facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 15 แผดเผาในกองไฟ เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 แผดเผาในกองไฟ เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.6k

ความคิดเห็น : 95

ปรับปรุงล่าสุด : 01 เม.ย. 2564 05:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 แผดเผาในกองไฟ เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน 50%
แบบอักษร

15  

แผดเผาในกองไฟ เกิดใหม่จากเถ้าถ่าน  

 

ไม่มีใครรู้ว่าการไปครั้งนี้จะกลับมารวดเร็วจนน่าใจหาย แถมเป็นการกลับมาด้วยมือเปล่า หอบเอาหัวใจสลายกลับมาด้วย แม่ทิพย์รีบเดินออกมาหาทันทีเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ที่คุ้นเคย บรรดาเด็กน้อยวิ่งกรูกันเข้าหาโดยไม่รู้ว่าการมาของพี่ชายใจดีครั้งนี้ ไม่มีอะไรเหมือนเดิม 

ไม่มีขนม ไม่มีของฝาก ....ไม่มีรอยยิ้ม 

ก้าวลงมาด้วยความกล้ำกลืนฝืนกลั้นเต็มที ยิ่งได้เห็นใบหน้าของคนผู้เดียวบนโลกใบนี้ที่มีความรักให้เขาจริงๆ ยิ่งเกินจะกลั้น ต้นน้ำเดินผ่านฝืนต้านแรงดึงรั้งของเด็กๆ จนกระทั่งถึงตัวหญิงมีอายุร่างท้วม สองแขนโอบอ้อมอารีกางออกให้ต้นน้ำโถมตัวเข้าไป 

"กลับเข้าข้างในก่อนเด็กๆ พี่ต้นน้ำมีธุระจะคุยกับแม่ทิพย์ หมิวมาเอาน้องๆ เข้าข้างใน" แม่ทิพย์หันไปบอกผู้ดูแลอีกคน ในขณะที่ฝ่ามือยังคงลูบแผ่นหลังสั่นเทาไม่หยุด 

ไม่รู้หรอกว่าไปเจอกับอะไรมา แต่สีหน้าของต้นน้ำบ่งบอกว่าโลกทั้งใบกำลังแตกสลาย คนเป็นแม่พลันเจ็บปวดหัวใจไปด้วย 

แม่ทิพย์พาต้นน้ำกลับมายังห้องพัก ตลอดทางท่อนแขนเล็กเกาะเอวเธอเอาไว้แน่น แม้ไร้เสียงสะอึกสะอื้นแต่ช่วงอกที่เปียกชื้นก็ทำให้รู้ว่าคนเข้มแข็งของเธอเปราะบางเพียงใด 

ไม่มีคำพูดปลอบโยนในตอนนี้ มีเพียงพื้นที่และเวลาให้ต้นน้ำได้ระบาย กระทั่งผ่านไปร่วมชั่วโมงใบหน้าบวมช้ำถึงยอมผละห่างออกจากอก 

มืออวบอูมเสยเส้นผมชื้นน้ำออกจากใบหน้าแดงก่ำ เกลี่ยหยดน้ำออกจากแก้มใส เอ่ยปากด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงระมัดระวัง 

"ร้องไห้มากๆ หน้าบวมตาปิดหมดแล้วคนเก่ง หนึ่งชั่วโมงพอแล้วหรือยังลูก" 

"แม่ทิพย์" เสียงแหบพร่าเจือสะอื้นเพราะกักเก็บมานาน เมื่อเอ่ยปากมันจึงหลุดตามออกมาในทุกคำพูด "เขาไม่รักผม เขาไม่ต้องการผมแล้ว" คนพูดน้ำตาไหลป้อยๆ ทั้งสะอื้นน้อยๆ อย่างน่าสงสาร 

"เพราะผมเป็นผู้ชายขายตัวใช่ไหม เขาถึงไม่จริงจัง" 

"ชู่ว ไม่เอา ไม่พูดอย่างนี้" 

"แต่ผมให้เขาไปหมดแล้ว ไม่มีเหลืออะไรเลย" คนพูดเหมือนติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง จิตใจไม่ได้อยู่กับเธอตรงนี้ ราวกับเด็กหลงทางที่หาทางกลับบ้านไม่เจอ นัยน์ตาที่เคยสุกสว่างบัดนี้ขุ่นมัว 

"...." 

"โลกของผมก็มีอยู่เท่านี้ ใส่คนได้แค่ไม่กี่คน ทำไมพวกเขาที่เข้ามาต้องทำลายโลกใบเล็กๆ ของผมด้วย ....ฮึก! ผมไม่เคย.... ไม่เคยคิดอยากทำร้ายพวกเขาเลย แล้วทำไมพวกเขาถึงทำกับผมแบบนี้ ผมผิดอะไร" ทุกถ้อยคำสั่นเครือ หากไม่ตั้งใจฟังดีๆ แม่ทิพย์คงไม่เข้าใจว่าต้นน้ำพูดอะไร เสียงสะอึกสะอื้นยิ่งทำให้เปล่งคำได้ยากลำบาก 

แม้ไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด ตอนนี้ก็พอเข้าใจคร่าวๆ แล้ว 

ทำไมโลกนี้ช่างทำร้ายกับเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้ลงคอ 

"หรือว่าผมผิดตั้งแต่เกิดมาแล้ว พ่อแม่ไม่ต้องการผม พวกเขาไม่อยากให้ผมเกิดมาใช่ไหมถึงต้องทิ้งไป" ใบหน้าฉ่ำน้ำที่ไม่ว่าเช็ดกี่ครั้งก็ไม่หมดเงยขึ้นมองแม่ทิพย์ด้วยคำถามที่มีแต่ความชอกช้ำ อดีตปัจจุบันปะปนกันมั่วไปหมด 

"ผมเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีใครต้องการมาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม" 

"แม้แต่ตัวต้นน้ำเองก็ไม่ต้องการหรือลูก" แม่ทิพย์เอ่ยเตือนสติคนที่ไม่มีสติไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาขับรถกลับมาด้วยอารมณ์แบบไหน แต่บุญรักษาเหลือเกินที่กลับมาถึงด้วยความปลอดภัย เรื่องนี้ทำให้เธอนึกอยากตีเด็กน้อยตรงหน้าขึ้นมาจริงๆ แต่ก็ทำไม่ลง 

หัวทุยส่ายหวือไม่รับรู้ 

"ไม่ต้องการ ชีวิตที่ไม่มีใครต้องการผมไม่อยากได้" หยดน้ำใสหยดใหญ่ร่วงเผาะลงจากหางตา 

แม่ทิพย์ถอนหายใจแผ่วเบา เจ้าตัวเล็กของเธอเจอมาหนักหนาจริงๆ เพราะแบบนั้นเธอถึงต้องค่อยๆ กอบเศษแก้วเปราะบางที่แตกกระจัดกระจายขึ้นมาประกอบใหม่อีกครั้งอย่างระมัดระวัง 

"ต้นน้ำไม่ต้องการแต่แม่อยากได้ ยกให้แม่ได้ไหม? " 

"แม่ทิพย์อยากได้เหรอ แม้จะเป็นเพียงร่างกายที่ไม่มีหัวใจก็อยากได้? " 

แม่ทิพย์ยิ้มให้กับคำถามไร้เดียงสาของเด็กน้อย ฝ่ามืออบอุ่นแนบลงบนหน้าอกข้างซ้ายของต้นน้ำ 

"ไม่มีใครเอาตรงนี้ ไปจากเราได้จริงๆ หรอกนะลูก" 

"แต่ผมให้เขาไปหมดแล้ว" คนพูดสะอื้นทั้งน้ำตา เพราะให้ไปจนหมด ไม่มีเหลือเผื่อไว้แม้กระทั่งตัวเอง 

"แล้วเขาอยากรับหรือเปล่า" 

คำถามนี้พุ่งเข้ากลางอกคนจนด้วยคำพูดอย่างจัง 

นั่นสิ เขาอยากรับหรือเปล่า? 

"ถ้าเขาไม่อยากได้ ต้นน้ำไม่อยากได้ อย่างนั้น....แม่ขอได้ไหม หัวใจที่ไม่มีใครต้องการดวงนี้ ยกให้แม่และเด็กๆ ที่นี่ได้ไหมลูก" 

คำพูดทั้งรอยยิ้มของแม่ทิพย์กำลังสะกดต้นน้ำ แม่ทิพย์อยากได้? เด็กๆ ที่นี่อยากได้ความรักไร้ค่าของเขา? 

ทั้งที่เขายังไม่เห็นคุณค่าของตัวเองเลย 

เจ้าเด็กน้อยสะอึกสะอื้นเสียจนตัวโยน 

ใครว่าโลกนี้ไม่มีคนรักต้นน้ำ ไม่จริงหรอก 

....ไม่จริงเลย 

คนตัวเล็กร้องไห้จนอ่อนเพลียกระทั่งนอนหนุนตักแม่ทิพย์หลับไปในที่สุด โดยมีฝ่ามือนุ่มลูบแผ่นหลัง วันนี้เหมือนเธอได้ต้นน้ำเด็กตัวเล็กเจ้าน้ำตาผอมกะหร่องกลับคืนมาอีกครั้ง แต่เธอมั่นใจว่าวันหนึ่งเด็กที่แสนเข้มแข็งคนนี้จะกลับมายืนได้ใหม่ 

เรื่องนี้เธอก็มีส่วนผิดที่ผลักภาระให้ต้นน้ำคนเดียว วันนี้คงถึงเวลาที่เธอต้องปล่อยวางเสียที เพราะในท้ายที่สุดสิ่งที่อยู่ในความทรงจำหาใช่สถานที่ แต่เป็นผู้คน 

หมดเวลาให้เธอยึดติดแล้ว 

 

"พี่ต้นน้ำ อันนี้อร่อย" เหมือนรู้ว่าพี่ใจดีไม่เหมือนกับทุกที อาหารเย็นวันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวหมู เด็กน้อยจึงสละลูกชิ้นของโปรดให้พี่ชาย 

ตาหงส์บวมเป่งก้มมองลูกชิ้นที่เพิ่งถูกตักมาใส่ชามตัวเอง 

"ให้พี่แล้วเสือน้อยจะอดกินนะ" เขาแกล้งถาม เพราะในชามเหลือลูกชิ้นแค่เพียงลูกเดียวแล้ว 

เด็กตัวเล็กจริงๆ แล้วชื่อเสือ แต่กลัวเพื่อนๆ จะกลัวเลยเติมน้อยเพื่อเพิ่มความน่ารัก 

เสือน้อยมีท่าทีลังเลขึ้นมาทันทีควัน ความจริงเขากินไปลูกหนึ่งแล้ว พอถูกทักก็อดนึกเสียดายขึ้นมาไม่ได้ แต่เพราะรู้ว่าพี่ชายใจดีกำลังเศร้าเลยตัดใจยกให้ 

"ผมให้พี่" 

คนรับมองลูกชิ้นที่เจ้าตัวนุ่มนิ่มเพิ่งตักมาให้ด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ ตาหงส์เคลือบด้วยน้ำใสบางเบา 

"งั้นเรามาแบ่งกันนะ คนละครึ่ง" คนตัดลูกชิ้นเม้มปากแน่น นี่เขากำลังทำตัวเป็นภาระให้เด็กตัวเท่านี้มาเป็นห่วงเลยหรือไง แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน 

หมดเวลาอ่อนแอแล้วต้นน้ำ 

"เสือน้อย ถ้าย้ายไปอยู่ที่อื่นจะคิดถึงที่นี่ไหม" 

"ย้ายไปไหนอะ" เด็กตัวเล็กไม่ได้รับรู้ถึงปัญหาของพวกผู้ใหญ่ ขัดใจที่สุดคงเป็นการถูกบังคับให้เข้าห้องเรียน วันนี้ก็เพิ่งถูกสอนให้ท่องสูตรคูณ เกือบอดกินขนมเพราะท่องแม่สองไม่ได้แล้ว 

"ตอนนี้ยังไม่รู้ ต้องคุยกับแม่ทิพย์ก่อน" 

"เสือน้อยไปอยู่ไหนก็ได้ที่มีแม่ทิพย์กับเพื่อนๆ " 

คำตอบฉะฉานมาจากเด็กน้อยอายุเพียงห้าหกขวบ เพราะสภาพแวดล้อมบีบบังคับให้เขาโตเร็วขึ้นเพื่อเอาชีวิตรอด "พี่ต้นน้ำไปอยู่ด้วยกันนะ" 

กล้ามเนื้อบนใบหน้าผ่อนคลายเป็นรอยยิ้มจากใจครั้งแรกในรอบวัน บางทีกำลังใจจากคนที่ไม่คาดฝันก็ช่วยเราไว้ แถมยังเป็นกำลังใจเล็กๆ ก้อนนุ่มนิ่มเสียด้วย 

มือยกขึ้นบีบแก้มย้วยของเจ้าเสื้อน้อยด้วยความมันเขี้ยว 

"อืม ไปอยู่ด้วยกัน" 

อยู่ด้วยกันทั้งหมดนี่ ....ต้นน้ำก็ไม่ต้องการใครอีกแล้ว 

หลังมื้ออาหารต้นน้ำเข้าไปคุยกับแม่ทิพย์ที่ห้องสำนักงานอีกครั้งด้วยสติครบถ้วนสมบูรณ์ ในขณะที่การเป็นอยู่ของเด็กๆ เฝ้ารออยู่ ต้นน้ำต้องวางความเศร้าเสียใจลง ทำเรื่องที่ควรทำ ลืมเรื่องที่ควรลืม เลือกลำดับความสำคัญในชีวิตใหม่อีกครั้ง 

"แม่ทิพย์ครับ" 

"มาก็ดีแล้ว แม่กำลังหาดูที่ดินว่างๆ แถวนี้อยู่พอดีเลย มาช่วยแม่หน่อยมา" 

เว็บไซต์ประกาศขายที่ดินในพื้นที่ถูกเปิดค้างไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยที่ไม่มีใครพูดอะไร ต่างมองตาและเข้าใจสถานการณ์กันดี ในเมื่อแม่ทิพย์เลือกที่จะไม่พูดถึงการตัดสินใจครั้งนี้และทำเหมือนเป็นสิ่งที่เราต่างสมควรทำ ต้นน้ำยินดีคล้อยตาม 

"มีที่ไหนน่าสนใจไหมครับ" 

"ยังเลยลูก ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชน ซึ่งมันน่าจะลำบากตรงที่ต้องขออนุญาตและทำแบบสำรวจสอบถามชาวบ้านโดยรอบด้วยว่าเขายินยอมให้เราสร้างสถานรับเลี้ยงในพื้นที่ของเขาหรือเปล่า ส่วนที่ดินนอกชุมชนที่ประกาศไว้ส่วนใหญ่เป็นในไร่ในสวนไปเลย ห่างไกลแหล่งชุมชนมากไปเราก็จะลำบากอีก" 

"ยากเหมือนกันนะครับ มาเดี๋ยวผมช่วยหา" 

"ไม่รู้นายปรีชาจะขายที่ดินผืนนี้ให้คนอื่นเมื่อไหร่ ถ้ารักษาสัจจะให้เวลาเราครบกำหนดสองเดือนตามเดิมก็คงดีหรอก แต่แม่ไม่ไว้ใจ เรารีบหน่อยก็ดีลูก" พูดถึงปรีชาความขุ่นมัวในอารมณ์ก็พลันปะทุ ไม่อยากนึกเลยว่าเกิดมันพาคนมาขับไล่กะทันหันพวกเขาและเด็กๆ จะทำอย่างไร 

"ครับ เราช่วยกันดู แต่พรุ่งนี้ช่วงสายๆ ผมต้องไปธุระที่ธนาคาร เปลี่ยนเช็คคืนเป็นเงิน แล้วเอาไปคืนคนพวกนั้น" 

สองล้านของมาม่าและห้าล้านของภูผา ต้นน้ำไม่อยากได้ 

"จ๊ะ ไปเถอะ ให้แม่ไปเป็นเพื่อนไหม" 

"ไม่เป็นไรครับ" 

 

กว่าจะจัดการเรื่องเช็คเสร็จสิ้นต้นน้ำใช้เวลาสองวัน ในที่สุดก็ได้เช็คเงินสดสองใบมาไว้ในมือ ตั้งใจออกเดินทางช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อจะไปถึงที่นั่นในเวลาเปิดพอดี 

คนตัวเล็กอยู่ในสกินนี่ยีนสีดำกับเสื้อไหมพรมคอปาดไหล่เผยไหปลาร้าสุดเซ็กซี่ เส้นผมสีดำสนิทถูกย้อมเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลสว่างสดใส ปรับบุคลิกให้กลายเป็นซุกซน แต่ยังคงกลบความเย้ายวนนัยน์ตาหงส์ไม่ได้อยู่ดี ติ่งหูเล็กแทนที่แบรนด์เนมหรูด้วยต่างหูแนวพังค์และเอียคัพสุดเท่ ประพรมด้วยกลิ่นหอมอ่อนเฉพาะตัว ภาพลักษณ์ใหม่นี้ยังคงกระชากใจผู้คน 

"ต้นน้ำของแม่ดูดีมาก" 

คนตัวเล็กยิ้มรับคำชมด้วยความมาดมั่น วันนี้เขาละทิ้งความโศกเศร้าเอาไว้เบื้องหลัง ในเมื่อต้นน้ำคนเก่าถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟแห่งความโง่เขลาตายไปแล้ว เขาคนใหม่ที่เกิดจากเถ้าถ่านกองนั้นจะไม่มีทางเดินซ้ำรอยเดิม 

"ผมจะกลับไปบอกให้คนพวกนั้นรู้ว่าไม่มีต้นน้ำคนเดิมอีกแล้ว แล้วเรากลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กันนะครับ" 

"จ๊ะ ไปเถอะลูก อย่าลืมว่าแม่กับน้องๆ รอต้นน้ำอยู่ที่นี่ เราไม่ใช่ตัวคนเดียวนะ" 

"ครับ" 

แม้จะต้องใช้เส้นทางเดิมในการขับรถไปกลับ แต่วันนี้ไม่มีต้นน้ำที่น้ำตาไหลมาตลอดทางอีกแล้ว คนอื่นทำร้ายใจของเขาได้ แต่ต้นน้ำจะไม่ทำลายหัวใจตัวเอง อะไรมีค่าควรจำก็เก็บไว้ อะไรที่ไม่...ก็ตัดทิ้ง 

สองชั่วโมงของการมีสมาธิแน่วแน่อยู่บนท้องถนนสิ้นสุดลง ตรงหน้าคือสิ่งก่อสร้างที่ภายนอกดูหรูหราแต่ภายในกลับเน่าเฟะ การตะเกียกตะกายของผู้คน เหยียบหัวคนอื่นเพื่อไปยังที่ที่สูงกว่าโดยไม่เลือกวิธีการ เพียงแค่คิดต้นน้ำก็สะอิดสะเอียนแล้ว แต่ตอนนี้เขาสูดอากาศได้สดชื่นมากขึ้นเมื่อไม่ต้องกลับมาในสถานะเดิม 

เพราะเป็นเวลาเพิ่งเปิดร้าน ลูกค้าที่ทยอยเข้ามาจึงยังไม่มากนัก แต่ยามที่ร่างเล็กก้าวลงจากรถ นัยน์ตาหงส์ทิ้งหางตาไปทางไหนเป็นต้องสะกดใครต่อใครที่บังเอิญสบมอง เสน่ห์เหลือร้ายเกินห้ามใจแผ่ออกมาจากร่างกายอดีตโฮสราวกับฟีโรโมนหลอกล่อตัวผู้ให้เข้ามาติดกับ เวลามัวเมาขึ้นมาคนพวกนั้นก็ไม่ต่างจากสัตว์ที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ 

เขาเองก็เคยเป็นหนึ่งในมดงานที่ถูกเสน่ห์นั้นหลอกล่อจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง 

เพียงแต่วันนี้มดงานตัวนั้นสลายปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว 

เพราะปรับลุกใหม่จนแปลกตา บรรดาโฮสบางคนที่มาถึงแล้วต่างเหลียวมองด้วยความประหลาดใจ ต้นน้ำไม่ได้เข้าทางด้านหลัง เพราะเขามาในฐานะแขก ไม่แปลกที่จะดึงดูดสายตาผู้คน ถึงขนาดลูกค้าบางคนลุกขึ้นเดินเข้าหาเลยก็มี 

ฝ่ามือเล็กปัดมือหยาบคายพวกนั้นทิ้งอย่างนึกรังเกียจ ให้ค่าเพียงชายหางตาแล 

"ผมไม่ใช่โฮสของที่นี่ กรุณาเก็บไม้เก็บมือของพวกคุณด้วย" ถ้อยคำนี้ทำเอาโฮสคนอื่นๆ ที่ได้ยินต่างเบิกตากว้าง ต่างก้มหน้าลงซุบซิบกับพึมพำ จะไม่ให้เป็นเรื่องใหญ่ได้อย่างไร เบอร์หนึ่งของเดอะคลับลาออกนั่นหมายถึงเก้าอี้ที่ยังว่างอยู่ และการแก่งแย่งชิงดีขึ้นมาแทน ไม่แปลก ลูกค้าคนเก่าของเขากระเป๋าหนักน้อยเสียเมื่อไหร่ 

คนกล่าวเสียงเรียบจบคำก็ไม่สนใจ ทิ้งฝ่ายนั้นไว้เบื้องหลัง ตรงไปหาเป้าหมายที่เขามีธุระด้วย 

ห้องยังเป็นห้องเดิม ประตูก็บานเดิม หญิงสาวที่เดินออกมาเปิดประตูให้เขาก็ยังคงเป็นคนเดิม ใบหน้าสวยสดหลอกลวงอายุกลับมาแต่งแต้มสีสันสวยงามอีกครั้ง แต่ไม่รู้ต้นน้ำตาฝาดไปหรือเปล่า ถึงได้เห็นวี่แววอ่อนล้าที่อีกฝ่ายกลบไม่มิด ตากลมโตภายใต้ขนตางอนยาวเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึงว่าเขาจะมา 

"ต้นน้ำ" 

"ผมขอเข้าไปหน่อยได้ไหม" 

หญิงสาวพยักหน้าถี่ๆ รับ ก่อนจะหลบทางให้ต้นน้ำเดินเข้าไปด้านใน 

"ดื่มน้ำไหม หรือว่าน้ำส้มคั้นดี คั้นสดร้อยเปอร์เซ็นต์เชียวนะ ฉันเพิ่งได้รับจากลูกค้ามาเมื่อวาน นั่งก่อนๆ เดี๋ยวฉันรินให้ ....เก็บเอาไว้ไหนน้า" 

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ดื่ม" ถ้อยคำเรียบเรื่อยทำเอาหญิงสาวที่กำลังเปิดตู้เย็นหาเครื่องดื่มให้เขาชะงักมือลง ก่อนจะค่อยๆ ปิดประตูช้าๆ หันกลับมามองต้นน้ำให้เต็มตา 

เธอยังเหมือนเดิม ....แต่เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว 

"มีเรื่องจะคุยกับคุณไม่นานหรอก" 

"ต้นน้ำ" เสียงเรียกชื่อแผ่วเบาลงเต็มไปด้วยความเสียใจ เธอผิดเองเธอรู้ตัวเองดี แต่นั่นคือคุณภูผา คนกลางอย่างเธอจะทำอะไรได้ "ไปอยู่ที่ไหนมา ฉันโทรหาไม่ติด ไปหาที่ห้องก็ไม่เจอ" 

ร่างเล็กถอนหายใจแผ่ว เขาไม่ได้กลับมาเพื่อให้หรือรับความเห็นใจจากใคร 

"ผมจะไม่กลับมาที่เดอะคลับอีกแล้ว วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมกลับมาเหยียบที่นี่อีก ห้องนั้นก็ไม่ใช่ห้องของผมแล้วเหมือนกัน" 

ต้นน้ำมองเมินนัยน์ตาสั่นไหวของหญิงสาวตรงหน้า เธอทำราวกับกำลังจะพังทลายทั้งที่มันควรเป็นเขาที่ถูกเธอและคนพวกนั้นหักหลัง! 

ถ้อยประโยคนี้แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ 

"เธอก็รู้ว่าคำสั่งคุณภูผาฉันขัดไม่ได้ ต่อให้เขาพูดแค่คำเดียว" 

ตาหงส์ไร้แววจ้องคนตรงหน้าโดยไร้คำตอบ นึกถึงช่วงเวลาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากไม่ได้ผู้หญิงคนนี้คอยช่วยเหลือต้นน้ำไม่มีทางมาถึงทุกวันนี้ได้ แต่ใช่ว่าต้นน้ำไม่เคยตอบแทน เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เขาหามาให้เดอะคลับ แลกกับศักดิ์ศรีและหัวใจบอบช้ำ ถือว่าต้นน้ำชดใช้ให้ ไม่มีอะไรติดค้าง 

เขาไม่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่รู้ว่าทำไมมาม่าถึงเลือกทำร้ายเขาได้ลงคอ แต่ต้นน้ำในวันนี้ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว 

"ผมเอาเช็คมาคืน ส่วนนี่.... ฝากคืนให้คนคนนั้นด้วย" 

ต้นน้ำยื่นเช็คสองใบให้มาม่ารับไว้ หญิงสาวก้มดูจึงรู้ว่าคือจำนวนเงินสองล้านที่เขายืมไป ส่วนอีกใบเป็นจำนวนห้าล้านลงชื่อคุณภูผา กลีบปากสีสวยเม้มเข้าหากันแน่น ส่ายใบหน้า ทำท่าจะยื่นคืน 

"แล้วเรื่องที่ดินล่ะ เธอยังต้องใช้เงิน ไม่ต้องคืนฉันหรอก ถือว่าฉันชดใช้ให้เธอนะ" ตากลมโตคู่นั้นเคลือบด้วยน้ำใส แต่น่าเสียดายความโศกเศร้าเสียใจนั้นส่งมาไม่ถึงต้นน้ำอีกแล้ว 

"ไม่เป็นไร เรื่องของเราพวกเราจะหาทางกันเอง ขอบคุณสำหรับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานะครับ" 

หมดธุระร่างเล็กก็หมุนตัวเตรียมเดินทางกลับ แต่หูแว่วได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวตามมาเขาถึงได้หยุดรอฟัง 

"ต้นน้ำ ....ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอ จริงๆ นะ ฉัน.... ฉันผิดไปแล้ว โทษตัวเองทุกวัน นอนไม่เคยหลับเลย" 

แก้มขาวซีดของเธอมีหยดน้ำใสพาดผ่าน แต่ต้นน้ำไม่เห็นเพราะเขาไม่ได้หันกลับไป นัยน์ตาหงส์เพียงเหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อย โดยไม่ขยับเขยื้อนกาย เอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงชืดชา 

"ถ้าคุณเสียใจจริงๆ คุณจะไม่มีทางยื่นกุญแจให้เขา ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกครับ คุณเก็บเอาไว้พูดในวันที่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ เถอะ" 

และต่อให้วันนั้นเดินทางมาถึง ต้นน้ำก็คงไม่ต้องการฟังมันอีกแล้ว 

ขาเรียวก้าวออกจากตรงนั้น ไม่อยู่ฟังเสียงสะอึกสะอื้นที่ตามหลังมา เธอเสียใจแต่เชื่อเถอะว่ามันไม่เท่ากับเขาที่ถูกทำลายชีวิต สิ้นสุดกันทีกับโลกที่มีแต่คนใจร้ายถือมีดคอยแทงข้างหลัง เขาจะเก็บโลกใบเล็กๆ ของเขาเอาไว้สำหรับคนที่รักและห่วงใยเขาจริงๆ 

กำแพงที่พวกเขาสร้างให้ต้นน้ำในวันนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา อย่าหวังว่าใครจะทลายลงได้ง่ายๆ เลย 

 

 

 

50% 

>>>> 

ต้นน้ำคนเพียสๆ กลับมาแล้วค่า 

กำแพงครั้งนี้ทั้งหนาทั้งหนัก ใครอยากพังก็ทำใจไว้แต่เนิ่นๆ เลย 

กระต่ายน้อยตายไปแล้วจ้า ต้นน้ำจะกลายเป็นนกฟีนิกซ์! 

ปล.เห็นจำนวนคอมเม้นตอนที่แล้วแล้วชื่นใจมากๆ เลยค่ะ งือ 

ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะที่ยอมเปิดใจอ่านนิยายของนิลมาถึงตรงนี้ 

เดินทางด้วยกันมาค่อนทางแล้ว อยู่ด้วยกันไปจนจบเลยน้า 

รักก 

ปล.ทิ้งท้าย นิยายเรื่องนี้อัพทุก 3 วันนะที่รัก รอเค้าหน่อยนะ! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว