ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลิขิตรัก 1

คำค้น : ลิขิตรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2563 12:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลิขิตรัก 1
แบบอักษร

 

 

 

ลิขิตรัก 1 

 

 

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน เฟินเยว่ก็เติบโตขึ้นท่ามกลางความรักของผู้คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายทั้งสี่คน เสด็จแม่และเสด็จพ่อที่คอยให้ความรักไม่ห่าง ไหนจะนางกำนันที่คอยดูแลตนเองตลอดเวลา ทำให้การเกิดใหม่ครั้งนี้ของเฟินเยว่ช่างมีความสุขยิ่งนัก 

 

“เยว่เออร์ของพี่ ถ้าเจ้าเดินมาหาพี่ พี่จะให้ขนมแก่เจ้า” องค์ชายใหญ่ หรือ จาง อี้เซียว ร้องเรียกน้องชายที่กำลังหัดเดินให้เข้ามาหาตนเองซึ่งก็ใช้ขนมมาหลอกล่อเจ้าตัวน้อย ส่วนเฟินเยว่เองตั้งแต่เกิดมาที่ภพนี้ก็พบว่าพี่ใหญ่นั้นจะแวะมาหาตนเองทุกวัน ถึงแม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงรัชทายาทแต่ก็ต้องหาเวลาว่างมาหาน้องชายคนเล็กเพื่อให้น้องจดจำหน้าตนเองได้ 

 

“อย่าไปหาพี่ใหญ่เลย มาหาพี่รองดีกว่าน้องห้า พี่มีของเล่นให้เจ้าด้วยนะ” องค์ชายรอง หรือ จาง อี้เทา ก็เรียกความสนใจเช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งรัชทายาทแต่ก็เป็นถึงรองแม่ทัพตั้งแต่ยังเยาว์ นั่นก็เพราะตนเองชื่นชอบเรื่องบู๊มากที่สุดจนต้องขอเสด็จพอเข้ารวมกับจอมทัพมาตั้งแต่เด็กแต่ก็มีนิสัยเสียอย่างที่มักจะเอ็นดูเกอน้อยหรือน้องชายเกอของสหายร่วมศึกมาตลอดจนต้องหาเวลาว่างไปเหย้าแหย่ จนกระทั่งตนเองสมความปรารถนาที่เสด็จแม่มอบน้องชายเกอให้ตนเองบ้าง และน้องห้าของตนก็มีความน่ารักน่าเอ็นดู ยิ่งมีผมสีเงินและผิวขาวผ่อง ไหนจะฟันสองซี่ที่ขึ้นมาตอนนี้ยิ่งทำให้น้องห้ายิ่งน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด และในแผ่นดินแคว้นฉีนี้ อี้เทาก็สามารถบอกได้เลยว่า เกอน้อยที่งดงามที่สุดคือน้องชายของตนเองเท่านั้น! 

 

“พวกท่านช่างไร้สาระกันเสียจริง น้องห้าไม่ชอบของที่พวกท่านเอามาหรอก เพราะน้องห้านั้นชื่อชอบฟังข้าอ่านหนังสือเป็นที่สุด” จาง หลีไห่ หรือองค์ชายสามก็พูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ท่านพี่ทั้งสองของตนเองเช่นเดียวกัน 

 

“ใครบอกท่านกันพี่สาม น้องห้าชอบให้ข้าอุ้มเดินเล่นที่สุดต่างหาก พวกท่านนั้นต้องเข้าเรียนและเรียนรู้งานของเสด็จพ่อ ไหนพี่รองจะต้องเข้ากองทัพทุกวันอีก เพราะฉันนั้นคนที่อยู่กับน้องห้าและรู้ใจน้องห้าที่สุดก็คือข้าผู้นี้ต่างหาก” ส่วนองค์ชายสี่ หรือ จาง ลี่เจิน ก็พูดขึ้นมาอย่างเหนือกว่าเสด็จพี่ทุกพระองค์ เพราะตนเองห่างจากน้องชายเพียงแค่ห้าปีเท่านั้นเลยไม่ต้องเข้าไปเรียนรู้งานกับเสด็จพ่อ อีกอย่างตนเองก็มักจะมีเวลาอยู่กับน้องห้ามากที่สุด ดังนั้นน้องห้าก็ต้องรักข้ามากที่สุดสิ! 

 

“อื้อออออ มะ มะ” แต่เหมือนความหวังทุกคนจะแตกสลายเมื่อเฟินเยว่ผู้เป็นเพียงก้อนแป้งหัดเดินและมีความคิดอายุเท่ากับผู้ใหญ่วัยสามสิบห้าปีเลือกที่จะเดินเข้าไปหาเสด็จแม่ที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักแทนพร้อมกับส่งเสียงร้องเรียกด้วยคำพูดที่ออกเสียงได้เพียงคำเดียว  

 

“พวกเจ้านี่จริงๆเลย น้องของพวกเจ้าคงจะหน่ายหน้าของพวกเจ้าแล้ว มาหาน้องทุกวันไม่เบื่อกันบ้างหรือไง” ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกกับลูกชายทั้งสี่คนด้วยความระอาปนเอ็นดู ลูกชายคนโตของตนเองก็อายุสิบห้าปีและเป็นถึงรัชทายาทแต่ก็ยังมีนิสัยเด็กๆแม้ภายนอกต่อหน้าจะสุขุมพียงใดก็ตาม แต่เมื่อพอเข้าหาลูกคนเล็กของตนเองก็จะลดความน่าเกรงขามลงทันทีเพราะกลัวน้องไม่เข้าหา ส่วนเจ้ารองของตนนั้นก็มีนิสัยต่างจากหน้าตาที่ดูดุดันเหมือนผู้เป็นตาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ไหนจะตำแหน่งรองแม่ทัพที่ดำรงอยู่ทุกวันนี้อีก แต่เจ้ารองก็มีนิสัยเสียอยู่หนึ่งอย่างนั่นก็คือเจ้ารองมักจะเห็นเด็กน้อยเกอเป็นไม่ได้ อยากจะได้มาเลี้ยงดูอุ้มชูเป็นน้อง โดยเฉพาะบุตรเกอคนเล็กของราชครูที่ลูกชายคนโตเป็นเพื่อนสนิทกันที่เจ้ารองมักจะไปเหย้าแหย่ให้เกอน้อยได้โกรธเคือง ส่วนเจ้าสามหรือองค์ชายสามเป็นคนที่รักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ หนังสือในแคว้นมีกี่เล่มก็ไปตามหามาอ่านจนครบเกือบทุกเล่ม ไหนจะยังคอยเป็นกุนซือให้พี่ใหญ่ของตนเองอีกทำให้ขุนนางทั้งหลายต้องคอยระวังองค์ชายสามมากที่สุดเพราะเป็นผู้ที่ฉลาดเฉลียวและเป็นกำลังหลังของรัชทายาทและถึงแม้จะสนิทกันมากขนาดทำงานร่วมกันได้อย่างดี แต่กระนั้นก็ยังคอยแย่งชิงความรักจากน้องชายคนสุดท้องอยู่ดี ส่วนบุตรชายคนที่สี่นี้แสบสันที่สุดในบรรดาพี่น้อง ชอบสัตว์เลื่อยคลานมากเป็นพิเศษ มีงูเผือกน้องนามว่าไป๋ไป๋ข้างกายตลอดเวลา บางครั้งว่างๆก็จะไปปีนต้นไม้หรือแกล้งเอาหนอนมาแกล้งนางกำนันจนวุ่นวายไปทั่วทั้งวัง และถึงแม้จะถูกลงโทษทุกครั้งก็ไม่เคยจดจำหรือเกรงกลัวทั้งสิ้น แต่พอมีน้องชายคนเล็กให้ได้ดูแลก็ลดความดื้อลงมาบ้าง แถมหลังๆยังชอบเอาสัตว์แปลกๆมาให้น้องเล่น โดยเฉพาะไป๋ไป๋ที่ยอมให้น้องชายคนเล็กได้นอนกอด แม้บางครั้งเยว่เออร์น้อยของตนเองก็ร้องไห้เพราะความตกใจเพราะไป๋ไป๋ชอบมุดเข้าเสื้อผ้าก็ตามแต่สักพักก็จะหยุดร้องและหยิบของปาใส่หน้าพี่ชายกลับคืนเพราะที่ไป๋ไป๋ทำอย่างนี้เพราะพี่ชายสั่ง แต่การกระทำของน้องชายที่ทำแบบนั้นใส่ผู้พี่ แทนที่จะทำให้ลี่เจินโกรธกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะออกมาแทน ตนเองที่เป็นมารดามองดูทีไรก็เหนื่อยใจทุกครั้ง เพราะกลัวเยว่เออร์จะเอานิสัยแปลกๆของพี่ชายมารวมกันจนไม่มีความเป็นเกอในกายเมื่อยามเติบใหญ่เหมือนบุตรเกอทั่วไปที่เรียบร้อยราวดังผ้าพับไว้ของบ้านอื่น 

 

“ก็พวกลูกรักน้อง อยากดูแลน้องนี่ขอรับ” 

 

“แม่เข้าใจพวกเจ้า แต่น้องจะต้องนอนกลางวัน พวกเจ้าก็กลับไปทำหน้าที่ได้แล้ว เดี๋ยวเสด็จพ่อจะตำหนิเอาได้ว่าเกเรกันขึ้นทุกวัน” 

 

“แต่เสด็จแม่ พวกลูกเพิ่งมาเองนะขอรับ” 

 

“งั้นก็ต้องปล่อยให้น้องนอน วันนี้น้องของเจ้าตื่นเช้านัก อีกไม่น่าก็คงง่วงนอนแล้ว เพราะแบบนั้นพวกเจ้าทั้งสี่คนห้ามก่อกวน” เมื่อโดนเสด็จแม่สั่งแบบนั้น พวกตนทั้งสี่คงก็ไม่กล้ารบกวานน้องอีก เฟินเยว่ที่เห็นพี่ชายทำหน้าหงอยเหงาก็ใจอ่อน พยายามลุกเดินเข้าไปหาเสด็จพี่แต่ละคนก่อนจะโผเข้ากอดปลอบใจพี่ชายทั้งหลายเพื่อจะได้ไม่มีคนใดเสีใจที่ตนเองไม่รัก 

 

‘เกิดเป็นน้องเล็กนี่ช่างเหนื่อยจริงๆ’ 

 

พอพี่ชายกลับไปทุกคนแล้วเฟินเยว่ก็ได้นอนกลางวันสมใจ ร่างเด็กน้อยของตนในชาตินี้เหมือนก้อนแป้งน้อยๆที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง เล่นนิดหน่อยก็หมดแรงตลอด เพราะทุกครั้งหลังเล่นเสร็จเฟินเยว่ก็มักจะอยากนอนตลอดเวลา และช่วงกลางวันผ่านพ้นไปจนเข้าสู่ช่วงกลางคืน เสด็จพ่อก็จะกลับเข้ามาหาและส่งเข้านอนพร้อมนิทานที่เสด็จพ่อมักจะบอกตนเองตบท้ายของนิทานเสมอว่า เฟินเยว่เกิดมาพร้อมคำทำนายว่าจะเป็นผู้กอบกู้บ้านเมืองในอนาคตหากเกิดสงครามครั้งใหญ่ของมนุษย์ ตนเองผู้เป็นพ่อที่รู้ดีว่าลูกเกิดมาพร้อมภาระอันยิ่งใหญ่จึงอยากจะคอยพร่ำสอนลูกแต่เด็ก แม้จะยังฟังความได้ไม่ดีก็ตาม แต่ก็อยากจะสอนว่าลูกน้อยของตนเองไม่ได้เดินเส้นทางแห่งโชคชะตาเพียงผู้เดียว คนทั้งครอบครัวจะคอยปกป้องและสู้เคียงข้างลูกจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ดังนั้นขอให้เฟินเย่วอย่าได้กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น  

 

เฟินเยว่ที่รับฟังและรับรู้ทุกถ้อยคำของบิดาก็นึกถึงคำบอกเล่าของเทพชะตาที่เคยมาพูดคุยด้วยตอนเป็นเพียงวิญญาณ ว่าดวงชะตาของตนเองที่ไม่อาจก้าวข้ามได้โดยง่ายและเมื่อถึงคราวที่ต้องเผชิญแต่ก็จะมีผู้มาช่วยค้ำจุนหรือก็คือคู่ชีวิตที่ถูกสวรรค์ลิขิตด้วยด้ายแดงในทุกภพทุกชาติ เมื่อถึงเวลานั้นเฟินเยว่จะรับรู้ได้และชะตาชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จะเริ่มเกิดขึ้น ชีวิตจะเริ่มเข้าสู่สงครามและการเปลี่ยนแปลงตลอดไป…. 

 

 

 

 

 

............................................................................................................................ 

 

ความคิดเห็น