ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน 6: เพราะความเศร้าเราจึงได้กัน (2)

ชื่อตอน : ตอน 6: เพราะความเศร้าเราจึงได้กัน (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2563 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 6: เพราะความเศร้าเราจึงได้กัน (2)
แบบอักษร

สองหนุ่มสาวนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เว้นระยะห่างจากกันพอประมาณ เสียงหวีดหวิวของลมพายุข้างนอกเล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยิน 

ตอนนี้น้ำตาลเริ่มดึงความเยือกเย็นกลับมาได้แล้ว เพียงแต่ยังห้ามอาการสะอึกสะอื้นที่เกิดขึ้นไม่ได้ 

เป็นเพราะรองเท้าเตะจริงๆ งั้นเหรอ”  

ค่ะ” หญิงสาวก้มหน้า ไม่สบตาเขา 

ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่อยากจะซอกแซกเรื่องราวส่วนตัวขึ้นมาทำไมตอนนี้ เขาควรกลับไปนอนหลับพักผ่อน ปล่อยให้เธอคลุ้มคลั่งเพียงลำพัง 

มันหลุดจากเท้าไปได้ยังไง” 

มันหลุดออกไปตอนที่น้ำตาลเตะหมอนใบนั้นค่ะ” หมอนที่มีใบหน้าของผู้ชายบัดซบสารเลวติดอยู่ “ก็เลยจะลงไปเก็บมันขึ้นมา”  

ป่านนี้รองเท้าแตะหนังของเธอคงเปียกน้ำเละเทะอยู่กลางพายุกระหน่ำ เอากลับมาใส่ไม่ได้แล้ว 

รองเท้าเก่าๆ แค่ข้างเดียวไม่คุ้มค่าที่จะกระโดดลงไป”  

คำพูดของเขาช่างเฉยชา เธออ้าปากเถียง 

“ถึงมันเก่าแต่ก็มีคุณค่าทางจิตใจ” 

รองเท้าคู่นี้ใส่มันจนหนังนุ่ม ใช้มันอย่างทะนุถนอม เป็นรองเท้าแตะแอร์เมสที่เธอเก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อมันมา คิดไว้ว่าจะได้ใส่อีกสักสิบยี่สิบปี แต่นอนนี้มันกลับกระเด็นหาย 

รองเท้าข้างนั้นหลุดลอยไปหาคู่ใหม่ 

คิดแล้วมันปวดหัวใจจนขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง รองเท้าหลุดลอยจากเธอไป ไม่ต่างจากคน 

“แค่รองเท้าเก่าๆ ต้องเสียใจขนาดนั้น?”  

ประโยคนั้นสอดแทรกกังวานเยาะหยันในความรู้สึกคนฟัง 

เสียใจมากไหมเธอไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้ว่าความผูกพันมันมีไม่น้อยเลย 

“ใส่มาห้าปีแล้วค่ะ จะทิ้งไปเลยก็เสียดาย” 

ห้าปีที่ผ่านมาเธอกับปรเมศเข้ากันได้ดีเสมอมา ก็เหมือนกับรองเท้าแตะข้างนั้น กระทั่งวันนี้เธอพบว่าเขาหลอกลวงกัน 

ถึงกับดอดไปแต่งงานกับผู้หญิงอื่น 

ไม่เท่ากับว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอลักลอบเป็นชู้กับผัวชาวบ้านหรอกหรือ มือกำหมัดแน่น ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นกล้าดีอย่างไรถึงยัดเยียดสถานะชู้ให้สุภาพสตรีอย่างเธอ!  

น้ำตาแห่งความคับแค้นหยดแหมะลงบนแก้มอีกครั้ง 

ปล่อยให้คนที่นั่งข้างๆ มองเห็นความคับแค้นและขมขื่นในแววตาที่เคยเปล่งประกายสดใส ต่อให้ก่อนหน้านี้ดวงตากลมโตของเธอมักเต็มไปด้วยความสดใสจอมปลอม ก็ยังดีกว่าต้องแดงก่ำด้วยความเศร้าโศกเสียใจ 

ซื้อใหม่ซะเถอะ”  

คะ?”  

ผมจะซื้อให้ใหม่ คุณไม่ต้องเสียดาย” เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ “ไม่ต้องมานั่งเศร้าโศกเสียใจกับมัน”  

ท่านประธานปลอบใจคนก็เป็นหรือ 

“หยุดร้องสิ” แค่เขาบอกว่าไม่ให้เศร้า ใช่ว่าเธอจะหยุดเศร้าได้  

ยิ่งเขาสั่ง น้ำตาเธอยิ่งไหล แล้วร่างใหญ่หนาก็ลุกเดินหนีไปอย่างหมดความอดทน ไม่มีคนข้างกาย เธอกลับรู้สึกเคว้งคว้าง 

ทว่าไม่นานเขาก็กลับมาใหม่ วางวิสกี้หนึ่งขวด กับแก้วสองใบลงบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาว 

คนทั่วไปเวลาเศร้ามักจะดื่มเหล้า”  

หนึ่งปีที่ผ่านมาเธอเคยคิดว่าสามารถคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของเขาได้ แต่วันนี้เซนกลับทำหลายอย่างที่ยากจะเข้าใจ 

ความคิดของราชาอสรพิษย่อมจะเลี้ยวลดกว่าคนทั่วไปไม่ใช่หรือ จริงๆ แล้วเขาอาจจะเป็นคนที่ละเอียดอ่อนกว่าที่แสดงออกมา 

“มา...เรามาดื่มกัน”  

“แต่เราไม่ควรดื่มในที่ทำงาน”  

บ้านหลังนี้คือออฟฟิศของพวกเธอ 

ตอนนี้นอกเวลางาน” เขารินเหล้าลงในแก้วสองใบ ยื่นใบหนึ่งให้เธอถือ “คิดว่าดื่มเป็นเพื่อนผมแล้วกัน”  

เธอไม่เชื่อหรอกว่าเมาแล้วคนเราจะหายเศร้า 

แต่บางทีถ้าดื่มแล้วเมาพับหลับไป ก็จะได้ไม่ต้องครุ่นคิดให้เจ็บช้ำ จิบวิสกี้เข้าไปหนึ่งคำ เธอก็ทำหน้าเหยเก ลำคอและทรวงอกร้อนวาบ 

น้ำตาลไม่ใช่นักดื่มที่เก่งกาจสักเท่าไร ดื่มแค่ครึ่งแก้วก็เริ่มมึน แอลกอฮอล์ซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือด ผลักเอาความขมขื่นออกมา หญิงสาวเริ่มสะอึกสะอื้นขึ้นมาอีกครั้ง 

บอกได้รึยังว่าร้องไห้ทำไม”  

ผู้ชายที่ฉันคบหามาห้าปี ที่จริงมันมีเมียอยู่แล้ว...” 

ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้บอกเขา พอคำพูดผ่านพ้นริมฝีปาก หัวใจหนักอึ้งถึงรู้สึกสบาย ได้ระบายความคับข้องออกมา เธอดื่มเหล้าเข้าไปอีกอึกหนึ่ง วิสกี้ยังคงร้อนแรงแผดเผา 

“คุณก็เลยร้องไห้เสียใจ?”  

เธอยิ้มหยันตัวเองอยู่ชั่วครู่... 

“ฉันร้องไห้เพราะเสียดายเวลา เวลาตั้งห้าปีเลยนะคะ ถ้าฉันไม่ได้คบกับไอ้คนปลิ้นปล้อนอยู่ ฉันอาจจะมีลูกมีผัวกับคนอื่นไปแล้วก็ได้” 

สู้อุตส่าห์มุมานะทำงานหนักแทบตาย เพื่อจะสร้างวิมานที่ไม่มีอยู่จริง ยิ่งคิด ยิ่งแค้นเคืองโมโห เธอใช้หลังมือปาดน้ำตา คว้าแก้วขึ้นมาดื่มอีกหลายอึกใหญ่ 

ยิ่งดื่มมากเท่าไร ความในใจก็ยิ่งพรั่งพรูออกมา 

ผู้หญิงคนนั้นผอมกะหร่องอย่างกับไม้เสียบผี อกเอวสะโพกก็ไม่มี อย่างน้อยฉันก็ใส่บราคัพซี และมีน้ำมีนวลมากกว่า แต่ไอ้บ้านั่นกลับคว้าผู้หญิงคนนั้นไปทำเมีย แถมยังหลอกฉันมาตั้งห้าปี คุณว่าฉันโง่มากมั้ยคะ”  

เธอถามแต่ไม่ได้อยากได้คำตอบจากเขา ยื่นมือไปคว้าขวดเหล้า แต่ชายหนุ่มยึดข้อมือเล็กบางเอาไว้ 

“พอแล้ว” 

ม่ายยยพอ” เสียงของเธอเริ่มอ้อแอ้ ตวัดตามองใบหน้าเฉยชาของเขาอย่างขัดใจ เหล้าแค่ไม่กี่แก้วจะพอดับความทุกข์ระทมในหัวใจได้อย่างไร เป็นเขาบอกเองไม่ใช่หรือว่ายามเศร้าเราต้องดื่ม ดื่มให้กับความโง่งมห้าปีที่ผ่านมา 

ไม่สิ...เธอควรดื่มฉลองที่ตัวเองตาสว่าง 

ทว่าเขายังขวางไม่ให้เธอทำได้อย่างใจ แอลกอฮอล์ที่พลุ่งพล่านในกระแสเลือดทำให้เธอกล้า กล้าที่จะระบายความโมโหโทโสกับอีกฝ่าย ถึงกับกล้าดึงคอเสื้อของเขา 

คุณรู้ม้าย...รู้ม้ายว่าห้าปีมันมีความหมายแค่หนายยย”  

ไม่รู้”  

เขาไม่เคยเข้าใจว่าความสัมพันธ์อันยืนยาวเป็นแบบไหน แค่สามเดือนสำหรับเขาก็มากเกินพอแล้ว 

แต่คนที่ไม่เข้าใจไม่รู้เลยว่าคำตอบของตนทำให้คนฟังไม่พอใจ เธอกระชากคอเสื้อเขาแรงขึ้น ร่างนุ่มนิ่มเบียดกระแซะเข้าไปใกล้ 

“คุณมันม่ายมีหัวจาย...เหมือนเอไอรุ่นดึกดำบรรพ์ม่ายมีผิด” 

หางคิ้วของเซนกระตุกเมื่อได้ยินคำกล่าวหา เขานี่นะเหมือนเจ้าโครงเหล็กเดินได้จำพวกนั้น นัยน์ตาสีเทาขุ่นเคืองหลุบลงมองมายังคนที่นั่งเกยอยู่บนตักของเขาแล้วตอนนี้ 

ดวงตากลมโตฉ่ำเยิ้มด้วยความมึนเมา ท่าทางเอาเรื่องไม่เบาทีเดียว เขาไม่เคยเห็นสีหน้าท่าทางแบบนี้ของเธอมาก่อน กระไอตัวผ่าวร้อนจากร่างนุ่มนิ่มที่แนบชิดกับตัว ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเขาระอุอุ่นขึ้นมา 

“น้ำตาล” 

คะ?” 

“ถอยไป” 

To be continued... 

แจ้งนิดนุงจ้า ดิชรั้นจะลงเนื้อเรื่องนี้ให้อ่านจนถึง 60% ของเนื้อเรื่อง พร้อมทยอยปิดตอนเก่าๆ เนอะ ทูนหัวท่านไหนสนใจรูปเล่มฉบับเต็มจิ้มที่ลิงก์ข้างล่างได้นะจ๊ะ ^^ 

ความคิดเห็น