ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ท่านอ๋องผู้นั้นช่างรูปงามยิ่งนัก

ชื่อตอน : บทที่ 3 ท่านอ๋องผู้นั้นช่างรูปงามยิ่งนัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 453

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2563 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ท่านอ๋องผู้นั้นช่างรูปงามยิ่งนัก
แบบอักษร

เช้าวันที่ 28 ของการเดินทางไปแคว้นต้าหลงของมู่เสวี่ยไป๋ เสี่ยวไป๋จื่อก็ยังคงมาปลุกมู่เสวี่ยไป๋ถึงเตียงดังทุกๆเช้าที่ผ่านมา

 

"องค์ชาย องค์ชายพะยะค่ะ ตื่นเถิดพะยะค่ะ" เสี่ยวไป๋จื่อ ปลุกมู่เสวี่ยไป๋ที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงไม่ลุกไปไหน อีกทั้งยังม้วนตนเองกับผ้าห่มไม่ต่างจากไข่ม้วน การกระทำขององค์ชายนั้นสร้างความขบขันให้ขีนทีคนสนิทไม่น้อย 

 

"อือ...นี่ยามใดกัน" น้ำเสียง่วงงุนดังออกมาจากก้อนไข่ม้วนดังกล่าว ขันทีหนุ่มที่กำลังขบขันจึงตอบออกไปว่า

 

"นี่ปลายยามเฉิน*แล้วพะยะค่ะ" ขันทีหนุ่มตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเจือความเอ็นดู พลางขบคิดว่า 'องค์ชายรองช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง'

 

"ข้าจะอาบน้ำ" มู่เสวี่ยไป๋เดินตรงไปยังห้องพักภายในห้องพักของโรงเตี้ยม โรงเตี้ยมแห่งนี้นับว่าไม่ธรรมดา ข้าวของเครื่องใช้ จนกระทั่งชาที่ใช้ ถือเป็นของดี แต่มิอาจเทียบได้กับชาชั้นยอดที่ถูกส่งเข้าวังหลวง

 

เมื่อช่วยมู่เสวี่ยไป๋อาบน้ำเสร็จ เสี่ยวไป๋จื่อจึงได้มาเตรียมชุดสำหรับใส่ในวันนี้ ชุดของมู่เสวี่ยไป๋ในวันนี้เป็น ชุดสีขาว มีเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนปักลายปลาสีทอง ลวดลายปราณีต อีกทั้งยังสวมกวานสีทองเข้ากับชุด ทำให้ดูสูงศักดิ์ สง่างามแต่ดูเข้าถึงง่ายในคราเดียวกัน

 

เมื่อแต่งตัวและทานข้าวเสร็จ มู่เสวี่ยไป๋ก็ขึ้นรถมาเพื่อเดินทางไปยังเมืองหลวงของต้าหลงซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 3 ชั่วยาม* จึงคาดว่าน่าจะถึงเมืองหลวงของต้าหลงปลายยามเว่ย* หรือต้นยามเซิน* มู่เสวี่ยไป๋นั่งอยู่ภายในรถม้ากับเสี่ยวไป๋จื่อ เสี่ยวไป๋จื่อได้จัดการชงชาให้เขาที่ดูอารมณ์ไม่ดี เหตุที่เขาอารมณ์ไม่ดีน่ะหรือ ก็เป็นเพราะ เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ส่งข่าวมาบอกว่าที่แคว้นมู่มีเหตุเร่งด่วนจึงไม่สามารถออกเดินทางได้ในเร็ววัน ดังนั้นเมื่อเสด็จพ่อกับเสด็จแม่ไม่อยู่ ข้าจึงต้องไปอยู่กับว่าที่สามี ใช่เจ้าฟังไม่ผิดหรอก ข้า-ต้อง-ไป-อยู่-กับ-ว่า-ที่-สามี!!! สามีที่ข้าไม่เคยเห็นหน้า ว่าแท้จริงแล้วเป็นดังข่าวลือรึไม่ เขาไม่หล่อเหลาก็ไม่เป็นไร แต่ห้ามมีหน้าตาอัปลักษณ์ก็เป็นพอ ช่างมันเถอะไม่คิดให้เสียสมองเล่นแล้ว แต่ข่าวลืออาจไม่เป็นจริง ข้าต้องมีความหวัง

 

"องค์ชายเป็นอันใดไปพะยะค่ะ" ขันทีหนุ่มซึ่งทนความสงสัยไม่ไหว จึงได้ความขึ้น ก็จู่ๆองค์ชายที่กำลังหงุดหงิด เพราะฝ่าบาทกับฮองเฮาไม่สามารถมาหาได้ในเร็ววัน ก็ทำหน้ากังวล ต่อมาก็ทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก อีกประเดี๋ยวก็ทำหน้ามีตวามหวัง ดั่งเห็นแสงสว่างในตวามมืดมิด อะไรอย่างนั้น ท่านเป็นอันใดกันแน่ รึท่านไม่สบายกัน ขันทีแซ่ไป๋คิดแต่ไม่ได้กล่าวออกไปตามที่คิดทั้งหมด

 

"หา ข้ารึ ข้าเป็นอันใด" มู่เสวี่ยไป๋ผินหน้ามามองขันทีคนสนิทก่อนจะถามออกไปด้วยนำ้เสียงมึนงง พร้อมกับใบหน้าสงสัยที่ดูเหมือนมีคำว่า 'ข้าทำอันใดรึ' แปะอยู่บนหน้าผาก ขันทีแซ่ไป๋เห็นดังนั้นก็เกิดอาการขบขันแต่ไม่ได้หัวเราะออกมา

 

"พระองค์ทำสีหน้าแปลกหน่ะพะยะค่ะ กระหม่อมเลยสงสัยว่าพระองค์เป็นอะไร" มู่เสวี่ยไป๋ที่ได้ยินคำพูดดังนั้น จึงอุทานในความคิดว่า ห้ะ..สีหน้าข้าเห็นได้ชัดขนาดนั้นเลยหรือ มู่เสวี่ยไป๋เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงกล่าวตบออกไปว่า

 

"ข้ามิได้เป็นอันใด แค่คิดว่าเสด็จพ่อเสด็จแม่ไม่สามารถมาหาข้าได้ในเร็ววัน ก็หงุดหงิดขึ้นมา" มู่เสวี่ยไป๋กล่าวออกไปเพื่อตอบคำถามของขันทีคนสนิท ข้ามิได้โกหกนะ ข้าแค่พูดความจริงไม่ครบ

 

รถม้าเคลื่อนที่เข้าไปในประตูเมืองอย่างๆช้า ขับผ่านตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน ผ่านย่านชุมชนที่อยู่อาศัย จนมาหยุดอยู่ที่หน้าวังหลวงของแคว้น บริเวณหน้ากำแพงวัง นั้นมีทหารเฝ้าเพื่อป้องกันหารลักลอบเข้าวังหลวง ดังนั้น ถ้าอยากเข้าวังหลวงจึงต้องมีแผ่นป้ายหยกของขุนนาง เพราะเหตุนั้นทหารที่ยืนเฝ้าหน้าประตูจึงเรียกรถม้าของมู่เสวี่ยไป๋ให้หยุดเพื่อตรวจสอบ เวลาผ่านไปประมาณ 1 เค่อ* รถม้าก็ไม่ขยับไปไหนอีกทั้งยังมีเสียงดังเอะอะภายนอกรถม้า มู่เสวี่ยไป๋จึงออกไปดูว่าเกิดอันใดขึ้นพร้อมทั้งขันทีคนสนิทที่ติดสอยห้อยตามไปด้วย

 

"เอะอะอันใดกัน"น้ำเสียงทุ้ม ทรงพลังดังขึ้น มู่เสวี่ยไป๋หันไปมองต้นเสียง พบว่าเป็นชายหนุ่มรูปงาม หน้าตาหล่อเหลา เอ๊ะ.. ใครกัน มู่เสวี่ยไป๋คิดแต่ไม่ได้กล่าวออกไป

 

"ทะ..ท่านอ๋อง ขออภัยพะยะค่ะ คนพวกนี้อ้างตัวว่าเป็นองค์ชายจากแคว้นมู่" ทหารที่เฝ้าพระตูวังอยู่นั้น กล่าวรายงานด้วยเสียงสั่นๆ แต่มู่เสวี่ยไป๋ไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วหลังจากคำว่า'ท่านอ๋อง' ใครกัน แต่ท่านผู้นี้มีหน้าตางดงามแต่ทว่ายังแฝงไปด้วยความดุดัน ท่านผู้นี้ช่างรูปงามเสียจริง

 

"อะไรกัน กล่าวอ้างอันใด นี่องค์ชายรองแห่งแคว้นมู่ พระคู่หมั้นขององค์รัชทายาทของแคว้นต้าหลง" เสี่ยวไป๋จื่อพูดขึ้นเพื่อปกป้องนายของตน มู่เสวี่ยไป๋ที่สติหลุดตั้งแต่เห็นหน้าของท่านอ๋องที่ไม่รู้จักนาม ก็มิได้พูดอันใดต่อจากที่เสี่ยวไป๋จื่อพูด

 

"อ๊ะ ข้ามู่เสวี่ยไป่ องค์ชายรองแห่งแคว้นมู่" มู่เสวี่ยไป๋กล่าวแนะนำตัว ก่อนยื่นป้ายหยกประจำกายให้ทหารยามที่เฝ้าหน้าประตูอยู่ ทหารยามเมื่อเห็นป้ายดังกล่าวก็ตกใจเป็นอย่างมาก คิดพร้อมกันว่า 'หัวขาดแน่เรา ล่วงเกินว่าที่ไท่จื่อเฟยอย่างนี้ โดนลงอาญาเป็นแน่' จู่ๆทหารนายหนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า

 

"กระหม่อมมีตาหามีแววไม่ องค์ชายโปรดลงโทษ" พูดจบก็โขกศรีษะกับพื้นจนเลือดอาบ มู่เสวี่ยไป๋ที่กำลังเหม่อลอยเห็นดังนั้นจึงรีบเอ่ยห้าม ก่อนจะเสียเลือดกันไปมากกว่านี้

 

"หยุดทำเช่นนี้เถอะ ข้าไม่ลงโทษเจ้าหรอก คนไม่รู้ย่อมไม่ผิด" มู่เสวี่ยไป๋กล่าวแก่นายทหารที่กำลังโขกศรีษะกับพื้น เมื่อได้ยินดังนั้น นายทหารเหล่านั้นจึงหยุดโขกศรีษะและกล่าวสรรเสริญมู่เสวี่ยไป๋ว่า 'องค์ชายช่างมีเมตตา' ซำ้ๆ จนมู่เสวี่ยไป๋ต้องเอ่ยปากห้ามอีกครา ทั้งยังขู่ว่าถ้าทำอีกจะสั่งลงโทษ

 

เสียนชินอ๋องแห่งแคว้นต้าหลงได้แต่ยิ้มขำในใจ ว่าที่หลานสะใภ้ของข้าช่างน่าสนใจเสียจริงเสียจริง หลานชายของเขาต้องถูกใจเป็นแน่

 

"ข้าขอโทษ ที่ทำให้วุ่นวาย" มู่เสวี่ยไป๋หันมากล่าวกับหลงลู่หยางด้วยรอยยิ้มเขินๆ

 

"มิเป็นอันใด ฝ่ายต้าหลงต่างหากที่ต้องขออภัยที่มิได้ออกมาต้อนรับ" หลงเหวินหู่ตอบออกไป ด้วยใบหน้าเรียบเฉยดังเดิม ก่อนจะถามคำถามออกไป "ท่านมาที่วังหลวงด้วยเหตุอันใด"

 

"ข้ามาที่วังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้แคว้นต้าหลง" มู่เสวี่ยไป๋ตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามไม่เปิดเผยข้อมูลอันใดมาก เพราะยังไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครอย่างแน่ชัด

 

"ข้าจะนำทางท่านไปที่ตำหนักของฮ่องเต้เอง" เมื่อมู่เสวี่ยไป๋ไม่พูดอันใดอีก เขาก็ไม่ซักไซร้ต่อให้เสียเวลา อีกทั้งยังอาสานำทางมู่เสวี่ยไป๋ไปยังตำหนักของฮ่องเต้แคว้นต้าหลงอีกด้วย

 

"รบกวนท่านแล้ว มู่เสวี่ยไป๋ตอบกลับไปด้วยความเกรงใจ แต่จะให้เขาเดินหาตำหนักของฮ่องเต้เองก็ไม่เอาหรอก ดังนั้นต้องรบกวนพี่ชายรูปงามคนนี้แล้ว

______________

 

*ยามเฉิน เวลา 9.00-10.59

 

*1 ชั่วยาม ประมาณ 2 ชั่วโมง

 

*ยามเว่ย เวลา 13.00-14.59

 

*ยามเซิน เวลา 15.00-16.59

 

*1 เค่อ ประมาณ 15 นาที

 

ไรท์ต้องขออภัยกับความสั้นของตอนนี้ด้วยนะคะ รู้สึกผิดมากๆเลย ตอนหน้าจะแต่งให้ยาวกว่าเดิมนะคะ

 

ขอบคุณที่ติดตามผลงานของเรานะคะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ

ความคิดเห็น