ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

WTLN [13] : เจ้าของน้ำแอปเปิ้ล

ชื่อตอน : WTLN [13] : เจ้าของน้ำแอปเปิ้ล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2563 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
WTLN [13] : เจ้าของน้ำแอปเปิ้ล
แบบอักษร

[วินเทอร์]

.

.

.

เจ้าของน้ำแอปเปิ้ล

 

หลังจากที่ผมกลับจากห้างก็พาไอ้เด็กลมหนาวแวะกินบะหมี่ร้านโปรดของผม ก็คือร้านข้างทางที่ผมพามันไปกินบ่อยๆนั่นแหละ

หนาวมันทำให้ผมเลิกคิดมากเรื่องปิ่นได้ดีมากจริงๆ จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ มันยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีอย่างเคยไม่ต่างจากตอนเด็กที่มันมักจะห่วงความรู้สึกผมเสมอ ซึ่งต่างจากผมที่มักจะมองข้ามความรู้สึกมันตลอด

"ทำไมมึงถึงกลับมา" ผมถามคนที่นั่งคีบเส้นบะหมี่เข้าปากไม่หยุด

"หืม..." มันเงยหน้ามาย่นคิ้วใส่ผม ทั้งที่เส้นบะหมี่ยังค้างอยู่ที่ปากอย่างนั้น

"เมื่อคืน" ผมพ่นลมหายใจเบาๆแล้วสบตามันนิ่ง

"อ๋อ ก็..ผมกลัวพี่วินคิดสั้นฆ่าตัวตายครับ ผมกลัวผี" มันกลืนเส้นบะหมี่ลงคอแล้วยักคิ้วใส่ผม

แปะ!

"โอ้ย! พี่วิน" โดนผมดีดหน้าผากไปก็ทำหน้ายู่ใส่ทันที

"กูจะฆ่าตัวตายทำไม แค่อกหัก" ผมว่าแล้วส่ายหัวเบาๆ

"ใครจะไปรู้เล่า คนมันเจ็บปวดมากๆเสียใจมากๆผิดหวังมากๆมันก็ทำได้หมดทุกอย่างแหละ" มันว่ายาวเหยียด แล้วเบ้หน้าใส่ผม

"กูรู้ ว่ากูทำอะไรอยู่ กูเคยบอกมึงไปแล้วว่ากูไม่ใช่เด็ก" ผมว่าแล้วก้มหน้าคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก เมื่อได้รับคำตอบที่ไม่เป็นที่น่าพึ่งพอใจ

ก็นึกว่าเป็นห่วง ที่แท้ก็แค่กลัวผี

"ก็ผมเป็นห่วงพี่ กลัวพี่จะเป็นอะไรไป ผมทำใจทิ้งพี่ให้อยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ แล้วก็คิดว่าพี่ก็คงไม่อยากอยู่คนเดียวในเวลาแบบนี้หรอก ใช่ไหม" ผมเงยหน้าขึ้นมาเจอคนที่กำลังส่งยิ้มบางๆพลางสบเข้ามาในตาผม

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมรู้สึกว่าผมชอบมองดวงตาคู่สวยของมัน สายตาที่มีแต่ความอบอุ่น ความจริงใจที่ผมสัมผัสได้โดยที่มันไม่ต้องพูดออกมา การมีมันอยู่ข้างๆในยามแบบนี้มันดีมากจริงๆ

 

"แล้วนี่มึงจะกลับไปหาแม่วันไหน" ผมถามขณะที่เรากำลังขึ้นลิฟท์กลับห้อง

"ก็น่าจะเป็นอาทิตย์หน้าครับ บอกแม่ไว้แล้ว"

"อืม กูก็ว่าจะกลับเหมือนกัน มึงจะกลับพร้อมกูเลยไหมล่ะ"

"บ้านพี่กับบ้านผมมันคนละทางกันเลย พี่ไปส่งผมขึ้นรถก็พอครับ เดี๋ยวผมกลับเอง"

"นี่ ผู้ใหญ่เขายื่นมือเข้ามาช่วย มึงไม่ควรปฏิเสธ"

"โหพี่วิน พี่แก่กว่าผมแค่ปีเดียวเอง พูดเหมือนตัวเองอายุสามสิบยังไงยังงั้น" แล้วมันก็เดินบ่นมาจนถึงหน้าประตูห้อง

"แต่กูก็โตกว่ามึงเปล่าล่ะ สรุปไปไม่ไปถ้ามึงไม่ไปมึงก็ไม่ต้องมาเรียกกูว่าพี่รหัส" พูดจบผมก็หันหน้ากลับมาอย่างเดิมแอบลอบยิ้มตอนได้ยินเสียงมันบ่นโอดโอย

"พี่แม่งเผด็จการว่ะพี่วิน"

แคร่ก!

"....." รอยยิ้มจางหายจากใบหน้าผมเมื่อเปิดประตูเข้ามาเจอใครบ้างคนนั่งรออยู่ในห้อง

"วิน"

"เอ่อ พี่วินผมไปรอข้างนอ..." ไอ้หนาวพูดขึ้นเมื่อความเงียบเริ่มปกคลุมทั่วพื้นที่

"ไม่ต้อง อยู่กับกู" ผมคว้าแขนไอ้หนาวไว้แล้วลากมันเข้ามาในห้องด้วยกัน

 

"มาทำไม" ผมเอ่ยถามผู้หญิงที่นั่งบนโซฟาด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์โดยไม่คิดจะมองแม้สักนิด

"วิน ปิ่นขอโทษปิ่นไม่ได้ตั้งใจ ปิ่นบอกเลิกพี่โรมแล้วนะวินกลับมาคบกับปิ่นเหมือนเดิมนะคะ" คนโดนเมินขยับเข้ามาเขย่าแขนผมอ้อนวอน

"ไม่ได้ตั้งใจเหรอ" ผมหันไปถามคนที่กำลังน้ำตาคลอ "สิบเอ็ดเดือนนี่....ปิ่นบอกว่าไม่ตั้งใจ แล้วถ้าตั้งใจล่ะ จะกี่ปี" ใจผมเต้นตุบๆที่ต้องกลับมาพูดถึงเรื่องที่ผมไม่แม้แต่จะอยากได้ยิน

"ปิ่นรักวินจริงๆนะ พี่โรมปิ่นแค่.."

"แค่" ผมหันไปสบตาเอาคำตอบจากปิ่น บอกว่ารักผมแต่คบซ้อนมาเป็นปีเนี่ยนะ

"ปิ่นแค่คบเล่นๆอ่ะ แต่กับวินปิ่นจริงจังนะคะ" ปิ่นกอดผมแน่น แต่ไม่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากกลับไปสักนิด

"ปล่อยวิน" ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพูดมันออกมาอย่างใจเย็น

"ไม่เอาอ่ะ ปิ่นไม่ปล่อยจนกว่าวินจะให้อภัยแล้วกลับมาคืนดีกับปิ่น" ปิ่นร้องไห้จนตัวสั่น

"วิน บอก ให้ปล่อย" ผมกดเสียงต่ำแล้วเก็บอารมณ์อย่างหนัก

คบซ้อนผมมาเกือบปีมาบอกว่าคบเล่นๆไม่จริงจัง เหอะ! คิดว่ากูเป็นควายหรือไงวะ มาขอให้กลับไปง่ายๆ

"วินอย่าทะ...."

"วินบอกให้ปล่อยไง!" ผมพูดเสียงดังจนปิ่นสะดุ้ง คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ไม่ต่าง

"พี่วินใจเย็นๆสิครับ"

"ถ้ารังเกียจกันขนาดนี้ปิ่นปล่อยก็ได้ค่ะ" ปิ่นยอมคลายอ้อมกอดจากผม ก่อนที่เธอจะลุกยืนขึ้นเต็มความสูงยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาแล้วจ้องมาที่ผม "วินอย่าคิดนะคะ ว่าปิ่นรักแล้วจะยอมวินทุกอย่าง คนอย่างวินใครมันจะไปอยากอยู่ด้วย"

"กลับไปเถอะปิ่น"

"วันๆก็เอาแต่เที่ยวกินเหล้า เวลาให้ปิ่นแทบจะไม่มี" แล้วที่ผมยอมสละเวลาอยู่กับเพื่อนไปหา ยอมสละเวลาส่วนตัวไปหา นี่คือผมไม่มีเวลาให้งั้นเหรอ...???

"เลิกกันแบบดีๆน่ะดีแล้วปิ่น อย่าให้ต้องถึงขนาดเกลียดกันเลย" ผมหันไปสบตาปิ่นสายตาเย็นชาถูกส่งไปยังคนตรงหน้า "ออกไปเถอะ แล้วอย่ากลับมาอีก"

"แล้ววินจะเสียใจที่ทำกับปิ่นแบบนี้"

ปัง!

ปิ่นออกจากห้องไปแล้วเหลือเพียงผมที่ยืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง ทบทวนเรื่องที่ผ่านมา ผมรักปิ่นตรงไหน....รักเพราะอะไร....ทำไมถึงรัก

คำตอบว่างเปล่า....

"พี่วินครับ" น้ำเสียงแผ่วเบากับสัมผัสอบอุ่นบนบ่าดึงผมออกจากเรื่องพวกนั้น

"อืม...กูไม่เป็นไร" ผมหันไปบอกไอ้หนาว แล้วสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดอีกครั้ง

ก็แค่ผู้หญิงนิสัยไม่ดีคนหนึ่ง จะไปเสียใจอะไรมากมาย

 

 

สองสัปดาห์ถัดมา

WinD Winter

2 นาที

แก้วเบียร์ที่เต็มแก้ว ถ้ามีแมลงตกลงไป ผมเททิ้งได้แบบไม่เสียดาย

#ความรักก็เช่นกัน

 

Na'Kun : เชรดดด เพื่อนกูแม่งเจ๋งชิบหายเลยว่ะ!

Check'Ko : ครับพ่อ ให้มันทำได้จริงเถอะครับ กว่าจะหายได้เปลืองเหล้าสัส!

T'Time : มีคนดามใจแล้วเหรออเห็นมีคนพาไปกินข้าวเที่ยงทุกวันโลยยย><

WinD Winter : ลมหนาวไหมล่ะไอ้สัส! @T'Time

CarD'SK : พี่วินเทอร์คนเดิมกลับมาแล้วค้าบบบ

 

ผ่านมาสองอาทิตย์กับการเป็นโสดอย่างเต็มตัว ก็รู้สึกดีกว่าตอนมีแฟนอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะผม...มีไอ้หนาวมั้งครับ อยู่กับมันแล้วรู้สึกสบายใจแปลกๆ

"พี่วิน แล้ววันนี้ผมต้องไปกินข้าวกับพี่ไหม" หนาวมันหันมาถามผมก่อนที่เราสองคนจะแยกกันไปเรียน ผมให้มันมากินข้าวเที่ยงกับผมมาเกือบจะอาทิตย์แล้วครับ มันก็ยอมทำตามเพียงเพราะผมเอาเรื่องเกียร์มาอ้าง และมันเองก็อยากได้เกียร์จากผมจะเป็นจะตาย

"ต้อง" ตอบแค่นั้นแล้วเตรียมจะเดินออกมา

"เดี๋ยวครับพี่วิน!" ผมหันไปมองคนตัวเล็กที่ยืนจับสายกระเป๋าแล้วมองมาที่ผม ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆมัน

"ว่า"

"แล้วผมต้องมากินข้าวเที่ยงกับพี่ไปถึงเมื่อไหร่" มันถามสายตาก็จับจ้องมาที่หน้าผม

"ก็ทุกวันจนกว่ากูจะบอกว่าไม่ต้องแล้ว มึงมีปัญหาอะไร" หรี่ตากอดอกมองเมื่อเห็นมันก้มหน้าขมวดคิ้ว

"เปล่าครับ...ก็ผมตามพี่มาจะสองเดือนแล้วอ่ะ ไม่เห็นพี่วินจะยอมให้เกียร์ผมสักที" มันว่าแล้วเบะปากใส่

"มึงจะอยากได้เกียร์อะไรขนาดนั้นวะหนาว มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ" ผมล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อชอปขมวดคิ้วถามจริงจัง

"สำคัญสิครับ! พี่เรียนวิศวะพี่ก็ต้องรู้สิครับว่าเกียร์เนี่ย มันสำคัญมากแค่ไหน" มันว่าน้ำเสียงจริงจัง

"ไหนสำคัญยังไงมึงว่ามาดิ" ผมกอดอกมองคนตรงหน้ารอคำตอบ

"ก็เกียร์เนี่ยคือหัวใจของวิศวะใช่ไหมครับ"

"แล้ว?" ผมก็ยังไม่เข้าใจแม่งอยู่ดี

"อ้าว...ก็เกียร์อยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่เกียร์ ฝากเกียร์ไว้กับใคร ฝากใจไว้กับคนนั้นไงพี่" มันพูดอย่างตื่นเต้นซึ่งต่างจากผม

"มึงไปเอาตรรกะบ้าบอนี้มาจากที่ไหนวะไอ้หนาว โคตรจะไร้สาระ" ผมกอดอกถามแล้วเบ้หน้าไปทางอื่น ผมก็เคยได้ยินมาบ้างแต่ไม่คิดว่าจะมีคนอินกับมันจริงๆ

"อะไรวะพี่วินแม่ง ไม่เท่เลย" มันยู่หน้าใส่ผมแล้วถอนหายใจแรงๆ

"คือที่มึงบอกว่า เกียร์อยู่ที่ใจ ใจอยู่ที่เกียร์ ฝากเกียร์ไว้กับใคร ฝากใจไว้กับคนนั้น แปลว่ามึงจะเอาเกียร์ไปฝากไว้กับคนที่มึงรัก ว่างั้น?"

"ถูกเผงเลย!" มันยกนิ้วชี้ขึ้นมาชี้ผมแล้วทำตาโต

"งั้นอย่างแรกเลย ก่อนที่มึงจะมาอยากได้เกียร์จากกู มึงหาแฟนให้ได้ก่อน"

"โห...พี่วิน หยาบคายว่ะ"

"ก็ในเมื่อมึงไม่มีแฟน แล้วมึงจะมาอยากได้เกียร์ไปทำขี้เกลืออะไร"

"มีสิพี่" คำตอบมันทำเอาผมต้องขมวดคิ้ว มันไปแอบมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่

"ใคร"

"ไม่รู้สิครับ เขาอยู่อนาคตส่วนผมอยู่ปัจจุบัน" มันตอบก่อนจะขยับยิ้มให้ผมจนตาหยี

"เฮ้อ..." ผมส่ายหัวเอือมๆ ส่วนมันก็ทำหน้าเพ้อฝันหาคนในอนาคตของมัน ถึงอย่างนั้นก็แอบโล่งในใจ เพราะถ้ามันแอบไปมีแฟนจริงๆ ผมก็จะกีดขวางทุกวิธีทาง ไม่รู้แหละผมไม่มีมันก็ห้ามมี

 

"แกๆ พี่วินมากินข้าวกับใครอ่ะ"

"เห็นบอกว่าเป็นน้องรหัสนะ"

"แต่ทำไมดูไม่เหมือนสายรหัสอ่ะ ฉันเห็นเขาขึ้นรถไปด้วยกันทุกเย็นเลยนะ ตั้งแต่ยังไม่เลิกกับพี่ปิ่น"

"แต่ถ้าเขาสองคนจะคบกันจริงๆฉันก็ยอมเปิดทางให้นะ คือนางน่ารักมากจริงๆ"

ผมกระตุกยิ้มให้เสียงซุบซิบที่ไม่เรียกว่ากระซิบดังเข้ามาในหูผมทุกประโยค ประโยคเดิมๆที่ผมมักจะได้ยินทุกครั้งเวลามากินข้าวเที่ยงกับไอ้หนาว

"พี่ไม่เขินบ้างหรือไงเวลามีคนพูดแบบนี้ให้ได้ยิน" ไอ้หนาวมองซ้ายมองขวาก่อนจะถามผมขึ้น

"ทำไมอ่ะ สนุกออกฟังเพลินๆ" ผมไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ ใครอยากพูดอะไรก็พูดไปสิ ผมไม่ใช่คนที่จะเก็บคำพูดใครมาใส่ใจอยู่แล้ว

"เพลินบ้าบออะไร พี่นี่มันโรคจิตชัดๆ" มันว่าแล้วส่ายให้ผม

ผมไม่ตอบแต่เอื้อมมือไปยีหัวมันแรงๆจนผมเสียทรง ส่วนมันก็เหมือนจะตกใจกับการกระทำผมอยู่ไม่น้อย เพราะผมไม่ค่อยทำอะไรแบบนี้กับมันต่อหน้าผู้คนมากมาย

"พี่วิน!" มันถลึงตาใส่ผมแล้วมองซ้ายมองขวา "คนมองหมดแล้ว" ว่าจบก็ก้มหน้างุดแก้มแดงลามไปถึงหู

"ทำไม มึงเขินเหรอ" ผมเลิกคิ้วยียวนกวนประสาท

"ขะ...เขินบ้าบออะไรกันล่ะ ไปซื้อน้ำแล้ว" คนหน้าหน้าแดงเดินออกจากโต๊ะไปแบบนั้น ส่วนผมก็นั่งยิ้มอย่างพอใจ ไม่รู้สิการได้แกล้งมันก็สนุกอย่างบอกไม่ถูก เวลาเห็นมันแก้มแดงเห็นมันทำตัวไม่ถูกก็อดที่จะเอ็นดูไม่ได้

"ฮึ! อย่าหวังว่าจะได้เกียร์จากกูง่ายๆ...ไอ้หนาว" ยิ้มร้ายกาจปรากฎขึ้นบนใบหน้าผม ถ้าตัดเรื่องที่มันไม่ใช่น้องรหัสผม มันก็ยังคงเป็นเด็กกวนประสาทอยู่วันยันค่ำ

 

ผมเดินยิ้มกริ่มกลับจากโรงอาหารอย่างอารมณ์ดี จนมาเจอสายตาเพื่อนๆที่มองมา ผมก็หุบยิ้มแทบไม่ทัน

"นี่มึงอกหักจริงใช่ป่ะ" ไอ้ทามถามขึ้นทันทีที่ก้นผมถึงเก้าอี้ม้าหินอ่อน

"ก็เออสิวะ มึงก็รู้หนิถามทำไม"

"ก็หน้ามึงมันเหมือนคนอกหักที่ไหนวะ" ไอ้ทามว่าแล้วเลิกคิ้วสูง

"แล้วมันไม่เหมือนตรงไหนวะ" ผมย่นคิ้วถามเพื่อนกลับบ้าง คนอกหักแม่งจะต้องโทรมเป็นผีทุกคนเลยหรือไงไอ้พวกนี้

"โธ่ไอ้สัส แค่ไปแดกข้าวกับน้องรหัสมึงต้องยิ้มมีความสุขอะไรเบอร์นั้นป่ะ" ไอ้คุณพูดขึ้นบ้าง

"ยิ้มบ้ายิ้มบออะไรวะ กูเปล่าสักหน่อย" ผมว่าแล้วทำท่าก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ไอ้พวกบ้านี่มันแอบสังเกตผมจริงๆด้วย

"นี่ถ้าพูดปดแล้วฟ้าผ่ามึงคงได้ตายห่าไปแล้วไอ้วิน"

"อ้าวไอ้เวร แช่งกูซะงั้น" ผมหันไปถลึงตาใส่ไอ้ทาม เอาเรื่องจริงมาพูดเล่น ผ่ามาจริงๆนี่ตายหมู่เลยนะพวกห่า!

"กูไม่ได้แช่ง แต่กูถามจริงๆเถอะวะ มึงกับไอ้เด็กลมหนาวนี่มันยังไงวะ กูเห็นมึงอะไรๆกับน้องมันตลอดเลย"

"อะไรๆคืออะไร"

"นี่มึงไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ ตอนเนี่ยทั้งวิทลัยแม่งให้ความสนใจเรื่องมึงกับไอ้หนาวมากกว่าเรื่องที่มึงเลิกกันกับปิ่นซะอีก รูปมึงกับไอ้หนาวนี่ว่อนเพจเชียว" ไอ้การ์ดว่าแล้วยื่นมือถือมาให้ผม

รูปส่วนใหญ่ก็รูปผมนั่งกินข้าวกับไอ้หนาว เดินไปซื้อน้ำด้วยกัน ขึ้นรถด้วยกันพร้อมกับแคปชั่นชวนตลก

"เออจริง เยอะกว่ารูปมึงกับปิ่นอีก" ไอ้เช็คแย่งมือถือจากผมไปดูแล้วพูดขึ้นบ้าง

"แล้วไงวะ กูไม่ได้ขอให้เขามาสนใจหนิ"

"มึงจะบอกว่ามึงไม่แคร์?" ผมไม่ตอบไอ้เช็คแต่ไหวไหล่เบาๆเพียงเท่านั้น

"แล้วน้องมันล่ะ โอเคเหรอวะ"

"โอเคสิครับ"

ทั้งกลุ่มรวมถึงผมพร้อมใจกันหันไปหาต้นเสียงที่ดังขึ้นจากข้างหลัง ก่อนจะเจอไอ้หนาวยืนอยู่กับเพื่อนอีกสาม

"ไอ้หนาว!" ผมเรียกชื่อคนมาใหม่เสียงดัง นี่มันมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

"ครับ หวัดครับพี่ๆ" มันยิ้มให้ผมก่อนจะยกมือไหว้เพื่อนๆในกลุ่ม พวกมันก็รับไหว้กันแบบงงๆ

"เออๆ ไหว้พระเถอะพวกมึงมาอะไรกันเยอะแยะวะ" ไอ้การ์ดถาม

"อ๋อ พอดีผมแวะเอาน้ำแอปเปิ้ลมาให้พี่วินครับ" มันว่าแล้วหันมายิ้มให้ผม

"เดี๋ยวนะไอ้วิน กูไม่ยักจะรู้ว่ามึงแดกน้ำอะไรแบบนี้ด้วย ปกติก็เห็นแดกแต่เหล้าแต่เบียร์" ไอ้เช็คขมวดคิ้วสงสัย

"เปล่าหรอกครับ ผมอยากให้พี่วินกินเอง มันดีต่อสมองนะครับ นอกจากจะช่วยให้สมองตื่นตัวแล้วเนี่ย ยังช่วยเรื่องความจำอีกนะครับ อ่ะพี่วิน" พูดจบก็ยื่นขวดน้ำแอปเปิ้ลให้ผม

ผมถอนหายใจเบาๆแต่ก็ยอมยื่นมือไปรับของจากมัน

"ขอบใจ"

"ไม่เป็นไรครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ หวัดดีครับ"

ไอ้หนาวเดินไปโน้นแล้วเหลือเพียงพวกผมนั่งสลับกันมองหน้ากันแบบงงๆ

"มาไวไปไวจริงๆ น้องมึงเนี่ย" ไอ้คุณว่าพลางส่ายหัวไปมา

 

ตื้ด

ลมหนาว : กินให้หมดนะครับพี่วิน ถ้าชอบบอกผมนะครับ เดี๋ยววันหลังผมจะเอามาให้ใหม่

 

ผมยิ้มอย่างห้ามไม่ได้หลังจากได้เห็นข้อความที่มันส่งมาในไลน์

"ไอ้วิน..."

"เออ ว่า"

"ยิ้มเชี่ยอะไร คุยกับสาวที่ไหนเอามาดูดิ" ไอ้ทามเอียงตัวมาทางผมหวังจะดูหน้าจอโทรศัพท์ผมก็เก็บลงกระเป๋าทันที

"เสือก" ผมพูดไม่ออกเสียงแต่มันเข้าใจผมรู้

"หูยยย ข้อความจากเจ้าของน้ำแอปเปิ้ลแน่ๆเลยยย"

ป้าบ!

"โอ้ยไอ้เวร! เขินละชอบลงไม้ลงมือ" ไอ้ทามยกมือขึ้นมาลูบหัวป้อยๆ แต่ก็ไม่วายส่งสายตากวนตีนมาให้ผม

ผมหยิบขวดน้ำแอปเปิ้ลขึ้นมาดู มันคิดได้ไงเอาน้ำแอปเปิ้ลมาให้ผม

ส่ายหัวเบาๆก่อนจะเปิดฝาแล้วยกขึ้นดื่ม รสชาติมันก็..น้ำแอปเปิ้ลนั่นล่ะครับ ติดเปรี้ยวนิดๆ

"กูว่ากูชอบ" ผมมองขวดน้ำแอปเปิ้ลก่อนจะยิ้มออกมา

"ชอบอะไร ชอบน้ำแอปเปิ้ลเนี่ยนะ" เสียงไอ้เช็คดังขึ้นข้างหู แต่ผมก็ยังคงสนใจขวดน้ำผลไม้ในมือ

"ชอบเจ้าของน้ำแอปเปิ้ล"

 

 

ความคิดเห็น