ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 69.3k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 02:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

บทนำ 

แสงสีในผับบวกกับจังหวะเพลงมัน ๆ ที่ทุ้มดังกระหึ่มไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสนุกสนานไปด้วยเลย ถ้าไม่ติดว่าสัญญากับไอ้พวกเพื่อน ๆ ไว้ว่าจะมาเลี้ยงน้องรหัสของมัน ผมคงไม่มาด้วย 

ผมกวาดตามองไปเรื่อย ๆ ไม่สนใจสายตาแวววาวจากคนอื่น ๆ ที่ส่งมาให้ ถ้าเป็นในตอนปกติผมคงไม่รีรอที่จะทำให้เบ็ดติดเหยื่อ แล้วก็ปล่อยให้จบลงที่เตียงเหมือนทุก ๆ ครั้ง แต่คืนนี้ผมเบื่อไม่มีใครหรืออะไรสามารถดึงดูดสายตาผมได้เลย 

“เฮ้ย เดี๋ยวกูไปดูดบุหรี่ก่อนนะ” ผมบอกเพื่อนในกลุ่มโดยไม่สนใจว่าพวกมันจะได้ยินที่ผมพูดหรือไม่ 

“นั่นแน่! ไอ้สิงห์ออกตะครุบเหยื่ออีกแล้วเว้ยยย” เสียงไอ้เจษที่นั่งข้าง ๆ ตะโกนแซวขึ้นมาทำให้เพื่อน ๆ ที่เหลือต่างพากันหันกลับมามองผมด้วยสายตารู้ทัน 

“เหยื่อพ่อง!! กูจะไปดูดบุหรี่” ผมกระตุกยิ้มกับความเพ้อเจ้อของมัน 

“อย่า ๆ ๆ อย่ามาไอ้สิงห์ ครั้งที่แล้วมึงก็บอกอย่างงี้ กูได้เห็นหน้ามึงอีกทีตอนเช้าพร้อมกับเด็กมึงอีกสองคนนอนหมดแรงอยู่ข้าง ๆ” เสียงโห่ดังขึ้นหลังจากที่ไอ้เจษเห่าเสร็จ 

ผมส่ายหัวเดินออกมาอย่างไม่สนใจ แต่ก็ยังทันได้ยินพวกมันกระซิบกันไม่ค่อยจะเบานักว่า 

“กูว่าผู้หญิงชุดดำโต๊ะนู้นว่ะ” 

“ไม่ กูว่าสายเดี่ยวสีแดงคนนั้น กูเห็นแม่งส่งสายตาให้ไอ้สิงห์ตั้งแต่มันเดินเข้ามาแล้วนั่น” 

“โน ๆ กูว่าโต๊ะข้าง ๆ กูเนี่ย ลุกตามไอ้สิงห์ไปแล้วนั่น เห็นไหม” 

ผมไม่สนใจเสียงพวกมัน แต่ก็รู้สึกได้ว่าผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ เดินตามมา...คืนนี้ผมไม่มีอารมณ์จะสนใจใคร เลยเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วค่อยออกไปสูบบุหรี่ 

ผับนี้เป็นผับที่ผมกับเพื่อนมากันบ่อย ๆ แล้วผมก็แอบมีหุ้นอยู่ในผับนี้ด้วย ดังนั้นผมเลยค่อนข้างจะรู้ทุกซอกทุกมุม ผมเหลือบเห็นผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ ยังรีรออยู่หน้าห้องน้ำ เลยตั้งใจเดินเลี่ยงออกอีกทางไปสูบบุหรี่ 

เดินผ่าซอยเล็กตัดไปก็เจอลานจอดรถ คนไม่เยอะดีผมชอบหลบมาสูบบุหรี่แถวนี้ เดินยังไม่ทันพ้นซอยมืดดีนัก ก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนโหวกเหวกโวยวายดูเหมือนจะมีเรื่องกันอยู่ 

“เฮ้ย!! มึงอะ แน่นักรึไงวะถึงมายุ่งกับผู้หญิงของกู”เสียงตะโกนหาเรื่องดังมาจากลานข้าง ๆ ที่จอดรถ ผมส่งสายตาฝ่าความมืดออกไปพบว่ามีเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังตกอยู่ในวงล้อมของอีกฝ่ายที่น่าจะมีประมาณ 3-4 คน 

...หมาหมู่งั้นเหรอ...ดีเหมือนกัน คืนนี้ผมคงได้มีอะไรดูแก้เซ็งระหว่างดูดบุหรี่ 

“พวกกระจอกคิดจะหมาหมู่รึไง” 

ผมยืนมองคนที่ถูกรุม ยังดูเด็กอยู่เลย แต่หน่วยก้านไม่เลวโดนรุมอย่างนั้นยังไม่ถอย 

“มึงว่าใครวะ สันดานชอบแย่งของชาวบ้านไม่พอ ยังปากดีอีก” หนึ่งในนั้นเข้าไปจะกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายแต่ถูกกลุ่มเพื่อนรั้งตัวไว้ก่อน 

“แย่งงั้นเรอะ ล่ามไว้ไม่ดีเอง ปล่อยคนของมึงเข้ามาอ่อยกูถึงที่...ช่วยไม่ได้” 

อืมมม ไม่ใช่หน่วยก้านดีอย่างเดียวปากยังดีอีกด้วย ดูท่าผมคงจะได้ดูอะไรสนุก ๆ แล้วสิ 

“ปากดีนักนะมึง!!!!” ดูเหมือนคนที่ถูกดึงไว้จะหมดความอดทนกระโจนเข้าไปซัดคนตรงหน้า 

ผัวะ! 

ตุบ! 

“โอ๊ย! ไอ้สัด มึงตาย!!!” คาดไม่ถึงว่าคนที่ถูกกระโจนเข้าใส่จะหลบหมัดฝ่ายนั้นได้ แล้วสวนหมัดกลับด้วยความไว แถมยังรัวหมัดแถมให้อีกหนึ่งหมัด 

จุ๊ ๆ ฝีมือไม่เลวนี่หว่า ผมชักจะประทับใจหมัดของเด็กคนนี้แล้วสิ 

“อั๊ก!” 

ตุบ! 

“อึก!” 

จากการมองระยะไกลทำให้ผมสังเกตเห็นว่าคนที่โดนรุมสวมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาว ปลดกระดุมหน้า 2 เม็ด เผยให้เห็นกล้ามเนื้อและไหปลาร้า กางเกงสกินนี่ขาดเข่าสีดำ สไตล์การแต่งตัวที่ถ้าผมเห็นที่อื่น ผมคงคิดภาพไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวจะวาดลวดลายต่อยถีบได้คล่องแคล่วขนาดนี้ 

ผมจ้องมองร่างที่ไม่จัดว่าบางเกินไปหนาเกินไป ยันขาถีบเข้าไปที่ยอดอกไอ้คนที่เข้ามารุม แล้วหมุนตัวหันมาเสยหมัดใส่อีกคนด้วยความทึ่ง 

ผมที่คุ้นเคยกับการรุมตะบอนแลกหมัดใส่กันแบบนี้ บอกได้เลยว่าคนตรงหน้าคุ้นชินกับการวิวาทเป็นอย่างดี 

แสบใช่ย่อยเลยเหมือนกันนะเนี่ย! 

“อั๊ก!” ฝ่ายที่โดนถีบล้มลงคลุกฝุ่น รีบลุกขึ้นมาแต่ก็ไม่เร็วเท่าอีกฝ่ายที่ตามมาเตะอัดเข้าที่ท้องไปหลายที แต่ด้วยความที่เจ้าตัวมัวแต่หันหลังจัดการคนที่อยู่บนพื้นทำให้ไม่ทันระวัง อีกสองคนที่เหลือเลยเข้าไปฝากรอยเท้าไว้ได้ แต่ยังดีที่อีกฝ่ายตั้งหลักได้ไว หันกลับมาสวนหมัดใส่สองคนที่เข้ามารุมไม่ยั้ง 

ผัวะ! ผัวะ! ตุบ! 

ผมยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือนมีแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นเรียกร้องให้ผมก้าวเข้าไปหา...แสงจากเสาไฟที่สาดกระทบ ทำให้ผมเห็นเสี้ยวหน้าของเด็กคนนั้นได้ชัดขึ้น กรอบหน้าเพรียวกับปลายจมูกรั้นรับกันดีกับริมฝีปากสีแดงสด เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยาวระต้นคอ ผิวที่ขาวจัดขับให้เห็นเหงื่อตามไรหน้าผาก ร่างเพรียวเคลื่อนไหวหลบหลีกหมัดตลอดเวลาทำให้ผมเห็นแววตาได้ไม่ชัด แต่ภาพท่อนแขนขาวที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดกำหมัดต่อยอีกฝ่ายตรึงสายตาผมให้ไม่สามารถละสายตาจากอีกฝ่ายได้เลย 

ผมแปลกใจตัวเองที่มองภาพตรงหน้าว่าสวยงาม...ไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าผมได้เห็นคนตรงหน้าชัด ๆ จะตรึงสายตาผมได้ขนาดไหน 

ผมมัวแต่มองเหม่อจนลืมสังเกตไปว่าไอ้คนที่โดนเตะอัดที่ท้องหนีไปแล้ว อีกสองคนที่เหลือหลังจากที่ล้มลงจากการโดนระดมหมัดก็รีบวิ่งหนีตามเพื่อนออกไป 

 

 

  

“แฮ่ก”  

เสียงร่างสูงโปร่งหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด มือเนียนปาดเหงื่อที่หน้าผาก 

...จบไวกว่าที่คิดนะเนี่ย ผมได้แต่คิดด้วยความเซ็ง แต่สงสัยเสียงถอนหายใจผมจะดังไปหน่อย เจ้าตัวเลยหันกลับมาจุดที่ผมยืนอยู่ 

“ใคร! กูถามว่าใคร!!” 

ผมขำกับความอาละวาดไปทั่วของไอ้เด็กตัวแสบที่ผมแอบตั้งชื่อให้ และก็ไม่ทำให้ผมต้องคอยนาน ไอ้ตัวแสบที่ว่าก็เดินเข้ามาจะกระชากคอเสื้อ ทำให้ผมได้ผสานสายตากับคนตรงหน้า 

ตึก! 

ดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ทำให้ใจผมเต้นกระตุก ผมเหมือนถูกกระชากให้จมลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้น ให้ดำดิ่งลึกลงไปในกระแสเชี่ยวกรากแห่งเพลิงอารมณ์ 

...หมดข้อสงสัย ผมถอนสายตาออกมาไม่ได้จริง ๆ ด้วย...ผมอมยิ้มกับตัวเองในใจ...ผมคิดว่าผมเจอเรื่องสนุกเข้าให้แล้วสิ! 

“นี่มึงคิดจะกัดคนเขาไปทั่วโดยที่ไม่ดูให้ดีก่อนเลยเหรอ?” 

ผมยกยิ้มมองมันที่มองผมกลับมาด้วยความโกรธ โกรธที่โดนผมปัดมือออก...เด็กน้อยจริง ๆ ... 

“มึงเป็นใคร คนดี ๆ ที่ไหนจะมายืนหลบมุม แอบดูชาวบ้านเขาแบบนี้!” แววตาวาวโรจน์กับน้ำเสียงแหบนิด ๆ ที่ตั้งใจตะโกนใส่ผม ฟังแล้วมันทำให้ผมรู้สึกคันยิบ ๆ อยากจะเอามือบีบปากสั่งสอนให้หยุดอาละวาด 

“ใครเขาจะอยากแอบดูฝีมือกระจอกอย่างมึง กระจอกจนปล่อยให้เขาถีบกลับกลางหลังได้ ถ้าอีกฝ่ายมีอาวุธมึงคงถูกหามส่งโรงบาลแล้วล่ะ” อยากรู้นักว่าจะทำยังไง ถ้าผมยั่วโมโหไปแบบนี้ 

“มึง!!... โอ๊ย!!!!...อัก!!!” มันทำท่าจะพุ่งใส่ผมแต่ผมไม่ปล่อยให้ไอ้ตัวแสบจู่โจมได้ ถึงจะไวแต่ก็ไม่ทัน...ผมบิดข้อมือสวยไพล่ไปด้านหลังพร้อมกับพลิกตัวดันอีกฝ่ายไปติดกับกำแพงที่ผมเคยยืนพิงอยู่ก่อนหน้า 

เจ้าตัวสูงน้อยกว่าผมเกือบคืบทำให้ผมต้องโน้มตัวเข้าไปประกบแผ่นหลัง 

หืม? ทำไมผู้ชายที่เหงื่อออกเยอะขนาดนี้ยังส่งกลิ่นหอมได้ ความสงสัยทำให้ผมดันตัวเข้าไปชิดแผ่นหลังอีกฝ่ายมากขึ้น 

“อะ...อึก ปล่อยกู!!” เจ้าตัวคงอึดอัดที่โดนอัดติดกำแพงแบบนี้ แต่ผมไม่ปล่อยง่าย ๆ หรอกนะ ไหน ๆ เจ้าตัวก็อุตส่าห์ส่งกลิ่นหอมขนาดนี้แล้ว ผมคงต้องพิสูจน์กลิ่นสักหน่อยแล้วล่ะว่าตรงไหนส่งกลิ่นหอมที่สุด 

“คิดจะจู่โจมกูน่ะ เร็วไปสิบปีนะไอ้ตัวแสบ” ผมกระซิบที่กกหู แต่สงสัยผมคงจะเพลินไปกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ มากไปหน่อย ถึงเผลอคลายมือทำให้ไอ้แสบตรงหน้าบิดมือออก ถองศอกเข้ามาที่ท้องผม แล้วบิดตัวมาเผชิญหน้า ดีนะที่ผมปัดหมัดมันออกได้ทัน ดูท่าหมัดมันคงจะหนักไม่แพ้ศอก 

หึ ๆ ถูกใจเป็นบ้าเลยไอ้ตัวแสบเอ้ย! 

ผมรีบคว้าข้อมือมันทั้งสองข้างด้วยความเร็ว ขึงข้อมือมันไว้ แล้วตรึงมันด้วยร่างกายผม ดูสิว่าโดนขึงขนาดนี้มันจะหนียังไง...ผมรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ 

 “กูบอกแล้วไง...เร็วไปสิบปี” คนตรงหน้ากระฟัดกระเฟียดโมโหน่าดู พยายามจะขยับขายกเข่าแต่เสียใจด้วย ถ้าผมไม่ปล่อยมันก็อย่าหวังว่าจะได้ขยับ และผมก็ไม่คิดจะปล่อยมันเร็ว ๆ นี้หรอกนะผมยังไม่หายสงสัยเลยว่าตรงไหนของมันจะมีกลิ่นหอมที่สุด 

อืมม เมื่อกี้ตรงซอกคอใช่ไหม ผมคิดว่าผมเจอจุดน่าสงสัยอีกจุดแล้วล่ะ ดูหยดเหงื่อไหลมาตามแนวกรามที่มันขบแน่นด้วยความโมโหนั่นสิ รสชาติมันจะเป็นไงนะ 

“ปล่อย!!...เฮ้ย!!!! มะมึงง ไอ้โรคจิต ทำเหี้ยไรวะ!!” เสียงตะโกนตกใจของคนตรงหน้าทำให้แก้วหูผมแทบแตก จะโวยวายทำไม ผมก็แค่อยากรู้ 

“ปล่อย โอ๊ย! กัดทำพ่อมึงเหรอ!!” แสบดีนักใช่ไหม ผมขบไปตามแนวสันกราม ลงไปยังซอกคออุ่น ยิ่งเจ้าตัวดิ้นผมยิ่งลงแรงหนักขึ้น จงใจขบเม้มให้มันเจ็บ ยิ่งมันร้องผมยิ่งดูดเม้มแรง ๆ  

“อะ อะ ไอ้ เหี้ย! ปล่อยนะโว้ย” ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไอ้ตัวแสบมันไม่ได้หอมอย่างเดียวรสชาติมันยังหวานอีกด้วย! 

“โอ๊ย แม่ง ไอ้สัส!!!! กูบอกให้ปล่อย แม่ง!!” คนใต้ร่างยิ่งดิ้นผมยิ่งกดมันไว้ กำลังจะชิมที่ไหปลาร้าก็ดันได้ยินเสียงคนขัดจังหวะ ชิ! 

“เฮ้ย! ไอ้เหนือ เสียงมึงเปล่าวะ!!! มึงอยู่ไหน” ผมหงุดหงิดอยู่ในใจตอนที่มีเสียงนั้นดังเข้ามาใกล้ ผมถอนหายใจด้วยความเสียดาย ผ่อนแรงที่ข้อมือ ไอ้ตัวดีรีบกระชากมือตัวเองออกพร้อมกับผลักอกผม 

ผัวะ! 

“นี่ สำหรับมึง ไอ้โรคจิต!!” หึ ๆ หมัดหนักอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย 

“เฮ้ย เกิดไรขึ้นวะไอ้เหนือ...เป็นไรมากไหม” 

ผมหันกลับไปมองตามเสียง คงจะเป็นเพื่อนมันออกมาตามหา... ว่าแต่เสียงมันคุ้น ๆ แฮะ 

“เฮ้ยยย!! เฮียสิงห์ เกิดไรขึ้น” ผมเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ โลกมันชักจะกลมสมใจผมแล้วสิ 

... ผมเคยเห็นเพื่อนของอีกฝ่ายที่คณะมาก่อน รู้สึกว่าจะเป็นรุ่นน้องไอ้เจษ ชื่อนัท ผมเคยเจอมัน 2-3หน ที่นัดกันรอบนี้ก็เป็นเพราะไอ้เจษบอกจะเลี้ยงรุ่นน้องที่รู้จักคงจะเป็นมัน 

“มึงรู้จักมันด้วยเหรอ!” เสียงไอ้ตัวแสบว่าพร้อมกับจะเข้ามาบวกผมอีกรอบ หึ ๆ ดูท่าจะแค้นผมน่าดู 

“เฮ้ย ๆ เดี๋ยว ๆ ๆ มึงใจเย็น มึงมีเรื่องกับเฮียเหรอ?!?!?” ไอ้นัทรีบดึงไอ้ตัวแสบไว้ก่อนที่มันจะกระโจนเข้ามาหาผม 

“เหนือ มึงใจเย็น ๆ เหี้ยแล้ว มึงจะมีเรื่องกับใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่กับเฮีย มึงนะมึงงงง” 

“ทำไมวะ!!!! ก็มัน!... ก็มัน!” เจ้าตัวอึกอัก หน้าดำหน้าแดงพูดไม่ออก 

“ไม่มีอะไรหรอก เข้าใจผิดกันนิดหน่อย” ผมหันไปบอกไอ้เจ้านัท พร้อมกับเอามือเช็ดมุมปากรู้สึกจะได้รสชาติเลือดนิด ๆ  

“ตะ ตะ...แต่ เฮ้ย! เฮียโดนชก!!” ไอ้นัทดูท่าทางจะตกใจมาก ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ปกติคนอย่างผมไม่ใช่ว่าใครจะมีโอกาสได้ชกง่าย ๆ  

“มึงจะตกใจทำไมวะไอ้นัท ไอ้เหี้ยเนี่ยสมควรโดนแล้ว” 

“นะ เหนือ มึงอย่าพูดแบบนั้น มะ มึงขอโทษเฮียเขาเลยนะโว้ย!” 

“เฮ้ย!! ได้ไงวะมันนั่นแหละต้องขอโทษกู” 

“มะ มึง เชื่อกู มึงขอโทษเฮียเถอะนะ” 

“ช่างมันเถอะ กูบอกแล้วว่าเข้าใจผิดกันนิดหน่อย มึงเป็นรุ่นน้องไอ้เจษใช่ไหม มันรออยู่ รีบเข้าไปข้างในเถอะ” ผมตัดบท ไม่งั้นดูท่าจะไม่จบง่าย ๆ  

“คะ ครับ แล้วเฮีย?” 

“เข้าไปก่อน กูจะสูบบุหรี่ต่อ ก่อนหน้านี้มีหมามากวน” ผมยกยิ้มเหล่มองคนตรงข้าม 

“ไอ้สัด!” 

“เฮ้ยยย เหนือใจเย็น ๆ งั้นผมเข้าไปก่อนนะครับ” ผมขำในใจกับภาพคนตรงหน้าที่ถูกเพื่อนลากกลับเข้าไปในร้าน 

หึ ๆ แสบจริง ๆ  

เหนือ...งั้นเหรอ 

ดูท่าว่าชีวิตผมต่อจากนี้คงจะไม่น่าเบื่อเหมือนเดิมแล้วล่ะ 

  

 

 

 

ผมเดินกลับเข้าไปในร้านหลังจากที่สูบบุหรี่หมดมวน แต่ก็ดันไม่เจอกับคนที่ผมมีเรื่องด้วยเมื่อกี้ 

“เฮ้ งายยยย ไอ้สิงห์ ไหนขอดูหน้าหน่อยสิ” 

“โหหห กูนี่อย่างอึ้งตอนที่รู้ว่ามึงโดนต่อย” 

“เฮ้ย ๆ ...อย่าบอกนะว่าสิงห์สิ้นลายซะแล้วถึงได้โดนซัดกลับมา” เสียงแซวไม่หยุดจากไอ้พวกปากหมาที่โต๊ะ ผมไม่ใส่ใจยกยิ้มแล้วกระดกแก้วเหล้าในมือต่อ 

“ไหนเล่าอาการให้หมอฟังซิ โดนไปกี่หมัด เจ็บแสบไหม” เสียงไอ้เจษยังไม่เลิกแซว...แสบไหมน่ะเหรอ 

“แสบใช่เล่นเลยล่ะ” ผมกลั้วขำตอบกลับพร้อมกับนึกถึงไอ้ตัวแสบที่ทำให้ผมลืมไม่ลง 

“โอ้โห เฮ้ย ไอ้เหนือนี่สุดยอดจริง ทำให้เฮียสิงห์เขาเอ่ยปากชมได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” 

“เสียดาย พวกมันขอตัวกลับไปซะแล้ว ยังไม่ทันได้สัมภาษณ์เลยว่าทำยังไงถึงสยบสิงห์ได้” เสียงโห่ฮาถูกอกถูกใจที่ได้แกล้งผม 

กลับไปแล้วเหรอ แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็หนีผมไม่พ้น ถ้าลองผมได้หมายหัวเหยื่อไว้แล้ว หนียังไงก็หนีสิงห์อย่างผมไม่พ้นหรอก 

พวกมันยังพล่ามไปเรื่อย ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง กำลังนั่งคิดอะไรเพลิน ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าผมรู้แค่ชื่อแต่ไม่รู้อะไรนอกจากนั้นเลย ไม่เคยเห็นหน้าที่มหาลัยด้วย 

“ไอ้นัทนี่รุ่นน้องในคณะมึงเหรอ” ผมเอ่ยถามไอ้เจษตอนที่ได้ยินพวกนั้นคุยกันแว่ว ๆ เกี่ยวกับรับน้องที่ผ่านมา 

“เออ เรียนโรงเรียนเดียวกัน ตอนแรกชวนมันมาดื่มจะได้รู้จักกันไว้ แต่เพื่อนมันดันมีเรื่องกับมึงซะก่อน” 

“ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไร เข้าใจผิดกันนิดหน่อย” ผมพูดไปจิบไป ทั้งโต๊ะเริ่มหันมามอง 

“กูก็ว่า เพราะถ้ามีเรื่องกันจริง ๆ มึงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายรอดกลับมาหรอก” เสียงไอ้ต้นเอ่ยแซวอย่างรู้ทัน 

“แต่ไอ้เหนือก็ใช่ย่อยนะ” ไอ้แมนพูดต่อ ผมนั่งจิบเครื่องดื่มในมือ รอฟังสิ่งที่ค่อย ๆ หลุดออกจากปากเพื่อนที่เริ่มกรึ่ม ๆ  

“เออ ใช่ ๆ กูเห็นทีแรกดูเจ้าสำอางไม่นึกว่าจะมือไวตีนไวขนาดนี้ ไอ้นัทเคยเล่าให้ฟังว่ามันเพิ่งย้ายกลับมาจากนอก ตอนอยู่ที่ฮ่องกงก็ใช่เล่นเลย มีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน จนที่บ้านจะส่งไปดัดนิสัยที่เมกา แต่ดีที่พี่ชายมันช่วยขอไว้ เลยได้ย้ายกลับมาไทยพร้อมพี่ชาย นี่ก็เห็นว่าเข้ากลางเทอมเส้นใหญ่กระเป๋าหนักขนาดไหนมึงคิดดูเข้าภาคอินเตอร์กลางเทอม” ผมสั่งเหล้ามาอีกขวดแอบให้รางวัลที่ไอ้เจษทำตัวดี 

“ไอ้นัทบอกว่าโชคดีนะที่ม. เราอยู่ไกลจากบ้านพี่ชายมัน ไอ้เหนือเลยถือโอกาสขอแยกมาอยู่คนเดียวแลกกับสัญญาว่าจะทำตัวดีขึ้น ไม่งั้นมันต้องโดนคุมเข้มหนักกว่านี้อีก” 

“แต่กูว่ามันก็ควรคุมเข้มอยู่นะ เข้าร้านมายังไม่ทันได้นั่ง ก็ดันเสือกมีเรื่องกับเขาได้” 

“เฮ้ย! แต่อันนี้กูเข้าข้างน้องนะโว้ย ผู้หญิงมันมาให้ท่าใครจะรู้ล่ะวะว่ามีผัวแล้ว ถ้าเป็นพวกมึงพวกมึงจะรู้ไหม?” 

“เออ ก็จริง... ว่าแต่ น้องมันเก่งจริงไหมวะ สิงห์มึงเห็นตอนน้องมันโดนรุมไหม” ไอ้แมนหันมาถามผม 

“ก็เอาเรื่องอยู่ 3 รุม 1 ไม่ถึง 5 นาที” ผมตอบไปตามจริง 

“โหหห สุดจริง” 

“กูว่านะ ไอ้สิงห์เจอคู่แข่ง เห็นมันแล้วนึกถึงไอ้สิงห์นักล่าแต้มตอนปี 1 เลยว่ะ ฮ่า ๆ ๆ” 

“เออ ๆ ใช่ ๆ กูว่ามาพนันกันไหมว่าไอ้เหนือจะเก็บแต้มทันไอ้สิงห์ไหม” 

“กูว่าทัน” 

“กูก็ว่าทัน” 

“กูว่าไม่! มึงอย่าลืมนะว่าตอนนี้ สวย ๆ ปี 2 ยันปี 4 ไอ้สิงห์ฟาดเกือบหมดแล้ว” 

ผมเริ่มขมวดคิ้ว ทำไมเรื่องมันวกเข้ามาที่ผมได้ 

“ไร้สาระ กูกลับดีกว่า” ในเมื่อรู้สิ่งที่ต้องการรู้แล้วผมก็ไม่รู้จะอยู่ต่อทำไม 

“อ้าว เดี๋ยวดิวะ พวกกูกำลังติดลมเลย” 

“สั่งขวดใหม่ลงบิลกูไว้ให้แล้ว พวกมึงเต็มที่เลย” ถือว่าขอบคุณ...ประโยคสุดท้ายผมเอ่ยในใจ 

“เฮ้ ๆ ป๋าสุด ๆ ขอบคุณคร้าบบบบ วันนี้ใจดี เอ้าพวกเราลุยยยย” ผมยิ้มให้กับความบ้าบอของพวกมัน  

 

.........TBC...... 

 

 

สวัสดีกันอีกครั้งค่า กลับมาเปิดตอนให้อ่านกันอีกรอบ หลังจากที่ปิดรีไรต์กันไปนาน อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงบอกกันได้นะคะ 

คิดถึงทุกคนนะคะ

Twitter: karinrumap

FB: karinrumpa 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว