facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาตราที่ 1 : ความผิดว่าด้วย สถานะที่ไม่ต้องการ

ชื่อตอน : มาตราที่ 1 : ความผิดว่าด้วย สถานะที่ไม่ต้องการ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2563 22:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาตราที่ 1 : ความผิดว่าด้วย สถานะที่ไม่ต้องการ
แบบอักษร

มาตราที่ 1 : ความผิดว่าด้วย เรื่องของสถานะที่ไม่ต้องการ

 

“ดูไว้แล้วกัน สองคนนั้นเช็คเอาท์เมื่อไหร่รีบบอกมิ่งทันทีเลยนะคะ” มิ่งกัลยาวางสายจากใครสักคนพอดีกับที่ร่างสูงของอีธานเดินออกจากห้องน้ำ

“มิ่งคิดจะทำอะไรกันแน่ฮันนี่ เมื่อคืนทำไมต้องมอมเหล้าสองคนนั้นด้วย” อีธานที่เดินมานั่งข้างๆถามหญิงสาวตรงหน้า

“แค่อยากเป็นกามเทพ”

“กามเทพ?”

“อื้อ” มิ่งพยักหน้าบอก อีธานมองใบหน้างดงามที่ฉายแววพึงพอใจชัดเจน

“มิ่งคิดจะทำอะไรแปลกๆหรือเปล่าคะ”

“ป่าววววว” เธอปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าไปมาช้า แต่อีธานยังคงมองใบหน้านั้นอย่างไม่เชื่อใจ มิ่งกัลยานั้นเจ้าเลห์พอๆกับพี่สาวบุญธรรมอย่างอัยย์ศลานั้นแหละ

“แล้วเมื่อคืนมิ่งทำอย่างไรทำไมหมวดวัตกับคุณทนายถึงไปอยู่ในห้องด้วยกันได้” อีธานถามอย่างสงสัย

“อ๋อออออ” คนทำร้องอ๋อลากยาวก่อนจะหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ

 

ย้อนกลับไปเมื่อวานช่วงหัวค่ำ

 

“มันจะได้ผลหรอเจ้” มิ่งกัลยากำลังโทรถามพี่สาวบุญธรรมเกี่ยวกับของบางอย่างที่อัยย์ศลาส่งมาให้ เพื่อแผนการครั้งนี้

“แน่นอน ยานั้นถูกพัฒนาในแลปรัฐบาล ออกแบบโครงสร้างมาเพื่อกล่อมประสาทกระตุ้นความรู้สึกนึกคิดของคนที่กินเข้าไป คนกินจะยังรู้สึกตัวแต่กระบวนการคิดจะสับสน หมดฤทธิ์ยาทุกอย่างจะยังคงอยู่ ไม่รู้สักนิดว่าตัวเองโดนวางยา”

“รัฐบาลคิดของพวกนี้ขึ้นมาเพื่อ”

“เพื่อใช้ในการล้วงเอาข่าวสารจากศัตรู สายลับมักจะใช้กันบ่อยๆ”

“แล้วมันใช้ยังไง”

“ครูแก้วไปกับเราด้วยไม่ใช่เหรอ”

“ใช่”

“เอาให้แก้ว แล้วบอกแก้วว่าพี่ให้มา”

“พี่แก้วใช้เป็นหรอ”

“อืม”

“โอเค้”

ไม่รู้แก้วกัญหาใช้ยังไง ตอนที่มิ่งกัลยาตามไปก็เจอวิษุวัตกับพีรกานต์ กำลังนัวเนียกันอยู่ก่อนจะหายเข้าไปในลิฟต์ที่เธอให้คนของเมธัสจัดการให้ เมธัสเป็นพี่ชายบุญธรรมของอัยย์ศลาและเป็นเจ้าของโรงแรมแห่งนี้

 

“มันยาอะไร ไออาร์เอามาให้มิ่งใช้เหรอ” อีธานถามขึ้นเมื่ออีกคนเล่าจบ

“อื้อ” อีธานเป็นชาวอิตาลีเชื้อสายอเมริกา เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของไทม์คนรักของอัยย์ศลาอีกที

“แล้วเมื่อกี้คนดีโทรคุยกับใครคะ” อีธานเป็นชาวต่างชาติที่พูดไทยชัดมากๆเพราะได้รับการสอนจากไทม์ที่เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน

“โทรไปถามทางโรงแรมที่มิ่งให้คนค่อยจับตาดูหมวดกับคุณทนายว่าเห็นพวกเขาออกมาจากห้องกันยัง ผลคือ ทั้งคู่ยังไม่มีใครออกมาจากห้องสวีทที่มิ่งเตรียมไว้ให้เลย” สีหน้ายามเล่าทำให้อีธานเห็นภาพอัยย์ศลาชัดเจนขึ้น นี่มันร่างโคลนไออาร์ที่แท้จริง

“ดูมิ่งมีความสุข”

“มิ่งอยากให้หมวดวัตเลิกปากเสียแล้วเดินหน้าจีบพี่พีจริงๆจังๆสักที มิ่งเบื่อผู้ชายปากแข็ง ชอบเขาจะตายยังมีหน้าปากไม่ดีใส่เขามันหน้าหมั่นไส้” คนพูดคงหมั่นไส้จริงอย่างว่า เพราะสีหน้าที่มิ่งกัลยาแสดงออกมันชัดเจนมาก

“ระวังเถอะ ถ้าสองคนนั้นรู้ตัวขึ้นมาเราจะโดนว่าเอา”

“ไม่มีทาง ยานั้นกระตุ้นให้คนที่ได้รับพูดความจริงที่อยู่ใต้สำนึกออกมา การที่ต่างคนต่างเข้าหากันแบบนั้น มันก็พอจะบอกได้ว่าพวกเขารู้สึกยังไงต่อกัน มิ่งว่าเดี๋ยวสองคนนั้นก็เข้ากันได้”

“มิ่งแน่ใจเหรอ”

“แน่ แน่ว่าหมวดวัตได้หลงพี่พีหัวปักหัวปำแน่ๆ”

 

ขณะที่มิ่งกัลยากำลังนินทาคนที่เป็นดั่งพี่ชายทั้งสอง คนที่โดนเอ่ยถึงก็กำลัง ตี กันอยู่อย่างไม่มีท่าทีจะสงบลง

หลังจากที่วิษุวัตลงมือกระทำการตอกย้ำถึงสถานะระหว่างพวกเขา พีรกานต์ก็ได้แต่หัวเสียให้ทั้งตัวเองและอีกคนที่อยู่ในห้องน้ำ เพราะเมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้แม้วิษุวัตจะเริ่มด้วยการหักหาญเอาแต่ใจ แต่สุดท้ายพีรกานต์ก็โอนอ่อนผ่อนตามอยู่ดี และมันยิ่งย้ำชัดมากขึ้นไปอีกว่า สัมผัสจากวิษุวัตสร้างความรู้สึกสุขสมให้เขาได้มากกว่าที่เคยได้รับมาจากใครมาทั้งชีวิต

แกร๊ก

เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกไม่ได้ทำให้พีรกานต์หันไปให้ความสนใจ เมื่อรู้ดีว่าอีกเดี๋ยวคนเปิดก็เดินเข้ามาหาพีรกานต์แน่ๆ

“ลุกไหวมั้ย หรือต้องให้อุ้ม” เสียงทุ้มถามขึ้นเมื่อร่างสูงของคนถามก้าวมายืนข้างๆเตียง

“ไม่ต้องมายุ่ง” ทนายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ

“พีพูดดีๆ”

“แล้วผมพูดไม่ดีตรงไหน”

“เฮ้อ!” วิษุวัตถอนใจแรงทีหนึ่งแล้วจึงก้มลงอุ้มอีกคนขึ้นแนบอก

“เฮ้ย!!” คนโดนอุ้มโวยวายหน้าตาตื่น เพราะทั้งตัวมีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์สีอ่อนที่วิษุวัตหยิบมาสวมให้ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ

“ปล่อยผมนะหมวดวัต”

“อย่าดิ้น ถ้าไม่อยากโดนอีกรอบ” เสียงห้าวขู่เรียบๆ แต่สายตาที่มองสบลงมาบอกพีรกานต์ว่าเขาเอาจริง

“ดี ว่าง่ายๆค่อยน่ารักหน่อย” เมื่อเห็นอีกคนนิ่งไปวิษุวัตจึงพาร่างบางของอีกฝ่ายเดินหายเข้าไปในห้องน้ำที่เขาเพิ่งก้าวออกมา

“ปล่อยได้แล้ว” พีรกานต์บอกพลางผลักอกกว้างออกห่าง เมื่อรู้สึกว่าตัวเองยืนได้มั่นคงดีแล้ว

“ออกไปได้แล้ว” คนตัวเล็กบอกเมื่อวิษุวัตยอมถอยออกเว้นระยะตามที่พีรกานต์สั่ง

“ถ้าผมออกไป แล้วเกิดคุณล้มเจ็บตัวขึ้นมาจะทำยังไง”

“ผมไม่อ่อนแอขนาดนั้นหรอกน่ะ”

“แค่ยืนยังจะไม่ไหว อย่ามาอวดเก่งได้มั้ย”

“ผมไม่ได้อวดเก่ง แค่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ ออกไปเถอะครับ”

“ไม่ ออก” คนโดนไล่ย้ำชัด

“ผมต้องการเวลาส่วนตัว”

“ระหว่างผัวกับเมีย ไม่มีคำว่าส่วนตัวหรอก” สถานะที่พูดอีกคนเอ่ยถึงเรียกรอยแต้มสีแดงๆขึ้นที่ข้างแก้ม ซึ่งคนมองก็มองอย่างชอบใจ

“ไม่ใช่สักหน่อย” คนหน้าแดงปฏิเสธเสียงหลง

“จะไม่ใช่ได้ไง ผมย้ำชัดจนคุณแข้งขาอ่อนขนาดนี้ยังจะเถียงอีกหน่อย”

“คุณมันบ้า ก็รู้อยู่ว่าระหว่างเรามันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบ คุณพอใจผมพอใจ จบแล้วต่างคนต่างไปจะเอาอะไรนักหนา” วาจาที่หลุดจากปากคนที่วิษุวัตขีดเส้นสถานะชัดเจนว่าเป็น เมีย ทำคนฟังอย่างเขาหัวร้อนๆชอบกล

“คุณอยากรู้มั้ย ว่าผมบ้าได้ขนาดไหน” ชายหนุ่มก้มลงมาถามชิดแก้มขาว

“ถอยไปนะ”

“เลือกมา จะยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราดีๆ หรือต้องให้ผมชี้แจงแบบละเอียดๆอีกหลายๆรอบว่า เรา เป็นอะไรกัน” วิษุวัตพยายามสะกดความโมโหที่มีต่อคนตรงหน้าอย่างเต็มความสามารถ ทำไมพีรกานต์ถึงได้ดื้อรั้นขนาดนี้

“ไม่เลือก คุณนั้นแหละถอยไปห่างๆเลยนะ ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะคิดยังไง ระหว่างเราไม่ควรมีความสัมพันธ์กันด้วยซ้ำ”

“จำได้ว่าคุณเป็นคนเริ่มนะพี”

“ก็...ก็คุณ” พีรกานต์รู้สึกจนด้วยคำพูด เมื่อคืนนี้เขาเป็นฝ่ายท้าทายและเริ่มต้นเรื่องราวเอง ไม่คิดว่าตัวเองจะเลยเถิดจนมาจบที่บนเตียงกับคนตัวใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คิดว่าสานต่อเรื่องเมื่อคืนนี่ จบแล้วก็แยกย้ายสิ ไอ้ตำรวจนี้จะอะไรนักหนา ทำอย่างกับตัวเองเผลอล่วงเกินผู้หญิงแล้วต้องรับผิดชอบอย่างนั้นแหละ

“ว่าไง ตกลงจะยอมรับเรื่องเมื่อคืนดีๆ หรือต้องให้ผมใช้กำลัง”

“อย่ามาขู่นะ”

“ผมไม่เคยขู่ใคร แล้วบอกไว้ก่อนเลยนะพี ผมเป็นคนหวงของ ยิ่งกับเมียยิ่งหวง อย่าทำให้ผมต้องโมโห”

“ผมไม่ใช่เมียคุณสักหน่อย”

“จะไม่ใช่ได้ไง ถ้าคุณเป็นผู้หญิงไอ้ที่เราทำกันคุณคงท้องไปแล้ว”

“ก็เพราะผมไม่ใช่ผู้หญิงไง คุณจะมาใส่ใจอะไร ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรด้วย”

“ผมไม่สนว่าคุณเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คุณเป็นเมียผมแล้ว และก็จะเป็นไปแบบนี้แหละ ถ้าขืนคุณยังปฏิเสธแล้วยังพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้ อย่าหาว่าผมไม่เตือน”

“ขู่! จะขู่ไรนักหนา ผมไม่เป็นเมียใครทั้งนั้นแหละ” ถ้าคิดว่าพีรกานต์จะยอมง่ายๆ คิดตื้นไปมั้ง

“ผมเตือนคุณดีๆแล้วนะพี”

“หมวด” พีรกานต์เรียกอีกฝ่ายท่าทางอ่อนใจ

“ผมว่า เราต่างคนต่างอยู่เหอะ ที่ผ่านมายังงัดข้อกันไม่พออีกเหรอ เรื่องเมื่อคืนมันก็แค่ความผิดพลาด เราทั้งคู่ก็รู้ดี คุณจะอะไรนักหนากับแค่เซ็กส์...อื้ออออ” วิษุวัตคว้าใบหน้าขาวของคนที่กำลังพูดอยู่ปาวๆว่าเรื่องระหว่างกันเป็นเพียงแค่อารมณ์ใคร่ตามธรรมชาติ จะเป็นแค่เซ็กส์ได้ยังไง ในเมื่อวิษุวัตตั้งใจทำมันแท้ๆ ทำไมคนตัวเล็กถึงไม่รับรู้ถึงมันบ้าง หรืออย่างน้อยรู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นบ้างก็ยังดี ไม่ใช่พูดหน้าตาเฉยว่าจบกัน จบบ้าจบบออะไร เมียทั้งคนกว่าจะได้มา เขาไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆหรอกนะ

“อื้อออออออ” มือเล็กพยายามตีเขาเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจเพราะถูกเขาดูดซับมาจนเกือบหมด

“อ่ะ แฮ่กๆๆ” พีรกานต์ถึงกับหอบเมื่อถูกอีกฝ่ายลงโทษด้วยจุมพิตที่ไร้ซึ้งความอ่อนโยนอ่อนหวาน เพราะคนทำตั้งใจลงโทษ

“ถ้ายังจะปฏิเสธอีก วันนี้ก็อยู่แต่ในโรงแรมนี้แหละ หรือจะอยู่ยาวๆก็ได้ ถ้ายังไม่ยอมก็อยู่ให้ผมย้ำให้ชัด จนกว่าจะเข้าใจนี้ ดีมั้ย”

“ไอ้หมวด! ไอ้บ้า! อื้ออออ!!!” ด่าจบริมฝีปากอิ่มก็โดนประกบแน่นเข้ามาอีกครั้ง

“กับผัว พูดจาให้มันเพราะๆหน่อย”

“ไอ้...”

“อย่านะ ผมเตือนแล้วนะ” เมื่อเห็นอีกคนเตรียมอ้าปากจะด่า เสียงเข้มจึงเอ่ยขัดขึ้น ทั้งแววตายังบ่งบอกว่าเอาจริง จนคนโดนขู่ต้องรีบงับปากไว้ตามเดิม แต่ก็ยังไม่วายทำหน้าตูมอย่างคนโดนขัดใจ ซึ่งมันไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด ซ้ำร้ายวิษุวัตกลับมองว่ามันน่ารัก มีเมียพยศๆก็ดีเหมือนกัน เวลาปราบมันเร้าใจมันน้อย แต่กว่าจะเชื่องเขาคงต้องปวดเอวไปอีกหลายรอบละมั้ง

“ออกไปเลย!” เสียงไล่ไม่ต่างจากเด็กสามขวบที่โกรธเพื่อน แต่ขอโทษนี้ตั้งใจจะเป็นผัว ไม่ใช่เพื่อน

“ออกก็ได้ ไม่อยากเถียงกับเด็กสามขวบ”

“ใครสามขวบ ผมเป็นพี่คุณอีกนะหมวด”

“ผัวที่ไหนเขานับเมียเป็นพี่” โว้ย เอะอะๆก็ยัดเยียดตัวเองให้เขา ไอ้ตำรวจนี้มันทำคดีเยอะคนบ้าจริงๆใช่มั้ย

“ออกไปได้แล้ว ผมจะได้กลับบ้าน”

“อืมๆๆ หิวมั้ยเดี๋ยวจะสั่งอะไรไว้รอ” พออีกคนถามพีรกานต์ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที เพราะยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ดังนั้น ต่อให้โมโหให้วิษุวัตมากแค่ไหน ก็แพ้ให้กับความหิวพีรกานต์จึงเลือกที่จะพยักหน้ารับเพื่อเป็นการบอกให้อีกคนสั่งรูมเซอร์วิซขึ้นมาให้

“โอเค อย่านานนะ ถ้านานผมจะมาตามแถมคิดค่าตามด้วย”

“ออกปายยยย”

ฟอดดดดดด

พอโดนไล่อีกครั้งวิษุวัตก็ไม่ว่าอะไร แต่ก่อนไปก็ไม่วายก้มลงมาหอมแก้มเนียนนั้นแรงๆอีกที

พอประตูห้องน้ำปิดลง คนไล่ก็ยกมือขึ้นกุมแก้มขาวของตัวเองท่าทางเหม่อลอย นึกสงสัยว่าเพราะเหตุใดตนจึงไม่นึกรังเกียจสัมผัสของผู้หมวดกองสืบคนนั้น และเพราะอะไรทำไมใจมันถึงเต้นแรงกับการกระทำทุกอย่างของวิษุวัต ทำไมเขารู้สึกวูบวาบเหมือนมีผีเสื้อบินวนในท้องกันพรึบพรับ หรือเพราะเขาหิวข้าว? อ่า...อย่างอื่นน่ะ ช่างมันก่อน ตอนนี้พีรกานต์หิว เขาต้องได้อาหาร ถ้าท้องอิ่มเดี๋ยวเขาคงคิดออก คนช่างสงสัยตัดใจเลิกคิดหันมาจัดการกับตัวเองก่อนที่คนข้างนอกจะเข้ามาตามอย่างปากว่าจริงๆ

 

 

ไรท์ /// สั้นๆไม่ได้ใจความ และไม่ได้ไปไหนพ้นเขตโรงแรมเลย เอ๊ะ??

ถ้าใครว่ากำลังอ่านสวรรค์เบี่ยง หรือ จำเลยรัก ฉบับวายอยู่ละก็ หึๆ (หลอกให้ตายใจ)

คนละอารมณ์กับเรื่องอื่นๆโดยสิ้นเชิง กลัวรีดเบื่อ ให้ซีนตบจูบหน่อย เผื่อใครมาสายนี้ (ควรขึ้นเตือน NC ดีมั้ยอืมมมม)

 

ปล.เมื่อวานไม่ได้อัพ เพราะหลับ อย่าว่ากันบางทีงานประจำมันก็ดึงพลังงานชีวิตมากกว่าที่ควร สัญญาจะหายไปให้น้อยที่สุด ฮึ้บๆๆๆ

 

ตอนหน้าจะพาไปรู้จักกับอีกคู่ กระซิบ (อีกแล้ว) ใครนิยมความดิบเถื่อนไรท์นำเหนอ รชนนท์ vs เก้าทัพ พอ...งดสปอย รับแต่สปอนเซอร์ อิอิ

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว