ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่15 ภรรยาเอก

ชื่อตอน : ตอนที่15 ภรรยาเอก

คำค้น : ภรรยาเอก จำปาสีขาว

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2563 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่15 ภรรยาเอก
แบบอักษร

ตอนที่15ภรรยาเอก... 

รุ่งเช้าวันใหม่การเดินทางไปเยี่ยมท่านลุงของหลานฟิงชูก็เริ่มขึ้น ก่อนไปก็มีลูกๆทั้งสองคนมาส่งเขาพร้อมกับพ่อและแม่ของเขา..... 

"น้องหญิงข้าไม่เห็นได้ข่าวว่าพี่ชายของเจ้าป่วยเลยนี้"เสียงของสามีพูดออกมาด้วยความสงสัยเพราะเขาเองก็เพิงจะอ่านจดหมายของพี่ชายของภรรยาเขาเมื่อไม่นานนี้เองว่าสบายดีไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนเลยออกจะแข็งแรงมากๆด้วยช้ำ...... 

"ท่านพี่ท่านไม่รู้ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี้ เพราะพี่ใหญ่ของข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรเพียงแต่ข้าต้องการให้ลูกสะใภ้และฟิงชูของเรามีเวลาทำความรู้จักกับลูกสะใภ้ของเขาได้อย่างใกล้ชิดโดยที่ไม่มีคนที่สามเข้ามาแบ่งตรงกลางอย่างไรเล่าท่านพี่"ภรรยาพูดออกมาบอกกับสามีก่อนที่จะพาหลานๆเข้าไปที่เรือนด้วยใบหน้าที่มีแต่ความสุข...... 

ส่วนสามีก็ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงตอนที่ภรรยาของเขาตอนเป็นสาวๆเลยนางนั้นกำราบเขาได้อยู่ในมือได้จนมาถึงทุกวันนี้..... 

 

อีกด้านรถม้าวิ่งไปตามเส้นทางที่ออกจากเมืองหลวงมุ่งหน้าไปที่ต่างเมือง.... 

"ฟิงชูเจ้าดูสิดอกไม้และทิวทัศน์สวยงามมากเลยอากาศก็สดชื่นมากมาก"เฉินหลินจือพูดออกมาเมื่อเธอเปิดหน้าต่างของรถม้าและได้เห็นสิ่งที่มันเป็นธรรมชาติจริงๆที่โลกปัจุบันไม่มีเหลือให้เห็นแล้ว......... 

"เจ้าพูดเหมือนไม่เคยเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติพวกนี้เลย" 

"ข้าเคยได้ยินมาว่าตอนที่เจ้าป่วยหนักๆท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าก็พาเจ้าไปรักษาต่างเมืองอยู่บ่อยครั้งจนเจ้านั้นเห็นทิวทัศน์หลายแบบมากนะ" 

"ทำไมเจ้ายังตื่นเต้นอยู่อีกนะ"หลานฟิงชูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปกติธรรมดา.. 

เฉินหลินจือไม่เคยรู้เลยว่าหลานฟิงชูจะรู้เรื่องราวของหญิงสาวที่เธออาศัยอยู่ในร่างนี้มากเหมือนกัน.... 

"ทิวทัศน์สวยงามนั้นมันไม่เหมือนกันทุกแห่งหรอกนะ" 

"ทุกๆวันทุกๆเวลาหรือทุกๆนาทีทุกอย่างบนโลกใบนี้นั้นเปลี่ยนแปลงกันไปเรื่อยๆนะฟิงชูเพียงแต่ท่านไม่รู้เท่านั้นเอง"เฉินหลินจือพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพร้อมกับรอยยิ้ม.... 

"เจ้าคิดอย่างนั้นหรือว่าทุกอย่างบนโลกเปลี่ยนแปลงไปได้"หลานฟิงชูพูดออกมาอีกครั้งสายตาแวววับขึ้นมา... 

"ใช่สิคนเคยรักกันก็หมดรักกันนะคนเคยเหลียดก็กลับมารักกันได้ แบบนี้ก็คือการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน"เฉินหลินจือพูดออกมาพร้อมกับมองใบหน้าของหลานฟิงชูที่นิ่งไปเมื่อเธอพูดว่าคนรักกันก็หมดรักกันได้คนที่เหลียดก็กลับมารักได้เช่นกันนี้คือความรู้สึกมนุษย์เราที่พึงมีในตัวเองทุกคน.... 

"ท่านเป็นอะไรทำไมถึงนิ่งไปหรือข้าพูดอะไรทำให้ท่านไม่สบายใจ"เฉินหลินจือพูดออกมาพร้อมกับยื่นมือของเธอไปจับมือของหลานฟิงชู..... 

หลานฟิงชูมองดูมือที่ยื่นมาจับมือของเขานั้นหัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมา... 

"นั้นสินะมีรักก็หมดรักได้มีความเหลียดก็ไม่เกลียดได้ มีรักครั้งใหม่ก็มีได้เช่นกัน"หลานฟิงชูคิดในใจของเขาก่อนที่จะยิ้มให้เฉินหลินจือด้วยรอยยิ้มที่รู้สึกดีด้วย จากนั้นทั้งสองคนก็พูดคุยกันอีกหลายๆเรื่อง........... 

จนเวลาผ่านไปท้องฟ้ามืดลงพวกเขาก็จะต้องหาที่พักค้างแรมเสียก่อนนั้นก็คือวัดร้างที่จะพักค้างแรมในค่ำคืนนี้เพราะหาโรงเตี๊ยมไม่มีเลยแถบนี้ก็จะต้องพักที่วัดร้างแห่งนี้แทนตามที่คนติดตามมารับใช้นั้นหามาได้เวลานี้..... 

หลานฟิงชูก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเขานั้นเลยใช้ชีวิตข้างนอกมาเยอะมากแล้วเลยไม่มีปัญหาอะไร 

เขาห่วงแต่ว่าเฉินหลินจือจะพักไม่ได้นี้สิเพราะพร่างกายของนางอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กน้อยและถูกเลี้ยงมาเหมือนคุณหนูที่เหมือนแก้วอันล้ำค่าตามที่หลานฟิงชูได้รู้มา....... 

"หลินจือเจ้าพักค้างแรมที่นี้ได้หรือไม่"หลานฟิงชูพูดถามเฉินหลินจือด้วยสายตาห่วงๆ... 

"ข้าพักได้ทำไมข้าจะพักไม่ได้ท่านถามแปลกๆนะ"เฉินหลินจือพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้สึกว่าตัวนางนั้นลำบากที่จะพักในที่ลำบากแบบนี้..... 

"ก็ดีแล้วที่เจ้าพักได้เพราะข้าห่วงเจ้กลัวเจ้าจะไม่สบายขึ้นมาในการเดิรทางในครั้งนี้"หลานฟิงชูพูดออกมาพร้อมกับถอดเสื้อคลุมของเขามาคลุมตัวของเฉินหลินจือด้วยความห่วงใยจากใจอัน บริสุทธิ์ของเขาที่กละวว่านางจะหนาวเพราะตอนนี้อากาศก็เริ่มเน็นขึ้นมามากแล้ว ..... 

ทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนหัวใจเต้นรัวๆขึ้นมาพร้อมๆกันด้วยความรู้สึกดีนิดหนึ่งแล้ว.... 

"ฟิงชูท่านไม่ได้กังวัลข้าไม่ได้อ่อนแออย่างที่ท่านคิดห่วงมากหรอกนะข้าแข็งดี" 

"ข้าดูแลตัวเองได้ขอบใจท่านที่ห่วงข้า"เฉินหลินจือพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาๆเอียงอายเล็กน้อยใบหน้าก็แดงขึ้นมาอีกด้วย..... 

"จะไม่ให้ข้าห่วงได้อย่างไรเพราะเจ้าเป็นภรรยาของข้านี้"หลานฟิงชูพูดออกมาแล้วสบตากับเฉินหลินจือด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวเกิดขึ้นมา จากนั้นไม่นานหลานฟิงชูเขาก็จะไปดูความเรียบร้อยที่จะพักค้างแรมในค่ำคืนนี้ว่าไม่มีปัญหาอะไรที่จะเกิดขึ้น.. 

"พูดออกมาแบบนี้หัวใจของฉันก็เอียงและเต้นรัวๆสิ"เฉินหลินจือพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแก้มทั้งสองข้างของร่างบางก็แดงขึ้นมาด้วยความอายที่หัวใจของเธอเองนั่นก็เริ่มที่จะเอนเอียงปล่อยให้หัวใจองเธอมีหลานฟิงชูเข้ามาแล้ว....... 

เวลาต่อมาฟ้ามืดมิดหมดแล้วหลานฟิงชูและเฉินหลินจือก็นั่งล้อมที่กองไฟทานอาหารเย็นด้วยกันที่บรรยากาศของทั้งสองคนนั้นเริ่มที่จะหวั่นไหวขึ้นมาพร้อมๆกัน.. 

"เนื้อแห้งอร่อยๆมากนะเจ้ากินมากๆนะหลินจือ"หลานฟิงชูส่งเนื้อแห้งที่คนติดตามของของนำมาทำอาหารเย็นมือนี้ให้เขาทั้งสองคนทาน หลานฟิงชูก็เลยแบ่งให้เฉินหลินจือกินเพราะเห็นนางกินได้มากเขาก็เลยคิดว่านางชอบกินเนื้อแห้งนี้.. 

"ขอบใจท่านมากเนื้อแห้งนี้อร่อยมากอย่างที่ท่านบอกไม่มีผิดเลย" 

"พรึบ!!! 

"ท่านกินสิ"เฉินหลินจือพูดออกมาพร้อทกับยืนเนื้อแห้งมาป้อนหลานฟิงชูด้วยความสดใส.. 

แต่หารู้ไม่ว่าการที่เธอทำตัวแบบนี้นั้นทำให้หลานฟิงชูเริ่มคิดกับเธอมากขึ้นมาแล้ว...... 

"ขอบใจเจ้ามากฟู่เหริน"หลานฟิงชูพูดออกมาพร้อมกับกินเนื้อแห้งที่เฉินหลินจือส่งมาให้เขาด้วยมือ 

พอหลานฟิงชูก้มลงไปกินเนื้อแห้งนั้นริมฝีปากของเขาก็สัมผัสมือของเฉินหลินจือเหมือนมอบจูบที่มือของเฉินหลินจือเลย... 

ก่อนเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มมีเสน่ห์ให้เฉินหลินจืออีกด้วย... 

"อะไรกันความรู้สึกเหมือนตัวเองจะลอยแบบนี้" 

"ทำไมฟิงชูถึงเรียกฉันว่าฟู่เหรินแล้วหัวใจของฉันทำไมหวั่นไหวแบบนี้มันคืออะไรกัน"เฉินหลินจือคิดในใจด้วยสายตาที่สับสนวุ่นวายกับความรู้สึกที่นี้มันไม่เคยมีในหัวใจของเธอเลยสักครั้ง......... 

ถึงเธอจะแต่งงานกับผู้ชายที่เป็นแฟนของเธอในโลกปัจจุบันแต่ผู้ชายคนนั้นไม่เคยทำให้เธอรู้แบบนี้เลยสักครั้ง.. 

ความรู้สึกตื่นเต้นความรู้สึกหวั่นไหวความรู้สึก เหมือนท้องไส้ปั่นป่วน หัวใจก็เต้นรัวๆยามที่จ้องมองเขา ความรู้สึกแบบนี้ มันคือความรู้สึกอะไรกันแน่ เฉินหลินจือ ได้แต่คิดสับสนในหัวของเธอ อย่างว้าวุ่นใจ ยามนี้ 

โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ.... 

ช่วงนี้หาแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายอยู่ อัพนิยายช้าไปขออภัยด้วยนะคะ หวังว่าทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจและรอคอย นิยายของ อะไรท์นะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว