เรื่องที่ 1 หากผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะคะ

ชื่อตอน : CRAZY HUSBAND 39 FREE

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2563 19:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CRAZY HUSBAND 39 FREE
แบบอักษร

ณ ซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

"มาม้าาา~"นางฟ้าตัวน้อยวิ่งโผเข้ามาหาทันทีที่ฉันมารับหลังเลิกเรียน

"อย่าวิ่งค่ะ"ฉันพูดดุเล็กน้อยพลางย่อตัวลงไปโอบกอดเมษาและจอมพลที่เดินสะพายกระเป๋าตามมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง อีกมือของเจ้าชายน้ำแข็งถือกระเป๋าเป้ลายบาร์บี้ของน้องสาวมาด้วย

"หวัดดีฮะมาม้า"

"หวัดดีครับ เมษาหวัดดีแม่ยังคะ"

"หวาดดีค่ะ!"

ฟอด ฟอดด~ ฉันกดจมูกหอมแก้มลูกน้อยคนละฟอดสองฟอดเสียเต็มรัก สองแสบเองก็จุ๊บแก้มฉันกันคนละข้างราวกับเป็นกิจวัตรประจำวันเข้าไปแล้ว

"ไอติมม มาม้าขาา"มือเล็กของเมษากระตุกมือฉันเป็นการกระตุ้นบอกเบาๆ ดวงตากลมโตบวกขนตายาวเป็นแพรมองมาอย่างออดอ้อน ฉันหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูแล้วพานางฟ้าตัวแสบเข้าไปซื้อไอติมหน้าโรงเรียนจนได้

"จอมพลเอาไหมครับ"ฉันยิ้มถามจอมพลที่ยืนหน้าบึ้งตึง(เป็นปกติ)อยู่อีกฝั่ง จอมพลส่ายหน้าไปมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์อย่างเช่นเคย ฉันทราบดีว่าจอมพลไม่ชอบพวกของหวาน

"ไม่ฮะ"

"อย่อยจาตายย ชิมดู"เสียงเจื้อยแจ้วเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นไอติมโคนช็อกโกแลตในมือส่งให้พี่ชายด้วยใบหน้าเย้าแหย่เนื่องด้วยรู้แกวกันดีว่าจอมพลเกลียดของหวานเข้าไส้

"ไม่"

"นะๆน้าาา ชิมๆแตะๆน้าค้าา"พอไม่เป็นอย่างหวังเมษาตัวแสบก็เริ่มใช้ท่าไม้ตายโดยการทำหน้าตาปริบๆออดอ้อนพี่ชายที่รักน้องหวงแถมยังน้องตามใจน้องยิ่งกว่าอะไรดี คิ้วเข้มของจอมพลมุ่นเข้าหากันด้วยใบหน้าลังเลอย่างปิดไม่มิด ท่าทางของจอมพลทำให้ฉันหัวเราะ..เขากำลังกลัวของหวานเหมือนกลัวผีอย่างไงอย่างงั้นเลยล่ะ

"งึ๊"เมษาส่งเสียงขัดใจในลำคอด้วยใบหน้าง่ำงอ มือเล็กชักไอติมกลับอย่างอ้อยอิ่ง สุดท้ายก็เป็นจอมพลที่ตามใจยอมชิมไอติมช็อกโกแลตด้วยใบหน้าแหยงสุดๆ

"นะ..น้ำฮะ"ฉันรีบหยิบขวดน้ำในกระเป๋าออกมาเปิดฝาส่งให้จอมพลที่ทำหน้าเบ้ราวกับกลืนยาขมๆลงคอก็ไม่ปาน เด็กคนนี้ออกจะประหลาดนิดหน่อย

"ค่อยๆดื่มครับ"ฉันพูดบอกด้วยน้ำเสียงและใบหน้าอ่อนโยนก่อนรับขวดน้ำมาปิดฝาเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม ฉันยิ้มเอ็นดูพลางยื่นมือไปเช็ดริมฝีปากแดงเรื่อที่เปื้อนช็อกโกแลตให้จอมพลและเมษาเบาๆ เมษาหัวเอิ๊กอ๊ากชอบใจ

"คริๆ พี่ทำหน้าตลกก"

"..."

"พี่เมิน~"เมษาแหงนหน้าขึ้นมาบอกฉันเสียงเบาหวิวด้วยท่าทางหงอยๆ ฉันหัวเราะออกมาแล้วจัดการไขกุญแจรั้วบ้านเข้ามาข้างใน ระยะทางจากโรงเรียนกับบ้านที่ฉันมาเช่าอยู่หลังหมดสัญญาสวัสดิการค่าครองชีพแล้วอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ วิวกับปอนด์เช่าบ้านอยู่ใกล้ๆบริษัทไกลออกไปจากที่นี่พอสมควร ส่วนดินกลับไทยไปแล้วและกำลังจะแต่งงานกับอิม แฟนสาวของเขา ฉันเองก็อยากไปค่ะแต่แสดงความยินดีอยู่ที่นี่ดีกว่า ลูกๆยังเล็กอยู่ไม่อยากพาเดินทางไกลๆ อีกอย่างค่าใช้จ่ายก็เยอะด้วยเนื่องจากเด็กๆเป็นคนสัญชาติสวิตกันทั้งคู่

"เมษามาล้างปากล้างมือก่อนค่ะ"ฉันเบรกไว้ก่อนที่ตัวแสบจะกระโดดขึ้นโซฟาทั้งที่นิ้วมือทั้งสิบเปื้อนไปด้วยคราบเหนียวหนืดของช็อกโกแลต เมษายิ้มแห้งรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาฉันที่ซิงค์ล้างจานในครัว ฉันจัดการเปิดน้ำใส่มือลูบปากกับฝ่ามือเล็กๆที่เต็มไปด้วยคราบช็อกโกแลตออกให้อย่างทะนุถนอม เมื่อเสร็จเมษาก็วิ่งไปอ้อนให้พี่เปิดการ์ตูนในแท็บเล็ตให้ ฉันมองสองแสบแล้วยิ้มออกมา

"ดูไร"เสียงเย็นเยือกของคนพี่ถามคนน้องที่กำลังส่งสายตาออดอ้อน

"บาร์บี้ค่ะ"

จอมพลถอนหายใจเบื่อหน่ายกับคำตอบแต่อย่างนั้นแล้วนิ้วมือเล็กของจอมพลก็ยอมที่จะกดค้นการ์ตูนให้แฝดน้องดูก่อนเจ้าตัวจะลุกมาหยิบหนังสือในชั้นไปนอนคว่ำหน้าอ่าน ถึงจะเป็นแฝดอายุเท่ากันแต่ไข่คนละใบค่ะหน้าตาเลยไม่ถึงขั้นเหมือนแต่แค่ละหม้ายคล้ายคลึงกันเหมือนกับพี่น้องทั่วไป อีกอย่างจอมพลเป็นเด็กไอคิวสูงมากครูเลยให้เลื่อนขั้นไปอยู่อนุบาล 3 ตอนแรกเจ้าแฝดพี่จะไม่ไปถ้าแฝดน้องไม่ไปด้วยสุดท้ายครูเลยยัดเมษาตัวแสบขึ้นไปด้วยเลยอย่างยอมจำนนท์ ความจริงที่สวิตเซอร์แลนด์ไม่มีกฎหมายบังคับให้เรียนอนุบาลแต่ฉันทำงานจันทร์-ศุกร์เลยให้ลูกๆเรียนอนุบาลจะได้ไม่ต้องพาลูกๆลำบากขึ้นรถเมล์ที่แออัดคับแน่นไปด้วยผู้คนเพื่อไปฝากกับพี่เลี้ยงใกล้บริษัทอีก สงสารเด็กๆ

"เย็นนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษเอ่ย"ฉันถามความเห็นของลูกอย่างเช่นทุกวัน

"ข้าวผัดค้าาา.."

"วันนี้เป็นวันของพี่เลือกต่างหากเจ้าแสบ"ฉันพูดแล้วยีผมของเมษาด้วยความมันเขี้ยว

"พี่ก็ตามใจเมษาตลอดด"เมษากอดอกบอกด้วยท่าทางและใบหน้ามาดมั่น ฉันหัวเราะออกมาแล้วเอียงคอถามจอมพลที่นอนคว่ำหน้าอ่านหนังสืออยู่

"จอมพลอยากกินไรครับ"

"ตามใจน้องฮะ"

"นั่นไงคะ"เมษายิ้มกว้างจนปิดไม่มิด ฉันส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูแล้วลูบผมเจ้าเด็กจ่ำม่ำตัวแสบอย่างมันเขี้ยว

"โอเค ตกลงกันที่ข้าวผัดนะคะ"

"ฮะ / ค่าาาา~"ฉันยีผมของลูกๆแล้วปลีกตัวเข้ามาทำกับข้าวในครัวทั้งรอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้า เวลาอยู่บ้านฉันและลูกๆจะพูดกันเป็นภาษาไทยซะส่วนใหญ่ จะมีแค่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ฉันจะพูดภาษาอังกฤษกับลูกเพื่อสอนเขาให้เก่งในอนาคต อย่างเวลาที่ลูกๆดูการ์ตูนหรือฟังเพลงจะให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า อยู่ข้างนอกเราจะพูดภาษาเยอรมันกัน ซึ่งประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่มีภาษาของตัวเองค่ะ ที่นี่ใช้กันถึง 4 ภาษาในแต่ละภูมิภาค อย่างเมืองซูริคภาคเหนือใช้ภาษาเยอรมันค่ะเนื่องจากติดกับประเทศเยอรมัน เมืองนี้มีนักท่องเที่ยวเยอะภาษาอังกฤษจึงมีอยู่ทั่วไป

"มาม้าขา~ เมื่อไหร่ป๊าจะกลับจากทำงานหยอ ไม่เห็นโทรมาเยยย"

"..."ฉันชะงักมือที่กำลังทำกับข้าวเล็กน้อยก่อนก้มหน้าลงมองเมษาแล้วระบายยิ้มส่งให้เธอ

"ไม่รู้สิคะ ไปนั่งรอมาม้าที่โซฟากับพี่นะคะเดี๋ยวกับข้าวเสร็จมาม้าจะเรียกนะ"

"ก็ได้คะ"เมษายู่ปากแล้วเดินหงอยออกไปจากครัว ฉันถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิดที่โกหกไปแบบนั้น ในตอนแรกเมษาและจอมพลไม่เคยถามเรื่องพ่อของตัวเองเลยกระทั่งเข้าเรียนได้เดือนสองเดือนลูกของฉันก็เริ่มถามถึงพ่อ ส่วนใหญ่จะเป็นเมษามากกว่าที่ชอบถามเรื่องพวกนี้บวกกับที่เมษารื้อหาคูปองเครื่องเล่นในกระเป๋าฉันแล้วเจอกับรูปถ่ายของฉันคู่กับพี่จอมทัพกอดกันในวันรับวุฒิจบของพี่จอมทัพซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่ามีรูปนั้นอยู่ในกระเป๋าเพราะมันนานมากแล้วแถมยังอยู่ในช่องเสียบบัตรในกระเป๋าเงินอีก มันเป็นรูปแผ่นเล็กๆ เมษาเลยเอาแต่ถามเซ้าซี้เกี่ยวกับคนในรูป ฉันเลยตัดสินใจบอกไปตามความจริงว่าผู้ชายในรูปเป็นพ่อของเด็กๆอย่างไม่โกหกเลย จอมพลถามฉันต่อว่าพ่อของเขาอยู่ไหน ฉันเลยเลี่ยงที่จะตอบกลับไปว่าเขาทำงานอยู่ที่ไกลๆ ไกลมากพอนึกมาถึงตอนนี้ก็เริ่มเสียใจที่ตอบไปแบบนั้น

เฮ้อ..รู้งี้น่าจะบอกว่าพ่อของลูกฉันตายไปแล้วซะก็ดี

"จอมพล เมษามากินข้าวค่ะ"ฉันเรียกขึ้นหลังจากยกจานออกมาวางบนโต๊ะอาหารสามที่ เมษากดปิดแท็บเล็ตแล้วตะปีนลงจากโซฟาเดินดุ๊กดิ๊กมาที่โต๊ะพร้อมกับจอมพลที่ถือหนังสือมาด้วย ฉันจัดการอุ้มทั้งคู่ขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แล้วมานั่งที่ของตัวเอง ลงมือกินข้าวกัน

"พรุ่งนี้หยุดไปเที่ยวนะคะมาม้าา"

"กินเสร็จค่อยว่ากันนะคะ สัญญากันแล้วไงว่าเราจะไม่พูดกันเวลากินข้าว"ฉันเอื้อมมือไปเช็ดปาของเมษาแล้วเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เมษาเม้มปากด้วยท่าทางทะเล้นแล้วกินข้าวในจานจนหมดก่อนได้เวลาอาบน้ำ ตอนนี้ทั้งจอมพลทั้งเมษาอายุ 3 ขวบครึ่ง อาบน้ำแปรงฟันเองแต่งตัวเองได้แล้วแต่ฉันก็ยังไม่วางใจปล่อยให้ลูกล็อคประตูเวลาอยู่ในห้องน้ำตามลำพังเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด

"Johnny, Johnny. Yes, papa~"เสียงเจื้อยแจ้วของเมษาที่อาบน้ำพลางร้องเพลงคลอไปด้วยอย่างอารมณ์ดีดังออกมาเบาๆ จอมพลปรายตามองประตูห้องน้ำแล้วอ่านหนังสือต่อ พอคนน้องอาบน้ำเสร็จนุ่งผ้าขนหนูออกมา คนพี่จึงเข้าไปอาบน้ำต่อ

เวลาผ่านไปการอาบน้ำปะแป้งแต่งตัวก็เสร็จกันไปแล้วทั้งคู่ ตอนนี้เป็นเวลาทุ่มกว่าๆ ฉันปิดไฟในห้องเหลือแต่โคมไฟแล้วขยับขึ้นมานั่งบนเตียงโดยอยู่ตรงกลางระหว่างลูกๆที่นอนเท้าคางมองฉันเล่านิทานให้ฟังกันตาแป๋ว

"หลังจากนั้นชาวบ้านก็อยู่กันอย่างมีความสุขชั่วนิรันด์ จบบริบูรณ์"อ่านจบฉันก็พับหนังสือนิทานปิดแล้วเอื้อมมือไปวางไว้บนโต๊ะติดกับหัวเตียง

"มาม้า พรุ่งนี้ไปเที่ยวน้าา~"

"ใครเลือกคะ"ฉันเลิกคิ้วถามลูกน้อยทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง เมษาทำแก้มป่องพองลมเหลือบมองแฝดพี่ที่นอนเท้าคางด้วยใบหน้าไม่ยินดียินร้ายเท่าไหร่

"เมษาค่ะ!"เจ้าเด็กจ่ำม่ำชิงยกมือขึ้นก่อน พูดด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว จอมพลเลื่อนสายตามองเมษานิ่งๆไม่ได้ขัดอะไร

"อยากไปไหนคะ"ฉันเลิกคิ้วถาม บีบจมูกรั้นของเมษาด้วยความเอ็นดู เมษาใช้นิ้วป้อมๆจรดกับริมฝีปากจิ้มลิ้ม กลอกตาขึ้นอย่างครุ่นคิด

"สวนสัตว์ค่ะ"แล้วตอบออกมาด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น ฉันพยักหน้ารับช้าๆก่อนหันมองจอมพลที่นอนอยู่อีกด้าน

"จอมพลอยากไปไหมครับ"

"ตามใจน้องฮะ"ฉันหัวเราะเบาๆ รู้ว่าจะได้คำตอบแบบไหนแต่ฉันก็อยากถามความเห็นของลูกๆทั้งสองคนอยู่ดี

"เย้~"เมษายิ้มร่า

"โอเคๆ ตามใจน้องน้าา"ฉันยีกลุ่มผมของลูกชายที่มีความคิดโตเกินวัยอย่างเอ็นดู ทำไมลูกๆของฉันถึงน่ารักน่าชังแถมยังน่าฟัดน่าหยิกกันทั้งคู่แบบนี้ล่ะเนี่ยย

"มาม้าคะมาม้า"ฉันก้มมองนางฟ้าตัวน้อยที่เอ่ยเรียกเสียงงัวเงีย ดวงตากลมโตราวกับลูกกวางปรือจะหลับเล็กน้อย

"ว่าไงคะ"ฉันพูดถามพลางลูบผมของเมษาอย่างแผ่วเบา

"ทำไมปาป๊าไม่โทรมา.."คำถามของเมษาเรียกสายตาที่เคยนิ่งสงบของจอมพลให้เหลือบมองฉันราวกับเจ้าตัวเล็กที่ไม่เคยเรียกร้องขออะไรก็อยากจะรู้คำตอบนี้ด้วยเหมือนกันแต่ฉันกลับไม่รู้จะตอบลูกยังไงเลยเลือกที่จะคลี่ยิ้มออกมา

"กู๊ดไนท์ฮะ"จุ๊บ..ราวกับลูกพอจะมองออกว่าฉันกำลังรู้สึกยังไง จอมพลลุกขึ้นมาจุ๊บแก้มฉันแล้วสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มและคนถามอย่างเมษาตอนนี้ก็หลับตาพริ้มไปแล้วพาลให้ฉันคลายกังวลที่ไม่ต้องตอบคำถามนั้นของลูกแต่พรุ่งนี้และวันต่อๆไปเด็กคงจะถามอีก ฉันก้มลงไปหอมแก้มใสของลูกน้อยทั้งสองที่เปรียบเหมือนดวงใจของฉันแล้วผละออกมามองเขาด้วยความรัก

"กู๊ดไนท์ค่ะ แม่รักลูกทั้งสองนะ"

.

.

.

.

เช้าวันต่อมา..

ครืดด

ฉันเข้ามาเปิดผ้าม่านในห้องนอนเวลา 8 โมงหลังเตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้วเดินมาส่องดูในห้องน้ำเห็นเจ้าแสบกับพี่ชายจอมสุขุมกำลังยืนล้างหน้าแปรงฟันกันอยู่บนเก้าอี้เตี้ยหน้าอ่างล่างมือ

"เสร็จแย้วค่ะ"เมษากระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาฉันที่ยืนรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ ฉันย่อตัวลงไปให้อยู่ในระดับเดียวกันแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดคอเจ้าตัวเล็กมาเช็ดหน้าให้

"No, don't forget that today we speak English"ฉันพูดเตือนความจำยัยเด็กตัวแสบ เมษาทำตาโตอย่างคนเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้คือวันที่เราต้องพูดเฉพาะภาษาอังกฤษกันเท่านั้น

"I'm sorry mama"

"มาตรวจสุขภาพฟันก่อนค่ะ"ฉันพูดบอกเป็นภาษาอังกฤษ เมษาอ้าปากยิงฟันให้ดูและตบท้ายด้วยการจุ๊บปากฉันอย่างทุกวัน

"มอร์นิ่งคิส~"

ฉันหยิกแก้มย้วยๆของเมษาอย่างมันเขี้ยวแล้วจัดการตรวจช่องปากให้ลูกชายอีกคนที่อ้าปากยิงฟันโชว์ฟันน้ำนมเรียงสวยให้ดูอย่างรู้งาน

"มอร์นิ่งคิสฮะ"

"โอเคครับ ป่ะไปกินข้าวกัน"ฉันวางมือลงบนศีรษะเล็กของจอมพลแล้วลุกเดินนำลูกๆออกมาที่โต๊ะกินข้าวในครัว

..และหลังจากทานข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อย ฉันกับเด็กๆก็พากันอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปสวนสัตว์กัน เมษาใส่เสื้อกับชุดเจ้าหญิงกับที่คาดผม ส่วนจอมพลใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงวอร์มเนื่องจากเป็นฤดูร้อน วันนี้อุณหภูมิอยู่ที่ 30 องศา ฉันพาเด็กๆนั่งรถโดยสารไปสวนสัตว์และในเวลาต่อมาฉันและลูกๆก็พากันมาถึงสวนสัตว์ในซูริคในเวลา 10 โมงกว่าๆ ซึ่งเด็กๆได้เข้าชมฟรีค่ะ อายุไม่ถึง 6 ขวบส่วนฉันแน่นอนว่าเสีย 25 ฟรังก์สวิต

ที่นี่ใหญ่มาก แยกเป็นโซนแต่ละโซนแล้วแต่ระบบนิเวศของสัตว์แต่ละชนิด และตอนนี้ฉันกับเด็กๆอยู่กันที่โซนของ Masoala Rainforest เป็นระบบนิเวศน์ป่าดิบชื้น มีสัตว์มากถึง 50 สายพันธุ์

"ตัวใหญ่จังง"เสียงเมษาเอ่ยขึ้นแจ้ว นิ้วมือเล็กๆชี้ไปที่เต่าขนาดใหญ่ พนักงานที่ยืนอยู่ตรงนี้ยิ้มแล้วอธิบาย

"ลุงเต่ามีชื่อว่า Nigrita เป็นเต่ายักษ์กาลาปากอสที่มีอายุ 80 ปี และอยู่ที่สวนสัตว์แห่งนี้ตั้งแต่ปีค.ศ.1946 แล้วค่ะ"

"ว้าวว ลุงเต่าอายุเยอะแล้วนี่คะ"ฉันยิ้มขำกับท่าทางเข้ากับคนอื่นง่ายของเมษา เจอกับใครไม่ถึงนาทีก็สนิทกับเขาไปซะอย่างนั้น

"ฮ่ะๆ ใช่แล้วจ้ะ"เธอตอบพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูก่อนฉันและเด็กๆจะพากันไปดูสัตว์ในโซนอื่นๆแล้วกลับบ้านกันในเวลา 5 โมงเย็นกว่าๆ

แอ๊ดด เสียงฉันเปิดประตูออกมาจากในห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จ พลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมเปียกๆไปด้วยแล้วก้าวขามาหยุดที่โต๊ะข้างเตียงหยิบมือถือที่กำลังสั่นอย่างบ้าคลั่งขึ้นมากดรับสายของเลขาประธานคนใหม่ อ้อ..ตอนนี้ฉันได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการแผนกการตลาดหรือฝ่ายขายแล้วค่ะ เงินเดือนก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเลย

"สวัสดีค่ะคุณเลขาเลดี้"ฉันเอ่ยทักคนปรายสายพลางเดินออกมาคุยข้างนอกห้องเพราะเด็กๆหลับกันไปแล้วตั้งแต่กินข้าวอาบน้ำเสร็จ ตอนนี้ทุ่มกว่าแล้วค่ะคงเหนื่อยกันเลยหลับไว

("คุณเหมยช่วยเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อมด้วยนะคะ ลูกค้าจะมาคุยงานวันจันทร์คุณช่วยดูแลให้ดีด้วยนะ เขารีเควสเจาะจงเลยว่าต้องได้คุยกับฝ่ายขายโดยตรงเท่านั้น! รายนี้เป็นลูกค้าหัวใหญ่ของบริษัทห้ามมีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด ยังไงวันจันทร์ฉันจะบอกอีกทีว่าลูกค้านัดคุยที่ไหนเพราะท่านคงไม่เข้ามาคุยที่บริษัทแน่ๆ")

"ค่ะคุณเลขา"

("ห้ามมีอะไรขาดตกบกพร่องเด็ดขาด!")

"ได้ค่ะ"ฉันกรอกตาตอบ

("ดี ถ้าผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวประธานไล่คุณออกแน่")

"ค่ะคุณเลขาเลดี้!"ฉันตอบรับอย่างประชดก่อนเลขาประธานจะตัดสายไป คงจะสำคัญมากจริงๆยัยเลขานั่นถึงโทรมาหาฉัน นี่ถ้าลูกค้าไม่รีเควสมาว่าจะคุยกับฝ่ายขายโดยตรงเธอคงเสนอตัวไปเอาหน้าเองแล้ว การทำงานของฉันเรียบร้อยดีจะมีก็แต่ยัยเลดี้ที่เข้ามาทำงานเป็นคู่แข่งกับฉันเมื่อ 2 ปีก่อนและแน่นอนว่าประธานคนใหม่ที่มีอายุแค่ 32 เป็นต้นเหตุ เขาเป็นลูกชายคนเดียวของประธานคนเก่าและตามวอแวฉันตั้งแต่ได้รับตำแหน่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาให้ข้อเสนอกับฉันหลายอย่างถ้ายอมคบกับเขา ทั้งบ้าน รถ คอนโดแถมจะให้เลื่อนขั้นเป็นเลขาของเขาแต่ฉันไม่เล่นด้วย พอยัยเลดี้ได้ของพวกนั้นเธอก็เอาแต่พูดข่มฉันโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิดว่าเป็นฉันต่างหาก..ที่ไม่เอาผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เขาไม่เอาฉัน ก็อยากจะพูดให้เคลียร์อยู่หรอกนะแต่ตำแหน่งของหมอนั่นมันค้ำคอ! เขามีศักดิ์เป็นถึงเจ้านายพ่วงตำแหน่งใหญ่โตของบริษัทถ้าฉันพูดออกไปคงยากที่คนจะเชื่อและคนที่ซวยที่สุดก็น่าจะเป็นฉันอย่างไม่ต้องเดา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กดหัวใจและคอมเมนท์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ ม๊วฟๆ😘

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว