facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 [II] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2563 21:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 [II] 100%
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 18 

 

 

อาร์ พาร์ท 

“อะไรนะ!!!” ผมไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ใจผมตกไปอยู่ตาตุ่มทันทีเมื่อรู้ว่าทราฟโดนยิงเข้าที่หัว มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง! 

 

“หึ มันมารับกระสุนแทนเมียมัน กระสุนเลยเจาะเข้าสมองเต็มๆไง” 

 

“พะ พี่กันต์ฆ่าทราฟงั้นหรอ!” ผมมองพี่ชายตัวเองที่กำลังดื่มเหล้าฉลองเมื่อตัวเองทำสำเร็จ สีหน้าเขามีความสุขมาก ซึ่งผมตกใจผมไม่ได้อยากให้เป็นทราฟสักหน่อย! 

 

“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่ามัน แต่มันแส่เองช่วยไม่ได้ 

 

“ไม่นะ” เสียงผมสั่น จู่ๆน้ำตามันก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผะ ผมจะทำยังไงดี 

 

“ดีซะอีกเราจะได้ตัดใจง่ายๆในเมื่อไม่มีมันอยู่บนโลกนี้แล้ว 

 

“แล้วเขารู้แผนเราได้ยังไง! เขาไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงพี่กันต์” 

 

“พี่กำลังสืบ แต่พี่สงสัยว่าเป็นเพื่อนคนที่ชื่อริโซ่นั่น ซึ่งหมอนั่นเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกัน” ผมกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ ทราฟรู้เรื่องก็รีบไปช่วยชามทันทีจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้งั้นหรอ  

 

“ผมไม่ได้อยากให้ทราฟตายนะพี่กันต์” 

 

“ใครตายก็เหมือนกัน แต่เป็นมันก็ดีซะอีกจะได้ไม่แว้งกัดเรามันขู่เราไว้ด้วยนี่ หึ”  

 

“พี่กันต์เปลี่ยนไป” ผมมองพี่ชายด้วยสายตาตัดพ้อ ผมเสียใจผมไม่อยากให้ทราฟตาย แล้วผมจะทำทุกอย่างไปเพื่ออะไรล่ะถ้าเกิดคนที่ผมรักเขาไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วน่ะ 

 

“พี่ไม่ได้เปลี่ยน ตลอดเวลาพี่แค่ไม่อยากรังแกใคร แต่นี่มันหยามพี่หาว่าพี่เลี้ยงน้องไม่ดี ดูถูกพี่ ดูถูกอาร์! แถมมันยังต่อยพี่อีกต่างหากซึ่งพี่ยอมไม่ได้ ไม่เคยมีใครทำกับพี่แบบนี้” 

 

“แต่….” 

 

“อาร์เองก็เตรียมตัวไปเรียนได้แล้ว” พี่กันต์ตัดบทผม ผมได้แต่ยืนสะอื้นเพราะทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้ ขนาดผมยังเจ็บขนาดนี้แล้วถ้าเป็นชามล่ะ มีแวบนึงที่ผมสงสารหมอนั่นแต่ผมก็ไม่สามารถให้กำลังใจได้ จิตใต้สำนึกผมก็ยังอยากกำจัดชามแต่นี่มันผิดแผนแล้ว 

 

มันไม่เหมือนสิ่งที่ผมคิดไว้เลย ทำไมต้องเป็นทราฟด้วย อีกอย่างพี่กันต์เขาเปลี่ยนไปเขาดูใจร้ายผมไม่กล้างอแงปกติเขาเอาใจผมแต่นี่เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป 

….เป็นเพราะผม 

 

เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้มันทำให้ผมช็อคไปเรียนก็ได้แต่นั่งเหม่อลอย รู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนจิตใจผมมันอยู่ไม่สุขเมื่อต้นเหตุที่ทำให้ทราฟตายคือผมเอง เพราะผมคนเดียวขนาดจับปากกามือผมยังสั่นจนผมต้องขอตัวกลับบ้านให้คนที่บ้านมารับออกจากมหาลัย 

ผมเป็นคนทำให้ทราฟตาย  

 

“ฮึกฮืออออออ” ผมปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาคนเดียวเงียบๆ ผมจะบ้าตายอยู่แล้วทำไมเรื่องมันถึงเป็นแบบนี้ได้! 

จบพาร์ท อาร์ 

 

ทราฟ พาร์ท 

“เป็นไปตามแผน” เจโรพูดพร้อมยกยิ้มภูมิใจกับแผนตัวเอง ตอนนี้ผมอยู่กับมันแค่สองคนภายในบ้านของเจโร ส่วนริโซ่ต้องบินไปร่วมงานศพผม 

 

“อืม” ผมตอบเพื่อนเสียเรียบ ความรู้สึกผิดต่อชามมันถาโถมใส่ผมจนผมเครียดกว่าเดิมถึงตอนนี้สิ่งเดียวที่น่ายินดีคือพวกกันต์เข้าใจว่าผมได้ตายไปแล้ว ส่วนคนที่ไม่รู้แผนผมมีแค่ไอ้ชามคนเดียว ซึ่งผมกลัวว่ากันต์มันจะเช็คอีกทีด้วยการส่งคนไปหาไอ้ชาม ผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นเลยจะให้มันกลับไปอยู่ที่บ้านของมันก่อน ผมจัดการทุกอย่างเสร็จเมื่อไหร่ผมจะกลับไปหามันโดยเร็วที่สุด 

 

“อย่าเครียดไปเลย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เราคิด ตอนนี้พวกมันก็เชื่อสนิทใจแล้วเราก็เริ่มแผนได้เลย” 

 

“พรุ่งนี้เลยแล้วกัน”  

 

“ทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดแล้ว” ผมพยักหน้ารับ 

 

“ขอโทรหาคนที่บ้านก่อนนะ” 

 

“ได้เลย” เจโรเดินออกไปจากตรงนี้ผมก็กดโทรศัพท์หาไอ้อชิ วันนี้ก็คงจะเป็นวันที่จัดงานศพผมแล้ว ไม่นานไอ้อชิก็รับสาย 

 

(“ว่าไงมึง”) 

 

“ชามเป็นไงบ้าง” 

 

(“เอาแต่ร้องไห้อย่างเดียว ข้าวก็ไม่ยอมกินตอนนี้มันนั่งไม่ห่างโรงศพเลย”) 

 

“ฝากดูแลมันด้วยนะ” ผมพูดเสียงแผ่ว ใจผมมันปวดหนึบไปหมด ผมไม่อยากทำแบบนี้เลยจริงๆแต่เมื่อเรามีภาระที่ต้องรับผิดชอบผมก็ต้องเลือก ซึ่งผมโทษแต่ตัวเองที่ทำให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มันไม่ใช่เพราะใครมันเป็นเพราะตัวผมเอง 

 

(“กูดูให้มีไอ้ฟิกอีกมันไม่เป็นไรหรอก ส่วนมึงรีบทำธุระให้เสร็จแล้วรีบกลับมา กูกลัว”) 

 

“กลัวว่ามันจะคิดสั้นใช่มั้ย” ผมพูดต่อเพื่อนซึ่งตรงนี้เราคิดเหมือนกัน 

 

(“อืม กูห่วงมัน”) ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงหึงไอ้ชามมากแต่ตอนนี้มีเพื่อนที่ไว้ใจได้ดูแลให้ผมก็ยังใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย 

 

“กูต้องหายไปสักพัก มึงก็ช่วยไปส่งมันที่บ้านหน่อยนะ กูไม่อยากให้มันอยู่ที่บ้านหลังนั้น หรือไม่ก็ขายทิ้งไปเลย” 

 

(“จะขายทำไมวะ”) 

“กูไม่อยากให้มันจมปรักกับสถานที่” ชามมันเป็นแบบนี้พอเห็นสถานที่ไหนที่มีเหตุการณ์ของเราสองคนมันจะพูดขึ้นมาตลอด มันไม่เคยลืมอะไรที่เกี่ยวกับเราสองคนเลย ผมแค่ไม่อยากให้มันทรมานไปมากกว่านี้ 

 

(“ได้ เดี๋ยวกูให้คนจัดการให้ถ้ามึงกลับมาแล้วอยากได้คืนบอกกู”) 

 

“อืม ขอบใจมึงมาก” 

 

(“เออเพื่อนกัน กูต้องกลับเข้างานแล้วแค่นี้ก่อนนะ”) 

ตี๊ด  

ผมกดตัดสายเพื่อนก็กลับมานั่งเครียดเหมือนเดิม พอได้นั่งอยู่คนเดียวผมก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่ผมแทบคลั่งเมื่อรู้ว่าจะมีคนทำร้ายคนที่ผมรัก 

“ถ้าแผนมึงมันไม่เวิร์คกูจะเอาเลือดหัวมึงออกแทน” ผมหันไปพูดกับเจโรอย่างไม่เกรงกลัว มันทำหน้ามั่นใจในตัวเองใส่ผม ผมถึงได้ยอมนั่งดีๆรอฟังแผนที่มันจะพูด 

 

“งั้นก็เริ่มกันเลย นี่” เจโรส่งกระดาษมาให้ผม ซึ่งมันคือคนที่ผมเคยต้องการตอนนั้น ตอนแรกแผนของผมคือจะส่งคนเข้าไปเป็นหนอนบ่อนไส้ในบริษัทของกันต์แต่ตอนนี้มันกลับผิดแผนไปหมดเพราะกันต์มันเล่นในสิ่งที่ผมไม่คาดคิด ตลอดเวลามันทำตัวเป็นคนดีมาโดยตลอดสุดท้ายมันก็โง่สนับสนุนแต่เรื่องเลวๆของน้องชายตัวเอง 

 

“หมายความว่าไง” 

 

“ฉันคิดว่าเราควรทำให้มันนึกว่านายตายไปแล้ว แล้วทีนี้คนที่จะต้องเข้าไปแทรกในบริษัทของนายกันต์นั่นควรเป็นตัวนายเอง” 

 

“ฉันจะเข้าไปได้ยังไง ปลอมตัวงั้นหรอ” 

 

“ใช่ ตอนนี้ฉันเรียกคนของฉันที่ถนัดเรื่องลอบกัดแบบนี้มาแล้วหมอนั่นจะทำโคลนนิ่งนายในรูปแบบหน้ากากซิลิโคลนแล้วให้คนนี้ คนที่นายได้ซื้อชีวิตมันมาแล้วให้มันไปแสดงละครตบตา” 

 

“ละคร? อย่าบอกนะว่าจะให้มันไปรับกระสุนแทนไอ้ชาม กูยอมไม่ได้มันเกินไป” ผมเถียงกลับ ผมจะทำให้ไอ้ชามมันจำภาพเหตุการณ์แบบนั้นไปจนตายไม่ได้บกระสุนแทนไอ้ชาม กูยอมไม่ได้มันเกินไป” ผมเถียงกลับ ผมจะทำให้ไอ้ชามมันจำภาพเหตุการณ์แบบนั้นไปจนตายไม่ได้ 

 

“นายต้องเสี่ยง เพราะนี่เป็นโอกาสเดียวที่พิสูจน์ว่านายได้ตายจริงๆ” 

 

“แต่ต้องตายจริงเลยนะ” ริโซ่กอดอกหน้าเครียด ผมเองก็เครียด ผมเครียดเรื่องไอ้ชาม มันจะต้องร้องไห้หนักมากแน่ๆ  

 

“ใช่ คนพวกนี้ที่เราซื้อชีวิตมาได้ส่วนใหญ่ก็ให้เงินเลี้ยงครอบครัวส่วนตัวเองก็ไม่ได้ใส่ใจในชีวิตแล้วล่ะ” เจโรพูดพร้อมยักไหล่ไม่แคร์กับชีวิตของคนคนหนึ่ง ซึ่งต่างจากผม มันทำให้ผมลังเลอยู่ไม่น้อย 

 

“แล้วกูต้องใส่หน้ากากของหมอนี่งั้นหรอ” 

 

“ใช่ ซึ่งฉันเตรียมไว้แล้ว เหลือแค่ของนายที่ต้องให้หมอนี่ใส่ พร้อมกับเครื่องดัดแปลงเสียง” ผมมองเจโรด้วยสายตาทึ่งๆ หมอนี่มันฉลาดกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก แต่นั่นมันผิดแผนไปจากที่ผมคิดอีกแล้ว ซึ่งตอนแรกที่ผมตั้งใจจะทำคือการที่ส่งคนเข้าไปแต่ผมยังสามารถไปหาไอ้ชามได้แต่นี่ 

 

….ถ้าผมเข้าไปแทรกแซงในบริษัทกันต์เอง ผมจะไม่มีสิทธิได้เจอมันเลย 

 

“กูเห็นด้วยนะ เราทำให้มันเชื่อว่ามึงตายแล้ว มึงเข้าไปจัดการมันด้วยตัวเองน่าจะเร็วกว่า มึงอาจจะได้กลับบ้านเร็วกว่าที่คิด” 

 

“แต่กูจะไม่ได้เจอมันเลยนะ กูไม่รู้จะทำได้รึเปล่า” ผมไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเข้มแข็งได้มากแค่ไหน ตอนนี้แค่หนึ่งเดือนใจผมก็ไปอยู่ที่มันแล้ว อยากเจอ อยากกอด ไม่อยากห่างกันเลย 

“มันมีสิทธิที่จะสำเร็จสูงมาก พอถึงตอนนั้นที่บริษัทมีปัญหาจะเป็นฉันที่เข้าไปทำตัวหวังดีให้ยืมนิดๆหน่อย หึหึ แค่คิดก็น่าสนุกแล้วบริษัทใหญ่แบบนั้นฉันเองก็อยากได้เหมือนกัน” 

 

พอผมคิดตามก็เป็นอย่างที่พวกมันสองคนพูด ถ้าเกิดผมปลอมตัวเข้าไปจัดการเองก็ต้องง่ายกว่าลงมืออยู่เบื้องหลัง แต่การที่ทำให้ชามเห็นภาพเหตุการณ์ที่ผมตัวปลอมเข้าไปรับกระสุนแทนแบบนั้นมันทำให้ผมอึดอัด 

 

“นายไม่มีเวลาแล้ว อีกห้าชั่วโมงเครื่องออก” 

 

“เอาตามที่มึงตัดสินใจ กูไม่ขัด” ไอ้ริโซ่มองหน้าผม ซึ่งมันไม่มีทางเลือกให้ผมเลย ถ้าไม่ทำแบบนี้การที่ผมยังอยู่มันจะทำร้ายชามตอนไหนก็ได้ แต่ถ้าทำให้มันเห็นว่าผมไม่อยู่แล้ว ชามไม่มีประโยชน์อะไรกับมันแล้ว มันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ชามเองก็จะไม่ต้องเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องยุ่งๆที่ผมก่อขึ้น 

 

ซึ่งเหตุผลนี้เพียงพอที่จะทำให้ผมตัดสินใจทำตามแผนของเจโร ผมจะเสี่ยงเพื่อครอบครัวเพื่อไอ้ชาม อาจจะโหดร้ายกับมันหน่อยแต่ผมจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด 

 

พอถึงวันที่แผนเราเริ่มขึ้นผมได้แต่นั่งอดทนให้มันผ่านไปเร็วๆ คนของผมเสียชีวิตจริงคนของกันต์ก็เช่นกัน ผมไม่สามารถบรรยายได้เลยตอนที่ได้ยินเสียงไอ้ชามมันร้องไห้ขนาดนั้น ตอนนั้นเองผมก็คาสายไว้ในโทรศัพท์ของไอ้อชิได้ยินทุกอย่าง แต่ไม่ได้เห็นภาพ ผมเองก็ไม่อยากเห็นแค่ได้ยินเสียงผมก็แทบคลั่ง จนเผลอทำร้ายตัวเองไปจริงๆตอนที่ไอ้ชามมันสลบไป ผมมองมือทั้งสองข้างของตัวเองที่คนของเจโรทำแผลให้ ผมไม่มีที่ระบายจนต้องไประบายกับผนังบ้านมัน พอไอ้ชามมันเข้าโรงพยาบาลผมรู้ว่ามันต้องคลั่งไม่ต่างจากผมแต่แม่ผมหยุดมันได้ผมถึงขอร้องให้ท่านไปช่วยดูมัน แม่ผมร้องไห้ตอนที่คุยกับผม ท่านสงสารไอ้ชามสุดหัวใจ ตอนนั้นเองผมก็ห้ามน้ำตาตัวเองไม่ไหวจริงๆ  

 

“ทราฟ” 

 

“ว่า” ผมหันไปหาเจโรที่เรียกผมให้ได้สติ  

 

“โอเคนะ” 

 

“อืม” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามไม่คิดอะไรมากไปกว่านี้ไม่งั้นน้ำตาบ้าๆของผมมันจะไหลลงมาเอง 

 

“เราย้ายไปที่ห้องทำงานฉันกัน” ผมพยักหน้ารับเจโร พอเข้ามาในห้องทำงานตอนนี้มีลูกน้องคนสนิทของเจโรอยู่ด้วยคนหนึ่งมันยื่นเอกสารมาให้ผม 

 

“นี่เป็นเอกสารสมัครงาน นายได้งานที่นั่นแล้ว ส่วนพวกหน้ากากฉันให้คนเอาไปไว้ที่ห้องแล้ว” 

 

“ขอบใจ” ผมพูดจากใจจริงๆ เจโรยกยิ้ม 

 

“แล้วนายเตรียมเงินไว้เท่าไหร่” ผมถามต่อ เพราะเราจะทำให้หุ้นหรือสินค้าทั้งหมดของบริษัทกันต์ต้องเป็นอัมพาธ ทั้งการส่งออกหรือนำเข้าจะไม่มีคู่ค้าคนไหนรับ 

 

“ก็สองร้อยล้าน” 

 

“มากขนาดนั้นเชียว” ผมมองมันที่ยอมลงทุนด้วยสีหน้าทึ่งๆ 

 

“ก็แค่ไม่กี่บาทหรอกถ้าเทียบกับบริษัทขนาดนั้น แต่ถ้าเราทำให้มันเซ็นกู้ยืมฉันได้เรื่องทุกอย่างก็จบ” พูดก็พูดง่ายแต่ทำยากเนี่ยสิ อย่างที่บอกมันต้องใช้เวลาเป็นปีๆจริงๆ 

 

“แล้วสองคนนั้นนายจะทำยังไง” เจโรถามผม ผมยักคิ้วเชิงคำถาม 

 

“หมายถึงถ้านายทำบริษัทมันเจ้งแล้วนายก็ปล่อยไปทั้งอย่างนั้นหรอ” 

 

“ปล่อยอะไร ในเมื่อตอนจบพวกมันต้องเป็นลูกหนี้นายนี่” 

 

“หึ” เจโรยกยิ้มถูกใจให้ผม  

 

“นายก็จัดการเองเลย” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจ ผมคิดว่านรกสำหรับพวกนั้นไม่ใช่การล้มละลายหรอก แต่น่าจะเป็นเจโรมากกว่าที่เป็นนรกสำหรับพวกนั้น มาเฟียที่กระหายชัยชนะและอำนาจ มันไม่เคยหยุดที่จะทำอะไรใหม่ๆเลย ถ้าลงทุนได้มันก็พร้อม ซึ่งการที่มันช่วยผมมันก็ต้องอยากได้บริษัทกันต์เป็นสิ่งตอบแทน แถมตัวเองไม่ต้องลงมือเพราะผมเป็นคนลงมือเอง แบบนี้มีแต่ได้กับได้ 

จบพาร์ท ทราฟ 

 

ชาม พาร์ท 

4 วันหลังจากงานศพ 

 

“เอาไปแค่นี้ใช่มั้ย” 

 

“อืม” ผมตอบไอ้ฟิกเสียงเบา ตอนนี้มันกำลังขนของช่วยผม พ่อกับแม่ผมมารับกลับไปอยู่ที่บ้าน แถมเพื่อนผมกับเพื่อนเสี่ยเขาก็สนับสนุนให้ผมกลับไปอยู่ที่บ้านดีที่สุดจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน ผมลาออกจากงานแถมบ้านหลังนี้ไอ้อชิมันบอกจะขาย ซึ่งผมไม่ยอมเด็ดขาด สักวันผมจะกลับมาแน่ๆ ผมไม่ทิ้งอะไรที่เกี่ยวกับเราสองคนสักอย่าง  

 

“มึงมาหากูบ้างนะ” ไอ้น็อตพูดพร้อมกอดผมไว้แน่น ผมได้แต่ตบหลังมันเบาๆก่อนจะผละออกแล้วหันไปลาพี่โคม่า พี่วิน พี่วิล พี่เฟส แล้วก็ไอ้อชิที่กำลังมองหน้าผมอยู่ด้วยสายตาหลากหลายอารมณ์ ผมได้แค่ฝืนยิ้มให้มันแค่นั้น 

 

“ผมไปก่อนนะ” ผมพูดก่อนจะเม้นปากกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แต่สุดท้ายมันก็ไหลไอ้ฟิกกับไอ้น็อตรวมหัวกันกอดผมไว้แน่นร้องไห้ออกมาด้วยกันอย่างน่าอาย  

 

ผมมองภาพของทุกคนที่ห่างออกไปไกลทุกทีด้วยหัวใจวูบโหวง พี่สยามเองก็โทรมาถามผมบ้างแต่พี่เขายุ่งผมก็เข้าใจ ส่วนคุณหญิงแม่ผมเข้าไปลาท่านแล้วแต่กับนิวเยียร์ผมยังไม่ได้เจอหลานเพราะเด็กน้อยของผมติดเรียนหนังสือ ผมจะคิดถึงทุกอย่างที่อยู่ที่นี่ ทุกเหตุการณ์ถึงแม้มันจะเศร้าบ้างแต่ผมจะไม่มีวันลืม โดยเฉพาะแหวนแต่งงานนี่ ผมจะไม่ทิ้งมันเลย  

 

ผมต้องกลับไปดูแลหัวใจตัวเองจริงๆหรอเสี่ย ผมได้แต่ตัดพ้อ ผมไม่ลืมที่จะเอาของของเสี่ยกลับไปด้วย ไม่ให้ใครเอาไปทำอะไรทั้งนั้นเพราะผมยังทำใจไม่ได้ และเหมือนว่าจะไม่มีวันนั้นที่ผมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ 

2 ปีผ่านไป 

ปัจจุบัน 

 

 

************* loading 50 per. ******************* 

“เป็นไงบ้างชาม”

 

“ก็เหมือนเดิมแหละพี่ปี่” ผมตอบพี่ชายที่สนิทกันแถวบ้าน ตอนนี้ผมกำลังรดน้ำต้นไม้ข้างบ้าน ส่วนพ่อกับแม่ก็กำลังดูแลร้านผมที่เป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ หลังจากที่ผมร้องไห้หนักมากตอนเย็นก็หาอะไรทำให้มันตัวเองดีขึ้น มันก็ไม่ได้ช่วยผมเท่าไหร่

 

“คืนนี้ไปร้านพี่ดิ เดี๋ยวเลี้ยงเหล้า” พี่ปี่ชวนไปร้านเขาที่เป็นร้านเหล้า ผมส่ายหน้าน้อยๆ

 

“ผมขี้เกียจน่ะ เดี๋ยวยังไงผมทักไปอีกทีนะ”

 

“ได้ แต่อยากให้ไปจะได้สนุกกัน”

 

“ครับ” พี่ปี่ยิ้มรับเขาก็ขับรถออกไปทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว ผมรดน้ำต้นไม้เสร็จก็เดินเข้าไปดูแลร้าน ผมชะงักที่เห็นแม่ตัวเอง ผมยกยิ้มบางให้ท่าน ผมรู้สึกผิดที่ทำให้แม่ผมทุกข์ตามไปด้วย

 

“เดี๋ยวผมช่วย” ผมพูดบอกก่อนจะเดินไปคิดตังค์ช่วยท่าน แม่ผมยิ้มรับยอมเลี่ยงให้ผมจัดการตรงนี้เอง จนกระทั่งค่ำเราถึงได้ปิดร้านแล้วมานั่งทานอาหารร่วมกันผมเลยตัดสินใจบอกในสิ่งที่กำลังคิดไว้

 

“พ่อครับแม่ครับ”

 

“ว่าไง” แม่ผมตอบรับยิ้มๆ ผมมองพวกท่านสองคนด้วยสายตาสั่นๆ

 

“คือผมอยากกลับไปทำงานน่ะครับ” ผมคิดเรื่องกลับไปทำงานมาสักพักแล้วล่ะ ไม่อยากอยู่ไปเรื่อยแบบนี้ พ่อกับแม่หันมองหน้ากันก่อนจะหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าตื่นเต้น พวกท่านคงดีใจ

 

“ได้สิ พ่อกับแม่ตามใจลูกอยู่แล้ว แล้วอยากจะทำที่ไหนล่ะได้สมัครไปรึยัง”

 

“กำลังคิดครับ”

 

“กลับไปทำที่เดิมมั้ยล่ะ” พ่อผมพูดบอกเหมือนท่านรู้ว่าผมกำลังคิดอะไร ผมหลุบสายตาลงก่อนจะเงยหน้ามองพวกท่าน

 

“ผมอยากกลับไปทำที่เดิมครับ” ผมคิดว่าผมจากกรุงเทพมานานพอแล้ว อะไรหลายๆอย่างทำให้ผมคิดถึงแล้วอยากกลับไปที่นั่น ถ้าไปแล้วผมไม่โอเคผมจะกลับมาทำงานที่บ้าน ผมยังไม่พร้อมที่จะลืมอะไรเกี่ยวกับเสี่ยน้อยทั้งนั้น ผมโทรคุยกับพี่สยามเรื่องการย้ายกลับไปพี่เขาก็โอเคแต่ผมต้องได้ไปประจำอยู่ที่ห้องฉุกเฉินซึ่งปกติแล้วเขาจะแบ่งเวรกันผมก็ไปแบ่งเวรจากหมอคนอื่นอีกทีแล้วแต่วันว่าจะได้เข้าเช้าหรือเย็น ผมก็ตกลงเพราะยังไงมันก็ไม่ได้หนักอะไร ไม่มีอะไรหนักกว่านี้อีกแล้ว ผมทำเรื่องทุกอย่างเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทาง ผมต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องที่จังหวัดอุดรธานี พอไปถึงกรุงเทพไอ้ฟิกมันก็จะมารับผมที่สนามบิน ส่วนเรื่องห้องพักผมยังไมได้คิดกะจะไปอยู่คอนโดไอ้อชิมันก่อน อีกอย่างเรือนหอเราผมก็ให้คุณหญิงแม่จัดการไม่น่าจะย้ายเข้าไปอยู่ได้เลย

 

“ผมไปนะ” ผมยกมือไหว้ลาพ่อกับแม่ พวกท่านก็ส่งผมด้วยรอยยิ้มเห็นผมกลับมาทำงานได้พวกท่านก็ดีใจแล้ว

 

“มีอะไรก็โทรหาแม่นะชาม”

 

“ครับ” ผมตอบรับก็เดินเข้าเกทเพื่อไปขึ่นเครื่อง ผมถอนหายใจเพื่อเตรียมรับกับความรู้สึกเศร้าๆนี่ กลับไปอะไรๆก็น่าจะเปลี่ยนไปมาก จนกระทั่งผมมาถึงกรุงเทพเดินออกมาจากทางขาเข้าภายในประเทศผมก็ยิ้มให้ไอ้ฟิกที่กำลังยืนรอผม มันหันมาเจอผมก็ยิ้มกว้างก่อนจะรีบวิ่งเข้ามากอดผมแน่นจนผมหายใจไม่ออก

 

“แน่นไปไอ้บ้า” ผมว่ามันไอ้ฟิกผละออกจากผมทันที

 

“กว่าจะกลับมาได้นะมึง!”

 

“มันไม่ง่ายนะเว้ย” ไอ้ฟิกเบะปากใส่อย่างนึกหมั่นไส้

 

“แล้วผัวมึงอ่ะ”

 

“ผัวอะไรไม่มี” ผมหรี่ตามองหน้ามัน ไอ้ฟิกมันเปลี่ยนสีผมใหม่ด้วยจากที่หล่ออยู่ละตอนนี้มันดูดีขึ้นเป็นกองเลย

 

“เดี๋ยวจะไม่มีจริงๆ อย่ามาร้องไห้แล้วกัน”

 

“ช่างมัน ไปกันได้ละกูจะพาไปแดกข้าว ผอมลงชิบหายต้องจับไว้ดีๆละลมพัดก็ปลิวแล้วเนี่ย”

 

“มึงก็เว่อร์ไม่ได้ผอมลงขนาดนั้น” แต่ผมก็ผอมกว่าเมื่อก่อนจริงๆ

 

“ไม่ดูแลตัวเองเลยนะมึงเนี่ย ทำให้กูเป็นห่วงตลอด”

 

“กำลังดูแลอยู่เนี่ย พูดมากชิบ” ผมบ่นมันเราเถียงกันไม่ได้จริงจัง พอเจอหน้ากันมันมีเรื่องราวมากมายเลยที่อยากจะเล่าให้กันฟัง เรามาถึงร้านอาหารเปิดใหม่ที่ไอ้ฟิกมันแนะนำก่อนจะเริ่มลงมือทานข้าวแล้วผมก็ต้องจัดของอีก

 

“มึงหาคอนโดไว้ยัง”

 

“ก็มีดูๆไว้บ้างละ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ”

 

“กูแนะนำให้มั้ย เอาแบบแพงๆไปเลยอยู่ยาวยันบวช”

 

“เอาตังค์ที่ไหนซื้อ” ผมมองเพื่อนเอือมๆ ตอนนี้คอนโดที่ผมจะไปอยู่กับพวกมันนี่ก็กินไปทั้งชั้นละ ก็ดีใจกับเพื่อนที่มีผัวรวย

 

“เยอะแยะ เอาคอนโดเดียวกับกูนี่แหละ”

 

“กูจะเอาแค่ห้องนอนเดียวห้องน้ำเดียวพอ”

 

“มึงคิดว่าเป็นหอพักนักศึกษารึไง”

 

“ก็กูอยู่คนเดียว” ผมตอบกลับเสียงเรียบ ไอ้ฟิกนิ่งไปทันทีก่อนจะรีบยิ้มแหย่ขอโทษผม มันพาผมเปลี่ยนเรื่องก่อนที่ผมจะไม่มีอารมณ์กินข้าว

 

“แล้วเรื่องรถล่ะ มึงต้องใช้ไปทำงาน”

 

“ก็จะเอาคันเก่ามาใช้นั่นแหละ พรุ่งนี้ถึงจะเข้าไปเอาที่บ้านเสี่ยเขา” ไอ้ฟิกมองหน้าผมด้วยสีทึ่งๆ มันคงไม่คิดว่าผมจะเข้มแข็งขึ้นมาได้แล้ว ผมเองก็ใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะยอมรับได้ มันยากมากสำหรับผม

จบพาร์ท ชาม 

 

 

ทราฟ พาร์ท 

 

“ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของฉัน”

 

“……”

 

“รวมถึงตัวเด็กนี่ที่ต้องชดใช้หนี้ทั้งหมดสองร้อยล้าน และก็พี่ชายมันที่ฉันสงสารเลยยังให้ทำงานหาเงินมาใช้หนี้ฉันที่แผนกที่ต่ำที่สุดในบริษัทฉันนั่นก็คือคนทำความสะอาด” ผมฟังที่เจโรพูดกับไอ้ริโซ่พร้อมกับก้มดูโทรศัพท์เครื่องใหม่ของตัวเอง ผมกำลังดูรูปไอ้ชามตอนปัจจุบัน มันผอมลงมากผมโกรธที่มันไม่ดูแลตัวเอง แต่ผมก็โกรธตัวเองมากกว่าที่ทิ้งมันไว้แบบนั้น

 

“……” ไอ้อาร์นั่งเงียบ มันคงกำลังพยายามระงับอารมณ์แต่มันอาละวาดไม่ได้หรอกเพราะมันถูกจับมัดไว้กับเกาอี้

 

“แต่ฉันมีวิธีทำให้มันใช้หนี้เร็วๆด้วยนะ หึ”

 

“ยังไง” ริโซ่ตอบ

 

“ก็ให้มันขายตัว มาเฟียแถวนี้ชอบเด็กตัวตัวเล็กเยอะแยะ”

 

“ชั่ว!” ไอ้อาร์ตะคอกด่าเจโรเสียงดัง แต่ใครจะไปสนใจมันตอนนี้มันเป็นแค่ลูกหนี้ที่ไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว

 

“หึหึ อย่างมึงว่าคนอื่นได้ด้วยหรอ”

 

“กูต้องกลับแล้ว นานแล้วที่ไม่ได้กลับบ้าน” ผมพูดแทรกขึ้นก่อนที่พวกมันสองคนจะเล่นสงครามน้ำลายกัน เจโรกับริโซ่พยักหน้ารับ

 

“กลับเถอะ เรื่องทางนี้ก็จบแล้ว สองปีมันไวจังวะกลับไปก็ง้อเมียให้ได้ล่ะ”

 

“กูว่าชามมันมีผัวใหม่ไปแล้ว” ผมไม่สนใจกับคำพูดของเพื่อนก่อนจะเบนสายตาไปมองไอ้อาร์ที่ทำหน้าจะร้องไห้ มันไม่กล้าสู้หน้าผมด้วยซ้ำ

 

“มึงทำตัวเอง” ผมพูดตอกย้ำมันทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องบริษัทมันที่ล้มละลายทั้งพี่มันที่หน้ามืดหากู้ยืมหลงกลเจโรเข้าเต็มเปาจนต้องทำงานใช้หนี้ เงินมากมายขนาดนี้พวกมันคงทรมานไปจนตาย หรือไม่ก็ฆ่าตัวตายไปซะก่อน ไอ้กันต์มันสาปแช่งผม ดิ้นรนเป็นไส้เดือนโดนน้ำลวกตอนที่รู้ว่าผมยังมีชีวิตอยู่และได้ทำลายชีวิตมันลงสำเร็จแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็หนีเจโรไปพ้น เป็นมาเฟียไม่ใช่มาเล่ยขายของหรอก มันมีเรื่องราวมากกว่านั้น

 

ผมเดินออกมาจากบ้านเจโรพร้อมกับริโซ่ ผมจะกลับไฟท์บินที่เร็วที่สุด แต่ผมยังไม่ได้บอกใครว่าจะกลับ กลับไปแล้วมันมีอะไรตั้งมากมายที่ผมต้องเคลียร์

 

“ง้อเมียให้ได้นะมึง”

 

“ขอบใจ” ผมตอบไอ้ริโซ่ยิ้มๆ มันเองก็มาส่งผมกับแทน ตอนนี้ใจผมมันอยู่เมืองไทยแล้ว ผมไม่รู้ไอ้ชามมันจะจำผมได้รึเปล่าเพราะตอนนี้ผมตัดผมสกินเฮทแถมเปลี่ยนสีผมแล้วด้วย เพราะต้องใส่หน้ากากนานๆมันเลยยุ่งยากผมก็สกินเฮทซะเลยแต่ยังดีที่มันพอจะยาวแล้วเล็กน้อย

ผมอยากเจอหน้าไอ้ชามมันใจจะขาดอยู่แล้ว ยิ่งจะได้กลับแบบนี้ผมอดจะยิ้มทั้งวันไม่ได้จริงๆ มันตื่นเต้นไปหมด

จบพาร์ท ทราฟ 

 

ชาม พาร์ท 

 

“มาแล้วหรอ”

 

“เห็นมั้ยล่ะ” ผมกวนไอ้อชิ ตอนนี้ผมเข้ามาในคอนโดมันพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าสองใบใหญ่ ไอ้อชิยกยิ้มมองหน้าผมด้วยสีหน้ากวนๆ

 

“มึงยังไม่หายซ่าอีกหรอวะ”

 

“อะไรใครอยากกินเกี๊ยวซ่า”

 

“กูจะซัดมึงเนี่ย กวนตีน” ไอ้อชิหัวเสียที่เจอผมกวนใส่ ผมกับไอ้ฟิกหันไปหัวเราะชอบใจใหญ่ที่เห็นมันหัวเสีย

 

“พากันไปจัดของแล้วออกมาให้กูเตะเรียงตัวได้ละ”

 

“แบร่” ผมล้อเลียนมัน ไอ้อชิทำท่าจะเตะผมจริงๆ ผมได้แต่หลบหลังไอ้ฟิกมันเลยแวดใส่ผัวไปทีหนึ่งเราถึงหยุดเล่น ผมจัดของอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ดูเวลาตอนนี้มีเวลาอีกเยอะมากผมอยากจะไปบ้านเสี่ยเขาสักหน่อยเลยเดินไปหาไอ้ฟิกที่กำลังนั่งเถียงอะไรกันไม่รู้กับผัวมัน

 

“เป็นไรกันอีกวะ”

 

“ช่างมัน ว่าแต่มึงจะไปไหน”

 

“กูว่าจะมาบอกมึงเนี่ยกูจะไปบ้านเสี่ยเขา จะไปหาแม่แล้วเอารถด้วย” ผมพูดบอกมัน ไอ้ฟิกพยักหน้ารับผมเลยปล่อยให้พวกมันสองคนอยู่ด้วยกัน คงกำลังทะเลาะกันผมเองก็ไม่อยากขัด ผมลงมาเรียกแท็กซี่ไปบ้านเสี่ยน้อย จากนี่ไปก็ชั่วโมงหนึ่งกว่าจะถึง ผมไม่ได้โทรบอกท่านด้วยซิว่าจะไปหาก็ถือว่าเซอร์ไพรส์แล้วกัน

 

จนกระทั่งผมมาถึงบ้านเสี่ยน้อยเขา ผมจ่ายตังค์ค่ารถก็ต้องข่มตาแน่นปรับอารมณ์ ภาพจำทุกอย่างมันชัดเจนมากจนมันจะทำให้ผมร้องไห้แล้วเสียบรรยากาศเปล่าๆ ผมเดินไปกดออดหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ยืนรอไม่นานก็มีคนมาเปิดประตูให้ ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่เคยเจอคนรับใช้คนนี้แถมยังเด็กอยู่เลย ดูเหมือนคุณหนูซะด้วย

“มาหาใครครับ”

 

“มาหา……ครับ” ผมบอกชื่อคุณหญิงแม่ไป

 

“เอ่อ เดี๋ยวผมไปเรียนคุณผู้หญิงให้นะครับ”

 

“ครับ” แล้วไม่ถามหรอวะว่าใครมาหา ผมเกาหัวงงๆเด็กนั่นวิ่งเข้าไปในบ้านก่อนจะรีบวิ่งออกมาอีกครั้ง จนหอบผมได้แต่ยกยิ้มขำ

 

“ว่าแต่ว่าให้บอกว่าใครมาหาครับ”

 

“ชามครับ” ผมพูดบอก เด็กหนุ่งคนนั้นก็ก้มหัวแล้วรีบวิ่งเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้คุณหญิงแม่เป็นคนเดินออกมาเอง ท่านตกใจมากที่เจอผม ท่านรีบเดินเข้ามาหาผมพอดีกับที่ประตูรั้วเปิด ผมรีบยกมือไหว้ก่อนจะได้รับกอดที่แสนอบอุ่นจากท่าน

 

“โธ่ แม่นึกว่าจะไม่ได้เจอเราแล้ว”

 

“ได้เจอสิครับ” ผมยิ้ม คุณหญิงแม่กอดผมแน่นก่อนจะหอมหัวผมหลายครั้งด้วยความคิดถึงท่ามกลางสายตาของเมดที่ผมคุ้นเคยดี แต่เด็กคนนั้นยังทำหน้าไม่เข้าใจ

 

“เราไม่ได้มาแค่เยี่ยมแม่ใช่มั้ย”

 

“ครับ”

 

“’งั้นเราเข้าไปข้างในกัน”

 

“ผมไม่ได้มีของฝากติดมือมาเลย”

 

“ก็ชามเนี่ยแหละคือของฝากที่ดีที่สุด” คุณหญิงแม่พูดพร้อมยิ้มกว้างให้ผม ท่านกอดผมไม่ปล่อยตั้งแต่หน้าบ้านยันในบ้าน

 

“ไปเอาน้ำมาเร็ว ขอเป็นนมสดปั่นของโปรดน้องชามเขาเลยนะ” คุณหญิงแม่หันไปสั่งแม่บ้าน ผมรู้สึกตื้นตันมากที่ท่านยังจำทุกอย่างที่เกี่ยวกับผมได้ คุณหญิงแม่ดึงมือผมไปจับไว้ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น

 

“ทำไมเราถึงปล่อยให้ตัวเองผอมแบบนี้นะ”

 

“ก็ผมกินไม่ค่อยได้นี่ครับ” ผมอ้อนท่าน ผมคิดถึงบ้านหลังนี้มากทั้งคนทั้งบ้านเลยจนมันทำให้ผมน้ำตาซึม

 

“แล้วชามจะย้ายมาอยู่กับแม่ใช่มั้ย ช่วงนี้พ่อเขายุ่งมากแม่ได้อยู่คนเดียวตลอดเลย แม่เหงา แต่เนี่ยยังดีที่มีเจ้ากิ่งหลานของลุงชลเขาที่เสียไปมาคอยคุยเล่นด้วย” และผมก็ได้รู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร เป็นหลานของคนสวนคนก่อนนี่เอง

 

“ผมไม่ได้จะมาอยู่หรอกครับ แต่ผมก็กลับมาทำงานที่โรงพยาบาลเดิมแล้ว อีกอย่างวันนี้ผมกะจะมาเอารถด้วยครับ”

 

“เอาสิ ชามอยากได้คันไหนเอาไปเลยลูก หรือจะซื้อใหม่แม่ซื้อให้เอามั้ยเราจะได้ขับไปทำงานสบายๆเอาแบบที่ชามชอบเลย”

 

“เอาคันที่มีอยู่เนี่ยแหละครับ แค่นี้ผมก็เกรงใจแล้ว”

 

“เราเป็นใครเราคือครอบครัว ชามก็เหมือนลูกแม่อีกคน แล้วนี่เราพักที่ไหนว่างๆแม่จะไปเยี่ยม”

 

“ตอนนี้ผมพักกับฟิกน่ะครับ ยังไม่ได้หาคอนโด”

 

“ดีเลยเดี๋ยวแม่จัดให้ เอาที่เดียวกับเพื่อนเลยมั้ยแม่ซื้อเลยตอนนี้”

 

“ไม่ครับๆ โธ่อย่าทำให้ผมจะร้องไห้สิครับ” คุณหญิงแม่หัวเราะขำกับท่าทีผม ผมจะร้องจริงๆนะเนี่ย จะใจดีเกินไปแล้วผมก็เกรงใจเป็นนะ

 

“น้ำได้แล้วครับ”

 

“ขอบใจนะ” ผมยิ้มรับน้ำปั่นจากกิ่ง ร่างเล็กยิ้มหวานมาให้ผมซึ่งมันทำให้ผมเอ็นดูไม่น้อย

 

“คราวหลังถ้าคุณชามมาเปิดประตูให้เลยนะไม่ต้องเข้ามาถามคุณผู้หญิง” แม่บ้านที่เดินเข้ามาเอ็ดกิ่ง

 

“ครับ ผมขอโทษครับ”

 

“อย่าดุน้องเลยครับ น้องยังไม่เคยเจอผมน่ะ” แม่บ้านรีบยิ้มอ่อนมาให้ผมอย่างขอโทษ ผมมองสบตากับกิ่งที่มองผมอย่างสงสัยด้วยแววตาใสซื่อ

 

“รีบไหว้ซะสิคุณชามเขาคือสะใภ้เล็กของบ้านนี้”

 

“ห้ะ เอ่อ สวัสดีครับ”

 

“เหอๆ” ผมได้แต่หัวเราะแห้งพยักหน้ารับเด็กนั่น กิ่งทำสีหน้าเหลอหลาเหมือนจะตกใจกับตำแหน่งผมมาก อย่าว่าแต่น้องมันเลยผมเองก็ยังไม่ชิน คุณหญิงแม่ยกมือมาลูบหัวผม ผมมองไปรอบๆบ้านอย่างสงสัยไม่เจอตัวแสบ

 

“แล้วหลานล่ะครับ”

 

“เห้อ คุณแม่ของนิวเยียร์มารับไปอยู่ด้วยที่ต่างประเทศน่ะ เหมือนเราจะจบกันได้ไม่ดีมากนักแต่แม่เองก็ขอให้พาหลานมาเจอย่าบ้างไม่รู้จะมีโอกาสรึเปล่า”

 

“ผมคิดถึงหลานจัง” ผมพูดบอกเสียงแผ่ว ตลอดเวลาที่ผมหายไปมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นที่บ้านหลังนี้ ผมเองก็ยังไม่อยากถามอะไรมากเพราะเป็นเรื่องของครอบครัวเสี่ยใหญ่เขาด้วย เมื่อเห็นคุณหญิงแม่ดูเศร้าผมเลยพาเปลี่ยนเรื่องผมก็เล่าเรื่องราวที่อยู่ที่บ้านให้ท่านฟัง เรานั่งคุยกันสองคนจนเย็นผมกำลังจะขอตัวกลับแต่คนที่เดินเข้ามาในบ้านอย่างหัวเสียคือพี่ทิช เสี่ยใหญ่เขาดูเปลี่ยนไปมาก ดูเซอผมก็ยาวหนวดก็ไว้แต่ยังไงก็หล่ออยู่ดี อีกอย่างดูงานยุ่งมากด้วยร่างสูงชะงักทันทีที่เจอหน้าผม ผมเลยยกมือไหว้

 

“เสี่ยใหญ่มาพอดี วันนี้น้องชามจะทานข้าวกับเรานะ” คุณหญิงแม่หันมาบังคับผมทางสายตา ผมจำยอมพยักหน้ายิ้มๆ

 

“งั้นก็เตรียมอาหารเลยผมหิวแล้ว”

 

“ได้จ๊ะ” ผมกับคุณหญิงแม่ช่วยกันเตรียมอาหาร คอยบอกให้แม่บ้านนำไปวางไว้บนโต๊ะ วันนี้ของกินเยอะเป็นพิเศษเพราะท่านบอกจะไม่ยอมให้ผมเหมือนกระดูกเดินได้

 

“เพิ่งมาหรอชาม”

 

“ครับ ถึงเมื่อเช้าเลยแวะมาเอารถน่ะ ผมย้ายมาทำงานที่นี่แล้ว”

 

*********************

มาแล้วมาแล้วววว เสี่ยจะมาแล้วววว 

TBC

ความคิดเห็น