Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : รักแรก 1 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ค. 2563 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักแรก 1 100%
แบบอักษร

รักแรกตอนที่ 1 

"ตกลงจะเช่าห้องนี้ใช่มั้ย"ผู้เป็นพ่อถามลูกชายที่ยืนอยู่ข้างๆที่กำลังมองไปรอบห้อง  

"แล้วแต่พ่อครับ"หนุ่มน้อยหันมามองพ่อและแม่ที่ยืนอยู่ข้างๆเขา และมีเจ้าของห้องพักยืนอยู่ด้วย 

"อ้าวมาถามพ่อได้ไงเราเป็นอยู่นะไม่ใช่พ่อ ไหนว่าดูในเน็ตมาเรียยบร้อยแล้ว" 

"ก็ภีมไม่มั่นใจนี่ครับอยากให้พ่อช่วยตัดสินใจ"เขาก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าๆปนลังเล 

"อ่ะๆ แม่ช่วยภีมตัดสินใจเอง หอนี้ก็ไม่ไกลจากมหาลัยเท่าไร นั่งรถมหาลัยเข้าไปได้ แล้วก็มีร้านอาหารเยอะด้วยสามรถที่จะทำให้ลูกชายแม่ไม่อด และอีกอย่างดูแล้วหอนี้ปลอดภัยดีด้วย พ่อว่าไงช่วยลูกเลือกหน่อย"แม่ของภีมพูดพร้อมลูบหัวลูกชายเบาๆ 

"อืมก็ตามที่แม่บอก ตกลงเอาไงล่ะเรา" 

ภีมเงยหน้ามองพ่อกับแม่ 

"ถ้าพ่อกับแม่ว่าดีภีมก็ว่าดีครับ" 

เจ้าของห้องที่เป็นหญิงวัยกลางคนยิ้มด้วยความเอ็นดู 

"ตกลงเราเช่าห้องนี้คะ"แม่ภีมพูดขึ้น 

"งั้นเซ็นชื่อการเช่าห้องตามเอกสารนี้ได้เลยนะคะ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยที่นี่เราดูแลเด็กเหมือนลูกหลานเราคะ อีกอย่างน้องก็น่ารักมากด้วย เดี๋ยวจะช่วยดูแลเป็นพิเศษคะ"เจ้าของอพาร์ทเม้นหรือหอพักพูดขึ้นพร้อมกับจัดแจงเอกสารให้ทางครอบครัวภีมเว็นต์สัญญาการเช่าห้อง แล้วภีมกับครอบครัวก็อยู่ดูห้องอีกไม่นานก็พากันกลับบ้าน ดีที่ห้องมีของเครื่องใช้คบทำให้มีแค่ภีมเอาแต่เสื้อผ้าและของจำเป็นมาเท่านั้น ที่นอนพ่อกับแม่ภีมก็ให้ทางหอจัดหาไว้ให้เลยพอมหาวิทยาลัยเปิดก็แค่ภีมมาเช่าอยู่เท่านั้น 

ภีมเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีพึ่งจบชั้นมัธยมปีที่หกมาไม่ถึงสองเดือนเขาสอบติดที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพ บ้านเขาอยู่ที่ต่างจังหวัด ครอบครัวภีมมีด้วยกันห้าคน มีพ่อจิน แม่ฟ้า พี่ชายและพี่สาว ชื่อทีม และ ดรีม พี่ชายและพี่สาวของเขาเรียนจบกันหมดแล้วต่างก็ทำงานกันหมดแต่ทำงานใกล้ๆกับบ้านเลยไม่มีใครอยู่ที่กรุงเทพเลย ด้วยรูปร่างหน้าตาของภีมที่ตัวเล็ก ผิวขาว ตัวบาง และที่สำคัญหน้าเขาก็หวานค่อนไปทางตุ๊กตาเด็กผู้หญิงอีกด้วย จึงทำให้หลายคนคิดต่างๆนาๆว่าภีมดูเหมือนจะไม่เหมือนเด็กผู้ชายแมนบางคนเลยชอบแซวภีมว่าสวยเหมือนผู้หญิงก็มีแต่ภีมไม่ตอบดต้อะไรเขาก็ปล่อยให้คนพูดไปเพราะใจเขาก็คือเขาก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน  

พ่อกับแม่และภีมกลับถึงบ้านในช่วงค่ำ ก็ทานข้าวกับครอบครัวเลยเพราะพี่สาวเขาเตรียมอาหารเย็นไว้รอแล้ว 

"เป็นไงห้องสวยตามที่เราส่องมั้ย"ดรีมพี่สาวของภีมถามขึ้น 

"สวยครับ พี่ดรีมน่าจะไปดูด้วย" 

"หึ..ให้ไปดูหรือจะให้ไปช่วยตัดสินใจกันแน่"ทีมพี่ชายคนโตของภีมพูดขึ้น 

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นสักหน่อยแค่จะให้ไปดูด้วยเฉยๆ"ภีมตอบปนยิ้มแก้เก้อ 

"เรานี่รู้ทันน้องตลอด"แม่เลยแซวพี่ชายและลูกชายคนเล็กที่มักจะลังเลไม่ค่อยกล้าตัดสินใจอะไรเท่าไร อาจเป็นเพราะครอบครัวเขาทะนุถนอมกันมาตั้งแต่เด็กด้วยความที่ตัวเล็กด้วยก็เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ พ่อกับแม่เคยพาภีมไปปรึกษาหมอเรื่องการเติบโตของภีมว่าทำไมถึงตัวเล็กเพราะครอบครัวเขาก็ค่อนข้างจะตัวใหญ่กันทุกคน หมอเลยบอกแค่ภีมมีกรรมพันธ์รุ่นบรรพบุรุษมีคนตัวเล็กนั่นคือยายของภีมที่มีรูปร่างเล็ก แต่ดีที่ภีมแข็งแรงไม่ค่อยป่วยบ่อยเท่าไร  

"ว่าแต่จะเข้าไปอยู่ก่อนเปิดเรียนกี่วัน"ทีมถามขึ้น 

"ว่าจะสักสองวันครับ" 

"โอ้ยช้าเกินสมัยพี่ทีมพี่จำได้ว่า่พี่ทีมไปก่อนมหลัยเปิดเป็นอาทิตย์โน้นแนะ"ดรีมแซวพี่ชาย 

"พี่ต้องไปก่อนดิว่ะ เราต้องไปเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบข้างให้ชินก่อน" 

"ใช่รึ"ดรีมแซวอีก 

"เออๆยอมรับก็ได้ก็ไอ้นพมันชวนไปเที่ยวแสงสีในเมืองไงเลยไปกันก่อนเฉยๆ นี่ตอบตรงสุดๆแล้วนะครับ ว่าแต่ชวนน้องคุยจะได้กินข้าวตอนไหนเนี่ย"ทีมหันมาบ่นน้องสาว 

"โอเคจบคำถามกินข้าวกัน อ้าวพ่อกับแม่อิ่มแล้วหรอคะ" 

"จ๊ะ ถ้ามัวฟังเราคุยกันแม่ว่าแม่หิวตายแน่ แม่กับพ่อไปพักก่อนนะ เราก็กินข้าวกันให้อิ่ม โดยเฉพาะเราสองคนอย่ามัวชวนน้องคุยเดี๋ยวก็ฟังพี่ๆคุยจนไม่ยอมกินข้าวหมดจานนี้อีก" 

"รับทราบครับแม่ เอ้าเจ้าตัวเล็กกินเลยต้องหมดจานเข้าใจมั้ย" 

"ครับ"ภีมรับคำเบาๆแล้วยิ้มให้พี่ชายแล้วเขาก็ทานข้าวอิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปพัก 

ภีมอาบน้ำแต่งตัวชุดนอนเตรียมจะเข้านอนมีเสียงไลน์ดังขึ้นเป็นเพื่อนสนิทเขาที่วีดีโอคอลมาหา 

วิน:ไงมึงห้องสวยโดนใจมั้ยว่ะ 

ภีม:ก็โอเคอยู่ 

วิน:กูไม่น่าสอบติดคนละที่กับมึงเลยว่ะ 

ภีม;ก็บอกแล้วไงว่าวันหยุดเดี๋ยวไปหา เราก็อยู่ในกรุงเทพเหมือนกันแค่ไกลกันไม่เท่าไรเอง 

วิน:เอออย่าลืมนะมึงว่ามึงจะมาหากูอ่ะ 

ภีม:ไม่ลืมสัญญา 

วิน;มึงจะเจอเพื่อนที่ดรงเรียนเราที่ไปเรียนที่เดียวกับมึงไม่ว่ะ 

ภีม:ก็น่าจะเจอริน กับบอม อ่ะนะที่รู้ๆ 

วิน;สองคนนั้นมันเรียนคณะเดียวกับมึงอยู่แล้ว คนอื่นๆกูพอจะรู้ว่ามีอีกสองสามคนแต่ว่ามันจะไปเรียนหรือเปล่ากูไม่รู้ 

ภีม;เดี๋ยวคงเจอเองแหละมั้ง 

วิน:เออๆ ยังดีที่ีพวกมันสองคนไปเรียนที่เดียวกับมึงเกาะกันไว้นะมึงจะได้มีเพื่อน ว่าบริหารมันแยกสาขาเปล่าว่ะ 

ภีม;แยกสิ บอมกับรินเรียนการตลาด 

วิน;เออใช่กูลืมมึงเรียนโลจิสติ๊กส์คนเดียวนี่หว่า 

ภีม;แต่ทำกิจกรรมก็เจอกันนะ 

วิน;มึงพึ่งไปดูหอมาเหนื่อยๆ พักก่อนก็ได้เดี๋ยวกูโทรมาพรุ่งนี้แล้วกัน 

ภีม;โอเค ฝันดีนะ 

วิน;อืมฝันดี 

แล้วทั้งคู่ก็วางสาย 

ภีมกดเข้าเฟส ทวิตเตอร์ และไอจี เพื่อดูอะไรไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะนอน และเมื่อเข้าไปในไอจีเขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียนที่เดียวกับเขาแต่อยู่คนละห้องและผู้หญิงคนนี้ก็เป็นระดับดาวโรงเรียนเธอโพสรูปตัวเองแล้วแท๊กผู้ชายคนที่ขึ้นชื่อว่าหล่อที่สุดในโรงเรียนเขาก็ว่าได้ โดยโพสในไอจีว่า" เจอกันนะ" แล้วเธอก็ลงชื่อมหาวิทยลัยเดียวที่เขาจะไปเรียนอีก ภีมก็เลยหยุดดู 

"ไปเรียนที่เดียวกับเราด้วยหรอเนี่ย"ภีมพูดออกมาเบาๆ แล้วเขาก็ลังเลจะกดเข้าไปในไอจีของผู้ชายคนนี้ดูแต่เขาก็ไม่กดเลยปิดมือถือลงแล้วก็ดับไปนอน 

ผ่านไปสองอาทิตย์เหลืออีกไม่กี่วันภีมต้องไปอยู่ที่หอพักแล้ว วันนี้เขาเลยเข้าสวนมากับพ่อกับแม่ ที่บ้านเขาทำธุรกิจทำสวนผงไม่มีทั้งส่งออกในประเทศและก็ต่างประเทศ แต่ก่อนแม่เขาเป็นหมอแต่ก็ลาออกมาช่วยงานพ่อ แต่ก็ยังมีไปช่วยเหลือสังคมบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะดูแลลูกน้องที่ช่วยงานในบ้าน 

"ภีมจะไปอยู่ใต้ต้นมะม่วงทำไมลูกเดี๋ยวยางก็ตกใส่หัวเอานะ" 

"ภีมจะช่วยเก็บมะม่วงครับ" 

"เก็บน่ะเก็บได้แต่มาเอาหมวกกับแม่ไปใส่" 

"แต่แม่จะร้อนนะครับ" 

"อ่ะไม่ต้องเถียงกัน"พ่อเดินมาเอาหมวกของตัวเองใส่ให้ลูกชายทันที 

"ภีมว่าพ่อใส่เถอะครับ" 

"พ่อร้อนหัวเรานั่นแหละเอาไปใส่ ใส่หมวกมันไม่สบายหัวยังไงไม่รู้"พ่อเลยเดินออกมาไม่ทันที่ภีมจะเอาหมวกคืนให้กับพ่อเขา ภีมรู้แหละว่าพ่อเป็นห่วงเขาแต่ก็ไม่อยากขัดใจ ภีมเลยยิ้มให้พ่อและแม่และก็หันไปเก็บมะม่วงช่วยคนงานต่อ ส่วนใหญ่พ่อกับแม่ภีมจะมาช่วยคนงานเก็บพอบ่ายๆก็เข้าไปที่โรงงานคัดแยก  

พอช่วงบ่ายภีมก็มาทำบัญชีช่วยแม่  

"แม่เหนื่อยมั้ยครับ" 

"ไม่เหนื่อยครับ ว่าแต่เราอ่ะเหนื่อยหรือเปล่าบอกว่าให้อยู่บ้านก็ไม่อยู่มาสวนอีก" ภีมส่ายหน้าแล้วยิ้มให้แม่ 

"ความจริงภีมน่าจะไปเรียนบัญชีจะได้มาช่วยแม่กับพ่อทำงานได้" 

"เรียนโลจิสติกส์ก็ช่วยได้ อีกอย่างเขาก็ต้องสอนเรื่องบัญชีมาบ้างแหละลูก เรียนจบอะไรมาภีมก็ช่วยงานพ่อกับแม่ได้อยู่แล้ว" 

"ครับ" 

"ความจริงภีมไม่น่าไปเรียนกรุงเทพเลยจะได้อยู่ช่วยงานได้" 

"อย่าคิดมากครับ อย่าลืมแม่มีพี่ทีม พี่ดรีมช่วยเสาร์อาทิตย์ และก็มีพวกป้าๆลุงๆพี่ๆน้องๆช่วยเราอยู่ภีมไม่ต้องห่วงนะครับ ตั้งใจเรียนก็พอแต่ไม่ต้องเครียดมากเรียนให้สนุกแล้วเราก็จะสำเร็จเอง" 

"ครับแม่"ภีมกอดแม่แล้วหอมแก้มแม่ของเขา แม่เองก็หอมภีมด้วยความรัก เอาเข้าจริงแม่ภีมก็ไม่อยากให้ภีมไปอยู่ไกลสายตาเช่นกันเพราะพวกเขาไม่เคยห่างจากเจ้าตัวเล็กเลยสักครั้ง 

"ซึ้งอะไรกันสองแม่ลูก"พ่อเดินเข้ามาในห้องเลยแซวขึ้น 

"เด็กน้อยงอแงอ่ะคะ"แม่เลยพูดขึ้นพร้อมลูบหลังลูกชายไปมา 

ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาก็พากันกลับบ้าน และถึงวันที่ภีมต้องได้เข้าไปใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย วันนี้ทั้งครอบครัวมาส่ง  

"น่าอยู่เหมือนกันนะเนี่ย มีเพื่อนข้างห้องเยอะดีด้วย"ดรีมพูดพร้อมช่วยน้องชายจัดของ 

"เห็นน้าที่เขาดูแลหอเขาบอกว่าเด็กๆเริ่มเข้าพักกันมาบ้างแล้ว เจ้าภีมน่าจะเป็นรายสุดท้ายที่เข้าพักได้ 

"ว่าแต่คืนนี้นอนคนเดียวได้มั้ยหนอ"ทีมแซวน้องชายขึ้น 

"ถ้าไม่ได้พี่ทีมนอนเป็นเพื่อนภีมมั้ยล่ะครับ ค่อยกลับวันจันทร์" 

"ก็ได้นะ"ทีมพูดพร้อมยกยิ้ม 

"ภีมล้อเล่นครับ ภีมนอนได้" 

"โตแล้ว เราต้องหัดดูแลตัวเอง ถ้าอยากกลับบ้านวันไหนก็โทรบอกพ่อจะได้มารับ" 

"ภีมกลับรถทัวร์ได้ครับแค่ให้พ่อไปรับที่ขนส่งพอ" 

"งั้นก็ได้" 

ครอบครัวภีมอยู่กับภีมได้สักพักก็พากันกลับในช่วงเย็นหลังที่ทานข้าวเย็นเสร็จ ภีมยืนส่งพ่อแม่และพี่ๆของเขาที่ด้านล่างหอพัก จนรถของครอบครัวไปไกลสุดสายตา อ้อมกอดของทุกคนที่กอดเขาก่อนกลับมันยังอบอวลตราตรึงอยู่ ภีมเดินเข้าลิฟท์ด้วยความเหงาๆ จนเขามาถึงชั้นที่พัก ภีมเดินผ่านห้องพักของชายวัยรุ่นสองคนที่กำลังเดินออกมา 

"สวัสดี"ผู้ชายคนหนึ่งทัก 

"สวัสดี" 

"เราชื่อริว และนี่ก็ชื่อซูม ยินดีที่ได้รู้จัก เออนายชื่ออะไรหรอเราน่าจะรุ่นเดียวกันนะ" 

"เราชื่อภีม" 

"ภีม นายกินข้าวเย็นหรือยัง ไปกับพวกเรามั้ย" 

"กินแล้วล่ะ ขอบใจนะ" 

"ถ้าเหงามาคุยกับพวกเราได้นะเราอยู่ห้องข้างๆนาย" 

"ขอบใจนะ เราขอตัวก่อน"ภีมพูดพร้อมยิ้มให้กับทั้งคู่แล้วก็เดินไปที่ห้องแล้วเขาก็เข้าห้องพักไป 

"อืม ก็ยังดีที่มีคนคุยด้วยบ้าง แต่วดีโอคอลหาวินดีกว่า"ภีมเลยหยิบโทรศัพท์โทรหาเพื่อนรักทันที เขาคุยกับวินจนถึงสามทุ่ม พวกเขาก็เลิกคุยกันจนพ่อกับแม่ของภีมโทรมาหาว่าถึงบ้านแล้วพวกเขาคุยกันสักพักก็แยกกันพักผ่อน ภีมมองนาฬิกาสี่ทุ่มกว่าภีมเลยอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมเข้านอนเขาเปิดทีวีดูไปเรื่อยๆมีดูโซเชี่ยลบ้าง 

"ก๊อก ก๊อก"ภีมหันไปที่ประตู ห้องนอนเขามีแค่กระจกกั้นห้องเป็นห้องนอนแยกจากห้องนั่งเล่นที่เป็นพื้นที่โล่งๆ ภีมเดินไปส่องที่ประตูก็เห็นคนที่เดินเข้ามทักเขายืนที่หน้าห้อง ภีมเลยเปิดประตูออกนิดๆ 

"นอนหรือยังอ่ะ เรามากวนภีมหรือเปล่า" 

"กำลังจะนอนอ่ะมีอะไรหรือเปล่า" 

"พอดีเราทำสุกี้รอบดึก ไปกินกับพวกเรามั้ย" 

"ขอบใจนะแต่เราอิ่มอยู่" 

"อืมงั้นเราไม่กวนล่ะ ว่าแต่ลืมถามภีมเรียนคณะอะไรอ่ะ" 

"เราเรียนโลจิสติ๊ก" 

"อ้าวคณะเดียวกันเลย"ริวพูดขึ้น 

ภีมเลยยิ้มให้ 

"แล้วพรุ่งนี้ไปคณะหรือเปล่าเห็นเขาว่ารุ่นพี่เขาจัดสถานที่ไว้ให้เราไปเข้าดูเตรียมพร้อมก่อนมหาลัยเปิดในวันจันทร์" 

"เราไม่ได้ไปหรอกพรุ่งนี้เราจะไปซื้อของกับเพื่อน เพื่อนจะมารับ" 

"หรองั้นวันจันทร์เราไปเรียนพร้อมกันนะ" 

"ได้"ภีมตอบแล้วยิ้มให้ แล้วริวก็ลาภีมกลับห้อง ภีมเลยเข้ามานอนตามเดิม ภีมมองไปที่หน้าต่างที่เป็นกระจกเขาเปิดม่านเอาไว้แม้จะมองไม่เห็นพระจันทร์แต่มันก็มีแสงสว่างจากแสงไฟลอดผ่านมา คืนนี้ก็คงเป็นคืนแรกที่เขานอนคนเดียวในที่ที่ใหม่ที่เขาต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ถึงสี่ปีเต็มๆ ที่ภีมเลือกที่จะเรียนบัญชีเพราะเขาเองก็ชอบเกี่ยวกับตัวเลข และเห็นว่าที่ธุรกิจที่บ้านก็เริ่มโตขึ้นเขาน่าจะใช้ความรู้ทางบริหารไปช่วยงานของครอบครัวได้ 

เช้าวันรุ่งขึ้นวินก็มาหาภีมที่หอพัก 

"ห้องน่าอยู่ดีนี่หว่า มีแยกห้องนอนด้วย ตกแต่งสวยดี ของกูก็พอๆกันนี่แหละแต่ไม่มีแยกห้อง เดี๋ยวคืนนี้กูนอนที่นี่แล้วพรุ่งนี้กูค่อยกลับ ว่าแต่วันนี้เราเริ่มจากที่ไหนก่อนดีว่ะ" 

"เอาที่ห้างใกล้นี้ก็พอ เราเอาเตาแก๊สไฟฟ้ามาด้วยนะตอนเย็นเราทำสุกี้กันดีมั้ย" 

"กูว่านะที่กูนั่งรถมาเมื่อกี้ มันมีร้านปิ้งย่างใกล้ๆนี่เราไปกินที่นั่นดีมั้ยว่ะ มีหลายอย่างให้เลือก ส่วนสุกี้กูว่ามึงทำให้กูกินตอนเช้าก็ได้" 

"ทำตอนเช้ามันได้ที่ไหนล่ะ งั้นเปลี่ยนแผนก็ได้ งั้นเราไปซื้อของมาทำข้าวผัดตอนเช้าเอาก็ได้ ส่วนเย็นนี้กินปิ้งย่างก็ดีเหมือนกันนะ" 

"ของชอบมึงอ่ะดิ"วินพูดพร้อมดยกหัวเพื่อนรักเบาๆ วินเป็นเพื่อนสนิทกับภีมมาตั้งแต่สมัยประถม วินเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเขาก็ขาวแต่ไม่มากเท่าภีม เขาเป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่เขากลับชอบอยู่กับภีมซะเป็นส่วนใหญ๋ วินเองก็เป็นนักกีฬาฟุตบอลโรงเรียนและเขาก็มีชื่อเสียงเรื่องความเก่งด้านกีฬาทำให้สาวๆหลายคนชื่นชอบ แต่ด้วยความที่วินกับภีมชอบไปไหนด้วยกัน ทำอะไรหลายๆด้วยกันจึงถูกคนรอบข้างมองว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน แม่ภีมจะปฏิเสธกลัวว่าวินจะเสียหายแต่ก็ไม่มีใครเชื่อและแซวเขาอยู่ตลอดส่วนวินเขาไม่ว่าใครใครจะพูดยังไงก็ปล่อยไปเพราะเขารักภีมแบบเพื่อน และก็รักมากด้วย วินพาภีมไปซื้อของที่ห้างในช่วงสายพวกเขานั่งรถแท๊กซี่กันไปเพราะวินยังไม่ได้เอารถยนต์มาใช้เขารอพี่ชายของเขาขัยมาส่งให้น่าจะหลังเปิดเรียนไปแล้ว  

"ห้างนี้ก็ไม่ไกลนะมึงมาได้สบายแต่มึงอย่ามาคนเดียว พอมีเพื่อนแล้วมึงค่อยมาเข้าใจมั้ย หรือไม่งั้นก็รอกู" 

ภีมยิ้มและก็พยักหน้ารับ 

"อ้าววิน ภีม"เสียงทักของผู้หญิงคนหนึ่งทักขึ้น 

"หวัดดีจูน มาเดินเที่ยวหรอ"วินทักขึ้น ภีมยิ้มให้ จูนคือดาวโรงเรียนพวกเขาสมัยอยู่มัธยมนี่เอง 

"ใช่อ่ะ เรามาหาซื้อพวกของใช้ ว่าแต่วินน่ะไม่ได้อยู่แถวนี้แต่ก็มาหาแฟนดีเน๊าะน่าอิจฉามาก"จูนแซวขึ้น 

"เราก็ต้องมาหาสุดที่รักเราอยู่แล้ว เสียดายที่เราสอบวิศวะที่นี่ไม่ติดไม่งั้นก็คงได้อยู่กับไอ้ภีมจะได้ไม่เป็นห่วงมันมาก" 

"ตายล่ะน่าอิจฉาภีมมากจริงๆ นี่ ทำไมยูไม่เหมือนวินเลยนะ เราอุตส่าห์สอบติดที่เดียวกันแล้วนะจะมาดูแลเราแบบที่วินดูแลภีมไม่มีเลย" 

"อ้าวจูนกับไอ้ยูคบกันหรอ"วินเลยทักขึ้น เขาพอรู้ว่า สุดหล่อประจำโรงเรียนพวกเขายังไม่เคยเปิดตัวแฟนเลยสักคนมีแต่คนมาจีบหรือไม่ก็แค่คุยกันเท่านั้น 

"ก็ไม่เชิงคบกันหรอกแค่ตอนนี้คุยๆกันอยู่" จูนตอบแบบหน้าเจื่อนๆ 

"ว่าแต่ไอ้ยูมันสอบติดที่นี่ด้วยหรอเราพึ่งรู้นะเนี่ย" 

"ติดที่นี่แหละยูเรียนวิศวะ" 

"มันเรียนเก่งอ่ะนะเราก็ลืม" 

"เราชวนจูนคุยมากไปเราพาไอ้ภีมมันไปซื้อเครื่องเขียนก่อนนะวันหน้าเจอกันค่อยนัดกินข้าวแล้วกัน เราคงมาที่นี่บ่อยๆอ่ะ"วินพูดพร้อมยิ้มนิดๆให้สาวสวยตรงหน้า 

"ได้สิ เออภีมถ้าเหงาก็มาหาเราที่คณะมนุษย์ได้นะ" 

"ได้ จูนก็มาเที่ยวหาเราที่คณะบริหารได้นะ" 

"ตึกโลจิสต์ใกล้กับตึกที่เราเรียนอยู่นี่ งั้นกลางวันเราจะไปกินข้าวด้วยแล้วกัน เพื่อภีมไม่มีเพื่อนอ่ะ" 

"ขอบใจนะ" 

"อืม ภีมนายต้องรู้จักเข้าสังคมและก็ปรับตัวนะเดี๋ยวจะเรียนลำบากและก็อาจเรียนไม่จบได้ถ้านายยังเป็นคนเงียบๆนิ่งๆแบบนี้อ่ะเราแค่แนะนำนะอย่าโกรธเราล่ะ งั้นเราไม่กวนแหละ บาย"จูนพูดพร้อมโบกมือลาเธอยิ้มนิดๆให้ 

"เหมือนหลอกด่ายังไงไม่รู้ว่ะ แต่ช่างเถอะ กูว่ามึงก็ไม่ใช่คนเข้าหาคนยากหรอก ทำตัวแบบบเดิมไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อใครเข้าใจมั้ยเปี๊ยก"วินกอดคอภีมแล้วหยีผมเบาๆ 

"เสียทรงหมดอ่ะวิน"ภีมจับมือวินออกแล้วทั้งคู่ก็พากันไปเลือกซื้อของ ภีมยืนเลือกซื้อของเขานึกถึงคำพูดของจูนขึ้นมา แต่ก็สลัดความคิดออกแล้วเขาก็เลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนจบครบแล้วก็มาจ่ายเงินมีวินยืนข้างๆ 

"ภีม"เสียงผู้ชายคนหนึ่งร้องทัก 

"หวัดดีริว ซูม"ภีมตอบแล้วส่งยิ้มให้ 

"แล้วนี่ใช่เพื่อนภีมป่ะที่บอกเราว่าเพื่อนจะพามาซื้อของอ่ะ"ริวพูดขึ้น 

"เพื่อนเราชื่อวินนะ วินที่ริวและซูมเขาพักอยู่ข้างๆห้องเราอ่ะ" 

"หวัดดีครับ"วินพูดตอบ ทั้งสามคนก็ยิ้มให้กันเป็นการทักทาย 

"ว่าแต่ซื้อของเสร็จแล้วหรอ"ริวถามขึ้น 

"เสร็จแล้วล่ะ"ภีมตอบ 

"แล้วจะไปไหนต่อ เราไปกินข้าวกลางวันด้วยกันมั้ย"ริวถามขึ้นอีก 

"เราคงกลับหอเลย ไปกินข้าวหน้าหอพัก" 

"อ้าวหรอ" 

"เอางี้เย็นนี้เราว่าจะพาไอ้ภีมมันไปกินปิ้งย่าง ถ้าอย่างไงนายสองคนไปกินกับพวกเรามั้ย"วินเลยพูดขึ้นแทน 

"ก็ดีนะ โอเคงั้นเย็นนี้พวกเราไปด้วย"ริวตอบโดยที่เขาไม่ถามคนที่ยืนข้างๆเลย 

"โอเค งั้นเราสองคนกลับก่อนเจอกันตอนเย็น"วินพูดแค่นั้นก็พาภีมเดินออกมาเลย แล้ววินกับภีมก็กลับมาถึงห้องพัก 

"สองคนที่เจอเมื่อกี้กูว่าก็น่าจะโอเคอยู่นะ ดูแล้วน่าคบดี"วินพูด เขานั่งดูทีวีอยู่ที่โซฟาห้องกลาง มีภีมนั่งเล่นโน๊ตบุคอยู่ใกล้ๆ 

"ก็ดีอ่ะ เขามาทักเราตลอด เมื่อคืนยังมาชวนไปกินสุกี้เลย" 

"นั่นไง กูเริ่มไม่ไว้ใจแล้ว คิดไม่ซื่อกับมึงเปล่าว่ะเนี่ย"วินขยับเข้ามาหาภีมแล้วล้อขึ้น 

"วู้ว,,,ไม่ใช่สักหน่อย ผมผู้ชายนะครับ"ภีมพูดพร้อมชี้มาที่ตัวเอง 

"หึ...ผู้ชายหน้าหวานที่เขาคิดว่าถ้าใส่วิคแล้วก็ผู้หญิงชัดๆอ่ะดิ" 

ภีมนั่งเงียบไม่ตอบโต้เพราะเขาเริ่มคิดตามที่วินพูด 

"เห้ยกูล้อเล่น โกรธกูเปล่าว่ะเนี่ย"วินจับที่ไหล่ภีม 

"เปล่าเราแค่คิดว่าริวคิดว่าเราเป็นหรือเปล่า" 

"เป็นอะไร มึงก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งไง พอๆเลิกคุยเรื่องนี้ พวกนั้นคงอยากเป็นเพื่อนกับมึงนั่นแหละ เพราะถ้ามันมาจีบมึงนะมันจู่โจมกว่านี้กูว่า อีกอย่างถ้ามันคิดกับมึงจริงกูจะจัดการเอง"ภีมหันมามองวิน 

"จะทำอะไรอ่ะ" 

"กูก็จะบอกกับพวกมันไงว่ากูเป็นแฟนมึงฮึ ฮึ" 

ภีมส่ายหน้าแบบปลงๆ เขากับวินอย่างไงก็โดนคนคิดว่าเป็นแฟนกันอยู่แล้วถ้าใคราจะคิดอีกก็คงไม่ห้ามอะไรได้ ภีมคิดว่าอาจเป็นเรื่องดีต่อเขาคือถ้าทุกคนรู้ว่าวินเป็นแฟนก็คงไม่มีใครกล้ามาวุ่นวายกับเขาแน่ๆ ยิ่งสาวๆนี่ภีมก็ไม่กล้าจีบเลยเพราะเขาจีบใครไม่เป็น 

พอถึงช่วงเย็นพวกเขาก็ออกมาจากห้อง ภีมเลยเดินไปเคาะประตูห้องริวกับซูม 

"พวกเราเสร็จแล้วไปกันเลยใช่มั้ย"ริวที่เดินมาเปิดประตูพูดขึ้นและก็เดินออกจากห้องมีซูมเดินตาม  

"ว่าแต่เราจะเดินไปหรือไปแท๊กซี่ดี"ริวถามขึ้น 

"เดินไปก็ได้มั้งแค่ข้ามถนนไปซอยเดียว"วินพูด 

"วินนี่เก่งนะ มาหาภีมแค่วันเดียวจำทางแม่นมาก"ริวพูดชม 

วินเลยยิ้มนิดๆ แล้วทุกคนก็เดินถึงร้านปิ้งย่างที่เป็นบุพเฟ่ 

"ใจเย็นไอ้น้อง เดี๋ยวกูตักให้มึงไปตักข้าวก่อนเลย"วินที่เดินมาหาภีมพูดขึ้นเพราะเขาเห็นไอ้ตัวเล็กตักแต่ของทะเล มาเต็มจาน 

"ก็มันยากกินนี่" 

"มึงไปตักข้าวผัดมาจานนึงแม่งเดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะอีก" 

"ก็ได้ วินล่ะเอาเปล่า" 

"เอาดิ" ภีมพยักหน้าแล้วส่งจานที่เจาตักอาหารทะเลส่งให้วิน 

"ริวกับซูมเอาข้าวมั้ย เดี๋ยวเราไปตักให้" 

"เอาสิแต่ให้ไอ้ซูมไปช่วยภีมถือแล้วกัน" 

ภีมเลยพยักหน้าแล้วซูมก็เดินตามภีมไป วินและริวเขาของมาวางที่โต๊ะ มีกลุ่มสาวๆโต๊ะข้างมองแอบยิ้มเขิน  

"เออว่าแต่เราไม่เห็นซูมพูดเลย พูดไม่เก่งหรอ"วินถามขึ้น ริวที่เอาของลงกระทะก็เงยหน้ามองวินแล้วยิ้มนิดๆ 

"ไอ้ซูมอ่ะมันคนนิ่งๆ มาตั้งนานแล้ว เราก็เลยต้องพูดแทนมัน" 

"อ่ออย่างงี้นี่เอง"วินขำขึ้น 

"ไอ้ภีมก็พอกัน ถ้ามันไม่สนิทกับใครมันจะไม่ค่อยพูด พอสนิทล่ะก็มันก็คุยพอได้อยู่แต่มันคุยไม่เก่งเท่าไร เราก็ห่วงมันตรงนี้" 

"วินสบายใจได้ เราช่วยดูภีมเอง เราจะได้มีเพื่อนคุยคงคุยได้เยอะกว่าไอ้ซูมล่ะมั้งฮ่าๆ"ริวหัวเราะขึ้น 

"เห้อค่อยยังชั่วหน่อย"วินพูดขึ้น ริวมองงง 

"อ่อเปล่าเราแค่สบายใจขึ้นเห็นว่ามันมีเพื่อนแบบนี้ เห็นไอ้ภีมบอกว่าริวเรียนคณะเดียวกับมันนี่" 

"ใช่" 

"งั้นเราฝากไอ้ภีมอีกทีด้วยแล้วกัน" 

"โอเค ภีมไปไหนเราไปนั่นแน่นอน"ริวตอบ 

"อ้าวแล้วซูมเรียนอะไรหรอ" 

"มันเรียนวิศวะ" 

"อืมสมกันอยู่" 

"หมายถึงเหมาะสมอ่ะหรอ" 

"อืม"วินตอบ แล้วภีมกับซูมก็กลับมาที่โต๊ะ 

"อะไรว่ะเนี่ย ข้าวมึงน้อยกว่าพวกกูสามคนอีกนะ แล้วนี่อะไรครับเพื่อน เฟรนด์ฟราย ไก่ทอด ลูกชิ้นทอด เอามาเองต้องกินให้หมดนะ มีกุ้ง ปูมึงด้วย ถ้าไม่หมดมึงจ่ายค่าปรับเองนะไอ้เปี๊ยก"วินพูดพร้อมกับช่วยซูมยกของกินออกจากถาด ภีมแทบไม่ได้ถือมาเลยซูมยกมาให้เขาเองแต่ภีมเป็นคนเลือกของกินทั้งหมดเอง 

"หมดอยู่แล้วน่า"ภีมพูดพร้อมทำปากหยู่ใส่วิน  

"เออกูจะเชื่อแล้วกัน"วินพูด ทุกคนอมยิ้มนิดๆแล้วก็เริ่มลงมือทานกัน มีคุยกันบ้าง ทานกันบ้าง มีสาวๆแอบมองบ้าง จนพวกเขาทานกันจนอิ่ม 

"หมดตรงไหนครับเพื่อน"วินแซวภีมขึ้นเมื่อเห็นของที่ภีมตักมายังเหลืออีกสองจาน 

"เดี๋ยวก็หมด มาเราช่วย"ริวยกจานกุ้งมาวางตรงหน้าซูม  

"มึงช่วยภีมหน่อยแล้วกัน กูไม่ไหว"ริวพูดพร้อมมองซูมที่ พยักหน้านิดๆแล้วซูมก็แกะกุ้งกิน มีริวช่วยแกะอีกคน 

"เออเราว่าถ้าซูมอิ่มก็ปล่อยเถอะเราเสียค่าปรับเอง"ภีมพูดพร้อมทำหน้าจ๋อย เขาเอามาเยอะเกินกำลังตัวเองจริงๆ 

"เรายังไม่อิ่มยังได้อยู่"นี่คือเสียงพูดของซูมที่พูดบอกกับภีม คงเป็นเสียงแรกที่ภีมกับวินได้ยินเสียงของซูม 

"ขอบใจนะ"ภีมพูดพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อนใหม่ทั้งสองคน 

"มึงอ่ะกินกุ้งที่กูแกะให้หมดก็พออีกแค่สี่ตัว โอเคมั้ย"วินหันมาพูดกับภีม 

"โอเค หมดอยู่แล้ว"ภีมตอบพร้อมหยิบกุ้งมากินต่อ แล้วทุกอย่างก็หมดโต๊ะ แล้วทุกคนก็พากันเดินกลับ ตอนแรกจะเรียกวินแต่พอนึกๆไปพวกเขาเดินย่อยอาหารกันกลับจะดีกว่า พอถึงหอพักพวกเขาก็แยกย้ายกัน พอสักสี่ทุ่มวินก็ชวนภีมไปห้องริวเพราะวินไปนัดริวกับซูมเล่นเกมส์ ภีมที่เล่นไม่เป็นก็นั่งเล่นโทรศัพท์แทน พอดึกพวกเขาก็ขอตัวกลับ ภีมและวินก็เข้านอน  

วันต่อมาในช่วงสายๆ วินก็ต้องกลับเพราะพรุ่งนี้มหาวิทยาลัยเขาก็เปิดเรียนเช่นกัน ภีมมาส่งวินที่หน้าหอพัก วินขึ้นแท๊กซี่กลับ มีริวและซูมมาส่งด้วย พอวินนั่งรถกลับไป ริวและซูมก็ชวนภีมมานั่งเล่นที่ห้อง พอเย็นทั้งสามคนก็ชวนกันมานั่งกินข้าวที่หน้าหอ พอกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไปพัก พอมืดๆภีมก็โทรคุยกับครอบครัวและวิน พอคุยเสร็จภีมก็เข้านอน มีตอบแชทริวเรื่องไปเรียนวันพรุ่งนี้ที่เขานัดเจอกันตอนเช้าไปเรียนพร้อมกัน พอคุยเสร็จภีมก็ดับไฟนอน เสียงไลน์ดังขึ้น 

จูน:นอนหรือยังจ๊ะ 

ภีม:กำลังจะนอน จูนมีอะไรหรือเปล่า 

จูน;พรุ่งนี้เที่ยงเราไปหาที่คณะนะ 

ภีม;ได้แล้วเจอกันนะ 

จูน;จ๊ะ ฝันดี  

ภีม;ฝันดี 

จบการสนทนาภีมก็ปิดแชทแล้วเขาก็หลับตาลง แล้วก็หลับสนิทไป 

นี่คงเป็นอีกวันที่จบลงแล้วพรุ่งนี้ก็เริ่มวันใหม่กับชีวิตนักศึกษาเต็มตัวของเขาแล้วสินะเจ้าภีม 

...................................................................................................................................................... 

🙏 ขอบพระคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ฝากน้องภีมไว้ในใจของผู้อ่านอีกคนนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว