email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 16 ตอกย้ำ

ชื่อตอน : บทที่ 16 ตอกย้ำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 344

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2563 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16 ตอกย้ำ
แบบอักษร

“จื่อหลัน!! ทำไมถึง?...ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” เฟิ่งจินขมวดคิ้ว ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาจื่อหลันและอี้หยาง

“พระชายาเฟิ่งจิน เจ้าก็มาเดินเล่นเหมือนกันรึ?” อี้หยางวางจื่อหลันลง ก่อนจะเอ่ยกับผู้มาใหม่ เขาไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากที่เฟิ่งจินทำเหมือนมาได้จังหวะแบบนี้

“ใช่ แต่ก็นึกไม่ถึงว่า...พระชายาขององค์ชายรองจะเป็นจื่อหลัน...อีกทั้งยังตั้งครรภ์แล้ว” เฟิ่งจินตอบรับอี้หยาง แต่ก็สายตากลับจ้องมองไปที่จื่อหลัน

“เฟิ่งจิน...ข้า...ข้าไม่…” ริมฝีปากบางพยายามขยับอยากจะเอ่ยตอบ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเช่นไรให้คนตรงหน้าฟัง ได้แต่พูดติดขัดจนอี้หยางอดที่จะออกหน้าแทนไม่ได้

“จื่อหลันเป็นว่าที่พระชายาของข้า หลังคลอดก็จะเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับข้าแล้ว คาดว่าพระชายาเฟิ่งจินคงจะทราบจากองค์รัชทายาทมาบ้างแล้ว ใช่หรือไม่?” สายตาคมแสดงความไม่พอใจในขณะที่เอ่ย เขารู้ว่าเฟิ่งจินกำลังต้อนจื่อหลันด้วยคำพูด อี้หยางจึงคิดจะตัดบทการสนทนาครั้งโดยเร็วที่สุด

“เรื่องนั้นข้าก็พอรู้มาบ้าง...แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็น จื่อหลัน” เฟิ่งจินยังคงไม่ยอมถอย

“ในเมื่อเจ้ารู้แล้ว ก็น่าจะแสดงความยินดีกับเขาสิ หรือว่าเจ้ามีปัญหาอะไร?” อี้หยางหยั่งเชิงอีกฝ่าย เพราะถ้าเขาพูดถึงขนาดนี้แล้ว เฟิ่งจินยังไม่ยอมถอย เขาก็จะไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายอย่างแต่นอน

“ข้าแค่อยากรู้ความจริง” เฟิ่งจินกำมือแน่น ก่อนจะหันไปหาอีกคนที่กำลังหลบสายตาเขาอยู่ “จื่อหลัน เจ้าไม่ได้กำลังหมั้นหมายกับท่านแม่ทัพเซียวอยู่รึ? ถ้าเจ้ามิได้มีใจให้ท่านแม่ทัพ เจ้าก็ควรจะมาอภิเษกสมรสกับเสด็จพี่หงหลินสิ แล้วทำไมถึงเป็นองค์ชายรองล่ะ? เจ้าตอบข้ามาสิ!”

“พระชายาเฟิ่งจิน! ระวังคำพูดของเจ้าด้วย!” คำพูดของเฟิ่งจิน ทำให้อี้หยางหมดความอดทนทันที สายตาคมของร่างสูงจ้องอีกฝ่ายไม่วางตา

“ข้าพูดผิดตรงไหน?!” เฟิ่งจินก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน เขารู้ว่าพี่ชายของเขารักจื่อหลันมากขนาดไหน เขาไม่มีทางจะปล่อยให้เรื่องการอภิเษกนี้เกิดขึ้นเด็ดขาด! “จื่อหลัน! เสด็จพี่หงหลินรักเจ้ามากมายขนาดไหน มีหรือคนอย่างเจ้าจะไม่รู้ บอกข้ามา! องค์ชายรองทำอะไรเจ้า? เขาข่มเหงเจ้าอย่างนั้นรึ?!”

“พระชายาเฟิ่งจิน! ข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้วนะ!” อี้หยางตวาดเสียงดังก้องไปทั่วทั้งอุทยาน แต่ก่อนที่ร่างสูงจะได้ทำอะไรที่ไม่สมควร ก็มีเสียงปรามจากผู้มาใหม่

“เอะอะอะไรกัน? เฟิ่งจิน อี้หยาง เกิดเรื่องอะไรกันขึ้น? ร่างสูงสง่าเดินเข้ามาหาชายาและน้องชายของตน

“เสด็จพี่!/หลี่จิ้ง!” ทั้งสองคนที่กำลังฝีปากกัน พลันตกใจกับการมาขององค์รัชทายาทแคว้นซีเซี่ย ที่ไม่เคยแม้แต่จะมานั่งกินลมชมทิวทัศน์ในอุทยานหลวงสักครั้งเดียว แต่บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

“พวกเจ้าทะเลาะอะไรกัน? ไหนบอกข้ามาสิ?” หลี่จิ้งเอ่ยถามอย่างไม่อ้อมค้อม เพราะที่เขามาที่นี่ก็เพื่อมาพาชายาของเขากลับ จากที่เฟิ่งจินออกจากตำหนักมา ขันทีก็มารายงานให้เขาทราบทันที เขามีหรือจะไม่รู้ว่าชายาของเขาคิดจะทำอะไร

“เสด็จพี่ เกิดเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยพะย่ะค่ะ ได้โปรดอย่าใส่พระทัย จื่อหลันร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ข้าขอตัวกลับตำหนักก่อนนะพะย่ะค่ะ” อี้หยางเอ่ยกับพี่ชาย เขาไม่ต้องการที่จะมาทะเลาะกับเฟิ่งจิน อีกทั้งสีหน้าของจื่อหลันยิ่งซีดเซียวลงกว่าเดิม เกรงว่าขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปจะส่งผลไม่ดีกับอีกฝ่ายเป็นแน่

“อืม ไว้วันหลังข้าจะไปเยี่ยมองค์ชายสามที่ตำหนัก เจ้าพาเขาไปพักผ่อนเถิด” ผู้เป็นพี่ชายไหนเลยจะไม่รู้ใจผู้เป็นน้องชาย หลี่จิ้งจึงพยักอนุญาต

“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ เสด็จพี่” เมื่อกล่าวจบ อี้หยางก็โอบพยุงพาจื่อหลันกลับตำหนักทันที

 

 

 

“หลี่จิ้ง ท่านจะมาขวางข้าไว้ทำไมกัน? ข้าแค่ต้องการอยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมดจากปากของจื่อหลันก็เท่านั้นเอง” ใบหน้างามบูดบึ้งขึ้นทันทียามเมื่อหันมาถามสวามีของตน

“เฟิ่งจิน นี่เจ้าไม่รู้จริงๆหรือว่าเด็กในท้องของจื่อหลันเป็นลูกของใครรึ?” สามตาคมจองไปที่ร่างเพรียว แววตาที่แฝงไปด้วยความเหนือชั้น

“ก็เพราะว่าข้าอยากจะรู้ความจริงอย่างไรเล่า ข้าถึงมาหาเขาที่นี่” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายรู้ทันความคิดของเขา เฟิ่งจินจึงยอมรับว่าตนนั้นรู้เรื่องการตัวครรภ์ของจื่อหลันอยู่ก่อนแล้ว

“เจ้ารู้อยู่ก่อนแล้วว่า จื่อหลันอยู่ที่นี่ ใช่หรือไม่?” หลี่จิ้งยังคงจี้ถามชายา

“ใช่” ริมฝีปากบางขยับตอบ

“แล้วเจ้าก็รู้ว่าเด็กในครรภ์ของจื่อหลันเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของหงหลิน ใช่หรือไม่?” ร่างสูงยังคงถามต่อ

“ใช่” เฟิ่งจินก็ยังคงตอบคำเดิม

“แล้วเจ้ายังจะมาคาดคั้นเอาคำตอบกับจื่อหลันอย่างนี้น่ะหรือ?” ดวงเนตรคมมองชายาตนด้วยแววตาเชิงตำหนิ

“ก็ข้าไม่อยากให้จื่อหลันเป็นของคนอื่นนอกจากเสด็จพี่หงหลินนี่!” แต่ร่างเพรียวยังคงดื้อรั้น เฟิ่งจินรักพี่ชายของตนมาก ไม่ว่าสิ่งใดที่ทำให้พี่ชายมีความสุข เขานั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อพี่ชาย “เด็กในครรภ์ของจื่อหลันเป็นลูกของเสด็จพี่หงหลิน ข้าไม่ต้องการให้เด็กคนนั้นกลายเป็นลูกของคนอื่น!”

“แต่เจ้ากับพี่ของเจ้าก็ไม่ควรมาบีบบังคับจื่อหลันแบบนี้ เฟิ่งจิน...ฟังข้านะ ความรักของคนสองคนนั้น ใช่ว่าผู้อื่นจะแทรกแซงได้ การที่เจ้าบีบบังคับจื่อหลันเช่นนี้ อาจจะทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงในอนาคตก็เป็นได้ เจ้าไม่รู้รึไงว่า องค์จักรพรรดิเยี่ยนเฟยรักองค์ชายจื่อหลันมากแค่ไหน? ทั้งพี่ของเจ้ายังทำเรื่องแบบนั้นอีก เจ้าปล่อยให้พวกเขาจัดการปัญหากันเองเถิด” หลี่จิ้งต้องการให้ผู้เป็นชายาได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ความรักนั้นมิอาจจะบังคับใครได้และไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง

“อืม...เข้าใจแล้ว” แม้ในใจยังคงไม่อาจยอมรับได้ แต่เพื่อให้พระสวามีวางใจ เฟิ่งจินจึงตอบรับคำ

“เด็กดี…” มือหนายกขึ้นเชยคางมน ก่อนใบหน้าคมจะก้มลงจุมพิตบนริมฝีปากอิ่ม เพื่อให้รางวัลกับชายาตนที่ยอมถอยออกมาจากเรื่องขององค์ชายสามแคว้นซ่ง

 

 

 

“จื่อหลัน อย่าเอาคำพูดของเฟิ่งจินมาใส่ใจเลย เจ้าพักผ่อนก่อนเถิด” อี้หยางกอบกุมมือบาง เพื่อต้องการให้คนตรงหน้าคลายความกังวล

“....” ใบหน้างามยังคงซีดเซียวไร้สีเลือดฝาด

“มู่จิน เจ้าอยู่เป็นเพื่อนจื่อหลันก็แล้วกัน ข้าจะออกไปตามหมอหลวงให้มาดูครรภ์ของจื่อหลันเสียหน่อย” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังอยู่ในภวังค์ของเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่ตนนั้นก็มิอาจจะให้อีกฝ่ายคลายความตึงเครียดลงได้ จึงให้อีกคนอยู่แทน หวังว่ามู่จินจะช่วยปลอบร่างบางได้

“พะย่ะค่ะ” มู่จินรับคำ อี้หยางจึงออกไปจากห้อง ปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ตามลำพัง

 

“พี่มู่จิน...ข้า…ฮึก” เมื่อเห็นว่าร่างสูงออกไปแล้ว มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่น น้ำตาสีใสไหลหลั่งออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“องค์ชาย...กระหม่อมอยู่นี่แล้ว” มู่จินรีบเข้าไปประคองร่างที่กำลังสั่นเทา มือเรียวรั้งคนตรงหน้าเข้ามากอด เพื่อปลอบประโลมความทุกข์ใจ

“ข้า...ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว พี่พาข้าออกไปจากที่นี่ได้หรือไม่ พวกเราออกไปจากที่นี่ด้วยกัน” จื่อหลันต้องการจะหนีอีกครั้ง เขารู้ว่าถ้าเฟิ่งจินรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ หงหลินจะต้องมาที่นี่ในไม่ช้านี้แน่นอน ครรภ์ที่ใหญ่ขึ้นก็จะยิ่งทำให้เขาไปไหนมาไหนไม่สะดวก เขาต้องการที่จะออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

“กระหม่อมจะรีบหาวิธีพาองค์ชายออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดพะย่ะค่ะ”

 

 

 

 

“ท่านแม่ทัพ มีสาส์นมาถึงท่านขอรับ” เสียงทหารนายหนึ่งร้องแจ้งบุคคลที่อยู่ภายในห้อง

“เอาเข้ามา” เสียงขานรับของคนข้างในทำให้คนที่อยู่ด้านนอกรีบเปิดประตูเข้าไป พร้อมกับยื่นซองจดหมายซองหนึ่งให้กับผู้บังคับบัญชา

เซียวเหยียนเปิดซองจดหมายออกอ่าน สายตาคมจ้องเขม็งไปยังตัวอักษรในจดหมาย ลมหายใจเข้าออกคล้ายจะหยุดชะงักเพราะความโกรธ มือหนากำจดหมายในมือแน่นราวกับจะบดมันให้เป็นผุยผง ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเหยียบ “เตรียมกำลังให้พร้อม อีกเจ็ดวัน ข้าจะไปรับองค์ชายสามด้วยตัวเอง”

“ขอรับ!! ท่านแม่ทัพ” เสียงของผู้เป็นรองแม่ทัพที่ยืนอยู่ในห้อง ขานรับคำสั่ง ก่อนจะรีบเร่งออกไปดำเนินการตามคำสั่งของผู้บัญชาการ

“ส่วนเจ้า ข้าจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง เอาไปให้กับสายลับที่แคว้นซีเซี่ยส่งไปให้กับมู่จิน” เซียวเหยียนเอ่ยขึ้น ระหว่างหยิบพู่กันมาเขียนลงบนกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ

“ขอรับ ท่านแม่ทัพ” ทหารส่งสาส์นยังนั่งคุกเข่ารอ บรรยากาศอันหน้าอึดอัดใจทำให้เม็ดเหงื่อของผู้รอฝุดขึ้นมาราวกับอยู่ท่ามกลางสนามรบ

“เจ้าเอาจดหมายนี่ไป เอาไปส่งทันทีอย่าให้ผิดพลาดเป็นเด็ดขาด” เมื่อมือหนาวางพู่กันลง ก็สั่งการกับทหารส่งสาส์นในทันที

“ขอรับ! ท่านแม่ทัพ” คนที่ได้รับคำสั่งรีบขานรับ ก่อนจะออกไปพร้อมจดหมายลับที่สำคัญ

มือหนากำแน่น กรามแข็งแรงถูกขบอย่างแรงเพื่อระงับอารมณ์โกรธของตน ข้อความในจดหมายที่น้องชายของเขาเขียนมานั้น ทำให้เขานึกอยากจะไปรับคนรักของเขาเสียเดี๋ยวนั้นเลย แต่เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ร่างสูงใหญ่จึงจำเป็นต้องอดทน และวางแผนให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันความผิดพลาด

“องค์ชาย...กระหม่อมจะไม่ยอมให้พระองค์หนีไปอย่างนี้อีกเป็นครั้งที่สองอย่างเด็ดขาด ต่อให้ต้องจับพระองค์กักขังเอาไว้ กระหม่อมก็จะทำ!”

ความคิดเห็น