facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 [II] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2563 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 [II] 100%
แบบอักษร

 

 

 

ตอนที่ 20 

 

 

“ไปอาบน้ำได้แล้ว ยิ้มอยู่ได้”  

 

“เขินหรอ” 

 

“เหอะ” ผมแค่นหัวเราะ เสี่ยน้อยยอมปล่อยผมแล้วเข้าไปอาบน้ำแต่โดยดี เออยอมรับว่าเขินถ้าเกิดเขายังแกล้งผมอีกเราคงไม่ได้ไปเที่ยวแน่ เสี่ยเขาเองก็คงรู้เลยพยายามคุมตัวเองอยู่ 

 

เราแต่งตัวพร้อมออกไปข้างนอกแล้วก็ขับรถออกไปหาเพื่อนที่ผับพี่โคม่า ตอนนี้ทุกคนไปรอผมสองคนที่นู่นกันครบแล้ว แต่จะขาดก็คือพี่ริโซ่กับแทนและก็พี่พิ้งค์เท่านั้น  

แค่ผมเดินเข้ามาในผับคนก็มองเต็มเลยทั้งชายและหญิงถามว่ามองใครก็ต้องมองเสี่ยน้อยอยู่แล้ว ก็เขาเล่นหล่อขึ้นแถมหุ่นของหนาขึ้นด้วย เขาคงออกกำลังทุกวันนั่นแหละขนาดใส่แค่เชิ้ตธรรมดานะสาวๆยังมองตาเป็นมัน ผมได้แต่นึกหมั่นไส้เขาอยู่ในใจ เสี่ยน้อยกอดคอผมพาขึ้นมาชั้นบนโซนวีไอพีที่ประจำของกลุ่มเรา ผมไปถึงก็ยกมือไหว้พี่ๆเขาทุกคน ไอ้น็อตเจอเสี่ยก็วิ่งเข้ามากอดด้วยความดีใจ 

 

“ผมคิดถึงเฮียที่สุด” 

 

“มีของฝากด้วยนะ อย่าลืมไปเอาที่บ้าน” เสี่ยน้อยพูดพร้อมลูบหัวไอ้น็อต มันดูเป็นเด็กน้อยขี้อ้อนไปเลยเมื่ออยู่กับพี่ชายตัวเอง 

 

“ได้เลยเฮีย” 

 

“อ้าว หวัดดีไอ้ชาม” ไอ้น็อตมันเปลี่ยนมาหาผมพร้อมกับดึงผมไปกอด ผมกอดตอบมันเบาๆพร้อมมองหน้ามันด้วยสายตาเคืองๆ มันคงรู้ถึงได้ทำสีหน้าขอโทษผม 

 

“กูขอโทษ” 

 

“ช่างเถอะ ไปนั่งกัน” ผมตอบปัดๆก่อนจะพากันไปนั่งบนโซฟา ผมนั่งข้างเสี่ยน้อยส่วนอีกข้างคือไอ้ฟิกกับอชิ 

 

“สองคนนั้นเป็นไงบ้างวะ” พี่โคม่าเปิดประเด็นถามถึงพี่กันต์กับอาร์ ผมไม่อยากรู้เลยสักนิด 

 

“ก็ตามนั้นแหละ” 

 

“ไม่ใช่ว่าพวกมันจะลืมตาอ้าปากได้แล้วแว้งกัดเราอีกนะ” 

 

“หึ ไม่หรอก ไม่มีทาง” ดูเสี่ยน้อยเขาจะมั่นใจในแผนตัวเองมาก ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าหนี้ของสองคนั้นเป็นใคร 

 

“ช่างเรื่องนั้นเหอะ มาดิ่มกันดีกว่า” พี่วิลพูดทำลายบรรยากาศเครียดๆก่อนจะให้เด็กชงเหล้ามาให้เราทุกคน 

 

“น้องชามโอเครึเปล่าครับ” พี่วินถามผมเสียงเบา เขาดูรู้สึกผิดต่อผมมาก 

 

“ผมโอเค” 

 

“ดีแล้ว พวกพี่เนี่ยลำบากใจกันชิบหายเลยล่ะ” พี่วิลพูดพร้อมมองหน้าผม 

 

“พลัสรู้เรื่องนี้รึเปล่าเนี่ย” 

 

“มันนี่หรอ จะสนใจอะไร” พี่วิลพูดพร้อมหันไปแขวะแฟนตัวเอง พลัสมองคนรักตาขวางแต่ก็ไม่สนใจดื่มต่อ 

 

“จะว่าไปมึงกลับมาแล้วจะทำอะไรต่อ” พี่โคม่าถามเสี่ยน้อยอีกครั้ง ผมเองก็อยากรู้ 

 

“ยังไม่รู้ ช่วงนี้กูยังไม่อยากทำอะไรคิดว่าจะไปเที่ยวสักอาทิตย์ก่อน” 

 

“ไอ้ชามมึงก็ลางานไว้ละ” ไอ้ฟิกหันมาบอกผม ผมขมวดคิ้วคิดหนักเพราะอาทิตย์หน้าผมก็เริ่มงานแล้ว 

 

“กูเพิ่งสมัครงานไปจะมาลาได้ยังไง” 

 

“เรื่องนั้นกูให้สยามมันจัดการแล้ว” 

 

“ห้ะ ตอนไหน” ผมหันไปมองเสี่ยน้อย เขาจัดการอะไรแบบไม่บอกผมอีกแล้วเนี่ย 

 

“เมื่อเช้าตอนมาถึงกูก็โทรหามันเลยว่ายังไม่ให้มึงเริ่มงาน”  

 

“ดีจริงๆ” ผมกรอกตามองเสี่ยน้อยที่เอาแต่ใจตัวเอง แต่ใช่ว่าผมจะไม่อยากไปเที่ยวน๊า คึคึ(?) ผมรีบเก็บอาการเมื่อเสี่ยน้อยมองผมยิ้มๆ เขายกเหล้าขึ้นดื่มพร้อมหันมาจ้องหน้าผม ตอนนี้เหมือนทั้งโต๊ะมีแค่เราสองคน 

 

“มึงอยากไปที่ไหน” 

 

“ไม่รู้” 

 

“คิดไว้แล้วกัน กูตามใจมึง” 

 

“จริงอ่ะ” 

 

“อืม” 

 

“เอิ่ม” ผมหันขวับไปทำตาขวางใส่ไอ้ฟิก มันแขวะผมว่ะ  

 

“เดี๋ยวได้ใส่เดี่ยว” ผมแยกเขี้ยวขู่ไอ้ฟิก 

 

“เตี้ยก็เตี้ยยังไปท้าเขาต่อย” ไอ้น็อตแขวะผม ผมเบ้ปากใส่พวกมันก่อนจะดื่มบ้าง เสี่ยน้อยเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมเองก็โตพอจะดื่มได้เยอะๆแล้วเถอะ 

 

“งั้นเราก็ไปกันหมดนี่เลยก็ได้นะ เหมือนตอนเราเรียนมหาลัย” พี่วิลพูดเสนอขึ้นมา มันทำให้ผมคิดถึงเมื่อก่อนจริงๆ 

 

“กูอยากไปแค่สองคน” เสี่ยน้อยตัดความสัมพันธ์กับเพื่อนสุดๆ จนพี่วิลทำหน้าเซ็ง พี่โคม่าได้ทีก็หัวเราะเยาะเพื่อน 

 

“กูก็ว่าจะไป” พี่เฟสพูดขึ้นมาเสียงเรียบ เรียกสายตาจากทุกคนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะไอ้น็อตที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ 

 

“เฮียจะพาผมไปไหน” 

 

“กำลังคิดอยู่”  

 

“เย้ๆ” ไอ้น็อตพูดไม่พอเอาหน้าไปถูแขนพี่เฟส อ้อนแบบไม่สนสายตาพี่ชายมันเลย เสี่ยน้อยได้แต่ส่ายหน้าไปมากับท่าทีหลานตัวเอง 

 

“พวกกูขอบายแล้วกัน คิดว่าจะสนใจงานก่อนอีกอย่างวินก็ไม่ได้อยากไปเที่ยวหรอกใช่มั้ยครับ” พี่โคม่าพูดกับพี่วิน พี่วินพยักหน้ายิ้มๆไม่ได้ตอบอะไร  

 

“แล้วพวกมึงอ่ะ อยากไปมั้ย” ผมหันไปถามไอ้ฟิกกับไอ้อชิบ้าง มันส่ายหน้าพร้อมกันทั้งสองคนเลย  

 

“ขี้เกียจ” ไอ้ฟิกตอบ ไอ้อชิก็พยักหน้ารับเห็นด้วย  

 

“ชนแก้วดีกว่าว่ะ” พี่วิลพูดขึ้นทำให้เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันแล้วหันมาดื่มต่อ ผมมองเสี่ยที่ดื่มเยอะมากแต่เขาก็ไม่เมาหรอก แต่เขาสูบบุหรี่เนี่ยดิ ถึงกลิ่นมันจะไม่เหม็นเพราะเป็นบุหรี่ราคาแพงแต่เสี่ยแม่งก็สูบไม่เกรงใจผมเลย  

 

“กูติดไปแล้ว เอาไว้แก้คิดถึงมึง” เสี่ยน้อยหันมาพูดบอกผมยิ้มๆ ผมสะบัดหน้าใส่เขา ผมก็ไม่ได้ห้ามหรอก เอาไว้อยู่ด้วยกันสองคนผมถึงจะงี่เง่า  

 

“สาวเยอะจริงๆ” ไอ้น็อตพูดประชดขึ้นมา ผมเองก็ว่าจะไม่พูดแล้วแต่สาวๆนี่วนเวียนโต๊ะเราเยอะมาก ไม่รู้จะเดินผ่านไปผ่านมาทำไม บางคนก็มาเต้นใกล้ๆ ขนาดนี้เป็นโซนวีไอพีนะแต่ละโต๊ะห่างกันพอสมควรเลยล่ะ ไม่เหมือนด้านล่างที่เต้นกันสนุกสนาน 

 

“ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เสี่ยน้อยดับบุหรี่แล้วหันมาบอกผม ผมพยักหน้ารับเขาถึงได้ลุกเดินออกไป ผมเลยหันมาคุยกับเพื่อน ไม่นานร่างสูงก็กลับมาแต่เขาจะถึงโต๊ะเราอยู่แล้วถ้าไม่มีสาวสวยสุดเซ็กซี่ยืนขวางไว้ ยืนให้ท่าเต็มที่ เสี่ยน้อยยืมล้วงกระเป๋าเฉยๆไม่รู้คุยอะไรกันแต่สุดท้ายก็แยกย้ายกัน เสี่ยนั่งลงที่เดิม ผมก็ใช้สายตาถามเขาทันที 

 

“กูบอกไปว่ามีเมียแล้ว เมียขู่เก่งด้วย” 

 

“หึหึหึ” ไอ้อชิที่ได้ยินก็หัวเราะเยาะผม  

 

“แล้วไป” ผมตอบเสียงเรียบ มองเขาอย่างจับผิด แต่ดูๆแล้วกลุ่มเราไม่มีใครโสดเลยสักคน ไม่รู้เวรกรรมอะไรได้คบผู้ชายกันหมด นึกถึงเมื่อก่อนก็ตลกดีเหมือนกันจนมันทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว 

 

“ยิ้มอะไร” เสี่ยน้อยถามพร้อมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แต่ผมไม่ได้ขยับออกหรอก ผมยกมือจับหน้าตัวเอง 

 

“ผมยิ้มหรอ” 

 

“อืม” 

 

“นึกถึงเมื่อก่อนน่ะครับ” ผมตอบเสียงแผ่ว อายเหมือนกันที่พูดถึงอดีตแบบนี้ ก็ผมทำเรื่องน่าอายไว้เยอะนี่ เสี่ยน้อยยกมือมายีหัวผมอย่างหมั่นเขี้ยว 

 

“คิดแต่เรื่องดีๆล่ะ ไม่ใช่เอาเรื่องดราม่ามาน้อยใจกูอีก”  

 

“รู้ดี” ผมตอบเอือมๆ พอได้มองหน้ากันแล้วคุยกันเหมือนปกติแบบนี้ มันทำให้ผมรู้ว่าเวลาสองปีที่เราห่างกันไม่ได้ทำให้ความรักของเราลดลงเลย ไม่ได้เก้อเขินที่จะคุยกัน หรือมองสบตากันตรงๆ มันเหมือนเรามีแต่ความคิดถึงที่อยากจะเอ่ยให้อีกฝ่ายรู้ ผมยิ้มเสี่ยน้อยเขาก็ยิ้ม แค่นี้ก็มีความสุขละ 

 

เมื่อถึงเวลาผับปิดเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ผมก็นั่นแหละยอมไปนอนกับเสี่ยน้อยเขาที่บ้าน แต่ผมจะยังไม่ให้เขาทำอะไรผมแน่นอน ผมอยากจะแกล้งเขาให้ทรมานซะบ้าง เหมือนเสี่ยเขาก็ตั้งความหวังไว้อยู่ลึกๆแหละ หึหึ 

เรากลับมาถึงบ้านเป็นกิ่งที่มาเปิดประตูให้ เด็กมันมองหน้าเสี่ยน้อยไม่วางตา คงไม่เคยเจอใครหล่อขนาดนี้ล่ะมั้ง แต่ถามว่าเสี่ยเขาสนใจมั้ย แค่ชื่อเขาก็ไม่อยากรู้ ไม่มองด้วยซ้ำ 

 

“นอนดึกจัง” ผมทักกิ่งยิ้มๆ เด็กนั่นหันมามองหน้าผมทันที 

 

“พอดี คุณผู้หญิงบอกให้มารอรับคุณหนูน่ะครับ”  

 

“นี่ไงคุณหนู” ผมพูดพร้อมมองเสี่ยอย่างล้อเลียน ร่างสูงมองผมนิ่งๆก่อนจะกอดคอผมลากขึ้นห้องไม่สนใจกิ่งที่มองเราด้วยสีหน้าเหลอหลา  

 

“เจ็บนะเสี่ย” ผมบ่นเสี่ยน้อยเขาก็ไม่ยอมปล่อยผมหรอก จนเราเข้ามาในห้องเสี่ยแม่งก็ล็อคห้องอีกแล้ว  

 

“กลัวผมหนีรึไงชอบล็อคห้อง” ผมบ่นอุบ แต่ร่างสูงทำแค่ยิ้มมาให้ผมเท่านั้น 

 

“หยุด” ผมยกนิ้วชี้สั่งห้ามเขา เสี่ยน้อยหยุดยืนอยู่กับที่มองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ 

 

“อาบน้ำก่อนเลยครับ” ผมพูดบอก 

 

“อาบพร้อมกัน” 

 

“ไม่ งั้นผมจะอาบก่อน” ผมพูดบอกแค่นั้นก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไม่ลืมที่จะล็อค แต่สิ่งที่ทำให้ผมคิดหนักคือผมลืมเอาเสื้อผ้าเข้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำเนี่ยดิ แม่ง ดันคิดไม่รอบคอบซะได้ ผมค่อยๆเปิดประตูออกไป เห็นเสี่ยที่กำลังถอดเสื้ออยู่กำลังจะถอดกางเกง เขาไม่เคยอายผมจริงๆ แต่มันก็ทำให้ผมหน้าแดงเพราะหุ่นเขาดีมาก จนผมต้องเก็บน้ำลายตัวเองดีๆ  

“ผมลืมเสื้อผ้าหรอก ไม่ใช่จะให้เสี่ยอาบด้วยหรอกนะ” 

 

“หรอ งั้นเอาตัวนี้ไปใส่” เสี่ยน้อยพูดพร้อมมองผมยิ้มๆ ผมยังไม่ถึงตู้เสื้อผ้าเขาก็ยื่นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่ของเขามาให้ผม แค่ตัวเดียวด้วยนะ ผมหน้าแดงแต่ก็ยังปากดีอยู่ 

 

“บ้า ใครจะไปใส่หนาวตายพอดี เสื้อผ้าผมก็มีหรอกแบร่!”  

 

“หึหึหึ” 

ผมไม่สนใจเสี่ยน้อยแล้ว เขาปล่อยให้ผมหยิบเสื้อผ้าดีๆแล้วเข้าไปอาบน้ำอย่างสบายใจ พอผมออกมาร่างสูงก็มีแค่ผ้าขนหนูพันรอบเอวเท่านั้น ผมพยายามหลบตาอันร้อนแรงของเสี่ยน้อย  

 

“ไปอาบได้แล้วครับ” ผมพยายามพูดดีๆ 

 

“อืม” ร่างสูงตอบแค่นั้นก็ยอมอาบน้ำแต่โดยดี วันนี้เขาก็ดูเหนื่อยอยู่นะ ยังไม่ได้พักเลยนี่ ผมเป่าผมให้แห้งจนใกล้จะแห้งเสี่ยน้อยก็อาบน้ำเสร็จ เขาแต่งตัวแล้วมานั่งแทนที่ผม ผมก็รู้งานคือต้องเป่าผมให้เขา ผมก็ทำอย่างเต็มใจ ผมชินแล้วสิเรื่องดูแลเสี่ยน้อยน่ะ 

 

“เสี่ยเหนื่อยมั้ยวันนี้” ผมอดจะถามเขาไม่ได้ ก็ผมห่วง 

 

“เหนื่อย”  

 

“งั้นเป่าผมแห้งแล้วก็นอนพักนะ” ผมพูดยิ้มๆ เสี่ยน้อยมองผมผ่านกระจกด้วยสีหน้านิ่งๆ 

 

“จะปล่อยไปวันหนึ่งก็ได้” 

 

“อย่าหวังเลยครับ” ผมพูดลอยๆให้เขารู้ว่าไม่ว่าจะพรุ่งนี้หรือมะรืนผมก็ไม่ยอมให้เขาทำอะไรผมหรอก! 

 

“เล่นตัว” 

 

“เสี่ยต้องโดนทำโทษซะบ้าง” 

 

“แค่มึงไม่กอดกูก็เหมือนโดนทำโทษแล้ว” 

 

“ไม่เชื่อ” ผมพูดพร้อมเบะปากใส่เขา เสี่ยน้อยยกยิ้มขำกับท่าทีผม 

 

“แล้วจะกอดมั้ย” จู่ๆเขาก็ถามคำถามชวนเขิน ผมหน้าแดงไปหมดก่อนจะเลิกเป่าผมให้เขาเพราะมันแห้งแล้ว เสี่ยน้อยลุกขึ้นรวบผมไปกอดเอวไว้หลวมๆ 

 

“แค่กอดนะ” 

 

“อืม” ผมหรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ เขามันมือไว ผมคิดผิดคิดถูกเนี่ยเดินเข้าถ้ำเสื้อแท้ๆ 

 

สุดท้ายจนแล้วจนรอดผมก็ยอมนอนให้ร่างสูงกอด ผมก็อยากกอดเขาแหละ ผมคิดถึงมากการที่เรานอนอยู่บนเตียงเดียวกัน อยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียกกัน อยู่ในอ้อมกอดของกันและกันแบบนี้ มันทำให้ผมน้ำตาไหล อดจะร้องไห้ไม่ได้จริงๆ เสี่ยน้อยรู้ว่าผมร้องเขาถึงกระชับกอดแน่นจนหน้าผมฝังอยู่กับหน้าอกเขา ร่างสูงพรมจูบบนหัวผมซ้ำๆเพื่อปลอบใจผม 

“เสี่ยห้ามหายไปไหนอีกนะ” 

 

“ไม่ไปไหนแล้ว”  

.. 

.. 

 

เช้าเราสองคนตื่นเช้ากันมาก ตาผมบวมเพราะร้องไห้เมื่อคืนกว่าเสี่ยจะทำให้ผมหยุดร้องได้ก็นานอยู่ พอคุณหญิงแม่เจอหน้าผมท่านก็คงเข้าใจถึงไม่ถามอะไร เรานั่งทานข้าวด้วยกันครบทั้งพ่อเสี่ยเขาและเสี่ยใหญ่ด้วย ถือว่าเป็นวันที่ดีมากๆที่เราอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ 

“ผมสนใจอยู่นะ คอนโดของเพื่อนพ่อน่ะ” เสี่ยน้อยพูดบอกป๊าที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ 

 

“เอาสิ” 

 

“เสี่ยจะเอาคอนโดหรอ” 

 

“อืม อยู่กลางเมืองดี อะไรๆก็สะดวก” เสี่ยน้อยหันมาตอบผม ผมก็พยักหน้ารับ 

 

“ดีเลย เราจะได้ราคาลดด้วย” คุณหญิงแม่พูดบอกยิ้มๆ ผมก็ยิ้มตาม 

 

“วันนี้เข้าไปดูเลยมั้ยล่ะ” 

 

“ก็ดีครับ ว่าแต่ราคาเท่าไหร่” 

 

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก” ถ้าเสี่ยน้อยได้พูดแบบนี้ราคามันต้องแพงหูฉี่แน่ๆ พ่อกับแม่หัวเราะกับท่าทีของผม  

 

“เป็นเพนท์เฮ้าส์น่ะ แต่ก็ดูๆไว้ตั้งแต่ที่นู่นแล้วพอเห็นเพื่อนพ่อทำเสร็จพอดีเลยสนใจ” 

 

“แล้วสรุปราคามันกี่บาทเล่า” เสี่ยน้อยไม่ตอบผมอยู่ดี จนผมต้องรอไปถามราคากับนายหน้าที่ขายคอนโดแล้วล่ะ 

 

“เดี๋ยวก็รู้หน่า” 

 

************** loading 50 per. ************* 

 

“ไม่ยอมบอกอะไรผมเลย” ผมพูดอย่างเอาแต่ใจ เสี่ยน้อยแค่แกล้งยีหัวผมเท่านั้น คุณหญิงแม่ก็พาเปลี่ยนเรื่อง จนถึงเวลาที่เราจะออกไปข้างนอกไอ้น็อตมันก็ขับมอเตอร์ไซต์เข้ามาพอดี

 

“เฮียยย ผมมาเอาของฝาก”

 

“เข้าไปเอาเลย ให้เด็กเตรียมไว้แล้ว”

 

“แล้วนี่จะออกไปไหนกัน”

 

“เสือก” ผมพูดบอกไอ้น็อตแบบไม่ออกเสียง มันแยกเขี้ยวใส่ผมแต่ผมไม่สนใจ

 

“ทำไมไม่ขับรถยนต์ดีๆ” เสี่ยน้อยดุไอ้น็อตที่ชอบทำตัวห่ามๆไม่เลิก ไอ้น็อตทำหน้าบึ้งแต่ก็ยังดื้ออยู่ดี

 

“ก็ผมถนัดนี่ เฮียไปทำธุระเหอะเดี๋ยวผมจะเล่นอยู่นี่สักพัก”

 

“อืม”  เสี่ยน้อยตอบเสียงเรียบ ผมเดินผ่านไอ้น็อตก็ทำหน้าทำตากวนตีนกันโดยไม่มีเสียง มันทำท่าจะเตะผม ผมถึงได้รีบวิ่งไปเกาะแขนเสี่ยน้อย แม่งชอบรุนแรง เสี่ยน้อยส่ายหน้าไปมากับความเด็กน้อยของผมกับไอ้น็อต เจอหน้าคือต้องกวนตีนไว้ก่อน ไม่ใช่อะไรหมั่นไส้ล้วนๆ

 

เราออกมาดูคอนโดกันเป็นเพนท์เฮ้าส์สองชั้นกินเนื้อที่ไปทั้งชั้นเลย ราคาก็เกินร้อยล้านอยู่แล้วผมตกใจกับราคาแต่เสี่ยแม่งดูเฉยๆมาก จนผมสงสัยว่าเขาเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะแต่ก็ไม่อยากถาม อีกอย่างผมถูกใจด้วยเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างนำเข้าหมดเลย ของทุกอย่างคือแบรนด์นอกมันเลยราคาสูง ความสะดวกสบายก็ดีไปหมดสรุปเราก็ตกลงที่จะเอาห้องนี้ และกำหนดวันย้ายเข้า เราเลยออกไปหาร้านคาเฟ่นั่งดื่มกาแฟกัน

“แล้วอนาคตเสี่ยจะทำอะไรต่อ” ผมอดจะถามไม่ได้ เพราะผมก็กลับมาทำงานเดิมเรื่องเงินไม่มีปัญหา

 

“อาจจะลงทุนอะไรสักอย่าง”

 

“เช่น ?”

 

“ค้ามนุษย์” ผมกรอกตาใส่ร่างสูงที่กำลังแกล้งผม เขาเอาแต่ยิ้ม

 

“เอาดีๆสิเสี่ย อย่าแกล้ง”

 

“ก็กำลังคิด ไม่ได้รีบอะไร”

 

“แล้วเสี่ยไปเอาตังค์มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย”

 

“หึ เงินมึงไง”

 

“หมดบัญชีผมก็มีไม่ถึงสิบล้านหรอกเสี่ย” ผมแขวะเขา

 

“ก็ผลพลอยได้เล็กๆน้อยๆ” เสี่ยน้อยพูดพร้อมทำสีหน้าเฉยชามาก ถ้าผมเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นเงินที่ไม่บริสุทธิ ผมเริ่มรู้สึกผิดต่อสองคนนั้นแล้วสิ ผมหมายถึงพี่กันต์กับอาร์น่ะไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง อีกใจผมก็ไม่อยากสนใจ แต่เรื่องของพวกเขาก็อยู่ในหัวผมตลอดนั่นแหละ

 

“แล้วคนที่ เอ่อ เขาตายนั่นล่ะ” ผมหมายถึงคนที่ผมเข้าใจว่าเป็นเสี่ยน้อย ร่างสูงก็ยังทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม ทำไมใจร้ายแบบนี้วะ

 

“กูซื้อมันมา มันก็ต้องทำทุกอย่างอยู่แล้ว”

 

“แต่เขาตายเลยนะ”

 

“เปลี่ยนเรื่องเหอะ” ผมเงียบเมื่อเสี่ยน้อยเหมือนจะเริ่มอารมณ์ไม่ดี ผมได้แต่พยักหน้ารับ ไม่อยากรื้อพื้นผมก็จะไม่พูดถึงอีก ผมไม่ชอบเวลาเสี่ยโกรธเขาดูโหดเกินไป

 

“กินเค้กมั้ย”

 

“อื้อ” ผมตอบ เสี่ยมองหน้าผมแวบเดียวก็เดินไปสั่งเค้กให้ผม เขากลับมาพร้อมเค้ก

 

“กินซะจะได้เลิกฟุ้งซ่าน”

 

“ไม่ได้ฟุ้งซ่านสักหน่อย”

 

“หึ แล้วคิดได้รึยังว่าอยากไปเที่ยวไหน” เสี่ยน้อยเปลี่ยนเรื่องอีกละ ผมก็ต้องตามน้ำ

 

“อยากไปเที่ยวกาญ ไปเล่นน้ำล่องแพ”

 

“เอาสิ จองเลย” ผมยิ้มเมื่อเขาตามใจ ผมก็พยักหน้ารับงึกงัก ตักเค้กกินสบายใจ เราตกลงกันว่าจะไปมะรืนนี้เพราะผมต้องพาเสี่ยน้อยไปซื้อพวกของใช้แล้วก็เสื้อผ้าใหม่ด้วย วันนี้เราเลยแวะห้างกันพรุ่งนี้ก็พักผ่อนอยู่ที่บ้าน

 

“เสี่ยอ้วนขึ้นต้องปรับไซต์เสื้อนะเนี่ย” ผมแซวเขาตอนนี้เราอยู่ที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังในห้าง

 

“เอาอะไรมาอ้วน” เสี่ยน้อยมองหน้าผมนิ่งๆ ผมยิ้มขำ

 

“ผมหยอก”

 

“ส่วนมึงก็ผอมไป ต่อไปนี้ก็กินข้าวให้มันเยอะๆ”

 

“กินเยอะแล้วน่า” ผมพูดบอก เสี่ยน้อยส่ายหน้าเอือมๆใส่ผม เขาหันไปหยิบเสื้อผ้าแล้วคิดตังค์ ผมไม่ลืมเลือกของตัวเองด้วย ซื้อเสื้อผ้าเสร็จเราก็เดินไปซื้อของใช้ต่อ จนตกเย็นเราถึงกลับมาทานข้าวที่บ้าน เสี่ยใหญ่ไม่อยู่คนเดียว ส่วนเสี่ยน้อยก็คุยเรื่องย้ายที่อยู่ใหม่กับพ่ออยู่ ผมเองก็ต้องโทรบอกที่บ้านเรื่องเสี่ยเขาเหมือนกัน พ่อกับแม่ผมอยากให้พาเสี่ยไปเจอผมก็ตกลงแต่ยังไม่ใช่เร็วๆนี้น่าจะกลับมาจากเที่ยวกัน

 

“เสี่ยพ่อกับแม่ผมบอกให้ไปหา” ผมพูดขึ้นหลังจากที่เราเข้ามาอยู่ในห้องนอนด้วยกันสองคน

 

“ได้สิ หลังจากย้ายบ้านเสร็จแล้วกัน”

 

“เสี่ยโดนต่อยแน่” ผมขู่เขา ร่างสูงยิ้มขำ

 

“งั้นเอาโทรศัพท์มากูขอคุยกับท่านก่อน” ผมยื่นโทรศัพท์ให้ เสี่ยน้อยก็รับไปคุยกับพ่อผมที่ระเบียงนอกห้อง ผมไม่รู้หรอกว่าคุยอะไรกัน ผมตัดสินใจไปอาบน้ำ อาบน้ำเสร็จออกมาก็เจอร่างสูงกำลังนอนดูทีวี

 

“อาบน้ำไม่รอกันเลยนะ” ผมรีบหลบสายตาเขา

 

“ก็เสี่ยคุยโทรศัพท์อยู่ ผมเหนียวตัวอยากอาบน้ำด้วยเลยไม่ได้รอ” ผมแก้ตัว อันที่จริงผมยังไม่พร้อมเจอลูกอ้อนขออาบน้ำด้วย ไม่งั้นผมใจอ่อนแน่ๆ

 

“ไปนั่งเดี๋ยวเป่าผมให้”

 

“ผมทำเองก็ได้ เสี่ยไปอาบน้ำเถอะ”

 

“บอกจะทำให้ก็คือทำให้” ดุจังวะ ผมยอมนั่งให้เขาเป่าผมให้ดีๆ อดจะยิ้มไม่ได้ ก็ผมมีความสุข

 

“จองห้องพักดิ”

 

“ครับ” ผมตอบรับก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาติดต่อกับรีสอร์ทที่ผมจะไปพัก ราคาก็ไม่แพงมากเราเลยเลือกห้องพักสองคนฟรีอาหารเช้ากับอาหารเย็น เหลือแค่ห้องเดียวด้วยเกือบไม่ได้ไปแล้ว ถ้าเราไปถึงตอนเย็นเขาก็จะพาลากแพออกไปเล่นน้ำเลย

 

“แล้วเราจะไปที่ไหนอีกดีอ่ะ” ผมถามเสี่ยน้อย

 

“อยากไปไหนอีกล่ะ”

 

“เสี่ยอยากไปไหนเล่า”

 

“ไปที่ไหนก็ได้”

 

“ก็ช่วยคิดหน่อยสิ” ผมพูดเสียงขุ่น ผมก็อยากให้เขาไปที่ที่อยากไปบ้าง ไม่ใช่ตามใจผมอย่างเดียว

 

“กูไปได้หมด ขอแค่มีมึง”

 

….แม่งชอบทำให้ผมเขินจังวะ

 

“งั้นเอาไว้หลังจากที่ย้ายเข้าบ้านใหม่แล้วกัน ผมขอคิดก่อน” ผมพูดไปอมยิ้มไป เสี่ยน้อยก้มลงมาหอมแก้มผมหนักๆเล่นเอาผมไม่ได้ตั้งตัว หน้าร้อนไปหมดแล้วโว้ยย

 

“เดี๋ยวไปอาบน้ำละ”

 

“ขอบคุณครับ” ผมพูดบอกเขาที่เป่าผมให้ ร่างสูงพยักหน้ารับก่อนจะแยกตัวออกไปเข้าห้องน้ำ ผมได้แต่นั่งเขินอยู่คนเดียว ผมนอนเล่นอยู่บนเตียงไม่นานเสี่ยเขาก็ออกมา เขาใส่แค่กางเกงนอนตัวเดียวเล่นเอาผมร้อนวูบวาบไปทั้งตัว โอ้ยย เป็นผมเองเนี่ยแหละที่เริ่มจะทนไม่ไหว ผมกลายเป็นคนลามกตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“มาเป่าผมให้บ้าง”

 

“อะ เอ่อครับ” ผมตอบเสียงตะกุกตะกักจนเสี่ยมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ ผมรีบเก็บอาการไปเป่าผมให้ร่างสูง เสี่ยเขาก็นั่งดูไอแพดในมือไปด้วยเขาดูของที่อยากจะลงทุน ผมเห็นก็เหมือนจะเป็นพวกรถยนต์ ไม่ก็โครงการหมู่บ้านอะไรพวกนั้น ซึ่งผมไม่มีหัวด้านธุรกิจเลยไม่เข้าใจอะไรพวกนี้ ขนาดที่บ้านขายของผมยังไม่เรียนบริหารเลย =_=

 

“เสร็จแล้วครับ”

 

“เร็วจัง”

 

“ผมเสี่ยยาวมากมั้ง” ผมพูดเหน็บ ได้ยินเขาหัวเราะเบาๆแต่ก็ยังไม่ละมือจากไอแพดอยู่ดี ผมเลยเนียนเดินไปนอนรอเขาบนเตียง หรือผมจะอ่อยเขาดีมั้ยวะ โรคแรดที่เพื่อนๆตั้งฉายาให้มันเข้าสิงสู่ผมอีกครั้ง จนผมต้องรีบตั้งสติ ยุบหน้อพองหน้อ

 

“เป็นอะไร”

 

เฮือก!

 

“ตกใจหมดเลย” ผมสะดุ้ง เสี่ยน้อยเขาคร่อมร่างผมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ผมมัวแต่คิดอะไรบ้าๆจนลืมระวังตัวเองไปได้ยังไง แถมท่ามันช่างล่อแหลม

 

“ถามว่าเป็นอะไร หน้าแดงด้วย” เสี่ยเขาดูเป็นห่วงผมมาก ถ้าเขารู้อาการผมแม่งต้องล้อผมแน่ ผมกลืนน้ำลายลงคอเพื่อเปลี่ยนน้ำเสียงให้เป็นปกติ

 

“คิดเรื่องเที่ยวน่ะเสี่ย”

 

“หรอ”

 

“ใช่ กำลังคิดอยู่เลยว่าจะเอากล้องฟิล์มไปดีมั้ย เขากำลังฮิตอยู่ด้วย” แถจนสีข้างถลอก เสี่ยน้อยยกยิ้มที่มุมปากแต่ก็ยังไม่ยอมลุกออกไปนะ เขาคร่อมผมไว้แบบนี้ผมใจผมเต้นแรงมาก เลือดสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง

 

“แต่กว่าจะได้รูปอัพอวดเพื่อนก็นานอยู่นะ”

 

“เออเนาะ งั้นเสี่ยก็ซื้อแบบแพงๆให้หน่อยสิ”

 

“เปลือง กล้องอันอื่นเราก็มี” แหม ทีอย่างอื่นล่ะซื้อเก่ง ซื้อให้ผมแค่นี้เองโว๊ะ ผมยู่ปากอย่างขัดใจก่อนจะดันไหล่เขาออกแต่ไม่ขยับเลยสักนิด

 

“จะคร่อมทำไม ที่นอนตั้งกว้าง”

 

“อยากนอนทับมึง”

 

“หนัก” ผมพูดไม่ออกเมื่อร่างสูงทับผมลงมาจริงๆ เขาทับผมก็จริงแต่หน้าเขาก็ยังอยู่ตรงหน้าผม ห่างกันไม่ถึงเซน วินาทีที่ปลายจมูกเราสัมผัสกันหน้าผากผมก็ชื้นเหงื่อ

 

“เหงื่อตกเลยหรอ”

 

“ปะ ป่าว”

 

“สีข้างถลอกหมดแล้ว”

 

รู้ดีไปหมด =_=;;

 

“เสี่ยอย่าทับดิ มันหนัก” เสี่ยน้อยใช้ศอกค้ำยันตัวเอง ผมไม่โดนทับก็จริงแต่เขาก็ไม่ยอมลุกออกไปเลย ผมจะเสียตัวหรอวะเนี่ยยย ผมห่างเรื่องนี้ไปนานมากจนสัมผัสพวกนั้นมันเหมือนจะเลือนราง ผมไม่รู้ว่าเสี่ยเขาจัดการตัวเองยังไง แต่ผมแม่งไม่ได้รู้สึกอยากมีเซ็กส์อะไรเลยเอาแต่ร้องไห้ไปวันๆ ในหัวมีแต่เรื่องเศร้าจนไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้

 

“คิดมากอะไรอยู่” ผมสบตากับเสี่ยตรงๆ มองเขาด้วยสายตาสั่นๆ

 

“เสี่ยได้นอกกายผมรึเปล่า”

 

“ไม่มีทาง” เสียงเข้มตอบกลับทันที ผมมองหน้าเขาอย่างจับผิด

 

“ก็ใช้มือเนี่ยแหละ มึงล่ะ”

 

“บ้า ผมจะทำเรื่องแบบนั้นทำไม!” ผมก็อายนะเว้ยที่เรามาคุยเรื่องแบบนี้กัน แต่เสี่ยหน้าด้านมากเขาพูดแบบหน้าตาเฉย

 

“เวลากูคิดถึงมึงก็ก็ทำบ่อย มึงไม่คิดถึงกูรึไง”

 

“ก็ผมเข้าใจว่าเสี่ยตายไปแล้วจะให้ผมคิดเรื่องลามกได้ไง โว๊ะ”

 

“นั่นสิเนาะ แบบนี้มึงก็ต้องการมากกว่ากูอีกน่ะสิ”

 

เฮือก

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือหนาจับตรงส่วนอ่อนไหวผม เขากำลังเล่นกับแกนกายผมผ่านเนื้อผ้าซึ่งมันตื่นตัวเร็วมากอย่างน่าตกใจ มองหน้าเสี่ยเขาก็เจอแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

“ไม่เอานะเสี่ย ผมยังไม่พร้อมนะเว้ย” ผมพูดห้ามเขา แต่เสียงกับสีหน้าผมนี่ต้องอ่อยเสี่ยแน่เลยเขาถึงทำสายตาชอบใจขนาดนั้น ผมรีบจับมือเขาไว้มือหนาก็หยุดไว้แค่นั้น แต่ก็ยังกุมแกนกายผมไว้อยู่

 

“มึงให้อภัยกูยัง”

 

“ยัง” ผมรีบตอบ แต่เสี่ยเขาดูจะไม่สนใจแล้ว

 

“เดี๋ยวกูทำให้มึงพูดว่า ผมให้อภัยแล้วครับ ทำให้ผมเร็วๆนะ”

 

“เกินไป!” ผมพยายามหนีแต่ดันเขายังไงก็ดันไม่ออก แม่งเอ้ย ผมจะร้องไห้แล้วเขากำลังแกล้งผม สีหน้าเสี่ยน้อยดูชอบใจมาก

 

“เสี่ยพะ….อื้อ” ผมกำลังจะห้ามเขาแต่ริมฝีปากหนาก็ประกบจูบผมทันที เริ่มแรกเป็นไปอย่างแผ่วเบากดจูบย้ำๆแต่เมื่อลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาผมก็เปิดปากรับด้วยความคิดถึงจูบเสี่ยเขา ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวพันไปมาจนผมอ่อนระทวยไปหมด เสียงจูบเราดังพร้อมกับเสียงลมหายใจเราสองคนเป็นระยะ เหมือนแต่ละคนก็คิดถึงจูบของกันละกัน

 

“อืมมม” ผมครางด้วยความพอใจกับจูบร้อนแรงของเสี่ยน้อย ร่างสูงดูดดังริมฝีปากผมแรงบ้าง เบาบ้างสลับไปก่อนจะปล่อยให้ผมได้หายใจแค่แปบเดียวเขาก็ประกบจูบลงมาอีกครั้ง มือหนารั้งใบหน้าผมให้รับจูบเขาได้ถนัด มันทำให้เสียวซ่านท้องน้อยสุดๆเมื่อช่วงล่างเราสัมผัสโดนกัน ผมหน้าแดงเมื่อรู้ว่าอะไรมันดันขาผมอยู่

 

ริมฝีปากหนาผละจูบออก กดจูบไปที่แก้ม เลื่อนไปที่ใบหูจนผมครางเสียงแผ่วด้วยความรู้สึกดี ผมกอดเขาไว้แน่น ผมคิดถึงสัมผัสพวกนี้มากๆ อยากโดนกอด อยากโดนจูบอย่างอ่อยโยนแบบนี้

เสี่ยน้อยกดจูบลงบนซอกคอผมก่อนจะซุกไซ้จนสติผมเริ่มเลือนราง ผมยอมรับเลยว่านาทีนี้ผมไม่คิดเรื่องให้อภัยหรือไม่ให้อภัยแล้ว

“ชามให้อภัยพี่นะ”

 

อุตส่าห์จะไม่คิดแล้วยังจะมาถามให้อายอีกทำไม! ผมเขินไม่ไหวแล้วตัวแดงหน้าแดงไปหมด

 

*****************************

น้องชามไม่ให้เดี๋ยวไรท์ให้อภัยเองค่าาาาาา (>O<) 

เอ๊ะ ตัดจบแบบทรมานไปรึเปล่านะ  

 

TBC. 

ความคิดเห็น