ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 ฮ่องเต้ช่างมีเมตตา

ชื่อตอน : บทที่ 4 ฮ่องเต้ช่างมีเมตตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 428

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ค. 2563 08:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ฮ่องเต้ช่างมีเมตตา
แบบอักษร

เมื่อพวกเรามาถึงบริเวณหน้าตำหนักของฮ่องเต้แว้นมู่หลง ทหารคนหนึ่งจึงรีบวิ่งไปบอกกงกงถึงการมาของท่านอ๋องผู้นี้ เมื่อกงกงประจำตัวฮ่องเต้ออกมาต้อนรับ ท่านอ๋องก็มิได้พูดอ้อมค้อม บอกออกไปอย่างตรงไปตรงมาว่า

 

"ข้ามาเข้าเฝ้าฝ่าบาท" หลงเหวินหู่บอกกงกงประจำตัวฮ่องเต้เรียบเฉย เมื่อเห็นดังนั้น กงกงเฒ่าก็เกิดอาการอ่อนอกอ่อนใจขึ้นมา วันนี้มันอันใดกันเนี่ยฝ่าบาทก็อารมณ์ไม่ดี ท่านอ๋องยังมาขอเข้าเฝ้าอีก กงกงเฒ่าได้แต่กรีดร้องในใจอย่างเงียบๆ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มสุภาพว่า

 

"รอสักครู่นะพะยะค่ะ กระหม่อมจะไปทูลฝ่าบาทให้" ขันทีเฒ่ายิ้มอย่างสุภาพให้หลงเหวินหู่ ก่อนจะยิ้มใจดีมาให้มู่เสวี่ยไป มู่เสวี่ยไป๋จึงยิ้มตอบกงกงเฒ่า ซึ่งเจ้าตัวหารู้ไม่ว่า รอยยิ้มนั้นมันงดงามเพียงใด งดงามถึงขนาดทำให้กงกงเฒ่าคิดว่า มู่เสวี่ยไป๋คงเป็นคนที่ยิ้มได้งดงามที่สุดตั้งแต่ขันทีเฒ่าเกิดมาจนอายุปูนนี้ก็มิเคยเห็นใครแย้มยิ้มได้งดงามเพียงนี้ด้วยซำ้ งดงามราวกับเทพเซียน อ่า..ช่างเหมาะกับองค์ชายใหญ่ยิ่งนัก ถ้าองค์ชายใหญ่ผู้นั้นได้เห็นคู่หมั้นที่งดงามเยี่ยงนี้คงใจอ่อนเป็นแน่  เมื่อชื่นชมความงดงามของรอยยิ้มที่มู่เสวี่ยไป๋มอบให้เสร็จ กงกงเฒ่าจึงเดินเข้าไปในตำหนักของฮ่องเต้แคว้นต้าหลง เดินผ่านห้องต่างๆมากมายจนมาถึงห้อง ทรงพระอักษรของฮ่องเต้แคว้นต้าหลง ขันทีเฒ่าลงมือเคาะประตู เสียงดัง ก็อก..ก๊อก ไม่นานสุรเสียงทรงอำนาจของฮ่องเต้แคว้นต้าหลงก็ดังขึ้น "เข้ามา" เมื่อได้ยินดังนั้นจึงค่อยเดินเเข้าไปในห้องอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะกล่าวรายงานว่า

 

"ท่านอ๋องกับองค์ชายรองแคว้นมู่ มาขอเข้าพบพะยะค่ะ" กงกงเฒ่าเอ่ยบอกฮ่องเต้แคว้นต้าหลง ด้วยนำ้เสียงนุ่มน่าฟัง

 

"อืม ให้เข้ามา" ฮ่องเต้แคว้นต้าหลงตอบกลับไปโดยที่ตายังคงไม่ละจากฎีกาในมือแม้แต่วินาทีเดียว

 

"พะยะค่ะ" ขันทีเฒ่าตอบ ก่อนจะเดินออกมาจากจากห้องทรงพระอักษร

 

ในขณะที่ด้านของมู่เสวี่ยไป๋นั้นกำลังพูดคุยกับท่านอ๋องรูปงาม ระหว่างรอกงกของฮ่องเต้แคว้นต้าหลงกลับมา

 

"ท่านมีนามว่าอันใดกัน ข้าเดินมากับท่านตั้งนาน ยังไม่รู้แม้แต่นามของท่าน" มู่เสวี่ยไป๋ถามท่านอ๋องรูปงามที่เดินมาส่งเขาถึงตำหนักฮ่องเต้

 

"ข้ามีนามว่าหลงเหวินหู่ เป็นน้องชายของฮ่องเต้แคว้นต้าหลง ข้าท่านจะมีอายุมากกว่าท่านเรียกข้าว่า เหวินหู่เกอเถิด" หลงเหวินหู่ตอบคำถามของมู่เสวี่ยไป๋อย่างตรงไปตรงมา พร้อมบอกให้มู่เสวี่ยไป๋เรียกแบบเป็นกันเอง

 

"ข้าเสียมารยาทต่อท่านแล้ว ข้าจะเรียกท่านว่าเหวินหู่เกอ แต่ท่านต้องเรียกข้าว่า ไป๋เอ๋อร์เช่นกัน" มู่เสวี่ยไป๋ตอบหลงเหวินหู่ด้วยนำ้เสียงร่าเริง พร้อมยิ้มให้หลงเหวินหู่

 

"มิขัดข้อง" เสียนชินอ๋องแห่งแคว้นต้าหลงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกับที่มู่เสวี่ยไป๋ส่งมาให้ ตรงกับที่กงกงเฒ่าเดินกลับมาพอดิบพอดี กงกงเฒ่ายิ้มให้ทั้งสองก่อนจะกล่าวว่า

 

"ฝ่าบาท ทรงอนุญาตให้ท่านทั้งสองเข้าเฝ้าพะยะค่ะ" กงกงเฒ่ากล่าวพร้อมมอบรอยยิ้มให้ทั้งสองเช่นเคย 

 

"อืม นำทางพวกข้าไปหาฝ่าบาท" ท่านอ๋องแห่งแคว้นต้าหลงหันไปหาขันทีเฒ่าพร้อมกล่าวประโยคดังกล่าวออกไป ขันทีเฒ่าจึงเดินนำหน้าพวกเขาเข้าไปในตำหนัก เดินตรงไปที่ห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ ก่อนจะกล่าวว่า "กระหม่อมเข้าไปนะพะยะค่ะ" เพียงไม่นานนัก สุรเสียงของฮ่องเต้แคว้นต้าหลงก็ตอบกลับมาว่า "เข้ามา" ขันทีเฒ่าจึงเปิดประตูก่อนจะเดินนำพวกเขาเข้าไปในห้องทรงพระอักษร

 

"เจ้ามีอันใดรึ" สุรเสียงทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้ง เพื่อถามพระอนุชาคนโปรดของตน โดยที่ยังไม่เงยหน้าจากฎีกาในมือ

 

"เสด็จพี่ นี่องค์ชายรองแคว้นมู่ มู่เสวี่ยไป๋พะยะค่ะ" อ๋องแห่งแคว้นพูดขึ้น เมื่อจบประโยคนั้นอ่องเต้แคว้นต้าหลงก็เงยหน้าขึ้นทันที ก่อนจะกล่าวพึมพำออกมาว่า

 

"อ่า คู่หมั้นของลู่หยางสินะ" เมื่อฮ่องเต้แคว้นต้าหลงคิดได้ดังนั้น จึงวางฎีกาในมือลงก่อนจะเอ่ยทักมู่เสวี่ยไป๋

 

"พ่อแม่ของเจ้าส่งจดหมายมาบอกข้าแล้ว ว่าจะมาช้าสักหน่อย ให้เจ้าไปพักกับลู่หยางก่อน" ฮ่องเต้แคว้นต้าหลงคิดขบขันที่เห็นท่าที ตื่นตระหนกขององค์ชายรองแคว้นมู่ ช่างน่ารัก

 

มู่เสวี่ยไป๋รู้มาบ้างแล้วว่าตนต้องไปพักกับว่าที่สามีในช่วงเวลาที่เสด็จพ่อ เสด็จแม่ไม่อยู่ จึงตอบออกไปว่า "กระหม่อมทราบแล้วพะยะค่ะ เพียงแต่กระหม่อมทราบมาว่า ตอนนี้องค์รัชทายาทมิได้อยู่ภายในวังหลวง เลยอยากมาทูลถามฝ่าบาทเรื่องที่พักอีกครั้งพะยะค่ะ" มู่เสวี่ยไป๋ร่ายยาวมาภายในครั้งเดียว ก่อนจะยิ้มให้ฮ่องเต้แคว้นต้าหลง

 

"งั้นเจ้าไปอยู่ ตำหนักจื่อเหลียน ที่ว่างอยู่ก็ได้" ฮ่องเต้แคว้นต้าหลงตอบกลับมาเมื่อได้ยินสิ่งที่มู่เสวี่ยไป๋กล่าว

 

"ขอบพระทัย พะยะค่ะ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี" มู่เสวี่ยไป๋กล่าวพร้อมโขกหัวลงกับพื้น 1 ครั้งเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ

 

"มิต้องมากพิธี อีกไม่กี่วันเจ้าก็จะมาเป็นไท่จื่อเฟย* ของลูกเราอยู่แล้ว เจ้าก็เรียกเราว่าเสด็จพ่อเถิด เราขอเรียกเจ้าว่าไป๋เอ๋อร์ก็แล้วกัน" ฮ่องเต้แคว้นต้าหลงกล่าว เมื่อเห็นท่าทางมากพิธีของมู่เสวี่ยไป๋ ก่อนจะบอกให้มู่เสวี่ยไป๋พูดอย่างเป็นกันเอง

 

"พะยะค่ะ เสด็จพ่อ" มู่เสวี่ยไป๋ไม่อิดออดที่จะเรียกฮ่องเต้แคว้นต้าหลงว่าเสด็จพ่อ โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำนั้นสร้างความเอ็นดูให้กับผู้ใหญ่ทั้งสองคนในห้องเป็นอย่างมาก

 

"หยางกงกง นำทางไป๋เอ๋อร์ไปยังตำหนักจื่อเหลียน" หลงหย่งเล่อหรือฮ่องเต้แคว้นต้าหลงเอ่ยบอกขันทีคนสนิท เมื่อขันทีเฒ่าได้ยินดังนั้นจึงตอบรับและนำทางมู่เสวี่ยไป๋ไปยังตำหนักจื่อเหลียน

 

"เชิญพะยะค่ะองค์ชาย ถ้าขาดเหลืออันใดสามารถบอกนางกำนัลและขันทีประจำตำหนักได้เลยพะยะค่ะ ส่วนทรัพย์สินของพระองค์จะมีคนยกตามมาในภายหลัง" หยางกงกงเอ่ยบอกมู่เสวี่ยไป๋เมื่อเดินมาถึงตำหนักจื่อเหลียนซึ่งไม่ไกลจากวังจักรพรรดิเท่าใดนัก เมื่อได้ยินดังนั้นมู่เสวี่ยไป๋ก็เอ่ยขอบคุณกงกงเฒ่า

 

"ขอบใจ หยางกงกงที่นำทางข้ามาที่นี่" มู่เสวี่ยไป๋ตอบกงกงเฒ่าโดยมิถือตัวแม้แต่น้อย กงกงเฒ่าจึงเอ่ยด้วยความเอ็นดูว่า

 

"เป็นหน้าที่ของกระหม่อมพะยะค่ะ" ขันทีเฒ่าตอบกลับไปด้วยความเอ็นดู พร้อมรอยยิ้ม มู่เสวี่ยไป๋จึงคิดจะมอบรางวัลตอบแทนที่มาส่งเขาถึงตำหนักจื่อเหลียนให้หยางกงกง ก่อนจะหันไปข้างหลังที่มักจะมีขันทีขนสนิทเดินตามหลังเสมอ แต่เมื่อหันไปแล้วมิมีใครยืนอยู่

 

จู่ๆมู่เสวี่ยไป๋ก็รู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่าง ข้าลืมอะไรกันนะ ค่อยถามเสี่ยวไป๋จื่อก็ได้ว่ามีอะไรขาดหายไป เดี๋ยว! แล้วเสี่ยวไป๋จื่อหายไปไหนกัน ข้าลืมเสี่ยวไป๋จื่อรึนี่ เมื่อคิดได้ดังนั้นมู่เสวี่ยไป๋จึงเอ่ยถามหยางกงกงที่กำลังเดินกลับตำหนักจักรพรรดิของฮ่องเต้แคว้นต้าหลง

 

"กงกง ขันทีคนสนิทของข้าหายไปรึ" มู่เสวี่ยไป๋เอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล หยางกงกงเมื่อเห็นสีหน้าดังนั้นจึงเกิดความขบขันขึ้นในใจ'ท่านเดินมากับท่านอ๋องตั้งนานสองนาน กลับพึ่งมานึกได้เอาซะตอนนี้' ก่อนจะตอบกลับไปว่า

 

"ขันทีคนสนิทของท่านจะตามมาพร้อมกับทรัพย์สินของท่าน พะยะค่ะ" เมื่อได้ยินดังนั้น มู่เสวี่ยไป๋ก็โล่งใจขึ้นมาก ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ก่อนจะหยิบปิ่นหยกขาวออกมา ก่อนจะกล่าวว่า

 

"ของตอบแทนที่ท่านเดินมาส่งข้าถึงตำหนักจื่อเหลียน" เมื่อกล่าวจบก็ยัดปิ่นหยกใส่มือของหยางกงกง เมื่อกงกงเฒ่าเห็นดังนั้นจึงรีบปฏิเสธ

 

"มิได้ๆ นี่เป็นหน้าที่ของกระหม่อมพะยะค่ะ" กงกงเฒ่าตอบก่อนจะยัดปิ่นหยกใส่มือของมู่เสวี่ยไป๋

 

"กงกง อย่าได้เกรงใจ" กล่าวจบก็ยัดปิ่นหยกใส่มือของกงกงเช่นเดิม เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของมู่เสวี่ยไป๋ กงกงเฒ่าจึงยอมรับปิ่นหยกนั้นไว้ พร้อมกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณพะยะค่ะ องค์ชาย" มู่เสวี่ยไป๋ยิ้มตอบคำกล่าวนั้นก่อนที่ขันทีเฒ่าจะขอลากลับตำหนักจักรพรรดิ

 

"กระหม่อมขอลา" ขันทีเฒ่าพูดขึ้นก่อนจะเดินกลับตำหนักจักรพรรดิ มู่เสวี่ยไป๋ยืนส่งขันทีเม่าจนลับสายตา จึงเดินเข้าไปในตำหนัก ตำหนักแห่งนี้ตกแต่งด้วยสีม่วงและขาวเป็นส่วนใหญ่ มีเครื่องเรือนมากมาย เครื่องเรือนแต่ละชิ้นเป็นเครื่องเรือนชั้นดีบ่งบอกถึงราคา ราคาของเครื่องเรือนแต่ละชิ้นคงแพงหูฉี่เป็นแน่ แต่คุณภาพก็สมราคา เครื่องเรือนเหล่านี้มีการแกะสลักอย่างงดงาม คงมิใช่ฝีมือคนธรรมดาเป็นแน่

 

การที่มู่เสวี่ยไป๋ให้ปิ่นหยกกับขันทีเฒ่านั้นไม่เพียงเป็นการตอบแทน แต่เป็นการซื้อใจของขันทีเฒ่าอีกด้วย ยิ่งแสดงท่าทีนอบน้อมมากเท่าใด ขันทีเฒ่าก็จะเอ็นดูเขาเท่านั้น เพื่อวันใดเกิดอันใดขึ้นก็ยังมีทางหนีทีไล่ เป็นคนสนิทของฮ่องเต้

______________

น้องไม่ได้เจ้าเล่ห์ น้องแค่เปงคลวร้ายย

ความคิดเห็น