ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 เด็กดื้อของคนขี้หวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 เด็กดื้อของคนขี้หวง

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2563 10:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 เด็กดื้อของคนขี้หวง
แบบอักษร

ตอนที่ 9 

บอสเดินออกจากห้องด้วยชุดเสื้อยืดสีเทาแนบลำตัว ซ่อนมัดกล้ามบริเวณแผงอกและลอนซิกแพ็คหน้าท้องพอให้เห็นเป็นรูปร่างภายใต้เสื้อตัวบางอย่างน่าค้นหา แขนเสื้อทั้ง 2 ข้าง ถูกพับขึ้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสีขาวผ่องตัดกับสีน้ำตาลอ่อนของส่วนที่โดนแดด ส่วนล่างเป็นกางเกงยีนส์พับขาเล็กน้อย เผยให้เห็นข้อเท้าคอดเรียวโผล่พ้นออกมา นี่เป็นชุดประจำของบอสที่ผมคุ้นเคย เป็นความเรียบง่ายที่เป็นธรรมชาติ แต่มีเสน่ห์โดยไม่ต้องยัดเยียด ส่วนเครื่องประดับมีเพียงนาฬิกาข้อมือเท่านั้น เมื่อบอสเดินเข้ามาใกล้ผมได้กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย รู้สึกชอบตั้งแต่ได้กลิ่นครั้งแรก

“ทำไมใส่เสื้อตัวนี้” บอสถามเสียงดุ ผมแค่ใส่เสื้อยืดสีขาวบางแนบลำตัว ก็ผมหาเสื้อตัวอื่นแล้วทั้งตู้  มีแต่เสื้อไซส์ใหญ่ ผมลองแล้วเหมือนลูกขโมยเสื้อพ่อมาใส่ ผมก็เลยเลือกตัวนี้ที่ใส่แล้วพอดีตัว

“ตัวนี้หวงเหรอครับ มันไซส์เล็กสุดแล้วในตู้” ผมถามบอส พร้อมกับบอกเหตุผล

“อื้ม….หวง” บอสพูดจบก็เดินหายเข้าไปในห้อง  สักพักก็กลับมาพร้อมเสื้อยืดสีดำตัวหนา ยื่นให้ผม

“ไปเปลี่ยน” บอสทำเสียงเข้มใส่ผมอีกแล้ว

“ขอโทษครับ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าบอสหวง” ผมยู่ปากก้มหน้าตอบกลับไป

“อื้ม ถ้ารู้แล้วก็อย่าทำให้หวง” บอสบอกอีก

“ผมไม่รู้จริงๆ นี่ครับ ว่าบอสหวงเสื้อตัวนี้ ก็บอสบอกเองว่าให้ใส่ตัวที่ใส่ได้ไปก่อน” ผมอธิบายเหตุผล เผื่อบอสจะได้เข้าใจ

“ไม่ได้หวงเสื้อ!!!!” 

ผมเงยหน้าขึ้นไปมองบอสทันที ทันใดนั้นเสียงออดหน้าประตูก็ดังขึ้น

กรี๊งงงงงงงงงง!!!!!! 

“สั่งข้าวต้มมาให้ สงสัยจะมาแล้ว” บอสบอก จากนั้นก็เดินไปเปิดประตู ไม่นานก็กลับมาพร้อมชามใส่ข้าวต้มสีสันน่ากิน กลิ่นหอมมาก ผมหิวแต่เช้าเพราะอ้วกอาหารที่กินไปเมื่อคืนออกหมดเลย

“จริงๆ แล้ว ถ้ามีข้าวกับหมู หรือของสด ผมก็ทำได้นะครับ” ผมบอกกับบอส “เมื่อเช้าผมลองเปิดตู้เย็นดูแล้ว ไม่มีของสดติดตู้….” ผมยังพูดไม่จบ บอสก็พูดสวนกลับมาทันที

“เอาไว้วันหลังจะซื้อมาติดไว้นะ” บอสสบตาแล้วบอกกับผม ผมรู้สึกว่ามันเป็นแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมาย ทำให้ผมรู้สึกประหม่า หน้าของผมร้อนวาบขึ้นมาในทันที

“ผมขอไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะครับ” ผมรีบขอตัวออกมา เพราะทนกับสายตาแบบนั้นของบอสไม่ได้  ถ้าอยู่ต่ออีกหน่อยผมคงละลายแน่เลย

************  

บอสพาผมมาถึงออฟฟิศเกือบ 8 โมง หลังจากทานข้าวเสร็จก็ออกมาจากคอนโดทันที ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที หลังจากนั้นก็เริ่มต้นทำงานตามแผนที่วางไว้ทุกอย่างต้องเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ผมเร่งมือทำงานจนไม่ได้ออกไปกินข้าวกลางวันกับพี่ๆ ที่ทำงาน ผมฝากพี่ธีร์ซื้ออาหารกลางวันมาให้ ชนิดที่ว่าไม่ต้องขยับไปไหน กินข้าวเสร็จก็นั่งทำงานไปจนถึงเวลาเลิกงานกลับบ้าน พอเช้าวันใหม่ก็รีบขับรถออกมาทำงาน ชีวิตของผมวนลูปอยู่แบบนี้ตลอดระยะเวลา 3 วัน

 

…….3 วันต่อมา 

“บอสครับ งานเสร็จแล้วนะครับ ขอผมเช็คความเรียบร้อยอีกหน่อย เดี๋ยวผมจะส่งเมล์ให้นะครับ” ผมบอกกับบอสหลังจากเจอกันในลิฟท์ บอสพยักหน้ารับ

พอเข้ามาในห้องทำงาน ผมรีบเปิดคอมเอางานมาตรวจความเรียบร้อยก่อนจะส่งเมล์ให้บอส พี่ๆ เริ่มทยอยกันมาถึงที่ทำงานพร้อมกับเสียงดังแสดงถึงความร่าเริงอารมณ์ดีของพี่ธีร์เจ้าประจำ แล้วพี่กิ๊กก็ปรามอีกตามเคย ว่าให้เบาเสียงลงอีกเพราะบอสอยู่ในห้องทำงาน ผมทักทายพี่ๆ แล้วหันมาใส่ใจงานของตัวเองต่อ จากนั้นก็ส่งเมล์ไปให้บอส ผ่านไปประมาณ 30 นาที พี่กิ๊กก็มาบอกว่าบอสเรียก ผมเคาะห้อง แล้วเปิดประตูเข้าไป

“ผมเปิดดูงานของคุณแล้ว” บอสทำหน้าเรียบเฉย

“แล้วเป็นยังไงบ้างครับ” ผมรีบถามกลับไป เพราะงานนี้เป็นงานชิ้นแรกของผม ที่เกิดจากความทุ่มเทสุดกำลัง จนทำให้ผมไม่เป็นอันกินอันนอน

“ไม่ผ่าน ไปทำมาใหม่” บอสมองมาที่ผมแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่คนฟังอย่างผมถึงกับใจฝ่อ ชิ้นงานที่ผมทุ่มเทจนสุดความสามารถ กลับได้รับคำตอบว่าไม่ผ่านอย่างนั้นเหรอ

“งานของผมไม่ดีตรงไหนเหรอครับ” ผมกัดปากแบบไม่รู้ตัว รู้สึกผิดหวังทั้งที่ผมคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว  

“ลูกค้าคนนี้เป็นคนเบื่อง่าย ต้องการอะไรที่มีลูกเล่น ไม่ชอบอะไรที่มันเรียบๆ เกินไปทั้ง Mood and Tone เน้นความเซ็กซี่ น่าค้นหา ใช้โทนสีร้อนตัดเย็น แบบกระชากอารมณ์ รูปทรงไม่ต้องมีเหลี่ยม ให้เน้นโค้งเว้ามีความพลิ้วไหว ไปทำมาใหม่ แปลนการจัดวางเอาตามนี้ไม่ต้องแก้” บอสจ้องหน้าแล้วสั่งงาน พูดเสร็จก็หันกลับไปจ้องจอคอมพิวเตอร์ต่อ ไม่สนใจความรู้สึกของผมที่อารมณ์เดียวกันกับตอนถูกบอกเลิก แล้วหาว่าผมไม่ตรงสเปคยังไงยังงั้น

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว” ผมบอกกับบอสเสียงสั่น เดินคอตกออกมา รู้สึกเหนื่อยและท้อใจ ที่ต้องแก้งานเกือบทั้งหมด ยังดีที่ไม่ต้องมาวางแปลนใหม่ แล้วทำไมบอสไม่บอกลักษณะความชอบของลูกค้าคนนี้ให้ผมรู้ตั้งแต่ต้น ทำไมถึงปล่อยให้ผมทำไปจนเสร็จแล้วมาบอกว่าไม่เอา

เวลาในการทำงานของผมเหลืออีก แค่ 4 วัน ทั้งที่ผมวางแผนไว้ว่าจะเหลือเวลาสำหรับงานแก้ไขเล็กน้อยจากลูกค้า แต่บอสมาตีตกตั้งแต่งานยังไม่ถึงมือลูกค้า ทำให้ต้องมาเริ่มใหม่ ผมต้องเร่งมือหามรุ่งหามค่ำถึงจะทำได้ตามแผนและไม่กระทบกับคนอื่น  ผมนั่งแก้งานและไม่ยอมไปกินข้าวกลางวัน แล้วฝากพี่ธีร์เหมือนเดิม  จนกระทั่งเวลาเลิกงาน พี่ๆ ทยอยกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือแค่ผมกับบอสที่ยังทำงานอยู่ในห้อง  เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาผมทั้งกินน้อยและนอนไม่เต็มอิ่ม ในหัวของผมคิดแต่เรื่องแต่งบ้านหลังนั้น ตอนนี้ผมเหนื่อยแต่ก็ต้องอดทน ในเมื่องานยังไม่ผ่านผมก็ต้องรับผิดชอบในส่วนของผม

“ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ” บอสปิดประตูห้องทำงานของตัวเอง แล้วมายืนข้างโต๊ะผม

“ยังครับ งานยังไม่เสร็จ” ผมตอบห้วนโดยไม่มองหน้า

“กลับบ้านได้แล้ว” บอสสั่งเสียงดุ ผมไม่ได้สนใจทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของบอส แต่ผมยื่นมือออกไปตรงหน้าบอส

“กุญแจหล่ะครับ ผมขอนอนที่ออฟฟิศ 2 คืน จะเร่งแก้งานให้เสร็จ เวลาเหลือน้อยแล้วครับ” ผมไม่ได้มองหน้าบอส ผมไม่สนใจว่าบอสจะพอใจหรือไม่ เพราะสิ่งที่ผมทำคือ ผมทำเพื่อบริษัทของบอส ไม่คิดค่าโอทีก็ดีเท่าไหร่แล้ว

“พรุ่งนี้วันหยุด” บอสบอกกับผม ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้คือวันเสาร์ จิตใจของผมโกรธขึ้นมาเสียดื้อๆ ในเมื่อมันเป็นวันหยุด ทำไมผมถึงมีงานค้าง ทั้งที่ทำเสร็จหมดแล้วแท้ๆ เพราะใครกันที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้

“ถ้างานเสียหายขึ้นมา ผมรับผิดชอบไม่ไหวหรอกครับ ผมไม่คิดค่าโอที ผมจะทำงานให้เสร็จ” ผมยังยืนยันคำเดิมว่าจะอยู่ทำงานจนกว่าจะเสร็จ

“กลับบ้าน!!!” บอสทำเสียงดุใส่ผมเป็นครั้งที่ 2 ด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มและเฉียบขาด ผมกัดริมฝีปากล่างจนรู้สึกเจ็บ แม้ความรู้สึกโกรธจะถาโถมเข้ามาเหมือนพายุลูกใหญ่ แต่ผมก็พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ปกติ จริงๆ แล้ว ผมรู้สึกไม่ดีตั้งแต่งานโดนตีตกเมื่อเช้านี้แล้ว ในเมื่อเจ้าของบริษัทไม่สนใจว่ามันจะเสียหายยังไงถ้าผมส่งงานไม่ทัน ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อผมตั้งใจดีมาตั้งแต่ต้นแล้ว แต่เขาไม่เห็นค่าเอง ถ้างานนี้มันจะพังก็ไม่ใช่ความผิดของผมแล้วหล่ะ ผมตัดสินใจเซฟงานแล้วปิดคอมพิวเตอร์ทันที จากนั้นผมก็ถอดปลั๊ก กระชากกระเป๋าแล้วเดินผ่านหน้าบอสออกมาทันที แต่ผมเดินได้แค่ 2 ก้าว แขนของผมก็ถูกบอสคว้าเอาไว้

“โกรธอะไร หืม” บอสถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ไม่ยอมปล่อยมือ

“ผมเปล่า” ผมตอบเสียงห้วนอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ถ้าบอสจะตบหัวแล้วลูบหลังคงใช้ไม่ได้กับคนอย่างผม ผมพยายามสะบัดแขนหลายที แต่ไม่หลุดจากมือของบอส แต่มันกลับแน่นยิ่งกว่าเดิม “ปล่อยครับ ผมเจ็บ”

“ดื้อจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว” บอสพูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยใจ จากนั้นก็จูงมือผมเดินออกมาจากห้องทำงาน ลงลิฟท์แล้วเดินตรงไปที่รถของบอส

“จะพาไปไหน” ผมถามเสียงขุ่น

“ไปนอน เหนื่อยมากไม่ใช่เหรอ” บอสบอกพร้อมกับจ้องหน้าผม

“งั้นก็ปล่อยสิครับ ผมจะกลับบ้าน” ผมสะบัดแขน แต่บอสก็ไม่ยอมปล่อย

“จะกลับยังไง ขับรถกลับเองไหวเหรอ นั่งแท็กซี่คิดว่าจะไม่หลับในรถรึไง โชคร้ายโดนปล้นฆ่าขึ้นมาผมจะไปอธิบายกับพ่อแม่คุณว่ายังไง” บอสบอกเหตุผลยืดยาวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จนผมรู้สึกแปลกใจ ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองบอส ที่กำลังจ้องมาที่ผมอยู่ก่อนแล้ว

“ผม….” ผมอยากจะปฏิเสธทุกอย่างที่บอสพูดมา แต่มันก็คือความจริง ผมเพลียจนคิดว่าขับรถกลับเองไม่ไหว ถ้านั่งแท็กซี่ผมคงหลับในรถแน่นอนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปเจอคนแบบไหน ถ้าเป็นอย่างที่บอสว่าจริงๆ มันก็คงเป็นเรื่องที่พ่อกับแม่ผมรับไม่ไหวที่ลูกต้องมาตายอย่างน่าอนาถ  

“อย่าดื้อ” บอสพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มเหมือนขอร้อง จากนั้นก็เปิดประตูรถ แล้วกดไหล่ผมให้ลงไปนั่งที่เบาะ แต่ไม่ได้ต่อต้านอะไร เพราะผมไม่มีแรงแม้แต่จะเถียงกลับ

ผมหลับในรถมาตลอดทาง จนมาถึงที่หมาย ผมได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกระซิบใกล้หูเรียกชื่อผม พอรู้สึกตัวผมรีบหันไปตามเสียง ปากของผมเฉียดหน้าของบอสไปแค่นิดเดียว ผมตกใจผงะถอยหลังออกมา บอสขยับนั่งตัวตรง

“ถึงแล้ว” บอสบอก แล้วหันไปเปิดประตูรถ ผมจึงเปิดตามแล้วลงจากรถ จากนั้นบอสก็พาไปที่ห้อง

“บอสครับ ผมหิว” ผมบอกบอสขณะที่เดินไปที่ลิฟท์

“เดี๋ยวโทรสั่งให้ อยากกินอะไร” บอสบอกอย่างใจดี ทำให้ความโกรธหายไปนิดหน่อย

“พิซซ่าหน้าซีฟู้ดขอบชีสถาดใหญ่” ผมบอกอย่างจริงจังพร้อมกับจ้องหน้าบอส

“อื้ม” บอสยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย  ในใจคงคิดว่าผมง้อง่ายหายโกรธเร็วแค่เรื่องของกินสินะ

“บอสจะเลี้ยงเหรอครับ” ผมหรี่ตา เอียงหน้าถามอีก

“อื้ม” บอสยิ้มอีก พร้อมกับบอกผม หลังจากเข้าไปในห้องแล้ว “รีบไปอาบน้ำสิ เสร็จแล้วจะได้กินพอดี”

“คร้าบบบบ” ผมรีบเดินเข้าห้องน้ำไป แต่นึกขึ้นได้ว่ายังไม่มีชุดเปลี่ยน “แล้วผมใส่ชุดไหนครับ”

“ไปอาบก่อนเดี๋ยวเตรียมไว้ให้ ผ้าเช็ดตัวอยู่ที่เดิม” บอสบอกแบบนั้น ผมก็เลยเข้าไปอาบน้ำ สักพักบอสก็มาเคาะประตูแล้วบอกว่าชุดเปลี่ยนอยู่หน้าห้องน้ำ ผมอาบน้ำสบายตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ตอนนี้ผมหิวมาก พอออกมาพิซซ่าก็มาถึงพอดี

“มานั่งนี่สิ” บอสเรียก พร้อมกับแกะกล่องพิซซ่า ผมเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงตรงข้ามบอส

“ทานได้เลยมั้ยครับ” ผมถามก่อนเผื่อบอสจะไปอาบน้ำก่อน

“อื้ม ทานเลยสิ” บอสพยักหน้า ผมก็เริ่มลงมือจัดการพิซซ่าที่อยู่ตรงหน้า

“อร่อยครับ” ผมกัดคำแรกแล้วพูดกับบอส

“ค่อยๆ กิน เลอะหมดแล้ว” บอสเอื้อมมือมาปาดซอสมะเขือเทศที่เลอะขอบริมฝีปากให้อย่างอ่อนโยน ผมชะงักไปชั่วขณะกับการกระทำของบอส

“ผะ ผมเช็ดเองได้ครับ” ผมใช้ลิ้นเลียไปที่ริมฝีปาก ในขณะที่บอสกำลังจ้องมา เราสบตากันนิ่ง เกิดเดดแอร์ขึ้นชั่วขณะ ภายในห้องเงียบเหมือนตกอยู่ในภวังค์

“อะ แอ้ม…ผมไปอาบน้ำก่อนนะ” บอสกระแอมเพื่อเรียกสติ

“คะ ครับ แล้วบอสไม่ทานด้วยกันเหรอครับ” ผมถาม

“ไม่ละ ทานเสร็จแล้วก็รีบเข้านอน” บอสสั่ง แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ เตรียมเข้านอน

“ครับ” ผมตอบกลับไป ก่อนจะหันมาสนใจพิซซ่าต่อ

************************* 

บอส : ตะวัน 

ความคิดเห็น