email-icon

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ

พูดคุยกับสวามีครั้งแรก

ชื่อตอน : พูดคุยกับสวามีครั้งแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 13:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พูดคุยกับสวามีครั้งแรก
แบบอักษร

ตอนที่16:พูดคุยกับสวามีครั้งแรก 

"ไม่เป็นไรปล่อยมันเถอะ"

หลิวอี้บอกกับอาเหม่ย เจ้าแมวสีขาวตัวอ้วนแต่กลับว่องไวมันขึ้นไปนั่งบนตักของหลิวอี้เสียแล้ว ซือฮวาก็เข้ามาทำความเคารพพร้อมทั้งขอตรวจดูอาการของนาง

"ถวายพระพรพระชายาเพคะ หม่อมฉันขอตรวจดูอาการของพระองค์นะเพคะ"

"อืม"

หลิวอี้ที่พิงเสาเตียงอยู่พูดพร้อมทั้งยื่นแขนให้ซือฮวา

"พระชายาพระองค์มิเป็นอันใดมากแผลที่แขนมิได้เข้าลึกแต่อย่างใดเพคะ ที่น่าแปลกมิรู้ว่าเพราะเหตุใดพิษถูกถอนออกไปตั้งแต่สี่วันก่อน แต่พระชายาก็มิได้ฟื้นคืนสติเสียทีเหมือนหลับใหลไปเฉยๆเสียอย่างนั้น ท่านอ๋องทรงเป็นห่วงพระองค์อย่างมากเพคะ"

"อย่างนั้นหรือ?"

"เพคะ"

ซือฮวาอยากกล่าวต่อว่าคุณชายของนางก็เป็นห่วงเช่นเดียวกัน ตัวยาถอนพิษนี้ก็ได้คุณชายส่งคนในเมืองหลวงทั้งหมดออกตามหาตัวยาต่างๆรวมทั้งคนในเครือข่ายของเขาไปหามาจนได้ทันเวลา แต่พระชายาก็ยังมิฟื้นเสียทีบุญคุณที่คุณชายมีต่อท่านอ๋องครั้งนี้เขาต้องมาทวงทันทีหลังพระชายาหายดีเป็นแน่

ในขณะเดียวกันนั้นหลิวอี้ก็ได้แต่หันหน้าไปมองเฟยหลงที่นั่งเท้าคางอยู่ตรงโต๊ะกลมกลางห้อง พอเฟยหลงมองมาทางนางทั้งสองสายตาสบกันพอดี จนนางต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาเพราะว่าเฟยหลงนั้นมีดวงตาที่ดุดัน แต่กลับมีใบหน้าที่งดงามราวอิสตรีดูรวมๆแล้วกลับน่ามองอย่างยิ่งบวกกับท่าทางนิ่งๆของเขาแล้วช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน จนนางละสายตาไปจากเขามิได้ ฟังจากหมอหญิงนางนี้พูดเขาเป็นห่วงนางด้วยหรือนี่

"หม่อมฉันจะเขียนเทียบยาสมานแผลรักษารอยแผลเป็นรวมทั้งยาบำรุงมาให้นะเพคะ หม่อมฉันขอตัวก่อนทูลลาทั้งสองพระองค์เพคะ"

"อืมไปเถอะ"

เฟยหลงกล่าวเพียงเท่านั้น ซือฮวารีบร้อนออกไปทันทีเพราะนางต้องรีบไปส่งข่าวให้คุณชายของตนทราบ คาดว่าท่านอ๋องก็ทรงทราบเรื่องที่นางจะไปส่งข่าวเหมือนกันเลยมิได้ขัดอะไร ถ้าคุณชายรู้ว่าพระชายาฟื้นแล้วคงดีใจมาก

หลังจากที่ซือฮวาออกจากตำหนักไป อาชิงอาซินรวมทั้งอาเหม่ยต่างคุกเข่าลงโดยพร้อมเพรียง

"พระชายาความผิดของพวกเราใหญ่หลวงนัก มิอาจปกป้องพระองค์ได้พวกเรายินดีรับโทษจากพระองค์เพคะ"

เป็นอาชิงที่กล่าวขึ้น

"ลุกขึ้นเถอะ พวกเจ้าต่างช่วยปกป้องข้ากันอย่างเต็มที่เป็นข้าเองที่ไม่ระวังตัวประมาทเกินไปจะโทษพวกเจ้าได้อย่างไรกัน"

นางรู้ดีว่าเป็นเพราะประมาทเกินไปหลังจากนี้คงต้องระวังตัวมากกว่านี้ อีกอย่างการถูกพิษครั้งนี้ก็ยังมีข้อดีเพราะว่าอย่างน้อยกระบี่ของนางก็ออกจากฝักทำให้นางได้พบกับท่านพี่ของนางในห้วงฝัน

"ขอบพระทัยเพคะ"

พอหลิวอี้กล่าวจบทุกคนต่างกล่าวขอบคุณพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน

"ถึงพระชายาจะละเว้นโทษของพวกเจ้าแต่ข้าไม่!!"

เฟยหลงที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งส่งสายตาที่ดุดันไปยังสาวใช้ทั้งสาม จนอาซินต้องหันไปสบตากับหลิวอี้ด้วยสายตาที่เว้าวอน

"ได้อย่างไรกัน!!พวกนางเป็นคนของหม่อมฉันนะเพคะ"

หลิวอี้กล่าวแย้งขึ้นเพื่อช่วยคนของตน

"แต่เจ้าเป็นของคนของข้า ทุกอย่างของเจ้าก็ถือเป็นของข้า"

เฟยหลงกล่าวขึ้น จนหลิวอี้เถียงไม่ออกนางจึงเปลี่ยนเรื่อง

"ข้าคอแห้ง อาเหม่ยขอน้ำให้ข้าหน่อย"

นางหันไปสั่งอาเหม่ย แต่อาเหม่ยกลับส่งสายตาไปหาอาซินให้รินน้ำให้นางพร้อมทั้งกล่าว

"พระชายาทรงฟื้นแล้วหม่อมฉันดีใจนักเพคะ นี่ก็ดึกมากแล้วหม่อมฉันมิอยากรบกวนพระองค์หม่อมฉันทูลลาเพคะ"

แล้วอาเหม่ยก็ออกจากห้องบรรทมของนางไปโดยที่นางยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดออกมา

"พระชายาน้ำเพคะ"

พอนางยกน้ำขึ้นจิบเสร็จแล้วอาซินก็รับจอกน้ำไปพร้อมทั้งพูดขึ้น

"พวกหม่อมฉันขอตัวเช่นกันเพคะ มิรบกวนเวลาของทั้งสองพระองค์แล้วเพคะทูลลาเพคะ"

อาซินพูดพร้อมทั้งยิ้มอย่างเขินอาย

"เดี๋ยวสิ"

หลิวอี้กล่าวได้เพียงเท่านั้นพวกนางก็ออกไปทำให้ในห้องเหลือเพียงตัวนางและเฟยหลงเพียงสองคนกับเจ้าแมวสีขาวตัวอ้วนอีกหนึ่งตัว

ทางด้านอาเหม่ยที่ออกมาก่อน 

นางก็รีบวิ่งกลับเรือนนอนห้องตนแล้วปิดประตูลงทันทีพร้อมทั้งร้องไห้ออกมา นางดีใจที่พระชายาฟื้นแต่ว่านางจะมีหน้าไปพบเจ้านายของตนได้อย่างไร ในเมื่ออาชิงกับอาซินที่เพิ่งจะมารับใช้พระชายาได้ไม่นานต่างก็เข้าต่อสู้เพื่อปกป้องพระชายา แต่นางกลับหลบอยู่ข้างหลังของพระชายาด้วยความหวาดกลัวแทนที่จะยอมตายเพื่อปกป้องเจ้านาย

หลายวันที่ผ่านมานางเฝ้าคอยให้พระชายาฟื้นขึ้น โดยนางนั้นได้ทำหน้าที่ในตำหนักเป็นอย่างดีเพื่อที่ว่าพระชายาฟื้นขึ้นมาจะต้องชอบการตกแต่งทุกอย่างในตำหนักอย่างที่พระองค์ต้องการจะให้เป็นก่อนที่พระองค์จะถูกพิษจนหมดสติไป นางนั้นอยากจะเข้มแข็งขึ้นเพื่อปกป้องพระองค์ นางถึงขั้นคุกเข่าขอร้องอาชิงซึ่งเด็กกว่านางเพื่อให้อาชิงสอนวรยุทธ์ให้กับนาง

นางนั้นฝึกฝนกับอาชิงได้สามวันแล้ว อาชิงเข้มงวดมากไม่เหมือนตอนฝึกกับพระชายาแต่นางก็มิปริปากบ่นเลยสักคำ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้นางมีใจที่จะฝึกฝน ที่นางไม่รินน้ำให้พระชายาก็เพราะกลัวว่าพระองค์จะทรงเห็นมือของนางที่ปริแตกจากการฝึกกระบี่แล้วจะเป็นห่วงเอาได้

ภายในห้องนอนของหลิวอี้ 

พอทุกคนออกไปความเงียบจึงเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคน หลิวอี้ที่ตอนนี้กำลังเล่นกับเจ้าแมวตัวอ้วนกลมอยู่นั้นก็ได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ห้อยอยู่ที่คอของมัน มีเชือกสีแดงคล้องอยู่ที่คอของเจ้าแมวพอนางใช้มือเกี่ยวเชือกขึ้นมาพร้อมทั้งลากนิ้วตามก็พบเจอกับจี้หยกสีขาวเล็กๆที่สลักอักษรอยู่ก็พบชื่อของมัน

"เสี่ยวถัง"

หลิวอี้อ่านชื่อมันออกมาพร้อมทั้งพลิกดูด้านหลังของจี้หยกก็พบสัญลักษณ์พิเศษที่นางเห็นก็เข้าใจทุกสิ่งนั้นก็คือรูปดอกบ๊วยห้ากลีบนั้นเอง ก่อนหน้านี้นางไม่ทันได้สังเกตเพราะจี้หยกกับสีขนของมันเป็นสีเดียวกัน นี่หรือสิ่งที่ท่านพี่บอกจะส่งมาช่วยนางแมวตัวหนึ่งนี่นะ

"ข้าว่าเจ้าปล่อยมันไปจะดีกว่า มันเป็นแมวมีเจ้าของมันคงหลงเข้ามา"

เฟยหลงเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเดินมาที่เตียงทำท่าจะเอื้อมมือมาอุ้มเจ้าแมวออกไปแต่หลิวอี้กลับกอดมันไว้แนบอก

"ไม่เพคะหม่อมฉันชอบมันอีกอย่างมันก็ชอบหม่อมฉัน หม่อมฉันจะเลี้ยงมันเอาไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาเพคะ"

เสี่ยวถังเองก็เอาหน้ามาคลอเคลียนางอย่างเอาใจ เฟยหลงเลยเห็นท่าทางเอาแต่ใจเหมือนเด็กของนางเลยจนใจได้แต่นั่งลงที่ปลายเตียงมองนางกับเสี่ยวถัง

"ไหนๆเราก็อยู่ตามลำพังสองคนแล้ว หม่อมฉันมีเรื่องจะถามพระองค์ขอพระองค์ตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยเพคะ"

"ได้เจ้าอยากรู้อะไรก็ถามมา ข้าจะตอบตามจริง"

"ตัวหม่อมฉันทั้งชีวิตมิเคยได้ก้าวขาออกนอกจวนตระกูลกวงเลย คงมิได้ไปสร้างศัตรูไว้ที่ไหนเป็นแน่แต่กลับถูกลอบทำร้ายทั้งๆในวังของพระองค์ก็มีเวรยามแน่นหนาเป็นเพราะอะไรกัน?"

"เพราะว่าผู้ที่ส่งคนมาทำร้ายเจ้า ต้องการให้ข่าวลือเรื่องคำสาปของข้ายังคงอยู่ตลอดไป"

"งั้นแสดงว่าพระองค์ทรงรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?"

"ข้าไม่รู้ว่าเป็นใคร ศัตรูของข้าหาได้มีเพียงหนึ่งไม่ ข้าได้สอบสวนนักฆ่าที่จับมาได้มันไม่ยอมปริปากบอกจนข้าทรมานมันจนตายแต่ดูวรยุทธ์ของมันแล้ว พวกที่มาเป็นชาวยุทธ์แต่กลับไร้ศักดิ์ศรีชาวยุทธ์ใช้วิธีลอบกัดใช้พิษเหมือนนักฆ่า"

"พวกที่จะฆ่าหม่อมฉันจะได้ประโยชน์อะไรจากการตายของหม่อมฉันหรือเพคะ?"

"ก็ทำให้ผู้คนคิดว่าตัวข้าต้องคำสาปจนหวาดกลัว เป็นตัวกาลกิณีมิอาจรับตำแหน่งใดๆจากฝ่าบาทได้"

"แสดงว่าพวกชายาของพระองค์ก็ถูกลอบสังหารหรือเพคะ?"

"ใช่ บางคนถูกวางยาบางคนถูกลอบฆ่าแล้วทำให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุแต่มิเคยถูกลอบฆ่าโจ่งแจ้งเช่นนี้มาก่อน"

เฟยหลงมิได้กล่าวออกไปทั้งหมดว่าอาจเป็นเพราะเขาดูแลคุ้มกันนางอย่างเข้มงวดทุกทางจนมิมีช่องให้ลอบฆ่านางได้

"แล้วทำไมถึงช่วยชีวิตหม่อมฉัน เพราะดูจากรูปการแล้วพระองค์ก็สามารถช่วยชีวิตชายาคนก่อนๆได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่มีคนเข้ามาลอบฆ่าชายาของพระองค์"

"ก็เพราะว่าข้าชอบเจ้าอย่างไรเล่า อีกอย่างชายาข้าคนก่อนๆต่างก็ถูกส่งมาเพื่อหวังสร้างฐานอำนาจให้กับครอบครัวตนเอง"

เพราะว่าความคุ้นเคยที่แปลกประหลาดนี้ และความหวาดกลัวว่าจะเสียนางไปของเขา ทำให้เขาอยากใช้เวลาทำความเข้าใจนานขึ้นอีกนิด

"พระองค์มิคิดว่าหม่อมฉันก็เป็นเช่นพวกนางหรือเพคะ?"

เพราะว่าที่นางแต่งเข้ามาก็เพื่อสร้างฐานอำนาจให้ตาเฒ่ากวงเหมือนกัน นางมิคิดว่าเขาจะไม่รู้เรื่องนี้

"จะเป็นหรือไม่ไม่สำคัญ ก็ข้าบอกแล้วว่าข้าชอบเจ้าเลยอยากให้เจ้ามีชีวิตต่อไปอีกสักหน่อย"

เขาพูดเช่นนี้หลิวอี้ถึงกับไปไม่เป็น นี่ไม่เท่ากับว่าชีวิตของนางอยู่ในกำมือของเขาหรอกหรือ ตราบใดที่เขายังชอบนางอยู่นางก็จะได้รับการปกป้องจากเขาถ้าหากวันใดเขามิชอบนางแล้วเขาอาจจะปล่อยให้นางตายเหมือนชายาคนก่อนๆ

"นี่ก็ดึกมากแล้ว หม่อมฉันว่าพระองค์ควรกลับตำหนักของพระองค์เพื่อพักผ่อนได้แล้วนะเพคะ"

"ข้าจะนอนที่นี่กับเจ้านี่ก็ดึกแล้วอย่างที่เจ้าว่า เจ้าจะให้ข้าถ่อกลับตำหนักของตนมิใจดำไปหน่อยหรือ? ข้าอยู่เฝ้าดูแลเจ้าทั้งวันทั้งคืนจนไม่ได้หลับสนิทมาหลายคืนแล้วนะ"

พอเฟยหลงพูดจบเจ้าแมวอ้วนเสี่ยวถังก็ได้กระโดดลงจากตักของนาง แล้วลงจากเตียงทันทีพร้อมทั้งไปนอนขดตัวอยู่บนพื้นอย่างรู้ความเฟยหลงได้เดินไปดับตะเกียง ขณะนั้นเองหลิวอี้ได้โอกาสรีบขยับตัวเข้าไปด้านในจนชิดกำแพงแล้วเอาผ้าห่มมาห่มคลุมจนถึงคอของนาง

พอเฟยหลงเดินกลับมาแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆนางเขามิได้สนใจสิ่งที่นางกระทำเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มแล้วดึงตัวนางเข้าสู่อ้อมกอดของตนพร้อมทั้งโอบกอดนางเอาไว้ หลิวอี้ตกใจจึงหมุนตัวหันหลังให้เขาแล้วเตรียมตัวจะขยับหนีเขา แต่เขากลับกอดนางจากด้านหลังจนหลังของนางชนติดกับอกแกร่งของเขา อีกทั้งลมหายใจที่อุ่นร้อนของเขายังรดโดนตนคอของนาง เขากระซิบข้างหูนางเบาๆว่า

"มิต้องกลัวข้าเหนื่อยมากมิมีแรงทำอะไรเจ้าหรอก อีกอย่างข้าไม่นิยมรังแกคนป่วย"

พอเฟยหลงพูดจบเขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความเหนื่อยล้าไปในที่สุด ปล่อยให้หลิวอี้นอนมึนงงอยู่ผู้เดียวที่นางยอมเขาก็เพราะว่ามันจะเป็นผลดีกับนางมากกว่าอีกอย่างนางก็เป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว แต่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ใกล้ชิดเขาแบบมีสติ นางจึงมิสามารถข่มตานอนได้เพราะตอนนี้หัวใจของนางเต้นแรงมากจนแทบจะทะลุออกมาจากอกด้วยความตื่นเต้น โดยหารู้ไม่ว่าพรุ่งนี้จะมีเรื่องวุ่นวายรอนางอยู่

. 

. 

. 

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ จะบอกว่าไรท์อ่านทุกคอมเม้นต์เลยนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านกันนะ 

 

  

ความคิดเห็น