facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ : )

บทที่ 5 คอยเธออยู่ ณ บางกระเส่า

ชื่อตอน : บทที่ 5 คอยเธออยู่ ณ บางกระเส่า

คำค้น : ดอกผักบุ้งวุ่นรัก, วงล้อแห่งรัก, หัวใจในตะวัน, เอลยา, นิยายโรมานซ์, โรแมนติก, อีโรติก, นายหัว, พรานร้ายพ่ายรัก, กรุ่นรักไอปรารถนา, กรุ่นกลิ่นอราบิก้า, #นิยายโรมานซ์ฟินจิกหมอน , #นิยายอีโรติค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2563 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 คอยเธออยู่ ณ บางกระเส่า
แบบอักษร

ชนแดนมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่บิดาเป็นผู้สร้าง เขามีรีโมตคอนโทรลเปิดประตูรั้วอันกว้างขวาง ชายหนุ่มจัดการกดให้มันเปิดออกกว้างเพื่อให้รถแท็กซี่ขับเข้าไปภายใน เมื่อเอากระเป๋าสัมภาระลงหมดแล้ว เขาก็จ่ายค่าแท็กซี่ คบขับก็เคลื่อนรถกลับออกไป  

ชนแดนยืนมองคฤหาสหลังงามตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังรำลึกถึงอดีต ไม่นานก็มีชายวัยห้าสิบตอนปลายวิ่งออกมาจากทางด้านหลัง พอเห็นว่าเป็นใครก็ทำตาโตเหมือนโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ 

"คุณแดนหรือครับนั่น!" เสียงทักดังขึ้นก่อนจะยิ้มกว้างอย่างยินดี ชายหนุ่มยิ้มให้คนเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่เขายังเล็ก 

"ผมเองลุงทิน ไม่ใช่ผีหรอกน่า"  

ชายหนุ่มกล่าวพลางเข้าไปกอด เห็นลุงทินก็ทำให้นึกถึงบิดา เมื่อก่อนลุงทินเป็นคนขับรถให้พ่อ เป็นเงาตามตัวพ่อ เห็นพ่อก็ต้องเห็นลุงทินด้วย ชนแดนรู้สึกวาบโหวงในอก... บ้านหลังใหญ่โตที่พ่อได้สร้างเอาไว้ให้ลูกชายสองคน พี่ชายของเขาดูแลรักษาสภาพเอาไว้เป็นอย่างดี 

ลุงทินยิ้มและมีน้ำตารื้นในดวงตา มองชายหนุ่มผู้เป็นลูกชายคนเล็กของเจ้านายด้วยสายตาแสดงความจงรักภักดี ชายตรงหน้าไม่ใช่หนุ่มน้อยอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นชายหนุ่มเต็มตัว ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ดูผึ่งผายแม้ยามอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลายเช่นนี้  

ลุงทินไม่แน่ใจว่าคุณชนแดนยังคงมีลักษณะนิสัยห้าวเกเรเหมือนสมัยยังเป็นวัยรุ่นอยู่หรือเปล่า เพราะนิสัยของคุณคนเล็กนั้นคล้ายกับคนเป็นพ่อมากกว่าพี่ชายคนโตที่สุขุมเยือกเย็น เนื่องจากเป็นลูกคนเล็กจึงถูกผู้เป็นพ่อตามใจสุดโต่ง 

"เหลือกันอยู่กี่คนล่ะตอนนี้"  

เสียงห้าวเอ่ยถามคนเก่าแก่  

"คนเก่าแก่สมัยคุณท่านยังอยู่ครบครับ คุณใหญ่ไม่ยอมให้ไปไหน เลี้ยงดูอย่างดี ไม่ยอมให้ทำงานหนัก จ้างคนใหม่เข้ามาเพิ่มอีกสามคนให้ทำงานบ้านและงานสวนแทนครับ"  

ลุงทินเอ่ยตอบ คนเก่าแก่หมายถึงคนรุ่นอายุเลยวัยเกษียณไปมากแล้ว ที่ไม่มีลูกหลานเลี้ยงดู ชนแดนยิ้มพยักหน้า 

"เฮียเขาดุขนาดนั้น ใครจะกล้าหนีไปไหนได้ล่ะ"  

ชายหนุ่มกล่าว ลุงทินยิ้มกว้างรับ รู้สึกดีใจจนหัวใจพองโตที่ได้เห็นคนที่เคยเลี้ยงดูมา เด็กผู้ชายสองคนที่พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่เล็ก ด้วยต่างถูกผู้ใหญ่จับคลุมถุงชน พอเวลาผ่านไป มีลูกสองคน คนโตอายุ 16 ปี คนเล็กอายุ 13 ปี จึงตกลงแยกทางกันอย่างเงียบๆ หย่ากันแต่ยังคงเป็นเพื่อนกันอยู่ ฝ่ายชายก็มีผู้หญิงเข้ามาในชีวิตบ้างตามประสาผู้ชายที่มีฐานะมั่งคั่งและหน้าตาดี ไม่น่าเชื่อว่าเวลามันผ่านไปสิบสี่ปีแล้ว 

"จริงครับ เวลาดุล่ะเหมือนคุณท่านไม่มีผิด เอ่อ เดี๋ยวผมจะเรียกไอ้ม่วงให้มันเอากระเป๋าขึ้นไปข้างบนนะครับ ห้องคุณแดนน่ะ คุณใหญ่สั่งให้คนรักษาความสะอาดอยู่ตลอดล่ะครับ" 

ลุงทิมกล่าว จากนั้นก็เรียกคนงานผู้ชายอีกคนมา ชนแดนเดินเข้าไปข้างในตึก ลิลลี่มองทุกอย่างด้วยสายตาที่พึงพอใจ 

"บ้านคุณส๊วยสวยค่ะดาร์ลิ่ง อย่างนี้ลิลลี่อยู่ได้สบาย"  

เสียงหวานพร้อมกับยิ้มหวานประกอบ ยื่นหน้ามาหอมแก้ม ชนแดนหัวเราะหึในลำคอ... ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ตาโตกับฐานะของเขา เมื่ออยู่ที่ลอนดอนเขามีแฟลตหรูขนาดใหญ่ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ก็ปิดเอาไว้เฉยๆ เพื่อนฝูงที่โน่นต่างรู้ดีถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงของชายหนุ่ม  

ครอบครัวของเขานั้น บิดาและมารดาต่างมีฐานะร่ำรวยทั้งคู่จากมรดกตกทอด ไม่ได้ทำธุรกิจเปิดบริษัทใหญ่โตอะไร แต่บิดาเป็นผู้มีความเก่งเรื่องการเล่นหุ้น นั่นคือวิธีการหาเงินของท่าน และเป็นสิ่งที่ชนแดนได้รับเป็นมรดกตกทอดมา เขาไม่ต้องทำอะไรมาก แค่นั่งดูกราฟหุ้นอย่างชิลล์ๆ และเวลานี้ก็มีโบรกเกอร์ที่เขาไว้วางใจคอยช่วยดูแลให้อีกที 

"บ้านนี้ไม่ใช่บ้านผมหรอก เป็นของพี่ชายผม"  

เสียงห้าวกล่าว ผู้หญิงทุกคนไม่ว่าจะมาจากสังคมสูงไฮโซระดับไหน เขาผ่านมาหมดแล้วทั้งนั้น และสิ่งที่พวกเจ้าหล่อนต้องการไม่ใช่สิ่งที่ลึกลับซับซ้อน แต่เป็นแค่เงิน แค่วัตถุอำนวยความสะดวกและอัญมณีประดับบารมี ก็เท่านั้น ซึ่งเขาพร้อมปรนเปรออยู่แล้ว แลกกับความพอใจกับเรื่องบนเตียง 

"เหรอคะ แล้วบ้านคุณไม่มีเหรอคะที่รัก" ลิลลี่เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ทราบว่าเขามีเงิน ซึ่งจะซื้อบ้านที่ไหนก็ได้ 

ชนแดนชะงักนิดหนึ่ง มองใบหน้าสวยเย้ายวนอารมณ์ที่เขามองว่ามีเสน่ห์ร้ายกาจ ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่ดึงร่างเซ็กซี่เข้าไปกอดแล้วก้มลงประกบริมฝีปาก แลกจูบกันอย่างเร่าร้อนหิวกระหาย เขาดึงแขนลิลลี่ขึ้นไปชั้นบนทันที  

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ชนแดนก้าวลงจากเตียง เดินร่างเปลือยเปล่าเข้าไปในห้องน้ำ โยนถุงยางทิ้งในถังขยะแล้วจัดการอาบน้ำ พายุกามารมณ์ผ่านไปแล้ว ได้ปลดปล่อยตามความต้องการแห่งธรรมชาติทำให้รู้สึกตัวเบาสบาย ร่างอวบอั๋นของสาวลูกครึ่งไทย-อังกฤษตามเข้ามา โอบกอดลูบคลำร่างสูงใต้สายน้ำ 

"อืม...ลิลลี่รักคุณจังค่ะแดน..."  

เสียงกระซิบเซ็กซี่ใกล้หู ชนแดนกระตุกยิ้ม หันหน้ามารวบเข้าไปกอด บทพิศวาสอันเร่าร้อนจึงเกิดขึ้นอีกครั้งใต้สายน้ำ 

"รักผมจริงหรือ หึๆ" เขาหัวเราะในลำคอ 

"จริงสิคะ" 

"คุณรู้ไหมว่าความจริง ผมมีบ้านอยู่ต่างจังหวัด บ้านแม่ผม ท่านอยู่ที่นั่น"  

เขาเอ่ยเล่า เมื่อเสร็จกิจก็อาบน้ำแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างไม่แยแสคู่ขาอีกต่อไป ลิลลี่พันร่างด้วยผ้าเช็ดตัว ขมวดปมหมิ่นเหม่ เห็นเนินเต้าล้นทะลักอยู่เหนือขอบผ้าเช็ดตัว แต่คนมองไม่มีอารมณ์ใคร่เหลืออยู่แล้วในตอนนี้ จึงมองด้วยสายตาว่างเปล่า  

ผู้หญิงคือคู่นอน... เขาต้องการเพียงแค่นั้นเอง อย่างลิลลี่ก็คบกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว เพราะเป็นลูกครึ่งเหมือนกัน ลิลลี่เกิดและโตที่อังกฤษ เป็นพวกรักอิสระเสรี ที่ตามเขามาครั้งนี้ ก็เห็นบอกว่าต้องการมาเที่ยวเมืองไทยซึ่งเจ้าหล่อนไม่ได้มานานแล้ว เขาจึงไม่ได้ขัดใจ 

"ต่างจังหวัดเหรอคะ บ้านนอกอยู่ได้ยังไงคะ ลิลลี่เคยไปเที่ยว ไม่เห็นมีอะไรให้ดูเลย"  

ลิลลี่กล่าวพลางเบ้หน้าไม่ชอบ เดินไปนั่งคร่อมตักของร่างสูงที่นั่งพิงพนักเตียงอยู่ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด ไม่สนใจมือนุ่มที่ลูบไล้แผงอกเล่น 

"สวัสดีครับแม่"  

เสียงห้าวเอ่ยทักทายแล้วนิ่งฟังมารดาพร่ำเพ้อด้วยความดีใจ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มกับความดราม่าของคุณนายแม่ที่ดูจะโอเวอร์โหลด แต่เขาก็รักท่าน รู้สึกผิดนิดหนึ่งที่ไม่เคยกลับมาเป็นเวลาห้าปี ได้แค่โทรหาท่านเอา 

"แกมันใจร้ายเจ้าแดน พรุ่งนี้มาสุพรรณด่วนเลยนะยะ แม่เพิ่งคุยกับพี่ชายแกเมื่อกี้นี้เอง เรื่องปัญหาผลผลิตส่งป้อนโรงงาน เรามีที่ดินเยอะแยะทางนี้ ก็ทำไมเราไม่ปลูกเองบ้างล่ะ ตอนนี้แกกลับมาก็ดีแล้ว แกคุยกับพี่ชายแกซะให้เข้าใจ แล้วมาหาแม่เร็วๆ" 

"ครับ...เอาเป็นว่า ผมจะคุยกับเฮีย แล้วจะไปหาแม่โดยเร็วที่สุด"  

ชายหนุ่มกล่าวเสียงอ่อนโยนกว่าปกติ ฟังท่านตอกย้ำเรื่องให้ไปหาโดยเร็วอยู่อีกครู่หนึ่งก็วางสาย 

ชนแดนปัดมือนุ่มออกจากอาวุธลับระหว่างขาที่นอนนิ่งสงบอย่างหมดอารมณ์ 

"ผมจะต้องไปบริษัท คุณนอนพักเถอะ เพิ่งมาถึง... หิวหรือเปล่า เดี๋ยวผมจะให้คนหาอะไรให้ทาน"  

ชายหนุ่มกล่าว ตอนนี้เวลาบ่ายสองโมง คิดว่าจะออกไปดูออฟฟิศหน่อย ออฟฟิศที่เขาได้เห็นตอนที่ยังสร้างไม่เสร็จเพราะบิดามาสิ้นชีวิตเสียก่อน ผู้เป็นพ่อเป็นมะเร็งลำไส้ ท่านมีความต้องการผลิตอาหารเสริมที่ไม่มีสารปนเปื้อนให้กับโลก แต่ก็ทำไม่สำเร็จ  

แต่เวลานี้ชลธิศเป็นผู้สืบสานปณิธานต่อ ทำให้ความฝันของพ่อเป็นจริง โดยที่ชนแดนแทบไม่มีส่วนช่วยเลย เขารู้ว่าเขาใจดำไปนิดหนึ่ง แต่เพราะเวลานั้นเขาเจ็บปวดมากกับการสูญเสียท่าน รู้สึกอยากหนีไปให้ไกลๆ พี่ชายจะโทรหาเมื่อต้องการปรึกษาเวลาจำเป็นเท่านั้น แต่ชนแดนเชื่อมั่นในตัวชลธิสเสมอว่า เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้ว ไม่เคยเลยสักครั้งที่พี่ชายจะทำไม่สำเร็จ เขาถึงกล้าหันหลังให้ถึงห้าปีเต็ม 

"โอเคค่ะ ถ้างั้นลิลลี่ขอนอนพักสักตื่นก็แล้วกัน"  

ลิลลี่เอ่ย เมื่อ ปลุก แล้วเขาไม่ยอมเล่นด้วยก็ต้องล้มเลิกความตั้งใจ ล้มตัวลงไปนอนอย่างง่ายๆ ชนแดนเปิดกระเป๋าดึงบ็อกเซอร์ เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ออกมาใส่ เสยผมลวกๆ คว้าโทรศัพท์ใส่กระเป๋า หันไปมองร่างอวบอั๋นที่นอนแผ่หลาหลับอย่างหมดสภาพอยู่กลางเตียง ชายหนุ่มจึงเดินออกไปและปิดประตูตามหลัง 

***** 

"ฉันคุยกับแม่แล้ว... เราจะเริ่มทดลองปลูกพืชบางอย่างเอง ค่อยๆ เริ่ม ให้นายเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ไปเลย ฉันเคยคิดอยากจะทำเหมือนกันแต่เพราะมีแค่สองมือสองเท้า เลยหยุดความคิดนี้ไป แต่ตอนนี้นายกลับมาแล้วนี่ เริ่มโปรเจ็กต์นี้ได้เลย อยากพักกี่วันก็เชิญตามสบาย แต่ถ้าอิ่มพอแล้วก็เริ่มทำงานหลังจากนั้น" 

เสียงทุ้มจริงจังเอ่ยกับน้องชายเป็นการสรุปปิดท้าย หลังจากที่ได้เล่าปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นให้ฟังทั้งหมด ชนแดนพยักหน้าเข้าใจ 

"ผมพาเพื่อนมาด้วย เขาไม่ชอบบ้านนอก ฝากไว้ที่บ้านพี่ได้ไหม"  

"เฮ้ย ไม่เอา อย่าหาภาระมาเพิ่มให้ฉันอีกเลยเจ้าแดน แค่นี้ก็ปวดหัวจนแทบจะแตกอยู่แล้ว"  

ชลธิศปฏิเสธเสียงเด็ดขาด ชนแดนยักไหล่ 

"โอเค... ถ้างั้นก็เห็นจะต้องหิ้วเอาไปด้วย"  

ชายหนุ่มพึมพำ นึกเสียใจนิดหนึ่งที่พาลิลลี่มาด้วย เพราะพอจะรู้นิสัยว่าเจ้าหล่อนไม่ชอบสถานที่ห่างไกลความเจริญ 

"แล้วแกคิดว่าจะไปเมื่อไหร่" พี่ชายเอ่ยถาม 

"พรุ่งนี้" 

ชนแดนตอบทันที เขาต้องการไปพบมารดา คิดถึงท่านและยังรู้สึกผิดไม่หาย  

"เฮียไม่ไปด้วยกันเหรอ" ชนแดนเอ่ยถาม 

"ไปได้ยังไง ทางนี้ยังวุ่นวายอยู่แบบนี้ เอาไว้จัดการเสร็จก่อน" 

ชลธิศตอบ ยกมือขึ้นเสยผม ถอนหายใจหนักหน่วงออกมา 

"ถ้างั้นเย็นนี้กินอะไรดี ฉลองกันหน่อยนะเฮีย" 

ชนแดนเอ่ยชวน ชลธิศมองใบหน้าที่คล้ายกับเขา... ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาและพยักหน้า 

"ได้สิ ฉลองที่แกกลับมาบ้านเสียที...พ่อคงจะดีใจ" 

พี่ชายกล่าวเสียงขรึม 

"พ่อคงดีใจและภูมิใจในตัวเฮียมาก เวลามองลงมาเห็นสิ่งที่เฮียกำลังทำอยู่"  

ชนแดนพึมพำ เขาเห็นอาณาจักรที่พี่ชายสร้างขึ้นภายในเวลาห้าปี... เพียงแค่อำนาจเงินอย่างเดียวนั้นจะไม่อาจสร้างได้ขนาดนี้ หากมันต้องอาศัยมันสมองและความอุตสาหะ บวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้าด้วย ถึงจะออกมาเป็นอย่างที่เขาเห็นในเวลานี้ 

"ต่อไปก็เป็นทีของแกแล้วล่ะแดน ไปพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าแกก็เป็นลูกพ่อคนหนึ่งเหมือนกัน"  

พี่ชายกล่าว ชนแดนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคมสันเงยขึ้นมองไปยังเพดานราวกับให้ทะลุขึ้นไปถึงเบื้องบน เขากำลังสัญญาบางอย่างกับบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งเชื่อว่ากำลังเฝ้ามองดูพวกเขาอยู่อย่างใกล้ชิด 

ชนแดนไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องเกี่ยวกับการเกษตรมาก่อน แต่ไม่มีอะไรใต้ฟ้าที่คนเราจะทำไม่ได้ถ้าหากตั้งใจ เขาจะหาครูและผู้รู้มาให้คำแนะนำในสิ่งที่อยากรู้ ซึ่งแน่นอนว่ามีอยู่เต็มเมืองไทย และเต็มยูทูปอย่างแน่นอน 

เขากำลังจะได้ทำในสิ่งที่ท้าทายที่กำลังรออยู่ และที่สำคัญมีแม่ผู้กำลังเฝ้ารอคอยเขาอยู่... คอยให้ลูกอกตัญญูอย่างเขาไปกราบ 

ความคิดเห็น