ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2563 14:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5
แบบอักษร

5 

 

 

ช่วงเวลาสองปีช่างผ่านไปไวนัก ฤดูกาลแปลเปลี่ยนหมุนไปเด็กหนุ่มบัดนี้เติบโตขึ้น เครื่องหน้ายังคงงดงามไม่แปลเปลี่ยน ดวงตาเรียวเล็กดุจหงส์ เรือนร่างสง่างามดุจภาพวาด ยามนี้ไม่เหลือเค้าหนุ่มน้อยอีกต่อไปแล้ว

ทุกสิ่งล้วนแต่หมุนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่สิ่งที่ไม่ได้เปลี่ยนไปคือจิตใจและคำมั่นสัญญาของเด็กหนุ่มที่ยังยึดมั่นกับคนรักที่ได้ให้ไว้ ฟานซินยังคงรอคอยว่าสักวันหวางมู่จะกลับมา

ยามนี้ท่านปู่ของเขาเองก็ได้จากไปเช่นกัน เด็กหนุ่มทนรับกับการสูญเสียของคนที่เป็นที่รักถึงสองคน แม้อีกคนจะยังคงอยู่แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าอยู่แห่งหนใด เด็กหนุ่มก็อาศัยอยู่คนเดียวตามลำพังบนหุบเขา เขามักจะออกมานั่งที่หน้าบ้านทุกวันเพื่อเฝ้ารอคอยใครบางคน เขาเก็บจี้หยกของชายหนุ่มติดตัวไว้ตลอด แต่เวลาผ่านไปแม้ฟานซินจะไม่เห็นแม้วี่แววของชายหนุ่ม เจ้าตัวก็ยังเชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งคนที่เฝ้ารอจะกลับมา

เขายังจำได้ดีเสมอว่าก่อนที่ท่านปู่จะจากไป เคยได้บอกกับฟานซินเอาไว้

“ซินเอ๋อ หากเจ้าคิดถึงคนผู้นั้นมาก ทำไมเจ้าไม่ไปตามหาเสีย ข้าอยู่คนเดียวได้เจ้าไปเสียเถอะ”

ฟานซินรู้ดีว่าท่านปู่เป็นห่วงเขา แต่เขาเองก็เป็นห่วงปู่ชราไม่แพ้กัน แม้ใจอยากจะตามไปหา แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาได้ที่ใดเช่นกัน ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่บนเขาตลอด ฟานซินก็ยังคงไม่คิดที่จะออกตามหา เพราะเกรงว่าหากวันหนึ่งชายหนุ่มกลับมาจะไม่พบตน

แต่ยิ่งรอเขาก็ยิ่งไม่รู้ว่าเมื่อใดชายหนุ่มจะกลับมาเสียที ฟานซินตัดสินใจแล้ว ว่าจะออกตามหา เขาเองก็ไม่อยากรอคอยแบบนี้ต่อไปแล้ว เขาเก็บข้าวของเตรียมไว้ตั้งนานแล้ว แต่ที่ยังไม่ไปก็เพราะยังมีหวังว่าชายหนุ่มจะกลับมา

ข้าวของของฟานซินไม่มีอะไรมากมาย เขาเก็บมาแค่ของสำคัญเท่านั้น แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็นจี้หยกของชายคนรัก ฟานซินใช้เวลาเตรียมตัวไม่นาน เขาคิดมาถี่ถ้วนหลายวันแล้วว่าเขาต้องทำเช่นไรบ้าง

สิ่งแรกที่เขาจะทำหลังจากลงเขา ก็คือเขาต้องไปขอความช่วยเหลือจากเถ้าแก่เจียง

หลังจากที่ฟานซินเดินมาถึงตลาดก็ตรงไปยังร้านเถ้าแก่เจียงทันที เด็กหนุ่มเห็นเถ้าแก่เจียงยืนอยู่หน้าร้านก็เอ่ยทัก

“เถ้าแก่เจียง ข้าอยากขอความช่วยเหลือจากท่าน”

เถ้าแก่เจียงมองตามเสียงเรียกของเด็กหนุ่ม ก็จะพบใบหน้าที่คุ้นเคยของฟานซิน

“เจ้ามีอันใด”

“ข้าอยากเข้าเมืองหลวง ท่านพาข้าไปด้วยได้หรือไม่”

เถ้าแก่มองหน้าฟานซินอย่างสงสัย เหตุใดเด็กหนุ่มถึงอยากเข้าเมืองหลวงมิใช่ต้องอยู่ดูแลปู่ชราหรอกหรือ แต่สำหรับเถ้าแก่เจียงแล้ว ฟานซินเองก็เป็นเด็กหนุ่มที่ขยัน อดทนอย่างมาก เขาเองก็เอ็นดูเด็กหนุ่มไม่น้อย

“เหตุใดเจ้าจึงอยากไปเมืองหลวง เจ้ามิต้องอยู่ดูแลท่านปู่หรอกหรือ”

“ท่านปู่ข้าเสียไปนานแล้ว”

ฟานซินทำหน้าเศร้าทันทีเมื่อต้องพูดถึงท่านปู่

เถ้าแก่เจียงเห็นหน้าเด็กหนุ่มเศร้าลงก็ไม่อยากถามความอันใดอีก

“เอาละ ๆ ข้ากำลังจะเข้าเมืองพอดี เจ้าก็ไปด้วยกันกับข้าก็แล้วกัน”

“ขอบคุณเถ้าแก่ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณ” ฟานซินขอบคุณเถ้าแก่เจียงด้วยความดีใจ

“เจ้าไปเตรียมตัวเถิด ประเดี๋ยวรถม้าของข้าจะเข้าเมืองเจ้าเองก็อาศัยไปลงแล้วกัน”

เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงเตรียมตัวให้พร้อมเดินทาง

ในเวลาไม่นานรถม้าและขบวนขนของ ของเถ้าแก่เจียงก็เข้าเขตเมืองหลวง ตลอดเวลาการเดินทางจิตใจของฟานซินได้แต่ยินดี เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งรอบตัว เด็กหนุ่มไม่เคยออกมาพบเจอโลกภายนอกเช่นนี้ สองข้างทางที่ผ่านมาเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ร้านค้าต่าง ๆ เด็กหนุ่มมองดูด้วยความตื่นตา ฟานซินอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับสิ่งแปลกใหม่ที่เขาได้เห็น

ครั้นมาถึงจุดหมายเถ้าแก่เจียง ทิ้งให้เด็กหนุ่มไว้ผู้เดียวแล้วก็ออกเดินทางต่อ ฟานซินเองเข้าใจเถ้าแก่เจียงว่าไม่อาจช่วยเหลือตนได้มากไปกว่านี้ ซ้ำตนเองก็รู้สึกเกรงใจไม่น้อย หากแต่ตอนนี้ก็ค่ำแล้วเขาเองก็ไม่รู้จะไปที่ใดต่อจากนี้ทำให้เด็กหนุ่มเดินไปรอบ ๆ คิดไว้ว่าจะหางานทำและที่พัก เขามีเงินติดตัวมาเพียงน้อยนิด หากต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แล้วเห็นว่าคงไม่พอ เด็กหนุ่มเดินถามตามร้านค้าไปเรื่อย ๆ ร้านแล้วร้านเล่า ก็ไม่มีร้านใดรับคนงานเลย

ฟานซินเดินเอื่อย ๆ อย่างท้อใจไปตามทาง ซึ่งยามนี้ก็ดึกมากเสียด้วย เด็กหนุ่มเดินผ่านโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง บรรยากาศภายในโรงเตี้ยมดูผู้คนคึกคักนัก เด็กหนุ่มหยุดยืนมองอย่างพิจารณาพลางคิดว่า ที่แห่งนี้คงเป็นที่สุดท้ายแล้วที่ตนจะถาม หากเขาไม่รับคนงานเพิ่มเห็นทีเขาคงต้องไปอาศัยอารามอยู่สักพักเสียแล้ว

“พี่ชาย ไม่ทราบว่าที่นี่รับคนงานไหมขอรับ”

เด็กหนุ่มเดินเข้าไปถามผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าร้าน

“ไป ๆ นี่ไม่รับคนงานทั้งนั้น เจ้ามาทางไหนก็ไปทางนั้น”

ชายหนุ่มตอบอย่ารำคาญก่อนจะเอ่ยปากไล่พร้อมยกมือประกอบทั้งที่ไม่ได้หันหน้ามามองด้วยซ้ำ แต่ฟานซินก็ยังไม่ยอมแพ้

“พี่ชาย ให้ข้าทำงานที่นี่เถิดข้าทำได้ทุกอย่างเลยนะ....พี่ชาย”

ชายหนุ่มรำคาญเต็มทน เด็กคนนี้ช่างตื๊อยิ่งนัก ครั้นจะหันมาไล่ แต่ก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เด็กหนุ่มคนนี้ช่างมีดวงหน้างดงามนัก งามกว่าสตรีบางคนเสียอีก ชายหนุ่มมองฟานซินขึ้นลงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ

อืมเด็กหนุ่มคนนี้ช่างงดงามนัก หากพาไปให้นายหญิงคงได้ตกรางวัลให้เขาอย่างงามแน่ 

“เอาละน้องชาย เจ้าต้องการหางานหรือ ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไป”

ชายหนุ่มเดินนำฟานซินเข้าไปในโรงเตี้ยม ขณะที่เด็กหนุ่มก็ดีใจที่จะได้งานทำแล้ว จึงเดินตามไปอย่างว่าง่าย ขณะที่เดินไปเขามองดูแสงไฟจากโคมไฟที่นำมาประดับด้านในที่สวยงาม ตรงกลางเป็นห้องโถงที่มีทั้งสตรีและบุรุษผู้มีใบหน้างดงามกำลังร่ายรำอยู่ ผู้คนมากมายในนี้แต่งกายดูมีฐานะ เขามองภาพเหล่านั้นอย่างสนใจ

“นายหญิงขอรับ ข้าพาเด็กใหม่มาให้นายหญิงดูตัวขอรับ”

“เข้ามา”

เสียงอ่อนหวานแฝงความน่าเกรงกลัวตอบรับ ดังมาจากภายในห้องเอ่ยอนุญาตให้ทั้งสองคนเข้าไป

ฟานซินเดินตามชายหนุ่มเข้ามาภายในห้องอย่างช้า ๆ มองดูรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น ภายในตกแต่งด้วยข้าวของหรูหรา ประดับไปด้วยภาพวาดสวยงามมากมาย บริเวณกลางห้องมีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ถัดไปเป็นเตียงมีม่านบาง ๆ กั้นเอาไว้ 

“เจ้ามีนามว่าอันใด ไหนเดินเข้ามาใกล้ ๆ ข้าสิ”

เสียงของหญิงสาวดังขึ้นจากหลังม่าน

“ข้าชื่อ ฟานซิน ขอรับ” เด็กหนุ่มตอบรับแล้วเดินไปใกล้ม่านที่ปิดอยู่

หญิงสาวผู้หนึ่งลุกขึ้นเดินออกมาจากหลังม่านนั้น ใบหน้าของหญิงสาวผู้นี้ดูมีอายุมากแล้ว แต่ยังคงมีความงดงามอยู่ อีกทั้งยังดูท่าทางใจดี หญิงสาวจ้องมองฟานซินใกล้ ๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าและมองไปรอบ ๆ ตัวก่อนจะวกกลับมาที่ใบหน้าเนียนอีกครั้งอย่างพิจารณา ก่อนจะหัวเราะออกมาดัง ๆ เห็นทีเขาคงจะได้รับทรัพย์ก้อนโตเสียแล้วเด็กหนุ่มคิดอย่างมีมีความหวัง

“ชื่อฟานซินเช่นนั้นหรือ?” นางค่อย ๆ ขยับเข้าเดินรอบ ๆ ร่างของฟานซินพูดไปด้วย

“ช่างไพเราะ ผิวพรรณเจ้าก็ดีนัก เนียนใสราวไข่มุก ใบหน้าของเจ้าก็งดงามจริง ๆ ...”

นางยื่นปลายนิ้วเรียวมาแตะที่ปลายคางมนของฟานซินให้เงยหน้าขึ้นอีกนิด

“ข้าถูกใจเจ้ายิ่งนัก ไหนเล่าให้ข้าฟังสิ...ว่าเจ้ามาทำอันใดที่นี่”

หญิงสาวพูดไปพร้อมกับลูบไล้ตามผิวเนียนของเด็กหนุ่ม

ฟานซินไม่ได้ขัดขืนสัมผัสจากหญิงสาวตรงหน้า เพียงแค่ทำตัวเกร็งเท่านั้น

“ข้าต้องการหางานทำและที่พักขอรับ ข้าสามารถทำได้ทุกอย่างเลยขอรับ ได้โปรดรับข้าทำงานด้วยเถิดขอรับ”

ฟานซินคุกเข่าลงขอร้องกับหญิงสาวเพื่อยอมให้เขาทำงานที่นี่

“เจ้าลุกขึ้นเถิด ข้ารับเจ้าเข้าทำงานแล้ว เสี่ยวมิ่งเจ้าพาฟานซินไปพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยให้เขาเริ่มทำงาน” หญิงสาวกล่าวเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินหัวเราะกลับเข้าไปยังหลังม่านที่ออกมาเมื่อสักครู่

“ขอบคุณนายหญิง”

ฟานซินได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจ รีบเดินตามเสี่ยวมิ่งไปทันที ที่แท้พี่ชายที่นำเขาเข้ามาชื่อเสี่ยวมิ่งนี่เอง เขาเดินตามเสี่ยวมิ่งมายังหน้าห้องหนึ่ง ภายในโรงเตี้ยมแห่งนี้มีทั้งหมดสามชั้น ซึ่งเขาเองก็อยู่ชั้นสองเดินถัดมาจากห้องของนายหญิงเพียงสองห้องเท่านั้น

เสี่ยวมิ่งเปิดประตูห้องให้กับฟานซินก่อนจะเดินนำเข้ามาภายในห้อง เด็กหนุ่มมองดูรอบ ๆ ภายในห้องนี้กว้างขวางไม่แพ้ห้องของนายหญิงสักนิดจะมีก็แต่ข้าวของที่ไม่หรูหราเท่านั้น

“พี่มิ่ง ข้าต้องทำเช่นไรบ้าง”

“เจ้าไม่ต้องทำอันใด คืนนี้เจ้าพักผ่อนเถิดพรุ่งนี้ข้าจะมาบอกเจ้าอีกที”

“ข้าขอบคุณท่านมากที่ช่วยข้า ข้าจะไม่ลืมบุญคุณ”

เสี่ยวมิ่งไม่ได้กล่าวอันใดกับฟานซิน เพียงแค่พยักหน้าแล้วเดินจากไปเท่านั้น แต่สำหรับฟานซินแล้วรู้สึกว่าตนเองโชคดีเหลือเกินที่ได้งานทำ ตั้งแต่มาถึงวันแรกไม่ต้องระเหเร่ร่อนอย่าที่คิด ซึ่งถือว่าโชคดีที่สุด อย่างน้อยก็มีที่ซุกหัวนอนมีงานทำมีที่กิน มีเงินใช้ไม่ลำบากนัก หลังจากนั้นเขาจะตั้งใจทำงานและค่อยออกตามหาคนรักอีกที เด็กหนุ่มล้วงมือไปหยิบจี้หยกภายในเสื้อของเขา ขึ้นมาแนบอก ในใจคิดว่าอีกไม่นานเขาจะต้องเจอชายคนที่เขาหมายใจเอาไว้แน่ ๆ

 

……..

ณ ตำหนักฮ่องเต้

“ถวายบังคม พ่ะย่ะค่ะ ฮ่องเต้”

“มีอันใดอู๋ซื่อ” ฮ่องเต้ที่นั่งเบื่อหน่ายอยู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกว่า หากสิ่งที่เจ้าพูดม่าสนใจก็ไปเสียเถอะ 

“ทูล ฝ่าบาท คนที่พระองค์ให้ส่งคนไปเฝ้าแจ้งมาว่า........”

องครักษ์รีบรายงานทันที ว่ามีความเป็นไปเป็นมาเป็นเช่นไรบ้างในตอนนี้ เมื่อได้ยินสิ่งที่องครักษ์รายงานฮ่องเต้ก็ยิ้มออกมาทันที ก่อนจะสั่งให้อู๋ซื่อรีบไปจัดการบางสิ่ง

“เจ้าไปจัดการตามที่เราบอก...”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

“เจ้าจงไปเฝ้าดูต่อไปอย่าได้คลาดสายตา” ฮ่องเต้เน้นคำสั่งอีกครั้งเพื่อไม่ให้ผิดพลาด

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” อู๋ซื่อรับคำพร้อมกับทะยานกายหายไปในความมืด

“หึ เด็กหนุ่มของสหายรักเราช่างซุกซนนักว่าไหม ลิ่วกงกง” ฮ่องเต้หันมาทางลิ่วกงกงที่โค้งตัวลงรับคำเงียบ ๆ ไม่ออกรับอะไรทั้งสิ้น “เห็นทีเราคงต้องช่วยเหลือสหายเราสักหน่อยแล้ว”

ฮ่องเต้หนุ่มลอบยิ้ม ในที่สุดเขาก็มีเรื่องสนุก ๆ ทำเสียแล้ว เขาเองก็เบื่อพวกขุนนางในท้องพระโรงนั้นเต็มที

“ลิ่วกงกง เจ้าโปรดนำราชโองการนี้ไปที่จวนใต้เท้าเฉินในวันพรุ่งนี้”

“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”

“ฮ่า.... เจ้าจะต้องขอบคุณเราแน่ ๆ สหายรัก” ฮ่องเต้หนุ่มเวลานี้ช่างอารมณ์ดีนัก ยามนี้มีเรื่องสนุกให้เขาได้แก้เบื่อบ้างแล้ว

ความคิดเห็น