณีมากแล้ว

 

"วันนี้จบการพบปะเพียงเท่านี้ก็แล้วกัน เปิ่นหวางเฟยเหนื่อยมากแล้ว" มู่เสวี่ยไป๋พูดยิ้มๆก่อนจะเดินออกไปจากเรือนอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เหล่าอนุภรรยาทั้งหลายงงอยู่ในเรือนไป๋ฮวา จะว่าไป การจัดการเรื่องหลังจวนก็มิได้แย่เท่าที่คิด ดูสายตานางนั่นตอนที่ข้าพูดคำว่าเปิ่นหวางเฟยสิ ทำหน้าตาน่ากลัวเชียว วันนี้เผลอใส่อารมณ์ไปมากทำให้นางนั่นกลัวจนหัวหด ก็มันอดมิได้นี่ มิมีใครกล้าทำกริริยาเช่นนั้นใส่ข้า เรื่องหลังจวนน่ะเหมือนละคร หากจะทำให้ผู้ใดมิรู้สึกถึงความการกระทำที่เสแสร้ง หากมิใส่ความรู้สึกจริงสักนิดก็ไม่สนุก นางพวกนั้นน่าจะมิกล้าหือรือกับข้าไปอีกสักพักเลยเชียว

 

วันนี้ช่างเป็นวันที่ดี สำหรับข้าจริงๆ

_________

ทวิตเตอร์เค้า morning sunshine ไปพูดคุยกันได้นะคะ

ความคิดเห็น