ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : WTLN [12] : นิโคติน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มิ.ย. 2563 00:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
WTLN [12] : นิโคติน
แบบอักษร

[ลมหนาว]

.

.

.

นิโคติน

 

"หนาว" เสียงทุ้มปนแหบเรียกชื่อผม คิ้วเข้มขมวดจนชิดเหมือนแปลกใจที่เจอผมอยู่ตรงนี้

"ครับ ผมเอง" ผมตอบพร้อมทั้งพยุงพี่มันมาทิ้งลงบนโซฟา

ผมทักไปถามพี่เช็คว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เห็นพี่มันโพสต์รูปแก้วเหล้าลงเฟซ พี่เช็คเล่าให้ฟังว่าพี่วินเจอพี่ปิ่นกับพี่โรมที่ร้านเหล้า หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นก็น่าจะพอเดาได้

ผมโทรไปบอกแม่ว่าขอกลับอาทิตย์หน้าแทนเพราะผมทำใจทิ้งให้พี่มันอยู่คนเดียวไม่ได้จริงๆ ทำให้ผมได้มานั่งให้คนเมาได้พูดระบายความในใจที่เจ็บปวดอยู่ตอนนี้

"กู..ทำอะไรผิดวะ ทำไมถึงทำกับกูแบบนี้" คนเมาพูดเพ้อทั้งที่ตาก็หลับอยู่แบบนั้น

"พี่วิน.."

"หึ กูแม่ง...โคตรโง่เลยว่ะ ไอ้หนาว" พี่วินขำตอกย้ำความรู้สึกตัวเองที่มันไม่ตลก

"พี่วิน เข้าไปนอนดีกว่าครับ พี่เมามากแล้ว" ผมพูดก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าแขนพี่มัน

"ทำไม เขา ถึง...ใจร้ายกับกู"

"กูรัก ขนาดไหน..." จบประโยคดวงตาคมเริ่มมีหยดน้ำไสไหลผ่านแก้ม พี่มันคงจะเจ็บปวดมาก ผมรู้ แต่จะให้พูดอะไรตอนนี้พี่มันก็คงไม่เข้าใจ

"พี่วินครับ ไปนอนกันเถอะนะครับ" ผมว่าแล้วลุกขึ้นพยุงอีกคนเดินเข้าห้องอย่างทุลักทุเล

ผมปล่อยพี่วินให้นอนราบลงไปกับเตียง ปากก็พูดเพ้อไม่หยุด

"กูโง่ กูเจ็บ....ไอ้หนาว"

"พี่ไม่ได้โง่หรอกครับอย่าด่าตัวเองเลย" ผมว่าแล้วยกขาอีกคนขึ้นบนเตียง

"ทำไมปิ่นไม่เหมือน...มึง" คำพูดพี่วินทำเอาผมชะงัก

"จะเหมือนได้ไงล่ะพี่ มันคนละคน" ผมบอกคนที่นอนปรือตามองมาทางผม

"มึงห่วงกู มึงแคร์กู"

"ก็.....พี่เป็นพี่ชายผม" ผมตอบพร้อมกับเอื้อมมือไปถอดเสื้อกันหนาวออกจากตัวพี่มัน

"มึงเป็นห่วงกูในฐานะน้องชายจริงๆเหรอวะ" ผมชะงักงันตอนพี่มันพูดประโยคนี้ออกมา ใจที่นิ่งสงบกลับเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ

"ผมว่าพี่เมามากแล้ว นอนก่อนเถอะครับ" ผมผละออกจากตัวพี่วินกลับมายืนข้างเตียงอย่างเดิม

คนบนเตียงสบตาผมด้วยตาปรือๆแทบจะลืมไม่ขึ้น ผมไม่เข้าใจคนเมาชอบพูดเพ้อเจ้อ

พรึ่บ!

ผมหันตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องแต่พี่วินก็คว้าแขนไว้ก่อน

"มึงจะไหน"

"ไปนอนข้างนอกครับ" ผมตอบแล้วเตรียมจะเดินอีกรอบแต่พี่วินก็ไม่ยอมปล่อย

"ทำไมไม่นอนกับกู รังเกียจกูเหรอ"

"ผมจะรังเกียจพี่ทำไมครับ"

"หรือมึงกลัวกู"

"ไม่ได้อะไรทั้งนั้นครับ แต่ผมว่าผมนอนข้างนอกดีกว่า" ขืนมานอนกับพี่มันมีหวังได้นอนไม่หลับทั้งคืน

"มานอนกับกู" พี่มันว่ามือก็ไม่ยอมปล่อยจะแขนผม

"ผมอยากนอนข้างนอกครับ"

"แต่กูจะให้มึงนอนกับกู"

"....."

"นะหนาว...นอนกับกูนะ ขอล่ะ" มาขอลงขอล่ะอะไร เมาละชอบทำชอบพูดอะไรเพ้อเจ้อ

"โอเคครับนอนก็นอน ปล่อยสิครับ" ผมตอบแบบนั้นพี่วินเลยยอมปล่อยมือออกจากผม

ผมออกไปปิดไฟข้างนอกแล้วเดินกลับเข้ามาให้อีกครั้ง พี่วินปรือตาขึ้นมามองตอนได้ยินเสียงปิดประตู

ผมปิดไฟในห้องแล้วเดินอ้อมไปทิ้งตัวลงนอนข้างๆพี่วิน ทิ้งระยะห่างพอสมควรโดยหันหลังให้

"ฝนจะไม่ตกตลอดไปพี่รู้ใช่ไหมครับ...เรื่องแย่ๆในชีวิตพี่ก็เหมือนกัน มันก็แค่ผ่านมาและกำลังจะผ่านไป รักตัวเองเข้าไว้นะครับ พี่วิน" ผมพูดออกไปแบบนั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้คนที่นอนอยู่ข้างๆผมหลับไปแล้วหรือยัง แต่ผมเชื่อว่าสักวันพี่วินจะเข้มแข็งได้แน่ๆ

ได้ยินเสียงขยับตัวของอีกคนก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างตัวแข็งทื่อ เมื่อรับรู้ว่าตัวเองถูกกอดจากด้านหลัง ใจที่มันเต้นปกติกลับมาเต้นแรงอีกครั้งกับสัมผัสนั้น

"พะ..พี่วิน"

"กู..ฮึก! ขอกอดหน่อยนะ..นะหนาว" แล้วก็ต้องใจกระตุกเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นจากอีกฝ่าย จากที่เคยคิดจะแกะมือพี่มันออก กลับกลายเป็นว่าผมยกมือขึ้นมาลูบแขนพี่มันเบาๆเป็นการปลอบโยน

"ไม่เป็นไรนะครับ ผมจะอยู่กับพี่" ผมเข้าใจพี่วิน เรื่องแบบนี้ใครเจอก็อ่อนแอความรักมันมีอิทธิผลต่อหัวใจคนเรามากจริงๆ......

 

เมื่อเช้าผมตื่นมาในอ้อมกอดของพี่วิน พี่มันกอดผมทั้งคืนจริงๆ แต่ผมก็พยายามที่จะไม่คิดมากเพราะบางทีพี่มันอาจจะจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ตอนนี้ผมกำลังทำข้าวต้มกุ้งให้พี่วิน เพราะเมื่อก่อนเวลาผมแฮงค์ไอ้กันก็ทำข้าวต้มให้กินตอนเช้าตลอด

เห็นหน้าแบบนี้ผมก็ดื่มบ้างครับแต่ไม่บ่อยเพราะคออ่อนมากๆอีกอย่างก็คือขี้เกียจเป็นภาระเพื่อน ดื่มทีไรก็เป็นภาระไอ้แฝดตลอด

 

แคร่ก!

ผมหันไปตามเสียงเปิดประตู พี่วินเดินออกมาจากห้องในสภาพหัวยุ่งๆ ตาบวมนิดหน่อยจากการร้องไห้เมื่อคืน พี่มันมองมาที่ผมนิดหน่อยก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่น

"เป็นไงบ้างครับ" ผมละมือจากหม้อข้าวต้มเดินเข้าไปหาคนที่ตัวสูงกว่า พยายามไม่คิดเรื่องเมื่อคืน เอาจริงๆก็แอบทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน

"เอ่อ...กู ปวดหัวนิดหน่อย" พี่มันหลบตาผมแล้วตอบ

"งั้นมากินข้าวดีกว่าครับ ข้าวต้มร้อนๆจะช่วยให้พี่ดีขึ้นแล้วค่อยกินยา" ผมว่าแล้วหันกลับไปตักข้าวต้มใส่ถ้วยวางลงบนโต๊ะ

พี่วินเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ เหลือบมองผมเล็กน้อยก่อนจะก้มลงตักข้าวต้มเข้าปาก

"พี่วินเป่าก่อนพี่!"

"แค่กๆ หืม! ร้อนๆๆ" พี่วินยกมือขึ้นมาโบกไปมาแถวปาก ผมจึงรีบเดินไปหยิบน้ำมาเทใส่แก้วแล้วส่งให้พี่วิน คนรับก็กระดกแก้วทันที

"ก็บอกอยู่ว่าให้เป่า" ผมว่าแล้วนั่งลงตรงข้าม

"ก็มึงบอกช้า บอกตอนกูกินแล้วอ่ะ ใครมันจะหยุดทัน" พี่มันย่นคิ้วใส่ผม

"ครับ ผมผิดเองที่บอกช้า ขอโทษนะครับพี่วินครับ" ผมบอกน้ำเสียงประชดก่อนจะยู่หน้าใส่พี่มันแล้วก้มลงกินข้าวต้มของตัวเองบ้าง

"เรื่องเมื่อคืน....กู" ผมถือช้อนค้างกลางอากาศเมื่อได้ยินคำนี้

"ครับ?" ใจเต้นแรงขึ้นมาอีกตอนรอฟังคำตอบของอีกฝ่าย

"มึงไม่โกรธกูใช่ไหม" พี่มันช้อนสายตาขึ้นมามองผม

"โกรธ? เรื่องอะไรเหรอครับ" เมื่อคืนพี่มันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดหนิก็แค่...

"ที่กูกอดมึง กู...ขอโทษ"

"....." ถึงกับอึ้งพูดไม่ออก ไอหยาาา เริ่มหน้าร้อนแล้วสิไอ้หนาว พี่มันจำได้!!

"หนาว..ได้ยินกูรึเปล่า"

"อะ ครับ...ขอโทษทำไมครับ พี่ไม่ได้ตั้งใจนี่เนอะ แฮๆ" ผมว่าขำๆยิ้มให้กว้างๆ แล้วก้มหน้าลงกินข้าวต้มต่อ เขินโว้ยย!!!

"มึงรู้ได้ไง ว่ากูไม่ได้ตั้งใจ" พี่มันทำผมชะงักอีกครั้ง "กูตั้งใจ" ไหม้! ไหม้แน่ๆหน้าไอ้หนาวไหม้แน่ๆ

ผมเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนที่นั่งจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว ทุกครั้งจะเป็นผมไม่ก็พี่วินจะเป็นคนหลบตาก่อน แต่ครั้งนี้กลับไม่มีใครยอมใคร

"กอดมึง มันทำให้กูรู้สึกดีจริงๆ" ผมช็อตกลางอากาศ ไม่คิดว่าประโยคพวกนี้มันจะออกมาจากปากพี่มัน

เราสบตากันนิ่งไม่มีใครพูดอะไรออกมา เว้นก็แต่หัวใจของผมที่เต้นแรงซะจนผมนึกกลัวอีกฝ่ายได้ยิน นี่สินะที่เขาว่ากันว่า ความรักมันมีอิทธิพลต่อหัวใจคนเรา....

 

คำพูดที่พี่วินพูดไว้เมื่อเช้าถูกเพิ่มลงเพลย์ลิสเพลงโปรดในเมมโมรี่การ์ดความทรงจำของผม เปิดวนซ้ำเป็นร้อยรอบไม่รู้จักเบื่อหน่าย

รอยยิ้มน้อยๆจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าผมเสมอเวลาที่ได้เปิดฟัง สงสัยจะชอบเจ้าของเพลงมากถึงได้เป็นเอามากขนาดนี้

แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องเริ่มจางลงเมื่อมองออกไปเจอใครบางคนยืนพ่นควันเอาสารนิโคตินเข้าปอดอยู่นอกระเบียง

ผมลุกจากโซฟาเปิดประตูระเบียงออกแล้วเดินไปยืนข้างๆ วางแขนลงกับที่กั้นระเบียง พี่มันหันมามอง ผมก็ฉีกยิ้มให้เล็กน้อย

"ออกมาทำไม กูสูบุหรี่อยู่" พี่มันว่าแล้วยื่นมือที่คีบบุหรี่ไปอีกทาง ผมไม่ตอบแต่ยิ้มให้พี่มันเล็กน้อย

"ท้องฟ้าสวยดีนะครับ" ผมว่าแล้วมองไปที่ท้องฟ้าที่ขอบฟ้าเริ่มเป็นสีชมพูระเรื่อ

"อืม..สวยดี" พี่มันมองตามผมแล้วพูดขึ้น

"พี่ยังคิดมากอยู่ใช่ไหมครับ" ผมหันไปถามคนที่กำลังพ่นควันที่ขาวออกจากปาก

"ก็กำลังพยายามไม่คิดอยู่" พี่มันตอบแต่ไม่ได้หันมามองผมแต่อย่างใด

"ไปดูหนังกันไหมครับ" คนถูกถามขมวดคิ้วมองอย่างประหลาดใจ

"ชวนกูดูหนัง?" พี่มันชี้ตัวเองแล้วเลิกคิ้วสูง

"ใช่ครับ" ผมยืนตัวตรงหันตัวมาหาคนที่สูงกว่า

พี่มันก็เหมือนจะแปลกใจแต่ก็ยอมพยักหน้าตกลง ผมก็แค่ไม่อยากให้พี่มันฟุ้งซ่าน คนเราตอนอกหักควรหาอะไรทำมากกว่าอยู่เฉยๆไม่ใช่เหรอ

 

"เอาเรื่องไหนดีครับ" ตอนนี้ผมกับพี่วินกำลังยืนอยู่หน้าโปรแกรมหนังที่มีเกือบห้าหกเรื่อง

พี่มันยังคงยืนครุ่นคิด ผมล่ะอยากจะถามจริงๆแค่เลือกหนังต้องคิดมากขนาดนี้เลยเหรอ

"กูไม่อยากดูหนังแล้วว่ะ" ว่าแล้วหันมาหาผม

"อ้าว" ถึงกับงง แล้วไอ้ที่มายืนนานสองนานนี่เพื่ออะไร

"กูดูเบื่อแล้วอ่ะ" พี่มันว่าแล้วเบะปากน้อยเหมือนเด็ก นั่นทำให้ผมหลุดยิ้มออกมา

"แล้วจะทำอะไรล่ะครับ" ผมกอดอกถาม

"ไม่รู้อ่ะมึงเป็นคนชวนมึงก็คิดดิ" โยนให้กันซะงั้น

"อืม..." คนฟุ้งซ่านๆต้องทำอะไรสนุกๆ ปิ๊ง! "ผมนึกออกแล้ว"

ผมลากแขนพี่วินมาโซนเครื่องเล่นนี่แหละสิ่งที่ไอ้หนาวต้องการตาถึงกับเป็นประกาย

"อะไรหนาว มึงพากูมาเล่นของเด็กเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก" พี่มันทำท่าจะเดินหนีแต่ผมก็ดึงแขนไว้ก่อน

"เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวสิพี่วิน ลองดูก็ไม่เสียหายหนิครับ" ผมว่าแล้วลากแขนพี่มันเข้าไปทันที

"เฮ้อ~" พี่มันถอนหายใจแล้วกลอกตาไปมาแต่ก็ยอมเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

"หนาวๆ กูอยากเล่นอันนั้น"

"หนาวมาแข่งกันกับกู"

"หนาวมึงขี้โกงอ่ะ"

"ไอ้หนาว ไอ้คนกาก ฮ่าๆ"

อ่ะ..คนไม่อยากเข้า ลากผมไปเล่นทุกอย่างที่มี จนจะครบอยู่ละ และตอนนี้ผมโดนลากมาเมืองหิมะเรียบร้อย

"ไอ้หนาวมึงไปยืนตรงนั้นกูจะถ่ายรูปให้" พี่มันชี้ไปที่บ้านน้ำแข็ง ผมก็เดินไปอย่างว่าง่าย

"เอาหล่อๆ" ผมว่าแล้วฉีกยิ้มกว้าง

แชะ!

ผมวิ่งไปดูรูปที่พี่มันถ่าย จะว่าไปผมก็ดูดีเหมือนกันนะเนี่ย

"กูไม่ได้ถ่ายให้ฟรีนะคิดเงิน" หุบยิ้มแทบไม่ทัน

"ขี้งก!" ผมว่าแล้วเดินออกไปจากพี่มัน

"แค่นี้ด่ากูงกเหรอมึงอ่ะ" เสียงตะโกนดังจากข้างหลังก็คงไม่น่าสนใจเท่าลานสเก็ตข้างหน้า

 

"ไอ้หนาวๆ ช่วยกูด้วยขากูสั่นแล้วเนี่ย!" พี่วินยืนขาสั่นอยู่ทางเข้าลานสเก็ต

"อะไรกัน พี่ไม่เคยเล่นเหรอ" ผมหันกลับไปถาม

"ถ้าเคยเล่นกูจะมายืนขาสั่นแบบนี้ไหมล่ะ มาช่วยกูเลยมึงอ่ะ" ผมขำพร้อมกับส่ายหัวไปมา ก่อนจะยื่นมือไปจับมืออีกฝ่ายให้มาด้วยกัน

เล่นได้สักพักพี่วินก็เริ่มจะเดินได้ด้วยตัวเอง "เฮ้ยไอ้หนาว! กูเดินได้แล้ววะ" พี่วินว่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ปากก็ฉีกยิ้มกว้าง

"ไหน ลองเดินมาหาผมสิ" ผมถอยหลังห่างจากพี่วินประมาณสี่ห้าก้าว

พี่วินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะค่อยๆก้าวออกมาช้าๆ

มันน่ารักจริงๆเลย...

อีกไม่กี่เมตรพี่มันก็จะถึงตัวผมแล้วถ้าพี่มันไม่เสียหลักก่อน

"เฮ้ย!" ผมรีบเข้าไปจับมือพี่มันไว้แต่ด้วยพื้นมันลื่นและตัวพี่วินก็หนักกว่าผมทำให้ตอนพี่วินล้มลงกับพื้นก็ฉุดผมลงไปด้วย

อุก!

ผมหลับตาปี๋ แต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บสักนิดเพราะล้มลงบนตัวพี่วิน

ผมลืมตาข้างซ้ายก่อนแล้วตามด้วยข้างขวา พี่วินนอนทำหน้าเหยเกอยู่ข้างล่าง

"โอ้ยไอ้หนาว! มึงแดกช้างเข้าไปรึไงวะหนักเป็นบ้าเลย!" พี่มันว่าแบบนั้นผมก็หลุดขำออกมา

ผมพลิกตัวมานอนหงายข้างๆกับพี่มัน ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆที่นอนกุมท้องตัวเองอยู่ สักพักก็ขำออกมาจนผมต้องขมวดคิ้ว

"พี่ขำอะไร"

"ขำตัวเองนี่แหละ ไม่คิดว่าจะมาเล่นอะไรแบบนี้" พี่มันหันมายิ้มให้ผม "มันก็ไม่ได้แย่นะ" เราสองคนมองหน้าก่อนจะหัวเราะออกมา

อย่างน้อยวันนี้ผมก็ทำให้พี่มันยิ้มได้ หัวเราะได้ ทำให้พี่มันมีความสุขได้ แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว ในวันข้างหน้าไม่ว่าพี่มันจะเจอกับอะไรแย่แค่ไหนก็ขอให้พี่มันเข้มแข็งก็แล้วกัน ส่วนตัวผมเองก็จะอยู่ข้างพี่มันตลอด

 

 

เมื่อไหร่ที่เธอผิดหวัง

ฉันจะปลอบโยนหัวใจ

จะกี่แผลที่เธอเจอ

ฉันจะเยียวยาให้หาย

แม้จะรู้ในตอนสุดท้ายเธอจะทิ้งกัน

แค่ได้ดูแลตอนเธอเหงา

ซบลงตรงนี้ข้างข้างฉัน

และเธอไม่ต้องฝืนอีกต่อไป

ถ้าเธอเองยืนไม่ไหว

หลับลงตรงนี้ฉันจะไม่จากไปไหนไกล

ขอแค่เธอหายดี

 

นิโคติน - Mirrr

 

 

ความคิดเห็น