facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 756

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2563 16:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 7
แบบอักษร

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเจคอปกับเอวายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ เจคอปจะคอยส่งและรับเอวากลับหอทุกวัน แต่ก็มีบ้างที่ไม่ได้รับกลับเพราะตนมีเข้าห้องปฏิบัติ นอกจากนี้เจคอปยังเข้ามานั่งเล่นและทำงานในห้องเอวาอยู่ทุกวัน ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นสัปดาห์และจากสัปดาห์ก็เป็นเดือนจนเอวาเริ่มรู้สึกชินกับการที่มีเจคอปอยู่ใกล้ๆ ตน ส่วนกลิ่นเลือดเอวาก็ยังได้กลิ่นหอมๆ จากเจคอปอยู่ แต่มันก็ไม่ได้หนักถึงขนาดที่เขาทนไม่ได้

 

ทั้งสองไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ จนมีคนเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองคบกันเลยมีคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบและกรี๊ดกร๊าด แต่ก็มีบางกลุ่มที่ไม่ชอบโดยเฉพาะสาวๆ ที่ชื่นชอบเจคอป เวลาพวกเธอเดินผ่านเอวาก็จะมีจิกกัดบ้างแต่เอวาก็ยังคงทำเฉยและไม่สนใจ และที่หนักๆ หน่อยก็คงเป็นซองจดหมายที่ข้างในเขียนด้วยเลือดว่าให้เลิกยุ่งกับเจคอป

 

“เอวาอาถามอะไรเราหน่อยสิ” โอเว่นที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่กับเอวาพูดขึ้น วันนี้ขณะที่เอวานั่งรอแมรี่อยู่โอเว่นก็เดินเข้ามาทักและนั่งลงข้างๆ เอวา

 

“อาโอเว่นมีอะไรจะถามเอวาหรอครับ” เอวาเอ่ยถาม

 

“เราน่ะคบอยู่กับเจคอปหรอ” โอเว่นเอ่ยถามออกไปตรงๆ ตลอดเวลาหลายสัปดาห์มานี้ตนได้ยินข่าวลือที่ว่าหลานของตนและลูกศิษย์ของตนกำลังคบหากันอยู่ ตนไม่ได้ปักใจเชื่อเพราะรู้ดีว่าหลานตนแทบจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย

 

“เปล่าครับ” เอวาตอบไปตามตรง ก็เขาไม่ได้คบกับเจคอปจริงๆ จะให้เขาตอบว่าไงล่ะ?

 

“อาเชื่อคำพูดเรานะ แต่อาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้มีข่าวว่าเอวากับเจคอปคบกันและยังมีรูปที่เอวาไปไหนมาไหนกับเจคอปอีก เอวากับเจคอปไปสนิทกกันตอนไหน?” โอเว่นพูดออกมาตามที่ตนคิด เขารู้ว่าหลานเขาไม่โกหก

 

“เราอยู่หอเดียวกันครับ ผมไม่รู้ว่าคนคิดแบบนั้นไปได้ยังไงแต่ผมกับเขาก็เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องที่บังเอิญอยู่หอพักเดียวกัน” เอวาว่า

 

“เฮ้อ~ อารู้ว่าเราไม่ค่อยสนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แต่เอวาเมื่อไหร่ที่เราเริ่มรู้สึกมีใจอาอยากให้เอวาคิดดีๆ เพราะนั่นคือมนุษย์” โอเว่นมองไปที่เอวาก่อนจะเริ่มพูดในสิ่งที่ตนกำลังคิด และพูดถึงสิ่งที่ตนค่อนข้างกังวล

 

“จริงอยู่ที่แม่เราก็มนุษย์ อาเองก็เคยเป็นมนุษย์ แต่อาเองก็เป็นมนุษย์ และแม่เราก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเขาเลยรับในสิ่งที่พ่อเราเป็นได้ แต่คนอื่นไม่ใช่นะเอวา เราไม่สามารถรู้ใจมนุษย์ได้ทุกคนหรอก อาไม่ห้ามเราหากจะมีความรัก แต่อาก็อยากให้เราคำนึงถึงสถานะของเราด้วย”

 

สิ่งที่โอเว่นพูดออกไป ไม่ใช่เพื่อห้ามไม่ให้เอวามีความรักเพราะเขารู้ดีว่าความรักมันห้ามหรือบังคับกันไม่ได้ เพียงแต่สถานะของเอวานั้นไม่ใช่มนุษย์ เอวาเป็นแวมไพร์ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะได้อยู่กับคนรักที่เป็นมนุษย์ตลอดไปมันเป็นไปไม่ได้ และอีกเรื่องคือคนที่เอวารักจะยอมรับได้หรือเปล่าหากรู้ว่าเอวาไม่ใช่มนุษย์

 

“เอวาเข้าใจในสิ่งที่อาโอเว่นพูด เอวารู้ว่าสิ่งที่อาโอเว่นพูดมันเป็นสิ่งที่พวกเราต้องคำนึกหากเรามีความรักกับมนุษย์ แต่….เอวาจะยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างให้ได้หากทางที่เอวาเลือกมันผิดพลาด เอวาจะถือให้มันเป็นประสบการณ์ ส่วนเรื่องอายุขัย…เมื่อถึงเวลานั้นเอวาคงมีคำตอบให้กับตัวเอง” เอวาพูดในสิ่งที่ตนคิด

 

โอเว่นที่ได้ฟังในสิ่งที่เอวาพูดเขาก็จ้องไปที่ดวงตาของเอวา โอเว่นจ้องมองหลานของตัวเองนานหลายนานทีเอวาเองก็มองกลับไปที่โอเว่นอย่างไม่หลบสายตา นั่นเลยทำให้โอเว่นเห็นสิ่งที่อยู่ในดวงตาหวานๆ ของเอวา

 

“เฮ้อ~~ ถึงอาจะเป็นอาแต่อาก็ยังคงเป็นคนนอก อาคงช่วยเราตัดสินใจไม่ได้หรอก แต่แม่ของเราน่ะเขาสามารถช่วยเราได้นะ มีอะไรอาว่าเอวาควรไปปรึกษามีแอลนะ” โอเว่นถอดหายใจก่อนจะพูดบอกเอวาไป

 

“ครับ ขอบคุณนะครับที่อาโอเว่นคอยตักเตือนเอวา และก็ขอบคุณนะครับที่รักและเอ็นดูเอวามาตลอด” เอวาว่าพลางส่งยิ้มหวานไปให้โอเว่น รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มที่มีแต่คนในครอบครัวเท่านั้นถึงจะได้เห็น

 

“ก็เราเป็นหลานรักอานี่ อ่า~ จะสายแล้วอาไปสอนก่อนดีกว่ายาน่ะถ้าจะหมดแล้วก็บอกอาแล้วกันเดี๋ยวอาเอามาให้” โอเว่นลูบหัวของเอวาเบาๆ ก่อนจะพูดกับเอวา

 

“ครับ” เอวาพยักหน้ารับน้อยๆ

 

จากนั้นโอเว่นก็ได้ออกไป และหลังจากนั้นไม่นานแมรี่เพื่อนของเอวาก็เดินเข้ามาทั้งสองก็พากันขึ้นฟ้องเพื่อรอเรียน เวลาเรียนผ่านไปเรื่อยๆ ชั่วโมงเรียนก็จบลงทั้งสองเลยลงมาหาอะไรกินที่โรงอาหารกัน

 

“กินไรดี จริงๆ ก็เบื่ออาหารที่คณะแล้วอ่ะ ไปกินคณะแพทย์กันมะ พี่เจพักยังอะ” ขณะที่เอวากับแมรี่กำลังเดินไปที่โรงอาหารของคณะ แมรี่ก็หันมาพูดกับเอวา

 

“ไม่รู้สิ” เอวาว่า

 

“โทรถามสิหรือไม่ก็ทักไปถามเลย” แมรี่ว่า

 

“แต่….”

 

ครืน~~ ครืน~~

 

“อืม” ยังไม่ทันที่เอวาจะได้ตอบอะไรเสียงมือถือของเอวาก็ดังขึ้นเอวาเลยหยิบขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นใครเขาก็กดรับ

 

‘เลิกเรียนหรือยัง’ ปลายสายเอ่ยถาม

 

“เลิกแล้วกำลังไปกินข้าว” เอวาว่า

 

‘มากินที่คณะพวกฉันมั้ย นี่ก็เลิกแล้วกำลังจะหาอะไรกิน’

 

“ก็ได้ แมรี่บ่นอยากไปกินที่นั่นอยู่” เอวาว่า

 

‘โอเค งั้นมาถึงแล้วถ้าหาไม่เจอก็โทรมานะ’

 

“อืม” เอวาตอบรักแค่นั้นก่อนจะกดวางสายไป แมรี่ที่ยืนฟังอยู่ก็มองมาที่เอวาอย่างถามๆ ว่าตกลงอะไรยังไง เอวาเลยบอกว่าจะไปกินข้าวที่คณะแพทย์ซึ่งแมรี่ก็ยิ้มอย่างดีใจ จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินไปยังโรงอาหารคณะแพทย์

 

“วันนี้โรงอาหารนี้คนเยอะจังแฮะ ว่าแต่พี่เจกับพี่ริคนั่งอยู่ไหนนะ” พอทั้งสองมาถึงโรงอาหารของคณะแพทย์ แมรี่ก็มองไปรอบๆ เพื่อหาเจคอปกับริคเพราะวันนี้คนค่อนข้างเยอะ

 

“นั่นไง” เอวาชี้ไปยังโต๊ะที่อยู่ไกลออกไปยังจุดที่ตัวเองยื่น จนแมรี่มองตามแต่แมรี่ก็ยังมองเห็นไม่ชัดอยู่ดี

 

“ไหนอ่ะ” แมรี่เอ่ยถาม

 

“ตามมา” เอวาว่าก่อนจะเดินนำหน้าแมรี่ไปยังโต๊ะที่อยู่ตรงสุดทางเดิน พอแมรี่เห็นริคกับเจคอปแมรี่ก็มองมาที่เอวาอย่างอึ้งๆ

 

“น้องแมรี่ น้องเอวา ทางนี้” ริคที่หันมาเห็นทั้งสองโบกมือเรียกน้อย

 

“เห็นได้ไงอ่ะ! อยู่ตั้งสุดทางเข้าโรงอาหารแน่ะ” แมรี่ยิ้มให้ริคก่อนจะหันมาถามเพื่อนตน แต่เอวาไม่ได้ตอบอะไรและเดินไปนั่งตรงข้ามเจคอป

 

“พี่นึกว่าน้องเอวาจะโทรมาถามไอ้เจซะอีก โทษทีนะที่มานั่งไกลจากทางเข้าขนาดนี้ พอดีโต๊ะมันไม่ค่อยว่าง”

 

“แมรี่อ่ะไม่เห็นหรอกพี่ริค แต่เอวาดิตาดีมากกก เห็นตั้งแต่หน้าประตูไม่รู้ว่าจำใครบางคนบนโต๊ะได้แม่นหรือเปล่าเลยมองออกว่าพวกพี่นั่งอยู่นี่” แมรี่ว่าแต่ก็ไม่วายหันมาแซวเพื่อนหน้านิ่งของตน

 

“โห สุดยอดเลยแฮะน้องเอวา” ริคว่าพลางยกนิ้วให้

 

“เอวากินไร ไปหาไรกินกัน” แมรี่หันมาถามเพื่อนตน

 

“ไปซื้อเหอะ เรายังไม่หิว” เอวาว่า ก็แหงแหละพึ่งดื่มเลือดไปเมื่อเช้า วันนี้เขาจะไม่กินข้าวทั้งวันเลยก็ยังได้

 

“อ่าๆ งั้นเดี๋ยวมานะ” แมรี่ว่าก่อนจะเดินออกไปหาของกิน

 

“กินข้าวไม่ตรงเวลาระวังจะเป็นโรคกระเพาะเอานะ” ริคเอ่ยเตือน

 

“อ่า…ครับ” เอวาพยักหน้ารับน้อยๆ แม้อยากจะบอกริคเหลือเกินว่าตนไม่เคยเป็นเลยตั้งแต่เกิดมา แต่เอวาก็ไม่ได้พูด

 

“ตอนบ่ายมีเรียนมั้ย?” เจคอปที่เงียบมาตลอดเอ่ยถามขึ้น ก็นะเขารู้เรื่องของเอวาดีว่าทำไมเอวาถึงเห็นตนและก็รู้ดีว่าเอวาจะไม่มีทางเป็นโรคกระเพาะแน่ๆ

 

“มีแต่อาจารย์ยกคลาส” เอวาตอบเจคอป

 

“เหมือนกัน วันนี้สองวิชาฉันเลื่อนมาเช้าหมด งั้นกินข้าวเสร็จแล้วกลับเลยมั้ย?” เจคอปยกน้ำขึ้นดื่มก่อนจะพูดกับเอวา เอวาก็พยักหน้ารับน้อยๆ

 

“ที่มือเป็นแผลหรอ” เอวาเอ่ยถามเจคอป เมื่อตนได้กลิ่นเลือดจางๆ มาจากมือของเจคอป เวลาปกติก็มีกลิ่นเลือดจางๆ อยู่แล้ว แต่เอวารู้สึกเหมือนได้กลิ่นเยอะกว่าปกติเลยคิดว่าที่มือของเจคอปน่าจะมีแผล

 

“เฮ้ย! น้องเอวารู้ได้ไงว่ามือไอ้เจมีแผล” ริคที่นังฟังทั้งสองคุยอยู่ตลอดถามขึ้นอย่างตกใจ

 

“เอ่อ…” เอวาที่ลืมตัวเผลอทักไปมองไปที่ริคอย่างไม่รู้จะตอบอะไร

 

“กูบอกน้องมันเองแหละ ก็ที่ฉันบอกไงว่าวันนี้ไอ้บ้าริคมันส่งกระดาษมาไม่มองกระดาษเลยบาดมือ” เจคอปเป็นคนพูดขึ้น

 

“โห่ กูก็ขอโทษแล้วไง มึงนั่นแหละหยิบไม่มองไอ้ห่าดีนะไม่หยิบมีดผิด แทนที่จะผ่าและเย็บอาจารย์ใหญ่ จะได้มาเย็บแผลที่มือตัวเองแทน” ริคว่า

 

“อะไรหรอ วันนี้พวกพี่มีเรียนผ่าศพกันหรอคะ” แมรี่ที่เดินเข้ามาได้ยินริคพูดพอดีก็เอ่ยถามขึ้น

 

“ครับ” ริคพยักหน้ารับน้อยๆ

 

ครืน~~ ครืน~~

 

“ครับ” ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อเสียงมือถือของเอวาก็ดังขึ้น เอวามองเบอร์ที่โทรเข้ามาก่อนจะกดรับสาย

 

‘น้องพี่ อีกสองสามวันท่านแม่กับท่านพ่อจะไปฮันนีมูนกันที่ญี่ปุ่น ส่วนช่วงนี้ข้ากับเลนนี่ก็ต้องอยู่ที่โลกนู้น เจ้าจะไปกับข้ามั้ย?’ พี่ชายของเอวาเอ่ยถาม

 

“ไม่ครับ ขะ…น้องอยู่ได้ พี่ไม่เห็นต้องห่วงเลยปกติน้องก็กลับบ้านแค่ทุกสุดสัปดาห์เอง คราวที่แล้วที่พี่กับทุกคนไปไทยน้องก็อยู่ได้” เอวาตอบกลับ ตอนแรกเขาเกือบจะแทนตัวเองตามที่ตนใช้คุยกับพี่ชาย แต่ก็นึกได้ว่าตนไม่ได้อยู่คนเดียว

 

‘แต่ข้าเป็นห่วง นี่เห็นท่านอาบอกว่าท่านอาก็ต้องไปสัมมนากับทางมหาวิทยาลัยเจ้าไม่ใช่หรือ’

 

“น้องไม่ทราบ อาโอเว่นไม่ได้บอกอะไรน้องเลย” เอวาบอกพี่ชายของตน เมื่อเช้าตนก็คุยกับอาของตนแต่โอเว่นก็ไม่ได้บอกอะไร เอวาเลยคิดว่าโอเว่นคงลืม

 

‘เห็นท่านอาบอกว่าจะไปอาทิตย์หน้า เมื่อวานท่านอามาคุยกับท่านพ่อน่ะ ข้าเลยไม่อยากให้เจ้าอยู่ที่โลกมนุษย์คนเดียว’ อีคอนบอกด้วยความเป็นห่วง

 

“น้องอยู่ได้จริงๆ ไว้น้องจะโทรหาพี่บ่อยๆ พี่จะได้ไม่เป็นห่วงน้องดีมั้ย” เอวาว่า

 

‘เฮ้อ~~ เอาตามนั้นก็ได้ ถ้าว่างก็อย่าลืมนั่งญาณคุยกับข้าล่ะ’ อีคอนว่า การที่เขาไปโลกแวมไพร์มันทำให้เขาไม่สามารถคุยผ่านมือถือได้ สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาคุยกันได้คือกระแสจิต

 

“ครับ”

 

‘โอเคงั้นข้าไม่กวนแล้ว ตั้งใจเรียนล่ะ’

 

“ครับ” จากนั้นอีคอนก็ตัดสายไป

 

“พี่ชายโทรมาหรอ” แมรี่เป็นคนเอ่ยถาม

 

“อืม ที่บ้านจะไปต่างประเทศกันน่ะ เลยโทรมาบอก” เอวาว่า

 

“ดีเนอะบ้านเอวาจะไปไหนมักโทรบอกเอวาตลอด นี่ถ้าเป็นบ้านเรานะถึงอีกประเทศนึงก่อนอ่ะเราถึงรู้เรื่อง” แมรี่ว่าขำๆ จากนั้นก็กินข้าวต่อ

 

“จะกลับยัง” เจคอปหันมาถามเอวา เพราะเขากินข้าวเสร็จนานแล้ว

 

“แมรี่กลับยังไง” เอวาหันมาถามเพื่อนของตนที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่

 

“ไม่ต้องห่วงๆ เราว่ากินข้าวเสร็จจะไปเดินหาซื้อของที่ห้างอ่ะ เรากลับเองได้” แมรี่ว่า

 

“ให้พี่ไปส่งมั้ยล่ะ น่าจะผ่านห้างอยู่” ริคว่า

 

“จริงหรอคะ รบกวนด้วยนะคะพี่ริคสุดหล่อ เห็นมะไม่ต้องห่วงเอวากลับก่อนเลยก็ได้” แมรี่ว่ายิ้มๆ

 

“เอางั้นก็ได้ ผมฝากเพื่อนผมด้วย” เอวาตอบแมรี่ก่อนจะหันไปพูดกับริค

 

“ไม่ต้องห่วงครับผม”

 

หลังจากลากันเสร็จเอวากับเจคอปก็พากันกลับหอ พอทั้งสองถึงหอต่างก็พากันแยกย้ายไปอาบน้ำและทำธุระของตัวเอง จากนั้นสักพักเจคอปก็มาเคาะประตูห้องเอวา พอเอวาเห็นว่าเป็นเจคอปเขาก็ปล่อยให้คนตัวโตเข้ามาในห้องก่อนจะเดินไปอ่านหนังสือที่ตนอ่านข้างอยู่

 

“วันนี้ฝากท้องอีกวันด้วยนะ” เจคอปที่นั่งอยู่ตรงโซฟาที่ประจำของตนพูดขึ้น

 

“ปกติก็ฝากอยู่ทุกวันนี่” เอวาว่า

 

“หึๆ เดี๋ยววันนี้ช่วยทำ” เจคอปขำสิ่งที่เอวาพูด ก่อนจะพูดกับเอวา

 

“ผมยังไม่อยากให้ครัวผมพัง” เอวาว่า

 

“ไม่หรอกน่า”

 

“ตามใจ” เอวาว่า

 

จากนั้นภายในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ เจคอปนั่งทำงานของตนไปเงียบๆ ส่วนเอวาก็อ่านหนังสือของตนต่อ แต่ไม่นานเขาก็แอบหันไปมองคนที่อยู่ในห้องของเขา เจคอปเวลาจดจ่อและตั้งใจทำอะไรมันเป็นอะไรที่น่ามองมากๆ สำหรับเอวา พักหลังๆ มาเอวามักจะชอบแอบมองเจคอปเวลาที่เจคอปกำลังตั้งใจทำงาน สำหรับเอวาเขารู้สึกว่ามันเท่และมีเสน่ห์

 

“อ๊า~~~ กว่าจะเสร็จหัวสมองจะระเบิดแล้วโว้ย!” เวลาผ่านไปพักใหญ่เจคอปก็หงายหลังนอนไปกับโซฟาก่อนจะพูดบ่นน้อยๆ

 

“ไประเบิดที่ห้องตัวเองนะ ผมยังไม่อยากโดนจับคดีข้อหาฆ่าคนตาย” เอวาว่าก่อนจะลุกขึ้นเก็บหนักซื้อและเดินมายังครัวก่อนจะเปิดตูเย็นหาของทำกับข้าวเพราะตอนนี้เริ่มเย็นแล้ว

 

“โหดร้ายจังแฮะ ไม่เห็นเป็นห่วงกันบ้างเลย” เจคอปว่าขำ เอวาไม่ได้พูดอะไรแต่เริ่มเตรียมของทำกับข้าวแทน เจคอปเก็บของของตัวเองก่อนจะเดินมาหาเอวา

 

“วันนี้ทำอะไรกิน” เจคอปเอ่ยถามเอวา

 

“ไก่อบบาร์บีคิว ผัดผักกุ้ง ต้มซุปไก่”

 

“แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยมั้ย”

 

“หั่นมะเขือเทศก่อนแล้วกัน” เอวาว่าก่อนจะหยิบมะเขือเทศที่ตนพึ่งล้างเสร็จให้เจคอป

 

“สอนก่อนรอบนึงได้มั้ย” เจคอปเอ่ยถาม เพราะตนไม่รู้ต้องหันอะไรยังไง เอวาเลยหันให้เจคอปดูจากนั้นเจคอปก็เริ่มหันตาม

 

เสร็จจากมะเขือเทศ ก็หอมใหญ่และอื่นๆ ส่วนเอวาก็ทำอันที่มันทำยาก ทั้งสองช่วยกันเตรียมวัตถุดิบไปเรื่อยๆ จนเอวาเริ่มเอาไก่เข้าเตาอบ แต่แล้วก็มีเหตุให้คนที่ทำอาหารไม่เก่งได้รับบาดเจ็บจากการหันมันฝรั่ง

 

“โอ๊ย!!” เจคอปร้องเสียงหลงก่อนจะรีบชักมือออกเพราะมีดที่เขาใช้หันมันฝรั่งมันเฉือนโดนนิ้วตัวเองจนเลือดไหล

 

“เป็นอะไร อึก!!!” เอวาหันมามองคนข้างพร้อมกับเอ่ยถามแต่เขาก็ต้องชะงักเพราะกลิ่นเลือดของเจคอป

 

“มีดบาด ซี๊ด!! แสบวุ้ย” ว่าจบเจคอปก็ยื่นมือไปล้างแผล แต่พอแผลโดนน้ำที่มันค่อนข้างอุ่นเลือดของเจคอปก็ยิ่งไหล

 

“บ้าชิบ ต้องห้ามเลือดแฮะ” เจคอปว่าก่อนจะมองหากระดาษทิชชู

 

“จ๊วบ!!”

 

จังหวะที่เจคอปกำลังจะเอื้อมไปหยิบกระดาษ ปลายนิ้วของเขาก็ได้รับสัมผัสอุ่นชื้น พร้อมกับลิ้นร้อนๆ ที่กำลังเลียนิ้วของเขาอยู่ เขาเลยรีบหันกลับมามอง ก็เห็นว่าเอวากำลังดูดนิ้วของตนอยู่ ขณะนั้นเจคอปรู้สึกเหมือนตนหยุดหายใจไปชั่วขณะก่อนที่หัวใจของเขาจะเต้นรัวเป็นกลอง

 

“อึก!! อ่า~~” เอวาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ซอกคอของเจคอปอย่างคนกำลังหลง ยิ่งหัวใจของเจคอปเต้นแรง เส้นเลือดที่คอก็ยิ่งชัดขึ้น กลิ่นหอมหวานของเลือดก็ยิ่งมีมากขึ้น

 

พรึบ!!

 

เอวาเหมือนคนขาดสติ ดวงตาสีแดงสดได้ปรากฏให้เจคอปได้เห็นอีกครั้งพร้อมกับเขี้ยวยาวคม เอวาไม่รอช้าเขารีบขยับไปยืนใกล้ๆ เจคอปก่อนจะก้มสูดดมที่ซอกคอของเจคอปทันที เจคอปที่ใจเต้นแรงอยู่แล้วก็เต้นแรกหนักกว่าเก่าเพราะความใกล้ชิดของทั้งสอง

 

“ข้าขอดื่มมันได้มั้ย” เอวาพูดเหมือนคนละเมอก่อนกดจูบที่ซอกคอของเจคอป

 

“เอาสิ…”

 

 

 

 

 

จะกิน เฮ้ย!!! จะกัดละน๊า~~~~ น้องจะงับคออิพี่มั้ยนะ

 

ว่าแต่เจคอปมันร้ายยยย ชอบมาอยู่กับน้องงาน ส่วนคนน้องก็มึนแสนมึน 5555 ถือว่าไปด้วยกันได้ มั้ง??? 

 

 

ความคิดเห็น