email-icon facebook-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers,IamWara ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก Episode 04 (แก้ไข)

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก Episode 04 (แก้ไข)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2564 01:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก Episode 04 (แก้ไข)
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก  

Episode 04 

  

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ใช้ชีวิตของผมตามปกติไม่ได้คิดถึงเรื่องอะไรหรือคิดถึงใครเลยจริงๆ นะ 

ผมตื่นนอนตอนเจ็ดโมงเช้า อาบน้ำแต่งตัวลงมาช่วยยายทำนั่นทำนี่ตามปกติ โชคดีหน่อยที่เมื่อคืนน้องสาวผมไม่เกิดอยากกินขนมอะไรขึ้นมาอีก แต่เมื่อคืนกว่าจะได้นอนผมก็โดนน้องสาวตัวดีถามนั่นถามนี่ไม่หยุด พอไม่ตอบก็ไม่ยอมออกไปจากห้องผม จนสุดท้ายแล้วผมก็ยอมแพ้เล่าให้น้องฟังอย่างละเอียด 

ระหว่างผมกับน้องไม่มีความลับต่อกันอยู่แล้ว 

น้องสาวผมก็นั่งตาแป๋วฟังด้วยความตั้งใจ พร้อมยิ้มเล็กยิ้มน้อยเมื่อเห็นผมซึ่งเป็นคนเล่ายิ้ม และยิ่งพอเล่ามาถึงตอนที่ผมเป็นลมเพราะถูกปริมลากขึ้นไปเล่นสกายโคสเตอร์แล้วลงมาอ้วกแตก ปาแป้งแทบจะปาหมอนในมือที่กอดไว้ทิ้งเพราะน้องโมโหแทนผม  

ผมเองก็ได้แต่บอกน้องว่าไม่เป็นอะไรแล้ว แต่น้องก็ยืนยันหนักแน่นว่าต่อไปนี้ถ้าไอ้ลูกหินมาชวนไปสวนสนุกหรือไปเที่ยวที่ไหนที่มีปริมไปด้วย น้องให้บอกเพราะปาแป้งจะตามไปเป็นบอดี้การ์ดให้ผมเอง  

สรุปว่าใครเป็นพี่ใครเป็นน้องกันแน่เนี่ย?!! 

ผมก็ได้แต่ทำหน้างงๆ กะพริบตาปริบๆ เพราะว่าผมควรเป็นคนที่ต้องปกป้องน้องมากกว่าไม่ใช่เหรอ ผมเป็นพี่นะ จะให้น้องมาปกป้องผมซึ่งเป็นพี่ชายได้ยังไงกันล่ะ ผมต้องเป็นคนปกป้องน้องสิถึงจะถูก 

หลังจากที่ไปเที่ยวสวนสนุกมา นี่ก็ผ่านมาจนถึงกลางสัปดาห์แล้ว ไอ้ลูกหินมันบอกกับผมว่าพี่ดินกับปริมกลับบ้านในเช้าวันอาทิตย์เลย มันจะมาบอกผมทำไมก็ไม่รู้ ผมไม่ได้อยากจะรู้สักหน่อย 

“ไอ้ฝุ่น” หันไปตามเสียงเรียกก็เห็นว่าเป็นไอ้ลูกหินนั่นเองผมจึงหยุดรอ 

“วันนี้มึงทำไมมาเช้าได้วะ” ที่ทักแบบนี้ก็เพราะว่าโดยปกติแล้ว ถ้าไม่เกือบเคารพธงชาติก็ยังไม่เห็นหัวมันน่ะสิครับ 

“เอ่อ พอดีวันนี้กูตื่นเช้า” ไอ้ลูกหินมันตอบทั้งยังส่งยิ้มประหลาดมาให้ผม แต่ตามันนี่ปรือจะหลับแหล่มิหลับแหล่อยู่แล้ว 

“กูว่ามึงยังไม่ได้นอนมากกว่ามั้ง” ผมว่าพร้อมส่ายหัวให้กับสภาพของไอ้ลูกหิน ก่อนจะเป็นฝ่ายออกเดินเพราะไม่อยากยืนคุยตรงนี้ ยืนคุยข้างถนนมันอันตรายนะครับ 

“มึงรู้ได้ไงวะ” น้ำเสียงประหลาดใจของไอ้ลูกหิน ทำให้ผมหันกลับไปมองมันที่เดินตามอยู่ข้างหลัง แล้วมองหน้ามันนิ่งๆ ก่อนจะชี้ที่ใต้ตาของตัวเองให้มันดูเป็นท่าประกอบคำตอบของผม 

“ขอบตามึงดำยิ่งกว่าหมีแพนด้า ดำยิ่งกว่าขอบตาน้องสาวกูเวลาติดซีรี่ส์ แล้วดูมันยันเช้าแบบนี้กูคงไม่รู้มั้ง”  

“แหะๆ มึงนี่เหมาะที่จะเป็นเพื่อนกับกูจริงๆ” มันว่าแล้วเดินเร็วๆ มากอดคอผม 

“…” 

“เมื่อคืนกูเล่นเกมยันตีสี่” ไอ้ลูกหินมันพูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว พร้อมกับลากผมไปยังโรงอาหาร แล้วเราก็ได้โต๊ะว่างแถวๆ ร้านขายน้ำพอดี 

“การบ้านเสร็จแล้ว?” ผมนั่งลงพร้อมเอ่ยถามแล้วอีกฝ่ายก็ยิ้มแป้น ยื่นหน้าข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ จนผมต้องเป็นฝ่ายผงะไปด้านหลังซะเอง 

“…ขอลอกหน่อยดิ” แล้วมันก็มาทำหน้าอ้อนใส่ผม สีหน้าอ้อนวอน แววตาก็วิงวอนของร้องผมเต็มที่ 

“ว่าละ มึงต้องมามุกนี้” แม้ปากผมจะบ่น แต่ผมก็ยินดีที่จะหยิบสมุดการบ้านของตัวเองออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้มัน “ปกติถ้าไม่ใกล้ถึงเวลาเข้าแถวก็ไม่เห็นหัว นี่มาเช้าเพื่อมาลอกการบ้าน?”  

“ถูกต้องนะครับ” ไอ้ลูกหินมันว่าทั้งที่ก้มหน้าก้มตาลอกการบ้านผม และประโยคที่มันพูดหลังจากนั้นมันคือประโยคบอกเล่า ไม่ใช่ประโยคคำถาม แค่นี้ก็รู้แล้วว่ามันต้องการอะไร “แล้วนี่มึงกินอะไรมายัง กูหิ๊วหิว” 

“มึงจะกินอะไร” คำถามของผมทำให้คนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาลอกการบ้าน เงยหน้าขึ้นมายิ้มเผล่ด้วยแววตาเป็นประกาย 

“ข้าวผัดหมูก็ได้ง่ายดี แล้วก็ขอชาเขียวด้วยนะ” 

“เงิน!” ผมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่แบมือรอเงินจากไอ้ลูกหินแทน ซึ่งมันก็รีบควักออกมาวางใส่มือผมด้วยความเต็มใจ 

“ขอบคุณครับเพื่อน” 

“อืม” 

ผมไม่ใช่ทาสหรือเบ้ของไอ้ลูกหินหรอกนะ แต่เพราะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนและมันเองก็กำลังลอกการบ้านอยู่ ผมเลยต้องมายืนรอข้าวผัดให้มันอยู่เนี่ย แล้วผมจะขอบอกอีกครั้งนะครับว่าที่ผมทำ ผมไม่ได้หวังผลอะไรทั้งนั้น ไม่ได้หวังจะสร้างความประทับใจอะไรสักนิด ที่ทำเนี่ยก็เพราะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนล้วนๆ เลย 

เออๆ ยอมรับก็ได้ว่ามันก็หวังอยู่พอประมาณหนึ่ง ก็ผมชอบพี่ชายของมันนี่นา ผมก็ต้องทำตัวดีๆ กับมันหน่อยสิครับ 

“อะ ข้าวผัดกับชาเขียวมึง” ผมว่าแล้ววางจานข้าวกับแก้วน้ำลงตรงหน้าคนที่เพิ่งเก็บสมุดกับปากกาลงกระเป๋า 

“ฝุ่นเพื่อนน่าร้ากกก กูรักมึงจริงๆ ขอบใจนะที่ให้กูลอกการบ้านแถมยังไปซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้กูอีก เอาไว้ถ้ามีโอกาส กูต้องตอบแทนมึงแน่นอน มึงต้องการให้กูช่วยอะไรบอกกูได้เลยนะ ฝุ่นเพื่อนรัก” มันพูดเหมือนเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต พูดเหมือนผมไปกอบกู้โลกมางั้นแหละ 

“อืม ไว้มีเรื่องให้ช่วยแล้วจะบอก แต่ตอนนี้มึงรีบกินข้าวก่อนเถอะ ก่อนที่ออดจะดังแล้วต้องไปเข้าแถว” รับคำยิ้มๆ พร้อมส่ายหน้าให้มัน คือตอนนี้ผมไม่มีเรื่องอะไรให้มันช่วยหรือให้มันตอบแทนหรอก เพราะเรื่องเรียนมันคงช่วยผมไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามันเรียนไม่เก่งนะแต่มันติดเล่นมากกว่าติดเรียนนี่สิ 

“อ้าว แล้วมึงไม่กินอะ” ไอ้ลูกหินถามทั้งที่ปากยังเต็มไปด้วยอาหาร 

“กูกินมาจากบ้านแล้ว” ผมตอบมันพร้อมกับเก็บสมุดการบ้านใส่กระเป๋าตัวเอง แต่คำพูดของไอ้ลูกหินก็ทำให้ผมใจเต้นแรงกว่าปกติ 

“เออมึง วันเสาร์นี้พี่ดินให้ชวน…” มันพูดแค่นั้นแล้วดูดชาเขียวอึกใหญ่ให้ผมได้ลุ้น ว่าพี่ดินให้ชวนไปทำอะไร แต่ถึงอยากรู้แค่ไหนผมก็จะไม่ถามมันหรอก “นี่มึงจะไม่ถามหน่อยเหรอว่าพี่ดินให้ชวนไปทำอะไร” 

“กูต้องถามด้วยเหรอ” หน้าซื่อใจคด อยากรู้จะตายอยู่แล้วเนี่ย 

“เฮ้อ มึงนี่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน” มันถอนหายใจ พูดไปส่ายหัวไป 

“มึงก็น่าจะชินไม่ใช่เหรอ” ผมตอบมันไปตามตรงเพราะปกติ ผมไม่ค่อยถามอะไรหรอกและผมก็ไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของใครด้วย 

“เออ กูก็พยายามชินอยู่นี่ไง” มันว่าแล้วตักข้าวผัดเข้าปากไปอีกคำโต “พี่ดินให้ชวนมึงไปงานวันเกิดเขาอะ”  

“วันเกิดพี่ดิน…” นี่ไม่ใช่คำถาม ผมแค่ทวนคำว่าวันเกิดพี่ดินเบาๆ พร้อมกับกะพริบตาปริบๆ สมองนี่ก็กำลังคิดว่าพี่เขาชวนผมทำไมกันนะ เราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนี่นา แล้วอีกอย่างผมจะซื้ออะไรเป็นของขวัญวันเกิดให้พี่เขาดีล่ะ 

 “เออ วันเกิดพี่ดิน ตกลงมึงไปนะ กูจะได้บอกเขา” ฟังดูเหมือนไอ้ลูกหินมันมัดมือชกผมอยู่ แต่เสียงของมันก็ปลุกผมให้ตื่นจากความคิดของตัวเอง 

“ห๊ะ!”  

“ตกใจอะไรของมึง เขาจะได้นับคนถูกไงว่าใครไปบ้าง จะได้จัดเหล้ายาปลาปิ้งไว้ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง” มันว่าก่อนจะทำหน้างงใส่ผม “แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครหรอก นอกจากเพื่อนๆ เขาไม่กี่คน แล้วก็พ่อกับแม่ แต่ปีนี้มาแปลกนะ ปกติจัดที่บ้านป้าอรแต่ปีนี้เสือกอยากมาจัดบ้านกูเฉย” 

“มึงก็พูดเหมือนบ้านมึงไม่ใช่บ้านของพี่เขา” ผมแย้งที่ไอ้ลูกหินพูดเหมือนกับว่าพี่ดินไม่ใช่พี่ชายของมันอย่างนั้นแหละ 

“เออ ก็จริงของมึง ถึงเขาจะไปเป็นลูกป้ากูแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นลูกพ่อกับแม่กูอยู่ ยังเป็นพี่กูเหมือนเดิมนี่เนอะ”  

“อืม พี่เขาก็เป็นพี่มึงเหมือนเดิม” ผมส่ายหน้ายิ้มๆ กับความคิดต๊องๆ ของไอ้ลูกหิน แต่ก็นั่นแหละตัวตนของไอ้ลูกหินที่ผมรู้จัก 

วันทั้งวันของผมหมดไปกับการเรียน เพราะวันนี้ตารางเรียนของเด็กม.หนึ่งอย่างพวกผมค่อนข้างแน่น เอี๊ยด แต่ถึงจะแน่นแต่เราก็มีเวลาพักไปกินข้าวกินน้ำ มีคาบว่างให้หยุดพักผ่อนหายใจหายคอและคาบว่างสำหรับผมกับไอ้ลูกหินก็คือการวิ่งมาข้างสนามฟุตบอลเพื่อสมทบกับรุ่นพี่ที่ข้างสนาม และทันทีที่พี่กอล์ฟหันมาเห็นพวกเรา พี่กอล์ฟก็กวักมือเรียกทันที 

“พวกมึงมาก็ดีละ กูกำลังมองหาคนร่วมทีมอยู่พอดี” พี่กอล์ฟว่าพร้อมยิ้มให้ผมกับไอ้ลูกหินอย่างคนมีแผนร้าย 

“วันนี้เท่าไหร่พี่” ไอ้ลูกหินถามพร้อมกับดึงชายเสื้อออกจากกางเกง ผมเองก็ด้วย 

“สองพัน!” พี่กอล์ฟตอบ ก่อนจะกระดกกินน้ำจากขวดแล้วพูดต่อ “ครึ่งชั่วโมง” 

ครึ่งชั่วโมงก็น่าสนใจดีเพราะว่าผมกับไอ้ลูกหินก็ว่างตั้งหนึ่งชั่วโมงแน่ะ  

ผมกับไอ้ลูกหินพยักหน้ารับเพราะเข้าใจเป็นอย่างดี คนอื่นที่มองมาอาจจะเห็นแค่เด็กพวกนี้มันเตะบอลเล่นกีฬากันเอาสนุก ออกกำลังกายเพื่อร่างกายจะได้แข็งแรง แต่ความจริงแล้วพวกพี่มันเตะบอลพนันเอาเงินกันต่างหากล่ะ  

แน่นอนว่าเรื่องนี้ครูที่โรงเรียนไม่รู้เพราะถ้ารู้ โดนเรียกตัวเข้าห้องปกครองแน่!!! 

สนามฟุตบอลขนาดใหญ่ถูกปรับให้เล็กลงมาครึ่งสนาม พร้อมกับโกลขนาดย่อมที่ถูกตั้งอยู่คนละฝั่ง ทีมผมมีกันหกคน ทีมตรงข้ามที่เป็นพวกรุ่นพี่ม.ห้ากับม.หกก็เช่นเดียวกัน การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นเมื่อทุกอย่างพร้อมและนักกีฬาพร้อม  

ส่วนกองเชียร์ข้างสนามที่ว่างจากการเรียน ก็มาช่วยเชียร์ให้กำลังนักกีฬาจำเป็นอย่างพวกเรากันอย่างครึกครื้น ถึงแม้ว่าพวกเขาหรือเธอไม่ได้มาเชียร์ผมแต่การที่มีเสียงกรี๊ดกร๊าดอยู่ข้างสนาม มันก็กระตุ้นขาให้วิ่งไล่แย่งลูกฟุตบอลไม่หยุดได้นะครับ  

เสียงเชียร์แม้ไม่ได้ทำให้หายเหนื่อยแต่มันก็กระตุ้นขาผมได้ดีเลยทีเดียว 

พี่กอล์ฟที่อยู่กองหน้ากับพี่บอลคอยสกัดลูกจากฝั่งตรงข้าม ไอ้ลูกหินอยู่กองกลางคุมเดี่ยวๆ กันไปเลย เพราะไอ้นี่มันเก่งไม่หยอก ส่วนผมอยู่กองหลังกับพี่ต้องคอยระวังไม่ให้ฝั่งตรงข้าม ผ่านเข้าไปหาพี่ธีร์ที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่หน้าประตูได้ แต่พอเวลาที่มีฝั่งตรงข้ามเขี่ยลูกบอลเข้าไปใกล้ พี่ธีร์ก็ปัดป้องเอาไว้ได้ตลอด  

ผมอยากจะบอกว่าพี่ธีร์โคตรเท่ สุดยอดของไอดอลผมเลยนะคนนี้ 

“เหนื่อยฉิบหาย” พี่บอลว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างผมอย่างหมดแรง 

“เลิกเรียนแล้วไปแดกหมูกระทะกัน” พี่กอล์ฟว่าพร้อมชูแบงค์พันสองใบขึ้นโชว์แล้วเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ 

ก็แหงล่ะทีมพวกผมชนะ 3-1 ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงนี่นา เพราะพี่กอล์ฟกับพี่บอลบุกโหดมากจริงๆ 

“ไปครับ ผมไป” ไม่ต้องรอให้ใครชวนหรอกครับ ไอ้ลูกหินมันเสนอตัวคนแรกเลย 

“ผมขอตัวนะพี่ ต้องรีบกลับบ้านน่ะ” ผมบอกพร้อมกับดึงคอเสื้อพัดลมเข้าร่างที่เหนอะหนะไปหมด 

“เฮ้ย! ได้ไง ไปด้วยกันสิจะรีบไปไหน บ้านมันไม่วิ่งหนีเราไปไหนหรอก”  

ผมเงยหน้าขึ้นมองคนพูด ก็เห็นพี่ธีร์เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมแล้ว และผมก็ต้องเจอกับสายตาแปลกๆ ที่ผมไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง และผมก็ไม่กล้าพอที่จะสบตากับพี่เขาตรงๆ เพื่อแปลความหมายของสายตานั้น เลยต้องก้มหน้าเสมองไปทางคนอื่นๆ แทนในขณะที่พี่ธีร์นั่งลงข้างๆ 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว