facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 764

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2563 14:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 5
แบบอักษร

หลังจากที่ทุกคนเตรียมของเสร็จทั้งหมดก็นั่งประจำที่และเริ่มหยิบจับของใส่ลงหม้อ ซึ่งตรงนี้ส่วนใหญ่เอวาจะทำ ส่วนเจคอปเขาก็เปิดน้ำเทให้เอวาและแมรี่ ส่วนของเขาและริคจะนั่งจิบเบียร์กันสองคน

 

“งืออออ อร่อยอ่า~~” ตักคำแรกเข้าปากแมรี่ก็พูดอย่างชอบใจ ความกลมกล่อมของน้ำซุป ความนุ่มและหวานนิดๆ ของเนื้อหมูบวกกับน้ำจิ้มที่ใช้จิ้มมันเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ สำหรับแมรี่

 

“น้ำซุปอร่อยมากเลยน้องเอวา” ริคเอ่ยชม เพราะในส่วนของน้ำซุปและน้ำจิ้มเอวาเป็นคนทำ เขาได้แต่ช่วยเตรียมของอื่นๆ กับหมักของ

 

“ขอบคคุณครับ” เอวาเอ่ยน้อยๆ และตักของตัวเองกินบ้าง

 

แต่ละคนต่างก็ตักของชอบของตัวเองใส่หม้อ พอสุกก็ตักกินเรื่อยๆ กินกันไปคุยกันบ้าง ไม่นานของก็หมด พร้อมกับความอิ่มของทุกคน พอทุกคนอิ่มต่างก็พากันนั่งนิ่งเพื่อย่อยอาหารที่กินเข้าไป จะมีก็แต่เอวาที่ลุกขึ้นเก็บจานชามไปวางที่ซิ้งค์ล้าง

 

“เอาไว้ก่อนก็ได้เอวาเดี๋ยวฉันทำเอง” เจคอปที่เห็นเอวาจะล้างจานชามเขาก็พูดขึ้นน้อยๆ เพราะเกรงใจคนตัวเล็ก

 

“แต่…”

 

“เอาไว้งั้นแหละ เดี๋ยวไอ้เจมันจัดการเองน้องเอวา” ริคพูดเสริมเพื่อน

 

“เอางั้นก็ได้” เอวาว่าจบก็เดินมานั่งข้างๆ แมรี่

 

“เดี๋ยวอีกสักพักต้องกลับแล้ว มิคกำลังมารับแต่ตอนนี้รู้สึกขี้เกียจและง่วงแบบสุดๆ นี่ใช่มั้ยที่เขาเรียกว่าหนังท้องตึงหนังตาหย่อน” แมรี่เอนหัวลงมาซบไหล่เอวาก่อนจะพูดน้อยๆ วันนี้เธอรู้สึกว่าเธอกินเยอะมากๆ มากจนลืมความอ้วนไปเลย

 

“งั้นเดี๋ยวไปเปลี่ยนกางเกง แล้วเดี๋ยวเราลงไปส่ง” เอวาว่า

 

“โอเค แต่ขอนั่งย่อยอีกแป๊บนะ” แมรี่ว่า

 

จากนั้นทั้งหมดก็นั่งย่อยกันอีกสักพัก จนแมรี่เริ่มโอเคเธอก็ลาริคและเจคอปก่อนจะมาเปลี่ยนชุดที่ห้องของเอวา และเมื่อน้องเธอส่งข้อความมาบอกว่าอยู่หน้าหอของเอวาแล้ว เอวาก็พาแมรี่ลงมาส่งและพอเอวาไปแล้วเขาก็กลับขึ้นห้องตัวเองทันที

 

“ให้ตายสิลืมบอกอาโอเว่นได้ยังไงว่ายาจะหมด!! เลือดก็ด้วยถุงสุดท้ายพึ่งกินไปเมื่อวานเอง”

 

หลังจากที่เอวาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเขาก็เดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนก่อนจะเปิดตู้เย็นและเขาก็พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเลือดถุงสุดท้ายเขาพึ่งดื่มไปเมื่อคืนและเลือดที่สั่งกว่าจะได้ก็ต้องรออีกเกือบอาทิตย์ ยาเองก็กำลังจะหมดเมื่อเช้าเขาก็ลืมบอกโอเว่นก่อนโอเว่นจะไปต่างประเทศ

 

“เลือดอีกห้าวันถึงจะมาส่ง ส่วนยาเหลืออีกสามเม็ด งั้นที่ต้องอดก็จะมีสองวันสินะสงสัยต้องหยุดเรียนแฮะ” เอวามองปฏิทินที่เขียนกำหนดการส่งของก่อนจะมองยาในตู้เย็นของตนพูดกับตัวเองน้อยๆ

 

จริงอยู่ที่เอวาสามารถอดกลั้นกับการกระหายเลือดได้ แต่เขาก็ทำได้ไม่ดีเท่าพ่อหรือพี่ชาย ถึงเขาจะไม่เคยขาดการดื่มเลือดจนกระทั่งกระหายก็เถอะ แต่พ่อและพี่ชายของเขาจะบอกเสมอว่าห้ามลืมกินยาเด็ดขาด เพราะเวลากระหายมันทรมานมากและมันทำให้แวมไพร์อย่างเราควบคุมตัวเองได้ยาก

 

“เอาเถอะน่าจะไหวอยู่แหละ ขืนบอกท่านพี่ตอนนี้มีหวังท่านพี่ได้ตรงดิ่งกลับมาหาเราแน่ๆ” เอวาบ่นกับตัวเองน้อยๆ ก็นะพี่ชายของเขามักจะย้ำอยู่บ่อยๆ ว่ายากับเลือดต้องกินอย่าให้ขาดเด็ดขาดเพราะมันไม่ดีต่อตัวเขาเท่าไหร่

 

“เมื่อคืนดื่มเลือดไปแล้ววันนี้ก็ไม่ต้องกินยาแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยกิน” คิดได้ดังนั้นเอวาก็ปิดตู้เย็นและเดินมาล้มตัวลงนอนบนที่นอน

 

อุณหภูมิห้องที่เย็นจัดมันไม่ได้ทำให้คนตัวเล็กหนาวเลยกลับกันมันทำให้เจ้าตัวรู้สึกชอบและนอนหลับสบายอีกด้วย อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่อยู่ที่ 18 องศากับอุณหภูมิข้างนอกที่ตอนนี้แทบจะติดลบพอรวมกันแล้วมันเย็นจนทำให้เอวาหลับได้ในเวลาอันสั้น….

 

 

ในเช้าวันถัดมาเอวายังคงไปเรียนตามปกติเพราะเขายังมียาให้กิน วันที่สองก็เช่นกัน แต่พอเข้าวันนี้สามเอวารู้สึกว่าตัวเองกำลังแย่เพราะเลือดไม่ได้ตกถึงท้องตนมาสามวันแล้วยาที่กินก็เหลือแค่เม็ดเดียวและเขาก็พึ่งกินในวันที่สามแต่มันก็แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะตอนนี้ประสาทการรับกลิ่นเลือดของเขามันช่างดีเหลือเกิน

 

“เอวานายเป็นอะไรเห็นใส่ผ้าปิดปากตั้งแต่เช้าแล้ว หน้าก็ดูซีดๆ ด้วย” ขณะที่กำลังเรียนแมรี่หันมาเห็นว่าเอวาดูท่าทางไม่ค่อยดีเลยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

“เรารู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ” เอวาตอบไปตามตรง

 

จริงๆ ตอนแรกเขาก็ไม่เป็นหนักขนาดนี้ แต่ก่อนจะขึ้นห้องเขาได้เจอกับเจคอปกลิ่นเลือดของเจคอปมันหอมหวานและกลิ่นมันค่อนข้างแรงจนมันเรียกความกระหายเลือดจากเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งเห็นคอขาวๆ ของเจคอปและเส้นเลือดที่กำลังเต้นตามจังหวะการสูบฉีดของหัวใจ มันยิ่งทำให้เขานึกถึงแต่ภาพและกลิ่นเลือดของเจคอปจนเขาไม่มีสมาธิในการเรียนเลยและมันยิ่งเพิ่มความกระหายเลือดให้เขามากขึ้นไปอีก

 

“ขออาจารย์กลับก่อนมั้ย นายดูไม่ไหวแล้วนะเอวา” แมรี่ว่า เพราะตอนนี้อากาศในห้องค่อนข้างเย็นแต่เพื่อนของเธอกลับมีเหงื่อเต็มใบหน้าไปหมด

 

“อืม เราไม่ไหวแล้วกลับก่อนนะ” ว่าจบเอวาก็รีบเก็บของและลุกขึ้นแจ้งอาจารย์ทันที ทางอาจารย์พอเห็นว่าเอวามีใบหน้าซีดจริงๆ ก็ยอมให้เอวากลับ

 

ออกจากห้องได้เอวาก็แทบอยากจะวิ่งด้วยพลังแวมไพร์กลับหอพัก แต่มันก็ทำไม่ได้เพราะช่วงนี้คนค่อนข้างเยอะเลยต้องหารถกลับแบบคนปกติเอวาได้แต่คิดว่าทำไมเขาถึงหายตัวไม่ได้แบบท่านพ่อของตนเพราะถ้าหายตัวได้มันคงประหยัดเวลาไม่ใช่น้อย

 

แกร๊ก~~ ปัง!!

 

เมื่อถึงห้องเอวาไม่รอช้าเขารีบถอดเสื้อผ้าและตรงดิ่งเข้าห้องน้ำทันที ตอนนี้สิ่งที่พอจะช่วยดับความกระหายของเขาได้คือสายน้ำ เอวายืนเปิดน้ำให้มันไหลผ่านตัวอยู่พักใหญ่จนมันเริ่มดีขึ้นเขาถึงออกมาจากห้องน้ำเพื่อแต่งตัว

 

“เจคอปคือคนที่อันตรายจริงๆ ด้วย แต่ทำไมล่ะทำไมกลิ่นเลือดเขาถึงได้หอมและส่งผลต่อเราขนาดนี้” เอวาที่ตอนนี้นอนทิ้งตัวอยู่บนโซฟาบ่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเจคอป

 

เอวานอนคิดนั่นนี่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเผลอหลับไป แต่ไม่นานเอวาก็ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับดวงตาสีแดงสด กลิ่นเลือดหวานๆ ลอยมาจากทางหน้าประตูจนทำให้ความกระหายที่ดับลงถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนเจ้าของห้องหันไปมอง เอวาไม่จำเป็นต้องเปิดประตูเลยเขาก็รู้ได้ในทันทีว่าใคร กลิ่นเลือดที่หอมชวนให้ฝังเขี้ยวลงบนคอแบบนี้มีคนเดียวนั่นก็คือเจคอป เอวาชั่งใจอยู่พักนึงว่าควรไปเปิดประตูให้ชายหนุ่มดีมั้ยเพราะชายคนนี้ช่างอันตรายกับเขาเสียเหลือเกินแต่ถ้าไม่เปิดห้องอื่นคงออกมาด่าเป็นแน่แท้เพราะเจคอปทั้งเคาะทั้งเรียกเอวาเสียงดัง ยิ่งเอวาไม่ตอบหรือขานรับเขาก็ยิ่งเพิ่มแรงและเสียงในการเรียก

 

พรึบ!! แกร๊ก~~ แอ๊ด

 

“มีอะไร” เอวาพยายามปรับสีตาของตัวเองให้กลับมาปกติก่อนจะยอมลุกมาเปิดประตูให้เจคอป แต่เมื่อเปิดประตูมันทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าเขาคิดผิดเพราะกลิ่นเลือดของเจคอปที่มันมีมาก

 

“พอดีเจอแมรี่และเห็นแมรี่บอกว่านายป่วย ฉันเลยมาดูน่ะว่าเป็นอะไรมากมั้ย?” เจคอปว่าพลางขยับเข้ามาใกล้เอวา แต่เอวาก็รีบถอยทันที

 

“ผม….อื้อ~~ ไม่เป็นไร แฮ่กๆ” เอวาอยากจะปฏิเสธเสียงหนักแน่นกว่านี้แต่เขาทำไม่ได้เพราะตอนนี้ร่างกายเขามันบอกว่าเขาต้องการเลือดของผู้ชายตรงหน้า

 

“จะไม่เป็นไรได้ไง นายดูไม่โอเคเลยนะตอนนี้ไปหาหมอมั้ย” เจคอปว่าพลางรีบเข้าไปพยุงเอวาทันทีเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวกำลังจะล้ม

 

“ไม่!! ออกไป!! แฮ่กๆ ออกไปห่างๆ จากตัวข้า!! อื้อ~~” เอวาเริ่มคุมตัวเองไม่ไหวแล้วเพราะยิ่งเจคอปประคองตนแบบนี้เอวายิ่งได้กลิ่นเลือดชัดขึ้น

 

“ข้า? ช่างก่อนสิ….นายจะดื้อให้ได้อะไรดูก็รู้ว่านายกำลังแย่นะเอวา!!” เจคอปนึกแปลกใจในคำพูดของเอวาแต่เขาก็เลิกสนใจและดุเอวาเรื่องที่เอวาพูด

 

“แฮ่กๆ ถ้า…ถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็ออกไปจากห้องข้าซะ!!!” เอวาตะคอกเสียงดังลั่น เขาจะทนไม่ไหวแล้วแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรเจคอปได้ และเขากำลังพยายามจะอดกลั้นแต่ชายหนุ่มก็ดื้อเสียเหลือเกิน

 

“นายพูดอะไรของนายเนี่ยเอวา!!!”

 

ปัง!!! กึก!!

 

สติทุกอย่างแทบเลือนรางเต็มทน ความอดทนของเอวาเริ่มหมดลงดวงตาสีน้ำตาลที่ได้มาจากแม่แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ประตูถูกปิดอย่างแรงและล็อกทันทีด้วยพลังของเอวา เจคอปมองไปที่ประตูอย่างอึ้งๆ เพราะเขาไม่คิดว่ามันจะสามารถปิดเองและล็อกเองได้

 

พรึบ!! ตุ๊บ!! อัก!!!

 

“ข้าเตือนเจ้าแล้วแต่เจ้าไม่ฟังข้า!!!” เอวาดึงเจคอปด้วยพลังของแวมไพร์ก่อนจะโยนเจคอปไปที่เตียงและขึ้นคร่อมตัวเจคอปไว้ก่อนจะตะคอกเสียงดังลั่น

 

“เอวานาย…” เจคอปมองไปที่เอวาอย่างตกใจ ตาสีน้ำตาลบัดนี้มันเป็นสีแดงเรียวปากบางตอนนี้กำลังอ้าออกจนเห็นฟันสวยที่ตอนนี้กำลังมีเขี้ยวแหลมคมงอกออกมา

 

“ข้าเตือนเจ้าแล้ว…ข้า…” เอวาจ้องไปที่ดวงตาของเจคอปที่ตอนนี้กำลังมีความตกใจอยู่ สติของเขาเริ่มกลับมาอีกครั้งแม้มันจะไม่เต็มร้อยแต่มันก็กลับมา มันทำให้เขานิ่งชะงักไปเพราะอะไรเอวาก็ไม่อาจรู้ได้

 

“เอวานายเป็นแวมไพร์หรอ?” เจคอปถามเอวาด้วยความตกใจปนสงสัย

 

“ใช่ข้าเป็นแวมไพร์ และในเมื่อเจ้ารู้ความลับของข้าแล้วข้าก็จะฆ่าเจ้าซะ!!”

 

แม้น้ำเสียงที่เอวาตะโกนออกมานั้นมันจะเป็นการขู่ แต่ดวงตาของเอวามันกลับสั่นไหวจนคนโดนขู่อย่างเจคอปสัมผัสได้ เขาสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้ามีความกลัว ความกังวล ความลังเลและมันกำลังบอกว่าคนตรงหน้าไม่ได้อยากจะฆ่าเขาจริงๆ อย่างที่บอก

 

พรึบ!!!

 

“หิวใช่มั้ยล่ะ ดื่มเลือดฉันสิ ฉันอนุญาต” เจคอปดึงเอวาเข้ามากอดก่อนจะพูดบอกเสียงเบา เอวาที่ได้ยินแบบนั้นก็นิ่งอึ้งทันที

 

“ทำไม…ทำไมเจ้าไม่กลัวข้า…ทำไมเจ้าถึงให้ข้าดื่มมัน” เอวาเอ่ยถามเสียงเบา ตอนนี้ความกระหายเขาก็มีอยู่มากแต่มันน่าแปลกใจเพราะตั้งแต่เขาได้สบตากับเจคอปเขาก็รู้สึกเหมือนเขายับยั้งความหิวกระหายได้

 

“ไม่รู้สิแต่พอเป็นนาย ฉันกลับไม่รู้สึกกลัวเมื่อรู้ว่านายเป็นอะไรและฉันก็ดันเชื่อใจนายเชื่อว่านายจะไม่ดื่มเลือดฉันจนหมดตัว” เจคอปพูดออกไปตามที่เขารู้สึก เขาเองก็ยังแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่คิดแบบนั้น

 

“เจ้ามันบ้า” เอวาว่า

 

“ก็คงจะเป็นอย่างนั้น เอาสิดื่มเลือดฉันเลย” เจคอปว่า

 

“ไม่” เอวารีบขยับตัวออกจากอ้อมกอดของเจคอปและลุกออกมายืนห่างๆ เพราะตอนนี้กลิ่นเลือดของเจคอปเริ่มกลับมาทำร้ายเขาอีกแล้ว เอวาหันไปหยิบผ้าปิดปากมาปิดไว้แม้มันจะกันได้ไม่มากแต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรปิด

 

“ทำไมล่ะนายหิวไม่ใช่หรอ?” เจคอปขยับลุกขึ้นนั่งก่อนจะถามน้อยๆ

 

“ดื่มผ่านคมเขี้ยวไม่ได้ เพราะตระกูลข้าผูกพันธะจากการดื่มเลือดผ่านคมเขี้ยว หากข้าดื่มจากท่านพ่อหรือท่านแม่จะไม่เป็นอะไรแต่ถ้าดื่มจากคนอื่นมันจะแย่ ยิ่งกับมนุษย์ถ้าไม่ตายคนนั้นจะต้องเป็นคู่ชีวิตของข้า” เอวาตอบไปตามตรง เขาก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องเล่าเรื่องนี้ให้เจคอปฟัง และเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเชื่อใจว่าคนคนนี้จะไม่ไปบอกใคร

 

“ถ้านายไม่อยากให้ฉันเป็นคู่ชีวิตของนายงั้นก็…” เจคอปพูดออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่ครัว เมื่อเห็นสิ่งที่ตนต้องการก็หยิบออกมาทันที เอวาที่เดินตามมาตกใจจนรีบเข้าไปเพื่อจะแย่งของที่อยู่ในมือเจคอปทันที

 

“เจ้าจะเอามีดมาทำไม!!!” เอวาถามเสียงดังลั่น

 

“ก็กรีดเลือดฉันให้นายไง นายกำลังหิวอยู่ไม่ใช่หรอ” เจคอปว่า

 

“เจ้าจะบ้าหรือ!! เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังเล่นหนังอยู่หรือไง!!” เอวาว่าพลางดึงมีดออกจากมือของเจคอปทันที

 

“แต่นาย….”

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

“ของจากสภามาส่งครับ” ยังไม่ทันที่เจคอปจะได้พูดอะไรต่อก็มีเสียงคนเคาะประตูดังขึ้น และเมื่อเอวาได้ยินว่าเป็นใครเอวาก็รีบตรงไปเปิดประตูทันที

 

“ขอโทษที่เร่งให้มาส่งนะ” เอวาพูดกับพนักงานที่มาส่งของ

 

“มันก็แลกกับการที่ท่านต้องจ่ายเงินเพิ่มนี่ รอบนี้ตามที่แจ้งคือเลือดน้อยเราไม่สามารถนำมาขายให้ได้ตลอด เพราะทางเราก็ต้องสำรองไว้ให้ทางโรงพยาบาลด้วย” พนักงานว่า

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมแจ้งอาของผมเอง” เอวาว่า จากนั้นเขาก็รับกล่องที่พนักงานถือมาถือไว้และเซ็นรับ พอพนักงานเดินออกไปเขาก็ปิดประตูลงทันที

 

“อะไรน่ะ?” เจคอปถามด้วยความสงสัย

 

“เลือด จริงๆ อีกสองวันถึงจะได้แต่ข้าจ่ายเงินเพิ่มเพื่อให้เขาหาจากที่ใกล้ๆ มาให้ เพราะคิดว่าตัวเองคงทนถึงวันนั้นไม่ไหว” เอวาว่าก่อนจะเดินไปยังห้องของตัวเองก่อนจะนั่งลงหน้าตู้เย็นเล็กสำหรับแช่ถุงเลือดและยา

 

“พวกนั้นรู้ด้วยหรอว่านายเป็นแวมไพร์” เจคอปเดินตามเอวาเข้ามาในห้องก่อนจะนั่งมองเอวาเอาถุงเลือดแช่ในตู้เย็นและเอ่ยถามเอวา

 

“เจ้านี่ถามอะไรเยอะแยะเนี่ย” เอวาปิดตู้เย็นก่อนจะหันมามองเจคอปที่ตอนนี้กำลังนั่งมองเขาอยู่บนเตียง ให้ตายสิเขาปล่อยให้คนก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวมากเกินไปแล้วสิ

 

“ฉันอยากรู้ เอาน่าไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้มาขนาดนี้แล้วก็ตอบข้อข้องใจของฉันหน่อยสิ ยังไงฉันก็ไม่บอกเรื่องนี้กับใครอยู่แล้ว” เจคอปว่า

 

“เจ้าลองบอกสิ รับรองได้เลยว่าศพเจ้าจะไม่มีเลือดแม้แต่หยดเดียว” เอวาว่าพลางลุกขึ้นเดินไปหยิบแก้วในครัวก่อนจะเทเลือดลงไปในแก้วสีทึบ

 

“ฉันไม่บอกหรอกสาบานเลย แล้วสรุปไงเรื่องที่ถาม”

 

“เฮ้อ~~ อืมพวกนั้นรู้ จริงๆ มันก็มีมนุษย์ที่รู้การมีตัวตนของแวมไพร์อยู่แหละเพียงแต่เขาทำสัญญากับท่านปู่เอาไว้เรื่องของความลับ อีกอย่างคนของสภาส่วนใหญ่ก็เป็นคนของท่านพ่อกับอาของข้า” เอวาว่าจบก็ดื่มเลือดที่อยู่ในแก้วน้อยๆ ความกระหายค่อยๆ ลดลงจนตอนนี้เขาเริ่มกลับมาปกติแล้ว

 

“ดูเหมือนตระกูลนายจะดูเป็นคนใหญ่คนโตพอดู” เจคอปว่า เขามองคนตัวเล็กที่กระดกเลือดเอาๆ อย่างไม่อาจละสายตาจังหวะการกลืนเลือดและคอขาวๆ สีซีดมันช่างเข้ากันและน่ามองจนน่าแปลกใจ

 

“ก็สูงอยู่”

 

เอวาวางแก้วลงก่อนจะเช็ดปากที่เปื้อนเลือดและพูดกับเจคอป ภายในปากของเอวายังคงมีเลือดอยู่แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้เจคอปรู้สึกว่ามันชวนอ้วกเลย ก็นะเขากำลังจะเป็นหมอนี่จะให้ขยะแขยงหรือกลัวกับอะไรแบบนี้ก็คงไม่ใช่เรื่อง หรือเขาจะเป็นโรคจิตกันนะที่คิดว่าร่างขาวๆ ตรงหน้าช่างเหมาะกับสีแดงอย่างเลือดเหลือเกิน

 

“นายไม่เหม็นคาวเลือดบ้างหรอ” เจคอปเอ่ยถาม

 

“เฮ้อ~~ จะถามเรื่องของผมไปจดบันทึกเลยมั้ยล่ะ” เมื่อความกระหายหมดไป สติกลับมาครบถ้วนเอวาก็กลับมาแทนตัวเองเหมือนเดิม

 

“ก็ดีนะ” เจคอปตอบแบบกวนๆ

 

“เฮ้อ~~”

 

“เอาน่าตอบให้ฉันหายสงสัยไม่ได้หรือไง” เจคอปว่า

 

“ไม่เหม็น มันก็มีกลิ่นหอมๆ อยู่นิดๆ รสชาติก็ออกหวานๆ” เอวาตอบเจคอปด้วยใบหน้าเรียบเฉยเขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเจคอปถึงได้ถามเขามากขนาดนี้ เอวามองคนที่พยักหน้าทำความเข้าใจกับคำตอบของเขาก่อนจะไปหยิบน้ำในตู้เย็นมากินล้างปาก

 

“ผมว่าคุณควรกลับห้องคุณไปได้แล้วนะ” เอวาดื่มน้ำเสร็จก็หันมาพูดกับเจคอป

 

“เดี๋ยวสิฉันมีเรื่องจะถามอีกเยอะเลยนะ” เจคอปว่า

 

“คนเรียนหมอนี่ขี้สงสัยเหมือนคุณทุกคนมั้ยเนี่ย” เอวาขมวดคิ้วก่อนจะถามอย่างหงุดหงิด เขาเริ่มที่จะหงุดหงิดแล้วเพราะชายหนุ่มเอาแต่ถามนั่นนี่เขาไม่ยอมหยุด

 

“ไม่รู้สิ แต่ฉันแค่คิดว่าเรื่องของนายมันน่าสนใจดี” เจคอปว่า

 

“เฮ้อ~~ อยากถามอะไรอีกถามมา ผมคิดว่าผมคงไล่คุณไปไหนไม่ได้แล้วถ้าหากคุณยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่คุณอยากรู้” เอวาว่าจบก็เดินไปนั่งตรงโซฟาทันที เขาหมดคำจะพูดกับคนตรงหน้าแล้วตริงๆ

 

“นายนี่รู้ดีจริงๆ” เจคอปยกยิ้มก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ เอวา

 

จากนั้นเจคอปก็เริ่มถามเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับเอวา ส่วนเอวาก็ตอบเท่าที่ตัวเองคิดว่าสมควรจะตอบ เจอคอปเลยได้รู้ว่าบ้านเอวานั่นอยู่ในป่าลึก ที่กินอาหารคนได้เพราะเป็นครึ่งแวมไพร์ ครึ่งมนุษย์ และก็ได้รู้ว่าการเติบโตของเอวาจะเหมือนมนุษย์เพียงแต่ใบหน้าจะถูกหยุดไว้แค่ยี่สิบและยังได้รู้เรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

 

ทั้งสองต่างก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงได้เชื่อใจกันและกัน คนตัวโตก็เชื่อว่าแวมไพร์ตัวเล็กตรงหน้าเขาจะไม่ทำร้ายเขาแน่นอนและเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงอยากรู้เรื่องของเอวามากขนาดนี้ ส่วนเอวาเองเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไว้ใจเจคอปและยอมเล่าเรื่องของเขาให้เจคอปฟัง แต่มันน่าแปลกใจตรงที่เขาเริ่มรู้สึกโล่งที่มีคนฟังเรื่องของเขาและไม่รู้สึกกลัวหรือรังเกียจแถมยังตั้งใจฟังอีกด้วย….

 

 

 

เกือบจะฝังเขี้ยวกันแล้วมั้ยล่ะ เจคอปก็แบบพระเอกเกิ๊น!! จะกรีดเลือดให้น้องดื่ม ว่าแต่เจคอปนี่ต้องชอบน้องขนาดไหนถึงยอมให้น้องขนาดนี้ อีกทั้งยังไม่กลัวน้องอีกที่น้องเป็นแวมไพร์!!!

 

 

ความคิดเห็น