facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 มาตราวัดความเจ็บปวดคือหัวใจ 50%

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 มาตราวัดความเจ็บปวดคือหัวใจ 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 มาตราวัดความเจ็บปวดคือหัวใจ 50%
แบบอักษร

14  

มาตราวัดความเจ็บปวดคือหัวใจ  

 

คืนก่อนหน้า 

ภูผาเพิ่งลงจากเครื่องบินเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ตอนนี้กำลังยืนรอกระเป๋าอยู่ที่สายพาน ความเหนื่อยล้าปรากฏชัดอยู่บนในหน้า เมื่อสักครู่กระต่ายน้อยของเขาวิดีโอคอล์มาหาพูดคุยกันได้ไม่กี่คำก็วางสายไป พื้นหลังทางฝั่งนั้นเป็นสถานที่ที่เขาไม่คุ้นตา แต่เพราะความเหน็ดเหนื่อยและอีกฝ่ายยังคงร่าเริงพูดคุยกันปกติจึงไม่ได้สงสัย การเดินทางสามชั่วโมงกว่ากำลังทำร้ายเขา พรุ่งนี้ค่อยแวะเข้าไปหาในเวลาที่สภาพร่างกายพร้อมสมบูรณ์และถามไถ่ทีเดียวแล้วกัน ภูผาไม่อยากเป็นดั่งคำกล่าวที่เจ้าตัวเล็กแซวเอาไว้ 

เพราะอยู่บนเครื่องสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตถูกตัด เวลานี้มันจึงแข่งกันเด้งดังขึ้นมาเรียกร้องความสนใจ ภูผาเลือกอ่านส่วนที่สำคัญก่อน หนึ่งในนั้นเป็นข้อความจากบุคคลปริศนาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้รับรูปถ่ายของต้นน้ำ  

ตาคมกล้าจ้องห้องสนทนาไร้ชื่อนิ่ง 

เขายกเลิกคำสั่งให้คนคอยตามเฝ้าดูต้นน้ำตั้งแต่กลับไทยมาครั้งที่แล้ว ครั้งแรกที่ได้รับรูปภาพก็ไม่ใช่จากคนของเขาเช่นกัน แต่เป็นบุคคลปริศนาคนนี้ 

ข้อความถูกส่งเข้ามาตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงก่อน และเมื่อครู่เขาก็เพิ่งวางสายจากต้นน้ำไป แล้วในนี้จะเป็นรูปภาพอะไรได้ 

นิ้วกดเข้าไปดูด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก 

ในภาพค่อนข้างสลัว แต่เบาะนั่งและพื้นหลังทำให้ภูผารู้ได้ทันทีว่าเป็นที่ใด คนในภาพก็ไม่ใช่ใคร เป็นกระต่ายน้อยของเขากับหมาขี้เรื้อนตัวเดิม ต่างกันที่อิริยาบถความใกล้ชิดสนิทสนม มือข้างที่ถือโทรศัพท์เผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาไร้แววในทีแรกวาววับเย็นยะเยือก ความหวงแหนซัดสาดแล่นแปลบปราบไปทั่วทั้งร่าง นึกอยากตัดมือไม่รู้กาลเทศะข้างนั้นทิ้งซะ มันถือวิสาสะอะไรมาวางบนหัวคนของเขา! 

ตาคมเพ่งมองใบหน้าเล็กเงยสบกับเจ้าของมือที่วางอยู่บนหัว แววตานั้นแม้มองไม่ชัดแต่ไม่เห็นถึงการปัดป้องใดๆ ฟันกรามบดเข้าหากันแน่นด้วยอารมณ์คุกรุ่นในใจ 

ทำไมยังไปเจอกันอีก?! 

ทั้งที่ให้คำสัญญากับเขาแล้ว 

ภูผารู้ดีว่าบุคคลที่ส่งข้อความเข้ามาไม่ใช่ผู้หวังดีแน่ๆ แต่ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ต่างหากที่เขาให้สนใจ 

เจ้าของห้องแชตไร้ชื่อส่งรูปภาพที่สองเข้ามาเมื่อเห็นว่าภูผากดอ่านแล้ว เป็นรูปภาพจากเอกสารใบหนึ่ง เมื่อลองกดขยายดูให้ชัดๆ ถึงรู้ว่าเป็นเช็คเงินสดจำนวนสองล้าน ลงชื่อต้นน้ำกำกับไว้ชัดเจน คนถ่ายจงใจให้เห็นเฉพาะชื่อและจำนวนเงิน ก่อนจบบทสนทนาฝ่ายเดียวด้วยข้อความทิ้งท้าย 

'ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ให้มาที่เดอะคลับ' 

ใครกัน? 

.... 

 

ต้นน้ำพาแม่ทิพย์กลับมายังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยสภาวะอารมณ์ตึงเครียด ความรู้สึกช่วงขาไปกับขากลับช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว ดีที่เด็กๆ กำลังทำกิจกรรมกับผู้ดูแลจึงไม่มีใครสังเกตว่าทั้งสองคนกลับมาด้วยสีหน้าเช่นไร นาทีนี้ต้นน้ำเหนื่อยล้าเกินกว่าจะสร้างกำแพงจอมปลอมขึ้นมาตบตาใครแล้วจริงๆ 

"ผมจะหามาให้อีกห้าล้าน" ต้นน้ำเอ่ยปากด้วยสีหน้าจริงจัง ครั้งนี้คงต้องพึ่งคุณป๋าจริงๆ แล้ว เขาไม่มีปัญญาหาเงินอีกห้าล้านในระยะเวลาอันสั้นได้แน่ ยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่สามารถรับงานคนอื่นได้ คงต้องบากหน้าขอให้คุณป๋าช่วย 

"ไหวหรือลูก ห้าล้านเชียวนะ" แม่ทิพย์เอ่ยถามด้วยความไม่สบายใจ 

"ผมจะลองดู" 

ไม่ใช่แม่ทิพย์ไม่เคยคิดถึงหนทางอื่น และเลือกอยากเก็บที่นี่ไว้ด้วยความเห็นแก่ตัว แต่เพราะความผูกพันที่มีมานานหลายสิบปีทำให้ไม่สามารถตัดใจทิ้งไปได้ง่ายๆ ทุกภาพความทรงจำซ้อนทับถมฝังแน่นอยู่ในกระเบื้องทุกแผ่นผนังทุกด้าน ทุกมุมมองที่กวาดสายตาไปไม่มีตรงไหนไร้ภาพความทรงจำ เด็กๆ ทุกคนรักที่นี่เช่นกัน แม้ไม่ได้สะดวกสบายมากนักแต่มันคือบ้าน คือสถานที่ที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็น บ้าน จริงๆ 

แต่หากมันถึงที่สุดแล้วเธอคงจำเป็นต้องปล่อยมือ 

"แม่ว่า....เรา เราปล่อยที่ดินผืนนี้ไปดีไหม" กระทั่งคนพูดยังเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ต้นน้ำรู้ว่าแม่ทิพย์ต้องตัดใจอย่างแสนสาหัสถึงพูดประโยคนี้ออกมาได้ ยิ่งได้เห็นหยดน้ำใสเอ่อคลอดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางตามอายุต้นน้ำยิ่งปวดใจ 

เจ็บร้าวระบมในอกไปหมด 

"เพราะผมเอง เพราะอาชีพที่ผมทำถึงได้ถูกคนพวกนั้นดูถูก ถ้าไม่ใช่เพราะผมเราคงได้ที่ดินผืนนี้มาแล้ว" 

"ต้นน้ำอย่าพูดแบบนั้น ไม่ใช่ความผิดของเรา คนที่พูดจาดูถูกคนอื่นต่างหากที่ควรละอายใจ" 

"แต่ว่า...." 

ฝ่ามือนุ่มนิ่มประคองแก้มขาวซีดของต้นน้ำไว้ด้วยสองมือ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยผิวใสเบาๆ ด้วยความรักใคร่ เห็นขอบตากลมสวยแดงช้ำปริ่มน้ำทั้งที่ปกติเด็กคนนี้เข้มแข็งยิ่งกว่าใคร เธอจำต้องกลืนก้อนจุกแน่นในอกลงไป ยิ่งเธอเสียใจมากเท่าไหร่ต้นน้ำยิ่งรู้สึกแย่มากเท่านั้น 

"อย่าเสียน้ำตาให้คนที่ไม่คู่ควร พวกเขาไม่มีค่าพอสำหรับน้ำตาของต้นน้ำหรอกนะลูก" 

คนฟังหลับตาลงแน่นซึมซับสัมผัสอ่อนโยน ความรักขาวสะอาดบริสุทธิ์ของคนเป็นแม่ที่เขาขาดมาตั้งแต่เกิด เพราะแบบนี้ต้นน้ำถึงยินดีทำทุกอย่างเพื่อรักษามันไว้  

ตาหงส์ลืมขึ้นอีกครั้ง ทั้งอ่อนล้าแสนเหน็ดเหนื่อยเต็มที มันอยากเข้มแข็งแต่รู้ว่าอยู่ต่อหน้าแม่ทิพย์มันแสดงไม่เก่ง 

"แม่ทิพย์และเด็กๆ ทุกคนที่นี่สำคัญสำหรับผม ผมจะรักษาทุกคนเอาไว้ รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย" 

"ต้นน้ำจะทำยังไง" 

"ผมจะกลับไปหาเงินมาให้แม่ทิพย์อีกห้าล้าน" 

ถอนตัวออกจากสัมผัสบนผิวแก้มอย่างอ้อยอิ่งอาลัยอาวรณ์ ไม่ใช่อ้อมกอดของแม่ทิพย์ไม่พอ แต่ต้นน้ำอยากกลับไปหาใครคนนั้น กลับไปยังอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นปลอดภัย อยากหอบหัวใจบอบช้ำไปให้เขารักษา คนที่สามารถบันดาลความปรารถนาของเขาให้เป็นจริงได้ ทั้งที่อวดเก่งอยากจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง วันนี้ต้นน้ำเห็นแล้วว่าเขาไม่สามารถจัดการอะไรได้เลย แม้กระทั่งปฏิเสธคำพูดชั่วร้ายพวกนั้น 

ป๋าไม่ได้คิดว่าต้นน้ำขายตัวเหมือนคนพวกนั้นใช่ไหม ทุกอย่างที่ป๋าให้เพราะป๋ามีความรู้สึกกับต้นน้ำจริงๆ 

ต้นน้ำอยากได้ยินคำพูดจากปากป๋า ช่วยยืนยันให้หัวใจเจ็บช้ำได้มั่นใจ 

"ขับรถไหวหรือลูก ต้นน้ำเป็นแบบนี้แม่กลัวจะเกิดอุบัติเหตุ พักสักหน่อยก่อนดีไหม" ท่าทางเหม่อไม่อยู่กับล่องกับลอยแบบนี้ เธอไม่วางใจ 

"ไม่เป็นไรครับผมไหว ฝากแม่ทิพย์บอกลาเด็กๆ ด้วยนะครับ แล้วผมจะรีบกลับมา" 

ต้นน้ำกอดร่างท้วมเบาๆ ก่อนจะรีบผละจาก กลัวแม่ทิพย์จะรั้งเขาไว้มากกว่านี้ 

 

ขับเจ้าขันเงินออกมาด้วยหัวสมองถ่วงหนัก ทั้งที่คิดว่าจะได้กลับไปด้วยความสุขแท้ๆ ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไม่เหลือเค้าเดิม แผนการพังไม่เป็นท่า มีเพียงความเหนื่อยล้าหอบอยู่เต็มอกเต็มใจ สิ่งเดียวที่เยียวยาต้นน้ำได้คือคุณป๋า 

แต่เมื่อลองคิดทบทวนดู ต้นน้ำกลับไม่รู้ว่าคุณป๋าอยู่ที่ไหน คุณป๋าไม่เคยพาเขาไปที่บ้านหรือพื้นที่ส่วนตัวมาก่อน มีเพียงเดอะคลับและห้องพักของเขาเท่านั้นที่ทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกัน คนหัวใจบอบช้ำจึงเคว้งคว้างอยู่กลางถนนหลายนาที ลองกดโทรศัพท์ไปหาอีกฝ่ายก็ไม่รับสาย ต้นน้ำจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เดอะคลับแทน 

เวลานี้เขาไม่อยากอยู่คนเดียว มาม่าน่าจะพอให้คำปรึกษากับเขาได้ 

เกือบเที่ยงวันแล้วที่ต้นน้ำมาถึง เวลานี้เดอะคลับเงียบเหงาราวกับเป็นโลกคนละใบกับเดอะคลับตอนกลางคืน มีรถจอดอยู่เพียงสองสามคัน คันหนึ่งที่ต้นน้ำจอดเจ้าขันเงินด้านข้างคือรถยุโรปของมาม่า แต่อีกคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกลนั่นคุ้นตาเสียจนต้องลงจากรถไปมองใกล้ๆ 

.....?!! 

ขาเรียวเดินวกกลับไปอ่านหมายเลขทะเบียนอีกครั้งเพื่อยืนยันความมั่นใจของตัวเอง ทั้งยี่ห้อ ทั้งรุ่น ทั้งทะเบียน 

นี่มันรถของคุณป๋า! 

ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่? 

ก้อนเนื้อในอกอยู่ๆ ก็กระหน่ำเต้นขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ลางสังหรณ์เลวร้ายกำลังทำงาน ต้นน้ำยืนนิ่งคิดถึงความเป็นไปได้หลายๆ ทางแต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าคุณป๋ามาที่นี่เวลานี้ทำไม 

หมุนตัวเดินเข้าเดอะคลับทางด้านหลัง ทะลุไปยังโซนรับแขกว่างเปล่าล้างผู้คน ไฟทุกดวงปิดมืดสลัว แม้กระทั่งแม่บ้านสักคนยังไม่มี ต้นน้ำวกกลับเดินสับขาเร็วๆ ไปทางห้องพักของมาม่าด้วยจิตใจร้อนรน คราวนี้ไม่เสียเวลาเคาะขออนุญาตเจ้าของห้องด้วยซ้ำ เที่ยงวันมาม่าต้องตื่นขึ้นมาเพราะความหิวแล้วแน่ๆ 

แล้วก็เจอหญิงสาวนั่งเหม่ออยู่บนโซฟาเข้าจริงๆ ดวงตากลมที่แต่งแต้มพอดีสีสันเลื่อนมาทางต้นน้ำ ก่อนดวงตาทั้งคู่จะเบิกกว้างด้วยความตกใจเกินพอดี 

"ตะ ต้นน้ำ!! " 

ความรู้สึกของต้นน้ำกำลังร้องเตือนว่ามีบางอย่างไม่ปกติ มาม่าที่รักสวยรักงามแม้ไม่ได้ออกไปให้ใครเห็นใบหน้าก็ไม่เคยแต่งแต้มสีสันน้อยนิดเพียงนี้ เส้นผมที่ปกติจัดทรงหรูหรากลับเพียงมัดรวบลวกๆ ไม่เป็นทรง 

"ตกใจอะไรขนาดนั้น ผมเอง" 

"คือ.... คือ ทำไมมาเวลานี้ล่ะ" 

มาม่าไม่เคยตะกุกตะกักจนไม่หลงเหลือกิริยาจริตจะก้านเช่นกัน ทำราวกับคนมีชนักติดหลังและกำลังถูกจับได้ 

แล้วมันเรื่องอะไร เกี่ยวกับรถคันหรูที่จอดอยู่หรือเปล่า? 

"ผมเห็นรถป๋าจอดอยู่ที่ลานจอดรถ" ต้นน้ำไม่รอช้า เอ่ยปากตรงประเด็น 

สิ้นคำคนฟังถึงกับสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นตรงมาหาโฮสเบอร์หนึ่งในสังกัดด้วยความรวดเร็ว ดวงตาหลุกหลิกไม่เป็นธรรมชาติ 

"ไม่มีอะไรๆ ไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรทั้งนั้น" ย้ำติดกันถึงสี่ครั้งด้วยคำพูดประโยคเดียว แล้วจะให้เขาเชื่อได้อย่างไร ผิดวิสัยเกินไป ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายยกมือสองข้างโบกรัวตรงหน้าต้นน้ำ เขาถึงได้เห็นว่ามาม่ากำอะไรบางอย่างอยู่ 

ลูกกุญแจ 

พวงกุญแจกระต่ายที่ห้อยอยู่ทำให้รู้ทันทีว่าเป็นของห้องไหน เพราะต้นน้ำเป็นคนซื้อให้ และใส่ให้เองกับมือเอง 

....ห้องลับ 

ห้องที่เมื่อก่อนต้นน้ำกับคุณป๋าใช้งานบ่อยๆ ใช้ทำเรื่องอะไรไม่ต้องพูดถึง เพราะใครๆ ต่างรู้กันดีว่าเดอะคลับมีข้อห้าม แต่ข้อห้ามนี้เป็นข้อยกเว้นสำหรับต้นน้ำคนเดียว 

แล้วตอนนี้ล่ะ? 

ความคิดหลังจากนั้นต้นน้ำไม่กล้าคิด สั่งห้ามตัวเองให้หยุดจินตนาการ คว้ากุญแจพวงนั้นมาจากมือมาม่า หมุนตัววิ่งออกไปรวดเร็วเสียจนหญิงสาวคว้าเอาไว้ไม่ทัน 

ไม่มีอะไร 

ไม่มีอะไร 

ป๋าอาจจะแค่ฝากรถไว้เพราะมีปัญหา ต้นน้ำก็แค่จะไปดูในห้องลับเพื่อความมั่นใจ 

ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไร 

....ป๋าสัญญากับต้นน้ำแล้วนี่นา 

....ป๋าไม่มีทางทำ 

ใช่ไหม? 

มือสั่นเทาจ่อลูกกุญแจค้างไว้ตรงรู แต่ยังไม่กล้าเสียบเข้าไปไข ต้นน้ำไม่มั่นใจว่าหัวใจบอบช้ำที่เขาแบกมาตลอดสองชั่วโมงพร้อมรับกับภาพที่กำลังจะเห็นตรงหน้าหรือไม่ ทั้งที่บอกตัวเองว่าไม่มีอะไร 

กลับไม่กล้า 

มือสั่น ใจสั่น สั่นไปหมดทั้งตัว 

คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าลึกเรียกสติกลับมา ต้นน้ำต้องมั่นใจในตัวคุณป๋า แค่เปิดออกดูว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างใน จะได้กลับไปลองโทรหาคุณป๋าอีกครั้ง แค่สอดลูกกุญแจแล้วบิด 

คลิก! 

นั่นแหละ แบบนั้น แล้วค่อยๆ หมุนลูกบิดเข้าไป เปิดบานประตู 

เพียงแค่ก้าวเดียว.... สองขาพลันอ่อนแรงขึ้นมาชั่วขณะ ฝ่ามืออ่อนล้าร่วงจากลูกบิดประตู 

ไม่จริง 

ภาพลวงตาหรือเปล่า 

หรือเพราะกำลังสับสนทำให้เห็นสิ่งที่จิตใต้สำนึกหวาดกลัวจับใจ 

รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่ รู้ทั้งรู้ว่าคือเรื่องจริง 

ที่อดทนมาตลอดทางพังทลายลงเพราะภาพตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที ภายในเหมือนมีบางอย่างฉีกขาด แตกหัก ปริร้าวสร้างรอยแผลย้ำลงที่เดิม บาดลึกเกินกว่าจะเยียวยา ในหัวหมุนคว้างไม่รู้แล้วว่าตอนนี้ควรรู้สึกอย่างไร ด้านชาหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ หรือร้อนลวกถูกเผาไหม้จากไฟโลกันตร์ ทั้งที่รู้ว่ายิ่งมองยิ่งทำร้ายต้นน้ำกลับไม่สามารถดึงสายตาออกจากภาพตรงหน้าได้ ราวกับแก้วตาถูกล็อกเอาไว้ด้วยเส้นใยของความเจ็บปวด 

ไร้คำพูด ไร้สุ้มเสียง สีเพียงหยดน้ำใสหยดแล้วหยดเล่าไหลกลิ้งลงมาตามแก้มขาวไม่หยุด ต้นน้ำไม่เคยร้องไห้แม้รู้ว่าป๋าไม่รัก กระทั่งทะเลาะกันหนักเขาก็ยังหักห้ามไว้อยู่ เพราะเข้าใจสถานภาพของตัวเอง ต่อให้ถูกคำพูดของคนอื่นดูถูกย่ำยีต้นน้ำไม่คิดให้ค่าถึงขั้นเสียน้ำตา แต่ครั้งนี้กลับกลั้นไม่ได้ เพราะโลกทั้งใบของเขากำลังสั่นสะเทือน 

เพราะป๋าคือทั้งชีวิตที่ต้นน้ำมี 

แต่ทั้งชีวิตของเขากำลังนอนอยู่ที่นี่ เปลือยแผงอกโดยมีคนอื่นซุกซบอยู่ในอ้อมแขน ในห้องที่เคยนอนกอดกับเขา 

อภิสิทธิ์ที่เคยได้รับเพียงผู้เดียว ตอนนี้กลับไม่ใช่แล้ว 

ต้นน้ำรู้สึกยิ่งกว่าถูกตบหน้าเมื่อได้เห็นว่าคนที่อยู่ในอ้อมกอดป๋าคือใคร 

กระทั่งร่างเล็กเปลือยไหล่นั้นลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ ตาโตคู่นั้นเบิกกว้างเมื่อรับรู้ว่ามีบุคคลที่สามกำลังจ้องมอง 

"พี่ต้นน้ำ!! " 

 

 

 

 

50% 

>>>> 

ตอนนี้เขียนแล้วลบอยู่หลายรอบเลย กลัวสื่อสารได้ไม่ดี  

ทั้งความรู้สึกแม่ทิพย์และต้นน้ำ และในพาทของคุณป๋าด้วย 

วันนี้ก็เลยมาดึกเลย T^T 

หวังว่าทุกคนจะรับรู้ถึงความสับสนของน้องนะคะ 

น้องหอบหัวใจบอบช้ำมาหา หวังให้ป๋าช่วยเยียวยา 

และนี่คือสิ่งที่น้องได้รับ 

เกิดเป็นต้นน้ำไม่ง่ายเลย 

โอ๋ๆ นะลูก 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยนะคะ 

แวะเข้ามาอ่านทุกวันหากำลังใจปั่นต่อ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว