ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 งานแต่งงานช่างแสนวุ่นวาย

ชื่อตอน : บทที่ 5 งานแต่งงานช่างแสนวุ่นวาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 455

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 พ.ค. 2563 12:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 งานแต่งงานช่างแสนวุ่นวาย
แบบอักษร

ในที่สุด วันแต่งงานของมู่เสวี่ยไป๋ก็มาถึง เช้าวันนี้มู่เสวี่ยไป๋ถูกขันทีข้างกายปลุกตั้งแต่ยามอิ๋น* ยามอิ๋นเชียวนะ! ตั้งแต่เกิดมาข้ายังมิเคยตื่นเช้าขนาดนี้เลยด้วยซำ้ เจ้าเป็นใครกัน เป็นแค่สามีที่มิเคยเห็นหน้าแท้ๆ กลับมาทำให้ข้าต้องตื่นเช้าขนาดนี้ อีกทั้งยังโดนขันทีและนางกำนัล พัดแป้งแต่งหน้า ทาชาดจนเกือบจะจำหน้าเดิมมิได้อยู่แล้ว หลังจากนั้นยังต้องใส่เครื่องประดับหนักอึ้งไว้บนศรีษะ จนข้ากลัวคอจะหัก วันนี้ข้าจะยืนได้ด้วยตัวเองรึไม่ก็ยังมิรู้เลย อีกทั้งยังต้องสวมชุดรุ่มร่ามสีแดงสด แต่ก็นับว่าชุดนี้เหมาะกับฐานะของข้า ข้าเป็นองค์ชาย เจ้าบ่าวของข้าก็เป็นองค์ชาย ชุดแต่งงานของเราจึงต้องสมเกียรติมิให้ใครมาหยามได้ 

 

ชุดแต่งงานของข้า เป็นชุดสีแดง ปักลายหงส์ด้วยดิ้นทอง ที่นับว่าปราณีต งดงามเป็นอย่างมาก ชุดแต่งงานชุดนี้ ถูกสร้างโดยนักตัดเย็บอันดับหนึ่งของแว่นแคว้น อีกทั้งผ้าที่นำมาตัดยังเป็นผ้าไหมชั้นดีอีกด้วย จึงทำให้ราคาของชุดแต่งานชุดนี้แพงหูฉี่เลยทีเดียว แต่สำหรับฮ่องเต้แห่งแคว้นมู่และแคว้นต้าหลง การจัดงานแต่งงานให้ลูกสักคน มันจะซักเท่าไหร่กันเชียว อาจจะเป็นเพียงเศษเงินในท้องพระคลังเลยก็ว่าได้ ด้วยคติที่ว่า'เสียเงินมิว่า เสียหน้ามิได้' จึงทำให้งานแต่งงานครั้งนี้ดูยิ่งใหญ่ อลังการมากเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ

 

"ช่างงดงามนัก ลูกแม่" จิ่นฮองเฮาเอ่ยบอกกับบุตรเพศเกอของตน มู่เสวี่ยไป๋ของมารดาของตนผ่านผ้าไหนสีแดงที่ใช้คลุมหน้าเจ้าสาว วันนี้ข้าต้องตื่นเช้า ไหนยังจะต้องเดินทางไปที่จวนองค์รัชทายาทอีก กราบไหว้ฟ้าดินอีก เหตุใดจึงวุ่นวายนัก เจ้าบ่าวก็มิเคยเห็นหน้าเสียหน่อย เนื่องจากนี่เป็นงานแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแคว้น ทำให้ตอนนี้หน้าประตูวังมีคนออกันเต็มไปหมด เพื่อรอดูพิธีส่งเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวไปบ้านเจ้าบ่าว เฮ้อ...ข้าเจ้าใจ งานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้คงมิมีให้เห็นกันบ่อยๆ แต่การมาออกันเต็มหน้าประตูวังเยี่ยงนี้ หากข้าสะดุดหน้าทิ่มพื้นขึ้นมาจะว่าอย่างไรเล่า

 

จิ่นฮองเฮานึกใจหาย อีกประเดี๋ยวลูกชายของเธอ จะกลายเป็นของชายอื่นเสียแล้ว "น่าใจหายนัก อีกประเดี๋ยวเจ้าก็มิได้เป็นเพียง องค์ชายรองแคว้นมู่ ไป๋เอ๋อร์ฟังแม่ให้ดี เมื่อถึงจวนองค์รัชทายาทเจ้าคือไท่จื่อเฟย มิใช่องค์ชายรอง แต่อย่างได้ก็ตามเจ้าก็ยังเป็นลูกของแม่อยู่ดี" จิ่นฮองเฮาพูดขึ้นก่อนจะสวมกอดบุตรชายสุดที่รักของเธอ จะว่าดีใจก็ดีใจที่ลูกได้ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝา จะว่าเสียใจก็เสียใจเธอจะมิได้เจอลูกชายบ่อยๆเช่นเคย ถึงแม้ระยะทางระหว่างแคว้นจะมิไกลแต่มิสามารถพบหน้ากันทุกวันได้ จู่ๆเธอก็รู้สึกได้ถึงความชื้นบริเวณไหล่ พร้อมกับเสียงสะอื้นเบาๆ เมื่อมองก็พบว่าลูกของเธอกำลังร้องไห้โดยที่ยังมีผ้าคลุมหน้าคลุมอยู่ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง

 

เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงเอ่ยปลอบลูกชายด้วยนำ้เสียงออ่นโยนว่า "ไป๋เอ๋อร์ ไยเจ้าร้องไห้งอแงเช่นนี้เล่า" พร้อมยกมือไปลูบหลังลูกชายของตนเองเบาๆ "ระยะทางระหว่างแคว้นมิไกล แม่สามารถมาเจอเจ้าได้ทุกเมื่อ อย่าร้องไห้ไปเลย" เธอกอดปลอบลูกชายไปเรื่อยๆ จนเสียงสะอื้นเริ่มหยุดลง มู่เสวี่ยไป๋จึงตอบมาว่า "อึก..ท่านแม่..แต่ข้ามิอาจเจอท่านได้ทุกวัน มิอาจกอดท่านได้ทุกวันเช่นตอนอยู่ที่แคว่นมู่" จิ้นฮองเฮาได้ยินดังนั้นจึงชะงักไป มิรู้จะเอ่ยปลอบลูกเยี่ยงไรดี "ไป๋เอ๋อร์ แม่จะพยายามมาหาเจ้าบ่อยๆก็แล้วกัน" จิ่นฮองเฮากอดลูกแนบอก พร้อมลูบหลังเบาๆ ก่อนจะเอ่ยสอนว่า

 

"ไป๋เอ๋อร์ฟังแม่ให้ดี เขาว่า'ก่อนแต่งงานเชื่อฟังพ่อแม่ หลังแต่งงานเชื่อฟังสามี'* ดังนั้นแต่งงานไปแล้วเจ้าอย่าดื้อกับสามี เป็นเด็กดีเชื่อฟังสามีนะลูกแม่" มู่เสวี่ยไป๋ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยเถียงในใจว่า 'สามีเป็นเทพพระเจ้าหรืออย่างไร เหตุใดต้องเคารพเชื่อฟัง' แต่สิ่งที่มู่เสวี่ยไป๋ตอบออกไปนั้นมีแต่งเพียงคำว่า

 

"พะยะค่ะเสด็จแม่ ลูกจะเชื่อฟังสามี ตามคำของเสด็จแม่" ข้าจะเชื่อฟังสามีเฉพาะต่อหน้าเสด็จแม่เท่านั้น เสด็จแม่อย่าห่วงเลย

 

เมื่อถึงฤกษ์ยามส่งเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวจึงมีขันทีมาตาม "ถึงเวลา ส่งเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวแล้วพะยะค่ะ" มู่เสวี่ยไป๋กับจิ่นฮองเฮาที่กอดกันอยู่ก็จำใจต้องผละออกจากกัน จิ่นฮองเฮาจูงมือมู่เสวี่ยไป๋มาขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวที่เตรียมไว้

 

"มิอยากไปเลย ข้าอยากอยู่กับเสด็จแม่" มู่เสวี่ยไป๋เล่มงอแงขึ้นมาอีกครั้ง จิ่นอองเฮาจึงกอดปลอดลูกอีกสักพักก่อนจะกระซิบบอกลูกว่า "เสวี่ยไป๋ แม่รักเจ้านะ ถึงเจ้าจะกลายเป็นไท่จื่อเฟยของแคว้นต้าหลง แม่ก็ยังรักเจ้ามิเสื่อมคลาย" พูดจบก็จูบหน้าผากของมู่เสวี่ยไป๋ก่อนจะส่งมู่เสวี่ยไป๋ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเพราะใกล้จะเลยฤกษ์ยามแล้ว

 

มู่เสวี่ยไป๋ก้าวขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวอย่างมิรีบร้อน ด้วยท่วงท่าสง่างาม ผู้คนที่มองอยู่ต่างชื่นชมในความงดงาม แม้มีผ้าคลุมหน้าคลุมอยู่ ก็มิสามารถลดทอนความสง่างามลงไปได้ โดยหารู้ไม่ว่า เจ้าสาวแสนงดงามที่ทุกคนชื่นชมนั้นเกือบตกเกี้ยวเจ้าสาวอยู่แล้ว มู่เสวี่ยไป๋ใจหายวาบ เมื่อครู่ข้าเหยียบชายกระโปรงจนหน้าเกือบถิ่มพื้นอยู่แล้ว เหตุใดกระโปรงนี่ถึงยาวนัก ผ้าคลุมหน้านี่อะไรกัน ข้ามองมิเห็นสีใดเลย นอกจากสีแดง สีแดงและสีแดง!

 

ในขณะที่มู่เสวี่ยไป๋อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวก็เกิดท้องร้องขึ้นมา ข้าวก็ยังมิได้กิน ง่วงก็ง่วง เหตุใดงานแต่งงานต้องมีพิธีการไหว้ฟ้าดินวุ่นวายเช่นนี้ด้วย ข้ามไปเข้าหอเลยมิได้รึ

 

แต่ข้าก็มิเคยเห็นหน้าเจ้าบ่าวของข้า ในระยะเวลา 1 เดือนที่อยู่แคว้นต้าหลง เจ้านั่นยังมิเคยโพล่หัวไปให้ข้าเห็นหน้า คงมิใช่มีรอยแผลบากเต็มหน้าหรอกนะ แต่ องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต้าหลงก็มีอนุภรรยาหลายคนคงมิได้หน้าตาอัปลักษณ์ดังข่าวลือหรอก...กระมั้งนะ

 

คิดเรื่อยเปื่อยได้ไม่นานเกี้ยวเจ้าสาวก็เดินทางมาถึงจวนรัชทายาทแห่งแคว้นต้าหลง จวนนี้ตั้งอยู่ก็มิไกลจากวังหลวงนัก เมื่อเกี้ยวเจ้าสาวมาถึงหน้าประตูจวน ประตูจวนก็เปิดออกพร้อมชายชราคนหนึ่งเดินออกมา

 

 "เชิญไท่จื่อเฟย" ชายชราคนนั้นพูดขึ้น ก่อนที่เกี้ยวเจ้าสาวของข้าจะเคลื่อนที่เข้าไปในจวนรัชทายาท จะว่าไปจวนนี้ก็มีพื้นที่มิน้อย อีกทั้งยังตกแต่งได้อย่างสวยงาม ร่มรื่น ดูท่าองค์รัชทายาทแคว้นต้าหลงจะเป็นที่น่าคบหากว่าที่คิดไว้มากโข เมื่อขบวนเกี้ยวเจ้าสาวเคลื่นที่มาในจวนจนจบขบวน คนแบกเกี้ยวเจ้าสาวค่อยๆลดระดับของเกี้ยวลง ก่อนจะเปิดประตูเกี้ยว การลงจากเกี้ยวนั้นแสนทุลักทุเลต้องมีคนช่วยพยุงถึง 3 คน ไหนจะผ้าคลุมหน้า ไหนจะชุดแต่งงานแสนรุ่มร่ามนี่อีก ทำให้การลงจากเกี้ยวของเจ้าสาวมือใหม่ใช้เวลานานกว่าที่คิด แม่เมื่อเท้าของเขาเหยียบพื้นได้อย่างมั่นคง ชายชราจึงพูดขึ้นมาทันทีว่า

 

"คารวะไท่จื่อเฟย พะยะค่ะ กระหม่อมเป็นขันทีประจำตัวองค์รัชทายาท มีนามว่า หลี่เฉินเว่ย หรือเรียกกระหม่อมว่าหลี่กงกงก็ได้พะยะค่ะ กระหม่อมเป็นคนดูแลจวนขององค์รัชทายาท พะยะค่ะ" พูดจบหลี่กงกงก็ผายมือไปทางด้านหลังของคน "นี่คือนางกำนัลที่หวางเย่* ประทานให้พะยะค่ะ" ชายชราเอ่ยกับมู่เสวี่ยไป๋ นางกำนัลเหล่านั้นจึงส่งยิ้มมาให้ นางกำนัลที่องค์รัชทายาทประทานให้นั้นมีจำนวน 7 คน ทุกคนนั้นล้วนวรยุทธสูงส่ง หน้าตางดงาม ถ้าบอกว่าเป็นคุณหนูจากจวนขุนนางยังน่าเชื่อมากกว่าด้วยซำ้า เมื่อเห็นท่าทีสงสัยของมู่เสวี่ยไป๋ หลี่กงกงก็พูดต่อไปว่า "นางกำนัลเหล่านี้จะเป็นผู้ดูแลพระองค์ในขณะที่พระองค์ยังอยู่ที่จวนรัชทายาท" เมื่อมู่เสวี่ยไป๋ได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยทักทายพวกนาง "ข้ามู่เสวี่ยไป๋ ขอฝากตัวด้วย" มู่เสวี่ยไป๋กล่าวด้วรยอยยิ้มงดงาม อ่อนหวาน แต่เมื่อนางกำนัลเหล่านั้นเห็นจึงรีบห้าม

 

"มิได้เพคะ หม่อมฉันยินดีรับใช้" พวกนางทั้งหมดพูดพร้อมกัน ก่อนจะย่อเคารพไท่จื่อเฟยหมาดๆของแคว้น

 

พิธีการต่างๆ ผ่านไปอย่างช้าจนถึงยามโหย่ว*ของวัน จนถึงพิธีสุดท้ายที่คู่บ่าวสาวต้องทำเพื่อเป็นการจบงานแต่งงานอย่างสมบูรณ์นั่นคือพิธีการเข้าหอ

___________

 

ยามอิ๋น เวลา 3.00-4.59

 

หลักก่อนแต่งงานเชื่อฟังพ่อแม่ หลังแต่งงานเชื่อฟังสามี มาจาก หลักสี่คุณธรรม สามคล้อยตาม

 

ยามโหว่ย เวลา 17.00-18.59

 

ตอนหน้าเข้าหอค่ะ เราแต่ง nc ไม่ค่อยเป็นอย่าว่ากันน้าาา

ความคิดเห็น