ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 องค์ชายรอง แคว้นมู่ มู่เสวี่ยไป๋

ชื่อตอน : บทที่ 1 องค์ชายรอง แคว้นมู่ มู่เสวี่ยไป๋

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 696

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2563 15:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 องค์ชายรอง แคว้นมู่ มู่เสวี่ยไป๋
แบบอักษร

ว่ากันว่าตั้งแต่แรกเกิด องค์ชายรองแคว้นมู่ มู่เสวี่ยไป๋ เป็นองค์ชายที่มีผิวพรรณขาวราวกับหิมะ ใบหน้างามดุจหยกสลัก วรยุทธเป็นเลิศ มิแพ้ต่อผู้ใดในแคว้น แต่องค์ชายรองเป็นเกอซึ่งตั้งครรภ์ได้เฉกเช่นสตรี

 

เหอะ! คำกล่าวเช่นนี้ข้าได้ยินจนเบื่อแล้ว"องค์ชายรองไม่ได้เป็นรัชทายาทเพราะองค์ชายรองเป็นเกอ" ที่ข้าไม่ได้เป็นรัชทายาทเพราะ พี่ชายข้าเป็น ที่สำคัญข้าก็ไม่ได้อยากได้ตำแหน่งรัชทายาทด้วยย"องค์ชายรองไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เพราะเป็นเกอ" ไร้สาระ ข้านี่แหละลูกรักเสด็จพ่อ "องค์ชายรอง.." องค์ชายรอง.." และอีกร้อยคำกล่าวเกี่ยวกับองค์ชายรอง หึ...ข้าเป็นเกอแล้วทำไม ข้าเป็นเกอแล้วหนักหัวเจ้ารึไง

 

"โอ้ย! เจ้ายืนเหม่ออะไรของเจ้า"

 

นี่มันวันซวยอะไรของข้าเนี่ย ทั้งที่ข้าก็ยืนอยู่เฉยแท้ๆ เจ้าต่างหากที่เดินมาชนข้า

 

"อ๊ะ..ข้าขอโทษ" อั๊ยหยา ขนมข้าหกเลอะเต็มเสื้อเจ้านั่นเลยนี่

 

"หึ แค่ขอโทษคิดว่ารอยเปื้อนที่เสื้อข้าจะหายรึ"

 

ชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนดั่งหมีควาย เกรงว่าพูดเช่นนั้นก็ดูจะเกินจริงไปเสียหน่อย คนผู้นั้นมีรูปร่างกำยำกับมัดกล้ามที่ดูแข็งแรง กำลังจ้องเขม็งมาที่ข้า

 

"ข้าก็ขอโทษเจ้าไปแล้วนี่ จะเอาอะไรอีก"

 

"ก้มกราบข้าสิ" เจ้านี่ เรื่องมากเสียจริง

 

"ถ้าข้าก้มกราบเจ้าลอยเปื้อนที่เสื้อเจ้าจะหายไปรึไง"

 

"นี่เจ้า! คิดจะกวนข้ารึ"

 

"ข้ารึกวนเจ้า ข้ายังไม่ได้ทำอันใดเลย"

 

"เจ้า!! พวกเจ้าจัดการมัน" ชายคนนั้นพูดด้วยนำ้เสียงโกรธจัด ก่อนหันไปสั่งพวกพ้องที่เดินตามมาด้านหลัง

 

"ขอรับ" คนกลุ่มนั้นขานรับคำสั่ง

 

"หึ คิดว่าคนพวกนี้จะทำอันใดข้าได้งั้นรึ"

 

กล่าวจบก็ซัดเข็มเหล็กอาบยาพิษ ใส่คนกลุ่มนั้นทันที แต่ เข็มพิษยังไม่ทันจะถึงตัว ก็มีกระบี่เล่นนึงแทงทะลุลำตัวพวกมันไปอย่างรวดเร็ว

 

"ใครกัน"

 

จู่ๆ ชายหนุ่มรูปงาม สวมชุดสีเขียวอ่อนปักลายใบไผ่ ท่าทางคล้ายบัณฑิต เดินออกมาจากมุมมืด ทั้งๆที่ท่าทางคล้ายบัณฑิตแต่กลับมีฝีมือกระบี่เป็นเลิศ ทั้งยังเล็งเข้าจุดตาย ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตา ช่างเป็นบุคคลที่อันตรายเสียจริง

 

"ท่านเป็นอันใดรึไม่"  ชายผู้นั้นพูด ก่อนจะกวาดสายตาสำรวจร่องรอยบนตัวข้า

 

"ข้ามิเป็นอันใด" ต่อท่านไม่มาช่วย ข้าก็จัดการพวกมันได้

 

"ข้ามีนามว่า จิ่นไป่เสวี่ย แล้วท่านเล่า"  อืม.. นามจริงของข้า ถ้าข้าบอกไปเจ้าต้องตกใจเป็นแน่

 

"ข้าเสียมารยาทแล้ว ข้ามีนามว่าจ้าวหลิ่งเหวิน"

 

จ้าวหลิ่งเหวิน ผู้นี้คงเป็นศิษย์เอกของสำหนักเยว่หลงเป็นแน่

 

"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้าไว้"

 

"คุณชายจ้าวช่วยข้าไว้ ท่านต้องการสิ่งใดเป็นของตอบแทนโปรดบอกข้ามา"

 

ไหนๆ เจ้าก็ช่วยข้าไว้แล้ว ถึงข้าจะไปได้ขอก็เถอะ

 

"มิได้ๆ ข้าแค่เห็นคุณชายจิ่นโดนนักเลงพวกนั้นเข้ามาหาเรื่อง จึงได้ช่วยไว้"

 

"ข้าไม่อยากติดบุญคุณใคร"

 

"มิเป็นอันใด ข้าหาได้ถือเป็นบุญคุณ"

 

"ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าขอตัวก่อน"

 

"เดินทางปลอดภัย"

 

ข้าแค่มาเดินเที่ยวแท้ๆ แต่กลับมีเรื่องวุ่นวายสาระพัดวิ่งเข้ามาหา เห้อ! ข้าก้าวขาข้างไหนออกจากบ้านเนี่ย อืม...ข้าควรกลับวังได้แล้วกระมั้ง มีเรื่องวุ่นวายขนาดนี้กลับไปหาเสด็จแม่ดีกว่า

 

ข้าเดินเล่นมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณที่จอดรถม้า พบขันทีคนสนิทกำลังตรวจความเรียบร้อยของรถม้า

 

"เสี่ยวไป๋จื่อ ข้ามาแล้ว"

 

"อ๊ะ...องค์ชาย ท่านจะกลับวังเลยหรือไม่ พะยะค่ะ"

 

"กลับเลยแล้วกัน"

 

รถม้าเคลื่อนที่ผ่านตลาดที่มีผู้คนเดินกันขวักไขว่ ทั้งยังมีเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า อา...ถึงแม้จะดูวุ่นวายไปบ้าง แต่ก็สวยงามจริงๆ เป็นวิถีชีวิตที่ข้าไม่เคยเจอ ตั่งแต่เกิดมาข้าได้รับถูกดูแลเลี้ยงดูในวังมาตลอด ต้องระวังตัวตลอดเวลา ไม่เคยหลับสบายเลยสักครั้ง พวกเขาช่างโชคดีเสียจริงที่เกิดมาเป็นคนธรรมดา   ช่างโชคดีที่ไม่ต้องกังวลว่าในอาหารแต่ละอย่างที่กินเข้าไปจะมียาพิษ ช่างโชคดีจริงๆ ข้าอยากเกิดมาเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ใช่องค์ชาย ขอแค่มีครอบครัวที่อบอุ่นแต่เพียงเท่านั้น ข้าคิดอะไรกันเนี่ย การเป็นคนธรรมดาหรือ ช่างไร้สาระเสียจริง 

 

"องค์ชาย องค์ชายพะยะค่ะ"

 

"อือ..อะไรของเจ้า" ข้าหลับไปตั่งแต่เมื่อใดกัน

 

"ถึงตำหนักไป๋ฮวาแล้ว พะยะค่ะ" 

 

"งั้นรึ เสด็จแม่เล่าอยู่ที่ใด ทำไมถึงไม่ออกมารับข้าดั่งทุกครั้ง"

 

กล่าวพร้อมก้าวลงจากรถม้า

 

"ฮองเฮาเข้าพบฝ่าบาท จึงไม่ได้ออกมารับองค์ชายพะยะค่ะ" 

 

"เสด็จพ่อเรียกพบเสด็จแม่รึ" เสด็จพ่อเรียกพบเสด็จแม่ด้วยเหตุอันใดกัน?

 

"พะยะค่ะ ฮองเฮาตรัสว่าถ้าองค์ชายมาถึงแล้ว ให้เชิญองค์ชายไปที่โถงรับรอง"

 

"อืม เสี่ยวไป๋จื่อนำข้าไป"

 

"พะยะค่ะ" เสี่ยวไป๋จื่อเดินนำข้าเข้าไปในโถงรับรอง

 

ข้านี่งลงบนเก้าอี้บุนวมตัวหนึ่งในโถง

 

บรรยากาศในโถงรับรองช่างเงียบสงบ มีเพียงแค่ข้า เสี่ยวไป๋จื่อ นางกำนัลและขันทีจำนวนไม่มากเท่านั้น จะมากี่ครั้งโถงรับรองนี่ก็ยังดูเรียบง่ายแต่หรูหราเช่นเคย เมื่อไหร่เสด็จแม่จะมากันนะ

 

"ฮองเฮาเสด็จ" ขันทีข้างกายเสด็จแม่ประกาศขึ้น

 

"พวกเจ้าออกไปออกไปให้หมด"มู่ไป๋เสวี่ยเอ่ยปากไล่ขันทีและนางกำานัลที่อยู่ภายในห้องโถงให้ออกไปด้านนอก

 

"เสด็จแม่ ท่านเป็นอันใดรึ เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น" เสด็จแม่เป็นอันใดกัน เหตุใดจึงหน้าหน้าตาเหมือนใครตายเยี่ยงนั้น

 

"ไป๋เอ๋อร์ ฟังแม่ให้ดีนะ"

 

ฮองเฮาเดินมาจับมือลูกชายเพศเกอ แล้วทรุดตัวลงนั่นข้างมู่เสวี่ยไป๋ที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะกล่าวอะไรบางสิ่งที่ทำให้องค์ชายรอง มู่เสวี่ยไป๋ตกใจจนแทบจะไปกระโดดสระบัว ในตำหนัก

 

"เจ้าต้องที่แคว้นต้าหลง" หื้ม..ข้ารึ ต้องไปแคว้นต้าหลงไปเพราะเหตุกัน

 

"เพราะเหตุใดกัน เสด็จแม่ ใยข้าต้องไปแคว้นต้าหลง"

 

"เจ้าต้องอภิเษกกับองค์ชายใหญ่ แคว้นต้าหลง หลงลู่หยาง" ห้ะ! อะไรนะ ข้าฟังผิดไปเองใช่รึไม่ ไม่จริงใช่หรือไม่ ข้าต้องแต่งงาน ข้าอายุ 15 หนาวเองนะ

 

"เสด็จแม่ ลูกฟังผิดไปใช่รึไม่พะยะค่ะ" ไม่จริงน่า ข้าต้องฟังผิดไปแน่ๆ

 

"เจ้ามิได้ฟังผิด เจ้าต้องแต่งงานกับ องค์รัชทายาทแห่งต้าหลง" ข้าขอไปโดดสระบัวตายได้รึไม่ ข้าไม่อยากแต่งงาน

 

"ไม่แต่งได้รึไม่ พะยะค่ะ" ข้าไม่อยากแต่งงาน เสด็จแม่โปรดเข้าใจลูกด้วย

 

"มิได้ เสด็จพ่อเจ้ายื่นคำขาด อย่างไรเจ้าก็ต้องแต่ง" เสด็จพ่อ ใยทำกับลูกเช่นนี้ ลูกจะไม่ทน!! 

 

"ลูกจะไปหาเสด็จพ่อ" กล่าวจบก็รีบเดินออกไป โดยไม่ฟังคำคัดค้านของฮองเฮาเลยแม้แต่น้อย

 

มู่เสวี่ยไป๋เดินตรงไปยังตำหนักเฟยหลงซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้แคว้นมู่ เมื่อถึงหน้าประตูตำหนักก็โดนปลทหารองครักษ์ขวางไว้

 

"ข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ" อะไรกัน ทหารพวกนี้กล้าดียังไงมาขวางข้า!

 

"ฮ่องเต้ ทรงพักผ่อน ขอให้องค์ชายมาใหม่ในวันพรุ่งนี้"

 

"หลีกไป" ขวางอยู่ได้อยากตายรึไง

 

ทหารองครักษ์ต่างพากันคิดว่า ข้ามีทางเลือกใดบ้าง ถ้าปล่อยองค์ชายเข้าไป ก็ผิดคำสั่งฝ่าบาท แต่ถ้าขวางองค์ชายไว้ เกรงว่าจะตายเพราะโทษะองค์ชายเสียแล้ว ไม่รู้แล้ว ทำตามหน้าที่ให้ดีสุดก็แล้วกัน

 

"ประทานอภัย ฮ่องเต้รับสั่งห้ามเข้าเฝ้า"

 

"เจ้าอยากตายรึ" ทหารองครักษ์ทั้งหลายต่างหวาดกลัว ชื่อเสียงองค์ชายรองในวังหลวง ใช่ว่าจะดีเหมือนภายนอกเสียเมื่อไหร่ องค์ชายรองนั้นน่ากลัวถึงเอาแต่ใจ ก็ใช่ว่าจะไร้เหตุผล เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว จะทำอันใดมิมีใครกล้าห้าม ฝ่าบาททรงหลับตาข้างหนึ่ง ฮองเฮาทรงหลับตาข้างหนึ่ง เช่นนี้ใครจะกล้าห้าม จู่ๆชายชราซึ่งเป็นขันทีข้างกายฮ่องเต้ก็เดินออกมา

 

"หรงกงกง เหตุใดเสด็จพ่อจึงมิให้ข้าเข้าเฝ้า"   ทหารองครักษ์ทั้งหลายต่างหันไปมองขันทีเฒ่าอย่างซาบซึ้ง และ คิดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า รอดแล้ว!! 

 

"ฝ่าบาททรงบรรทม พะยะค่ะ" ข้าไม่เชื่อ นี่ต้นยามซวี*เสด็จพ่อจะบรรทมตั้งแต่หัวคำ่เลยรึ

 

"กงกง ข้าขอเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเพียง 2 เค่อ*เท่นั้น ได้โปรดให้ข้าเข้าเฝ้าเสด้จพ่อ" เจอลุกอ้อนข้าเข้าไปท่านจะยังใจแข็งได้รึ หรงกงกง ในขณะนั้นขันที่เฒ่าได้แต่ตกใจในความงดงามขององค์ชายรอง ยิ่งเมื่อมีนำ้เสียงออดอ้อนเข้าแล้ว ช่างน่ารักเสียจริง

 

"กระหม่อม จะไปทูลฝ่าบาทให้พะยะค่ะ" สำเร็จ!

 

คล้อยหลังขันทีเฒ่า องค์ชายรองผู้ซึ่งน่ารักน่าชังกำลังครุ่นคิดว่าจะทำเช่นไรดี ถึงจะไม่ต้องแต่งงาน ไม่นานขันทีเฒ่าก็เดินออกมา

 

"ฝ่าบาท อนุญาตให้เข้าเฝ้า" ในที่สุดข้าก็จะได้ถามเสด็จพ่อเสียที ว่าเหตุใดจึงให้ข้าแต่งงาน

 

มู่เสวี่ยไป๋เดินตามกงกงเฒ่าเข้าไปให้ตำหนัก เดินผ่านห้องต่างๆมากมายจนถึง ห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ หลังจากนั้นกงกงเฒ่าจึงเดินออกไปอย่างรู้ความ

 

"เจ้าจะมาคุยกับเราเรื่องการแต่งงานงั้นรึ" ยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อน

 

"ใช่พะยะค่ะ เหตุใดลูกต้องแต่ง"

 

"ไป๋เอ๋อร์ เจ้าฟังพ่อให้ดี ในขณะนี้ศึกชิงบัลลังก์ของแคว้นต้าหลงกำลังเริ่มปะทุ ที่พ่อส่งเจ้าไปเพื่อให้มาเป็นสายลับให้แคว้นของเรา ถ้าองค์ชายใหญ่ชนะ เจ้าก็จะได้เป็นฮองเฮาของต้าหลงไม่ดีรึ" จะว่าดีมันก็ดีแหละ แต่ข้าไม่อยากแต่งงาน

 

"เสด็จพ่อ ไป๋เอ๋อร์มิรู้ว่าถ้าอยู่หลง จะถูกรังแกอันใดบ้าง" เจ้าน่ะสิจะไปรังแกผู้อื่น ผู้เป็นพ่อคิด

 

"มิต้องกังวลการแต่งงานครั้งนี้ เป็นการแต่งงานเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น เจ้าจะมิมีวันโดนรังแก" 

 

"แต่เสด็จพ่อ.." ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็มีเสียงขัดขึ้นมาก่อน

 

"ไม่มีแต่ เจ้าต้องแต่ง ออกไปได้แล้วเราจะพักผ่อน" เสด็จพ่อฟังลูกก่อน

 

แต่จะว่าไปมันก็ดีเหมือนกัน ถ้าองค์ชายใหญ่มิได้บัลลังก์ข้าก็สืบความลับให้แคว้น แต่ถ้าองค์ชายใหญ่ได้บัลลังก์ก็จะได้เป็นฮองเฮาของต้าหลง

 

ข้าตัดสินใจแล้ว!!! ข้าจะแต่งงาน

 

*ยามซวี ตั้งแต่เวลา 19.00-20.59

 

*1 เค่อประมาณ 15 นาที

 

_______________

จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับตอนแรก ฝากทุกคนเอ็นดูน้องเสวี่ยไป๋กันเยอะๆนะคะ

 

ความคิดเห็น