email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลิขิตรัก นิรันดร์กาล

ชื่อตอน : ลิขิตรัก นิรันดร์กาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2563 22:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลิขิตรัก นิรันดร์กาล
แบบอักษร

"อีกคำนะคะ"

เสียงหวานของนิรากระเอื่อนเอ่ยให้กับคนด้านหลัง

ณดลที่เอานิรามานั้งซ้อนตรงตัก เพื่อให้ทำการป้อนข้าวตน โดยที่เขาก็เอาหน้าหล่อเหลามาเกยบ่าน้อยๆของนิราไว้

ตอนนี้นิรารู้สึกอึดอัดไปหมด ทั้งแรงกดทับตรงบ่าจากหน้าคมคาย ไหนจะแรงกอดรัดที่ช่วงเอวจากกล้ามแขนที่แข็งแกร่ง และเธอต้องเอี้ยวกายกลับหลังเพื่อป้อนข้าวคนป่วยที่นิสัยราวกับเด็กๆอีก ช่างต่างจากตอนแรกที่เธอเจอเขายิ่งนัก ใครจะรู้ว่าคนมาดขรึม เย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึก พอมีความรักช่างงอแง ขี้อ้อนเยี่ยงนี้

"ผมไม่หิวข้าวแล้ว คำนี้คุณกินเถอะผมให้"

ณดลทำหน้าเบ้เมื่อปลายช้อนที่ถูกบังคับโดยมือเรียวสวย มาหยุดจ่ออยู่ที่ปาก

"ยาที่คุณทานมีแต่ตัวยาที่ออกฤทธิ์แรงๆ ซึ่งคุณต้องทานติดต่อกันเป็นเดือนๆ ถ้าทานข้าวน้อย ยาที่คุณทานก็จะกัดกระเพาะ ทีนี้ได้กินยาโรคกระเพาะเพิ่มอีกตัวหนึ่งช่วยไม่ได้น้า.....คนดื้อเอง"

นิราย่นหน้าขู่คนที่ตนนั้งซ้อนอยู่ราวกับณดลเป็นเด็กๆ

"จุ๊บก่อน อยากได้กำลังใจคำสุดท้าย"

เขาจู๋ปากของเขาเข้าหาใบหน้าของหญิงสาวทันที

"จุ๊บใช่ไหม?"

นิราลุกขึ้นยืนก่อนจะบีบปากคนป่วยให้พอมีช่อง และรีบยัดช้อนที่มีข้าวเต็มคำใส่ปากคนป่วยทันที

"นี่แหนะ ! ชื่นใจไหมคะ ฮ่าๆๆๆ"

นิราล้อเลียนเป่าลมในปากให้แก้มป๋อง คล้ายกับมีอะไรตุงในโพรงปาก ให้เหมือนกับณดลในตอนนี้....

"นิรา!"

ณดลเรียกชื่อเธอด้วยเสียงอู้อี้ ก่อนจะรีบเคี้ยวข้าวให้พอแหลกและรีบกลืนลงคอ ก่อนจะดันตัวขึ้นไล่กวดจับหญิงสาว

นิราวิ่งวนรอบโต๊ะ ณดลที่อาการก็เริ่มดีขึ้นมาก สามารถไล่ตามนิราทัน มือหนากอบกุมเอวบางแน่น

"คิดหรือว่าจะหนีผมพ้น คุณหนีไม่รอดหรอกนิรา"

ทันทีที่ณดลกล่าวจบณดลก็กดสันจมูกอันได้รูปของเขาลงที่แก้มเนียนอย่างหนัก เพื่อทำโทษคนใจร้ายที่ยัดข้าวใส่ปากเขา จนเกือบสำลัก

แทนที่ภาพมันจะดูโหดร้ายอย่างกับการทำโทษอื่นๆแบบที่เรารู้จักหรือคุ้นชินแต่ภาพที่นิรากับณดลสื่อออกมาให้เห็นนั้น มันเหมือนการแสดงความรักเอาเสียมากกว่า ยิ่งณดลกดจมูกลงหนักๆนิราก็ยิ่งหัวเราะร่า

ความรักที่บ่มจนสุขงอม ของเขาและเธอตอนนี้ส่งกลิ่นหอมอบอวล จนคนในคฤหาสน์ พงษ์พิพัฒน์ ต่างอมยิ้มกับความสุขของนิราและณดลไปตามๆกัน....

วันทั้งวันของช่วงเช้าจบลงแล้ว ก็ถึงช่วงเวลาที่ณดลรอคอยเสียที

นิราเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ โดยมีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่สีขาวพันกายออกมา ขนาดผ้าเช็ดตัวที่ดูขนาดใหญ่กว่ากายของหญิงสาวมากแล้วยังมิอาจปกปิดเนินเต้าสวยได้เลยสักนิด

ในขณะที่นิราเดินฮำเพลงเบาๆมานั้น

'หมับ'

วงแขนที่นิราคุ้นเคยก็สวมกอดเธอทันที นิราที่ไม่ต้องหันไปมองคนด้านหลังก็รู้ได้ว่าคนที่โอบกอดเธออยู่ตอนนี้คือใคร?

"ทำไมยังไม่นอนคะ มีอะไรหรือเปล่า"

"มีสิ! ไม่มีจะมาหาหรือ"

ณดลเริ่มทำการซุกไซ้ทายทอยและบ่าทางด้านหลังของหญิงสาว

"อืออออ....คุณณดล....อย่าแกล้งกันสิคะ"

นิราบิดไปบิดมา เมื่อโดนหนวดเคลาบางๆของณดลมาเสียดสีเข้า

"ใครว่าผมแกล้ง...นี่ผมต้องการคุณจริงๆนะ!"

ณดลกล่าวพร้อมกับซูดเอากลิ่นกายของเธอเข้าปอดแรงๆให้หายคิดถึง

"ไปพักผ่อนเดี๋ยวนี้เลยนะคะ คุณไม่สบายอยู่นะ ! "

หญิงสาวบ่ายเบี่ยงอย่างอิดออด แม้ไม่อยากจะไล่เข้ากลับห้องก็ตาม แต่ร่างกายเขายังไม่แข็งแรงดี ถ้าระหว่างที่เขาและเธอมีความสุขกัน เธอกลัวเธอเผลอบีบแขน หรือดันอกเขาแรงๆเเล้วเขาจะเจ็บภายในเอาได้

"ผมต้องการคุณมากๆ อย่าไล่ผมกลับห้องเลย"

ณดลยังคงใช้ลูกอ้อน หวังให้คนตรงหน้าเอนอ่อนคล้อยตาม....

"คุณป่วยอยู่นะคะ "

นิราหมุนตัวกลับเพื่อหันหน้าไปคุยกับคนด้านหลัง

"ผมหายแล้ว"

"ฉันดูแลคุณตลอดยังไม่เห็นคุณทำอะไรได้เลย ขนาดทานข้าวนิรายังต้องป้อน รอให้แข็งแรงก่อนนะคะ แล้วนิราจะชดเชยให้ทั้งคืนเลย........"

นิราจุมพิตริมฝีปากของณดลเบาๆก่อนจะผละออก

"งั้นผมจะพิสูจน์ให้นิราเห็นว่าผมแข็งแรง และแข็งมากด้วย"

ณดลยิ้มกรุ่มกริมก่อนที่จะรั้งสะโพกสาวที่ถูกพันด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ให้มาประชิดกายเขา

นิราร้อนวูบวาบทันทีเมื่อส่วนกลางของณดลแข็งตึงรอการปลดปล่อย ด้วยขนาดอันใหญ่มาก

"ไม่สงสารผมหรือที่รัก..."

ณดลปลดผ้าพันกายของนิราออกก่อนจะรีบเอาฝ่ามือหนากอบกุมเต้างาม เพื่อสร้างอารมณ์ให้แกนิราทันที

"อือ....ขะ....ขะ....คุณณดล"

นิราที่ถูกคนที่ตัวโตกว่าทั้งบดจูบทั้งดันร่างให้ถอยไปยังที่นอนร้องไม่เป็นภาษา

"อ่า.....ที่รักผมไม่ไหวแล้ว....."

ณดลกล่าวด้วยเสียงอันแหบพล่า...ก่อนจะรีบจัดการเสื้อผ้าของตนเองให้ออกจนหมด... ตอนนี้ร่างสองร่างที่เปลือยเปล่ากอดรัดกันนัวเนียอย่างเร้าร้อนตามแรงปรารถนา

ณดลดูดดึงเต้าสวาทอันล้นทะลักของนิราอย่างคนหื่นกระหายก็ตลอดระยะเวลาเป็นเดือนๆที่เขารักษาตัว เขาไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ดิบเลย เมื่อเขาแข็งแรงขึ้นเขาก็ขอระบายความกำหนัดออกเสียหน่อย ยิ่งนิรามาอยู่ใกล้ๆมีหรือที่เขาจะอดใจไหว....

"อืมมมม....."

นิรากัดปากครางอย่างเสียวซ่าน เมื่อณดลช้อนแผ่นหลังเธอให้แอ่นเต้าสวยหาหน้าเขา และทำการเอาลิ้นตวัดเกี่ยวเล่นอย่างเพลิดเพลิน

ณดลยิ่งเห็นนิราเสียวซ่านเขาจึงรีบใช้นิ้วของเขาเปิดทางช่องรักนิราทันที

น้ำหวานหยาดเยิ้มไหลพลั่งพลูอาบนิ้วมือณดลทุกการเข้าออก

นิราจิกมือเรียวลงบ่ากว้างจนเกิดรอยแดงตามลักษณะเล็บของเธอทันที

"ซื้ดดดดด.....นิรา...อ่ะ...นิราไม่ไหวแล้ว....อ่ะๆๆๆๆๆ"

เพียงแค่นิ้วสองนิ้วที่ณดลทำการเข้าออกเร็ว ๆ นิราก็บรรลุถึงสวรรค์ไปเสียแล้ว เธอนอนหอบหายใจถี่ราวคนขาดใจ

ณดลที่มองหน้าของนิราที่ปรือตาเพยอปากด้วยความสุขสม เขาก็ไม่รอช้า คุกเขาจับนิราแยกขาออกทันที

น้ำหวานที่ปากช่องรักของนิรา ตัวนำพาท่อนร้อนอย่างดี เอ่อล้น ชักชวนให้ณดลเอาเข้ามาไวๆ

"อ่าาาา......."

ณดลใช่ช่วงปลายท่อนเอ็นของเขาถูไถปากช่องรักขึ้นมายังเกศรอันกลมกลึงที่พอปลายความเป็นชายของเขาสัมผัสเข้านิราก็กระตุกบิด กระเส้าด้วยใบหน้าเหย่เก....

"นิราไม่ไหวแล้วคะ...ซี๊ดดดด...."

เสียงอ้อนวอนของคนที่ถึงสวรรค์ไปก่อนแล้วนั้นทำณดลแทบคลั่ง เพราะเธอไม่พูดกล่าวเฉยๆ หากแต่แยกขาออกและยกสะโพกรับแก่นกายของเขา เธอบอกว่าเธอไม่ไหวแล้ว แต่ดูสิ่งที่เธอกระทำสิ เหมือนกำลังเรียกร้องให้เขามอบบทรักต่อเสียมากกว่า

"ผมไม่เกรงใจและนะ....ผมไม่ยั้งมือแน่"

ณดลกล่าวจบก็กดแท่งร้อนอันมหึมาเข้าไปทันที...

"อ๊าาาาาาา.......!!!!!"

นิรายกศรีษะขึ้นพร้อมกับกรีดร้องอยากสุขสม ก่อนจะมองท่อนมหึมาที่สวบเข้าสวบออกอยู่กลางกายเธออย่างสุขใจ

'ปึก ปึก ปึก ปึก'

เสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะเร็วๆ ก่อนที่สองร่างจะกระตุกกอดกัน

"อ่าาา....."

ณดลทิ้งกายเอาหน้าซุกคอระหง ก่อนจะขบเม้นด้วยความหมั่นเขี้ยว จนเกิดรอยแดงจางๆขึ้น

"เป็นไง เชื่อหรือยังว่าผมแข็งแรงแล้ว...."

ณดลกล่าวแกล้งคนด้านล่างก่อนหมุนกายเอานิรามาไว้ข้างบนตัวเขาแทน

ท่อนรักที่ยังหลอมรวมกับตัวนิราอยู่นั้น ตอนนี้มันเริ่มตึงคับช่องสวาทของนิราอีกครั้ง

"ไหนขอดูลีลาคนด้านบทหน่อยสิ ว่าจะทำผมอ่อนตัวลงได้หรือเปล่า"

นิรามองหน้าคนใต้ร่างอย่างมีจริตจก้านก่อนจะค่อยๆควงสะโพกเบาๆ

"คุณท้าทายฉันเองนะ"

และแล้วห้องนอนของนิราในคฤหาสน์ พงษ์พิพัฒน์ คืนนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงครางอย่างสุขสม.....ของทั้งคู่ที่ดังกึกก้อง...อย่างลืมอายกันเลยทีเดียว

ความคิดเห็น