ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 บ้านในฝัน

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 บ้านในฝัน

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2563 08:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 บ้านในฝัน
แบบอักษร

ตอนที่ 5 

 

ผมนั่งรถมาทำงานกับบอส บรรยากาศในรถเงียบกริบ ผมพยายามชวนคุยเพราะเห็นว่ามันเงียบเกินไป ผมจำคำของพี่กิ๊กฝ่ายบุคคลที่เคยบอกว่า ‘อยู่องค์กรไหนเราก็ต้องศึกษาองค์กรนั้น’ อย่างน้อยผมก็น่าจะต้องรู้จักบอสไว้บ้าง  

“บอสครับ” ผมเรียกบอสก่อน เพื่อให้บอสหันมาสนใจในสิ่งที่ผมกำลังจะพูด 

“พี่” บอสตอบสั้นๆ 

“อะไรนะครับ” ผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจก็เลยถามกลับ 

“เรียกพี่ก็พอ” บอสหันมาสบตาผม 

“อ้อ ครับพี่” ผมทวนสรรพนามนั้นอีกครั้ง 

“ผมถามอะไรพี่ได้ไหมครับ” ผมขยับนั่งตัวตรง ในขณะที่บอสก็ตั้งใจขับรถ เพราะการจราจรเริ่มติดขัด แต่เราต้องไปให้ถึงก่อน 9โมงเช้า  

“ทำไมไม่ไปส่งผมเอารถที่ร้านล่ะครับ” ผมถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย 

“สายแล้ว” ถึงบางอ้อเลย ผมเม้มริมฝีปากพยักหน้าอย่างเข้าใจ 

“พี่ชอบออกกำลังกายเหรอครับ” ผมหันไปมองมัดกล้ามที่แขน ผ่านลงมาถึงหน้าท้องของพี่แก 

“รู้ได้ไง” บอสหันมามองหน้าผม แล้วถามกลับ 

“กะ ก็เดาเอา” ผมยิ้มเจื่อนออกมา 

“ชอบ” บอสตอบมาเพียงสั้นๆ 

“ดีจังเลยนะครับ ผมเองก็เคยชอบออกกำลังกายเหมือนกัน แต่ก่อนผมเกือบเป็นแชมป์กีฬาว่ายน้ำของมหาวิทยาลัยเลยน๊า” ผมได้โอกาสก็เลยคุยโม้สักหน่อย เผื่อจะชวนให้พี่แกคุยกับผมมากขึ้น 

“แล้วทำไมไม่ได้แชมป์” พี่แกถามกลับ มีการคุยตอบโต้กลับมา แสดงว่าผมชวนคุยถูกเรื่องแล้ว ต้องคุยเรื่องออกกำลังกายสินะ  

“ก็ตอนนั้นเรื่องเรียนต้องมาก่อนสิครับ ก็เลยหยุดเรื่องอื่นไปหมด” คือผมไม่บอกหรอกว่าไอ้พี่อัฐมันขี้หวง เวลาที่ผมว่ายน้ำมันก็ต้องถอดเกือบหมดใช่ไหมล่ะ ไอ้พี่อัฐมันสั่งห้ามไม่ให้ผมไปคัดตัว ผมเลยอดเป็นแชมป์ ผมมั่นใจเพราะจากสถิติผมว่ายได้ดีกว่าคนอื่นๆ 

“หึ!!” พี่แกหันมามองหน้าผม แล้วยกยิ้ม หมายความว่าไง ผมงงกับอาการหึ!!ของพี่แก 

“พี่ใส่น้ำหอมยี่ห้ออะไรเหรอครับ ผมว่ามันหอมดี กลิ่นเย็นๆ แต่ไม่ฉุน กลิ่นละมุนดีนะครับ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่พี่แกจะวกกลับมาถามผมเรื่องว่ายน้ำอีก 

“เคยดมตอนไหน” พี่หันมาจ้องหน้าผม หึ!! เมื่อคืนคงไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยสินะ  

“เอ่อๆ….ก็กลิ่นพี่อ่ะครับ อยู่ห่างกันไม่เกิน 1 เมตรก็ได้กลิ่นหอมแล้วปะ” ผมแก้ตัวไปข้างๆ คูๆ เอาตัวรอดไว้ก่อน 

“Versace pour homme” พี่แกตอบมาแค่นั้น ผมรู้ยี่ห้อแล้ว เปลี่ยนเรื่องดีกว่า ถ้าขืนคุยเรื่องน้ำหอมต่อมันจะวกกลับมาที่ผมอีก ไปเรื่องกินดีกว่า ทำไงได้ล่ะครับ ก็คนมันมีแผลเยอะ 

“พี่ชอบกินขนมเค้กหน้าอะไรครับ” ผมเปลี่ยนมาเรื่องกิน แต่ผมนึกอะไรไม่ออกนอกจากสิ่งที่ผมชอบกิน นั้นก็คือขนมทุกชนิดที่มีรสหวาน 

“ไม่ชอบกินขนม” คุยเรื่องขนมต่อไม่ได้ละ ไปเครื่องดื่มบ้างดีกว่า 

“แล้วกาแฟหล่ะครับ” ใครๆ ก็ชอบกินกาแฟ ถามเรื่องกาแฟนี่แหล่ะเบสิกๆ 

“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล” ตอบสั้นๆ อีกละ  

“อาหารล่ะครับ” รู้เรื่องเครื่องดื่ม ก็ต้องต่อด้วยอาหาร 

“อะไรก็ได้ที่ไม่หวาน” ผมหมดคำถามแล้ว มีอะไรอีกนะที่ผมยังไม่รู้เกี่ยวกับบอส อ้อนึกออกแล้ว 

“พี่จบจากที่ไหนเหรอครับ” ยังเหลือเรื่องให้ผมถามอีก  

“มหาวิทยาลัยCR” พี่แกตอบมาสั้นๆอีกแล้ว 

“ห๊ะ งั้นพี่ก็เป็นรุ่นพี่ผมนะสิครับ ผมรู้มาว่าพี่เรียนสถาปัตย์ ใช่ไหมครับ” ผมตกใจที่รู้ว่าพี่แกจบที่เดียวกับผม  

“ใช่” พี่แกตอบกลับมาสั้นๆ ไม่มีการขยายความอีกแล้ว นี่ถ้าผมจีบพี่แก ผมถอดใจไปแล้ว สงสัยคงจีบไม่ติดชัวร์  

“ขอโทษนะครับ เราอายุห่างกันกี่ปีนะ ผม 23 แล้วพี่ล่ะครับ ผมอยากรู้ว่าตอนที่ผมเข้าเรียน พี่เรียนจบไปหรือยัง” ผมถามพร้อมกับขยายความ 

“28” สั้นๆ อีกละ 

“ห่างกัน 5 ปี ก็แสดงว่าพี่รุ่นเดียวกับพี่ธีร์นี่ครับ แถมยังเรียนคณะเดียวกันอีก เป็นเพื่อนกันก็ไม่บอก ตอนที่ผมเข้าเรียนปี 1 พวกพี่ก็เรียนอยู่ปี 5 ใช่ไหมล่ะครับ ว้า…..ทำไมเราไม่เจอกันเลย คณะก็ใกล้กันนิดเดียว” ผมบวกลบอายุเราแล้ว แสดงว่าเรายังเรียนคาบเกี่ยวปี 1 กับปีสุดท้าย แถมยังเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับไอ้พี่ธีร์ปากรั่วนั้นอีก 

“หึ!!” พี่แกยกยิ้มตอนมองหน้าผมอีกแล้ว 

รถเลี้ยวเข้าไปจอดในอาคารออฟฟิศ หัวข้อสนทนาของเรา จึงจบลงแค่นั้น ต่อไปก็เป็นเวลาของความวุ่นวายในการทำงาน นี่ผมยังไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้าพวกพี่ที่ทำงานผมจะทำหน้ายังไงกับวีรกรรมของไอ้พี่ธีร์เมื่อคืน ผมกับบอสขึ้นลิฟท์ไปถึงชั้น 15 อย่างเฉียดฉิว 8.58 น. สำหรับบอสที่เป็นเจ้าของบริษัทไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับลูกน้องอย่างผมนี่สิ ถ้ามาสายแค่ 1 นาทีก็นับว่าขาดงานไปครึ่งวันแล้ว เมื่อไปถึงพี่ๆ ก็มาทำงานกันหมดแล้ว บอสเดินเข้าห้องทำงานพี่แก ส่วนผมเดินไปที่นั่งที่โต๊ะตัวเอง แล้วไอ้พี่ธีร์ก็เดินเข้ามา 

“สวัสดีตอนเช้าน้องไออุ่น” พี่ธีร์ทักผม พร้อมกับทำหน้าประหลาดๆ แสดงว่าอาจจะรู้ว่าตัวเองทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ผมแล้วสินะ 

“สวัสดีครับ” ผมตอบแค่นั้นแล้วก็เปิดคอมพิวเตอร์ เตรียมตัวทำงาน 

“ไออุ่นพี่ขอโทษ พี่เมา พี่สำนึกผิดแล้ว อย่าโกรธพี่เลยนะ” พี่ธีร์คว้ามือผมเข้าไปกุมไว้ แล้วลูบที่หลังมือ พร้อมกับกล่าวขอโทษ อยู่อย่างนั้น 

“ครับ คราวหน้าที่ก็ห้ามพูดพาดพิงเรื่องอดีตของผมอีกก็แล้วกัน” แกเอามือของผมไปแนบแก้ม แล้วถูไปมาเหมือนลูกแมว 

“น้องไออุ่น บอสให้เข้าไปพบจ๊ะ” พี่กิ๊กเดินมาบอก ผมเลยหันหลังไปมองที่ห้องทำงานของบอสที่มีเพียงกระจกใสกั้น ก็เห็นว่าบอสกำลังจ้องมาที่ผมกับไอ้พี่ธีร์  หน้าตาบอสเหมือนโกรธใครมา งานเข้าด่วนรึเปล่า หรือว่าลูกค้าปฏิเสธงาน ดูเหมือนคนอารมณ์ไม่ดีสุดๆ   

“ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” ผมชักมือกลับมาจากไอ้พี่ธีร์  “ผมไปก่อนนะ”  ผมบอกไอ้พี่ธีร์ พี่แกก็พยักหน้ารับหงึกๆ จากนั้นผมก็เดินไปเคาะห้องบอสก่อนจะเปิดประตูเข้าไป พอเปิดเข้าไปก็เห็นบอสนั่งหน้าตึงอยู่ที่โต๊ะทำงาน 

“พี่มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ พอดีผมกำลังจะออกแบบ….”  ผมเดินเข้าไปหาแล้วชิงพูดขึ้นก่อน เห็นหน้าพี่แกตึงขนาดนี้ผมก็ไม่อยากอยู่ในห้องเย็นนานนักหรอก แต่ผมยังพูดไม่จบ พี่แกก็สั่งงานผมทันที 

“ออกไปไซส์งานกับผม ผมจะให้คุณรับผิดชอบงานนี้ทั้งหมด” หน้าก็ตึง พูดก็เสียงห้วน เป็นอะไรของเค้า เมื่อเช้าที่เดินเข้ามายังดีๆ อยู่เลย 

“ครับ ผมต้องเตรียมอะไรบ้างครับ หมายถึงเตรียมแบบเตรียมอุปกรณ์หรือยังครับ หรือว่าผมต้องไปเตรียมก่อน” ผมขมวดคิ้วถามพี่แก เพราะการออกไซส์งานผมยังไม่รู้ว่าจะไปดูส่วนไหน สถานที่ แบบบ้าน รายละเอียดอะไรก็ไม่บอกผม 

“ไปบอกพี่ซุปว่าคุณจะไปไซส์งานแทน บอกว่าผมสั่ง เดี๋ยวพี่ซุปจะบอกรายละเอียดกับคุณเอง”  คุณๆๆ เหรอ เมื่อเช้ายังให้เรียกพี่อยู่เลย นี่ผ่านมายังไม่ทันข้ามวันก็ตีตัวออกห่างซะละ 

“ครับ” ผมเดินไปบอกพี่ซุปตามที่บอสสั่ง พี่ซุปก็ทำตามอย่างที่บอสว่าจริงๆ ที่นี่นอกจากจะทำงานเป็นทีมแล้ว ระบบการสื่อสารยังดีเยี่ยมอีกด้วย เข้าใจแม้ไม่ได้คุยกัน 

เมื่อผมเตรียมทุกอย่างเสร็จภายใน 15 นาที ผมก็ไปเคาะห้องบอสอีกรอบ เพื่อออกไปไซส์งานด้วยกัน สถานที่ที่จะไปเป็นบ้านสร้างใหม่ชั้นเดียว บนเนื้อที่ 2 งาน พื้นที่ใช้สอย 200 ตารางเมตร อยู่แถวทองหล่อ ดูจากแบบน่าจะเป็นบ้านที่โปร่งระบายอากาศได้ดี เพราะผนังบ้านสูงตั้ง 4 เมตร ถึงจะเป็นบ้านชั้นเดียวก็จริงแต่ในส่วนของห้องนอนจะสร้างขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งโดยเฉพาะ ภายในตัวบ้านมีห้องนั้นนี้เต็มไปหมด ต้องไปดูหน้างานว่าจะอลังการขนาดไหน นี่เป็นแบบบ้านในฝันของผมเลย ผมยังเคยคุยกับพี่อัฐตอนที่ยังเป็นแฟนกันว่าอยากได้บ้านชั้นเดียวโปร่งๆ มีหลายๆ ห้อง แบ่งการใช้งานเป็นสัดส่วน แต่ห้องนอนขอสร้างแยกขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง จะได้มองเห็นบรรยากาศรอบๆ บ้าน ที่มีสวนไม้ใบที่เขียวชะอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี มีบ่อปลาคาร์ฟปูด้วยไม้ระแนงหลังคามุงด้วยไม้เลื้อยอย่างม่านบาหลีกับพวงประดิษฐ์ จะได้มีมิติของสีเขียวสบายตาและสีชมพูแบบหวานๆ ผสมกัน ผมจะเอาห้องฟิตเนสติดกระจกไว้ติดกับสวน จะได้ดูสวนเพลินๆ เวลาออกกำลังกาย ในส่วนของการตกแต่งภายในผมจะออกแบบและเลือกวัสดุเองทั้งหมด ส่วนตัวบ้านให้พี่อัฐเป็นคนออกแบบ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แม้ในใจลึกๆ ผมก็ยังรอพี่อัฐอยู่….  

“แบบบ้านในฝันของผมเลยนะครับเนี้ย” ผมพูดออกมาหลังจากศึกษาแบบไปด้วยขณะเดินทาง ในขณะที่บอสก็กำลังตั้งใจขับรถ ผมอาสาขับให้แต่พี่แกบอกจะขับเอง มีที่ไหนล่ะที่เจ้านายจะขับรถให้ลูกน้องนั่งสบายๆ ขนาดนี้ เพื่อให้สมกับที่พี่แกใจดี ผมก็ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ทำการศึกษาแบบไปด้วย จะได้มีเรื่องคุย ยิ่งเมื่อเช้าไม่รู้เครียดเรื่องงานนี้หรือเปล่าถึงได้หน้าบึ้งตึงจนลูกน้องเข้าหน้าไม่ติด  

“อื้ม” พี่แกตอบรับในลำคอแค่นั้น 

“เจ้าของบ้านน่าจะรวยมากเลยนะครับ เพราะที่แถวทองหล่อที่ดินแพงจนคนที่รวยแบบธรรมดาน่าจะแตะไม่ได้เลย หรือไม่ก็อาจจะเป็นที่มรดก สมบัติเก่าอะไรแบบนี้ ” ผมก็วิเคราะห์ของผมไปเรื่อย ไม่อยากให้รถเงียบนี่ครับ 

“……” ไม่มีเสียงตอบรับ แสดงว่าไม่ชอบวิจารณ์คนอื่น ผมก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุย 

“พี่ไม่ต้องกังวลนะครับ เรื่องอินทีเรีย เดี๋ยวผมจะทำให้ดีเลย เพราะแบบบ้านแบบนี้เป็นบ้านในฝันของผม มันอยู่ใกล้ความคิดผมมากเลย เดี๋ยวพอไปดิวงานกับลูกค้า รู้ความต้องการแล้วผมจะออกแบบให้สวยเลย” ผมบอกจากความตั้งใจของผมจริงๆ และอยากให้บอสมั่นใจคลายความกังวลลงไปบ้างก็ยังดี 

“หึ!!ทำให้ดีก็แล้วกัน” บอสสบตาผมนิ่ง พร้อมกับแสยะยิ้มแปลกๆ กลับมาอย่างที่พี่แกชอบทำเมื่อตอนเช้า 

“ครับ ผมจะไม่ทำให้เสียชื่อบริษัทของพี่เลยครับ โปรดวางใจ” ผมคุยทับไปอีก เพราะผมค่อนข้างมั่นใจว่าลูกค้าจะต้องชอบไอเดียของผมอย่างแน่นอน  

*********************************** 

ความคิดเห็น