facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 [II] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2563 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 [II] 100%
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 17 

 

 

“อะไรนะ!” 

 

“เสียงดังจังวะ” ผมเตือนเพื่อนเสียงเบา หูผมเกือบแตก 

 

“มึงบอกว่าเสี่ยจะกลับมาพรุ่งนี้หรอ!” 

 

“เออ! เนี่ยเขาต้องให้เพื่อนส่งข้อความมาบอกกูแน่” ผมเอาข้อความให้ไอ้ฟิกดูมันทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ 

 

“จริงหรอวะ ไม่เห็นอชิมันบอก” 

 

“จริงสิ เขาปิดเครื่องด้วยกูว่าต้องเป็นพี่ริโซ่แน่ๆ” ผมพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะทำหน้างงเมื่อไอ้ฟิกดึงแขนผมเดินออกไปนอกห้องมันตรงไปยังห้องนอนผม ทำไมมันต้องทำตัวลับๆด้วยวะ 

 

“มึงมั่นใจแค่ไหนว่าเป็นพี่ริโซ่” 

 

“มึงหมายความว่าไง” ผมไม่เข้าใจเพื่อนถ้าไม่ใช่พี่ริโซ่แล้วจะเป็นใครไม่ก็อาจจะเป็นเพื่อนเขาคนอื่น ถ้าจะคิดในแง่ร้ายผมว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก เราไม่ได้ไปมีเรื่องกับใครสักหน่อยการที่เสี่ยจะกลับมาก่อนกำหนดมันก็เป็นเรื่องดีนี่ ไอ้ฟิกยังไม่ทันอ้าปากอชิมันก็เข้ามาขัด มันเดินมาทั้งๆที่พันแค่ผ้าขนหนูรอบเอวโชว์ซิกแพคเข้ามาแบบไม่อายผมเลย 

 

“มันจะมาแล้วหรอ” 

 

“หูมึงจะดีเกินไปละ” ผมแขวะมัน ไอ้อชิยกยิ้มกวนผมก่อนจะแย่งโทรศัพท์ผมไปดู มันก็ทำตัวปกติ 

 

“แน่นอน กูขี้เสือก มันมาก็ดีแล้วนี่” 

 

“แต่” ไอ้ฟิกจะขัดแต่อชิมันไม่บ่อยให้เพื่อนผมพูดเลย 

 

“เดี๋ยวกูติดต่อไอ้ริโซ่ก่อนดีกว่า ไปฟิกกลับห้อง ส่วนมึงก็นอนด้วยล่ะไม่ใช่ตื่นเต้นจนไม่หลับไม่นอน” 

 

“เออ” ผมตอบเสียงเรียบพร้อมรับโทรศัพท์ตัวเองคืน ทำไมบทมันจะง่ายก็ง่ายแบบนี้วะ ผมเกาหัวเมื่อพวกมันสองตัวย้ายตัวเองออกไปจากห้องผม  

 

“โทรไปบอกแม่ดีกว่า” ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะนั่งเล่นบนเตียง แชทไปบอกเพื่อนด้วยเพราะอยากอวดล้วนๆว่าตัวเองกำลังจะมีความสุข  

 

“ชาม” 

 

“อะไรวะ” ผมหันหาไอ้ฟิกที่หายไปสักพักก็เข้ามาหาผมในห้อง อะไรของมันจะเข้ามาก็ไม่เคาะห้อง 

 

“ทำไร กูว่าจะขอยืมโทรศัพท์โหลดเกม xx” 

 

“เอ้า แล้วของมึงอ่ะ” ผมถามกลับไม่ใช่จะไม่ให้ยืมนะมันก็เคยยืมแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ 

 

“เครื่องกูดับเป็นเหี้ยไรไม่รู้เปิดไม่ติด ของไอ้อชิมันไม่ให้กูมึงก็รู้ เลยมายืมมึงเนี่ยกูต้องปั่นเวล” 

 

“ลำบากกูตลอดด” ผมบ่นมันไม่จริงจังเพราะยังไงซะก็ไม่ได้คุยกับเสี่ย ผมเล่นไอแพดก็ได้โน๊ตบุ๊คก็มี ผมลุกจากเตียงเอามือถือยื่นให้เพื่อน เรื่องรหัสผ่านนี่รู้ของผมหมด 

 

“เดี๋ยวเอามาคืนพรุ่งนี้เคนะ” 

 

“เออ เร็วๆด้วยเผื่อเสี่ยเขาโทรมาว่าจะถึงกี่โมง” 

 

“เออน่า” 

 

“เดี๋ยวมึง” ผมเรียกไอ้ฟิกที่กำลังจะออกนอกห้องผมอยู่แล้ว มันหันมามองหน้าผมงงๆ 

 

“อะไรวะ” 

 

“มึงว่าไอ้อชิมันเงียบผิดปกติป่ะ” คำถามผมทำให้ไอ้ฟิกขมวดคิ้วทันที 

 

“ไม่นะก็ปกติ” 

 

“จริงหรอวะ ทำไมกูรู้สึกว่ามันมีเรื่องอะไรที่ปิดบังกูไว้” ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆ 

 

“มึงคิดมากไปป่ะเนี่ย เสียเวลากูชิบหายกูจะเล่นเกมละ”  

 

“เออ” ผมตอบแต่เพื่อนมันไม่อยู่ฟังผมละ ได้โทรศัพท์ผมไปแม่งก็อารมณ์ดีเดินกลับไปซบอกผัวสบายใจ ผมเลิกคิดมากก่อนจะออกจากห้องไปปั่นผ้า เกือบลืมไปเลยแฮะว่าซื้อชุดใหม่มา 

จบพาร์ท ชาม 

 

 

ทราฟ พาร์ท 

ผมนอนก่ายหน้าผากทำหน้าเซ็งตอนนี้โทรศัพท์ผมมันพังไปแล้วเพราะผมโยนมันลงพื้นเอง เปิดไม่ติดทำอะไรไม่ได้ ไอ้ชามคงกำลังคิดมากแต่ผมก็ไม่พร้อมที่จะคุย ตอนนี้มันมีเรื่องให้ผมอารมณ์ไม่ดีอีกแล้ว 

 

“มึง” ไอ้ริโซ่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาผม ผมรีบนั่งเมื่อเห็นเพื่อนทำท่าทางแบบนั้น ตอนนี้ผมมาอยู่ที่บ้านเจโรถาวรมันเองก็ไม่ได้ว่าอะไรออกจะอยากช่วยผมเต็มที่ด้วยซ้ำ 

 

“เกิดอะไรขึ้นวะ” เจโรที่กำลังดื่มกาแฟเดินเข้ามาหาพวกผม ไอ้ริโซ่ยื่นโทรศัพท์มาให้ผมโดยที่สายที่ติดต่อมาคือไอ้อชิ มันทำให้หัวใจผมเต้นแรงกลัวว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น 

 

“มีอะไรอชิ” ผมยกโทรศัพท์แนบหูก็พูดขึ้นมาก่อน 

 

(“มีคนส่งข้อความมาบอกเมียมึงว่ามึงจะกลับพรุ่งนี้”) 

 

“!!!!” ถึงผมจะไม่ได้เปิดลำโพง เจโรกับริโซ่เองก็ได้ยิน เราสามคนหน้าเครียดขึ้นมาทันที 

 

(“กูคิดว่าพวกมันเริ่มลงมือแล้ว”) 

 

“แล้วชามมันว่าไง”  

 

(“มันดีใจใหญ่ตอนนี้มันกำลังซักเสื้อผ้าตัวใหม่จะใส่ไปรอรับมึง”) ผมได้ยินแบบนั้นก็กัดฟันกรอดด้วยความโกรธทันที  

 

“แม่งเอ้ย พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่!” 

 

“ก็อย่างที่ฉันบอกเมื่อเช้าฉันพอจะสืบรู้ว่ามันส่งคนไปที่เมืองไทย แต่ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไร” เจโรพูดขึ้น ผมเลยต้องวางโทรศัพท์ไว้แล้วเปิดกล้องคุยกับไอ้อชิดีๆ แต่เอาไปเอามาเรากลับเปลี่ยนไปเปิดกล้องในกลุ่มใหญ่เราแทน ตอนนี้เพื่อนผมทุกคนเมื่อมันรู้เรื่องก็ทำหน้าซีเรียสคิดกันไม่ตกทันที  

 

“กูจะส่งคนไปเช็คดูอีกทีว่ามันส่งใครไปแล้วไปทำอะไรกันแน่” 

 

“เราต้องรู้ให้ได้ก่อนที่มันจะถึงเมืองไทย ส่วนตอนนี้มึงอย่าให้ชามมันออกไปไหนพยามถ่วงไว้ก่อน” ผมพูดกับไอ้ริโซ่แล้วหันไปบอกอชิ มันเองก็พยักหน้ารับ 

 

(“กูจะพยายาม”) 

 

(“แต่กูมีเซ้นท์”) ไอ้โคม่าพูดขึ้นก่อนจะทำสีหน้าจริงจัง 

 

“ยังไง” ผมถามเพื่อน เรารอฟังคำตอบของไอ้โคม่า 

 

(“กูว่ามันอาจจะอยากจับตัวชาม”) ลมหายใจผมติดขัดเมื่อคิดไปถึงตรงนั้น ผมไม่อยากทำให้มันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ 

 

(“แต่กูคิดอีกแบบ….,มันน่าจะส่งมือปืนมา”) คราวนี้เป็นไอ้เฟสที่นั่งเงียบมานานไม่ได้พูดออกความเห็นอะไรแต่มันเองก็ฟังเราตลอด ผมข่มตาแน่นทันทีที่เพื่อนบอกแบบนั้น ใจผมมันสั่นไปหมดแล้ว แม่งเอ้ย! ผมกำลังทำอะไรอยู่เนี่ยทำไมผมไม่ไปอยู่กับไอ้ชาม แล้วถ้ามันเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ผมจะต้องปกป้องมันแต่นี่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลย ถ้ามันเป็นอะไรขึ้นมาผมไม่มีวันให้อภัยตัวเองแน่ 

 

“อย่าเพิ่งเครียด รอเลขาเจโรมันไปเช็คให้แบบชัวร์ๆก่อนถ้าเราสืบได้ว่าคนที่ไปเมืองไทยคือใครเราก็จะวางแผนทุกอย่างอีกที ส่วนตอนนี้มึงอชิอย่าพึ่งให้น้องชามออกไปไหนเด็ดขาด!” ไอ้ริโซ่พูดเสียงเข้ม ผมยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเองด้วยความเครียด  

 

(“ได้ ตอนนี้กูให้ฟิกมันไปแกล้งยืมโทรศัพท์ไอ้ชามมาละ น่าจะถ่วงได้ถึงพรุ่งนี้”) 

 

(“ส่วนเรื่องพ่อแม่มึงกูจะบอกเสี่ยใหญ่เขาจัดการเอง ไม่หลุดไปถึงชามแน่นอน”) ไอ้วิลพูดบอก ผมพยักหน้ารับเพื่อน 

 

“ขอบใจพวกมึงมาก” ผมพูดเสียงแผ่ว รู้สึกดึขึ้นมาหน่อยที่มีเพื่อนคอยช่วยผมอยู่ข้างๆแบบนี้ ผมบอกเพื่อนถ้ามีอะไรคืบหน้าจะติดต่อไปอีกทีตอนนี้ผมได้แค่รอข้อมูลจากคนของเจโรด้วยใจที่มันว้าวุ่น ร้อนรนไปหมดเพราะดูเวลาแล้วพรุ่งนี้เกือบเย็นๆเที่ยวบินที่คนของกันต์จะถึงเมืองไทย ดีที่มันไม่ได้นั่งเที่ยวบินที่เร็วที่สุด มันคงจะมั่นใจในคนของตัวเองมาก หรือไม่ก็มั่นใจว่าผมจะขัดขวางมันไม่ได้ ผมจะทำให้มันคิดผิด 

เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงเจโรก็เดินเข้ามาหาผมพร้อมเอกสารที่คนของมันส่งแฟกซ์มาให้ผมกับริโซ่รีบรับมาแล้วดูทันทีว่าไอ้คนที่กันต์มันส่งไปคือใคร 

 

“จริงอย่างที่เพื่อนนายบอก เขาส่งมือปืนไปจริงๆ” 

 

“มันจะเล่นถึงตายเลยใช่มั้ย” ผมพูดเสียงรอดไรฟัน ผมเครียดจนปวดหัวก่อนจะโยนเอกสารลงบนโต๊ะแรงๆจนมันกระจายลงพื้น 

 

“หมอนี่ค่าตัวแพงมากเลยนะเพราะแม่นปืนมากเลยล่ะ แต่มันส่งไปแค่คนเดียวคงจะนัดเจอแล้วฆ่าทิ้ง” 

 

“ทำไมมันกล้าทำได้ถึงขนาดนี้วะ ชีวิตคนทั้งคนนะเว้ย!” ไอ้ริโซ่เองก็โมโห 

 

“กูจะกลับ เที่ยวบินที่เร็วที่สุดกี่โมง” ผมพูดก่อนจะดึงโน๊ตบุ๊คของตัวเองมากดค้นหาเที่ยวบินกลับไทยทันที 

 

“เดี๋ยว” เจโรเรียกผมแต่ผมไม่สนใจ เมื่อเจอเที่ยวบินผมก็กดจองเตรียมจะจ่ายตังค์ เจโรเห็นผมไม่ฟังใครมันรั้งหัวไหล่ผมให้หันไปหามันจนผมต้องสะบัดออกแรงๆ ตอนนี้ผมอารมณ์ไม่ดีไม่อยากพาลใส่เพื่อนแต่แม่ง ผมเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ ผมกลัวไปหมดแล้ว กลัวว่าไอ้ชามจะเป็นอะไรไป 

 

“ฟังฉันก่อนทราฟ” 

 

“ฟังอะไรอีกวะ กูจะไม่ให้ไอ้ชามเป็นอะไรไปแน่!” ผมหันไปพูดกับมันเสียงดัง เจโรมองหน้าผมก่อนจะยกมือทำท่ายอมแพ้เมื่อเจอผมร้อนใส่ ไอ้ริโซ่รีบมากอดคอผมไว้กลัวว่าผมจะต่อยเจโรจริงๆ 

 

“เมียนายไม่เป็นอะไรหรอกเชื่อฉันสิ” 

 

“มันจะเป็นไปได้ยังไง กูอยู่นี่มันไม่มีใครคอยปกป้องเลย! กูกลัวจะบ้าตายอยู่แล้ว! โถ่เว้ย!!” ผมสบถด่าดังลั่น อยากจะพังทุกอย่างที่ขวางหน้าให้หมด 

 

“ถ้ามันเป็นอะไรไปกูจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง” 

 

“ใจเย็นมึง ลองฟังเจโรมันก่อน” ไอ้ริโซ่พูดห้ามผมเมื่อเห็นผมอ่อนลง เหมือนหัวใจผมมันจะหยุดเต้นผมไม่อยากคิดภาพที่มันทำร้ายคนรักของผม ซึ่งถ้ามันทำผมเอามันตายแน่ แค่ตอนนี้ที่มันกล้าทำขนาดนี้ผมไม่มีวันปล่อยให้พวกมันได้มีชีวิตที่มีความสุขแน่  

 

“ทำไมมันไม่ส่งคนมาฆ่ากูวะห้ะ กูจะไปหามัน” 

 

“เห้ยๆ ไอ้ทราฟมึงแม่ง! หยุด!” ไอ้ริโซ่ดึงรั้งผมไว้ ถ้ามันตัวเล็กกว่าผมหน่อยคงจะดึงผมไม่อยู่  

 

“กูบอกให้มึงฟังเจโรมันก่อน! มันมีแผน!” 

 

“แผนอะไรของมันวะ ตอนนี้มีสองสิ่งที่กูจะทำคือไปเอาเลือดหัวพวกมันออกแล้วกลับไปหาเมียกู!!” 

 

“ไอ้เหี้ย! มึงตั้งสติ สติ! มันมีทางออกแน่เมียมึงจะไม่เป็นอะไรมึงเชื่อกู เชื่อเจโรดิวะ!” 

 

“ใช่ ลองฟังแผนฉัน เชื่อสิงานนี้เราได้แต่กำไร ชีวิตพวกมันก็จะยืนอยู่บนความเป็นกับความตายเหมือนกัน” เจโรเดินมาล็อคผมไว้เงียบๆ ผมหอบเพราะยื้อฉุดกับไอ้เหี้ยริโซ่จนเหมือนเราจะต่อยกันอยู่แล้ว 

 

“ถ้าแผนมึงมันไม่เวิร์คกูจะเอาเลือดหัวมึงออกแทน” ผมหันไปพูดกับเจโรอย่างไม่เกรงกลัว มันทำหน้ามั่นใจในตัวเองใส่ผม ผมถึงได้ยอมนั่งดีๆรอฟังแผนที่มันจะพูด 

จบพาร์ท ทราฟ 

 

 

ชาม พาร์ท 

“ฟิกโทรศัพท์กูอ่ะ” ผมเขย่าเก้าอี้เกมมิ่งไอ้ฟิก มันเอาแต่กดโทรศัพท์ผมยิกๆ ส่วนไอ้อชินอนสบายใจอยู่บนเตียง ตอนนี้ก็เช้าละผมก็แต่งตัวรอแล้วไม่รู้เสี่ยเขาจะถึงตอนไหน ผมขอแลกเวรกับเพื่อนไว้แล้วด้วยไม่อยากไปทำงานใจผมมันไปอยู่ที่สนามบินแล้ว 

 

“ขออีกแปบได้มั้ย” 

 

“โอ้ย กูติดต่อเสี่ยเขาไม่ได้เลยเนี่ยบนเครื่องเขาก็มีไวไฟให้เล่นนี่โทรทางไหนก็ไม่ติดแบบนี้จะรู้ได้ไงว่ากลับมาถึงตอนไหน” 

 

“......”  

 

“ไม่ใช่ว่าจะมาเซอร์ไพรส์ที่บ้านนะ” ผมพูดกับตัวเองยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองไอ้ฟิก มันไม่สนใจผมเลยเอาแต่เล่นเกมในมือถือ ผมจะโทรหาคุณหญิงแม่ก็ไม่ได้มันเล่นยึดโทรศัพท์ผมไว้แบบนี้ 

 

“อชิมึงเอาโทรศัพท์มึงไปเปลี่ยนกับของกูหน่อย” ผมหันไปขอความช่วยเหลือจากไอ้คนที่คอยแต่จะกวนตีนผม 

 

“ไม่ โทรศัพท์กูมีไว้ทำงานไม่ได้มีไว้เล่นเกม” 

 

“กูจะโทรหาแม่เสี่ยเขาเนี่ยมันสำคัญนะเว้ย” 

 

“เอ้อรอก่อน” ไอ้ฟิกหันมาพูดกับผมแต่ก็ใส่หูฟังกลับเข้าที่เดิม =_= แม่งจะโกรธเพื่อนก็ไม่ได้ไม่อยากทะเลาะกับมัน 

 

“เล่นอะไรนักหนาวะ” ผมบ่นแต่ไม่เข้าหูมันหรอก 

 

“เออ ถ้าไอ้โซ่มันบอกมึงว่าไอ้ทราฟจะถึงกี่โมงพวกกูก็จะไปรับมันด้วยนะ” 

 

“พี่ริโซ่จะส่งข้อความมาบอกหรอ” ผมถามไอ้อชิด้วยความตื่นเต้น มันขยับมานั่งปลายเตียงแล้วพยักหน้าให้ผม ผมว่าแล้วต้องเป็นพี่เขาสงสัยจะคอยเช็คเที่ยวบินดูให้ว่าถึงไหนแล้ว ผมได้แต่คอยอย่างเดียว 

 

“น่าจะเย็นๆ” ผมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าขาดอะไรไป 

 

“ทำอะไรฉลองดีวะ” ผมถามพวกมันสองคนเมื่อนึกถึงตอนที่เรากลับมาถึงบ้านด้วยกัน มันต้องมีงานเลี้ยงสิ 

 

“เอาไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้ มันคงจะเจ็ทแลค”  

 

“เออว่ะ” ผมเองก็เพิ่งนึกได้นั่งเครื่องตั้งนานต้องมีอาการเจ็ทแลคอยู่แล้ว 

 

“พวกพี่โคม่าก็จะมาด้วยหรอวะ เขาพาวินไปเที่ยวนี่” ผมถาม เพราะไอ้อชิบอกว่าเพื่อนเสี่ยเขาจะไปรับเสี่ยเขาด้วยกัน 

 

“มันพาเมียกลับมาได้สองวันแล้ว มึงมัวแต่นั่งทำหน้าโง่อยู่ไงจะไปรู้อะไร” 

 

“ไอ้ฟิกเอาตะกร้อมาครอบปากมันให้กูดิ แม่งเห่าเก่ง” ผมแขวะมัน ไอ้อชิทำท่าจะมาเขกหัวผม ผมหดหันทันที แม่งชอบเล่นแรง 

 

“มึงก็เห่าตอบกูละวะ หึ” 

 

“ก็มึงเห่าก่อน” 

 

“พอ! หยุดกูรำคาญออกไปเถียงกันข้างนอกไป๊!” ผมจิ๊ปากขัดใจที่โดนไอ้ฟิกขัด ไอ้อชิมันก็ฮึดฮัดหยุดด่าผม 

 

“พวกมึงสองคนเนี่ยไม่เถียงกันสักวันจะตายรึไง” 

 

“มึงก็ชอบเถียงกับมันนะฟิก” ผมอดขะแขวะเพื่อนไม่ได้ ไอ้ฟิกมองหน้าผมด้วยสายตาขวางๆ มันคงอารมณ์เสียแล้ว 

 

“มันไม่เถียงกูหรอกเดี๋ยวนี้น่ะ” อชิพูดขึ้น ผมหันไปมองหน้ามันแบบไม่อยากจะเชื่อ มันโม้ 

 

“มึงก็ว่าไป” 

 

“เอ้า หลังๆมันเถียงกูก็จับจูบเลยไงมันก็เงียบของมันเอง หึหึ” ผมส่ายหน้าหน่ายๆ จู่ๆแม่งก็สวีทกันเฉยเลย อะไรของพวกมันวะ ไอ้ฟิกแม่งก็เขินหน้าแดงแต่ปากก็ยังด่าเขาปาวๆ ไม่รู้มันจะซึนไปถึงไหน 

 

ครืดดด ครืดดดด 

“!!!” เราสามคนเงียบทันทีเมื่อเสียงโทรศัพท์ผมสั่นเตือนว่ามีข้อความเข้า หัวใจผมมันฟูขึ้นมา ก่อนจะยิ้มกว้างรีบแย่งโทรศัพท์มาจากไอ้ฟิก 

 

 

*********** loading 50 per. ***************************** 

 

“เสี่ย” ผมพูดพร้อมฉีกยิ้มแล้วกอดเพื่อนตัวเองจนไอ้ฟิกหายใจไม่ออกมันถึงได้รีบดันผมไว้

 

“ไหนดูดิ้” อชิแย่งโทรศัพท์ผมไป ผมไม่สนละตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเสี่ยเขาจะมาตอนไหน

 

“กี่โมงวะ” ไอ้ฟิกหันไปถามคนรักตัวเอง

 

“สี่โมงเย็น งั้นเดี๋ยวกูบอกพวกนั้นก่อน พวกมึงสองคนก็ไปทำอาหารให้กูแดกได้แล้วหิวข้าว” อชิพูดพร้อมยื่นโทรศัพท์คืน ผมก็รับมาเก็บ

 

“เออออ” ไอ้ฟิกรับคำคนรักตัวเอง

 

“มึงอย่าทำไหม้นะ”

 

“ถ้าไหม้ก็ต้องแดก”

 

“กูทำเองดีกว่า” ผมพูดเสนออชิมันหันมามองหน้าผมเอือมๆ กูผิดอะไรก็คนอารมณ์ดีอยากทำอาหารนี่

 

“สุดท้ายกูก็ได้ทำ” อชิมันพูดจบก็เดินออกจากห้องไปเฉยเลย ผมเดินตามพวกมันสองคนยิ้มๆ

 

“แต่กูคงไปรับด้วยไม่ได้นะ พอดีต้องเปิดคลินิกตอนบ่ายถึงเย็นเลย”

 

“ไม่เป็นไร คนไปรับเยอะแยะละ” ผมพูดตอบเพื่อนรักยิ้มๆ มันก็ยิ้มบางมาให้ผมก่อนจะหันไปทำอาหาร ส่วนผมก็นั่งรอกินเงียบๆ

 

“ตอนไหนจะถึงเวลาน๊า” ผมพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้น

 

“อีกนานนี่เพิ่งเจ็ดโมงเช้า”

 

“รู้เหอะ”

 

“มึงนี่มัน” ไอ้อชิมันพูดเสียงรอดไรฟัน ผมเบ้ปากใส่มันอย่างหมั่นไส้ ผมกับมันนี่กัดกันได้ตลอดจริงๆ

 

“กูจะได้ไปเที่ยวทะเลละ พวกมึงก็เฝ้าบ้านไปแล้วกัน” ผมพูดบอกเมื่อเราทำอาหารเสร็จและพร้อมทาน

 

“หลังจากนี้พวกกูก็จะย้ายกลับไปคอนโดละ กูเพิ่งไปดูห้องใหม่ด้วย”

 

“ที่ใหม่หรอ เสี่ยน้อยเขาก็อยากได้นะ”

 

“ผัวมึงนี่ก็รวยเกิ้นซื้อได้แม่งทุกอย่าง” ไอ้ฟิกแขวะผม ผมเชิดหน้าทันทีด้วยความมั่นใจ

 

“แน่นอน มีผัวรวยชีวิตก็นิพพานแล้ว”

 

“แหวะ”

 

“ผัวมึงก็รวยนี่”

 

“รวยเหี้ยไรละ หนี้มันเยอะจะตาย” ไอ้ฟิกหันไปแขวะไอ้อชิ ผมรู้หรอกว่ามันแค่อยากแขวะไปงั้น ถ้าเกิดไอ้อชิไม่รวยนะบ้านผมก็จนแล้วล่ะ

 

“เป็นหนี้เพราะคอมกับเกมมึงเนี่ยแหละ”

 

“ไม่พอใจก็ไม่ต้องซื้อให้กู”

 

“พอๆ เดี๋ยวกูแดกข้าวไม่ลง” ผมรีบพูดห้าม แม่งคุยดีๆกันแค่สามคำนอกนั้นเถียงกันคอเป็นเอ็น ผมนึกภาพพวกมันอยู่ด้วยกันสองคนแบบมุ้งมิ้งไม่ออกจริงๆ

 

“เรื่องเที่ยวมึงก็อย่าพึ่งเลยรอให้เสี่ยเขาพักผ่อนก่อนก็ได้” ไอ้ฟิกพูดกับผม มันทำสีหน้าจริงจังทำให้ผมขมวดิ้วเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร มันเองก็คงห่วงเสี่ยน้อยเขาแหละ

 

“ก็ได้ เดี๋ยวค่อยคุยกับเสี่ยน้อยอีกทีว่าจะไปตอนไหน”

 

“ถ้าเสี่ยไม่ไปเดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อนนะ กูลาพักร้อนยาวเลยก็ได้”

 

“ใจดีจังวะ” ผมพูดยิ้มๆ มองเพื่อนที่กำลังส่งยิ้มมาให้ผมเหมือนกัน มึงมีแผนอะไรไอ้ฟิก น่าสงสัยจริงๆ หรือมันอยากหนีผัวไปเที่ยววะ

 

“เออ เอาดิเดี๋ยวกูให้พวกมึงไปสองคนเลย ชวนพวกปอนกับพัดไปด้วยก็ได้”

 

“ใจกว้างแท้” ผมอดจะแขวะไอ้อชิไม่ได้ มันยักไหล่ไม่สนใจผม เราเริ่มลงมือทานข้าวจนอิ่มก็ย้ายไปนั่งดูทีวีด้วยกันจนได้เวลาที่ไอ้ฟิกจะต้องไปทำงาน มันขับรถไปเองส่วนไอ้อชิไม่ไปส่งเมียรอไปรับเสี่ยน้อยกับผม

 

“ขับรถดีๆมึง” ผมบอกเพื่อนมันหันมายิ้มให้ผม สายตามันดูสั่นๆวูบนึงทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้เลย

 

“มึงเป็นไรวะ” ผมถามมันที่กำลังจะเดินไปขึ้นรถ

 

“เปล่า สงสัยหนังเมื่อกี้ทำพิษกูละ”

 

“จะร้องไห้เพราะหนังเนี่ยนะ” ผมอดจะสยองไม่ได้เพราะไอ้ฟิกมันร้องไห้ง่ายที่ไหน

 

“เออ แม่งถ้าเกิดกูไปรับเสี่ยกับมึงได้กูก็อยากไป มากๆเลยด้วย”

 

“มึงทำตัวแปลกจัง” ผมขมวดคิ้วมองเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ มันหลบสายตาผมพอดีกับที่ไอ้อชิเดินเข้ามาหาเรา

 

“ไปทำงานได้แล้ว”

 

“เออ กูไปนะชามเดี๋ยวกูรีบกลับมาหา”

 

“กูขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย”

 

“มึงนี่มันจริงๆเลย ความกวนตีนลดๆบ้างเหอะ” ไอ้ฟิกด่าผมแล้วก็ไปทำงาน ทิ้งผมไว้กับไอ้อชิสองคนเราก็แยกย้ายกันเข้าห้องเพราะผมต้องโทรไปบอกที่บ้านเสี่ยเขา แต่เหมือนจะไม่มีใครว่างรับสายผมเลยสักคนผมเลยได้หาอะไรทำรอ

 

จนกระทั่งถึงเวลาที่ผมรอคอยมานานเกือบเดือนกว่าจะได้เจอคนที่ตัวเองรักนี่มันทรมานสุดๆ ผมกับไอ้อชิมารถคันเดียวกันส่วนเพื่อนเสี่ยเขาที่เหลือล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ดูเหมือนทุกคนก็อยากเจอเสี่ยเขาไม่ต่างจากผมเลยมันทำให้ผมอดยิ้มกับมิตรภาพของพวกเขาไม่ได้

“เคลิ้มเลยดิ” ไอ้อชิขับรถอยู่ก็ยังมากวนตีนผม

 

“เออดิ กูตื่นเต้นจนมือเปียกเลยว่ะ” ผมพูดก่อนจะมองมือตัวเอง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงข้อความเข้ามาอีกครั้งผมหยิบขึ้นมาดูก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

“มึงทำไมเสี่ยเขาบอกให้ไปเจอที่ สนามxx วะเขาบอกเขาไปรอแล้ว” ผมสับสนไปหมด ไอ้อชิไม่พูดอะไรมันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาเพื่อนเสี่ยคนอื่นๆทันที

 

“มันคงไม่ชอบคนเยอะมั้ง” มันพูดขึ้นหลังจากที่วางสายแล้ว

 

“หรอวะ ทำไมมันเริ่มแปลกๆละ เสี่ยเขาแทนที่จะโทรมาแต่นี่ยังให้พี่ริโซ่ทักกูมาอยู่เลย” ผมพูดในสิ่งที่คิด ไอ้อชิยกมือขึ้นมายีหัวผมจนมันยุ่ง ผมไม่ได้สะบัดออกเพราะมันก็ชอบรังแกผมอยู่แล้ว

 

“คิดเยอะแยะ”

….ทำไมวันนี้มันพูดน้อยจังวะ ผมถอนหายใจยาวเหยียดพยายามไม่คิดมากเพราะยังไงซะเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว แต่ทำไมใจผมมันถึงรู้สึกเหมือนมีหมอกเต็มไปหมด เหมือนผมสับสนแต่หาทางออกไม่ได้

 

เราขับรถมาพื้นที่กว้างบริเวณนี้เป็นสนามกีฬาเก่าซึ่งมันตั้งอยู่ใกล้สนามบินมากเรามาถึงพวกพี่วิลพี่โคม่า พี่เฟสเองก็มาถึงพร้อมกัน ผมไม่เข้าใจทำไมเราต้องมาที่นี่

 

แต่เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวผม ผมมองไปที่ลานกว้างนั้นเห็นคนที่แสนคุ้นตาคนที่ผมรอคอยเขา ผมเลื่อนสายตาไปมองอีกคนข้างหลังกำลังง้างปืนขึ้นมาจ่อยิงไปที่เสี่ยน้อย มือผมสั่นตื่นตกใจจนเหมือนผมลืมหายใจไปแล้ว น้ำตามันไหลลงมาเอง แต่สมองผมประมวลผมไม่ได้ นี่มันเรื่องอะไร ทำไมต้องมีคนจะยิงเสี่ย แต่หมอนั่นเห็นผมมันกลับเล็งเป้ามาที่ผมที่อยู่ในรถ ผมเบิกตากว้างด้วยความไม่เข้าใจแต่ผมต้องรีบไปช่วยเสี่ยเขา ผมไม่ยอมให้เขาเป็นอะไรไปแน่

 

ตึก ตึก ตึก

 

“ฮึก ไม่นะ! หยุด! เสี่ย! ฮืออออ” ผมพยายามเรียกพยายามตะโกนเรียกร่างสูงที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผม ผมที่รีบลงจากรถหัวใจที่เต้นระรัวเมื่อเห็นชายร่างสูงด้านหลังเสี่ยน้อยชายคนนั้นยกปืนเล็งมาที่ผมด้วยสายตาวาวโรจน์ แต่เสี่ยกลับวิ่งเข้ามาบังจนผมมองไม่เห็นผู้ชายคนนั้น ผมไม่รู้เรื่องเลยว่าเราไปทำอะไรให้พวกเขา

 

“กลับเข้าไปในรถ!” เสี่ยน้อยตะโกนกลับมาร่างกายเขาสะบัดสบอมจนผมร้องไห้ออกมามากกว่าเดิม ผมร้องไห้ออกมาไม่หยุดเมื่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันทำให้ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ร่างสูงของคนที่เป็นทั้งชีวิตของผมหยุดวิ่งพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นไม่ทั่วพื้นที่บริเวณนี้

 

ตุบ

หมับ!

 

“ชาม....” ผมกอดร่างสูงเอาไว้แน่นเสียงเข้มดังขึ้นแผ่วๆเรียกชื่อผม พอผมเงยหน้ามองใบหน้าที่คุ้นเคยกลับต้องเบิกตากว้างทันทีเมื่อเลือดสีสดไหลลงมาไม่หยุดบริเวณหน้าผากอีกฝ่ายเพราะถูกยิงเจาะเข้าหัวที่ด้านหลัง

 

ผมช็อก ไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากผมเสียงปืนรอบข้างดังสนั่นไม่หยุดแต่ผมได้ยินแค่แว่วๆเท่านั้น ไม่มีอะไรเข้ามาในสมองผมนอกจากแขนผมที่กอดเสี่ยเขาไว้ไม่ปล่อย ผมเลื่อนสายตาสั่นๆ ของตัวเองมองใบหน้าของเสี่ยเขาอีกครั้งก่อนจะกัดฟันแน่นกลั้นเสียงสะอื้น

 

สะ เสี่ยเขา ไม่จริงใช่มั้ย!!

 

“ฮืออออออ ฮืออออ เสี่ย!! อย่าทิ้งผมไปแบบนี้ ฮือออ ไม่เอาแบบนี้ ฮื้อออ!” ผมกรีดร้องออกมาแทบขาดใจ หัวใจถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อใบหน้าของเสี่ยน้อยที่ยังคงลืมตามองผมอยู่แต่เขาไม่หายใจเลยสักนิดหัวใจที่แนบอยู่กับหน้าอกผมไม่เต้น เขาถูกยิงเข้าที่หัวขนาดนั้นคงไม่มีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นมาอีก จะหลอกว่าเป็นความฝันก็เหมือนจะเป็นไปไม่ได้เพราะที่ผมกำลังรู้สึกตอนนี้มันทรมานอย่างกับตายทั้งเป็น ผมสูญเสียคนที่รักไป

 

ตุบๆๆๆ

ผมพยายามทุบตีร่างสูงที่ไม่ไหวติงเลยแม้แต่นิดเดียวพยายามร้องเรียกเขาให้ตื่นขึ้นมา ผมยืนไม่อยู่ล้มทับร่างสูงทั้งอย่างนั้น เลือดไหลออกมาไม่หยุดเลยยิ่งทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่ได้

 

“เสี่ยๆๆ ไม่เอาแบบนี้ ตื่นขึ้นมาผมไม่เอา! อย่ามาแกล้งผมแบบนี้ ฮึกฮือออ” ผมนั่งทุบตีร่างสูงไม่หยุดจนแขนผมถูกกระชากให้ลุกขึ้น

 

“ชามพอเถอะ”

เป็นไอ้อชิที่ดึงผมขึ้นไปผมพยายามยื้อฉุดกับมันแต่ผมสู้แรงมันไม่ได้

 

“ปล่อยกู ฮือออ กูจะให้เสี่ยกลับไปกับกูด้วย!!” ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของไอ้อชิแต่มันรัดแน่นจนผมขยับไปไหนไม่ได้

 

“พอแล้วชาม กลับกันก่อน”

 

“กูไม่กลับถ้า อึ่ก ถ้าเสี่ยไม่กลับกูก็ไม่กลับบ!!” ผมตะโกนออกมาดังลั่นร้องไห้แทบหายใจไม่ทัน แต่ไอ้อชิมันไม่ฟังอะไรผมเลยสักนิด

ผมมองภาพที่เพื่อนๆ ของเสี่ยต่างก็รีบวิ่งเข้าไปดูร่างสูงที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ลมหายใจผมติดขัดบวกผมสะอื้นจนตัวโยดทำให้ผมลืมหายใจมันทำให้สติผมดับวูบไปทั้งอย่างนั้น

..

.

ผมได้กลิ่นที่แสนคุ้นเคยของโรงพยาบาลก่อนที่ภาพทุกอย่างจะเข้ามาในหัวผม

 

เฮือก!

พรึ่บ!

ผมสะดุ้งตื่นตกใจรีบลุกขึ้นนั่งจนทำให้ผมหน้ามืด ผมหงายหลังนอนราบอย่างคนไม่มีเรี่ยวแรง พอมองไปรอบๆก็เจอแต่เสาน้ำเกลือที่ติดอยู่กับแขนผม แล้วก็

“แม่” ผมพูดเสียงเบา คุณหญิงแม่สะดุ้งตื่นรีบเดินเข้ามาหาผม มันทำให้ผมร้องไห้ออกมาทันที

 

“มันไม่จริงใช่มั้ยครับ ฮึกฮืออออ”

 

“โธ่ชาม อย่างร้องนะลูก อึ่ก” คุณหญิงแม่เองก็รีบกัดปากตัวเองพยายามไม่ร้องไห้ตามผมแต่ท่านก็ทนไม่ไหวเราถึงได้ร้องไห้กอดกันทั้งอย่างนั้น

 

“พี่ทราฟอยู่ไหนครับ ฮึก เขาอยู่ไหนผมคิดว่าผมฝัน…”

 

“ไม่ลูก มันไม่ใช่ความฝัน”

 

“ไม่จริง ฮึออออออออออออ” ผมปล่อยโฮร้องไห้หนักจนแทบจะไม่มีน้ำตา ผมไม่มีแรงจะพูดหรืออือออกับใครผ่านไปพักใหญ่หลังจากที่หมอมาตรวจผมแค่เป็นลมธรรมดาและช็อคจนร่างกายรับไม่ไหวแค่นั้น จนกระทั่งไอ้อชิกับไอ้ฟิกมาผมถึงได้หยุดร้องแต่ก็ยังสะอื้นอยู่

 

“ดื่มน้ำหน่อยนะ” คุณหญิงแม่ป้อนน้ำให้ ผมรับมาดื่มด้วยความกระหาย

 

“มึงหลับไปตั้งสองวันแหนะ” ไอ้ฟิกเดินอ้อมมายืนข้างเตียงผม ผมเลื่อนสายตาที่บวมแดงของตัวเองมองไปที่ไอ้อชิ มันเองก็ทำหน้าเครียดแต่ผมต้องการคำตอบ ผมอยากรู้ว่าใครเป็นคนที่ทำกับเสี่ยน้อยแบบนั้น

 

“กูอยากรู้ว่าใครทำเสี่ย กูไม่ยอมหรอก อึ่ก มึงบอกกูได้มั้ยอชิ”

 

“ไม่ได้ว่ะ” ผมขมวดคิ้วแน่นด้วยความโกรธเมื่อเพื่อนไม่ยอมบอกอะไรผมเลย จะให้ผมทรมานไปถึงไห้ผมจะคลั่งตายอยู่แล้ว ผมกำลังจะด่ามันแต่คุณหญิงแม่รีบยกมือมาลูบหัวผมไว้ซะก่อน

 

“เรื่องนี้เสี่ยใหญ่กับป๊าเขาจัดการแล้วนะลูก อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเลยนะถือว่าทำเพื่อพี่เขากับแม่นะ”

 

“แต่ผม” ผมพูดไม่ออก คุณหญิงแม่โอบไหล่ผมไว้แน่น

 

“มันก็จะกวนใจผมไปตลอดชีวิต ผมไม่เข้าใจทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากผมไม่รู้ว่าเราไปทำอะไรให้เขา ตอนนั้น ฮึก ตอนที่เสี่ยถูกยิงไอ้หมอนั่นมันเล็งปืนมาที่ผมด้วย” ผมพูดเหตุการณ์วันนั้นอีกครั้งก็ทำให้ผมร้องไห้ออกมาอยู่ดี ผมห้ามน้ำตาไม่ได้ในเมื่อหัวใจผมมันเจ็บร้าวไปหมด

 

ผมจะอยู่ได้ยังไงถ้าไม่มีเสี่ยน้อย ผมอยู่ไม่ได้

 

“พอๆเดี๋ยวจะร้องไห้หนักกว่าเดิม กูว่ามึงรอไปถามกับเสี่ยใหญ่เขาเถอะนะ อีกอย่างมึงยังมีกูมีไอ้อชิ มีพวกไอ้พัดไอ้ปอนแล้วก็พ่อแม่มึงอีก อึ่ก กูไม่อยากให้มึงเศร้า ฮืออออออ แม่งเอ้ย!” ไอ้ฟิกพูดไปก็ร้องไห้ไปจนไอ้อชิต้องรีบมากอดปลอบคนรักของตัวเอง ผมมองสบตากับไอ้อชิที่มันเองก็เหมือนมีบางอย่างอยากจะพูดแต่มันก็ปิดบังผมอยู่ดี

 

“กูดันร้องไห้แทนมึงซะได้!”

 

“กูรู้ว่ามึงห่วงกู” ผมพูดปลอบเพื่อน แต่ตัวเองผมปลอบยังไงก็ไม่หายหรอก

 

“แล้วตอนนี้เสี่ยเขาอยู่ที่ไหนครับ” ผมถามเสียงแผ่ว ไม่อยากยอมรับแต่ผมอยากเจอเขาอีกสักครั้งก็ยังดี

 

“ตอนนี้พ่อเขาจัดการแล้วล่ะ ชามออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้เราก็จะเริ่มจัดงานศพแล้วละจ๊ะ”

 

“ผมจะไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ” ผมหันไปถามคุณหญิงแม่ ผมจะร้องไห้อีกแล้ว ปวดหนึบที่อกไปหมดจนหายใจแทบไม่ออก

 

“ไม่เป็นไร เรายังเหลือแม่นะลูก อยากร้องก็ร้องออกมาเลยร้องให้พอแล้วเราต้องมีชีวิตต่อนะ ห้ามเป็นอะไรไปอีกคนเด็ดขาดไม่งั้นคงเป็นแม่ที่ตรอมใจตายไปอีกคน”

…..ต่อมน้ำตาผมมันทำงานหนักมากแล้วล่ะ แต่ร้องให้ตายยังไงเสี่ยเขาก็กลับมาหาผมแล้ว

จบพาร์ท ชาม 

 

****************************

 

ตอนนี้ร้องไห้ตามชามไปแล้ว ไรท์ทำใจบไ่ด้บ่อน้ำตาแตก Q_Q ฮืออออ

TBC. 

ความคิดเห็น