ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ความลับที่ถูกเปิดเผย

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ความลับที่ถูกเปิดเผย

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2563 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ความลับที่ถูกเปิดเผย
แบบอักษร

ตอนที่ 3 

หลังจากพวกเราทำงานเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาเลิกงานตอน 6 โมงเย็นพอดี พี่ซุปเดินมาบอกทุกคนว่าวันนี้ถึงคิวที่พี่แกพาเลี้ยงข้าว ผมลืมเล่าให้ฟังว่าวัฒนธรรมองค์กรของที่นี่อีกอย่างคือการอยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง พี่ใหญ่ 4 คนคือพี่ธีร์ (สถาปนิก) พี่ช้าง พี่ซุป (มัณฑนากร) และพี่ตุ้ย (วิศวกร) จะหมุนเวียนเลี้ยงข้าวเย็นทุกต้นเดือน แล้วแต่เจ้าตัวจะเลือกพาไปเลี้ยงที่ไหน และทุกคนห้ามปฏิเสธ  คล้ายๆ จะเป็นระบบโซตัสยังไงยังงั้น คนที่ปฏิเสธได้มีแค่บอสคนเดียวเท่านั้น 

“วันนี้ถึงคิวพี่เลี้ยงข้าวเย็นนะ เดี๋ยวจะพาไปกินหมูกระทะเจ้าดัง พี่ลองมาแล้ว บรรยากาศดีเชียว น้ำจิ้มสูตรเด็ด หมูก็นุ่มอร่อย มีทะเลเผาด้วย พี่จะชวนบอสไปกับพวกเราด้วย ไหนๆ ก็มีน้องใหม่มาร่วมทีมกับพวกเราตั้ง 3 คน จะได้ทำความรู้จักกัน ทุกคนคิดว่าไง” พี่ซุปถามความคิดเห็น 

“ผมว่าดีมากครับ พาบอสไปเปิดหูเปิดตาซะหน่อย” พี่ช้างเห็นด้วย 

“ผมก็เห็นด้วยครับ เราต้องพาบอสออกไปจากโลกส่วนตัวบ้าง จะได้ไม่หน้าบึ้ง ตีมาดขรึมทั้งวัน นี่นะวันๆ คุยกับใครถึง 3 ประโยครึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็ไม่เคยง้างปากพูดอะไรกับใครหรอก ผมจะมอมเหล้าให้ปากรั่วเลยคอยดู” พี่ธีร์พูดโม้ทันที  

“ดีเลยครับธีร์ ถ้าแกง้างปากบอสได้สำเร็จ ฉันจะให้หนึ่งพัน” พี่ตุ้ยเสริมทัพ พร้อมกับตีค่าหัวบอส 

“งั้นพวกเราเก็บของกันเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปชวนบอสก่อน” พี่ซุปบอกพวกเรา แล้วพี่แกก็หายเข้าไปในห้องบอส  สักพักใหญ่ๆ พี่แกก็สามารถหิ้วบอสไปกินหมูกระทะกับพวกเราได้สำเร็จ 

ที่ร้านหมูกระทะบรรยากาศดีมากอย่างที่พี่แกโม้ไว้เลย  มีเสียงเพลงคลอเคล้าทำให้เป็นบรรยากาศที่ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานได้เป็นอย่างดี โต๊ะที่พวกเรานั่งสำหรับ 10 คน ไม่เล็กไม่กว้างจนเกินไป เหมาะที่จะนั่งคุยกันไป จิบเบียร์ไป กินหมูกระทะไป พนักงานเอาของมาเสิร์ฟ มีทั้งหมู เนื้อ ไก่ ทะเลเผา เครื่องดื่มก็มีทั้งเหล้า เบียร์สด พวกเราลงมือกินด้วยความเร็วแสง เมื่อทุกคนเริ่มอิ่ม ทั้งโต๊ะก็เริ่มมีอาการกรึ่มๆ เพราะฤทธิ์เหล้าและเบียร์ พี่ธีร์แกยังไม่ได้ทำตามแผนเลยครับ แผนง้างปากบอสเพื่อเงิน เพราะก่อนจะง้างปากบอส  ต้องง้างปากเด็กใหม่เสียก่อน เพราะนี่คือภารกิจหลักสำหรับการมาที่นี่ เริ่มจากพี่ทิวที่ตอบคำถามพี่ๆ หมดเปลือกแล้ว ก็ถึงตาของนัทที่โดนรีดไส้จนหมดพุง ทุกคนหมดคำถามในขณะที่บอสก็นั่งฟังไปเงียบๆ ที่ไม่มีคำถามใดๆ หลุดออกมาจากปากแม้แต่คำถามเดียว ทีนี้ก็ถึงตาของผม ซึ่งผมกำลังคิดว่าคำถามไหนตอบได้ ผมก็จะตอบ อันไหนตอบไม่ได้ก็จะขอผ่านๆ ไป เพราะขนาดพ่อแม่ยังไม่มาล้ำเส้นผมเลย หางตาของผมเหลือบไปเห็นบอส เขาขยับนั่งตัวตรง แล้วจ้องมาที่ผม  

“น้องไออุ่นเป็นคนที่ไหนครับ” เริ่มจากพี่ช้างก่อนเลย 

“กรุงเทพครับ ที่จริงบ้านผมก็อยู่แถวนี้ล่ะครับ แต่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่นี่มีร้านหมูกระทะบรรยากาศดีขนาดนี้ วันหลังต้องพาที่บ้านมาลองสักหน่อยแล้วล่ะครับ” ผมตอบคำถามไปแบบสบายๆ ทุกคนกำลังอยู่ในบรรยากาศที่กรึ่มๆ ปนเฮฮา เพราะก่อนนี้นัทเล่าวีรกรรมไว้เยอะ พวกผมฟังแล้วก็หัวเราะไปกับวีรกรรมของมัน 

“อ้าววว เราพักอยู่กับที่บ้านหรอกเหรอ พี่นึกว่าอยู่คอนโดกับแฟนซะอีก” พี่ธีร์พูดยานคางแบบคนกำลังเมาได้ที่  

“ครับ ผมอยู่กับพ่อแม่ และน้องๆ อีก 2 คนครับ” ผมตอบกลับไป แล้วจิบน้ำเปล่า  

“ตอนนี้โสดมั้ย” พี่ธีร์ถามผมอีก 

“โสดครับ หุ่นแบบนี้ใครจะอยากเป็นแฟนด้วยล่ะครับ” ผมยิ้มก่อนจะตอบออกไป 

“แล้วเคยมีแฟนมั้ย” จริงๆ เล้ยยยไอ้พี่ธีร์ วนถามแต่เรื่องเดียว 

“ขอผ่านครับ” ผมยกยิ้ม ก่อนจะตอบกลับไป ในใจชักจะกรุ่นๆ หน่อยๆ แล้ว 

“ไม่ให้ผ่านสิครับ น้องไออุ่นของพี่อัฐ ใครๆ ก็รู้ว่ารักกันหวานชื่นขนาดไหน เดือนคณะกับเดือนมหา’ลัย ตัวติดกันอย่างกับปาท่องโก๋ เห็นน้องไออุ่นที่ไหนก็จะเห็นพี่อัฐที่นั่น แล้วตอนนี้พี่อัฐของน้องไออุ่นไปไหนซะแล้วล่ะครับ หรือว่าโดนทิ้…… ” ไอ้พี่ธีร์โชว์เหนือไปอีก แต่ยังดีที่พี่ช้างนั่งอยู่ข้างๆ เอามืออุดปากพี่แกไว้ซะก่อน ผมทำหน้าไม่ถูก แต่ยอมรับว่าหัวใจผมมันเหมือนคนเอามีดมาสะกิดแผลเก่าที่ยังไม่หายดี หน้าผมน่าจะซีดลงเพราะผมรู้สึกว่าหน้าตัวเองชาๆ  ผมมองไปรอบๆโต๊ะ ทุกคนทำตาโตเท่าไข่ห่าน เหลือก็แต่บอสคนเดียวที่ทำหน้านิ่งไม่ได้แสดงอาการว่ารู้สึกยังไงกับสิ่งที่ได้ยิน  

“ไอ้ธีร์ ฉันว่าแกเมาแล้วล่ะ” พี่ช้างพูดกับคนที่แกกำลังใช้มืออุดปากอยู่  (น่าจะอุดจมูกด้วยให้ตายไปเลย ไอ้พี่ปากบอน) แล้วพี่แกก็หันมาหาผม “ไออุ่นอย่าถือสามันเลยนะ มันเมาแล้วปากรั่วแบบนี้เป็นประจำ”  พี่ช้างที่ยังเอามืออุดปากไอ้พี่ธีร์บอกกับผม 

“ครับ ผมว่าผมจะกลับแล้วล่ะครับ ขอบคุณมากนะครับสำหรับวันนี้” ผมตอบกลับไป ก่อนจะลุกขึ้น  

“อย่าเพิ่งไปครับไออุ่น ก่อนกลับเรามาชนแก้วสุดท้ายกันก่อน สำหรับวันนี้ถ้ามีอะไรที่ทำให้ไม่พอใจ พี่ก็ขอโทษแทนน้องมันด้วยแล้วกัน อย่างน้อยๆ พวกเราก็มาลงเรือลำเดียวกันแล้ว ให้อภัยกันได้ก็อย่าโกรธกันเลยนะ วันนี้บอสเลี้ยงนะครับ เพื่อเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่ บอสให้พี่พูดแทนหมดแล้ว เอ้าโชน หมดแก้วๆๆ” พี่ซุปเรียกผมไว้ก่อน แล้วพวกเราก็ชนแก้วสุดท้าย แล้วดื่มจนหมด พี่ๆ กินเหล้า ส่วนผมน้ำเปล่า  

ฟุบบบบบ!!!!! 

“อ้าววววว บอสๆ บอสครับๆๆๆ หลับกลางอากาศไปซะแล้ว ใครจะไปส่งหล่ะทีนี้” พี่ซุปตัวต้นเหตุ เข้าไปเรียกบอสอยู่พักใหญ่ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย 

“มีใครจะไปส่งบอสได้บ้าง พี่จะเอาไอ้ธีร์ไปเก็บ” พี่ซุปถามขึ้นมา 

“ผมเอามอ’ไซค์มาครับ หลับแบบนี้คงไม่ไหว” พี่ช้างออกตัวก่อนใครเพื่อน ส่วนคนอื่นๆ ก็มีอาการอ้อแอ้ไม่แพ้กัน คงจะเป็นที่พึ่งให้ใครไม่ได้ในตอนนี้ 

“ผมพาบอสไปนอนที่บ้านก่อนก็ได้ครับ หรือพี่ว่าไงครับ” ผมที่มีสติมากที่สุด จำใจต้องอาสาในครั้งนี้ 

“งั้นพี่ขอฝากเราด้วยนะ กลับไหวนะ” พี่ซุปทำท่าถอนหายใจ แล้วแบกพี่ธีร์ไปที่รถ ส่วนคนอื่นๆ ก็หาทางกลับบ้านตัวเอง  

“บอสครับๆๆ กลับบ้าน” ผมเรียกแต่พี่แกไม่ตอบ ผมจึงขยับเข้าไปใกล้แล้วเรียกอีก เผื่อบอสจะรู้สึกตัว แต่เปล่าเลย บอสเอาหัวมาเกยไหล่ผมจนขยับไม่ได้ ผมได้กลิ่นหอมเย็นๆ แต่ละมุนมากจากตัวบอส ยิ่งดมก็ยิ่งหอม ไม่รู้ทำไมตั้งแต่ผมได้กลิ่นนี้จากตัวบอส มันทำให้ผมรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนอบอุ่น ผมเคยได้ยินว่าน้ำหอมสามารถบอกบุคลิกของคนใช้ได้ ผมควานหากุญแจรถในกระเป๋าสะพายของพี่แกจนเจอ จากนั้นผมก็ออกแรงยกแขนของบอสขึ้นมาวางพาดบนบ่าผม จากนั้นก็คว้ากระเป๋าแล้วพยุงพี่แกมาที่รถ BMW X3 M Sport สีดำของพี่แก คืนนี้ผมคงต้องขับรถคันนี้กลับบ้าน ส่วนรถของผมค่อยมาเอาพรุ่งนี้ เพราะผมไม่กล้าปล่อยรถพี่แกทิ้งไว้ที่ร้าน ยังไงพรุ่งนี้ก่อนไปทำงานค่อยแวะมาเอา ตอนนี้ก็ 4 ทุ่มแล้ว ผมอยากกลับไปอาบน้ำนอนแล้ว พรุ่งนี้ก็ยังทำงานปกติ 

หลังจากพาบอสขึ้นรถ ผมก็โทรบอกแม่ ว่าจะมีเพื่อนมานอนด้วย เพื่อให้แม่เตรียมที่นอนไว้ให้ ผมบอกอีกว่าเพื่อนเมา แม่เลยเลือกห้องรับแขกสำหรับการนอนของบอสคืนนี้ หลังจากไปถึงบ้านแล้วผมก็ประคองบอสเข้าไปในบ้าน น้องๆ ขึ้นห้องไปทำการบ้านอ่านหนังสือ ส่วนพ่อก็เข้านอนไปแล้ว เหลือแต่แม่ที่นั่งรอผมพาพี่แกกลับมาที่บ้าน 

“แม่ครับ ผมขอผ้ากับน้ำหน่อยสิครับ พี่เค้าคงหลับไม่สบาย ถ้าไม่ได้เช็ดตัว เดี๋ยวผมจะไปเอาเสื้อผ้าก่อน” ผมประคองพี่แกมาที่โซฟา แม่พยักหน้าแล้วไปเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัวให้ ส่วนผมขึ้นห้องไปเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้บอส ผมหาเสื้อยืดกับกางเกงที่พี่เค้าน่าจะใส่ได้ ที่จริงแล้วผมตัวเล็กกว่าบอสไม่มากนัก แต่บอสตัวสูงกว่าผมราวๆ 7 เซนต์ เสื้อกับกางเกงของผม บอสน่าจะใส่ได้ เพราะผมชอบใส่เสื้อนอนตัวใหญ่ๆ 

“ขอบคุณครับแม่ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการต่อเองครับ” ผมบอกแม่ หลังจากเดินลงมา แม่ก็เตรียมผ้าชุบน้ำกับกะละมังใบเล็กไว้ให้ 

“ทำคนเดียวไหวแน่นะ” แม่ผมถามเพื่อความแน่ใจ 

“ไหวครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า แม่ไปนอนก่อนเถอะครับ” ผมบอกแม่ เพราะพรุ่งนี้แม่ต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหารให้น้องๆ “เอ่อ…แม่ครับ พรุ่งนี้ฝากทำข้าวเช้าเผื่อพี่เค้าด้วยได้ไหมครับ” ผมบอกแม่ 

“ได้สิจ๊ะ ถึงไม่บอกแม่ก็ทำเผื่ออยู่แล้ว เพื่อนลูกทั้งคน” แม่ตอบแล้วส่งยิ้มกลับมาตามประสาคนใจดี 

“อันที่จริงก็ไม่ใช่เพื่อนหรอกครับแม่ พี่เขาเป็นเจ้านายของผมเอง พอดีพี่ที่ทำงานฝากให้ผมดูแล ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยต้องพามานอนที่บ้าน ขอโทษนะครับที่พามารบกวน” ผมบอกกับแม่อย่างรู้สึกผิด 

“ไม่เป็นไรจ๊ะ เรื่องแค่นี้เอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่าคิดมากนะลูกนะ” แม่เอามือมาลูบหัวของผมเบาๆ แม่ยังเป็นคนใจดีและแคร์ความรู้สึกของคนอื่นอยู่เสมอ 

“ขอบคุณครับ” หลังจากนั้นแม่ก็ขึ้นบ้านไปนอน ปล่อยให้ผมจัดการบอส  

ผมเริ่มจากส่วนบนก่อนเลย ผมไม่ได้ตั้งใจจะล่วงละเมิดบอสนะครับ โปรดให้อภัยผมด้วยนะบอสนะ ผมจำเป็นจริงๆ ผมจะเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ บอสจะได้หลับสบายๆ ยังไงล่ะครับ ผมค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อทีละเม็ด ไอ้บ้า!!!มือของผมก็สั่นระริก ไม่สิ!!! ใจของผมสั่นกว่ามืออีก คนบ้าอะไรจะหุ่นดีขนาดนี้ ผมจะทำยังไงให้ได้หุ่นแบบนี้บ้าง เมื่อเสื้อของบอสหลุดออกไปจากตัวแล้ว ก็เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่แขน ไหล่ หน้าอก หน้าท้อง สมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวคงจะออกกำลังกายอย่างหนักและทำอย่างสม่ำเสมอ ต่อมาก็เป็นส่วนล่าง ผมไม่อยากจะคิดถึงงูตัวนั้นเลย มันน่าจะกำลังหลับอยู่ ผมค่อยๆ แกะกระดุมกางเกงของบอสออกทีละเม็ด ไม่ต้องถามว่ามือผมสั่นไหม ตอนนี้ 7.5 ริกเตอร์ได้มั้ง แต่ใจผมปาไป 10 ริกเตอร์แล้วคุณ ผมถอนหายใจ แล้วตั้งสติใหม่ ค่อยๆ ถอดกางเกงบอสออก ทุกอย่างเป็นไปอย่างทุลักทุเล กางเกงสลิมฟิตกับกล้ามเนื้อแน่นๆ โอ้ย!!!ผมจะบ้าตาย มันถอดยากถอดเย็น มันติดตรงเป้าแล้วก็สะโพกแล้วบอสก็ไม่ช่วยอะไรผมเลย หลับอย่างเดียว ผมต้องเอามือไปจับไปดึงผ้าที่ติดตรงนั้นตรงนี้ของบอส  หวังว่างูของบอสน่าจะกำลังหลับสบาย อย่าได้ตื่นขึ้นมาฉกผมในตอนนี้ก็แล้วกัน พอถอดออกมาได้แล้ว ผมก็เอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ มาเช็ดหน้าให้บอส เมื่อโดนน้ำเย็นก็เอามือมาปัด ทีงี้ล่ะรู้สึกตัว ตาปรือมองมาที่ผมนิ่ง ผมไม่รู้ว่าบอสมีสติหรือเปล่า ผมจึงยิ้มกลับไป  

“นอนไปเถอะครับ ผมแค่จะเช็ดตัวให้” ผมส่งยิ้มให้อีก แล้วบอกออกไป แต่พี่แกก็ไม่ได้ทำตามที่ผมบอก แถมยังจ้องตาปรือมาที่ผมไม่วางตา แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร ผมอยากจะรีบๆ เช็ดตัวให้เสร็จๆ เพราะผมทั้งเหนื่อยทั้งเพลียมาทั้งวันแล้ว จึงยกแขนพี่แกขึ้นมาเช็ด แต่พี่แกกลับคว้าข้อมือผมไว้แล้วพูดว่า… 

“รักเขามากเลยเหรอ” พี่เขาจ้องหน้าผมนิ่งแล้วจับข้อมือผมไว้แน่น 

“ห๊ะ!!!พี่ว่าอะไรนะครับ” ผมตกใจกับท่าทีของพี่แก แล้วยิ่งงงไปอีกกับคำพูดประหลาดๆ ผมเข้าใจแหล่ะ คนเมามักจะเพ้อเจ้อ ผมพยายามแกะมือบอสออกเพื่อจะได้เช็ดตัวให้ต่อ 

“ลืมไปได้มั้ย” พี่แกบีบข้อมือผมแน่นขึ้น แล้วพูดออกมาอีก 

“ปล่อยครับพี่ ผมเจ็บนะ” ผมพยายามแกะมือที่ใหญ่กว่าออกจากข้อมือผม สักพักมือนั้นก็คลายออกแล้วบอสก็หลับตาลง ผมพู่ลมหายใจออกมา แล้วก็เช็ดตัวให้พี่แกต่อจนเสร็จ จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ กว่าจะใส่ได้ก็ทำเอาผมเหนื่อยไปอีกรอบ 

ผมเอาเสื้อกางเกงรวมถึงกางเกงในของพี่แกไปเข้าเครื่องซักผ้า ตั้งโปรแกรมซักและอบไว้ กว่าจะถึงเช้าผ้าก็น่าจะแห้งพอดี ผมรีบไปอาบน้ำแล้วเข้านอนที่ห้องของผม วันนี้ผมเหนื่อยมากกว่าทุกวัน หลังจากหัวถึงหมอนผมก็หลับเป็นตาย  

******************************* 

ความคิดเห็น