facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 [II] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2563 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 [II] 100%
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 19 

 

“ดีเลย ฉันกำลังคิดอยู่เลยว่ารถที่บ้านทำไมมันเยอะแยะแบบนี้เอาไปใช้สองคันก็เอาไปเลย” เสี่ยใหญ่พูดบอกอย่างใจดีไม่เข้ากับลุคเขาตอนนี้เลย ผมก็พยักหน้ารับยิ้มๆ เรานั่งทานข้าวด้วยกันสามคนผมนั่งตรงข้ามเสี่ยใหญ่ คุณหญิงแม่นั่งหัวโต๊ะ 

 

“พรุ่งนี้ชามก็แวะเข้ามาหาแม่ด้วยสิ เดี๋ยวทำของหวานให้กิน” 

 

“ก็ได้ครับแต่ขอเป็นตอนเย็นนะครับ ผมจะเข้ามาทานข้าวด้วยเลย” 

 

“ทิชเองก็บอกพ่อให้กลับมาทานข้าวด้วยล่ะเราจะได้พร้อมหน้าพร้อมตา” ผมชะงักกับคำพูดของคุณหญิงแม่ หัวใจมันวูบโหวงไปหมดเมื่อนึกได้ว่าเราขาดอะไรไป คุณหญิงแม่บีบมือผมเบาๆพร้อมทำสีหน้าให้กำลังใจผม 

 

“อย่าเศร้าสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้อดกินของหวานนะ” 

 

“ครับ” 

 

“ชามจะย้ายมาอยู่เลยมั้ย” ดูเหมือนว่าทุกคนจะอยากให้ผมย้ายมาอยู่ที่นี่มาก ผมหันไปยิ้มให้กับคุณหญิงแม่ เสี่ยใหญ่ทำหน้างงๆไม่เข้าใจเราสองคน 

 

“เสี่ยถามผมเป็นคนที่สองแล้วนะ ไว้ผมจะเก็บไปคิดแล้วกัน” เสี่ยใหญ่ได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้ม 

 

“หึ ไม่ต้องคิดแล้วเสื้อผ้าก็มีอยู่เต็มห้องทราฟ คืนนี้ก็นอนนี่ซะเลย” 

 

“เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกันครับ” ผมยังไม่พร้อมเท่าไหร่ แค่นี้ผมก็คิดถึงเสี่ยเขาใจจะขาดอยู่แล้ว เสี่ยใหญ่พยักหน้ารับเราก็หันไปคุยเรื่องอื่นจนทานข้าวอิ่มผมก็ขับรถกลับคนเดียว ผมยังไม่กล้าขึ้นไปดูห้องเสี่ยเขา หรือไปหาเขาที่วัด ผมยังไม่พร้อม ผมไม่อยากร้องไห้มันทรมานเกินไปแต่ผมก็รู้อยู่เต็มอกโลกที่ไม่มีเสี่ยอยู่ที่ไหนผมก็ทรมานอยู่ดี ผมโทรบอกไอ้ฟิกให้ลงมารับด้วยเพราะคอนโดเขาค่อนข้างเคร่งเรื่องกฏห้ามคนนอกเข้า จนผมกลับมาถึงห้องก็อาบน้ำแต่งตัวออกมาดูทีวีกับเพื่อน ไอ้อชิอยู่ในห้องทำงานไม่ได้มานั่งดูกับเรา 

 

“ไปบ้านเสี่ยมาเป็นไง” 

 

“ก็ดี” ผมตอบพร้อมยิ้มบาง เจอหน้าผมมันก็ไม่ถาม มาถามเอาตอนนี้คงจะกลัวผมนอยด์อยู่แหละ ผมเองก็พยายามไม่คิดมากไม่อยากทำให้ใครต้องมาห่วงผมจนลืมห่วงตัวเองเหมือนพ่อแม่ 

 

“ดีแบบไหนวะ ไม่เศร้าใช่ป่ะ” 

 

“ไม่นะ ออกจะรู้สึกดี นี่กูคิดว่าพรุ่งนี้จะไปนอนที่นู่นสักคืนแต่ไม่อยู่ถาวรนะ” 

 

“ดีแล้ว งั้นเรามาดูคอนโดไว้เลยดีป่ะ” 

 

“เอาดิ” ผมบอกเพื่อนเราก็เปิดดูรีวิวคอนโดที่นั่นนี่ไปเรื่อย อาทิตย์หน้าผมถึงได้เริ่มงานช่วงนี้ก็ต้องเตรียมชุดทำงานตัวเองไว้ด้วยแต่ผมอยากหาคอนโดให้ได้ก่อน 

 

เช้าผมตื่นค่อนข้างสายก่อนจะรีบอาบน้ำออกไปหาพวกมันสองคน พอเดินออกมาข้างนอกก็ต้องเจอบรรยากาศน่าอึดอัดเพราะพวกมันทะเลาะกันตั้งแต่เมื่อวาน ไอ้ฟิกอยู่บนโซฟาส่วนไอ้อชิยืนอยู่นอกระเบียงกำลังสูบบุหรี่แต่แม่งไม่ปิดประตูไงกลิ่นมันเลยเข้ามา ผมยู่จมูกเพราะเหม็น 

“เป็นไรกันวะ” ผมถามลอยๆ ดูดิจะมีใครตอบมั้ย 

 

“……” เงียบกริบไม่มีใครตอบ จนผมเดินไปหาข้าวเที่ยงทานเองกินอิ่มพวกแม่งก็ยังอยู่ที่เดิม ไอ้อชิมันดูดไปกี่มวนแล้วเนี่ยผมอดไม่ได้ที่จะเดินไปห้ามมัน 

 

“มึงทะเลาะอะไรกับมัน” 

 

“ถามเพื่อนมึงดิ เอาแต่ใจชิบหาย” 

 

“ไม่อยากเอาใจกูก็ไปเอาใจคนอื่นนู่น!” 

 

“เออ กูไปแน่” 

 

“ใจเย็นๆ รออารมณ์เย็นพวกมึงค่อยคุยกันอย่ามาประชดกันแบบนี้” ผมด่าพวกมันสองคน ไอ้ฟิกลุกขึ้นยืนเดินเข้าห้องนอนปิดประตูเสียงดัง 

ปัง! 

 

“แม่ง เมื่อไหร่มันจะเลิกนิสัยแบบนี้สักที” ไอ้อชิดับบุหรี่ก่อนจะหันไปมองวิวด้านล่างอย่างไม่สบอารมณ์ 

 

“ก็เพราะมึงไม่ใช่รึไงที่ทำให้มันนิสัยเปลี่ยนน่ะ” ผมเองก็เข้าข้างเพื่อนอยู่นะ อชิปรายตามามองหน้าผมอย่างข่มอารมณ์ มันคงสุดจะทนจริงแหละปกติก็เห็นยอมไอ้ฟิกตลอดนี่ มันทำผมกลัวเลยแฮะสายตามันเนี่ย 

 

“ไม่ออกไปไหนรึไง” 

 

“กูว่าจะไปบ้านเสี่ยเขาอ่ะ แล้วจะนอนนู่นเลยนะ” 

 

“อืม แล้วแต่มึงจะทำ” 

 

“งั้นกูไปตอนนี้เลยดีกว่ามึงจะได้ง้อมันถนัด” ผมพูดพร้อมมองมันอย่างหมั่นไส้ เหม็นความรักโว้ย ผมก็ว่าจะนอนกลางวันสักหน่อยแต่พวกมันดันมาทะเลาะกันเฉยเลย 

 

“เออ กูจะเอาแม่งครางลั่นห้องเนี่ยแหละ” หน้าไม่อายจริงๆพูดออกมาหน้าตาเฉย 

 

“ชิบหาย มึงก็ถนอมมันหน่อย” 

 

“หึ เพื่อนมึงมันชอบแรงๆ” 

 

“กูไม่คุยกับมึงละ วกมาแต่เรื่องแบบนี้” ผมรีบเดินหนีเมื่อเห็นมันใจเย็นลงมาบ้าง ผมลงมาจากคอนโดก็ตรงไปที่บ้านเสี่ยเลยไม่ลืมเอาของใช้บางอย่างไปด้วย ผมไม่ลืมที่จะบอกทางนั้นด้วยนะว่าจะไปแต่รอบนี้ผมแวะซื้อของทานเล่นเข้าไปฝากคุณหญิงแม่ด้วย ผมขับรถคนเดียวส่วนใบขับขี่ผมก็ยังไม่มีถูกปรับก็แค่จ่ายผมยังไม่มีความกล้าที่จะไปทำ จนผมมาถึงบ้านเสี่ยน้อยเขากิ่งกดรีโหมดเปิดประตูรั้วบ้านให้ผม ผมมองเด็กนั้นยิ้มๆก่อนจะจอดรถไว้ในโรงรถ  

 

“ผมช่วยถือครับ” 

 

“ขอบคุณนะ” ผมยิ้มรับพร้อมยื่นของฝากให้กิ่งไป พอผมลงมาจากรถก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเจอรถสปอร์ตสีดำจอดอยู่ ผมไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่ สงสัยจะมีแขก 

 

“เอาไปใส่จานเลยนะ เดี๋ยวฉันตามไป” 

 

“ได้ครับ” 

 

“แล้วคุณแม่อยู่ไหน” 

 

“ในบ้านเลยครับ” ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน ก็ต้องขมวดคิ้ว เหมือนเสี่ยใหญ่เขาจะมีแขกเพราะผมเห็นแค่ด้านหลังของผู้ชายคนนั้น ทรงผมแบบนั้นผมไม่เคยรู้จักหรอกแต่แผ่นหลังนั่นก็ทำให้ผมคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด พอมองนานๆมันทำให้ผมคันยุบยิบในใจอยู่ไม่น้อย  

 

“ชามมาแล้วหรอลูก” 

 

“ครับ ผมซื้อของกินมาด้วยให้กิ่งเอาไปใส่จานแล้วล่ะ” ผมละสายตาจากผู้ชายคนนั้นมองคุณหญิงแม่ที่เดินเข้ามาหาผมอย่างอารมณ์ดี ท่านคงดีใจที่ผมมาเร็ว 

 

“ดีเลยแม่กำลังหิวเราไปนั่งทานกันเถอะ”  

 

“แล้วของละครับ” 

 

“เดี๋ยวให้คนเอาไปเก็บไว้ในห้องนะ” 

 

“ก็ได้ครับ” ผมตอบรับพร้อมกับยื่นของให้แม่บ้านเอาขึ้นไปเก็บไว้บนห้อง เราสองคนมานั่งอยู่ด้วยกันในห้องรับแขกอีกโซนหนึ่ง ผมอดจะถามออกมาไม่ได้ 

 

“เสี่ยใหญ่มีแขกหรอครับ” 

 

“จ๊ะ แม่ว่าเราไปเรียกพวกเขามาทานด้วยกันดีกว่า ชามเล่นซื้อมาเยอะขนาดนี้ แถมเราเปิดการ์ตูนดูด้วยเนาะ” ผมทำหน้างง ทำไมผมต้องดูการ์ตูนด้วยฟร่ะ ผมมองคุณหญิงแม่ที่เดินออกไปเรียกเสี่ยใหญ่ ผมนั่งขัดตะหมาดบนโซฟาพร้อมเปิดหนังที่อยากดู ไม่นานพวกเขาก็เดินเข้ามาผมรีบนั่งดีๆแล้วยกมือไหว้แขกของเสี่ยใหญ่ ผมชะงักไปนิดเมื่อเขาใส่ผ้าปิดปากแต่สายตานั่นมันทำให้หัวใจผมกระตุก  

 

…..ทำไมเหมือนเสี่ยน้อยขนาดนี้วะ เหมือนจนน่าตกใจต่างกันแค่ทรงผมเท่านั้น 

 

    “มีไรกินบ้าง น่าอร่อยจัง ส่วนหมอนี่พอดีเขาเป็นหวัดน่ะเสียงก็แหบเลยยังทานไม่ได้นะ อีกอย่างต้องใส่แมสตลอดกลัวเราติดไปด้วย” ผมยังไม่ถามเสี่ยใหญ่ก็รีบพูดออกมาเป็นชุด 

 

“คุยงานกันเสร็จแล้วด้วยเนาะ มานั่งคุยเล่นกันดีกว่า”  ผมมองทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะผู้ชายคนนั้นเขาก็ยอมนั่งลงดีๆ ผมรีบตั้งสติเมื่อเผลอจ้องเขาแต่เค้าก็จ้องผมกลับ แล้วไม่มีใครคิดจะแนะนำชื่อให้ผมรู้จักเลยผมก็ไม่กล้าถาม 

 

“ง่วงจังครับ” ผมหันไปอ้อนคุณหญิงแม่ตอนนี้ผมเอนไปซบไหล่ท่านแล้วหนังก็ใกล้จะจบ แถมนั่งขัดตะหมาดแบบไม่เกรงใจแขก 

 

“เมื่อคืนไม่ได้นอนหรอ”  

 

“นอนไปนิดเดียวเองครับ พอตื่นเช้ามาผมกะจะนอนต่อแต่ฟิกกับพี่อชิเขาทะเลาะกันผมไม่อยากอยู่มันอึดอัดผมเลยมาเร็ว” 

 

“ดีแล้วชามจะได้อยู่กับแม่ทั้งวัน คึคึ” ผมยิ้มบางก่อนจะค่อยๆหุบยิ้มเพราะแขกเสี่ยใหญ่แม่งเอาแต่จ้องผมตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ผมกะจะไม่อะไรแล้วเชียวแต่สายตานั่นมันน่าหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ เหมือนกำลังล้อผมอย่างนั้นแหละ 

 

มันเป็นใครฟร่ะ 

 

“นี่ชามดูข่าวนี้สิ” ผมมองตามที่คุณหญิงแม่บอก ท่านกำลังเล่นโซเชี่ยลในมือถือ ผมเห็นข่าวนั้นก็เบิกตาโตด้วยความตกใจ 

 

“นี่มันพี่กันต์นี่ครับ”  ผมพูดด้วยความตกใจ เพราะในข่าวมีข่าวเกี่ยวกับสองพี่น้องนั้นซึ่งในข่าวเขียนว่าธุรกิจเขาล้มละลายทั้งยังมีหนี้อีกหลายล้าน มันทำให้ผมตกใจมากไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับคนที่เคยรู้จัก แล้วแบบนี้พวกเขาจะเป็นยังไงนะ 

 

“ใช่จ๊ะ แย่จังเนาะธุรกิจของเขาล้มละลายแบบนี้ ดีนะที่พวกเรายกเลิกสัญญากันไปก่อนหน้าแล้ว” 

 

“ยกเลิกไปตอนไหนหรอครับ” ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน 

 

“ก็ตอนครบเดือนนั่นแหละจ๊ะ” คุณหญิงแม่พูดบอก ผมชะงักเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นจนคุณหญิงแม่ต้องรีบลูบหลังผมพาผมเปลี่ยนเรื่อง ส่วนเรื่องพี่กันต์กับอาร์เขาเองก็หายไป ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเองก็ไม่ได้สนใจทั้งสองคนเลย 

 

เมื่อหนังจบผมมีแผนจะเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้นตรงๆ ผมก็ไม่อยากสนใจนะแต่ผมคาใจผมอยากเห็นหน้าเขาชัดๆ เขาเหมือนเสี่ยจนน่าตกใจ มันทำให้ผมกลัวขึ้นมาว่าตัวเองจะเห็นภาพหลอนรึเปล่า  

“แม่ครับ ผมถามหน่อยสิผู้ชายคนนั้นเขาเป็นใครหรอครับ” ผมแอบย่องมาถามแม่ที่กำลังวุ่นอยู่กับแจกันดอกไม้ 

 

“อยากรู้จักหรอ” ผมสะดุ้งตกใจจู่ๆเสียงเขาก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังผม ผมจำได้แม่นว่านี่เป็นเสียงของเสี่ยน้อย แต่ทำไมเขาไม่น่าจะมายืนอยู่ตรงนี้ มันเป็นไปไม่ได้ นี่มันเรื่องอะไร ผมหันไปขมวดคิ้วมองหน้าเขา คุณหญิงแม่หายไปตอนไหนก็ไม่รู้ทิ้งให้ผมอยู่กับเขาแค่สองคนกลางบ้านแบบนี้ 

 

“ป่าว” ผมตอบเสียงเบา ลอบกลืนน้ำลายลงคอแต่สายตาผมก็ไม่ได้ละไปจากเขา 

 

“หลงตัวเองซะได้นึกว่าจะอยากรู้จักกันซะอีก”  

 

“ผมขอตัวดีกว่า” ผมรีบขอแยกตัวออกไป ตอนนี้หัวใจผมเต้นแรงมาก เขาเหมือนเกินไปแต่ผมก็คาใจจะปล่อยไว้แบบนี้มันก็กวนใจผม นี่มันบ้าไปแล้ว เท้าผมหยุดเดินอัตโนมัติหันกลับไปมองร่างสูงที่กำลังจ้องผมอยู่เช่นกัน มือผมชื้นเหงื่อไปหมด ผมกลั้นใจถามคำถามนี้ออกไป 

 

“เสี่ยหรอ” ผมถามเสียงสั่น มองเขาด้วยสายตาหลายความรู้สึก ตอนนี้ผมงงกับเหตุการณ์นี้ แล้วถ้าเป็นเขาจริงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่  

 

“…..” เขาเงียบมันทำให้ผมหมดความอดทน ผมเดินเข้าไปหาเขาแล้วกระชากผ้าปิดปากนั่นออก 

 

พรึ่บ! 

 

“นะ นี่มันอะไรกัน” ผมถามเสียงเบา ตอนนี้หัวใจผมมันสั่นแทบคลั่ง เมื่อคนตรงหน้าผมคือเสี่ยน้อยจริงๆ! แล้วคนที่ตายไปคือใคร แล้วนี่ถ้าเป็นเขาจริงแล้วเขาไปอยู่ที่ไหนมา! ความรู้สึกน้อยใจ โกรธ มันพุ่งเข้ามาในใจของผม 

 

“ชาม” 

 

“อย่า” ผมรีบถอยห่างเมื่อเขาจะเอื้อมมือมาจับตัวผม ผมส่ายหน้าไปมาคล้ายคนไม่มีสติแล้ว น้ำตาผมไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาหลอกผมงั้นหรอ แล้วเขาทำไมต้องทำกับผมแบบนี้  

 

“ฮึกฮืออออออ” ผมร้องไห้ออกมาเสียงดัง เสี่ยน้อยจะดึงผมไม่กอดแต่ผมไม่ยอม เขามันใจร้ายที่เขาหายไปเขาไปอยู่กับคนอื่นรึเปล่าก็ไม่รู้ เขาหลอกผมว่าตัวเองตายไปแล้ว พอผมหายดีเขาก็กลับมางั้นหรอ! 

 

“ชามฟังกูก่อน” 

 

“ผมไม่ฟัง! ทำไมผมต้องฟังคนหลอกลวงด้วย!” ผมตะคอกใส่ แต่เสี่ยเขาก็รวบกอดผมไว้แน่นจนหน้าผมฝังอยู่ในอกเขา อ้อมกอดที่คุ้นเคยกับกลิ่นกายเขามันทำให้ผมยิ่งร้องไห้หนัก ผมคิดถึงจนแทบบ้าแต่ดูสิ่งที่เขาทำสิ! 

 

“ไม่ได้หลอกลวงซักหน่อย นะนะพี่ขอโทษเรามาคุยกันดีๆ” เสี่ยน้อยวิงวอนขอผม ผมดันเขาออกสุดแรง 

 

“ไม่ ผมจะกลับแล้ว!” ผมรีบพูดรีบเช็ดน้ำตาออกลวกๆ มองหน้าเขาด้วยสายตาผิดหวัง เขาดูเปลี่ยนไปมากถ้าเจอข้างนอกผมอาจจะจำไม่ได้ จนผมคิดว่าตัวเองคิดถึงเขามากจนเห็นภาพหลอนแต่นี่มันไม่ใช่! เป็นเสี่ยน้อยจริงๆ เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม เมื่อมีคนได้ยินเสียงเราทะเลาะกันพวกเขาก็มามุงดู ผมหันไปมองคุณหญิงแม่กับเสี่ยใหญ่ที่มองผมด้วยสายตาเป็นห่วง นี่อย่าบอกนะว่าพวกเขาก็รู้เรื่องนี้ด้วย 

 

“ผมบ้าใช่มั้ย นี่ไม่ใช่เขาใช่มั้ย” ผมถามแม่ ท่านร้องไห้เมื่อเห็นผมเองก็ร้องไห้ 

 

“ไม่จ๊ะ นั่นพี่เขาจริงๆลูก ลองฟังเหตุผลพี่เขาก่อนนะ” 

 

“มันจะมีเหตุผลอะไรอีก เขาทิ้งผม!” ผมพูดพร้อมหันไปมองเสี่ยน้อยที่ยืนนิ่งทำสีหน้าสำนึกผิด เขาจะขยับมาหาผมก็ขยับถอยจนร่างสูงถอนหายใจเหนื่อยๆ 

 

“กูไม่ได้ทิ้งมึงสักหน่อย” 

 

“ไม่ทิ้งแล้วสองปีที่ผ่านมามันหมายความว่ายังไง ทำไมต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้ด้วยถ้าอยากเลิกกับผมก็บอกมาตรงๆเลยก็ได้!” 

 

“มึงคิดไปไกลแล้วนะ ฟังกูก่อน” 

 

“มันจะมีเหตุผลอะไรอีก เพราะไอ้อาร์ใช่มั้ยที่มันทำให้เสี่ยทิ้งผมไปนะห้ะ!” ผมอดจะคิดแบบนี้ไมได้ เขาหายไปตั้งสองปีเขาจะไปทำอะไร อีกอย่างไอ้อาร์มันก็ตามติดเสี่ยแจขนาดนั้น ผมอุตส่าห์ไว้ใจเขาแต่เขาก็ทำร้ายผม ผมอดจะมองเขาในแง่ร้ายไมได้เลย ผมน้อยใจ ผมเสียใจกับสิ่งที่เขาทำ 

 

“ใจเย็นก่อนชาม แม่ครับเดี๋ยวผมขออยู่กับมันสองคนนะ” 

 

“ไม่อ่ะ ผมไม่อยู่ผมจะกลับ” 

 

“จ๊ะ ไปๆเราออกไปกัน” คุณหญิงแม่บอกทุกคนให้ออก ผมเองก็จะเดินออกไปกับพวกเขาแต่แขนผมก็ถูกดึงไว้ ผมรู้ว่าผมสู้แรงเสี่ยเขาไมได้หรอกแต่แม่งไม่จำเป็นต้องใช้กำลังขนาดนี้ก็ได้ 

 

“ผมเจ็บนะ!” 

 

************ loading 50 per. ************ 

 

“ขอโทษ” ผมชะงักกับคำพูดขอโทษที่นุ่นนวลของเสี่ยเขา พอหันไปมองตอนนี้เขาเหมือนลูกหมาสำหรับผม ผมยอมหยุดนิ่งอยากรู้ว่าเขาจะทำยังไง เขาจะอธิบายอะไร แต่ผมไม่ให้อภัยเขาง่ายๆแน่ ผมเลื่อนสายตาไปมองที่นิ้วนางของเสี่ยน้อยเขาก็ยังสวมแหวนแต่งงานของเราอยู่มันไม่ดีต่อใจผมเลย

 

“ฟังพี่ก่อนนะชาม”

 

“ก็อธิบายมาแหละ” ผมพูดเสียงห้วน เสี่ยยกยิ้มก่อนจะดึงผมไปกอดอีก วุ่นวายอะไรกับตัวผมนักก็ไม่รู้ แต่ผมก็ยอมให้เขากอดเฉยๆ (?)

 

“คิดถึงว่ะ กลับมามึงก็ยังขี้โม้เหมือนเดิม”

 

“เสี่ยจะเอายังไง ผมไม่ให้อภัยเสี่ยง่ายๆหรอกนะ ถ้าเกิดเหตุผลเสี่ยฟังไม่ขึ้นอย่าหวังว่าเสี่ยจะมีโอกาส ผมเสียใจนะเว้ยอย่ามาเล่นกับความรู้สึกผม” ผมว่าเขาออกไปเป็นชุด ร่างสูงรีบพยักหน้างึกงักก่อนจะพาผมขึ้นไปห้องนอนเขา ซึ่งผมไม่ยอมผมจะคุยที่ห้องรับแขก เสี่ยเขาก็ยอมตามใจผม

 

“กูขอโทษ”

 

“อืม” ผมตอบเสียงเรียบ เสี่ยแม่งก็มองหน้าผมยิ้มๆอยู่ได้ เหอะคิดว่าผมจะให้อภัยง่ายๆล่ะสิ ไม่มีวัน

 

“มึงก็เห็นแล้วนี่ว่าไอ้กันต์กับไอ้อาร์มันเจอกับอะไร” ผมมองหน้าเสี่ยทันที ผมไม่อยากจะเชื่อ!

 

“เสี่ยไปทำเขาทำไม!”

 

“ก็มันส่งคนมาฆ่ามึงเลยนะ”

 

“!!!!” ผมตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่นั่นกันแน่

 

“พวกมันสองคนจะส่งคนมาฆ่ามึง อันที่จริงกูต่อยหน้าไอ้กันต์ไปก่อนหน้านั้นเพราะกูทนไม่ได้ที่มันจะให้กูเลิกกับมึงแล้วไปคบกับน้องมัน ตอนแรกกูตั้งใจจะทำให้มันเจ็บที่สุดแต่มันส่งคนมาทำร้ายมึงกูเลยเลือกทำตามแผนของเพื่อน”

 

“แผนคือ ?”

 

“ให้มันตายใจว่ากูตายไปแล้ว ถึงจะแลกมากับที่ทำให้มึงเสียใจก็เถอะ แต่ตอนนี้กูทำให้พวกมันสองพี่น้องนั่นเจอปัญหาแล้ว ตลอดเวลากูคิดถึงมึงใจจะขาด ไม่ได้กอดไม่ได้หอมตั้งนาน” เสี่ยน้อยพูดไม่พอทำท่าจะหอมแก้มผม ผมรีบเอนตัวหลบร่างสูงชะงักไปทันที ผมมองหน้าเขาด้วยสายตาโกรธๆ

 

“ทำไมเสี่ยไม่คิดจะบอกอะไรผมบ้าง ผมเป็นคนสุดท้ายที่เสี่ยนึกถึงตลอด ทำไมเราไม่ร่วมมือกันอย่างน้อยผมก็ไม่ต้องทุกข์ใจตลอดเวลาสองปีนั่น รู้มั้ยผมต้องจมอยู่กับน้ำตาตลอด เหมือนชีวิตผมไม่เหลืออะไรเลย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“ขอโทษ กูกลัวถ้ามันเห็นมึงยังเกี่ยวข้องกับกูมันจะทำร้ายมึงอีก”       

      

“ผมผิดหวังในตัวเสี่ยมาก ตลอดเวลาเสี่ยไม่เคยไว้ใจผมเลยใช่มั้ย” ผมตัดพ้อเขา

 

“กูผิดจริงเรื่องนี้ แต่ที่กูทำเพราะกูห่วงมึง ไม่อยากให้มึงเป็นอะไรไป”

 

“แล้วสองปีที่ผ่านมาผมเสียใจทุกวันเสี่ยจะแก้ไขมันยังไง” ผมพูดอย่างสุดจะทนก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาตัวเองเงียบๆ

 

“กูกลับมาแล้วนี่ไง ต่อไปนี้กูจะไม่ไปไหนแล้วมีอะไรจะบอกมึงก่อนเลย นะ” เสี่ยน้อยทำสีหน้าอ้อนวอนผม จนผมต้องเบือนหน้าหนี ผมไม่เคยถูกเขาง้อแบบนี้หรอกแต่นี่มันเรื่องใหญ่ เขาต้องกลัวว่าผมจะไม่ให้อภัยบ้างแหละ แต่ผมก็ไม่อยากให้อภัยเขาจริงๆถึงสิ่งที่เขาทำไปก็เพื่อผม แต่ทำไมเราถึงไม่ช่วยกันแก้ปัญหา ผมไม่เข้าใจเขา เขาชอบทำอะไรคนเดียวตลอดทั้งๆที่เราแต่งงานกันแล้ว

 

“เราแต่งงานกันแล้วทำไมเสี่ยต้องทำอะไรตัวคนเดียว ตัดสินใจเองโดยไม่ปรึกษาอะไรผมเลยสักอย่าง” ผมพูดตอกย้ำเขาอีกครั้ง

 

“ขอโทษ จะไม่ทำแล้วครับ” เสี่ยน้อยพูดพร้อมจับมือผมไปกุม เขาพรมจูบลงบนมือผมซ้ำๆจนผมต้องดึงมือกลับ มันออกจะแปลกหน่อยแต่แม่งผมก็ยังเขินเขาอยู่ดี

 

“ผมไม่ให้อภัยง่ายๆหรอก ต่อไปนี้ผมก็จะทำอะไรตัวคนเดียวบ้าง”

 

“อย่าประชดกันเลยนะ”  เสี่ยน้อยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ไม่อ่ะ”

 

“ทำยังไงถึงจะหายโกรธ หืม” ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงอ่อนระทวยกับท่าทีอ้อนๆของเสี่ยน้อย แต่ไม่ใช่ตอนนี้

 

“ไม่มีวิธีแบบนั้นหรอกครับ ผมขอตัวละผมจะกลับ อีกอย่างถ้ายังยื้อ ผมจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก” ผมพูดขู่ไว้ เสี่ยน้อยทำหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายเขาก็ยอมพยักหน้า

 

“งั้นเดี๋ยวกูไปส่ง”

 

“ไม่เอา ผมจะกลับเองผมก็อยากอยู่คนเดียวเหมือนกันนะ”

 

“ให้พี่เขาไปส่งเถอะนะน้องชาม แม่เองก็ห่วงเราช่วงนี้คนเลิกงานกันรถเยอะ” คุณหญิงแม่เดินเข้ามาได้จังหวะมาก ท่านบอกผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง ผมถอนหายใจเซ็งๆแต่ก็ยอมพยักหน้ารับ เสี่ยน้อยยิ้มออกมาทันที ผมมองเขาตาขวาง พอได้สำรวจเขามันก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรงซะงั้น ผมไม่เคยเจอเสี่ยในลุคสกินเฮดเลยแถมเขายังทำสีผมออกหม่นเทานั่นอีก มันไม่ดีต่อใจผมเลย! แต่ผมจะอดทนไม่ให้อภัยเขาง่ายๆแน่

 

“ทำไมเราไม่นอนด้วยกันทีนี่เลยล่ะ เสียเวลาไปกลับ” คำพูดของเสี่ยทำให้ผมหันไปมองหน้าเขา นี่เขาคิดว่าผมเป็นต่อเขาอยู่มั้ยเนี่ย

 

“ฝันไปเถอะว่าผมจะนอนกับเสี่ย”

 

“ก็เราเป็นผัวเมียกัน”

 

“ทีตอนทำเรื่องแบบนั้นไม่เห็นจะนึกถึงคำนี้เลยนะครับ” ผมประชดเขา เสี่ยน้อยหันไปมองทางอื่นด้วยความหงุดหงิด เขาจะเป็นยังไงก็ช่างผมรีบขึ้นรถไม่สนใจเสี่ยน้อยที่กำลังเอาของผมไปไว้เบาะหลังแล้วเขาก็ขึ้นรถมานั่งฝั่งคนขับ

 

“แล้วรถคันนั้นของใคร” ผมอดจะถามเสี่ยไม่ได้เพราะไอ้รถคันละหลายล้านมันสะดุดตาผมสุดๆ

 

“หึ อยากรู้หรอ”

 

“ไม่” ยังจะกวนผมอีก คนอะไรก็ไม่รู้

 

“รถทิชมันน่ะ” เสี่ยน้อยบอกผมก่อนจะขับรถพอผมออกจากบ้าน ผมมองเห็นกิ่งที่กำลังยืนส่งเราด้วยสีหน้างงๆ ผมเป็นมันผมก็งง งงผมเนี่ยแหละมาแล้วก็กลับนึกว่าจะได้นอนที่นี่เจอเรื่องแบบนี้ผมก็อยากนอนคนเดียวเงียบๆ

 

“โทรบอกไอ้อชิให้หน่อย” เสี่ยน้อยหันมาพูดกับผม ผมมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

 

“บอกทำไม”

 

“กูจะเข้าไปดื่มห้องมัน เดี๋ยวจะแวะซื้อโลตัสใกล้ๆ”

 

“บอกเอง” ผมพูดพร้อมเบะปากใส่ เสี่ยน้อยส่ายหน้าใส่ผมแต่ก็ยอมกดโทรหาเพื่อนตัวเอง ผมมองโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเขาด้วยสีหน้าโกรธๆ อีกอย่างไอ้อชิมันก็รู้เรื่องนี้งั้นหรอ!

 

“ไม่ต้องมองแบบนั้น กูหงุดหงิดเลยปาเครื่องเก่าทิ้งมึงเลยโทรหากูไม่ติดนั่นแหละ” ผมไม่สนใจ

 

“เออ….กูกลับมาถึงเมื่อตอนเที่ยงนี่แหละ…กูจะซื้อของเข้าไปกินมึงจะเอาไรมั้ย…เอางั้นก็ได้จะได้ไม่ซื้อไป…อืมแค่นี้” เสี่ยน้อยกดตัดสายก็หันมามองผมที่กำลังจ้องเขาอย่างจับผิด ร่างสูงหัวเราะขำกับท่าทีผม

 

“มันชวนไปผับไอ้โคม่าคืนนี้แหละ เดี๋ยวค่ำกูกลับมาอาบน้ำแล้วจะตามพวกมันไป”

 

“นี่พวกพี่เขารู้เรื่องนี้กันหมดเลยหรอ”

 

“อืม”

 

“แล้วรวมหัวกันปิดบังผม” ผมพูดอย่างน้อยใจ คอยดูนะผมเจอทุกคนผมจะไม่คุยด้วยเลย

 

“เขาไม่อยากให้มึงไม่สบายใจที่กูเอาตัวเองไปเสี่ยงไง” ก็ช่างผมไม่สนใจละ ผมเงียบมาตลอดทางจนเรามาถึงคอนโดไอ้อชิ มันลงมารับเพื่อนรักตัวเองเจอหน้ากันก็กอดกันกลมจนผมเบะปากใส่ทั้งสองคนอย่างหมั่นไส้ ช่วยกันปกปิดดีเหลือเกิน ไอ้อชิที่เห็นผมมันก็อดจะทำสีหน้าขอโทษผมไม่ได้แต่ผมก็สะบัดหน้าใส่มัน

 

“หึหึ เด็กมันดื้อ”

 

“ว่าผมหรอ”

 

“ป๊าวว” ดูยังไงก็ว่าผมชัดๆ ผมไม่สนใจทั้งสองคนเดินขึ้นห้องไปก่อนแต่พวกเขาก็ตามผมทันแหละเพราะผมมันขาสั้น (?)

 

“กูทำของกินเผื่อละ แค่นั่งคุยกันเฉยๆยังไม่ดื่มเยอะมากเดี๋ยวคืนนี้ไปต่อ”

 

“อืม”

 

“มึงจะไปมั้ยชาม”

 

“ไม่ไป” ผมตอบไอ้อชิเสียงแข็งก่อนจะเดินตามมันเข้าห้อง พอเข้าห้องมาก็เจอไอ้ฟิกที่นั่งทำหน้าไม่รับแขกอยู่โต๊ะอาหารพร้อมเครื่องดื่ม มันเห็นเสี่ยก็ยกมือไหว้ปกติ จนผมมองหน้ามันด้วยสายตาอึ้งๆ

นี่มึงก็รู้เรื่องกับเขาหรอไอ้ฟิก! พอมันมองหน้าผมมันก็รีบยิ้มตอแหลมาให้จนผมต้องเดินไปบีบคอมัน

 

“มึงทำไมไม่แอบมาบอกกูห้ะ”

 

“ก็กูห่วงมึงกลัวมึงตามไปหาเสี่ยน่ะสิโว้ยยย”

 

“กูไม่ตามไปหาหรอกคนใจร้ายแบบนั้นน่ะ” ผมปล่อยไอ้ฟิกไม่วายหันไปแขวะเสี่ยเขา แต่ร่างสูงแค่ยักไหล่ ก่อนจะนั่งดื่มกับไอ้อชิคุยเรื่องอะไรไม่รู้ผมฟังไม่รู้เรื่อง ผมเอาของไปเก็บในห้องก่อนจะแอบออกมาหาพวกเขาเนียนๆ

 

“มานั่งนี่” เสี่ยน้อยเรียกผมไปนั่งข้างๆ

 

“ไม่”

 

“ดื้อ” แค่คำเดียวก็เล่นหัวใจผมเต้นโครมครามตุบๆ ไม่ๆผมจะหวั่นไหวไม่ได้

 

“ผมหิวแล้ว” ผมเปลี่ยนเรื่องก่อนจะเสียอาการ เอาตรงๆก็อยากกินอาหารฝีมือเสี่ยเขาแหละ เสี่ยน้อยยิ้มให้ผมก่อนจะพยักหน้ารับ

 

“มานั่งรอก่อน”

 

“อืม” ผมตอบรับดีๆก่อนจะไปนั่งข้างเขา มือหนายกขึ้นมายีหัวผมเบาๆก่อจะลุกไปทำอาหารให้ผมทาน สัมผัสแค่นี้ก็ทำให้ผมกลั้นยิ้ม ถ้าผมไม่โกรธผมคงยิ้มแก้มแตกแล้ว

 

“มีของครบอยู่ใช่มั้ยวะ”

 

“เออ อยากทำไรก็ทำเลย” ไอ้อชิตอบก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยสายตาล้อๆ

 

“แหม ในใจก็คิดถึงผัวทำเป็นเล่นตัว”

 

“เออ เดี๋ยวกูจะคอยดูวันที่ไอ้ฟิกมันเล่นตัวบ้าง” ผมแขวะมันคืน ไอ้อชิแค่นหัวเราะทันที

 

“มันก็เล่นตัวอยู่นั่นไง” พูดไม่พอมันยังชี้ไปที่ไอ้ฟิกที่กำลังรถน้ำต้นไม้ประดับอยู่ตรงระเบียงด้วยสีหน้ายุ่งๆ ผมเองก็เหนื่อยแทนเพื่อนเหมือนกันมึงจะทะเลาะอะไรกันทุกวันขนาดนี้

 

“มึงก็ซื้อเกมสตรีมให้มันแหละ เดี๋ยวมันก็หายโกรธ”

 

“ก็ที่มันโกรธเพราะกูไม่ให้มันซื้อเนี่ยแหละ”

 

“ทำไมไม่ซื้อให้มัน”

 

“มันจะสตรีมลงช่อง”

 

“ก็ดีแล้วนี่หารายได้”

 

“หึ กูหวง” ผมเข้าใจพวกมันสองคนละ รักกันขนาดนั้นยังจะลีลาเล่นตัวกันชิบหาย ไม่นานเสี่ยน้อยก็ออกมาพร้อมกระเพราเนื้อธรรมดาแสนธรรมดา ผมก็ถูกใจแหละอะไรผมก็กินแค่เขาทำให้ ผมได้กินข้าวก็นั่งยิ้มได้ละ เสี่ยน้อยก็ดื่มเหล้ากับไอ้อชิจนทุ่มนึงเสี่ยเขาก็ต้องกลับ

 

“เรื่องบ้าน” เสี่ยน้อยหันมามองหน้าผม ผมชะงักไปทันที

 

“กูขายไปแล้ว กำลังหาซื้อหลังใหม่”

 

“อะไรนะ!” ผมถามด้วยความตกใจ

 

“ขายไปตั้งนานแล้วด้วย” ไอ้อชิเป็นคนพูดต่อ ผมมองพวกเขาสองคนด้วยสีหน้าอยากจะกระทืบทั้งสองคนให้จมดิน

 

“เราจะได้เริ่มต้นใหม่ กับสถานที่ใหม่” เสี่ยน้อยมองหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง ผมรับไม่ได้ผมเสียดายบ้านหลังนั้น เป็นหลังแรกที่เราอยู่ด้วยกัน เป็นบ้านของเราสองคน

 

“มันแค่สถานที่อย่าไปยึดติดเลย มองมาที่คนที่อยู่กับมึงดีกว่า” เสี่ยน้อยพูดบอกมาอีกทำให้ผมเถียงไม่ออกได้แต่อ้ำอึ้ง แล้วใครจะอยู่กับเขากันฟร่ะ

 

“แล้วสรุปอยากไปมั้ยคืนนี้” เสี่ยน้อยถามผมอีกครั้ง ผมทำสีหน้าลังเล

 

“ไปเหอะ กูก็ไป” ไอ้ฟิกเดินเข้ามารบเร้าผม ผมฮึดฮัดแต่ก็ยอมพยักหน้ารับ

 

“งั้นก็ไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวจะรอ”

 

“เรื่องอะไรล่ะ ผมจะไปกับสองคนนี้”

 

“รถเต็มว่ะ”

เยี่ยม! ผมมองไอ้อชิตาขวาง มึงนะมึง จนแล้วจนรอดเสี่ยเขาก็ได้รอผมแต่งตัวจริงๆ แต่ไม่ได้รอผมในห้องหรอกเขาก็คุยกับไอ้อชิรอ จนผมแต่งตัวเสร็จก็ออกมาหาเสี่ยเขาก็พาผมกลับไปที่บ้านอีกครั้ง คราวนี้ผมหนีไม่พ้นบ้านหลังนี้ละ คุณหญิงแม่ถึงกับน้ำตาไหลที่เห็นผมกับเสี่ยไปไหนมาไหนด้วยกัน

 

“ผมจะรอข้างล่าง”

 

“ขึ้นข้างบน” เสี่ยน้อยบังคับผม ไม่พอเขายังลากผมขึ้นมาจนสำเร็จ ผมมองสำรวจห้องเขามันเหมือนเดิมเป๊ะ เอาตรงๆก็คิดถึงแหละสถานที่ที่มีความทรงจำดีๆแบบนี้

 

แกร๊ก

ผมนิ่งเมื่อเสี่ยน้อยล็อคประตูห้อง ผมหันไปหาเขาก็ต้องชะงักเมื่อร่างสูงอยู่ชิดผมมาก หน้าผมจนจะชนกับหน้าอกเขา ผมช้อนสายตามองเสี่ยน้อย เขาเองก็กำลังมองผม ผมจะถอยแต่เขาก็รวบเอวผมไว้แน่นทำให้ผมขยับหนีจากอ้อมกอดเขาไม่ได้ แถมใกล้ขนาดนี้มันไม่ดีกับผมแล้ว หัวใจผมจะระเบิด

 

“เจอหน้ามึงแล้วทำให้กูรู้ตัว”

 

“…..” ผมเงียบ หน้าเริ่มร้อนเมื่อเขามองผมด้วยสายตาแบบนั้น

 

“กูไปรักคนอื่นไม่ได้จริงๆ”

 

ตึก ตึก ตึก

หัวใจเจ้ากรรมผมมันเต้นแรง แรงมากจนผมกลัวว่าเขาจะได้ยินเลยพยายามหลบสายตา หน้าผมร้อนไปหมด

 

พรึ่บ

ผมรีบเบี่ยงหน้าหลบเมื่อเสี่ยน้อยก้มหน้าลงมาจะจูบผม แต่เขาก็จูบลงบนแก้มผมเต็มๆ

 

จุ๊บๆ

 

“อื้อออ” ผมร้องประท้วงเมื่อเขากดจูบบนแก้มผมย้ำๆหลายรอบ ผมพยายามผลักเขาออกแต่ไม่ได้ผล

 

“พอแล้ว เปียกหมดแล้ว” ผมว่าเขา

 

“อะไรเปียก”

 

“แก้มผมเนี่ย เสี่ยคิดไปถึงไหน!” ผมรีบยกมือกุมแก้มตัวเอง เจอสายตาล้อเลียนจากเสี่ยเขาก็ทำให้ผมอยากจะหนีไปจากนี้

************************** 

เป็นไงบ้างงงง ใกล้จะจบแล้ววววววววว 

 

 

TBC 

ความคิดเห็น