facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 [II] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2563 11:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 [II] 100%
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 21 

 

“ตอบสิ” 

 

“อืม” ผมตอบรับแบบเขินๆ แม่งขนาดนี้แล้วยังจะมาถาม เสี่ยน้อยยิ้มอย่างพอใจ 

 

“ไม่รู้จะถามทำไมตอนนี้” 

 

“ก็อยากรู้ว่าจะให้อภัยกันได้รึยัง” 

 

“อื้ออ” ผมกัดปากแน่นเมื่อร่างสูงขยับมือรูดรั้งแกนกายผม เสี่ยน้อยดึงกางเกงผมทีเดียวมันก็หลุดออกจากขาผม  

 

“ผมกลัวเจ็บ” ผมพูดบอกตามตรง เสี่ยน้อยมองหน้าผมนิ่งๆไม่พูดอะไรแต่กลับถอดเสื้อให้ ผมก็ยอมแต๋โดยดี 

 

“กูเตรียมไว้แล้ว” 

 

“เตรียมอะไร” 

 

“นี่” เสี่ยพูดพร้อมลุกหยิบเจลหล่อลื่นในลิ้นชักข้างเตียง ผมกัดปากกลั้นอาการเขินของตัวเองแต่มันคงไปยั่วเขาร่างสูงถึงได้รีบคร่อมทับผมแล้วประกบจูบอีกครั้ง คราวนี้ร้อนแรงกว่าทุกครั้ง ริมฝีปากหนาดูดดึงจนปากผมชาแต่ก็ได้ลิ้มรถหวานของจูบนี้ 

 

“อืมมมม” เสียงเข้มครางด้วยความพอใจเมื่อผมจูบเขากลับดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างไม่ยอมแพ้  

 

“อ้ะ” ผมสะดุ้งเมื่อเขาผละจูบออกแล้วหันไปดูดเม้นซอกคอผมจนมันเจ็บจี๊ดแต่ก็มาพร้อมความเสียวซ่าน ผมสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมือหนาเล่นกับแกนกายผมอีกครั้ง เขารูดรั้งหนักเบาสลับไปมาจนผมดิ้นพล่านด้วยความเสียว 

 

“อื้อออ เสียว” ผมครางเสียงแผ่วยามที่ริมฝีปากเสี่ยน้อยกอบกุมยอดอมผม ลิ้นร้อนตวัดเลียระรัวจนผมต้องแอ่นหน้าอกรับความเสียวซ่านนี้ ผมยกมือขยุ้มผมเขากดลงเบาๆเพราะมันสร้างผมเสียวซ่านให้ผมจนผมพอใจ 

 

“ซี๊ดดด อ้ะ มันเสียว” ผมครางไม่หยุดเมื่อเสี่ยน้อยสลับมาดูดดึงยอดอกอีกข้างสลับไปมาอยู่แบบนั้นจนมันเปียกชุ่ม มือหนาก็ยังทำหน้าที่ได้ดีจนผมเกือบจะเสร็จ 

 

“อื้ออ เสี่ยเข้ามาเลย ผมยังไม่อยากเสร็จตอนนี้” ผมรีบร้องขอ เมื่อเขาจะทำให้ผมเสร็จ เสี่ยน้อยยิ้มล้อผมแต่ก็ยอมเปิดเจลหล่อลื่นมาป้ายตรงช่องทางด้านหลังให้ผม ผมอ้าขาออกเองโดยที่เขาไม่ได้บอก อายก็อายแต่จะทำไงได้ผมก็ต้องการเขา 

 

“ขอทำให้มึงชินก่อนนะ” 

 

“ผมไม่ได้รีบสักหน่อย” 

 

“หรอ นึกว่ารีบ” 

 

“เสี่ย! อื้อออออ!” ผมกัดปากไว้แน่นเมื่อเขาสอดนิ้วเข้ามาโดยไม่ได้ผมตั้งตัว น้ำตาผมเล็ดเมื่อนิ้วแรกเข้ามาแล้วขยับเข้าออกทันทีจนเสี่ยน้อยต้องเล่นกับยอดอกผมอีกครั้งเพื่อเบนความสนใจ 

 

ปั่บ ปั่บ ปั่บ 

 

เสี่ยน้อยสอดนิ้วที่สองเข้ามาเขาก็ขยับเร็วมากจนผมจะหนีบขาหนีแต่ร่างสูงก็แทรกตัวเองเข้ามาระหว่างขาผม ทำให้ผมต้องพาดขาลงบนไหล่เขาทั้งสองข้าง จากความเจ็บก็กลายเป็นความเสียวที่คุ้นเคยจนผมหอบครางเสียงอ่อนเสี่ยน้อยถึงได้ถอดกางเกงตัวเอง ผมหน้าแดงเมื่อเห็นแท่งร้อนของเขาที่แข็งขื่นพร้อมรบแบบนั้น 

 

“จะเข้าไปแล้วนะ” 

 

“เบาๆนะเสี่ย” ผมเตือนแต่เหมือนจะไม่ได้ผลหรอก ร่างสูงชโลมเจลหล่อลื่นใส่แกนกายใหญ่ก่อนจะจ่อที่ช่องทางคับแคบของผม เขาจ่อพร้อมถูไถไปมาจนผมมองหน้าเสี่ยน้อยอย่างขัดใจ 

 

“อย่าแกล้งได้มั้ย อื้ออ” ไม่ทันที่ผมจะได้ว่าเขา มือหนาก็ขยับรูดรั้งแกนกายผมอีกครั้งคราวนี้มันมีเจลหล่อลื่นทำให้ผมเสียวมากกว่าเดิม  

 

“อื้อออ อ๊า เสี่ยเข้ามาสักทีผมจะเสร็จ” ผมเริ่มจะหัวเสีย 

 

“หึหึ บอกแล้วว่ามึงต้องร้องขอกู” 

 

“คนบ้า!” ผมไม่รู้จะด่าเขายังไงแล้ว 

 

“หึหึหึ” 

 

สวบ! 

 

“โอ้ย อื้อออออออ!” ผมร้องเจ็บเมื่อแกนกายใหญ่สอดเข้ามาได้แค่เล็กน้อยความเจ็มันก็แล่นขึ้นสู่สมองเพราะมันใหย่กว่านิ้วมาก  

 

“โทษที” เสียงเข้มพูดปลอก่อนจะจูบผมเพื่อเบนความสนใจอีกครั้ง ผมอ่อนระทวยใต้ร่างเขาเมื่อเจอจูบที่ร้อนแรงเสี่ยน้อยได้โอกาสสอดแทรกแกนกายเข้ามาจนสุด 

 

สวบ! 

 

เฮือก 

ผมกัดปากสะดุ้งสุดตัวกอดร่างสูงไว้แน่น จิกนิ้วลงบนแผ่นหลังกว้างนั้นเพื่อระบายความเจ็บ เสี่ยน้อยครางแผ่วด้วยความพอใจก่อนจะเริ่มขยับโดยที่เขายังกอดผมไว้ 

 

“อ้ะ อ้ะ เบา ผมบอกให้เบา อ๊า” ความเสียวซ่านที่พุ่งเข้ามาในร่างกายผมทำให้ผมครางเสียงน่าอาย เสี่ยน้อยจัดให้ผมนอนราบดีๆ จับขาเล็กพาดบ่าทั้งสองข้างก่อนจะขยับสะโพกกระแทกระรัวจนตัวผมสั่นคลอนขึ้นลง 

 

“เสียวมั้ย” เสี่ยน้อยถามผมด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่มากจนผมหน้าร้อน ผมพยักหน้ารับก่อนจะกัดปากกลั้นเสียงครางน่าอายอีกอย่างนี่เป็นที่บ้านด้วยผมเกรงใจคนอื่นดูเหมือนเสี่ยเขาก็จะรู้ถึงได้ไม่บังคับผมให้ครางออกมา 

 

พั่บ พั่บ พั่บ 

เสียงเนื้อกระทบเนื้อยังดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าเสี่ยน้อยจะเสร็จเลย ตัวผมถูกพลิกให้นอนคว่ำก่อนจะถูกรั้งสะโพกให้เกยขึ้นเล็กน้อย แกนกายใหญ่สอดแทรกเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับขยับสะโพกระรัว กระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างรุนแรงจนผมเสียวพร้อมจะปลดปล่อย ผมถึงได้หันหน้าไปรับจูบร่างสูงที่คร่อมผมจากทางด้านหลัง  

 

“อื้อ อื้อ อ๊า ผมจะเสร็จแล้ว” ผมครางเสียงเบา มองเขาด้วยสายตาที่มีแต่แรงอารมณ์ เสี่ยน้อยสอดมือขยับรูดแกนกายให้ผมทันทีก่อนที่ผมจะเกร็งปลดปล่อยออกมาเมื่อโดนกระตุ้นทั้งด้านหน้าแบะด้านหลังแบบนี้  

 

“อื้อออออออออ!” สมองผมขาวโพลนเมื่อได้ปลดปล่อยออกมาหลังจากที่ไม่ได้ปลดปล่อยมานานมาก มันเยอะมากจนล้นมือของเสี่ยเขาที่หวังจะรับน้ำให้ผม แต่สุดท้ายมันก็เลอะที่นอน  

 

“มันเปื้อน อื้อออ” 

 

“ช่างมัน” เสี่ยน้อยไม่สนใจเขาใช้มือข้างเดิมขยับแกนกายให้ผมอีกครั้งพร้อมกระแทกสะโพกเข้ามาไม่ยั้งจนผมร้องด้วยความเสียว เขาหิวโหยอย่างดุดัน มันรุนแรงกว่าทุกครั้งที่เราเคยมีเซ็กส์ซึ่งผมไม่ปฏิเสธเลยว่าชอบมัน เสี่ยน้อยเหมือนจะรู้เขาถึงได้ผ่อนแรงลงทำเบาสลับแรงๆอยู่แบบนั้นจนผมดิ้นพล่านด้วยความเสียว ร่างสูงจับผมให้นอนหงายอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่พูดอะไรสอดแทรกเข้ามากระแทกถี่รัวจนผมน้ำตาซึมเมื่อผมเริ่มเจ็บ 

 

“อ้ะ อ้ะ มันเจ็บ อื้ออออ” 

 

“จะเสร็จแล้ว” 

 

“อ๊าาาา!” 

 

สวบ สวบ สวบ 

 

“อืมมมมม”  ร่างสูงครางด้วยความพอใจเมื่อปลดปล่อยเข้ามาในตัวผมจนผมรู้สึกได้ว่ามันกำลังไหลย้อนกลับ สะโพกหนาขยับกระแทกเน้นๆสามทีจนผมต้องกัดปากไว้เพ่อกลั้นเสียง น้ำตาผมไหลเมื่อผมมีอาการเจ็บช่างทางด้านหลัง  

 

ฟุบ 

เสี่ยน้อยถอดแกนกายออกไปก่อนจะรีบช้อนตัวผมที่กำลังร้องไห้เพราะกำลังช็อค เขาพาผมเข้าห้องน้ำอย่างรอดเร็วก่อนจะทำความสะอาดให้ผม  

 

“ฮือออ” ผมร้องไห้ออกมาจริงๆเมื่อยืนไม่อยู่และเมื่อมองน้ำที่ไหลตามขาตัวเองก็พบเลือดที่ปนออกมาด้วย  

 

“เจ็บมั้ย” 

 

“ถามมาได้ ฮึก บอกให้เบาๆก็ไม่เบาเลย” ผมว่าเขาไปร้องไห้ไป เสี่ยน้อยหน้าเครียดเมื่อเขาเห็นเลือดผม ผมได้แต่ฝืนตัวเองยืนเพราะนั่งไม่ได้ เสี่ยน้อยทำความสะอาดให้ทั้งผมและก็เขาเสร็จก็รีบไปจัดการกับที่นอน ผมรอไม่นานเสี่ยก็อุ้มผมกลับไปที่เตียงก่อนจะวางผมลงบนเตียงอย่างเบามือ 

 

“กูน่าจะซื้อถุงมาด้วย” 

 

“…....” ผมเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไร ผมเจ็บนี่ 

 

“ขอโทษ” เสี่ยน้อยพูดพร้อมกดจูบที่ขมับผมเพื่อขอโทษ ผมพยักหน้ารับเบาๆ มองหน้าเขาด้วยสายตาสั่นๆ 

 

“เดี๋ยวก็ชินเองแหละ” 

 

“เสี่ย!”  

ยังจะเล่นอีก! 

.. 

.. 

. 

 

เช้าผมลุกไปทานข้าวข้างล่างไม่ไหวเสี่ยน้อยถึงได้ยกข้าวต้มมาให้ผมกินถึงที่นอนพร้อมไม่ให้ใครเข้ามาเยี่ยม ผมได้กินยาเข้าไปก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังระบมช่วงล่างอยู่เดินเร็วไม่ถนัด 

 

“แบบนี้จะไปเที่ยวได้มั้ย” เสี่ยน้อยเปิดประเด็น ผมหน้ายุ่งทันที 

 

“ไปเหมือนเดิม เดี๋ยวก็หาย” 

 

“แต่พรุ่งนี้ก็ไปแล้วนะ แถมนั่งรถนานอีกด้วย” เสี่ยน้อยห่วงผมมาก ผมส่ายหน้าไปมา 

 

“ไปก็คือไปครับ” 

 

“ตามใจ” 

 

“อยากลงไปเล่นข้างล่าง” 

 

“ยังจะซ่าอีก” ผมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เสี่ยน้อยส่ายหน้าหน่ายๆแต่ก็ยอมอุ้มผมลงไปนั่งเล่นที่สวนข้างบ้าน ซึ่งมีน้ำพุที่คุณหญิงแม่ทำใหม่ด้วย เหมือนวันนี้จะโชคดีที่ท่านไม่อยู่ออกไปหาเพื่อนสมาคมคนรวยนั่นแหละ ผมเลยให้เสี่ยน้อยจัดที่นอนปิกนิคให้ผมซะเลย บรรยากาศก็ไม่ร้อนเกินไปด้วย กิ่งทำหน้าตื่นตกใจที่เห็นเสี่ยน้อยอุ้มผมลงมาจากชั้นบน ผมหน้าเห่อร้อนเพราะอายเด็ก 

 

“คุณชามเป็นอะไรหรอครับ ให้ผมเรียกรถพยาบาลมั้ยครับ” 

 

“ไม่ต้อง” เสี่ยน้อยตอบเสียงเรียบ กิ่งก็ชะงักไปทันที 

 

“เตรียมของที่บอกรึยัง” 

 

“ครับ” กิ่งตอบอย่างนอบน้อม เสี่ยน้อยก็พาผมมาที่สวนข้างบ้านที่มีปิกนิคเตรียมไว้ก่อนหน้าแล้ว ร่างสูงวางผมลงอย่างเบามือ ผมอมยิ้มด้วยความดีใจที่เห็นเขาดูแลผมดีขนาดนี้ 

 

“จะกินอะไรมั้ย” 

 

“จะว่าไปผมก็อยากกินผลไม้เหมือนกัน”  

 

“เดี๋ยวไปเอามาให้” 

 

“ขอบคุณครับ” เสี่ยน้อยยิ้มรับก็เดินหายเข้าไปในบ้าน ผมหยิบไอแพดขึ้นมาเล่นรอเขาดีนะเบาะนั่งมันนุ่มมากไม่งั้นผมระบมหนักกว่าเดิม สักพักเสี่ยน้อยก็ออกมาพร้อมถาดผลไม้ที่ผมชอบ ผมยิ้มก่อนจะรีบกินเมื่อผลไม้วางอยู่ตรงหน้า 

 

“ค่อยๆ” ร่างสูงดุผม แต่แม่งผมกลับยิ้มแก้มปริ 

 

…มีความสุขจัง 

.. 

.. 

. 

จนกระทั่งถึงวันที่ผมกับเสี่ยน้อยถึงเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดทีได้นัดหมายกันไว้ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยเสี่ยน้อยเขาอาสาทำให้ผมทุกอย่าง ผมจะช่วยถือของขึ้นรถเขาก็ไม่ยอม ให้ผมนั่งรอในรถเงียบๆจนเราออกเดินทางกัน ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงเราก็มาถึงสถานที่เที่ยวยอดฮิตของจัวหวัดกาญจนบุรี ผมถือแค่กล้องถ่ายรูปกับกระเป๋าตังค์แค่นั้น ดีนะที่เราเอาเสื้อผ้ามาแค่กระเป๋าเดียว แต่ก็ใบใหญ่สุดๆ เราเดินไปติดต่อล็อบบี้เพื่อขอกุญแจห้องพักแล้วตรงไปยังห้องพักที่เป็นแพริมแม่น้ำ เราได้ห้องแรกซึ่งมันก็ค่อนข้างส่วนตัวแต่กฎเขาบอกห้องไม่เก็บเสียง แล้วห้ามใช้เสียงตอนหลังสี่ทุ่มด้วย ผมพอจะเดินได้ละไม่ได้ติดขัดมากแต่เสี่ยก็ทำท่าเป็นห่วงผมเว่อร์วังอยู่ดี 

 

“ถ่ายรูปให้ผมหน่อย” ผมอ้อนร่างสูง เสี่ยน้อยก็พยักหน้ารับ เราเดินออกไปนอกห้องพักเพื่อถ่ายรูปกับวิว  

 

“เขาจะพาเราไปเล่นน้ำกี่โมงครับ” ผมถามเสี่ยน้อยพร้อมกดดูรูปตัวเองในกล้อง  

 

“สี่โมงเย็นล่ะมั้ง ไปเดินดูรอบๆก่อนมั้ยล่ะ” 

 

“ไม่เอาหรอก รอเล่นน้ำดีกว่า” 

 

“เดี๋ยวจะบ่นว่ามาไม่คุ้ม” เสี่ยน้อยรู้ทันผมอีกละ ผมไม่สนใจใช้ให้เขาถ่ายรูปให้อีก นักท่องเที่ยวก็เริ่มถยอยเข้ามากันเยอะละ จนมันแทบจะไม่มีมุมถ่ายภาพดีๆเลย ติดผู้คนตลอด ผมไม่สนใจยกกล้องหวังจะถ่ายรูปเสี่ยน้อยแต่พอเห้นสีหน้าหงุดหงิดของเสี่ยที่แสดงออกชัดเจนก็ทำให้ผมงงทันที 

 

“เสี่ยเป็นไร” 

 

“ป่าว” 

 

“ทำหน้ายุ่ง” ผมพูดต่อ ไม่สนว่าเขาจะปิดอะไรไว้ ผมหรี่ตามองหน้าเขาถ้าไม่ยอมบอกจะผมจะโกรธเลยคอยดู 

 

“จะถ่ายรูปไม่ไช่รึไงงั้นก็ถ่ายรูปคู่เลยงั้นน่ะ” 

 

“จริงหรอ เดี๋ยวผมไปหาคนมาถ่ายให้นะ” ผมพูดด้วยความตื่นเต้น เสี่ยเขาชอบเรื่องแบบนี้ซะเมื่อไหร่ล่ะ มีโอกาสผมก็ต้องคว้า ผมหันซ้ายขวาหาคนที่กำลังว่างก็ต้องสะดุดตากับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งซึ่งเขาเองก็กำลังมองผมอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมยืนอยู่ ผมเลยตัดสินใจเดินไปขอเขาให้มาถ่ายรูปให้ เขายิ้มให้ผมเมื่อรู้ว่าผมกำลังเดินเข้าไปหา 

 

“ช่วยถ่ายรูปให้เราหน่อยได้มั้ยครับ” 

 

“ได้สิครับ” 

 

“ขอบคุณครับ เอามุมนั้นนะ” ผมพูดอย่างเป็นกันเอง ไม่รู้อายุเท่ากันรึเปล่าแต่อย่างน้อยเขาก็ดูเป็นมิตรแหละ 

 

“ได้ครับ ว่าแต่มากับพี่ชายหรอครับ” 

 

“เอ่อ ไม่ใช่หรอกครับ” 

 

“ถ่ายได้รึยัง” เสี่ยน้อยส่งเสียงเรียกเรา ทำให้ผมไม่ทันได้อธิบายอะไรเลยต้องเดินเข้าไปยังจุดเดิมเพื่อถ่ายรูปคู่กับเสี่ย ผมทำท่าจะกอดแขนเสี่ยแต่แขนหนากลับตวัดกอดเอวผมไว้แน่นทำให้เรายืนชิดกันจนแทบจะรวมร่าง ผมหน้าเหวอเพราะไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายคนนั้นเองก็ดูเหวอแต่ก็ต้องยกกล้องมาถ่ายรูปให้เราเพราะเสี่ยทำสีหน้าไม่รับแขกสุดๆ ผมเองก็ต้องรีบตั้งสติ 

 

“พร้อมนะครับ 3….2….1…”  

 

แชะ! 

ผมฉีกยิ้มกว้างก่อนจะยืนตัวแข็งเมื่อจู่ๆเสี่ยเขาก็ก้มลงมาหอมแก้มผมแบบไม่ทันตั้งตัว หน้าผมร้อนฉ่าเมื่อเจอสายตาของคนรอบข้างรวมถึงคนที่กำลังถ่ายรูปให้เรา เขาดูตกใจไม่ต่างจากผมหรอก 

 

“บอกมันไปดิว่าเป็นผัวไม่ใช่พี่” เสี่ยน้อยกระซิบข้างหูผมให้เราได้ยินกันแค่สองคน  

 

************** loading 50 per. ****************** 

 

“จะบ้าหรอเสี่ย” ผมอ้ำอึ้งไม่กล้าสบตากับผู้ชายคนนั้นจนต้องรีบเดินไปขอกล้องคืน ผู้ชายคนนั้นก็ดูตกใจไม่น้อยเหมือนกันที่เห็นฉากเมื่อกี้

 

“ขอบคุณนะครับ” ผมพูดบอกพร้อมยิ้มแหย่ๆ

 

“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ” เหมือนเขาเองก็รู้ตัวถึงได้รีบเดินออกไปจากเราสองคนอย่างรวดเร็ว บางคนที่มองเราก็เลิกมองไปแล้วแต่ผมก็ยังเขินอยู่ดี

 

“หึงผมหรอ” ผมถามตรงๆไม่อ้อมค้อม

 

“อืม”

 

“ไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ก็ได้ แต่รูปก็น่ารักดี” ผมพูดไปยิ้มไปเมื่อเห็นรูปในกล้อง จังหวะที่ร่างสูงหอมแก้มผมพอดี ผมก็กำลังยิ้มอยู่ด้วยดูเป็นธรรมชาติมาก ดีนะหน้าผมไม่เหวอ

 

“เสี่ยดูมั้ย”

 

“ไม่ล่ะ ไปหาไรกินกัน” ผมพยักหน้ารับยิ้มๆ เขาไม่ดูก็ไม่เป็นไรยังไงก็จะได้เห็นอยู่ดีเพราะผมจะเอาไปอัดกรอบไว้ คึคึ

 

เราสองคนเดินถ่ายรูปบริเวณรอบๆรอจนถึงเวลาที่ต้องได้ขึ้นแพแล้วก็ออกเดินทางไปเล่นน้ำ ผมรับเสื้อชูชีพมาใส่ เสี่ยน้อยก็ใส่ ตอนนี้นักท่องเที่ยวเตรียมตัวกันพร้อมพี่ๆเขาก็พาเราไปเล่นน้ำบริเวณที่จัดให้ ผมสูดอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอดอย่างสดชื่น ตลอดระยะเวลาสองปีผมไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย พอได้มาแล้วมันก็อดจะตื่นตาตื่นใจกับวิวรอบข้างไม่ได้

“ผมอยากมาเที่ยวที่นี่ทุกวันเลย” ผมหันไปมองเสี่ยน้อยที่ยืนข้างผม

 

“ไว้มีโอกาสค่อยมาอีก”

 

“พามาด้วยล่ะ” ร่างสูงพยักหน้ารับผมก็ไม่ได้พูดอะไรอีกมัวแต่ถ่ายรูปนั่นแหละ จนมาถึงที่เขาปล่อยให้เล่นน้ำผมก็ยื่นกล้องให้เสี่ยน้อยไว้ก่อนจะทำหน้ายุ่งๆ

 

“เป็นอะไร” ร่างสูงถามพร้อมรับกล้องไปถือไว้

 

“เสี่ยเฝ้าของเราก็ไม่ได้เล่นด้วยกันอ่ะดิ”

 

“ก็เดี๋ยวนั่งห้อยขาก็ได้ มึงก็เล่นอยู่ใกล้ๆอยู่เนี่ยแหละ”

 

“มันจะสนุกรึไง”

 

“ก็ลองดู แต่ให้อยู่ในสายตานะ”

 

“ก็ได้” ผมตอบรับก็ลงไปเล่นน้ำเหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ บางคนก็กระโดดซะแรง บางคนก็ว่ายไปไกล ผมแอบเหล่เสี่ยน้อยเขากำลังแอบถ่ายรูปผม ผมเลยหันไปแลบลิ้นใส่กล้องกวนเขา

 

“น่ารักดี”

 

ซ่า

หน้าผมเห่อร้อน อยู่ดีๆก็ชมอะไรของเขาวะเนี่ยยย โอ้ยยย เขิน

 

ผมเล่นน้ำจนพอใจเสี่ยน้อยก็นั่งเฝ้าผมไม่ไปไหนจริงๆ ไม่ลงเล่นน้ำด้วย จนถึงเวลากลับเราสองคนก็พากันไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่รอไปทานข้าวเย็นพร้อมกับคนอื่นๆ

“เสี่ยเอาเบียร์มั้ย” ผมถาม เราซื้อติดรถมาด้วยเพราะที่นี่เขาไม่ขาย

 

“อืม เดี๋ยวเอาไปกินนู่นเลยละกัน”

 

“ผมดื่มด้วยได้ป่ะ”

 

“เอาสิ แต่แก้วเดียว”

 

“โถ่ กะจะดื่มด่ำกับบรรยากาศซักหน่อย อากาศยามดึกกับเบียร์เย็นๆ” ผมพูดไปทำหน้าฟินไป บอกเลยว่าที่นี่อากาศเขาดีมากจริงๆ ดีจนผมอยากมีบ้านตั้งอยู่ที่นี่ซักหลัง เสี่ยน้อยพยักหน้ารับไม่ได้ปฏิเสธอะไร

 

“ผมส่งรูปไปอวดไอ้ฟิกดีกว่าเผื่อมันอยากมา” ผมพูดไปเดินไป จนเรามาถึงสถานที่ใช้รับประทานอาหาร เป็นแบบบุฟเฟ่ให้ตักเอง ผมก็นั่งรออย่างเดียวเพราะเสี่ยน้อยเขาชอบจัดแจงอาหารการกินให้ผมอยู่ละ

 

“เอามาเยอะจัง” ผมมองข้าวที่วางอยู่ตรงหน้าผม มีกับข้าวอีกสามอย่าง เยอะมากผมทานไม่หมดแน่

 

“จะได้อ้วนๆ”

 

“น้ำหนักผมก็กำลังขึ้นอยู่นี่ไง”

 

“ผอมขนาดนี้ยังจะบอกว่าน้ำหนักขึ้นอีก”

 

“ขึ้นจริงๆ”

 

“ไม่เถียง กินไปไม่หมดเดี๋ยวกินเอง”

 

“เสี่ยนั่นแหละจะอ้วนแทนผม” ผมยิ้มขำให้เขา เสี่ยน้อยส่ายหน้าหน่ายๆกับความเอาแต่ใจของผม แต่เขาก็ขัดอะไรผมไม่ได้หรอก และผมก็ทานไม่หมดจริงๆแต่พยายามทานให้ได้มากที่สุด ที่เหลือเสี่ยเขาจัดการกินเองหมด อาหารก็อร่อยถูกปากและตบท้ายด้วยเบียร์เย็นๆคนละแก้ว เรานั่งดื่มแอลกอฮอลกันสองคน มีนักท่องเที่ยวนั่งจับกลุ่มกันแค่ไม่กี่กลุ่มเท่านั้น รอบข้างมีแสงไฟพอสลัวๆ เสียงจิ้งหรีดตอนกลางคืนด้วยฟินจนไม่รู้จะบรรยายยังไง

 

“หนาวมั้ย” เสี่ยน้อยถามผมด้วยความเป็นห่วง ผมส่ายหน้ายิ้มๆ

 

“ไม่หนาวครับ เสี่ยหนาวมั้ย”

 

“ไม่”

 

“แน่ล่ะ เสี่ยเป็นคนอบอุ่นนี่นา”

 

“เกี่ยวอะไรวะ” เสี่ยน้อยถามเหมือนไม่เข้าใจแต่ปากก็ยิ้มกว้างเชียว

 

“เขินอ่ะดิ” ผมแซว เสี่ยน้อยหลุดหัวเราะออกมา

 

“มุกปัญญาอ่อนใครจะเขิน”

 

“แหม ปากว่าปาวๆ แต่ก็ยังยิ้มอยู่ได้ คนปากแข็ง”

 

“อย่างอื่นก็แข็ง”

 

“เสี่ย” ผมเรียกเขาอย่างเหลืออด เราวกเข้ามาเรื่องใต้สะดือได้ไงเนี่ย แถมสายตาเจ้าเล่ห์นั่นอีก

 

“เขินอ่ะดิ”

เหมือนผมโดนเอาคืนเลยว่ะ =_=

 

ดื่มไปดื่มมาผมก็เริ่มมึนขนาดดื่มไม่เยอะนะเนี่ยต่างกับเสี่ยลิบลับไม่ได้ถึงครึ่งท้องเขาเลย เราย้ายกลับเข้าห้องพักเมื่อถึงเวลาตามที่ทางรีสอร์ทกำหนด ผมทำท่าจะนอนแต่ก็ถูกเสี่ยน้อยดึงรั้งไว้

“อะไรเสี่ย”

 

“แปรงฟันก่อน”

 

“เออลืม” ผมนึกได้ก็รีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อแปรงฟัน แต่ก็ต้องชะงักมือที่กำลังบีบยาสีฟันเงยหน้ามองคนที่สะท้อนในกระจกเป็นเสี่ยน้อยที่กำลังยืนช้อนด้านหลังผม

 

“แปรงทีละคนก็ได้ ห้องน้ำมันแคบ” ผมบ่น ตัวก็ใหญ่ยังจะมาเบียด

 

“ก็อยากแปรงด้วย” เสี่ยน้อยพูดไม่พอยังหยิบแปรงกับยาสีฟันไปใช้หน้าตาเฉย ผมเบะปากใส่เขาอย่างหมั่นไส้แต่ก็ยอมแปรงฟันต่อ

 

“กลับไปเราจะทำอะไรดีอ่ะ” ผมถามทั้งๆที่แปรงฟันอยู่เนี่ยแหละ

 

“อยากทำไรล่ะ”

 

“อยากนอนกอดเสี่ยทั้งวันทั้งคืน” ผมอ้อน เสี่ยน้อยยกยิ้มแต่ก็แปรงฟันเฉยๆ

 

“ได้ป่ะ” ผมยังไม่เลิกเซ้าซี้

 

“เดี๋ยวคืนนี้มึงไม่ได้นอน”

 

“แฮะๆ” ผมเลิกอ้อนทันที ไม่เอานะเว้ยที่นี่เขาห้ามใช้เสียงตอนดึกๆ เสี่ยเขาก็เกรงใจแหละถึงไม่กล้าทำอะไรผม เราแปรงฟันด้วยกันเสร็จก็ย้ายไปนอนกอดกันบนเตียงพร้อมดูรูปที่ถ่ายวันนี้ในกล้อง

 

“มีรูปน่าอัพเยอะแยะเลยแฮะ” เสี่ยน้อยถ่ายมีแต่รูปสวยๆ ผมเองก็อยากอัพลงเฟสบุ๊คด้วย

 

“ก็อัพดิ”

 

“รอกลับไปอัพที่บ้านดีกว่า”

 

“อืม”

 

“พรุ่งนี้เราออกกี่โมงอ่ะ” ผมเปลี่ยนเรื่อง จะได้เลือกเวลานอนถูก

 

“ก็เช้า กูไม่อยากออกสาย”

 

“ผมก็อยากตื่นสายมั่ง”

 

“นอนเร็วๆ ตื่นเช้าๆดีจะตายไป” น้ำเสียงเสี่ยมีความดุอยู่หน่อยๆ ผมพยักหน้ารับรัวๆประชดเขา จนมือหนาต้องยกขึ้นมายึหัวผมแรงๆ

 

“หาหนังดูกัน” ผมเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง เสี่ยน้อยก็ยอม เราดูหนังจบก็พากันนอนเพราะรอบห้องพักเงียบมากถ้าเกิดเรายังพูดคุยกันอยู่อาจจะได้ยินไปทั่วรีสอร์ทเลยก็ได้ นอนฟังเสียงของธรรมชาติคือการพักผ่อนที่ดีมากๆสำหรับผม เสี่ยน้อยเขาก็ดูมความสุขนะคงเพราะอยู่กับผมด้วยแหละ (?)

.

.

 

เช้าเราตื่นกันตั้งแต่เช้าเพราะเสี่ยเขาไม่ชอบตื่นสายผมเองก็ต้องตื่นเช้าด้วย เราเก็บของกันเสร็จก็ออกเดินทางกลับบ้านกัน เพื่อเก็บของย้ายเข้าคอนโดใหม่ซึ่งของของผมไม่ได้มีอะไรเยอะแยะเลยของเสี่ยน้อยก็เช่นกัน

“ไปกินหมูทะกันมั้ยเสี่ย” ผมพูดชวน ตอนนี้เราอยู่บนรถกันแล้ว

 

“ที่ไหน”

 

“อยากลองแบบไม่ใช่ร้านหรูๆอ่ะ”

 

“มันร้อน” เสี่ยน้อยบ่น ผมกรอกตาใส่เขาทันที คุณชายเกิ้น

 

“ก็ลองดูไง น่าจะอร่อยกว่ากันเยอะไม่แพงมากด้วย”

 

“ขอคิดดูก่อนแล้วงั้น”

 

“ไหนบอกจะตามใจไงเล่า” ผมเริ่มงอแง ก็ผมอยากกินร้านธรรมดากับเสี่ยเขาบ้าง เสี่ยน้อยเหมือนจะจำใจตกลงแต่ช่วยไม่ได้เพราะเขาเป็นรองผมอยู่นะ ต้องตามใจผมสิ

 

“จะกินตอนไหน”

 

“ร้านเปิดเย็นอ่ะ เดี๋ยวผมลองชวนพวกไอ้ฟิกด้วย” เสี่ยน้อยพยักหน้ารับ เราก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น ไม่อยากแวะเที่ยวแล้วช่วงล่างผมไม่ค่อยดี ตอนนั่งบนรถเนี่ยแหละทรมาน เสี่ยน้อยเลยต้องพารีบกลับบ้าน ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงบ้าน กิ่งเองก็รีบวิ่งมาขนของลงจากรถ

 

“กิ่ง วันนี้ไปกินหมูกระทะกับพี่มั้ย เดี๋ยวเลี้ยง” ผมชวนยิ้มๆ กิ่งทำสีหน้าลำบากใจมองไปที่เสี่ยน้อยด้วยสายตาเกรงๆ

 

“เอ่อ ให้ผมไปด้วยจะดีหรอครับ”

 

“ดีสิ กินด้วยกันหลายคนก็ยิ่งอร่อย”

 

“เชื่ออะไรไม่เข้าเรื่อง” เสี่ยน้อยได้ทีก็แขวะผม ผมมองเขาตาขวาง ร่างสูงก็เดินเลี่ยงเข้าบ้านทิ้งให้ผมอยู่กับกิ่งสองคน

 

“สรุปจะไปมั้ย”

 

“ไปครับ” กิ่งตอบด้วยความดีใจ คงกลัวเสี่ยเมื่อกี้ถึงไม่ทำท่าดีใจแบบนี้ ผมยิ้มเอ็นดูก่อนจะเดินเข้าบ้านตามเสี่ยน้อยไป

 

เมื่อได้เวลาที่เราจะต้องไปร้านหมูกระทะกัน ผมโทรชวนไอ้ฟิกแล้วมันยังไม่เลิกงานก็เลยอด เราเลยไปกันสามคน กิ่งดูตื่นเต้นมากเหมือนยังไม่เคยมีใครพาออกไปไหนตั้งแต่มาอยู่ที่นี่งั้นแหละ

“พี่บอกเลยนะว่าร้านนี้อร่อย”

 

“เคยไปกินแล้วหรอ” เสี่ยน้อยพูดแทรกผมขึ้นมา ผมเบะปากใส่เขาทันที

 

“ไม่เคย แต่ดูรีวิวมา”

 

“เชื่อของแบบนี้อีกแล้ว ถ้าไม่อร่อยแล้วตักมากินไม่หมดนะจะบังคับให้กินให้หมด”

 

“บังคับผมไม่ได้หรอก” ผมพูดอย่างท้าทาย เสี่ยน้อยยิ้มมุมปากเยาะๆ เหมือนผมยังไม่เคยเจอของจริงอะไรแบบนั้น แต่ผมไม่กลัวตอนนี้เขาเป็นรองผมอยู่

 

“คอยดู”

 

“อะไรก็ไม่รู้ขัดขวางจัง” ผมบ่น ไม่คุยกับเขาละ มือหนายกขึ้นมายีหัวผมด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ ผมพยายามหลบแต่แรงเสี่ยแม่งเยอะ ทุกการกระทำของเราอยู่ในสายตากิ่งหมด ผมเองก็ลืมมันไปเลยมัวแต่เถียงกับเสี่ยน้อย จนเรามาถึงร้านคนแน่นมากจนเราต้องนั่งด้านนอกที่มันล้นออกมา แน่นอนว่าคุณชายเขาทำสีหน้าไม่พอใจแล้ว อากาศก็ร้อนแล้วก็ยังมากินของร้อน

 

“กิ่งไปตักของกับพี่กัน ทั้งร้านเรากินได้หมดเลย”

 

“ครับ” กิ่งตอบรับผมก็ลากน้องมันไปตักของกิน แต่ก็ต้องได้รอคิวแต่ละอย่างเพราะคนเยอะเดินสวนกันยั้วเยี้ย อย่างว่าแหละมันเป็นร้านดังนี่นา

 

“คนเยอะจังครับ”

 

“คนเยอะก็แสดงว่าอร่อย ป่ะเอาไปที่โต๊ะแล้วมาตักใหม่กัน”

 

“ได้ครับ”

 

เราสองคนได้ของกินก็กลับมาที่โต๊ะ เตาก็พร้อมแล้วผมเลยจัดแจงให้เสี่ยเขาจัดการ คราวนี้ผมได้บริการเขาก็ผมบังคับเขามา ดีที่ใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้น ไม่งั้นเสี่ยน้อยอารมณ์เสียกว่านี้อีก

“เสี่ยอยากลองไปตักมั้ย”

 

“ไม่ล่ะ กินที่ตักมาให้หมดก่อน”

 

“งั้นก็เอาย่างเลย” ผมพูดบอกยิ้มๆ เราสามคนเลยจัดการคีบหมูขึ้นย่าง เอาผักกับพวกลูกชิ้นลงลวก ส่วนเตาซีฟู๊ดก็เอากุ้งกับปูขึ้นย่าง สักพักเนื้อก็สุกเพราะเตาเป็นเตาถ่านไฟเลยแรง

 

“หื้มมม อร่อยจังครับ” กิ่งร้องด้วยความตะลึงจนผมอดจะขำกับท่าทีน้องมันไม่ได้

 

“ขนาดนั้นเชียว”

 

“ครับ โดยเฉพาะน้ำจิ้มเลยครับ”

 

“เห็นมั้ยเสี่ยบอกแล้วว่าอร่อย อ่ะผมป้อน” ผมคีบเนื้อที่สุกแล้วจิ้มน้ำจิ้มแล้วป้อนเสี่ยน้อย ร่างสูงก็อ้าปากรับแต่โดยดี ผมมองอย่างลุ้นๆ เขาสีหน้าเรียบเฉยมากแต่ก็ยอมพยักหน้าให้ผมเบาๆ แสดงว่าอร่อยแต่ยังปากแข็งอยู่ ผมอดจะหมั่นไส้เขาไม่ได้จริงๆ

 

“เสี่ยเอาไรเพิ่มมั้ย เดี๋ยวผมตักให้”

 

“เดี๋ยวกูไปตักเอง แต่กินนี่ให้หมดก่อน”

 

“ก็ได้” ผมตอบรับเราก็ลงมือย่างแล้วก็กินไปเรื่อยๆ กุ้งปูหอยอะไรเสี่ยเขาแกะให้ผมกินหมดจนผมต้องเนียนป้อนเขาบ้างจะได้กินด้วยกัน

 

“นานๆทีมากินร้านแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเนาะเสี่ย”

 

“อืม” คำตอบของเสี่ยน้อยเปลี่ยนไปละ เมื่อรสชาติหมัดใจเสี่ยอยู่ผมยิ้มกว้างทันที ร่างสูงเลยขอตัวออกไปตักอาหารเอง ผมก็มองตามเพราะเป็นห่วงเขานั่นแหละ เคยมาร้านแบบนี้ที่ไหนล่ะ

 

“ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าคุณหนูจะมากินอาหารร้านธรรมดาได้” กิ่งเองก็ยังดูแปลกใจ ด้วยลุคไฮโซของเสี่ยเขาด้วยแหละสาวๆทั้งร้านยังมองเลย

 

“พี่บังคับมาน่ะ”

 

“เอ่อ ผมขอเสียมารยาทได้มั้ยครับ”

 

“อะไรหรอ” ผมถามด้วยความแปลกใจ มือก็คีบเนื้อกินไปด้วย

 

“คุณหนูกับคุณชามมารักกันได้ยังไงหรอครับ” คำถามซื่อๆตรงๆของกิ่งทำให้ผมยิ้มขำก่อนจะตอบไปตรงๆเช่นกัน

 

“เสี่ยเขามาจีบพี่น่ะ ตามตื้อสุดๆด้วย”

 

“มึงนั่นแหละจีบกู” เสียงเข้มดังขึ้นจากทางด้านหลังผมพร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงที่เดิม

 

เสียแผนผมหมดอุตส่าห์จะหลงตัวเองสักหน่อย =_=!

 

***************

โมเม้นกินหมูทะ -,.-

 

คิดว่าตอนหน้าก็จะจบแล้วนะคะ ยังไม่ทันได้เตรียมใจ นักอ่านรู้สึกยังไงบ้างกับภาค2 นี้บอกเค้าหน่อยน๊ามันพอจะครบรสมั้ยกับดราม่าที่เค้าเอามาฝาก แฮะๆ  

แต่จะเพิ่มตอนพิเศษทั้งหมด 3 ตอนขอสงวนไว้แค่ในเล่มคือตอนที่เสี่ยไปบ้านชามต่อจากนี้ แล้วก็วันสำคัญต่างๆนั่นเองง  

ส่วนเล่มนั้นถ้าไม่มีสำนักพิมพ์รับ ไรท์ก็อยากจะลองตีพิมพ์เองจะมีคนสนใจมั้ยน๊าาาา  

 

TBC. 

ความคิดเห็น