ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 คนหนึ่งตายด้าน อีกคนหนึ่งไม่รู้อะไรเลย

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 คนหนึ่งตายด้าน อีกคนหนึ่งไม่รู้อะไรเลย

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2563 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 คนหนึ่งตายด้าน อีกคนหนึ่งไม่รู้อะไรเลย
แบบอักษร

ตอนที่ 7 

หลังจากที่บอสพาผมมานั่งสักพัก เชฟก็เริ่มเสิร์ฟเมนูเรียกน้ำย่อย (Appetizer) เมนูแรกทำมาจากปลาหมึกญี่ปุ่นทอปปิ้งด้วยคาเวียร์แล้วแปะด้วยแผ่นเงินอีกที ใส่ในแก้วเล็กใบหรูทรงสูง รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ หอมๆ ส่วนปลาหมึกก็เด้งกรอบอร่อย ทำให้อยากทานเมนูต่อไป สมกับที่เรียกว่าเมนูเรียกน้ำย่อยจริงๆ  

“ในคอร์สจะมีเครื่องดื่มสาเก ทานได้ใช่ไหมครับ” เชฟถาม

“ได้ครับ” ผมตอบกลับไป แต่บอสเงียบ เชฟจึงเสิร์ฟสาเก จากนั้นก็เสิร์ฟเมนูถัดมา เรียกว่ารังนกอีกาคาราสึ ตกแต่งใส่ตะกร้าขนาดเล็กอย่างสวยงาม ทำมาจากทรัฟเฟิลและเกาลัดญี่ปุ่น มีความกรอบนอกนุ่มในและกลิ่นหอม เมนูนี้ต้องทานกับสาเกด้วย ผมทำตามคำแนะนำของเชฟคือดื่มเหล้าสาเกตาม พอหันไปมองบอส สาเกยังอยู่ที่เดิมไม่มีการยกขึ้นดื่มแต่อย่างใด สงสัยจะไม่ชอบ แล้วทำไมบอสไม่ขอเหล้าอย่างอื่น หรือว่า….บอสดื่มเหล้าไม่เก่ง เพราะเมื่อคืน ผมไม่รู้ว่าบอสดื่มไปกี่แก้วถึงได้น็อคไม่เป็นท่าขนาดนั้น

“เมนูนี้คือเมลอนจากฮอกไกโดนะครับ เป็นเมลอนที่ปลูกด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ ทอปปิ้งด้วยชีสจากฝรั่งเศส” หลังจากพูดจบเชฟก็เสิร์ฟ เมลอนคำกลมๆ มีชีสโปะหน้า มา 2 คำ สำหรับผมกับบอส  มันเป็นเมลอนที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมา มีความหอม กรอบ รสชาติหวาน มัน เค็มหน่อยๆ จากชีสฝรั่งเศส กลมกล่อมอย่างลงตัวสุดๆ และยังได้ความเย็นสดชื่นจากการแช่ในไอของลิควิตไนโตรเจน ผมหลับตาพริ้มค่อยๆ เคี้ยวสัมผัสรสชาติและกลิ่นหอมของมัน จนกระทั่งผมลืมตาขึ้นมา

“มะ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมลืมตาขึ้นมาก็พบว่าบอสกำลังจ้องมาที่ผมด้วยแววตายิ้มกริ่มแสดงถึงความพอใจ ทำให้ผมประหม่าไปในทันที

“ถ้าชอบก็กินอีกคำสิ” บอสยื่นเมลอนชิดปากของผม พร้อมกับส่งยิ้มให้

“…..” ผมเม้มปากแล้วมองหน้าบอส  ไม่กล้าอ้าปากไปงับเมลอนที่บอสยื่นมาจ่อใกล้ปาก

“อ้าปาก” บอสจ้องมาที่ผม แล้วออกคำสั่ง

‘ก็เราไม่ใช่แฟนกันสักหน่อย บอสจะมาป้อนผมทำไมเนี้ย’ ผมได้แต่คิด แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปหรอก ใครจะกล้าหล่ะ

“อย่าดื้อ” บอสจิ๊ปากไม่เบาๆ แสดงความไม่พอใจ แล้วบอกว่าผมดื้อเป็นครั้งที่ 2

“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย” ผมอ้าปากงับเมลอนที่บอสป้อน แล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น พร้อมกับเคี้ยวเมลอน ผมรู้สึกหน้าร้อนๆ อาจจะเป็นเพราะสาเกที่ดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ก็ได้ครับ แต่มันก็แค่แก้วเดียวเอง ปกติผมไม่เมากับเหล้าแค่นี้หรอกนะ ตอนนี้มันรู้สึกจั๊กกะจี้ที่หัวใจแปลกๆ กับการกระทำของบอส  พอผมหันมาก็พบว่าบอสยังจ้องมาที่ผม แล้วยิ้มให้ผมอยู่อย่างนั้น ตอนนี้ผมรู้สึกว่าความร้อนมันลามไปที่ใบหูทั้ง 2 ข้างแล้ว

“ต่อไปเป็นเมนคอร์สนะครับ ทั้งหมดจะมี 13 คอร์สด้วยกัน” เชฟบอก จากนั้นก็ลงมือปรุงอาหาร เริ่มต้นจากเมนูปลา เชฟก็สาธยายสรรพคุณ แหล่งที่มา ความพิเศษ ความเฉพาะที่แตกต่างจากปลาทั่วๆ อย่างไรบ้าง

“อันนี้ปลาโคได เป็นปลาที่หายากมากนะครับ นิยมทานมากในประเทศญี่ปุ่น เนื้อกรอบ รสหวาน ลองทานเลยนะครับ” เชฟเอาเนื้อปลาโคไดชิ้นใหญ่โปะลงบนข้าว จากนั้นก็ทาด้วยซอสสูตรเฉพาะ แปะด้วยแผ่นทองคำ ใส่ภาชนะที่ทำด้วยทองคำแท้ ก่อนจะยืนมาให้ผมกับบอสคนละที่ เป็นรสชาติที่หวานกรอบละมุนลิ้นและไม่มีกลิ่นคาวของปลา ได้กลิ่นวาซะบิฉุนนิดหน่อย อร่อยจนอยากจะกินอีก ผมมองหน้าบอส ที่ทำหน้าเฉยๆ

บอสอาจจะตายด้านแล้วก็ได้!!!! 

“อร่อยมากครับ” ผมบอกกับเชฟ แล้วเชฟก็ส่งยิ้มกลับมาให้ จากนั้นก็ลงมือปรุงเมนูต่อไป

“หอยเป๋าฮื้อ เป็นหอยที่อยู่ใต้ท้องทะเลลึก หายากและมีราคาสูงที่สุดในบรรดาหอยทุกชนิด นิยมทานเป็นซูชิครับ” เชฟแนะนำ ผมจึงหันไปคุยกับบอส

“บอสครับ หอยอะไรเอ่ยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหอย” ผมมองยิ้มๆ ไปที่บอสแล้วถาม

“ไม่รู้สิ หอยอะไรล่ะ” บอสนี่สมกับเป็นบอสจริงๆ ไม่มียอมทาย

“ก็หอยเป๋าฮื้อยังไงล่ะครับ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหอย” ผมตอบกลับไป แล้วยู่ปากใส่บอสผู้ตายด้าน

“แล้วไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหอยยังไง” บอสถามกลับมาอีก

“หึ่ย!! ก็หอยมันถามว่าหอยเป๋าฮื้อ ‘หอย เปล่า ฮึ’ ยังไงล่ะครับบอส” ผมพูดเน้นๆ ทีละคำ ไม่รู้ว่าบอสจะเข้าใจหรือเปล่า ผมไม่น่าเล่นกันคนอย่างบอสเล้ยยยย มุกฆ่าตัวตายชัดๆ เข้าใจอะไรได้ยากจริงๆ

“หึ..เหมือนนายนะเหรอ” บอสยกยิ้มมุมปาก แล้วยังมาบอกว่าผมเหมือนหอยเป๋าฮื้ออีก

“เหมือนยังไงครับ” ผมขมวดคิ้วแล้วถามกลับ แล้วบอสก็ตอบกลับมาว่า….

“ก็ไม่รู้อะไรเลยไง!!!” 

หลังจากนั้นเชฟก็สร้างสรรค์เมนูซูชิต่างๆ นานา ที่ทำจากปลา ปลาไหล กุ้ง หอย ปลาหมึก ปู ทุกอย่างล้วนสร้างสรรค์จากวัตถุดิบชั้นดีและมีความพิเศษทั้งนั้น จนกระทั่งเมนคอร์สสิ้นสุดลงที่ซุป เป็นความอร่อยที่มีอายุสั้นแค่ 1 ชั่วโมง ความสุขของผมจากการได้ทานอาหารเลิศรสแบบนี้ทำไมมันสั้นนัก เหมือนความรักของผมสินะที่มีความสุขแปบเดียวก็หายไปซะแล้ว ทุกๆ คำ ผมจะตบท้ายด้วยสาเก 1 แก้ว ดื่มไปเพลินๆ แบบไม่รู้ตัว คำแล้วคำเล่า มารู้สึกตัวอีกที่คือผมเริ่มรู้สึกร้อนไปทั้งตัวจนอยากถอดเสื้อทิ้งแล้วตอนนี้

“เมนูสุดท้ายเป็นของหวานนะครับ” เชฟแจ้งรายการของหวาน ประกอบไปด้วย “ไวท์ช็อคที่ทำเป็นรูปร่างกลมๆ ใช้เวลาทำถึง 2 วันเลยนะครับ” พูดจบเชฟก็ยื่นภาชนะที่มีไวท์ช็อคตกแต่งอย่างน่ารักมาให้ผมกับบอส ผมกินไวท์ช็อคอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งหอมทั้งนุ่มละมุนลิ้นไปหมด พอทานหมดผมก็เหลือบไปเห็นถ้วยของบอสที่ไม่ยอมเตะต้อง

“บอสไม่ทานเหรอครับ” ผมถามบอส แต่บอสเคยบอกว่าไม่ชอบของหวานๆ

“เอาไว้ให้นายนั่นล่ะ เอาไปสิ”  บอสบอกพร้อมกับยิ้มกวนๆ กลับมา

“ขอบคุณครับ” ผมตักไวท์ช็อคเข้าปาก แล้วส่งสายตาขอบคุณพี่แก ก็ของชอบของผมนี่ครับ อะไรจะทำให้ผมมีความสุขได้เท่านี้ในเวลาแบบนี้

จากนั้นเชฟก็เสิร์ฟมาร์ชแมลโลรสโยเกิร์ต ตามด้วยเมอร์แรงรสเอิร์ทเกรย์กลิ่นซากุระ ตามมาด้วยมัทฉะไวท์ช็อค ผมได้กินของหวานทุกอย่างที่พูดมาเป็น 2 เท่า ตอนนี้อิ่มมากๆ แล้วก็รู้สึกมึนๆ อาจจะเป็นเพราะสาเกที่ผมดื่มไปเยอะพอสมควร หลังจากทานเสร็จแล้ว บอสจ่ายตังค์ ก็ถึงเวลากลับบ้าน ผมกับบอสกำลังจะเดินออกมาจากร้าน ก็เจอเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน

“อ้าววว ไออุ่นนี่นา เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย ไม่เจอกันตั้งนาน” กัสเพื่อนของผมเดินเข้ามาทัก

“เฮ้ยกัส เราสบายดี แล้วกัสหล่ะ” ผมทักทายกลับไป และดีใจที่ได้เจอเพื่อน

“เราก็สบายดี แล้วนี่ควงใครมาหล่ะ หล่อเชียว พี่อัฐรู้รึเปล่าเนี้ย” กัสพูดแซวออกมา เพราะเพื่อนคงไม่รู้ความเป็นไปว่าผมกับพี่อัฐเลิกกันแล้ว

“อ๋อ นี่พี่ตะวัน เจ้านายเราเอง/พี่ครับ นี่กัสเพื่อนผมครับ” ผมเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องพี่อัฐ แต่ผมแนะนำทั้งคู่รู้จักกัน กัสยิ้มหน้าเจื่อนยกมือไหว้บอส ส่วนบอสหน้าตึงตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ก็ยังรักษาหน้าผมโดยการพยักหน้ารับไหว้กัส

“งั้นเดี๋ยวเราไปก่อนนะไออุ่น ไว้เจอกัน ไปนะครับพี่” กัสบอก ก่อนจะเดินเข้าไปหาเพื่อนในร้าน

เวลาที่ผมได้ยินชื่อพี่อัฐทีไร มันทำให้ผมอ่อนไหวได้ทุกที ผมยอมรับก็ได้ว่าผมแพ้พี่อัฐอย่างราบคาบ ในขณะที่ผมคิดถึงใจจะขาด แต่พี่มันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย ในขณะที่ผมกำลังเป็นทุกข์พี่มันก็กำลังมีความสุขอยู่กับคนอื่น ในขณะที่ผมกำลังเจ็บปวดแต่พี่มันกลับไม่แคร์ความรู้สึกของผมเลย ผมไม่ได้อยากเป็นคนขี้แพ้แบบนี้ แค่มันห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่มีคนมาสะกิดนิดหน่อย แผลมันก็ทำท่าจะติดเชื้ออักเสบอีกแล้ว ภาพเก่าๆ ของผมกับพี่อัฐ ฉายขึ้นมาอีก แล้วเมื่อไหร่ผมจะหาย เมื่อไหร่ผมจะลืม

“กลับไหวมั้ย” เสียงของบอสกระซิบข้างๆ หู

“ไหวครับ” ผมพยักหน้ารับ จากนั้นบอสกับผมก็เดินออกมาจากร้าน ไปที่ลานจอดรถ พอขึ้นรถได้ ผมก็หลับตาลง รู้สึกมึนหัวแล้วก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ผมจึงแกะกระดุมเสื้อออก 2 เม็ด ในใจมันรู้สึกอึดอัดจนอยากระบายออกมา ตั้งแต่พี่อัฐเดินจากไปผมก็เก็บความเจ็บปวดนั้นเอาไว้คนเดียว ผมไม่ใช่คนที่จะไปร้องไห้ฟูมฟายกับเพื่อนหรือครอบครัว เพราะผมอายและรู้สึกเสียหน้า จึงเลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดนั้นเอาไว้กับตัวเองคนเดียวมาตลอด

“ไหวมั้ย” บอสถามผมด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใย  ผมไม่รู้ว่าบอสถามแบบนี้ทำไม แต่ผมรู้สึกดีที่มีคนเป็นห่วงความรู้สึกของผม

“บอสถามว่าไหวมั้ยเหรอครับ” ผมลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปถามบอส “หมายถึงร่างกายหรือจิตใจกันล่ะครับ” ผมถามกลับไป

“ก็ทั้ง 2 อย่าง” บอสจ้องมาที่ผมไม่วางตา ผมเองก็เช่นกัน

“ผมเจ็บ” ผมแค่อยากระบายมันออกมาบ้าง

“เล่าให้พี่ฟังหน่อยได้มั้ย” บอสยื่นมือมาจับมือผม

“ผมไปที่ไหน ทำอะไร ก็มีแต่ภาพของเขาซ้อนเข้ามาตลอด เมื่อไหร่มันจะหายไป ผมอยากลืมแต่ผมลืมไม่ได้” ผมบอกกับบอส “แต่ก่อนเรารักกันมาก ไปด้วยกันทุกที่เหมือนคนที่ขาดกันไม่ได้ จนมาวันหนึ่ง เขาเข้ามาในห้องพร้อมกับแฟนใหม่ แล้วมาบอกเลิกผม โดยที่ผมไม่รู้ว่าผมผิดอะไร เขาบอกว่าผมขี้งอน ผมอ้วน แต่ผมก็รู้ว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างของคนที่เบื่อกันแล้ว เขาแค่อยากลองของใหม่ ทุกวันนี้ผมก็ยังรอเขากลับมาขอคืนดี พี่ว่าเขาจะกลับมาไหมครับ กับคนที่เคยรักกันมากขนาดนั้น” ผมรู้สึกถึงแรงบีบที่มือ จนรู้สึกเจ็บ

“ลืมเขาไปซะ เขาไม่กลับมาหรอก”  บอสจ้องหน้าผม แล้วพูดเสียงหนักแน่นและจริงจัง

“ติดกระดุมเสื้อซะ” บอสสั่งผมเสียงเข้ม

“ผมร้อนนี่ครับ” ผมเถียงกลับและไม่ยอมทำตาม ก็คนร้อนจะตายอยู่แล้ว แค่เปิดกระดุมเสื้อ 2 เม็ด จะเป็นไรไป

“ร้อนก็เร่งแอร์สิ” บอสพูดจบก็ยื่นมือไปเร่งแอร์ให้

“ทำไมต้องห้าม ทำไมต้องดุด้วยล่ะครับ” ผมถามกลับด้วยความรู้สึกไม่พอใจ

“บอกให้ทำก็ทำ” บอสจ้องมาที่ผมแล้วสั่งอีกครั้ง ผมถอนหายใจแล้วติดกระดุมเสื้อคืน พร้อมกับจ้องมองไปที่บอสไม่วางตาเช่นกัน ในที่สุดบอสก็ขับรถออกไป 

****************************************** 

ความคิดเห็น