facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 22 (II) THE END (100per)

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 (II) THE END (100per)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2563 17:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 (II) THE END (100per)
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 22 

 

-จบ- 

 

 

“ว่าไปเรื่อย ผมอยู่ของผมดีๆเสี่ยแหละมาวุ่นวาย” ผมยังคงแถต่อไป เสี่ยน้อยมองหน้าผมนิ่งๆ ส่วนกิ่งกำลังสับสนสุดๆ 

 

“ให้พูดใหม่” 

 

“ไม่” ผมตอบก่อนจะหัวเราะขำอยู่คนเดียว 

 

“เรื่องจริงหรอครับ” สีหน้ากิ่งเหมือนจะเชื่อแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อ เป็นผมไม่เชื่อหรอก ถึงผมจะหน้าตาดียังไงเมื่อเทียบกับเสี่ยน้อยแล้วสู้ไม่ได้หรอก 

 

“ไม่จริง พี่พูดเล่น” ผมบอกกิ่ง เสี่ยน้อยเขาก็ไม่อธิบายหรอกยังทำท่าเฉยๆอยู่เลย กิ่งถอนหายใจเหมือนสิ่งที่ตัวเองคิดเป็นเรื่องจริงเลยโล่อกประมาณนั้น 

 

“แสดงว่าคุณชามจีบคุณหนูก่อนสินะครับ” จะย้ำทำไมเนี่ย =_= 

 

“ใช่ ก็เสี่ยเขาน่ารัก” ผมแซวร่างสูง เสี่ยน้อยกยิ้มมุมปากทันที 

 

“นะ น่ารักหรอครับ” 

 

“อืม พอเป็นแฟนกันแล้วยิ่งน่ารักคนอะไรไม่รู้” 

 

“พูดมาก รีบกินจะได้รีบกลับ” เสี่ยน้อยวางกุ้งที่แกะแล้วใส่จานผม ผมรีบหยิบมากินเขี้ยวไปยิ้มไป ก็เสี่ยเขาน่ารักจริงๆนี่ น่ารักตรงที่ดูแลผมแค่คนเดียวเนี่ยแหละและก็รักผมแค่คนเดียวด้วย ผ่านไปสักพักเรานั่งกินจนอิ่มเสี่ยน้อยก็เป็นคนจ่าย 

 

“อิ่มจังตังค์อยู่ครบ” ผมพูดอย่างอารมณ์ดีเมื่อเราขึ้นมาบนรถกันแล้ว แต่กลิ่นอาหารมันติดตามตัวตามหัวนี่ดิ 

 

“นานๆมาทีนะ” 

 

“แพงไปหรอครับ” 

 

“ป่าว กูไม่ชอบมันร้อน” 

 

“ก็ได้” 

 

“ไม่ใช่จะไม่พามา แค่บอกนานๆทีมา” เสี่ยน้อยย้ำอีกครั้ง ผมมองเขาด้วยหางตากลัวผมโกรธอ่ะดิ  

 

“เอ่อ ขอบคุณมากเลยนะครับที่เลี้ยงผม” กิ่งพูดขึ้นมาทำลายบรรยากาศ ผมเลยหันไปยิ้มให้มัน 

 

“ไม่เป็นไรแค่นี้เอง ไว้ว่างๆจะพาไปเปิดหูเปิดตานะ” 

 

“ขอบคุณมากๆเลยครับ” 

 

“ไม่ต้องขอบคุณแล้วน่า” ผมพูดอย่างใจดี กิ่งก็ยิ้มรับ จนกรทั่งเราสามคนกลับมาถึงบ้านผมก็เพลียทันทีที่เห็นเตียงนอน แต่จะนอนเลยก็ไม่ได้ต้องอาบน้ำก่อน 

 

“ผมอาบน้ำก่อนนะเสี่ย” 

 

“อาบพร้อมกัน” ผมมองหน้าเสี่ยน้อยทันที 

 

“แค่อาบเฉยๆ สัญญา” 

 

“จริงอ่ะ” ผมไม่ไว้ใจนะเว้ย เสี่ยยิ่งชอบเป็นพวกสถานการณ์พาไปด้วย ผมยังไม่อยากเจ็บตัว พรุ่งนี้ต้องขนของย้ายเข้าคอนโดใหม่อีก 

 

“แค่อาบ” 

 

“ก็ได้วะ” ผมพึมพำเสียงเบา เสี่ยน้อยดีดหน้าผากผมไม่แรงมากนักเพราะผมพูดไม่เพราะกับเขา แต่ให้ทำไงเล่าก็มันขัดใจผมนี่  

 

“พูดให้มันดีๆ” 

 

“เจ็บนะเนี่ย” 

 

“ดีดเบาๆเอง ไป เข้าไปรอได้แล้ว” 

 

“รู้แล้ว” ผมพูดก่อนจะเดินตึงตังเข้าห้องน้ำ รีบถอดเสื้อผ้าแล้วเปิดน้ำในอ่างไว้ ปกติจะอาบแค่ฝักบัวแต่ถ้าอาบด้วยกันแบบนี้ก็ต้องน้ำในอ่าง ผมเปิดน้ำที่อุ่นพอดีเราจะได้รู้สึกผ่อนคลายด้วย พร้อมกับเทสบู่หอมๆลงไป 

 

“เป็นเมียที่ดีเหมือนกันนี่หว่า” 

 

“แบบผมหาไม่ได้อีกแล้วนะ” ผมไม่สะเทือนหรอกกับคำแซวแค่นี้ เสี่ยน้อยหัวเราะขำแต่ก็เดินเปลือยเข้ามาหาผมโต้งๆ ผมพยายามไม่มองแกนกายเขา ผมก็อายนะเว้ย เราทำความสะอาดร่างกายลวกๆก่อนค่อยลงไปแช่ในอ่าง ร่างสูงของเสี่ยน้อยนั่งอยู่อยู่แล้วผมเลยต้องยอมลงไปนั่งระหว่างขาของเขาแทน ตอนนี้ผมหันหลังให้เขาแต่ก็ไม่ได้ชิดมาก 

 

“ห้ามเอาอะไรมาทิ่มหลังผมนะ” 

 

“หึหึ” 

 

“หมายความว่าไงเนี่ย” ผมเอี้ยวหน้าไปโวยใส่เขา แต่เสี่ยไม่ฟังหรอกหยิบฟองน้ำมาขัดหลังให้ผมหน้าตาเฉย 

 

“หายเจ็บรึยัง” 

 

“ยัง” ผมตอบกลับทันที 

 

“หึหึหึ” เสี่ยน้อยหัวเราะขำออกมา เขารู้แหละว่าผมแถเพื่อเอาตัวรอด ก็ผมยังไม่พร้อมนี่ เสี่ยน้อยไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเราเลยเปลี่ยนกันขัดหลังให้กันและกันแล้วก็นั่งจ้องหน้ากันอยู่ในอ่าง 

 

“พรุ่งนี้ผมอยากตื่นสายจัง” 

 

“ยิ่งสายยิ่งเสร็จช้า” ดูท่าแล้วผมอยู่กับเสี่ยน้อยจะไม่มีวันได้ตื่นสายเลยสินะ ผมทำหน้าเซ็งๆ 

 

“ถ้าย้ายเข้าเสร็จแล้วเราจะไปบ้านผมกันวันไหน” 

 

“อาจจะถัดไปสักสามวัน พักผ่อนกันก่อน” 

 

“ก็ดีเหมือนกัน ผมรู้สึกเพลียๆด้วย” 

 

“งั้นมานอนนี่”  

 

พรึ่บ 

เสี่ยน้อยดึงผมแค่ทีเดียวตัวผมก็ปลิวไปซบอกแกร่งแล้วผมเลยหมุนตัวเองนอนพิงอกร่างสูงอย่างผ่อนคลาย วงแขนแกร่งกอดผมเอาไว้แน่นก่อนจะหอมแก้มผมซ้ายขวาอย่างหมั่นเขี้ยว 

 

“ผมคิดตังค์นะเว้ย” ผมพูดยิ้มๆ เสี่ยน้อยเอาแก้มมาแนบกับแก้มผมค้างไว้แบบนั้น มันให้ความรู้สึกอุ่นไปทั่วหัวใจผมเลยล่ะ ยิ่งเขาทำแบบนี้ผมยิ่งขาดเขาไม่ได้ 

 

“เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย” 

 

“หลายล้านเลยนะ” 

 

“อืม” 

 

“เสี่ยหลงผมอ่ะดิ” ผมแซวเขา ก็เล่นตัวติดผมแจขนาดนี้ 

 

“ทั้งรักทั้งหลงนั่นแหละ”  

 

กลายเป็นผมเองที่เขินจนต้องเม้นปากกลั้นยิ้ม คิดจะทำตัวละมุนแบบนี้ก็ทำไม่เกรงใจหัวใจผมเลยว่าจะรับไหวมั้ย  

 

“สระผมให้หน่อย” ผมอ้อนเสี่ยน้อย ร่างสูงก็ยอมสระผมให้ เราเลยอาบบน้ำกันจริงจังสักทีกว่าจะได้นอนผมจะหลับคาอกเขาอยู่แล้ว เราสลับกันเป่าผมให้กันจนแห้งก็เข้านอนด้วยความเพลียกันทั้งสองคน  

. 

. 

. 

เช้าผมตื่นไม่สายมากเสี่ยเขาก็อนุโลมให้ผมสายนิดเดียวเพราะเรานัดบริษัทขนของไว้ ดีที่มีเฉพาะเสื้อผ้าพวกของอื่นๆเสี่ยน้อยจะเก็บไว้บ้านก่อนอยากได้อะไรก็ค่อยหาซื้อเพิ่ม คุรพ่อกับคุณหญิงแม่มากับเราด้วย เสี่ยน้อยจัดแจงให้เด็กที่บ้านจัดของให้เข้าที่กว่าจะเสร็จก็หลายชั่วโมง ผมเดินดูให้ทั่วเพ้นท์เฮาท์สองชั้นนี้ มันดูกว้างไปสำหรับเราสองคนแต่ถ้าอยู่ระยะยาวก็โอเคสำหรับผมแหละ อีกอย่างเสี่ยก็ชอบด้วย แต่พอได้ย้ายเข้ามาอยู่แบบนี้ใจผมหวิวๆยังไงก็ไม่รู้ กลัวจะได้ย้ายที่อยู่อีก 

 

“แม่จัดของสดไว้ให้ครบหมดแล้วนะ” 

 

“ขอบคุณครับ” เสี่ยน้อยตอบคุณหญิงแม่ ท่านช่วยเราทุกอย่างจริงๆ 

 

“งั้นเดี๋ยวพ่อกับแม่กลับก่อน จะบ้านน้องวันไหนก็บอกแม่ด้วยนะเผื่อแม่อยากจะไปด้วย” 

 

“ได้ครับ” 

 

“น้องชามก็ผักผ่อนหน่อยนะ หนูดูง่วงมากเลย” 

 

“ได้ครับ ขอบคุณมากเลยนะครับที่มาช่วยพวกผมสองคน” คุณหญิงแม่ยิ้มรับก่อนที่ท่านทั้งสองจะขอตัวกลับไปเหลือแค่ผมกับเสี่ยน้อย  

 

“แม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดแค่สี่วันต่อาทิตย์นะ” 

 

“ผมทำก็ได้ ไม่ได้ยากอะไร” 

 

“เดี๋ยวมึงก็ต้องได้ทำงาน จ้างระยะยาวนี่แหละดีแล้ว” 

 

“ของบางอย่างมันก็แพงเกินไปนี่” ผมพูดบอก ไม่ค่อยไว้ใจคนสมัยนี้ด้วยสิ 

 

“เดี๋ยวเย็นนี้พวกนั้นจะมาหาเรา” เสี่ยน้อยคงหมายถึงพวกเพื่อนเขา ผมพยักหน้ารับเบาๆ เสี่ยมองหน้าผมนิ่งๆเหมือนเขาจะจับผิดผมได้ 

 

“เป็นอะไร” 

 

“ป่าว” 

 

“…...” เสี่ยน้อยใช้แผนเงียบ เล่นซะผมต้องกัดปากด้วยความขัดใจ ผมปิดอะไรเขาไม่เคยได้จริงๆ ผมโผล่เข้ากอดร่างสูงไว้แน่นก่อนจะเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาสั่นๆ มือหนายกขึ้นมาลูบหัวผมอย่างเบามือ  

 

“เป็นอะไรพูดมาสิ” 

 

“ผมกลัว” เสี่ยน้อยขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินคำตอบผม 

 

“กลัวอะไร” 

 

“กลัวว่าจะได้ย้ายบ้านอีก” 

 

“นึกว่ากลัวผีซะอีก” 

 

“โว๊ะ ผมจะกลัวผีทำไมเล่า” เสี่ยน้อยยิ้มบางแต่ก็ยังปลอบผมด้วยการลูบหัวผมไปมา  

 

“ทำไมถึงกลัวว่าจะได้ย้ายอีก” 

 

“ก็…เวลาเราย้ายเข้าบ้านใหม่มันมักจะมีเรื่องให้เราแยกกัน ผมกลัวไม่อยากแยกจากกันไปไหนทั้งนั้น” ผมพยายามห้ามเสียงสั่นๆของตัวเองแต่ก็ห้ามไม่ได้ จนต้องมุดหน้าลงกับอกเสี่ยน้อย ผมไม่อยากร้องไห้แต่มันก็อดไม่ได้เพราะผมกลัวจริงๆ ผมไม่อยากให้มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว ไม่อยากอยู่ห่างกัน 

 

“เราห้ามสิ่งที่จะเกิดไม่ได้หรอก” 

 

“ฮึก เสี่ยหมายความว่าไง” 

 

“หยุดร้องก่อน” เสี่ยน้อยดันผมออกก่อนจะใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาออกให้ผม ผมมองหน้าเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ทำไมต้องพูดแบบนั้นด้วย 

 

“ผมไม่อยากห่างกัน” ผมบอกไปตามตรง เสี่ยน้อยมองหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจัง ตอนผมอ่อนแอเขาคือคนที่เข้มแข็งเสมอ 

 

“ต่อไปนี้ไม่มีอะไรทำให้กูห่างกับมึงได้อีก มันไม่มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้วล่ะ” 

 

“แล้วที่บอกอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนั่นล่ะ” 

 

“ก็ถ้าวันหนึ่งกูตายขึ้นมาจริงๆมึงจะห้ามเรื่องนั้นได้มั้ยล่ะ” 

 

“ทำไมเสี่ยต้องพูดแบบนี้ด้วย!” ผมเริ่มน้อยใจเขาแล้ว ผมไม่อยากรับรู้ถึงเรื่องนี้อีกถึงจะเป็นเสี่ยตัวปลอมแต่ภาพมันก็ยังฝังอยู่ในหัวผมไม่ได้หายไปไหน 

 

“ฟังกูก่อน มึงอย่าใฃ้อารมณ์ชาม”  

 

“……” ผมเงียบถ้าเกิดผมพูด ผมกลัวว่ามันจะแย่ไปมากกว่านี้ ผมไม่อยากทะเลาะ 

 

“ถ้าวันนั้นมาถึงคนที่ยังอยู่ต้องยอมรับมันให้ได้ ชีวิตคนเราไม่ได้ยั่งยืนนะชาม แต่ทุกวันนี้กูยังอยู่กับมึงกูก็จะรักมึงให้ได้มากที่สุด ทำทุกวันให้ดีที่สุด อย่างน้อยบ้านก็คือสถานที่ที่เราต้องใช้ชีวิตด้วยกันแค่สองคน ย้ายเข้าย้ายออกก็ไม่สามารถเปลี่ยนอนาคตได้ เข้าใจมั้ย” 

 

“…..” ผมกัดปากตัวเองแน่น คำพูดผมมันจุกอยู่ในอก ผมไม่รู้จะพูดอะไร 

 

“มึงอย่าไปกลัวมันเลย บ้านหลังเดิมก็ช่างมันไม่ต้องไปเก็บมาฝังใจ” 

 

“แต่มันก็เป็นหลังแรกของเรา” ผมเถียง เสี่ยน้อยถอนหายใจเล็กน้อยแต่สายตาเขาก็ยังมองผมอย่างจริงจัง 

 

“จะอยู่กับกูที่นี่ หรือจะกลับไปอยู่หลังนั้นคนเดียว” 

 

“บ้าหรอ ผมก็ต้องอยู่กับเสี่ยอยู่แล้ว” 

 

“หึหึ ใช่ไงมึงก็แค่ต้องยอมรับและอยู่กับกูไปตลอดเนี่ยแหละ” 

 

“จะไม่มีใครหายไปไหนใช่มั้ยครับ” 

 

“จะไม่มีใครหายไปจากมึงทั้งนั้น ถึงตัวกูไม่อยู่กูก็ยังอยู่ในนี้” นิ้วเรียวจิ้มที่อกข้างซ้ายของผม เสี่ยน้อยทำแค่นั้นหัวใจผมก็เต้นถี่แรง ผมพยักหน้าให้เขาทั้งน้ำตาก่อนจะโผล่เข้ากอดร่างสูงไว้แน่น 

 

“ห้ามหายไปไหนอีกนะครับ”  

 

“ไม่ไปไหนทั้งนั้น” 

 

ณ เวลานี้เราได้อยู่ด้วยกันแล้วผมจะไม่ให้เวลาที่มีค่าของเราต้องไร้ค่า ผมจะยอมรับเหมือนที่เสี่ยยอมรับ ถึงจะมีอะไรมาแยกเราออกห่างกันอีกผมก็จะยังรอเขาเหมือนเดิม ยังไงคนที่ผมรักก็คือเสี่ยน้อยคนเดียว ผมเชื่อว่าเขาจะไม่หายไปจากผมอีก อายุเราก็มากขึ้นทุกวันจริงๆนั่นแหละผมก็กลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่ผมจะทำทุกวันให้ดีที่สุดเหมือนกับที่เสี่ยเองก็กำลังทำอยู่ตอนนี้ 

. 

. 

 

ผมมองร่างสูงที่กำลังคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเรื่องที่จะมาฉลองกันที่นี่ ผมก็เตรียมของกินไว้รอ นี่ก็ใกล้ได้เวลาที่ทุกคนจะมาแล้ว เสี่ยน้อยกดตัดสายก่อนจะเดินมาหาผมที่อยู่เค้าเตอร์ตรงโซนบาร์ขนาดเล็กที่แพงแสนแพง ร่างสูงกดจูบลงบนแก้มผมก่อนจะนั่งดูผมจัดของกิน  

“สรุปใครมาบ้างเสี่ย” 

 

“อชิ เฟสสองคน” 

 

“ไอ้ฟิกไม่มาหรอ” 

 

“ไม่มา ติดงาน” ผมทำหน้างงเล็กน้อยแต่ก็ช่างเถอะมันคงติดงานจริงๆ  

 

“วันนี้ผมไม่ดื่มนะ แต่จะนั่งเฝ้า” ผมบอกยิ้มๆ เสี่ยน้อยก็พยักหน้ารับ 

 

“จะไม่ดื่มมาก” 

 

“ไม่สูบบุหรี่ด้วยได้มั้ย” 

 

“อืม จะลดลง” 

 

=_= พูดแบบนี้แสดงว่าจะไม่เลิกถาวรล่ะสิ ผมส่ายหน้าหน่ายๆให้ร่างสูง เสี่ยน้อยยกยิ้มก่อนจะนั่งจ้องหน้าผมต่อ พอถูกมองนานๆผมก็เริ่มเขินเขา เมื่อไหร่จะชินสักทีนะ 

 

************loading 50 per **************** 

 

เมื่อถึงเวลาที่พวกพี่เฟสกับอชิมา เสี่ยน้อยโทรบอกทางล็อบบี้เรียบร้อยพวกเขาก็ขึ้นมาได้ เราสี่คนนั่งรวมกันอยู่บนโต๊ะอาหารนอกระเบียง บรรยากาศครึ้มเหมือนฝนจะตก ลมเย็นหน่อยๆเหมาะสำหรับนั่งดื่มกันมาก แต่ถ้าฝนตกก็ต้องได้ย้ายกันเข้าข้างในแล้วล่ะ ของกินเครื่องดื่มวางเต็มโต๊ะผมก็กินไปเรื่อยๆฟังพวกเขาคุยกัน

 

“มึงว่ากูกับไอ้ฟิกจะไปกันรอดมั้ย” ไอ้อชิเปิดประเด็นดราม่า มันไม่มองผมด้วยซ้ำ มือก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เสี่ยน้อยก็เอากับเพื่อนด้วย

 

“ทำไมวะ ทะเลาะกันหรอ” ผมถาม อยากรู้แฮะปกติไอ้อชิมันไม่เคยคิดจะทิ้งไอ้ฟิกเลยนะ

 

“ทุกวัน จนกูเหนื่อยจะตามใจ ได้เรื่องนั้นมันก็จะเอาเรื่องนีพอขัดใจมันก็ไม่ฟัง”

 

“เดี๋ยวเขาก็หาว่าเปลี่ยนไปหรอก ก็ค่อยๆสอนไป” เสี่ยน้อยตอบกลับเพื่อนตัวเอง ไอ้อชิขมวดคิ้วแน่นมันดูเครียดจริงๆ

 

“มันก็หาว่ากูเปลี่ยนทุกวัน หาว่ากูมีคนอื่น ไม่เคยเชื่อใจกูเลย”

 

“เพราะมึงทำให้เขาฝังใจไง” พี่เฟสเป็นคนพูดขึ้นมาบ้าง จี้ใจดำสุดๆ

 

“กูรู้ แต่ระยะเวลาหลายปีนี้มันไม่ได้พิสุจน์อะไรให้มันเห็นเลยหรอวะ”

 

“คงต้องลองเสียมึงไปสักครั้งถึงจะยอมปรับ ต้องปรับทั้งสองฝ่ายปรับฝ่ายเดียวไปไม่รอดหรอก” เสี่ยน้อยพูดบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมก็พยักหน้าเห็นด้วย ยอมรับเลยว่าช่วงนี้ไอ้ฟิกมันเอาแต่ใจมากจริงๆ เป็นผมผมก็เหนื่อย มันก็คบกันมาตั้งนานด้วย

 

“มึงนั่นแหละจะทนไม่ได้”

 

“อาจจะสบายใจกว่า แค่งานกูก็เหนื่อยแล้วกลับมาก็มีแต่ทะเลาะกัน”

 

“อย่าบอกนะว่ามึงรักมันน้อยลงแล้ว” ผมถามมัน จ้องหน้ามันด้วยสายตาจริงจัง ไอ้อชิถอนหายใจเซ็งๆ

 

“รักเท่าเดิมนั่นแหละ แต่กูแค่ไม่อยากทะเลาะอยากให้มันใช้เหตุผลหน่อย”

 

“ก็ลองคุยดีๆ”

 

“โอ้ย สิบกว่ารอบ พอๆเลิกคุยกูยิ่งหงุดหงิด” ไอ้อชิทนไม่ไหวลุกเดินไปยืนสูบบุหรี่ห่างจากเรา เป็นเสี่ยน้อยที่ลุกเดินตามไป ไม่รู้ทั้งสองคนคุยอะไรกันพอบุหรี่หมดมวนก็กลับมานั่งที่เดิม ยกแก้วขึ้นชนกันดื่มปกติ

 

“แล้วนี่จะไปบ้านไอ้ชามมันอย่าลืมไปขอขมาพ่อแม่เขาล่ะมึง” ไอ้อชิพูดกับเสี่ยน้อยขำๆ แต่เสี่ยขำไม่ออก

 

“ก็ต้องเป็นแบบนั้น กูกลัวโดนต่อยด้วยนี่ดิ”

 

“โดนแน่” ผมพูดเสริมทัพ พ่อผมจัดการเสี่ยแน่นอนไม่ต้องสงสัย เขาทำเรื่องที่มันใหญ่มากๆนี่แถมทำให้ผมเสียใจด้วย

 

“โดนอะไรก็ยอม แค่ไม่ให้กูเลิกกับมึง”

 

มาพูดอะไรต่อหน้าเพื่อนเนี่ย! เขินนะเว้ย

 

“หึ แหวะจะอ้วก”

 

“เมาแล้วหรอ” ผมกวนไอ้อชิ

 

“กูจะอ้วกเพราะพวกมึงสองคนนี่แหละ จะมาหวานอะไรนักหนา ส่วนมึงไอ้เฟสแดกเปลืองชิบไม่พูดไม่จา”

 

“มึงอย่ามาพาลใส่กู” พี่เฟสพูดสวนไปบ้าง ไอ้อชิฮึดฮัดอย่างขัดใจ

 

“เออสิ ความรักของกูมันมีปัญหาส่วนพวกมึงแม่งได้เมียขี้อ้อนไง ของกูไม่เคยอ้อนเลย” ไอ้อชิตัดพ้อ พูดไปพูดมาผมก็สงสารไอ้อชิเหมือนกัน

 

“มึงก็วางยาปลุกเซ็กส์ไปเลย”

 

“เสี่ย นั่นเพื่อนผม” ผมเครียดเลย เสี่ยน้อยกยิ้มขำ

 

“เสียเวลา” ไอ้อชิเหมือนจะไม่เห็นด้วย ผมก็โล่งอก

 

“แล้วน็อตเป็นไงบ้าง” เสี่ยน้อยหัรไปถามพี่เฟส เขาก็ทำสีหน้านิ่งๆไม่ฮือไม่อืออะไรเป็นเรื่องปกติ

 

“ปกติ”

 

“พวกมึงทะเลาะกันบ้างมั้ยเนี่ย” ไอ้อชิอดจะถามไม่ได้ มันอิจฉาผมดูออก หึหึ

 

“ไม่นะ”

 

“ดีจังวะ น็อตมันคงเป็นคนมีเหตุผล”

 

“กูว่าน็อตมันคงโกรธเองหายเองมากกว่า มึงก็รู้เพื่อนมึงเป็นยังไง” เสี่ยน้อยตอบบกลับไอ้อชิ ผมเองก็เห็นด้วย ดูท่าไอ้น็อตมันคงจะงี่เง่าปุ๊บเจออารมณ์เย็นของเฮียเฟสไปก็อ่อนลงแล้ว

 

“เอางี้ดีกว่า กูให้แต่ละคนทายเลยว่ากลุ่มเราใครจะเลิกกับแฟนก่อน ยกเว้นคู่มึงไอ้ทราฟ” ไอ้อชิคิดเกมติ้งต๊องมาก

 

“มึงก่อนทราฟ”

 

“มึง”

 

“สัส! ตอบเร็วชิบ…มึงอ่ะไอ้เตี้ย”

 

“ใครเตี้ยวะ ตอนแรกจะไม่ตอบว่าเป็นคู่มึงละนะ”

 

“ก็ผัวมึงมันกวนตีนกู กูก็ลงที่มึงเนี่ยแหละ”

 

เหตุผลอะไรของมัน ไม่ใช่เมาแล้วหรอวะเนี่ย =_=

 

“สรุปมึงตอบว่าใคร” ไอ้อชิคาดคั้นเอาคำตอบจากผม ผมกรอกตาใส่มัน

 

“คู่มึงนั่นแหละ”

 

“เข้ากันดีเชียวนะพวกมึงสองผัวเมีย” ไอ้อชิแขวะเรา มันจิ๊ปากขัดใจก่อนจะหันไปหาพี่เฟสที่นั่งกอดอกนิ่งๆ

 

“มึงอ่ะเฟส”

 

“มึง”

 

“หึหึหึ” เสี่ยน้อยหัวเราะในลำคอเยาะเย้ยเพื่อน ไอ้อชิยกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

 

“งั้นกูไม่เลิกให้พวกมึงเห็นหรอก”

 

“รักกันก็ดีแล้วจะคิดเรื่องเลิกกันทำไม” ผมถามด้วยความไม่เข้าใจ ถ้ามีอะไรที่เราไม่เข้าใจกันเราก็แค่ปรับเข้าหากันเท่านั้น ผมหันไปยิ้มให้เสี่ยน้อยเขาเองก็ส่งยิ้มมาให้ผม ผมรับรู้ได้จากสายตาเขาว่าเขารักผมแค่ไหน

 

ผมว่าถ้าเราตั้งใจจะรักใครจริงๆ ความคิดที่จะเลิกกันมันจะไม่มีในสมองเราแน่นอน

 

“กูยังไม่ได้บอกจะเลิกกับมันสักหน่อย”

 

“มึงเลิกกับมันไม่ได้หรอก” ผมพูดจริงจัง ไอ้อชิมันรักไอ้ฟิกแค่ไหนทำไมผมจะไม่รู้ แต่รอให้ถึงเวลาที่เพื่อนผมมันคิดได้แค่นั้นแหละ คนที่จะทำได้ก็มีแค่ไอ้อชิคนเดียว

.

.

.

เกือบจะเที่ยงคืนไอ้ฟิกก็โทรตามผัว ไอ้น็อตก็โทรตามเราเลยต้องส่งแขกกลับสู่อ้อมกอดคนรักของตัวเอง ผมเก็บจานมาล้านทำความสะอาดอีกเล็กน้อยฝนก็ตกลงมาจริงๆ เสี่ยน้อยเขาอาบน้ำอยู่ ผมจัดการข้างนอกเสร็จก็ตามเข้าไปในห้องนอนพอดีกับที่ร่างสูงอาบน้ำเสร็จ แค่เราสบตากันผมก็เขิน วันนี้ผมเป็นอะไรวะเนี่ย ปกติก็สบตากันบ่อยจะตายไป

 

“เป็นอะไร” เสี่ยน้อยสังเกตได้เขาก็ถามขึ้นมาทันที

 

“เปล่า”

 

“งั้นก็ไปอาบน้ำ”

 

“รู้แล้ว” ผมตอบพร้อมกับเดินผ่านเขาไปเข้าห้องน้ำ พอมองตัวเองในกระจกแล้วสีหน้าผมก็ออกมากเลยนะ แก้มมันชมพูยังไงก็ไม่รู้เพราะเหล้าแน่ๆ ผมเลิกคิดเรื่องอื่นก่อนจะอาบน้ำไม่งั้นเสี่ยเขาได้ตามผมแน่ๆ ปกติผมไม่ได้อาบน้ำนานขนาดนั้น ผมใส่เสื้อคลุมออกมาก็เห็นเสี่ยน้อยใส่ชุดนอนแล้วเลยรีบจัดการตัวเองให้เสร็จ

 

“เสี่ย”

 

“หืม” เสี่ยน้อยขานรับแต่ไม่ได้มองผม ผมรีบขึ้นเตียงไปนั่งข้างๆร่างสูงที่นอนพิงหัวเตียงอยู่แต่ตาก็จ้องมือถือ ผมจับมือเขามาวางไว้บนตัก เสี่ยน้อยถึงได้หันมามองหน้าผม

 

“มีอะไรก็พูดมาสิ”

 

“ไม่มีอะไรจะพูดนี่” ผมตอบอ้อมแอ้ม ผมก็แค่อยากเรียกเขาแค่นั้น เสี่ยน้อยหรี่ตาคมมองหน้าผมทันที

 

“คิดเรื่องไอ้อชิรึไง”

 

“เปล่า” ผมตอบตามตรง ร่างสูงลุกนั่งหลังตรง มือหนาเปลี่ยนมาเป็นจับมือผมแทน คราวนี้เราสบตากันจริงจัง

 

“เป็นอะไรเอาดีๆ”

 

“ไม่ได้เป็นอะไรผมแค่อยากเรียกเฉยๆ” ผมอมยิ้ม เสี่ยน้อยทำหน้าไม่เข้าใจแต่เขาดูเป็นห่วงผมมาก

 

“ผีเข้าหรอวะ”

 

“บ้าละ” ผมตอบอ้อมแอ้ม เสี่ยน้อยยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะขยับหน้าเข้ามาใกล้ผม ผมก็ไม่ได้ขยับหนี

 

“มึงยั่วกูใช่มั้ย”

 

“ไม่ใช่แล้ว!” คิดแต่เรื่องลามกจริงๆ เสี่ยน้อยมองหน้าผมด้วยสายตาวาววับอย่างไม่คิดจะปิด

 

“หึหึ หรอ”

 

“ก็ผมแค่อยากเรียกจริงๆ เรียกไม่ได้รึไง”

 

“ไม่ได้…เก็บค่าเรียก”

 

“ค่าเรียกอะไร” ผมขมวดคิ้ว ค่าอะไรของเขาแค่เรียกชื่อเอง

 

“จูบมึงไง”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบเสี่ยน้อยก็ประกบจูบลมาจริงๆ เขาแค่ทาบทับริมฝีปากแล้วกดจูบแผ่วเบาเท่านั้น แต่แค่นี้หัวใจผมมันก็สั่นแล้ว ร่างสูงผละออกแค่เล็กน้อยก่อนจะช้อนสายตามองหน้าผมที่หน้าแดงเถือกแล้ว

 

“รักกูมั้ย” เสี่ยน้อยถามเสียงพร่า ผมเม้นปากเล็กน้อยแต่ก็ตอบกลับไป

 

“รัก”

“เสี่ยรักผมรึเปล่า” ผมถามกลับ ตอนนี้หน้าผากเราชิดกันเวลาพูดริมฝีปากเราก็สัมผัสโดนกันตลอด สร้างความวาบหวามให้ผมไม่น้อย

 

“รักมาก” ผมยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบ

 

“งั้นก็ห้ามไปไหน”

 

“ไม่ไปไหนอยู่แล้ว อยู่ในห้องทั้งวันเนี่ยแหละ”

 

“ไม่ทำงานรึไง”

 

“ให้มึงเลี้ยง”

 

“กวนละ”

 

“หึหึหึ”

 

“ผมเลี้ยงก็ได้ กลัวเสี่ยหายไป” ผมพูดไม่ได้จริงจังอะไร เสี่ยน้อยใช้ปลายจมูกถูกับปลายจมูกผมเบาๆ

 

“ไม่ต้อง เมียคนเดียวกูเลี้ยงได้” ผมหน้าร้อนเมื่อได้ยินแบบนั้นก่อนจะเป็นฝ่ายกดริมฝีปากประกบจูบร่างสูงก่อน วงแขนแกร่งกอดเอวผมไว้แน่นจนร่างกายเราแนบชิดกันทุกส่วน ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามากวาดชิมของหวานในโพรงปากผมไม่หยุดจนมันสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้เรา ฝนก็ตกยิ่งทำให้บรรยากาศดีเข้าไปใหญ่

 

เสี่ยน้อยดูดดึงริมฝีปากผมอย่างนุ่มนวลก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนเมื่ออารมณ์พุ่งสูง มือหนาเริ่มซุกซนไม่หยุดนิ่ง นิ้วเรียวเกลี่ยยอดอกจนผมครางแผ่วด้วยความเสียวซ่านบริเวณท้องน้อย เสี่ยน้อยถอดจูบออกก่อนจะกดจูบไปตามพวงแก้มใสและลำคอผมอย่างแผ่วเบาเขาถนอมผมมากไม่ว่าจะครั้งไหนๆ

 

“อื้อออ อ๊า” ผมครางเสียวเมื่อริมฝีปากหนาดูดยอดอกผม ลิ้นร้อนเลียวนจนผมต้องขยุ้มที่นอนระบายความเสียวซ่านนี้ เกิดเสียงเฉอะแฉะอย่างน่าอาย

 

เสี่ยน้อยเปลี่ยนมาประกบจูบผมอีกครั้งนิ้วเรียวก็สร้างความเสียวบนยอดอกให้ผมไม่หยุดจนแกนกายเราแข็งขื่นแนบชิดกัน ร่างสูงผละออกแล้วถอดเสื้อให้ทั้งผมและก็ตัวเขา

 

พรึ่บ

เสื้อผ้าเราสองคนหายไป ผมนอนราบอยู่บนที่นอนมีร่างสูงกว่าของเสี่ยน้อยคร่อมผมไว้ ตอนนี้เรากำลังสบตากันอีกครั้งด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์

 

“กูสัญญาจะต่อไปนี้ไม่ว่าจะทำอะไรจะบอกมึงคนแรกก่อนทุกครั้ง ขอโทษกับเวลาสองปีที่ทำให้มึงเสียใจ” เสี่ยน้อยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมชะงักน้ำตามันซึมเมื่อเจอคำพูดของเขา

 

“ขอบคุณครับ”

 

…ผมขอบคุณเขาจริงๆ

…ขอบคุณที่เสี่ยรักผม

 

“มันจะไม่มีเรื่องแบบนั้นอีก”

 

“อืม” ผมตอบพร้อมกับโผล่เข้ากอดเขาไว้แน่น ต่อไปนี้มันจะไม่มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้ว ผมจะไม่ไปไหนและเสี่ยเขาก็จะไม่ไปไหน เรื่องราวที่ผ่านมาทำให้ผมรู้ว่าผมรักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากเขา ถึงเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนคนเดียวที่ผมรักก็คือเสี่ยน้อยและผมก็มั่นใจว่าเขาเองก็คิดเหมือนผม ทุกการกระทำและคำพูดของเขามันพิสูจน์ให้ผมได้เห็น ว่าเสี่ยน้อยเองก็รักผมแค่คนเดียว …แค่ผมคนเดียว

ขอบคุณวันนั้นที่เขารับรักผมจนทำให้เรามีกันและกันในวันนี้

 

 

THE END 

 

 

***********************

 

จบแล้วขอบคุณนักอ่านที่ยังอ่านนิยายของเค้าอยู่น๊าาาา ติชมได้ค้าบบบ กว่าจะจบได้ใฃ้เวลาน้านนานนนนนน เป็นไงพอจะฟินกันบ้างมั้ยคะ 555

คิดถึงทราฟชามเลยแฮะ

ต่อไปคู่อชิฟิกแล้วฮะ และก็เจโรอาร์ ฝากด้วยน๊าาา

 

TBC.

 

 

TBC. 

ความคิดเห็น