ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 จองไว้ก่อน

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 จองไว้ก่อน

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2563 14:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 จองไว้ก่อน
แบบอักษร

ตอนที่ 10 

ด้วยความหิวผมจัดการพิซซ่าไปครึ่งถาด ที่เหลือเก็บใส่กล่องพลาสติกเข้าตู้เย็น พอท้องอิ่มหนังตาก็หย่อน ผมเดินเข้าห้องนอนแต่บอสยังไม่ออกมาจากห้องน้ำ ผมขึ้นเตียงไปนั่งเช็ค FB ของพี่อัฐ หลังจากไม่ได้รู้ความเคลื่อนไหวมาหลายวันเพราะมัวแต่ยุ่งกับบ้านหลังนั้น ผมตกใจจนมือสั่นเมื่อเห็นพี่อัฐอัพรูปที่กำลังหอมแก้มและวางมือไว้หน้าท้องของพี่มุก อีกภาพเป็นภาพอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ แล้วเขียนข้อความว่า ‘อีก 6 เดือนก็จะพร้อมหน้าครอบครัวของเรา’ ใจของผมเจ็บจี๊ดขึ้นมาในเรื่องซ้ำๆ ได้ทุกวันสินะ พี่มุกเป็นผู้หญิง เขาท้องได้ ไม่ท้องวันนี้ก็ท้องวันหน้า ผมเลื่อนลงมาอีกก็เจอโพสพี่อัฐแทคหาพี่มุกพร้อมข้อความ ‘ครบรอบ 1 ปีแล้วนะครับที่รักของผม รักคุณที่สุดนะครับ’ ใจของผมแหลกไม่มีชิ้นดีกับข้อความของพี่อัฐ ครบ 1 ปี อะไรกัน ตอนนั้นพี่อัฐกับผมยังรักกันดีอยู่เลย ก็แสดงว่าพี่อัฐคบซ้อนมาตลอด ผมถูกนอกใจมาปีกว่าแล้วอย่างนั้นเหรอ “คนทรยศ!!” ผมกัดริมฝีปากแน่นจนรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา ก่อนจะได้ยินเสียงบอสดังขึ้น

“ทำไมยังไม่นอน” บอสเดินมาหยุดอยู่ปลายเตียง จ้องมาที่ผม

“กำลังจะนอนครับ” พูดจบผมก็ล้มตัวลงนอนตะแคงไปอีกฝั่งแล้วห่มผ้า

ผมหลับตาที่ร้อนผ่าวลงเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ พยายามคิดเรื่องงานจะได้เอาใจออกจากเรื่องที่รับรู้มาเมื่อครู่ แต่ใจผมวกมาเรื่องพี่อัฐเหมือนเดิม เขากำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ผมเป็นผู้ชายท้องไม่ได้ ต่อให้เขาเจอผู้หญิงที่คบช้ากว่าผม เขาก็สามารถรักได้มากกว่า เพราะคำว่าครอบครัว ความสมบูรณ์แบบที่ใครๆ ก็ปรารถนา เขาทรยศผม เขาไปมีความสัมพันธ์กับคนอื่นในขณะที่กำลังคบกับผม ต่อให้ผมรักมากแค่ไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนที่คิดจริงจังถึงขนาดสร้างบ้านในฝันด้วยกันแล้วอยู่กันไปจนแก่ชรา มันจะมีคนแบบนั้นได้ยังไง.....

ผมรู้สึกตัวหลังจากหลับยาวตลอดคืนเพราะความเหนื่อยเพลียสะสมจากการทำงานมาหลายต่อหลายวัน ผมไม่ได้หลับสบายแบบนี้มากี่คืนแล้ว ถึงแม้จะรู้สึกตัวแล้วแต่ยังไม่อยากลืมตา รู้สึกได้ถึงแรงโอบกอดตัวผมเอาไว้ ถึงขนาดขยับตัวไม่ได้ ผมกำลังนอนคว่ำอยู่ในท่ากบ หัวของผมซุกอยู่ในซอกที่พอดี กำลังรู้สึกสบาย ส่วนครึ่งตัวของผมรวมถึงแขนและขาอย่างละข้างกำลังวางพาดอยู่บนอะไรสักอย่างหยุ่นๆ อุ่นๆ กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะช้าๆ สม่ำเสมอ ผมลองขยับนิ้วมือลูบไปมาอยู่บนปุ่มนิ่มที่นิ้วมือผมวางอยู่ มันค่อยๆ แข็งสู้นิ้วของผม ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าตัวเองกำลังเอาขาก่ายและวางแขนไว้บนตัวของใครสักคนนิ้วมือของผมกำลังลูบอยู่กับหัวนม ผมตกใจสุดขีดรีบเงยหน้าขึ้นไปมองทันที ยังไม่ทันที่ผมจะเห็นหน้า คนๆ นั้นก็พลิกตัว ทำให้ผมไปอยู่ในท่านอนหงายใต้ร่างแกร่งของคนๆ นั้น

“บะ บอส พี่ตะวัน!!!” ผมเรียกชื่อคนๆ นั้นทันที ด้วยความตกใจ หน้าของผมร้อนผะผ่าว ใบหูของผมเหมือนคนเอาไฟมาจี้

“ตื่นแล้วเหรอ” บอสยกยิ้มมุมปากพร้อมกับส่งสายตาคมกริบจ้องหน้าผม จนผมทนไม่ไหวกลัวว่าจะต้องละลายไปซะก่อน ผมเบือนหน้าไปด้านข้างเพื่อหลบสายตาคมนั้น

“ครับ ผะ ผมหนักครับบอส” ผมพยายามเอามือดันไปที่หน้าอกแกร่ง แต่เหมือนจะไม่เป็นผล

“นอนทับพี่ทั้งคืน พี่ยังไม่บ่นสักคำว่าหนัก” บอสแทนตัวเองว่าพี่ จนผมต้องหันมามองหน้าบอสอีกครั้ง

“ก็ผมหลับอยู่ ผมจะรู้ได้ไงว่ากำลังนอนทับใคร” ผมหลบสายตาของบอสแล้วพูด

“แล้วที่ลวนลามตะกี้ จะว่ายังไง” บอสยังจ้องผมอยู่อย่างนั้นด้วยสายตาแบบเดิม ผมจะละลายแล้วอย่ามองแบบนั้น หน้าก็เอาออกไปไกลๆ ได้มั้ย

“กะ ก็…..” ผมยังพูดไม่จบ

“อื้ออออ บะ บอสครับ” บอสก้มหน้าลงมาที่ต้นคอ ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดแต่เสียวมากกว่า บอสทำแบบนั้น 3 จุด ผมผลักเต็มแรงแต่เหมือนว่าบอสจะไม่สะเทือน ผมเผลอครางออกมา

“ผม….” ผมกำลังจะห้ามบอส แต่บอสเปลี่ยนจากต้นคอมาประกบที่ปากของผมแทน มือข้างหนึ่งของบอสยกหัวของผมขึ้นมารับจูบ อีกข้างควานเข้าไปในเสื้อนอนของผม ฝ่ามือร้อนของบอสไม่ยอมอยู่นิ่งลูบไล้ไปตามแนวอกของผมพร้อมกับเขี่ยตุ่มไตทั้ง 2 ข้างสลับไปมา คำพูดที่กำลังจะพูดถูกปากของบอสดูดกลืนหายไปหมดแล้ว ฟันของบอสขบเบาๆ ที่ริมฝีปากของผม จากนั้นก็ปาดลิ้นร้อนไล่เลียและดูดดึงไปตามแนวริมฝีปากของผม ก่อนที่บอสจะกัดเบาๆ แต่มันก็เสียวจนผมต้องอ้าปากรับเอาลิ้นร้อนของบอสเข้ามาในปาก ลิ้นร้อนของบอสไล่ต้อนลิ้นของผม จากนั้นก็ดูดดึงลิ้นจนเกิดเสียง ใจของผมสั่นเหมือนตึกจะถล่มลงมา มือของผมเลื่อนมาจับที่ไหล่ของบอสตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าผมอยากอยู่แบบนี้ เป็นจูบที่ร้อนแรงแต่ซ่อนความอบอุ่น

“จองไว้ก่อน” บอสพูดแล้วยกยิ้มมุมปาก หยุดการกระทำทุกอย่างเมื่อครู่ จูบหน้าผากแล้วกอดผมไว้ ในอ้อมแขนแกร่ง ผมรู้สึกเหมือนคนกำลังจะหมดแรง ผมไม่คิดว่าบอสจะร้อนแรงและอบอุ่นได้ถึงเพียงนี้ ผมซุกหน้าเข้ากับอกของบอสแล้วหลับตา ความรู้สึกต่างๆ เริ่มตีเข้ามาจนผมรู้สึกสับสนไปหมด บอสกอดผมไว้แบบนี้อยู่นาน

“ถ้าง่วงก็นอนต่อนะ พี่ไม่กวนแล้ว” บอสกระซิบข้างหู แล้วคลายอ้อมกอด ปล่อยแขนออกจากตัวผม เพื่อให้ผมนอนสบายๆ ทำท่าจะลุกจากเตียง ผมรีบคว้ามือของบอสเอาไว้ แล้วพูดบอกแต่ไม่กล้ามองหน้า

“ผมไม่ง่วงครับ” ทันทีที่บอสได้ยินก็ล้มลงมากอดอีกครั้ง มือข้างหนึ่งยื่นมาเขี่ยแก้มผมเล่น ผมคิดว่ามันน่าจะแดงเหมือนลูกตำลึง เพราะผมยังรู้สึกร้อนไม่หาย

“หิวมั้ย” บอสก้มลงมาชิดหูแล้วกระซิบถาม

“ครับ” ผมพยักหน้าตอบ แล้วบอกต่ออีกว่า  “เมื่อคืนพิซซ่ายังเหลือ เดี๋ยวอุ่นทานเป็นอาหารเช้าก็ได้ครับ”  

“แล้วใครบอกให้ซื้อของสดมาติดตู้เย็นไว้” บอสพูดแล้วยกยิ้ม พร้อมกับส่งสายตากรุ้มกริ้มมาที่ผม

“เอ่ออออ ผมจะไปทำอาหารให้นะครับ” ผมหันไปสบตาบอสแล้วบอกกลับไป

“เดี๋ยวพี่ไปด้วย จะได้ช่วยกันทำ” บอสบอกกับผมก่อนจะลุกขึ้น แล้วยื่นมือมาให้ผมจับ ผมยื่นมือไปให้บอสจับ แล้วมองมือของตัวเองที่จับกับมือของบอส มันเหมือนยาสมานแผลในใจ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เพราะมันทั้งอบอุ่นและถูกปกป้อง

ผมเปิดตู้เย็นแล้วเอาของสดมาวางบนเคาเตอร์บาร์ มีผักกาดขาว แครอท กะหล่ำปลีรูปหัวใจ หมูบด กุ้งและไข่ ผมอยากกินกะหล่ำปลีทอดน้ำปลาอยู่พอดี แต่ผมไม่รู้ว่าบอสจะอยากกินด้วยหรือเปล่า

“บอสครับ ผมจะทำกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา ไข่เจียว แล้วก็ต้มจืดผักรวม ที่พูดมาทั้งหมดนี้บอสทานได้ไหมครับ” ผมถามความเห็นก่อนลงมือทำ

“อื้ม” บอสตอบสั้นๆ กลับมา

“บอสครับผมหาข้าวสารไม่เจอ” ผมหาถุงข้าวสาร แต่ไม่เจอ

“เดี๋ยวหุงข้าวให้” บอสเดินเข้ามาในครัว แล้วเปิดลิ้นชักในชั้นเก็บของ เอาถุงข้าวสารออกมา เดินเฉียดหน้าผม จากนั้นก็เดินไปที่อ่างน้ำ ผมขยับออกมาเพราะทางเดินแคบเกินไป รอให้บอสหุงข้าวเสร็จแล้วผมจะได้เริ่มทำกับข้าว

หลังจากบอสหุงข้าวเสร็จแล้ว ผมก็ไปประจำที่หน้าเคาเตอร์ เริ่มจากตั้งหม้อใส่น้ำทิ้งไว้รอให้เดือด ต่อด้วยล้างผักแล้วหั่นพักใว้ให้สะเด็ดน้ำจากนั้นก็แกะกระเทียมสับละเอียดผสมสับหมูบดหมักซอสกับพริกไท จากนั้นก็แกะกุ้งแล้วสับละเอียดหมักซอสและพริกไททิ้งไว้  หม้อเดือดใส่รากผักชีและแครอทตามด้วย หมูบดหมักปั้นเป็นก้อน ทิ้งลงไปในน้ำเดือดทีละลูก ใส่เครื่องปรุงรสเติมผักกาดขาว เป็นอันเสร็จ 1 เมนู จากนั้นผมก็ตักแกงใส่ชาม ยกมาวางที่เคาเตอร์ พอเงยหน้าก็ประสานสายตาเข้ากับบอสพอดี บอสยิ้มให้ผมแล้วเดินมาหน้าเคาเตอร์ เตรียมยกชามแกงออกไปที่โต๊ะอาหาร

“ทำกับข้าวคล่องดีนะ” บอสบอกกับผม

“ก็ผมเป็นลูกคนโตนี่ครับ ก็ต้องช่วยแม่ทำกับข้าวตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะครับ” ผมบอกกับบอส แม่ให้ผมเป็นลูกมือมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว บางทีพ่อกับแม่ยุ่ง ผมก็ทำกับข้าวให้น้องๆ กิน

“เล่าเรื่องตอนเด็กๆ ให้ฟังหน่อยสิ” บอสบอกให้ผมเล่าชีวิตวัยเด็กให้ฟัง

“ได้ไงหล่ะครับ บอสยังไม่บอกผมเรื่องของบอสเลย” ผมตอบกลับไป

“ไม่น่าสนใจหรอก” บอสพูดสั้นๆ

“ตอนเด็กๆ ผมก็ดูแลน้องๆ ผมอายุห่างจากอิงอิงไป่ไป๋ 5-6 ปี อย่างที่บอสเห็นนั่นแหล่ะครับ ผมเรียนจบแล้ว น้องๆ ยังอยู่ ม.ปลายอยู่เลย ตั้งแต่แม่มาซื้อร้านแถวสยามก็ยุ่งมาก ผมต้องเลี้ยงน้อง ทำกับข้าวให้น้องๆ กินประจำ จนกระทั่งผมเข้าปี 1 เอ่อ…ก็ย้ายออกมา” ผมเล่าแค่นั้น แล้วก็หยุดไป

“ย้ายมาอยู่กับแฟนเหรอ” บอสถาม

“ครับ” ผมตอบกลับไปสั้นๆ พร้อมกับติดเตาตั้งกระทะทำเมนูต่อไป

“เล่าให้ฟังหน่อย” บอสยังอยากจะฟังเรื่องความรักของผม

“ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ แค่เรื่องของคนโง่ ที่เพิ่งมารู้ความจริงว่าเขาคบซ้อนมาปีกว่าแล้ว ตอนนี้เขากำลังมีความสุขและกำลังจะมีลูกด้วยกันกับแฟนใหม่ของเขา” ผมพูดจบน้ำมันก็ร้อนพอดี ผมเทไข่ลงไป จากนั้นก็ใส่กุ้งลง รอให้สุกแล้วกลับด้านกุ้งลงไป พอกุ้งสุกผมก็กลับด้านอีกรอบ จากนั้นก็ใช่ตะหลิวพับ 4 ด้าน ตักใส่จาน แล้วยกมาวางที่เคาเตอร์เหมือนเดิม ผมเอากระทะไปล้างแล้วเอากลับมาตั้งใหม่ เตรียมผักกะหล่ำปลีเป็นเมนูสุดท้าย ตอนนี้ข้าวสุกแล้ว หลังจากกระทะแห้งผมก็ใส่น้ำมัน ตามด้วยกระเทียม และกะหล่ำปลี จากนั้นก็ใส่น้ำปลารอบกระทะที่ร้อนๆ ปล่อยให้น้ำปลาเกือบไหม้ก็เริ่มผัดจากนั้นก็ตักใส่จาน ผมยกเมนูสุดท้ายออกมาจากครัวมาวาง บอสตักข้าวรอแล้ว

“อร่อย” บอสบอกเมื่อตักไข่เจียวจิ้มกับซอสมะเขือเทศกินคำแรก

“ขอบคุณครับ” ผมยิ้มหน้าบานตาสระอิกลับไป

“ไหนลองผัดผักบ้าง” บอสเอื้อมมือมาตักกะหล่ำปลีทอดน้ำปลาเข้าปาก

“อื้มมม อันนี้ก็อร่อย” บอสชมจนผมตัวลอย

“บอสลองแกงจืดหรือยังครับ” ผมถาม

“ยังเลย” บอสบอก ผมก็เลยเลื่อนชามแกงจืดไปไว้ข้างหน้าบอส

“ลองดูสิครับ” ผมนำเสนอ พร้อมกับผายมือเชื้อเชิญ

“อื้ม อร่อย” บอสตักชิมคำแรกก็ชมอีก

“บอสนี่เลี้ยงง่ายเหมือนเด็ก 2 คนนั้นเลยนะครับ ทำอะไรให้กินก็บอกว่าอร่อย” ผมหัวเราะ

“เอาไปเลี้ยงรวมกันเลยไหมล่ะ” บอสส่งสายตากรุ้มกริ่ม

“ไม่ล่ะครับ แค่ 2 คนนั้น ผมก็เหนื่อยแล้ว” ผมหัวเราะแล้วตอบกลับไป บอสเองก็ส่งยิ้มมาให้

หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว ผมก็ล้างชาม เก็บครัว แล้วไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่ชุดของบอสเหมือนเดิม มีแต่เสื้อตัวใหญ่ รุ่มร่ามไปหมด แต่ก็ต้องใส่ บอสเองก็สลับกับผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เหมือนกัน หลังจากนั้นก็มานั่งเล่นที่ห้องรับแขก

“บอสครับ ผมอยากไปทำงานต่อ ไปส่งผมที่ออฟฟิศได้ไหมครับหรือจะให้ผมนั่งรถไฟฟ้าไปก็ได้” ผมเอ่ยปากขอ เผื่อบอสจะอนุญาต เพราะผมเป็นกังวล เกรงว่างานจะเสร็จไม่ทันตามเวลา

“ไม่ต้องออกแบบให้บ้านหลังนั้นแล้วนะ ผมสั่งให้ธีร์ทำแทนไปแล้ว ตอนนี้ทำไปได้ 80 % แล้ว อีกสักวัน 2 วันก็น่าจะเสร็จ” บอสบอกกับผม ทำให้ผมถึงกับขมวดคิ้ว

“หมายความว่าไงครับ ให้พี่ธีร์ทำแทน ผมว่าเราคุยกันแล้วว่าผมจะทำบ้านหลังนั้น” ผมถามกลับไปเสียงขุ่น

“ทำไมถึงอยากทำบ้านหลังนั้นนักหล่ะ” บอสถามกลับมาเสียงเข้ม

“ก็นั่นมันบ้านในฝันของผม” ผมตอบกลับไปเสียงห้วน

“หึ!!นั่นมันบ้านของคนอื่น” บอสยกยิ้มมุมปาก กึ่งๆ เยาะเย้ย ว่านั่นคือบ้านคนอื่นไม่ใช่บ้านของผมสักหน่อย

“แล้วทำไมบอสพาผมไปตั้งแต่แรก แล้วยังให้ผมทำหามรุ่งหามค่ำแล้วมาว่าใช้ไม่ได้ ลูกค้าไม่ได้ต้องการแบบนี้ บอสเห็นผมเป็นอะไร ผมทำงานให้ตามคำสั่งเท่านั้นก็จบรึไง คุณค่าทางจิตใจหล่ะ ความภาคภูมิใจหล่ะ งานชิ้นแรกที่ผมหวังจะให้ออกมาดีที่สุด บอสก็ขยำมันทิ้งไปเมื่อวาน” ผมเถียงกลับเสียงดัง “ถ้าไม่มีอะไรให้ทำ ผมกลับบ้านนะครับ” พูดจบผมก็ลุกขึ้นกำลังจะเดินไปหยิบกระเป๋า บอสก็คว้าแขนผมเอาไว้

***************************** 

ความคิดเห็น