facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 743

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 18:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 6
แบบอักษร

สรุปกว่าเจคอปจะกลับห้องของตัวเองก็พระอาทิตย์ตกดินไปเสียแล้ว และเท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวยังทำตัวตีสนิทถึงขนาดที่ขอรับส่งเอวา พอเอวาปฏิเสธคนตัวโตก็ทำหน้าดุเช้าวันถัดมาพอเห็นว่าเอวากำลังจะเดินไปเองก็รีบจับอุ้มมาที่รถของตัวเองทันทีแถมยังขู่อีกว่าถ้ายังไม่ยอมไปด้วยกันเขาจะอุ้มขึ้นและอุ้มลงจากมอไซค์ไปส่งถึงห้องเรียนอีกด้วย

 

ทางเอวาถ้าถามว่าจะหนีคนตัวโตได้มั้ยตอบเลยว่าไม่ยาก แต่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ยอมปฏิเสธให้เด็ดขาดไปเลยแถมยังยอมทำตามที่เจอคอปบอกอีกคือเขาต้องรอกลับพร้อมเจคอปและมาพร้อมเจคอป

 

“ตั้งใจเรียนล่ะ เลิกเรียนแล้วรอด้วยเดี๋ยวมารับ” เจคอปหันมาพูดกับเอวาที่พึ่งลงจากรถลงมายืนข้างๆ รถตน

 

“อืม สั่งเป็นแฟนไปได้” เอวาขานรับแต่ก็ไม่วายบ่นอุบอิบ แต่มีหรือที่คนอย่าเจคอปจะไม่ได้ยิน

 

“ก็ได้นะ สถานะยังว่างทั้งคู่นี่” เจคอปว่าพลางส่งยิ้มกวนๆ มาให้

 

“ยังไม่ตื่นหรอ?” เอวาว่าจบก็ยัดหมวกใส่มือเจคอปและเดินออกไปทันที เจคอปมองไปตามหลังของเอวาจนเจ้าตัวเดินหายเข้าไปในตึกแล้วเขาถึงขับรถออกไป

 

 

“ไอ้เด็กบ้านั่นมันเป็นใคร?” สาวสวยคนนึงเอ่ยถามคนที่อยู่ข้างๆ

 

“เด็กปีหนึ่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าชื่ออะไรแต่เห็นมันไปไหนมาไหนกับเพื่อนที่เป็นผู้หญิงแค่สองคน” คนถูกถามตอบน้อยๆ

 

“งั้นเธอไปสืบให้ฉันหน่อยสิ ฉันจะได้ตามไปสั่งสอนมันโทษฐานที่กล้ามายุ่งกับเจคอปของพวกเรา” หญิงสาวว่าพลางยกยิ้มร้าย

 

“ได้สิ” ชายหนุ่มที่อยู่กับหญิงสาวตอบรับพร้อมกับยกยิ้มร้ายไม่ต่างจากหญิงสาว

 

 

“ช่วงนี้นายอยู่กับพี่เจบ่อยมากอ่ะ บ่อยจนคนของเพจคนดังของมหาวิทยาลัยถ่ายรูปไปลงเพจแล้วนะ”

 

แมรี่ที่กำลังเล่นมือถือของตัวเองดูอยู่พูดขึ้นน้อยๆ เพราะตั้งแต่วันที่เอวาป่วยวันถัดมาทั้งสองก็มาด้วยกันและยังกลับด้วยกันอีกและไม่ใช่แค่วันนั้นวันเดียว แต่มันเป็นแบบนี้มาอาทิตย์กว่าแล้วและวันนี้เองเอวาก็กำลังนั่งรอเจคอปเลิกเรียนอยู่

 

“ก็อยู่หอเดียวกัน” เอวาว่า

 

“จ้ะรู้ว่าอยู่หอเดียวกัน แต่นายกับพี่เจอ่ะทำตัวเหมือนแฟนกันเกิน นี่ระวังเอาไว้หน่อยก็ดีนะแฟนคลับพี่เจเยอะใช่เล่น นี่เห็นมีด่านายด้วย” แมรี่ว่าด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

 

“เฮ้อ~~ ไร้สาระ” เอวาว่าจบก็อ่านหนังสือของตัวเองต่ออย่างไม่สนใจอะไร แมรี่เลยได้แต่นั่งถอนหายใจให้กับเพื่อนของตน

 

ครืน~~ ครืน~~

 

“ครับอาโอเว่น” เอวามองมือถือของตนก่อนจะรีบกดรับเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรมา

 

‘เอวาอาจัดยาชุดใหม่ให้แล้วนะ คราวนี้ประสิทธิภาพดีกว่าเดิมแน่นอนเดี๋ยวเข้าไปเอาที่บ้านอา แล้วก็เย็นนี้ที่บ้านเราเขาจะกลับมาแล้ว จะเข้ามานอนที่บ้านมั้ย’

 

“เข้าครับ ถ้าไม่เข้าพี่อีคอนได้เคืองเอวาหนักแน่” เอวาว่า

 

‘งั้นเดี๋ยวกลับพร้อมอา อาสอนเสร็จแล้วเดี๋ยวไปรับที่คณะ’

 

“ได้ครับ เดี๋ยวเอวานั่งรอที่โต๊ะแถวๆ หน้าคณะนะครับ” เอวาว่า พอตกลงได้เอวาก็กดว่างสายไป แต่ยังไม่ทันได้วางมือถือลงบนโต๊ะเสียงมือถือของเอวาก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่อาของเขาแต่เป็นเจคอป

 

“อืม” คำรับโทรศัพท์ที่เป็นปกติของเอวา แรกๆ เจคอปก็มีบ่นๆ เรื่องที่ตอบรับสั้นเกินไปแต่หลังๆ เขาก็เลิกบ่นไป

 

‘วันนี้ติดเข้าห้องปฏิบัติเลิกมืด กลับเองได้มั้ย’

 

เสียงปลายสายดังออกมาในน้ำเสียงนั้นมีความกังวลอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะเจ้าของเสียงนั้นเป็นห่วงคนตัวเล็กพอได้เป็นคนรับส่งก็ไม่อยากให้เอวามาหรือกลับคนเดียว

 

“กลับได้ จริงๆ วันนี้จะกลับบ้านด้วย” เอวาว่า

 

‘ค้างหรือเปล่า ถ้าค้างแล้วจะกลับวันไหน’

 

“ค้าง กลับวันมีเรียน” เอวาตอบสิ่งที่เจคอปถาม

 

‘ก็ไปสามวันเลยสิ’ เสียงพูดของเจคอปเบาลงเล็กน้อยจนเอวาต้องขมวดคิ้ว

 

“อืม”

 

‘เอวา…..ระ….//ไอ้เจคุยเสร็จยังต้องเข้าห้องแล้วนะ//เออแป๊บนึง’ เสียงของเจคอปหายไปพร้อมกับมีเสียงของเพื่อนเจคอปดังเข้ามาแทน

 

“ไปเรียนเถอะ”

 

‘เฮ้อ~~ งั้นวันจันทร์กลับด้วยกันนะเดี๋ยวไปรับที่คณะ’

 

“อืม” เอวาตอบรับน้อยๆ จากนั้นก็วางสายไปเมื่อคนปลายสายขอตัวไปเรียน ส่วนเอวาพอวางสายจากเจคอปเขาก็มองไปที่เพื่อนของตนที่กำลังจ้องมาที่ตนอยู่

 

“อะไร?” เอวาเอ่ยถามเพื่อนตน

 

“เนี่ย ดูยังไงนายกับพี่เจก็เหมือนกำลังคบกันอยู่เลย นี่ถามจริงแอบคบกันอยู่เปล่า เฮ้ยเราไม่ได้ซีเรื่องแฟนนะนายจะคบหญิงหรือชายมันก็สิทธิ์ของนาย แต่ว่าคบกับพี่เจก็ดีนะพี่เขาดูใส่ใจดีอ่ะ แต่ติดตรงแฟนคลับพี่แกเนี่ยสิ”

 

“หยุดเลยแมรี่ เรากับพี่เขาไม่ได้เป็นอะไรกัน ที่มาพร้อมกันกลับพร้อมกันก็เพราะอยู่หอเดียวกัน” เอวาว่า

 

“จ้ะ!! จะพยายามเชื่อแม้การกระทำของนายกับพี่เจมันจะบ่งบอกว่านายสองคนกำลังคบกันอยู่ก็เถอะ!!” แมรี่ว่า

 

เอวาเลิกสนใจเพื่อนของตนที่พยายามยัดเยียดให้เขาเป็นแฟนกับเจคอปก่อนจะหันมาสนใจหนังสือของตนต่อ ไม่รู้สิถึงช่วงนี้เจคอปจะทำให้ใจของเขาเต้นแปลกๆ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าที่มันเต้นแปลกๆ เป็นเพราะอะไรกันแน่ อีกอย่างเจคอปเองก็ดูไม่น่าจะชอบผู้ชายถ้าเป็นผู้หญิงนมโตๆ ก็ว่าไปอย่าง เขาหรือจะอยู่ในสายตาของชายหนุ่ม

 

“ไงเอวา”

 

“อาโคล!!”

 

เอวาหันไปทางเสียงที่เรียกตนก่อนจะยกยิ้มกว้าง และรีบลุกขึ้นกอดโคลทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนแมรี่ได้แต่มองเพื่อนตนอึ้งๆ เพราะเพื่อนตนแทบจะไม่ยิ้มเลยแต่นี้ทั้งยิ้มและทำท่าอ้อนคนที่พึ่งเดินเข้ามา

 

“คิดถึงจังครับ ฟอด!!” โคลว่าพลางกดหอมที่แก้มของเอวาน้อยๆ ตัวเอวากับโคลจะเท่ากันนั่นเลยไม่ได้ทำให้การหอมแก้มหลานของโคลดูลำบากเลย

 

“คิดถึงเหมือนกันครับ” เอวาว่า เพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่หอเขาก็ไม่ได้เจอกับที่บ้านเลยนอกจากโอเว่น

 

“ค่อยไปกอดกันต่อที่บ้านดีมั้ยอาหลานคู่นี้” โอเว่นเดินมาก่อนจะพูดยิ้มๆ

 

“ครับ แต่ว่าเอวาของรอน้องเพื่อนมารับเพื่อนก่อนได้มั้ย จริงสิแมรี่นี่อาเราชื่อโคล อาโคลครับนี่เพื่อนสนิทเอวาชื่อแมรี่ครับ” เอวาว่าก่อนจะแนะนำเพื่อนและอาของตนให้รู้จักกัน

 

“สวัสดีค่ะอาโคล สวัสดีค่ะอาจารย์” แมรี่เอ่ยทักทายคนทั้งสองยิ้มๆ

 

“สวัสดีครับ” โคลทักทายกลับพลางส่งยิ้มไปให้

 

“เอ่อ เอวาไม่ต้องรอเราก็ได้มิคคงใกล้จะถึงแล้ว อ่ะ!! นั่นมาพอดีเลย” แมรี่ว่าพลางชี้ไปทางมิคน้องขายของตน

 

“อ่า งั้นกลับดีๆ ล่ะ”

 

“อืม เจอกันวันจันทร์นะ ไปก่อนนะคะสวัสดีค่ะ” แมรี่บอกเอวาก่อนจะหันไปลาอาของเอวาทั้งสองคนจากนั้นก็เดินไปหาน้องของตน

 

“งั้นเราก็กลับกันบ้างเถอะ” โอเว่นว่า

 

จากนั้นทั้งสามก็พากันขึ้นรถ พอขึ้นรถมาโอเว่นก็ขับพาทั้งสองไปยังบ้านของตน เนื่องจากบ้านของพวกเขาอยู่ค่อนข้างห่างจากมหาวิทยาลัยและตัวเมืองพวกเขาเลยใช่เวลาค่อนข้างนานกว่าจะถึงบ้านของพวกเขาก็มืดพอดี

 

“ปะไปบ้านเรากัน พวกนั้นคงมาถึงแล้ว” โอจนกระทั่งว่า

 

จากนั้นพวกเขาก็พากันเดินเข้าไปในบ้านของโอเว่นและตรงไปยังห้องที่มีทางเดินทอดยาวไปก่อนจะเจอกับลิฟต์ที่ขึ้นตรงไปยังบ้านของแอล ทางนี้พึ่งสร้างเสร็จเมื่อเอวาอายุสิบห้า เพียงเพราะเด็กน้อยพูดออกมาเล่นๆ ว่าอยากมีห้องลับที่เชื่อมบ้านตนกับบ้านอา

 

ติ้ง!!!

 

“อ้าวเอวาเองหรอลูก”

 

“ท่านแม่!! ข้าคิดถึง ฟอด!!”

 

พอประตูลิฟต์เปิดออกเอวาก็เห็นว่าเป็นแม่ของตนยืนอยู่หน้าลิฟต์ เขาไม่รอช้ารีบตรงไปกอดและหอมแก้มแม่ผู้เป็นที่รักของตน ส่วนมีแอลตอนแรกเขาคิดว่าจะเป็นโอเว่นกับโคลเลยเดินมารับแต่กลับเห็นลูกชายของเขามาด้วย

 

“ข้าก็คิดถึงเจ้า ฟอด!!” มีแอลว่าจบก็กดหอมที่แก้มลูกหนึ่งที

 

“ท่านพี่กับท่านพ่อล่ะครับ” เอวาเอ่ยถามแม่ของตน

 

“อยู่ห้องนั่งเล่นกันหมดน่ะ ไปหาพวกเขาสิ พี่โอเว่น โคล เข้าไปข้างในกันครับ” มีแอลตอบลูกของตนก่อนจะหันไปเรียกโอเว่นกับโคล

 

“ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านจัง” พอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเอวาก็รีบไปกอดพ่อของตนทันที ไม่ว่าจะเมื่อไหร่การได้อ้อนคนในครอบครัวซึ่งเป็นคนที่เอวารักมันก็ดีสำหรับเอวาเสมอ

 

“ข้าก็คิดถึงเจ้า” แอลพูดกับลูกชายคนเล็กน้อยๆ ยิ่งนับวันเจ้าตัวก็ยิ่งเหมือนแม่เขาไปทุกวัน ทั้งน่ารักแถมยังขี้อ้อนจนเขาเริ่มที่จะหวงลูกชายขึ้นมาซะอย่างงั้น

 

“แล้วไม่คิดถึงข้าบ้างหรือไง” อีคอนที่นั่งอยู่ด้วยเอ่ยถามเอวา

 

“คิดถึงสิ ไม่ว่ายังไงน้องก็คิดถึงท่านพี่ที่สุด” เอวาผละตัวออกจากอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อก่อนจะรีบตรงไปหาพี่ชายเพราะกลัวว่าพี่ชายของตนจะงอน

 

“หึๆ ฟอด!! ไม่เจอตั้งหลายวันขอให้ข้าฟัดให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ” อีคอนกดหอมแก้มเอวาก่อนจะพูดกับเอวายิ้มๆ

 

“ได้แน่นอนอยู่แล้วสำหรับท่านพี่ข้ายอมหมดทุกอย่างเลย” เอวาว่าก่อนจะกอดอีคอนพลางเอาหน้าถูอกพี่ชายตนอย่างอ้อนๆ

 

“หึๆ อ้อนเก่งไม่มีใครเกินจริงๆ” โอเว่นมองภาพหลานของตนก่อนจะพูดออกมา

 

“เอาล่ะๆ หยุดเรื่องฟัดแล้วไปกินข้าวกันเถอะครับนี่ก็มืดแล้วเลยเวลามื้อค่ำมาสักพักแล้วด้วย” มีแอลว่า

 

จากนั้นทุกคนก็ทยอยพากันไปยังห้องอาหาร คนที่กินอาหารมี เอวา มีแอล และโคล ส่วนอีคอน โอเว่น แอลและเลนนี่ก็ดื่มเลือด พวกเขานั่งกินกันไปคุยกันไปจนกระทั่งทุกคนอิ่ม จากนั้นพวกเขาก็พากันแยกย้ายขึ้นห้องนอน

 

เอวาใช่เวลาอยู่กับครอบครัวเต็มวันหยุดเพื่อเติมเต็มความคิดถึง จนกระทั่งวันที่เอวาไปเรียนก็มาถึง อีคอนก็เป็นคนอาสาที่จะมาส่งเอวา และตอนนี้เอวาก็กำลังอยู่ที่ห้องแล็บของโอเว่นเพื่อเอายาตัวใหม่ไป

 

“ยานี้เอวาสามารถกินได้วันละเม็ดเหมือนตัวเก่า เพียงแต่ยาตัวนี้มันจะระงับการกระหายเลือดได้ดีกว่าเก่าจนเอวาแทบจะไม่ต้องดื่มเลือดเสริมเลยแต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องดื่มอาทิตย์ละถุง” โอเว่นหยิบกล่องยาให้เอวาก่อนจะพูดถึงยาที่อยู่ในกล่อง

 

“ทำไมยาตัวนี้ถึงใช้ระงับการกระหายได้ดีกว่าตัวเก่าล่ะครับ” เอวาเอ่ยถาม

 

“มันมีส่วนผสมของเลือดหนุ่มหรือสาวบริสุทธิ์ เราสกัดเลือดและทำการทดลองผสมกับตัวยาที่เรามีอยู่ก่อนแล้ว จนได้ตัวนี้มา เราสั่งซื้อพิเศษจากสภามาน่ะ” โอเว่นว่า

 

“จริงสิ เวลาที่ได้ดื่มเลือดคนบริสุทธิ์มันมักจะทำให้เรามีพลังมากกว่าดื่มเลือดคนที่ไม่บริสุทธิ์นี่นา อาโอเว่นเห็นถึงตรงนี้เลยนำมาทำตัวยาใช่มั้ย” เอวาเอ่ยถาม

 

“ใช่ เมื่อก่อนอากับพ่อเราก็ไม่ทันคิด ถ้านึกถึงเรื่องนี้ได้ตัวยาเราคงดีมานานแล้ว” โอเว่นว่า

 

“ไม่หรอครับอาโอเว่น อย่างน้อยตอนนี้เราก็ได้ตัวยาที่ดีขึ้นมานะครับ ถ้ามันไม่เคยมีสิ่งที่อ่อนก่อนมันจะมีสิ่งที่ดีกว่าได้ยังไงล่ะครับ” เอวาว่า

 

“หึๆ ทำเป็นพูดไป อ่ะๆ รีบไปเรียนได้แล้วไปเดี๋ยวจะสายเอา”

 

“งั้นเอวาไปก่อนนะครับ”

 

หลังจากสองอาหลานลากันเสร็จ เอวาก็เดินออกมาจากห้องแล็บเพื่อมาหาพี่ชายของตน ทางอีคอนเมื่อเห็นว่าน้องตนเดิออกมาจากห้องก็รีบลุกขึ้นยืนก่อนจะพาเอวาไปยังรถของตน จากนั้นก็รีบขับรถออกจากบ้านโอเว่นทันทีเพราะกลัวว่าน้องของตนจะไปเรียนสาย และแน่นอนจากบ้านของโอเว่นกว่าจะถึงมหาวิทยาลัยของเอวาค่อนข้างใช่เวลานานกว่าจะถึงก็ปาเข้าไปเป็นชั่วโมง

 

“จริงๆ ความรู้เจ้ามันเกินที่จะต้องมานั่งเรียนไปแล้วนะเอวา ทำไมถึงยังรบเร้าที่จะมาเรียนนักนะ” อีคอนว่า

 

พอจอดส่งเอวา อีคอนก็ไม่วายบ่นเรื่องที่เอวาขอพ่อกับแม่มาเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเอวานั้นมีความรู้มากกว่าอาจารย์ที่นี่อีกเพราะได้ทั้งแอล โอเว่นและอีคอนเป็นคนสอนหนังสือ เรื่องไหนที่เอวาสงสัยเขาก็จะได้คำตอบ เอวานั้นเก่งถึงขนาดที่เข้าแล็บกับพ่อและอาได้แล้วแต่ก็ยังดื้อรั้นที่จะมาเรียน

 

“ข้าก็บอกท่านพี่ไปแล้วว่าข้าอยากสัมผัสชีวิตการเรียนรู้แบบมนุษย์บ้าง ข้าอยากมีเพื่อนเป็นมนุษย์เหมือนท่านแม่” เอวาว่า

 

“เฮ้อ~~ เอาเถอะมาขนาดนี้แล้วยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะข้าและท่านพ่อกับท่านแม่รักและเป็นห่วงเจ้ามาก” อีคอนว่า

 

“ข้าก็รักท่านพี่ ท่านพ่อและก็ท่านแม่” เอวาว่าพลางส่งยิ้มหวานไปให้พี่ของตน

 

“หึๆ ไปขึ้นเรียนได้แล้วไป” อีคอนว่า เอวาก็พยักหน้ารับก่อนจะลงจากรถและเดินไปที่ตึก ส่วนอีคอนเมื่อเห็นว่าเอวาเดิยขึ้นตึกไปแล้วเขาก็ขับรถกลับทันที

 

ครืน~~ ครืน~~

 

“ว่า” ขณะที่เอวากำลังเดินไปที่ลิฟต์มือถือของเอวาก็สั่นอีกครั้ง เอวาเห็นว่าเป็นเบอร์ใครก็เลยกดรับสายทันที

 

‘โทรไปตั้งแต่เช้าทำไมพึ่งรับสาย’ เสียงของเจคอปดังมาตามสาย จากน้ำเสียงมันทำให้เอวารู้สึกได้ว่าเจคอปกำลังหงุดหงิด

 

“อยู่กับพี่” เอวาว่า เนื่องจากตอนที่เจอคอปโทรมานั้นตนอยู่กับครอบครัวและพี่ชายตนเลยไม่อยากรับสายเพราะว่าตนไม่อยากจะมานั่งหาคำตอบหากที่บ้านถามว่าคนในสายเป็นใคร

 

‘เฮ้อ~~ ฉันก็นึกว่านายเป็นอะไรอยู่ๆ ก็ไม่รับสาย…’

 

“แป๊บนะขึ้นลิฟต์ก่อน” เอวาบอกเจคอปเมื่อลิฟต์ลงมายังชั้นล่างแล้ว

 

ติ๊ง~~

 

“ว่าต่อ” เอวาขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่ตนต้องเรียน พอออกจากลิฟต์มาได้เขาก็ยกมือถือขึ้นคุยกับเจคอปต่อ

 

‘ให้ตายสิ เฮ้อ~~ วันนี้เลิกเย็นเหมือนเดิมใช่มั้ย’ เจคอปเอ่ยถาม

 

“อืม”

 

‘งั้นเดี๋ยวฉันไปนั่งรอแล้วกันวันนี้คาบสุดท้ายอาจารย์ยกคลาส’

 

“ตามใจนาย” เอวาตอบเหมือนคนไม่ค่อยใส่ใจอะไรนักเพราะเขารู้ดีว่าถึงไล่เจคอปให้กลับห้องยังไงเจคอปก็ไม่กลับถ้าเขาคิดที่จะรอเอวา

 

‘อืม งั้นแค่นี้ก่อนนะอาจารย์ฉันเข้าแล้ว’

 

“อืม” เอวาตอบรับ จากนั้นสัญญาก็ถูกตัดไปทิ้งไว้แต่ความเงียบ ส่วนเอวาก็รีบตรงไปห้องเรียนตัวเองทันที

 

พอขึ้นมาบนห้องเอวาก็เห็นว่าเพื่อนสาวของตนนั่งอยู่ที่ประจำแล้วตนเลยเดินไปนั่งข้างๆ ทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อยอาจารย์ของพวกเขาก็เข้า เอวากับแมรี่เลยหันไปสนใจอาจารย์ที่กำลังสอน เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ชั่วโมงเรียนชั่วโมงแรกก็จบลง ทั้งสองก็พากันเดินไปอีกห้องนึงเพื่อรอเรียนวิชาต่อไป

 

ครืน~~ ครืน~~

 

“อืม” ระหว่างนั่งรออาจารย์เข้าสอน อยู่ๆ มือถือของเอวาก็สั่นเอวาหยิบขึ้นมาดูพอเห็นว่าเป็นเจคอปตนก็กดรับ โดยมีแมรี่นั่งมองอยู่ตลอด

 

‘เลิกหรือยัง’ ปลายสายเอ่ยถาม

 

“คาบแรกเลิกแล้วรอเรียนคาบต่อไปอยู่” เอวาตอบไป

 

‘ฉันเลิกแล้ว อยู่ห้องไหนจะขึ้นไปหา’ เจคอปว่า

 

“จะมาทำไม รอข้างล่างไปสิ”

 

‘จะขึ้นไปนอน ง่วงเมื่อคืนทำรายงานจนเกือบเช้า’

 

“ง่วงก็กลับหอไปสิ” เอวาว่า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเจคอปถึงไม่กลับหอไปทั้งๆ ที่บ่นว่าง่วงแต่กลับจะขึ้นมานั่งกับเขาที่ห้องเรียน

 

‘ไม่ไหวแล้วตาจะปิดขอขึ้นไปนอนหน่อย อาจารย์ไม่ว่าหรอก’ เจคอปว่า

 

“เฮ้อ~~ ตามใจ เรียนอยู่….” เอวาถอนหายใจใส่คนดื้อก่อนจะบอกว่าตนอยู่ห้องไหนชั้นไหน จากนั้นเจคอปก็ตัดสายไป

 

“พี่เจโทรมาหรอ?” เมื่อเพื่อนวางสายแมรี่ก็รีบหันมาถามเอวาทันที

 

“อืม บอกจะขึ้นมา” เอวาว่า

 

“หรอ ดีนะที่อาจารย์คนนี้ไม่ค่อยอะไร ขืนถ้าขึ้นมาวิชาเมื่อเช้าทั้งพี่เจทั้งนายโดนบ่นหูชาแน่”

 

แมรี่พูดกับเอวาพลางลูบแขนตัวเองน้อยๆ ก็นะอาจารย์วิชาเมื่อเช้าค่อนข้างเข้มงวด ให้คะแนนก็ยาก ไม่พอให้งานยังยากอีก แต่ก็นะทั้งเอวาและแมรี่ก็ไม่เคยได้คะแนนต่ำหรือแก้งานวิชานี้เลยจนอาจารย์แทบจะจิกทั้งสองอยู่แล้ว

 

“นั่นสิ” เอวาพยักหน้ารับน้อยๆ

 

“กรี๊ด!! นั่นมันพี่เจคอปนี่!!! โหยหล่อออ”

 

“พี่ริคก็มาด้วย ว่าแต่เขามาทำอะไรกันอ่ะ”

 

เอวากับแมรี่คุยกันอยู่พักหนึ่งก็มีเสียงกรี๊ดดังมาจากทางด้านหน้าห้อง เสียงของสาวๆ ต่างก็พูดชมคนมาใหม่อย่างหลงใหล และเสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนถูกกรี๊ดเดินเข้ามาในห้องที่เอวานั่งอยู่ พอคนมาใหม่เห็นเอวาเขาก็รีบตรงมาหาเอวาทันที

 

“สวัสดีค่ะพี่เจ พี่ริค แหมมาถึงก็ทำสาวๆ แถวนี้เสียงดังเลยนะคะ” แมรี่ทักทั้งสองก่อนจะเอ่ยแซว

 

“คนหล่อก็งี้แหละน้องแมรี่” ริคว่าขำ

 

“ค่ะ พ่อคนหล่อ มาค่ะมานั่งค่ะ” แมรี่ว่าพลางขยับที่เข้าไปอีกสองที่พร้อมกับดึงเอวาให้ขยับตาม เจคอปเมื่อเห็นดังนั้นก็เดินไปนั่งข้างๆ เอวาทันที ส่วนริคก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เพื่อนตน

 

“เอาๆ กรี๊ดกร๊าดอะไรกัน อ้าวไงคุณเจคอป คุณแกริค ว่าที่คุณหมออย่างพวกคุณทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ครับ” อาจารย์ที่เข้ามาให้พูดกับเด็กในห้องก่อนจะมองไปรอบๆ และเมื่อเห็นเด็กจากคณะอื่นตนก็เอ่ยขึ้น เพราะตนจำสองคนนี้ได้ก็เขาเคยสอนสองคนนี้อยู่

 

“พอดีมารอรุ่นน้องเรียนน่ะครับ หลังจบคาบนี้เรามีนัดกัน” ริคเป็นคนตอบ

 

“อ่าๆ เอาเถอะผมไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็อย่ารบกวนเด็กผมล่ะ” อาจารย์ว่าจากนั้นเขาก็หันไปเตรียมตัวเพื่อจะสอนหนังสือ

 

“เสร็จแล้วปลุกนะ” เจคอปหันมาพูดกับเอวาที่นั่งข้างๆ

 

“อืม” เอวาพยักหน้ารับน้อยๆ

 

จากนั้นเจคอปก็ฟุบไปกับโต๊ะก่อนจะเอาเสื้อยีนที่ถือมาด้วยคลุมหัว ส่วนริคก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่น ทางเอวาก็หันไปสนใจอาจารย์ที่เริ่มสอน ตลอดการเรียนเอวารู้สึกว่าเพื่อนๆ ในห้องหันมามองทางตนเป็นระยะแต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ

 

พรึบ!

 

ระหว่างที่เอวานั่งเรียนก็เห็นว่าเสื้อที่เจคอปคลุมตัวเองเลื่อนลงเขาเลยหยิบเสื้อคลุมให้เจคอปดีๆ อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่คอยแอบมองมาทางพวกตน และเพื่อนของตนกับเพื่อนของชายหนุ่ม

 

“จริงๆ น้องเอวานี่ไม่ได้เย็นชาอย่างที่แสดงออกนี่ หรือเป็นแบบนี้แค่กับไอ้เจ” ริคพูดขึ้น จนมือที่พึ่งผละออกจากเจคอปชะงักไปเล็กน้อย

 

“ไม่รู้สิครับ” เอวาตอบไปตามตรง ก็เขาไม่รู้นี่ว่าเขาเป็นคนที่เย็นชาหรือเปล่า และก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำเขาทำให้เจคอปแค่คนเดียวหรือเปล่า แต่เอวาคิดว่าไม่เพราะตนก็เคยทำแบบนี้ให้พี่ตน

 

หลังจากนั้นเอวาก็เลิกสนใจเจคอปและริค แต่ทั้งริคและแมรี่ต่างก็ยิ้มน้อยๆ ให้กับคนที่ไม่รู้ตัวเองอย่างเอวา และนอกจากนั้นยังมีเจคอปที่เผลอยิ้มออกมาเพราะเขารู้ตัวตั้งแต่เสื้อที่คลุมหัวตนร่นลงแล้ว เจคอปคิดว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ตนยิ้มให้กับอะไรแบบนี้

 

“งั้นไวเจอกันพรุ่งนี้นะ” หลังจากชั่วโมงเรียนจบลงทั้งสี่ก็พากันลงมา แมรี่ก็ตรงไปหาน้องตนที่รออยู่และลาทุกคน ส่วนริคเองก็ลาทุกคนและไปที่รถของตน

 

หลังจากแมรี่กับริคกลับไปแล้วเจคอปกับเอวาก็พากันกลับหอของตนบ้าง พอถึงหอทั้งสองก็แยกเข้าห้องใครห้องมัน แต่ไม่นานเจคอปก็มาเคาะประตูห้องเอวาและของมานั่งเล่น คนที่ไล่จนขี้เกียจจะพูดอย่างเอวาเลยให้เข้ามาเพราะเจคอปชอบมานั่งเล่นที่ห้องตนบ่อยๆ ไม่ว่าเอวาจะบ่นยังไงเจคอปก็ไม่ยอมไปจนเอวาเริ่มชินแล้วที่เจคอปจะมานั่งเล่นนั่งทำงานห้องตน…..

 

 

 

บอกแล้วว่าเอวาเป็นเด็กน่ารัก น้องไม่เย็นช้าหรอก...มั้ง 5555 เอาเป็นว่าเรามาตามติดดูกันว่าเรื่องของเอวาจะเป็นยังไงต่อไปนะจ๊ะ 😁😁😁

 

ความคิดเห็น