เจ้านิ้วดำ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อย่าทำให้มันยาก : 10

ชื่อตอน : อย่าทำให้มันยาก : 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 994

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2563 00:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อย่าทำให้มันยาก : 10
แบบอักษร

 #สีหราชโปรดอย่าทำให้มันยาก 

ตอนที่ 10

 

 

“พวกเรามาสายหรือเปล่า?” ชีวินถามขณะยืนรับลมที่พัดกระทบร่าง ในกระแสลมมีความชื้น เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามพลบค่ำ ไม่เห็นหมู่ดาวมีแต่เมฆครึ้ม

เรือข้ามฟากแล่นฝ่าคลื่นน้ำมาได้ครึ่งทางแล้ว เยื้องออกไปอีกไม่ไกลเป็นท่าเรือของห้าง เวทีใหญ่สำหรับแสดงโชว์ตลอดสามวันตั้งอยู่ริมน้ำเห็นชัดเจนมาก เขาที่ยังอยู่บนเรือได้ยินเสียงเพลง เสียงพิธีกรและเสียงผู้คนจอแจดังมาถึงตรงจุดนี้

“แค่เกือบรั้งท้าย ยังมีศิลปินชาวเกาหลีและนักแสดงจากจีนอีกกลุ่มหนึ่ง กับ...เจนิวา โรส แอนเดอร์สัน นางแบบชุดชั้นใน”

คฑาเป็นคนตอบ ชื่อหญิงสาวชาวต่างชาติคนสุดท้าย เขาค่อนข้างที่จะตอบเสียเบาอย่างระมัดระวัง เพียงแต่คนถามไม่อาจสังเกตเห็น

เรือข้ามฟากลำนี้แล่นมาจากท่าเรือของโรงแรม ซึ่งทางห้างได้ใช้เป็นสถานที่รับรองแขกวีไอพีชาวต่างชาติที่ถูกเชิญให้มาร่วมงาน ทว่าบนเรือในตอนนี้ไม่มีแขกวีไอพีคนอื่นร่วมกันข้ามฟากมา มีเพียงแค่สีหราช ชีวินและคฑา กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดสูทสีดำอีกจำนวนหนึ่ง

ชีวินได้คำตอบก็ละสายตาจากรัตติกาลครึ้มฝนเบื้องบนกลับมาพลางพยักหน้า เขาหลุดยิ้มบางพลางส่ายหน้าให้กับความคิดตัวเอง ก่อนจะเหลือบมองไปยังสุดยอดแขกวีไอพีสายธุรกิจที่นั่งไขว้ขวา บ่ากว้างคอตั้งหลังตรงผึ่งผาย ผสานฝ่ามือไว้บนตักอย่างทรงสง่า ความเป็นสุภาพบุรุษชั้นสูงและความเป็นผู้ดีอาบอวลห้อมล้อมอยู่รอบตัวของชายหนุ่มผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าเทา คิ้วเข้มพาดเฉียง รูปตาคมกริบดุเหยี่ยว จมูกโด่งสมชาติพันธุ์ ริมฝีปากบางเป็นกระจับ หากแต่มุมปากกลับตกระดับเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าโดยรวมนั้นแลดุขรึมไม่รับแขก

ใครเลยจะรู้ดีเท่าชีวินที่คลุกคลีกับคนคนนั้นในเวลานี้...

นั่นมันหมาป่าตอนสงบแต่ไม่ได้เสงี่ยมเหมือนท่าทาง

ต่อให้ยังมีแขกวีไอพีคนอื่นอยู่ที่โรงแรม ยังไงเรือข้ามฟากรอบนี้ก็มีเพียงแค่กลุ่มคนของสีหราชเท่านั้นที่จะได้โดยสารข้ามฟากอย่างสมเกียรติและเป็นส่วนตัว

ผู้ชายแสนสมบูรณ์แบบสมกับเป็นพ่อพันธุ์คนนั้นก็กำลังใช้ดวงตาจับจ้องมองนิ่งมายังเขาที่ยืนอยู่และมองสบจากตรงนี้ แม้ถูกจับได้ว่าลอบมอง ชีวินก็ยังคงไม่ละสายตา

สีหราชกระตุกยิ้มให้ ก่อนจะลุกขึ้นยืน สืบเท้าเดินเข้าไปยืนเคียงข้างว่าที่ภรรยา เมื่อเรือกำลังจะจอดเทียบท่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพร้อมเคลื่อนไหวตามแขกวีไอพีคนสำคัญของเจ้านาย

ทันทีที่เรือเทียบท่าจอดสนิท เม็ดฝนโปรยรายลงมาจากฟากฟ้าสีทึมบางเบา ต้อนรับการมาถึงของพวกเขา

คฑาหยิบร่มสีดำขึ้นคันหนึ่งส่งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อกางให้เจ้านายของเขา ส่วนเขาก็หยิบมาอีกคันเพื่อกางชีวิน

ทว่าสีหราชย่างเท้าก้าวขึ้นไปเหยียบยืนอยู่บนท่าเรือแล้วหันกลับมาพร้อมหงายฝ่ามือ เพื่อขอร่มจากมือของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

“ผมถือเอง” เขาบอกความต้องการ พลางรับร่มมาถือก่อนชวนให้อีกคนมาด้วยกัน “ไอย คุณมากับผม”

“...” ชีวินยืนมอง

มือใหญ่ข้างที่สีหราชยื่นมาหาเขานั้น เป็นมือข้างเดียวกับที่สวมแหวนแต่งงานเอาไว้

“ดูเหมือนพระเอกภาพยนตร์โรแมนติกสักเรื่องล่ะสิ” สีหราชเลิกคิ้วเดาท่าทางและสายตาของชีวินที่มีให้เขา

“ไม่ค้านนะ เพราะใช่...คุณเหมือน... ไม่คิดว่าในชีวิตจะถูกใครสักคนปฏิบัติอย่างให้เกียรติอย่างนี้ ขอบคุณครับ คุณสุภาพบุรุษ”

“จริงเหรอ อย่างนั้นผมก็เป็น...คนแรก?” สีหราชแสดงความดีใจ

ชีวินวางฝ่ามือตอบรับ อากาศค่อนข้างเย็นชื้นและมันผ่ายแพ้ให้กับไออุ่นจากฝ่ามือใหญ่ของสีหราชที่จับกุมมือของเขาเอาไว้ทันทีที่สัมผัสกัน ชีวินก้าวลงจากเรือไปยืนข้างสีหราชใต้ร่มที่กางกำบังปรอยฝน

ทั้งที่รอบข้างยังแวดล้อมไปด้วยกลุ่มคน แต่เมื่อเขาพาตัวมายืนข้างกัมลาศหนุ่มใต้ร่มคันเดียวกัน…

...มันเหมือนกับว่าที่ตรงนี้ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว นอกจากชีวินกับสีหราช

ชีวินยิ้มบางพลางบอกต่อ เขารู้สึกดีกับเหตุการณ์นี้จนอยากพูดมันออกไป “ไม่เคยมีใครกางร่มให้ผมอย่างคุณด้วย เวลาเห็นในละครผมรู้สึกเฉยๆ ไม่นึกว่าในความเป็นจริง มันก็...ดีไม่น้อย”

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องเล็กๆ ดีๆ ที่สีหราชทำให้เขา อย่างที่ไม่นึกว่าคนอย่างสีหราชจะทำให้ภรรยาตัวปลอมคนนี้

“มันพิเศษจนวิเศษไปเลยใช่ไหม? ไอย ถ้าคุณรู้สึกดีแล้วยิ้มน่ารักน่ากัดให้ผมอย่างนี้ เอาไว้วันไหนฝนตกพายุเข้า เราออกไปข้างนอกด้วยกัน ผมจะกางร่มกันฝนให้คุณเดิน”

“ให้มันเป็นไปตามโอกาส ไม่ต้องสรรหามาทำจะได้ไหม?” ชีวินส่ายหน้าไม่เห็นดีด้วย

หมดกันความโรแมนติก กลิ่นอายพระเอกแสนดีหายไปจากตัวสีหราชหมดแล้ว ความรู้สึกดีๆ ที่เหมือนจะลอยได้ก็พลอยเจือจางไปด้วย

“พร้อมไหม?” สีหราชถามพลางเหลียวใบหน้าไปมองงานฉลองเบื้องหน้า

ชีวินมองตาม แก้วตาของเขาเป็นดั่งกระจกสะท้อนเงาภาพ ในนั้นเต็มไปด้วยเงาของผู้คนและแสงสี

Mercury ทุ่มหนึ่งพันล้านบาทกับงานฉลองเปิดห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างอลังการตระการตาตลอดสามวันสามคืน จนได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดอภิมหางานอีเว้นท์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีและเป็นงานฉลองเปิดห้างที่ผู้คนให้ความสนใจอยากเข้าร่วมมากที่สุด เป็นงานที่สื่อทุกสำนักให้ความสนใจมากที่สุด

ส่วนหนึ่งนั่นเพราะในค่ำคืนแรกของงานฉลองเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่เป็นงานที่จัดขึ้นอย่างไพรเวท ให้แก่ผู้มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจ ลูกค้าวีไอพี รวมถึงผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงชื่อดังทั้งในและนอกประเทศ ซูเปอร์สตาร์ เซเลบิตี้ ดารานักแสดง นางแบบและนายแบบ นักร้องอีกมากมาย ต่างมารวมตัวกันที่ Mercury แห่งนี้ เพื่อสร้างสีสันและชื่อเสียงให้งานเปิดตัวเป็นที่เลื่องลือ พร้อมประชาชนผู้โชคดีอีกหนึ่งพันห้าร้อยคน เชิญให้ทั้งหมดมาร่วมจารึกค่ำคืนอันยิ่งใหญ่ น่ายินดีให้กับช่วงเวลาแสนพิเศษสุดประทับใจระดับประเทศนี้ไปด้วยกัน

ช่วงเวลาที่เหล่าคนดังทั้งหลายชอบที่สุด หรือแม้แต่เหล่าผู้ชมที่ให้ความสนใจ เป็นสีสันของงานอีกกิจกรรมหนึ่ง อีกทั้งสื่อมวลชนทั้งหลายมักต้องรีบจับจองจุดยืนที่ดีที่สุด คือการเดินพรมแดงของแขกรับเชิญผู้มีชื่อเสียง มาปรากฏตัวแล้วเดินเหยียบย่างเผยโฉมอยู่บนเส้นทางสีฉูดฉาดที่ขนาบข้างไปด้วยผู้คนและสื่อมวลชนคับคั่ง

ยามเมื่อแสงแฟลชสีขาวสว่างวาบสาดกระทบเหมือนห่าฝนที่ตกใส่ลงบนเรือนร่างของเหล่าสุภาพสตรีชื่อดังที่มาอวดโฉมในชุดราตรีแบรนด์ดังแสนสวย เฉิดฉายแข่งกันเป็นนกยูงรำแพน โดดเด่นเรียกความสนใจจากสื่อและผู้ชมเพื่อข่มเพื่อนร่วมวงการ หรือสุภาพบุรุษคนบันเทิงที่มาในชุดสูทแฟชั่น สีสันและการตัดเย็บไปจนถึงการแต่งกายล้วนแต่งต่างเพื่อให้โดดเด่นท่ามกลางฝูงชนและกล้องนับร้อยไม่แพ้ฝ่ายสุภาพสตรี ขณะที่สุภาพบุรุษสายธุรกิจต่างสวมใส่สูทสากลสะท้อนภาพลักษณ์ของคนทำงานอย่างสุขุม เคร่งครัดและเป็นทางการ

ทว่าพวกเขาและเธอต่างไม่มีใครล่วงรู้ว่าในค่ำคืนพิเศษภายใต้งานฉลองระดับประเทศ ความโดดเด่นแข่งกันเป็นที่สนใจและถูกให้ความสนใจอย่างมากมายในก่อนหน้าจะถูกดับลงเมื่อคนคู่หนึ่งปรากฏตัว

ท่ามกลางสายฝนโปรยราย ผู้คนหลายร้อยยังคงเนืองแน่นและจับตามองคนทั้งคู่มาใหม่...

“สีหราช...” คนที่อยู่ใกล้ท่าเรือเห็นก่อนใคร แต่ยังไม่แน่ใจ

“สีหราช กัมลาศ จริงๆ” อีกหลายคนเริ่มเห็นและยืนยัน

“สีหราชมางานนี้ด้วย!” พวกเขาและเธอป่าวร้องบอกต่อ ลุกลามไปถึงกลุ่มคนด้านใน

“ไอย ชีวินก็มา!”

“ไอย ชีวิน มากับสีหราช!”

มีคนกลุ่มหนึ่งตาดีเห็นก่อนและเมื่อรู้ว่าคนทั้งคู่นั้นต่างเป็นใครในวงสังคมของผู้มีชื่อเสียง ต่างก็ส่งเสียงฮือฮาอุทานป่าวร้องบอกต่อด้วยความตื่นเต้น ไม่ต่างจากหินก้อนหนึ่งที่ตกกระทบผิวน้ำแล้วเกิดเป็นระลอกคลื่นแผ่รัศมีเป็นวงกว้าง เพียงแค่เสี้ยวนาทีทั้งนั้น ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสื่อมวลชน ช่างกล้องและผู้คนทั่วไปและเหล่าแฟนคลับดารานักร้องทั้งหลายก็ทำตัวเป็นดั่งคลื่นบนผิวน้ำที่สะท้านสะเทือนเพียงเพราะหินก้อนหนึ่งตกใส่

ความวุ่นวายบังเกิดคล้ายจลาจลขนาดย่อมจนเหล่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของงานต้องเข้ามาควบคุม นักข่าวภาคสนามหิวกระหายข่าวมากกว่าประชาชนคนธรรมดาและเหล่าแฟนคลับดารานักร้องทั่วไป คนกลุ่มนี้จัดการให้อยู่ในความเรียบร้อยยากที่สุด พวกเขาและเธอต่างส่งเสียงเรียกร้องความสนใจ อยากได้ภาพของคนทั้งคู่และอยากสัมภาษณ์อย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ทว่าทำได้เพียงส่งเสียงและพยายามก้าวข้ามเชือกกั้นสีแดงเข้ามาในพรม ยื่นมือที่ถือไมค์แม้ตัวจะไม่สามารถก้าวข้ามเข้าไปได้

ไม่มีใครและสื่อสำนักไหนล่วงรู้ว่าพวกเขาจะปรากฏตัวที่งานฉลองแห่งนี้ ยิ่งไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนว่าทั้งสองคนจะเคียงคู่จูงมือกันมาร่วมงานและเดินอยู่บนพรมแดง โดยที่หนึ่งในสองเป็นข่าวฉาวถูกกล่าวหาเหมือนสาดโคลนใส่จนโดนสังคมประณามหยามเหยียดด้วยถ้อยคำร้ายกาจ รุนแรงเกินกว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ โดนล่าและขุดคุ้ยดูหมิ่นการดำเนินชีวิตของเขาบนเส้นทางบันเทิง ตลอดจนชีวิตส่วนตัวอย่างไร้ความอยุติธรรมเมื่อวันวานนี้เอง

และวันนี้...ไอย ชีวิน ได้ปรากฏตัวพร้อมกับสีหราช กัมลาศ

King Gam ราชาอุตสาหกรรมบันเทิง ชายชาวอังกฤษเจ้าของนัยน์ตาเฉดสีฟ้าเทาซีดคู่นั้น ชายผู้สง่างามทรงภูมิกำลังควงคู่เคียงข้างเดินอยู่บนพรมแดง ซ้ำยังกางร่มให้นักแสดงปลายแถวของวงการ ราวกับไอย ชีวิน เป็นบุคคลที่พิเศษต่อกัมลาศหนุ่มเป็นอย่างมาก

ร่มกว้างแต่กว้างไม่พอสำหรับชายสองคนที่ต้องอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน และความไม่พอนั้นเป็นสีหราชที่รับเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ใครต่อใครต่างตาไว เห็นว่าบ่ากว้างของราชาอุตสาหกรรมบันเทิงคนนั้นข้างหนึ่งกำลังรองรับหยาดฝน นั่นไม่ได้ลดความสง่างามทรงภูมิของสีหราชได้เลย

ต้องสำคัญต่อสีหราชมากแค่ไหน ถึงได้รับความสำคัญจากสีหราชมากขนาดนั้น

มากเสียจน...น่าอิจฉา...

มากเสียจน...เพ้อฝันไปชั่วครู่ชั่วคราว อยากให้เป็นตัวเองที่อยู่ใต้ร่มกับผู้ชายนัยน์ตาน้ำแข็งคนนั้น...

มากเสียจน...เต็มไปด้วยความขัดแย้ง คลางแคลง ค้านกับเนื้อหาในข่าวฉาวเมื่อวันวาน กระหายและโหยหาอยากรู้ว่าคนทั้งคู่มีความสัมพันธ์อย่างไรต่อกัน

แม้สถานะทางสังคมและในวงการบันเทิง พวกเขาทั้งคู่ต่างกันราวหนึ่งราชาผู้ครองบัลลังก์อยู่เหนือคนทั้งปวงกับข้าราชบริพารชั้นล่างจากหนึ่งในผู้คนหลายพัน แลไร้วาสนาจะข้องเกี่ยวแต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยวาสนาที่ได้เคียงข้างราชา ทว่าเมื่อเห็นคนสองคนที่ต่างซึ่งสถานะ มายืนเคียงข้างกัน ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขาทั้งคู่ช่างเหมาะสม

คนสองคนกางร่มเดินจูงมือไปบนพรมแดง โดดเด่น เจิดจ้าท่ามกลางสายฝน และได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นเหมือนน้ำหลาก

ผู้คนต่างมองด้วยความรู้สึกอิจฉา เสียงฮือฮามากมายยังคงท่วมท้น ความชุลมุนวุ่นวายยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นนักข่าวที่ช่างกล้องที่พยายามจะขอสัมภาษณ์คนทั้งคู่

มีเพียงไอย ชีวิน ที่ยิ้มแย้มให้กับทุกสรรพเสียงที่เรียกขานชื่อของเขาอย่างกึกก้อง พอกับชื่อของสีหราช กัมลาศหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำแข็งนิ่งขรึมและยิ้มบางน้อยๆ ในบางเวลาและสั้นๆ

“แหวน...ดูแหวนที่นิ้วมือของสีหราชกับไอยสิ ดูๆ!” มีคนตาดีเห็นแล้วร้องทักเสียงดัง

คนที่เหลือต่างเพ่งมองแล้วอุทานอย่างตื่นเต้น “พวกเขาสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย!”

“จริงด้วย สวมแหวนจริงๆ ด้วย!”

“แหวนแต่งงานแน่ๆ!”

“ไอย ชีวิน กับสีหราช สวมแหวนแต่งงาน!”

“ทำยังไงถึงจะได้สัมภาษณ์!?” นักข่าวร้อนรน

“ไอย ชีวิน อาจจะได้แต่สีหราชไม่น่าได้” นักข่าวอีกหลายสื่อร่วมกันออกความเห็น

“พวกเขาไม่น่าให้ใครสัมภาษณ์เลยต่างหาก แค่คนไหนเรียกแล้วพวกเขาหันมายิ้มให้ก็นับว่าโชคดีแล้ว”

“ยิ่งเข้าถึงยาก ยิ่งอยากเข้าถึง ถ้าวันนี้พวกเขาไม่ให้สัมภาษณ์กลางพรมแดง รับรองเลยว่าพรุ่งนี้ต้องมีสำนักข่าวดังๆ แย่งกันขอสัมภาษณ์พวกเขา”

“พยายามเก็บภาพดีๆ ให้ได้ อย่าพลาดเชียว!” นักข่าวภาคสนามหันไปกำชับช่างกล้องที่มาด้วยกัน

ได้รับความสนใจมากมายขนาดนี้ก็นับว่ามากเกินแล้ว ยิ่งเมื่อมีได้รับความสนใจเรื่องแหวนที่คนทั้งสองสวมใส่บนนิ้วนางข้างซ้ายเหมือนกัน และบางคนยืนยันมาแล้วว่าไม่เคยเห็นทั้งคู่ใส่แหวนที่นิ้วนางข้าซ้ายมาก่อน ความสนใจยิ่งล้นหลาม

“ไอย! ไอย! ทางนี้ไอย! ไอยจำพี่ได้ไหม!? พี่ที่เคยไปสัมภาษณ์ไอยในกองถ่ายเรื่อง...ไง!”

“น้องไอยคะ! น้องไอย ขอสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมคะ สั้นๆ เองค่ะ น้องไอย!”

“คุณไอยคะ! ความสัมพันธ์ของคุณไอยกับคุณสีหราช คุณทั้งสองคนเป็นอะไรกันแน่คะ!?”

“นั่นแหวนที่ไอยใส่อยู่ เป็นแหวนที่สีหราชให้หรือเปล่าครับ!? ตอบหน่อยครับ ไอย!”

“ใช่แหวนแต่งงานไหม!?”

“ไอยรู้สึกยังไงกับข่าวฉาวนักแสดงสมทบชาย คิดว่าใช่ไอยไหมคะ ไอยยอมรับไหมคะว่าเป็นไอย ยิ่งภาพหลุดออกมาตอกย้ำแบบนี้ ไอยปฏิเสธไหมคะว่าบุคคลปริศนาในข่าวไม่ใช่ไอย!?”

“วงในบอกว่าไอยถูกปลดจากละครเรื่องที่กำลังถ่ายทำอยู่ จริงไหมครับ!? วันนี้นักข่าวไปที่กองถ่าย ทราบว่าไอยมีคิวถ่ายทำ แต่ไม่เจอไอยที่กองเลย ถูกปลดแล้วจริงๆ ใช่ไหมครับ ยืนยันหน่อยครับ!?”

“ควงคู่กันมาล้างข่าวฉาวหรือเปล่า!?”

นักข่าวต่างทำหน้าที่ พยายามยิงคำถามเสียงดังเซ็งแซ่อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้คำตอบนอกจากรอยยิ้มของไอย ชีวิน ที่ไม่ได้เจาะจงยิ้มให้ใครเป็นพิเศษก็ตาม และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่กล้าตั้งคำถามใส่สีหราช จึงมีเพียงนักแสดงหนุ่มข้างกายราชาบันเทิงหนุ่มนัยน์ตาน้ำแข็งเท่านั้น ที่นักข่าวพยายามถามไม่หยุด

สายฝนโปรยปรายทว่าตกเพียงเบาบาง อุปสรรคจากผืนฟ้าเบื้องบนยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้มนุษย์หลายร้อยหลากพันที่รวมตัวกันอยู่บนลานหน้าห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่รู้สึกอยากย้ายตัวหลบหนีความเย็นชื้น ทุกสายตาต่างมองไปที่ชายหนุ่มในชุดสูทสากล เดินกางร่มแล้วจูงมือกันไปบนพรมแดง

มีเพียงพวกเขาที่เคลื่อนไหวอย่างลื่นไหล

“หนาวเหรอ มือคุณเย็น” สีหราชถามไถ่

ชีวินหันกลับไปสบตากับคนถาม พลางส่ายหน้าก่อนจะเห็นเม็ดฝนเกาะพราวอยู่บนบ่าของสีหราช ชีวินหยุดเดิน ทำให้สีหราชต้องหยุดไปด้วย กัมลาศหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ขณะที่ชีวินไม่ได้ตอบ เพียงแค่หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวออกมาจากสูทด้านในแล้วซับหยดน้ำฝนให้ว่าที่สามี

“สวมบทพระเอกได้ยอดเยี่ยมมาก” ชีวินชมเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน

“ผมไม่ได้แสดงมันตลอดเวลาหรอกนะ” สีหราชอยากบอก

ชีวินชะงักมือที่กำลังใช้ผ้าเนื้อดีซับละอองฝน มีแต่เขาที่รู้ว่าหัวใจของเขาวูบไหวให้สีหราชอีกครั้งจากหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นเอง ชีวินสบตาให้สีหราช

“ขอบคุณครับ” ผ่านดวงตาที่โอนอ่อน แก้วตาดำขลับของชีวินสะท้อนเงาของสีหราช ขณะที่หัวใจกำลังซึมซับดูดกลืนความรู้สึกหวั่นไหวซาบซึ้งนี้เอาไว้อย่างห้ามไม่ได้

“คุณสีหราชคะ! พวกเราเป็นนักข่าวบันเทิงจาก...”

นักข่าวบันเทิงรายหนึ่งแสดงตัว เธอมั่นใจว่าเธอจะได้รับความสนใจจากสีหราช นั่นเพราะเธอเป็นนักข่าวที่ทำงานให้กับธุรกิจบันเทิงในเครือของ Gam Intermediary

และได้ผล...

สีหราชละสายตาจากชีวิน เขาเหลียวใบหน้าและสายตาไปมองเธอพร้อมกับช่างกล้องที่มาร่วมงานและทำข่าวในค่ำคืนนี้ เธอยิ้มอย่างดีใจ เตรียมพร้อมสำหรับการบันทึกเสียงและเรียบเรียงคำถามที่จะสัมภาษณ์ ขณะที่ช่างกล้องมืออาชีพเองก็รับรู้ว่าต้องเตรียมบันทึกภาพให้คมชัดและสมบูรณ์แบบที่สุด

“ให้เวลาตรงนี้อีกสักหน่อย” สีหราชบอกชีวิน

ชีวินพยักหน้า เมื่อสีหราชเลือกจะให้สัมภาษณ์ พวกเขาเดินจากกลางพรมแดงมาหยุดยืนที่ด้านข้าง เพื่อให้นักข่าวได้สัมภาษณ์

“คุณเป็นพนักงานของผมคนหนึ่ง วันนี้ต้องทำงานกลางสายฝน ลำบากหน่อยนะ” สีหราชทักทายและให้ความใส่ใจ

คฑารู้หน้าที่ ผู้ช่วยส่วนตัวของราชาธุรกิจบันเทิงหาร่มแล้วให้คนช่วยกางร่มกันฝนให้กับนักข่าวสาวผู้โชคดีและช่างกล้องที่มาด้วยกัน

“ขอบคุณค่ะ คุณสีหราช” เธอทั้งดีใจและปลื้มใจที่ได้รับความใส่ใจจากเจ้านาย

“คำถาม? และโปรดระมัดระวังคำถาม” สีหราชกำชับตักเตือนไว้ก่อน

เมื่อผู้คนทั้งหมดในบริเวณนั้นต่างเห็นว่าสีหราชและชีวินหยุดเพื่อให้สัมภาษณ์กับนักข่าวผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียว เสียงฮือฮาและความวุ่นวายต่างหยุดชะงัก กลายเป็นความเงียบแทบจะทั้งลานหน้าห้าง มีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอและเสียงพิธีกรเท่านั้นที่ยังคงดำเนินต่อไป

เธอรีบทำหน้าที่ทันที “หลายวันนี้ข่าวฉาวพาดพิงถึงคุณไอย ไม่ทราบว่าคุณไอยรู้สึกยังไงคะ?”

“ผมขออนุญาตตอบแทน” สีหราชต้องการตอบ เขารู้ว่าหลายคนเพ่งเล็งชีวินเป็นพิเศษ คำตอบของชีวินอาจเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ถึงอีกครั้ง และเขาไม่ชอบแน่ๆ ถ้าชีวินจะต้องได้รับความเห็นในเชิงดูถูก ด่าทอและพยายามเปลี่ยนแปลงความหมายของคำตอบ เพื่อจูงใจผู้อื่นให้ชีวินดูแย่

“ค่ะ” นักข่าวสาวสายข่าวบันเทิงตอบรับ

“เขาจะรู้สึกยังไง คนสนใจอยากฟังความรู้สึกของเขาจริงๆ เหรอ ในเมื่อคนสนใจเพราะการดำเนินชีวิตของคนมีชื่อเสียงคนหนึ่งเป็นเรื่องราวที่ให้ความสนุกและเป็นความบันเทิงของพวกเขามากกว่า การออกความเห็นโดยที่ยังไม่รู้ความจริงอย่างถ่องแท้ ใช้คำพูดเลยเถิด ไม่ได้รู้จักตัวตนของคนที่ถูกออกความเห็น กล้าตราหน้า กล้าที่จะประณาม ต่อเรื่องราวที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ต่อคนถูกประณามที่ต้องทนรับการปรักปรำ สำหรับผมถือเป็นความกล้าที่...มีสิ่งนี้ก็เหมือน...ไม่มี” สีหราชเคาะปลายนิ้วชี้ที่ขมับของตัวเอง

“...” นักข่าวสาวไม่คิดเลยว่าเจ้านายระดับสูงของเธอจะกล้าให้คำตอบที่เผ็ดแสบไม่ไว้หน้าเหล่าคนที่ออกความเห็นจากข่าวฉาวของไอย ชีวิน ถึงขนาดนี้

เธอเห็นมากกว่านั้น ทุกคนที่ได้ยินคำตอบของสีหราชก็เห็นมากกว่านั้น

สีหราชให้การปกป้องชีวิน...

พวกเขาและเธอในที่นี้ได้ประจักแล้วว่าชายหนุ่มชาวยุโรปคนนี้มีความชำนาญด้านการใช้ภาษาไทยอย่างแท้จริง ราวกับสีหราชนั้นเกิดและโตที่ประเทศนี้มาแต่กำเนิด ทั้งที่ประวัติชีวิตเกิดที่อังกฤษและโตที่อเมริกา

“คุณสีหราช ระวังคำตอบหน่อย” ชีวินเตือนเสียงเบา สีหราชตอบสุดโต่งเกินไปหน่อย

ท้ายประโยคคำตอบของกัมลาศหนุ่มรุนแรงมาก อาจไม่เป็นผลดีต่อชายหนุ่ม

ทว่าสีหราชทะนงตนว่าเขาอยู่เหนือห่วงโซ่คนบันเทิงนี้แล้ว และเขามีเหตุผลที่ดีพอที่จะมารองรับคำพูดเจ็บแสบของตัวเอง แม้ว่าผู้คนที่ด่าทอว่าที่ภรรยาของเขาเหล่านั้นอาจเป็นกลุ่มคนที่สนับสนุนผลงานบันเทิงของ Gam Intermediary ก็ตาม

“คุณดีต่อผมขนาดนี้ แต่พวกเขาเชื่อข่าวนั่นแล้วรุมต่อว่าคุณ ลุกลามไปถึงครอบครัวคุณ ทำไมคุณที่ดีต่อผมถึงถูกคนให้ร้ายและถูกทำร้าย คุณอาจทนรับมันได้ไอย แต่ผมทนไม่ได้” สีหราชกล่าวเสียงกระด้างและแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างสุดทน สีหราชสาดความเย็นชาผ่านดวงตาที่คุกกรุ่นใส่ใครก็ตามที่ด่าทอว่าที่ภรรยาของเขา

“คุณสีหราชกำลังพูดถึงใครเป็นพิเศษไหมคะ?”

“แน่นอน ผมกำลังฝากถึงคนที่ออกความเห็นด่าทอคนของผมเป็นพิเศษ ในเมื่อคนเหล่านั้นกล้าที่ด่าก็ควรกล้าที่จะรับอะไรทำนองเดียวกันกลับไปด้วย ผมติดตามข่าวนี้เหมือนกัน ความเห็นส่วนใหญ่ไม่พอใจพฤติกรรมของไอย และบอกตามตรง นั่นสร้างความไม่พอใจให้ผมเหมือนกัน เนื้อหาข่าวและภาพหลุดก็พาดพิงถึงผมเหมือนกันนี่ และต่อให้ผมไม่เกี่ยว ผมก็มีสิทธิ์ไม่พอใจ” สีหราชยิ้มเย็น

ใครที่ด่าชีวินสาดเสียเทเสียเอาไว้เพราะข่าวฉาวป้ายสีแบบนั้น หลังได้ฟังสัมภาษณ์ของสีหราชเป็นต้องสะเทือนกันถ้วนหน้าแน่ๆ แต่ที่ตอนนี้ร้อนรนแล้วหายใจไม่เป็นสุขคือคนเขียนข่าว ต้นตอที่จะถูกสีหราชจัดการภายหลังจากนี้

“คุณไอยอยากพูดอะไรบ้างไหมคะ?” เธอถาม

ชีวินมองสีหราช เขายิ้มบางพลางหันมาตอบนักข่าวสาว

“ผมไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวเขียนถึง ไม่มีอะไรในข่าวเป็นความจริง แม้ว่าในเนื้อหาข่าวจะไม่ได้ระบุชื่อของผม แต่หลายวันนี้ข่าวนั้นและภาพหลุดทำให้ทุกคนคิดว่าเป็นผมที่มีพฤติกรรมอย่างในข่าว ซึ่งผมขอปฏิเสธ ผมกับคุณสีหราช...เราอยู่ในความสัมพันธ์ที่ดีเกินกว่านั้น”

นั่นหมายถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาในข่าวเป็นอะไรที่แย่และสกปรกอย่างไม่น่าให้อภัย

และสีหราชจะไม่ให้อภัย...

“แล้วภาพหลุดล่ะคะ?” เธอจงใจถาม เพื่อให้ชีวินได้มีพื้นที่สื่อแก้ข่าว

“คนในภาพเป็นผมจริงๆ และผมไปมาหาสู่กับคุณสีหราชจริง แต่มันผิดตรงไหนผมไม่เข้าใจจริงๆ” ชีวินตอบกลับอย่างนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มบางเสมอ มันทำให้เขาดูอ่อนโยนและเป็นมิตร

ดูไม่ใช่คนแย่ๆ เหมือนที่ข่าวฉาวสาดถ้อยคำทรามๆ ใส่

ในมุมมองของผู้คนในที่นี้นั้นเริ่มเปลี่ยนไป และมั่นใจได้เลยว่าคนที่รู้ข่าวของทั้งคู่ในหลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย พวกเขาและเธอต่างคิดว่าถ้าชีวินเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ คงไม่มีทางที่จะได้ออกงานควงคู่จูงมือมากับกัมลาศหนุ่มแน่ๆ ยิ่งกว่านั้นคือไม่มีทางที่กัมลาศหนุ่มจะให้ความใส่ใจ กางร่มพร้อมจูงมือ ให้ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นสุภาพบุรุษที่มีมุมอบอุ่นอ่อนโยนเล็กๆ ปะปนอยู่กับภาพลักษณ์สุขุมทรงภูมิฐาน และให้การปกป้องถึงขนาดให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข่าวฉาวของชีวินด้วยวาจาเจ็บแสบ

สีหราชไม่เคยออกงานควงคู่มากับใคร ทว่าชีวินไม่ใช่คนแรก เพียงแต่ผู้คนต่างลืมเลือนไปแล้วว่าครั้งหนึ่งสีหราชเคยออกงานควงคู่กับหญิงสาวสวยสง่าดุจหงส์พ่วงนามสกุลเดียวกันในงานสังคมที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว มากกว่างานปิดที่เปิดถึงขนาดได้พื้นที่สื่อถ่ายทอดสดอย่างงานฉลองเปิดห้าง Mercury ที่ทั้งสองควงคู่กันมาร่วมงานโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนในขณะนี้

นั่นคือหญิงสาวอดีตคู่ควงในประเทศ นอกประเทศยังมีอีกคน...

กลับมาที่ปัจจุบันและดูเหมือนจะยาวนานไปถึงอนาคต...

ไอย ชีวิน เป็นคนพิเศษของ King แห่ง Gam

พวกเขาในที่นี้ได้ประจักกันถ้วนหน้าแล้วเช่นกัน เหลือเพียงคนพิเศษของใครสักคนยืนยันเป็นคำพูดออกมา...

“คุณสีหราชต้องการจะบอกอะไรมากกว่านี้หรือเปล่าคะ?” เธอถาม

วาจาเกริ่นนำแรกเริ่มเหมือนอ่อนน้อม ทว่าตลอดการเอื้อนเอ่ยสีหราชนิ่งขรึมและจริงจัง “หวังว่าทุกคนที่ได้รู้จะเปลี่ยนจากคำด่ามาเป็นคำยินดี และให้ความเข้าใจว่าทำไมผมปกป้องไอย โดยไม่สนว่าคำพูดที่ไม่เหมาะสมในบางส่วนของผมในวันนี้ ที่มันอาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งไม่พอใจ แต่ทั้งหมดนั้นมาจาก...ไอย ชีวิน เป็นคนรักของผม เรากำลังจะแต่งงานกัน”

สิ้นคำตอบยืนยันความสัมพันธ์ ประกาศสถานะให้ผู้คนได้รับรู้กันถ้วนหน้า เป็นการจบการสัมภาษณ์ที่ทำให้ผู้คนส่งเสียงฮือฮาอีกครั้ง ทั้งยินดีและคาดไม่ถึง

“คุณสีหราช...คุณไอยคะ! แล้วพวกคุณจะทำยังไงกับข่าวที่ทำให้พวกคุณเสียหายคะ โดยเฉพาะคุณไอยที่ได้รับผลกระทบถึงขั้นถูกปลดออกจากละครที่กำลังถ่ายทำเรื่องล่าสุด?”

นักข่าวสาวรีบถามหาบทสรุป หลังสีหราชกับชีวินกำลังจะเดินต่อ เธอเป็นตัวแทนของคนที่อยากรู้และสงสัยว่าในเมื่อคนทั้งคู่ไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวพาดพิงถึงอย่างเลวร้าย อีกทั้งแท้จริงแล้วคนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันถึงขนาดกำลังจะแต่งงานกัน เชื่อว่าอย่างน้อย King Gam ไม่มีทางเพิกเฉยปล่อยผ่านแน่ๆ

มีเพียงสีหราชที่หันกลับมาให้คำตอบด้วยรอยยิ้มเย็นและเสียงทุ้มต่ำแฝงนัยยะ เจตจาส่งข้อความนี้และเผื่อแผ่ความกดดันไปให้...

“คนที่เขียนข่าวนั้นและผู้เกี่ยวข้องรู้ว่าจะต้องทำยังไง”

อีกด้านหนึ่งในเวลาใกล้เคียงกัน นางแบบสาวเจ้าของผมสีบลอนด์ทองดัดปลายม้วนเป็นลอน ทัดเรือนผมยาวไว้หลังใบหู เปิดวงหน้าสวยรับกับนัยน์สีน้ำตาลอ่อน ริมฝีปากทาลิปสติกสีแดงฉาน ได้ปรากฏตัวด้วยชุดเกาะอก Latex หรือชุดยางสีขาวแนบเนื้อเผยรูปร่างและเน้นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ คลุมไหล่ไว้ด้วยเสื้อโค้ทสีขาว ความยาวของเสื้อและความยาวของชุดเสมอกันอยู่เหนือเข่า ต่ำลงไปเป็นรองเท้าบู้ทส้นสูงสีขาวหุ้มข้อเข้ากับชุด

เธอสับเท้าเดินอยู่บนพรมแดงอวดโฉมอย่างโดดเด่น สมกับที่เธอเป็นนางแบบชุดชั้นในยี่ห้อดังจากฝั่งยุโรป ขึ้นปกนิตยสารชื่อดังมาไม่น้อย พอกับประสบการณ์การเดินแบบบนเวทีอย่างโชกโชน เธอเหมือนไม้แขวนชั้นดีที่ใส่อะไรก็รอดและดูดี ในแบบที่นางแบบหลายๆ คนไม่อาจทำได้ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายล้อมคอยอำนวยความสะดวกให้ พิธีกรเห็นเธอปรากฏตัวก็กล่าวทักทายเป็นภาษาอังกฤษ เธอตกเป็นเป้าสายตาในทุกความเคลื่อนไหว

“เจนิวา โรส แอนเดอร์สัน นางแบบชุดชั้นในมาแล้ว!”

“สวยมาก!”

“ดูการเดินของโรสสิ สมกับที่เป็นนางแบบให้กับแบรนด์ระดับประเทศ!”

เจนิวาก้าวเดินต่อไปอย่างเจิดจรัส เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เธอยิ้มและโบกมือทักทายเล็กน้อยให้กับกล้องหลักของงานเท่านั้น นอกนั้นนางแบบสาวเอาแต่สับเท้าเดินไม่ช้าไม่เร็ว ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างพรมแดง บอดี้การ์ดคนหนึ่งต้องเดินตามเธอให้ทัน เพราะเขาเป็นคนเดียวที่รับหน้าที่สำคัญคือถือร่มให้แก่เธอ

กระทั่งเธอเดินมาถึงจุดที่พบชายคุ้นเคย

มากกว่าคุ้นเคยคือเธอรู้จักเขาเป็นอย่างดีเสียด้วย...

มันเป็นตอนที่สีหราชหันกลับมาให้คำตอบนักข่าวเป็นคำตอบสุดท้ายพอดี

“เฮ้ ดูสิว่าฉันเจอใครเข้า จามัลของเรานั่นเอง” เจนิวาตรงเข้าไปทักทายสีหราช คลี่ยิ้มผ่านริมฝีปากสีแดงสดสวยเผยระเบียงฟันขาว เธอสวยและเจิดจ้า

บุคคลผู้มีชื่อเสียงทั้งสองคนเจอกันบนพรมแดงและทักทายกันประหนึ่งว่ารู้จักกันดี นั่นทำให้ผู้คนต่างให้ความสนใจ แสงแฟลชสาดใส่วูบวาบชวนให้ตาพร่า ราวกับว่าการพบหน้าระหว่างนางแบบสาวคนดังกับราชาอุตสาหกรรมบันเทิงอันดับหนึ่งของประเทศเป็นนาทีประวัติศาสตร์ที่ต้องถูกบันทึกไว้และพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด

“ไม่แปลกใจที่พบเธอที่นี่” สีหราชรู้อยู่แล้วว่าเจนิวาจะมาร่วมงานนี้ด้วย เขาตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษ

เขารู้ว่าเธอจะมา นอกจากตั้งใจมาร่วมงานยังมาเพราะเหตุผลอื่น

“ดูก็รู้ ตอนที่นายเห็นฉันเมื่อกี้ เป็นสายตาที่เฉยเมยจริงๆ แต่ใช่...ฉันมาเพราะที่นี่มีนาย” เจนิวาขยับเข้าไปสวมกอดสีหราชด้วยความคุ้นเคย เขาดูเธอออก ไม่มีเหตุผลที่เธอจะไม่ยอมรับ

งานฉลองเปิดห้างที่เธอบังเอิญได้รับเชิญนั้นเป็นเพียงเหตุผลหนึ่ง แต่เหตุผลสำคัญมันก็อย่างที่เธอบอก

เพราะที่นี่มีจามัล...

สีหราชกอดกลับแล้วลูบหลังเธอเบาๆ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าทั้งเขาและเธอมีความสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก

“บอกไว้ก่อน ถ้าเสร็จจากงานนี้แล้วเธอจะมาชวนฉันเที่ยว เสียใจด้วยจริงๆ ครั้งนี้คงไม่ได้”

เจนิวามือไม่อยู่สุข หลังได้ยินเขาบอกแบบนั้น เธอก็จัดการกับสาบเสื้อของเขา ลามไปถึงช่วยขยับหูกระต่าย ทั้งที่ทั้งหมดนั่นมันเรียบร้อยไร้ที่ติอยู่แล้ว เธอกระซิบเสียงเบาพลางช้อนสายตามอง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอสบกับนัยน์ตาเฉดสีฟ้าเทาของเขา “ไม่สนุกเลยนะจามัล นายให้ความสำคัญกับฉันตลอด แล้วหนึ่งอาทิตย์นี้ฉันจะทำยังไง กลับเหรอ? ให้ตาย เหงาแย่”

เธอจะไม่กลับและเธอต้องถูกเขาให้ความสำคัญเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมาตลอด เหมือนทุกครั้งที่เธอและเขาให้ความสำคัญต่อกันอย่างลับๆ

แบบส่วนตัวและถึงเนื้อหนัง…

...สนองความต้องการ...เธอกับเขา...

“เธอมาเสียเที่ยวแล้ว โรส”

“ไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นหรอก ไม่ยอมจ้ะ” เธอยืนกราน ยิ้มและพูดด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

“ฉันจะแต่งงาน” สีหราชบอก

“...!?” เจนิวาเลิกคิ้วทันที เธอมองสีหราช

สีหราชเขยิบถอยไปด้านข้างเพียงนิด แล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่ชีวิน

“นี่ไอย ชีวิน คนนี้แหละที่ฉันจะแต่งงานด้วย”

เจนิวาขมวดคิ้วสำรวจมองชีวิน นอกจากนั้นเธอพึ่งสังเกตเห็นแหวนที่พวกเขาทั้งคู่ต่างสวมอยู่บนนิ้วเหมือนกัน มันช่วยยืนยันว่าสิ่งที่สีหราชบอกเป็นความจริง และต่อหน้าสื่อกับผู้คนคับคั่งขนาดนี้ สีหราชไม่ได้ล้อเล่นเธอแน่ เธอตั้งรับเรื่องที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนอย่างรวดเร็ว เก็บงำความประหลาดใจและความไม่พอใจเอาไว้เป็นอย่างดี ยังไงตอนนี้ทั้งเขาและเธอต่างอยู่ในที่สาธารณะ มีสายตาหลายร้อยหลากพันคู่กำลังให้ความสนใจอย่างล้นหลาม

“ยินดีที่ได้รู้จักคุณไอย คุณช่าง...โชคดี...”

เกินไปแล้ว...

นั่นคือสิ่งที่เธอเก็บงำไว้ในใจอีกครั้ง

“ยินดีด้วยนะคะ” เจนิวากล่าวพลางยื่นมือออกไปอย่างเป็นมิตร

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ขอบคุณครับ คุณแอนเดอร์สัน” ชีวินตอบรับด้วยการจับมือกับเจนิวา

ลับหลังชีวิน...

“จามัล นายต้องเล่าเรื่องของนายกับคุณไอยให้ฉันรู้ ฉันมีคำถามเต็มไปหมด เสร็จงานคืนนี้...ฉันรอที่จะรู้”

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่เจนิวาสบโอกาสพูดกับสีหราชเสียงเบาถึงนัดหมายของเขากับเธอในคืนนี้

สีหราชเพียงพยักหน้าตอบรับ เจนิวายิ้มพอใจที่เธอได้เวลาจากเขามาตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ส่วนเรื่องที่เขากำลังจะสละโสดอะไรนั่น เธอคิดว่าเขาอาจมีเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่ความรัก

จามัลไม่มีทางรักใคร…

สมัยนี้มีการแต่งงานเยอะแยะไปที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความรัก

ภายในงานเลี้ยงชีวินได้เจอกับอดีตผู้จัดการที่มาพร้อมกันต์ นักแสดงตัวประกอบรุ่นน้องถูกทิมจับแต่งตัวใส่สูทสากลแล้วดูดีมาก ระหว่างนั้นมีผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาทักทายทำความรู้จักกับเขา ชีวินไม่เคยได้รับความสนใจจากผู้คนขนาดนี้มาก่อน แม้กระทั่งตอนที่เขาพึ่งเข้าวงการใหม่ๆ ก็ยังไม่ได้รับความนิยมและเป็นที่สนใจขนาดนี้ การเป็นคนของสีหราชดูเหมือนเป็นสถานะที่พิเศษจริงๆ ทว่าเขาไม่สนว่าใครจะผูกมิตรจากใจจริงหรือผูกมิตรเพราะเขาคือคนที่กำลังจะแต่งงานกับสีหราช กัมลาศ

มีช่วงเวลาหนึ่งที่เขาต้องตัวติดกับสีหราช แต่ก็มีช่วงเวลาหนึ่งที่เขามีเวลาเป็นของตัวเอง กับคนที่รู้จักเขาเป็นอย่างดีมานาน ใครๆ ก็รู้ว่าทิมเป็นผู้จัดการของชีวิน แน่นอนว่าการที่ชีวินได้รับความสนใจ ทิมก็พลอยได้รับความสนใจไปด้วย ทั้งชีวินและทิมไม่มีใครกล้าพูดเรื่องข่าวฉาวที่ทำให้ชื่อเสียงของชีวินเสียหายต่อหน้า

ชีวินชมกันต์บ่อย เพราะวันนี้กันต์หล่อเหลามากจริงๆ การที่ทิมพากันต์มาออกงานในวันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี มีผู้ใหญ่ในวงการบันเทิงหลายคนมาร่วมงาน บางทีกันต์อาจเตะตาและได้รับโอกาสในวงการบันเทิงที่ดีกว่าเดิม แต่ทว่าเหมือนว่าอะไรบางอย่างทำให้กันต์ไม่ค่อยสดใส

“วันมะรืนเป็นงานเปิดแต่ปิดงานวันสุดท้ายพอดี มีโชว์วัฒนธรรมดั้งเดิม ขาดนักแสดงรำดาบหล่อๆ พี่เลยเสนอกันต์ไป ออแกไนซ์รู้จักกับพี่อยู่แล้ว เขาโอเคเลย พรุ่งนี้กันต์จะมาซ้อมรำดาบที่นี่ เริ่มจากงานเล็กๆ ก่อน งานนี้ได้เงินแตะหลักหมื่น ไม่มากแต่ก็ไม่ขี้เหร่”

“ทำให้ดีล่ะ” ชีวินกำชับกับนักแสดงรุ่นน้อง

“ครับ ผมจะตั้งใจ”

ระหว่างนั้นมีคนเข้ามาทักทายทิม อดีตผู้จัดการผู้เป็นที่รู้จักจึงหันหลังคุยกับคนที่เข้ามาทักทาย ทำให้เหลือแค่ชีวินกับกันต์ที่คุยกันอยู่สองคน ไกลออกไปแทบจะคนละส่วนของงาน พวกบรรดานักธุรกิจกำลังรวมตัวคุยกันตามประสาคนแวดวงเดียวกัน สีหราชกำลังติดพันจึงยังปลีกตัวออกมาไม่ได้

“วันนี้คุณดูดีมากเลยนะ แต่เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าอย่างนั้น?” ชีวินอดถามไม่ได้

“ผมไม่ค่อยชินกับงานแบบนี้เท่าไหร่ คุณก็ดูดี ดูดีสุดๆ เลย” กันต์ตอบแต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่เป็นความจริง ก่อนจะชมชีวิน ในถ้อยคำชื่นชม ดวงตาของเขาก็ให้ความชื่นชมชีวินไม่แพ้กัน ออกจะเข้มข้นลึกล้ำไปด้วยซ้ำ

“อยู่กับพี่ทิม อีกหน่อยได้ออกบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน” ชีวินพูดตามประสาที่อยู่ในเส้นทางสายนี้มานาน

“คุณกำลังจะแต่งงาน?”

“ต้องชวนคุณแน่” ชีวินยิ้มบอก

“ผม...คงไม่เหมาะที่จะไป”

“มีอะไรไม่เหมาะ?”

ความรู้สึกของเขาที่มีให้นักแสดงรุ่นพี่ มันไม่เหมาะที่จะไปร่วมงานที่คนสองคนรักกันและกำลังจะแต่งงานกัน

พึ่งเริ่มชอบแท้ๆ ก็ผิดหวังแล้ว...

เจ็บหนึบๆ ในหัวมันอื้ออึงไม่หาย พยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายสังเกตเห็นจนใจ

คนคนนี้...ตอนแรกก็คล้ายว่าแทบจะเอื้อมไม่ถึงอยู่แล้ว เมื่อกำลังจะแต่งงานกับคนคนนั้น...คล้ายว่าชีวินถูกคนคนนั้นพาลอยขึ้นฟ้าไปไกลสุดกู่แล้ว ส่วนเขายังยืนอยู่บนพื้นตรงนี้ ได้แต่แหงนคอมอง

“ถ้าผมไม่เห็นในงานล่ะก็ คุณก็ไม่ต้องมาให้ผมเห็นอีกเลย” ชีวินพูดเล่น

“งั้นผมไป...แน่นอน ผมไป”

“เห็นว่าพี่ทิมกำลังหาที่อยู่ใหม่ให้ ผมมีคอนโดสองห้องนอนอยู่ที่หนึ่ง ช่วงนี้การสนับสนุนคุณต้องมีค่าใช้จ่าย ถึงพี่ทิมหาที่อยู่ใหม่ให้แต่ก็ไม่ฟรี ถึงจะออกให้ก่อนก็เถอะ ยังไงเขาก็ต้องเก็บค่าใช้จ่ายส่วนนี้กับคุณในภายหลัง ถ้าไม่รังเกียจ...ผมให้คุณกับแม่และน้องอยู่ฟรี ผมยังไม่ได้บอกพี่ทิมเรื่องนี้ เดี๋ยวจะบอกตอนนี้แหละ”

“คุณอย่าใจดีกับผมไปหมดสิ ดีเกิน”

ดีจนเขาหนักใจและกดดันให้กับความเหลื่อมล้ำและความไม่มีดีของตัวเอง ขณะที่คนที่เขาชอบกลับมีดีจนต้องแบ่งสิ่งที่มีมาให้เขา

เขาเทียบอะไรกับผู้ชายคนนั้นของชีวินไม่ได้เลย

“ผมไม่ได้มีมากมาย แต่ผมมีพอแล้ว พอที่จะแบ่งปันให้ ถ้าคุณไม่รับไปดีๆ ผมจะช่วยพี่ทิมเรื่องค่าใช้จ่ายในการย้ายที่อยู่ใหม่ของคุณ จะเอาแบบไหนล่ะ?” ชีวินเลิกคิ้วยิ้มถาม

“คุณดักไปบีบมาขนาดนี้ ผมเลือกอะไรได้ด้วยเหรอครับ ไม่ว่าทางไหนก็เป็นคุณที่เป็นฝ่ายให้” กันต์จนใจ “ถ้างั้นผมขอเลี้ยงคุณสักมื้อได้ไหม?”

“ได้ ผมกินจุนะ” ชีวินตอบรับทันที เขาลูบท้องแล้วตบเบาๆ ให้กันต์ดูด้วย

“คุณอยากกินอะไร แล้ววันไหนดี?”

“ก๋วยเตี๋ยว ผมชอบบะหมี่เกี๊ยว เกี๊ยวน้ำก็ไม่เลว พูดแล้วอยากกินเลย ส่วนวัน...”

“คืนนี้ไหมครับ มีคุณ พี่ทิม แล้วก็ผมเจ้ามือ” กันต์เสนอ เพราะดูแล้วชีวินอยากกินจริงๆ

ขณะที่ชีวินยังไม่ทันได้ตอบอะไร สีหราชเดินเข้ามาชีวินจากด้านหลัง เป็นกันต์ที่เห็นผู้ชายแสนสมบูรณ์แบบคนนั้นค่อยๆ เข้ามาใกล้สายตา ให้เขาได้มองชัดเต็มตาเป็นครั้งแรก

สีหราช กัมลาศ ทำให้กันต์รู้สึกว่าเขาช่างเป็นมนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งบนโลกใบนี้เท่านั้น

“เสร็จงานคืนนี้แล้ว คฑาจะไปส่งคุณกลับนะ” สีหราชบอกชีวิน

นั่นหมายถึงตอนกลับสีหราชจะไม่กลับพร้อมชีวินเหมือนตอนมา

“ไม่เป็นไรครับ” ชีวินตอบพลางหันไปยิ้มให้กันต์ “ผมกำลังคิดว่าจะไม่กลับกับคุณพอดี”

“คุณจะไปต่อกับใคร กลับกับใคร?” สีหราชถาม แน่นอนว่าเขามองรอยยิ้มของชีวินที่มอบให้ชายหนุ่มหน้าอ่อนที่อยู่ข้างกัน

“ผมยังไม่ถามเลยว่าคุณจะไปไหน ติดธุระอะไรถึงกลับด้วยกันไม่ได้” ชีวินย้อนถามเล่นๆ

“คุณเอาคืนที่ผมไม่กลับด้วยเหรอ?” สีหราชขยับเข้าใกล้ชีวินแล้วโอบเอวว่าที่ภรรยา กระซิบถามที่ข้างใบหูอย่างเข้าข้างตัวเอง

ชีวินหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า “ผมไม่ได้เอาคืน ทำไมผมต้องเอาคืน?”

“ให้คฑาไปส่ง กลับกับคฑา” สีหราชต้องการแบบนั้น

ชีวินอารมณ์ดีเกินกว่าจะขุ่นเคืองน้ำเสียงสั่งการของสีหราช

“ผมจะไปต่อกับพี่ทิมแล้วก็กันต์ จะปาร์ตี้หมี่เกี๊ยว แล้วก็คุณไม่ควรสั่งห้ามผม เหมือนที่ผมยังไม่เคยสั่งห้ามคุณ”

“คุณบอกผม เพื่อให้ผมบอกคุณเหมือนกันใช่ไหม ว่าเราต่างจะแยกย้ายไปทำอะไรที่ไหนกับใคร? ที่รัก เรามันเหมือนเกิดมาเพื่อคู่กัน ทำอะไรเหมือนกัน คุณไปกิน ผมก็ไปกินเหมือนกัน เรานี่ช่างเป็นว่าที่สามีภรรยาที่ลงตัวจริงๆ”

สีหราชคุยกับชีวินเสียงเบา แม้ว่ากันต์จะทำเป็นมองไปทางอื่นและให้ความสนใจกับสิ่งอื่นอยู่ต่อหน้าเขาก็ตาม พูดอยู่กับคนหนึ่งทั้งที่ยังโอบเอวแนบชิด ทว่านัยน์ตาเฉดสีฟ้าเทาของเขากลับมองไปที่อีกคนหนึ่ง

เจนนิวาพร้อมบอดี้การ์ดกำลังเดินออกจากงาน...

นั่นแหละคือสิ่งที่สีหราชมอง และชีวินเห็นว่าสีหราชกำลังมองการจากไปของเจนิวา

ชีวินส่ายหน้าให้อีก ลึกๆ เขาคลื่นเหียนให้กับสีหราชที่กล้าหวงก้างเขา

“รู้ไหม? ถ้าผมไม่รู้ว่ามาก่อนว่าคุณดื่มเหล้าไม่ได้ ผมคงคิดว่าตอนนี้คุณกำลังเมา”

“ผมเคยบอกแล้วว่าผมขี้หวง นี่ไม่ใช่อาการของคนเมา มันเป็นนิสัยเสียของผมเอง อีกหน่อยคุณก็ชิน”

“คุณจะไปไหน กับใครและทำอะไรก็ได้ครับ ผมไม่มีนิสัยเสียแบบคุณ”

“โรสกำลังรอผมอยู่” สีหราชคลายวงแขนออกจากเอวของชีวิน

“เชิญครับ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงรอนาน”

“...” สีหราชนิ่งมองชีวิน เขาไม่ได้เดินไปทันทีที่ชีวินเป็นฝ่ายเอ่ยเชิญ

“ผมเป็นคู่สัญญาที่ดีพอ ผมทำตามความต้องการของคุณ เป็นว่าที่ภรรยาของคุณ รังสรรค์งานแต่งานให้คุณ หวังว่าคุณจะเป็นคู่สัญญาที่ดีให้ผมบ้าง ผมไม่ขออะไรมากมายสีหราช แค่คุณช่วยรักษาความเข้มข้นของน้ำเชื้อ อีกไม่กี่วันเราจะเริ่มสร้างลูกของผมเป็นครั้งแรกแล้ว” ชีวินเอ่ยขอพลางเตือน

“คุณนี่ช่าง...จริงๆ เลยนะ” สีหราชก็ไม่รู้ว่าแบบชีวินจะเรียกว่าช่างอะไรดี ทำเขามันเขี้ยวจนอยากเคี้ยวให้หายเข็ดฟันสักที

“อีกอย่างหนึ่ง...ผมไม่เหมือนคุณครับ ผมไปกินอาหาร แล้วเจนิวาก็ไม่ใช่อาหาร คุณกำลังไปกินคนต่างหาก ผมใช้ช้อนส้อมเวลากินอาหาร แต่คุณจะกินเธอต้องใช้ไอ้นั่น สีหราช”

สีหราชกระตุกยิ้มพลางเหลือบมองผู้คนลอบข้าง และมองที่ชายหนุ่มคนนั้นเป็นพิเศษอีกนิดหน่อย เขาคว้ามือของชีวินขึ้นมาจับ เป็นมือข้างเดียวกับที่สวมแหวนแต่งงานของเขาเอาไว้

แล้วเขาก็ก้มหน้าจรดจูบลงบนหลังมือของภรรยา พลางช้อนสายตามองเจ้าของมือ

ผู้คนที่เห็นต่างคิดและเข้าใจว่าสีหราชเป็นคนที่เปิดเผยเรื่องการแสดงความรักกับคนรักในที่สาธารณะกว่าที่คิด มันค่อนข้างแปลกตาเพราะไม่มีใครเคยเห็นกัมลาศหนุ่มในมุมนี้มาก่อน

ในความเป็นจริงของคนสองคนและนี่คือสิ่งที่สีหราชฝากชีวินไว้...

“เทียบกันแล้ว ผมอยากใช้ไอ้นั่นกินคุณมากกว่า ด้วยความสัตย์จริงเลยไอย”

สีหราชไปแล้ว ส่วนชีวินถอนหายใจก่อนกลอกตาให้แล้วก็พูดเบาๆ ลับหลังได้เพียงว่า…

“ด้วยความสัตว์มากกว่า”

 

----------------------

 

[เนื้อหายังไม่รับการตรวจทาน มีคำผิด ตกหล่น ขาดหาย ทำให้เสียอรรถรส ขออภัยมากๆ ค่ะ 

ขอบคุณที่ติดตามและรออ่านนิยายเรื่องนี้ อัพช้ามากมาย เป็นกำลังใจและติดตามกันจนจบด้วยนะคะ

ขอบคุณค้าบ]

ความคิดเห็น