ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : NUMBER 3 Downfall part 1

คำค้น : สมุทร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2563 06:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
NUMBER 3 Downfall part 1
แบบอักษร

NUMBER 3 Downfall part 1 

               ชีวิตประจำวันของผมเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม ผมรู้สึกหวาดระแวง ตื่นกลัว และไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป ด้วยฟีโรโมนของผมนั้นมันกระจายรุนแรงถึงขนาดที่แค่ผมโปรยยิ้มให้ก็อาจจะทำให้เหล่าคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันจู่โจมผมราวกับสัตว์ป่า ผมเกลียดตัวเองที่เป็นอย่างนี้ แต่ผมเกลียดโลกนี้มากกว่า

               ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ

               “แฮ่กๆ...เหี้ย...แม่งเอ้ย”

               ผมขบกลีบปากสบถเบาๆเมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาเจ็ดโมงสิบห้า นั้นทำให้ผมต้องรีบลุกขึ้นจากเตียงและแต่งตัวด้วยความไวแสง หากไม่รีบตอนนี้ ผมจะต้องเข้าเรียนสาย หากเป็นวันปกติผมจะไม่ว่าเลย แต่วันนี้คือวันสอบปิดภาคเรียนม.ห้า เทอมนี้ ผลการเรียนของผมขึ้นอยู่กับมัน

               ไม่อย่างนั้นผมคงจะไม่วิ่งกระหืดกระหอบให้ทันรถไฟฟ้ารอบเจ็ดมึงสามสิบเพื่อจะไปเตรียมพร้อมก่อนสอบ นึกโทษตัวเองเลยที่อ่านหนังสือจนดึกดื่น ไม่อย่างนั้นผมก็คงจะเดินไปเหมือนปกติ วันนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆที่ทำให้ผมต้องเบียดเสียดเข้ามาอยู่บนรถไฟที่แออัด

               ใจจริงผมไม่ได้อยากจะใช้รถโดยสารร่วมกับคนอื่นเลย โดยเฉพาะสถานที่แออัดที่ยืนชิดกันจนไม่เหลือช่องว่างแบบนี้ ส่วนสาเหตุ...

               หมับ กึก

               ความรู้สึกถึงมือหนาที่จับเข้าที่แก้มก้นนั้นทำให้ผมตัวแข็งทื่อ ดวงตากดต่ำและขบปากเข้าหากัน ลำพังแค่เวลาปกติผมก็เป็นที่ต้องตาอยู่แล้ว แต่นี้ผมเพิ่งวิ่งมา เหงื่อมันก็เลยออก ฟีโรโมนก็เลยกระจายฟุ้งไปทั่ว รู้สึกได้จากลมหายใจร้อนๆที่มันเป่ารดที่ท้ายทอยของผม

               “กลิ่นหอมจังหนู”

               เฮือก

               เสียงที่ดังชิดริมหูนั้นทำให้ผมกัดปากตัวเอง จะก้าวหนีไปไหนก็ไม่ได้ในเมื่อคนที่ยืนชิดจนผมขยับไม่ได้ หันซ้ายก็เจอสายตาเล้าโลม หันขวาก็เจอสายตาหื่นกาม ซ้ำมือของคนที่พูดนั้นก็เริ่มเค้นคลึงแก้มก้นของผมแล้วด้วย

               “ชะ..ช่วย...อึ่ก!”

               ม่านตาของผมเบิกโพลงเมื่อมือของลุกที่ทำสายตาหื่นกามใส่ผมปิดปากไม่ให้ผมส่งเสียง ไอ้จะยกมือขึ้นปัดมือของเขาออกกลับถูกลุงคนที่มองผมด้วยสายตาเล้าโลมล๊อกแขนเอาไว้ จะเอี่ยวตัวหลบ ไอ้คนที่พ่นลมหายใจรดหัวผมอยู่ก็ล๊อกเอวเอาไว้

               นี้มันเรื่องโกหกใช่ไหม? ผมเจอขบวนการลวนลามมืออาชีพเข้าให้แล้ว! มันทำกันเป็นขบวนการแน่ๆ ไม่งั้นคงจะไม่ยืนล้อมผมเอาไว้ เอาตัวหนาๆของพวกนั้นบังสายตาของคนอื่นและล๊อกตัวผมจนไร้ช่องทางขัดขืนได้ในเวลาเดียวกันแน่ๆ!

               หมับ

               “ฮึ่มมมม กลิ่นหอมชะมัด”

               เป็นอีกครั้งที่ลุงคนที่เริ่มบดเบียดไอ้จ้อนแข็งๆนั้นถูกกับก้นของผม ดวงตาผมเบิกโพลงกวาดมองไปทั่วด้วยความตื่นกลัว พยายามกระชากมือตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ก็เปล่าประโยชน์ สมองของผมขาวโพลน มีแค่เสียงเดียวที่ก้องอยู่ในหัว

           นี้มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน!? 

               นี้ไม่ใช่หนัง! ไม่ใช่ละคร! ไม่ใช่หนังโป๊! พวกลุงทำแบบนี้กับเด็กที่ใส่ชุดนักเรียนสะพายกระเป๋าจะไปสอบไม่ได้! ดวงตาของผมช้อนมองซ่อนความตื่นตูมไม่มิด และนั้นคือความผิดพลาดอีกอย่างที่ผมได้เรียนรู้จากเช้าวันนี้

               “ซี้ดด ผู้ชายเหรอวะ? น่ารักชิบหาย...ผู้ชายกูก็ไม่สนแล้ว”

               ใบหน้าตื่นกลัวของผมมันกระตุ้นความอยากของพวกชั่วนี้ได้! ผมพยายามเอี่ยวตัวหลบฝ่ามือที่ล้วงเข้าไปใต้กางเกง พวกเขาพยายามจะถอดกางเกงของผมออกขณะที่ดันตัวผมให้ติดกับกำแพงข้างๆประตู เป็นจังหวะที่ผู้โดยสารที่นั่งติดประตูหันมาสบตากับผม

               นี้แหละโอกาส ป้าเขาเห็นผมแล้ว! เขาเห็นว่าผมถูกลวนลาม ป้าเขาต้องทำอะไรสักอย่างแน่นอน!

               ชั่วอึดใจที่ผมส่งสายตาอ้อนวอนให้กับป้าคนนั้น ก่อนที่ความหวังของผมจะดับวูบเมื่อเธอเลือกที่จะเมินผม ทั้งๆที่ผมมั่นใจว่าเขาเห็นผมถูกลวนลาม ผมกลายเป็นธาตุอากาศ หัวใจวูบโหวงเพราะมันร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหวังของผมหายไปพร้อมกับความใจดำของป้าคนนั้น

               ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ

               สัมผัสน่าขยะแขยงยังดำเนินต่อไป ผมอยากจะกรีดร้องแต่ก็ทำไม่ได้ มือของพวกนั้นล้วงเข้ามาใต้เสื้อนักเรียนของผม ขยำเข้าที่หน้าอกที่มันเหมือนจะนูนขึ้นมาตามธรรมชาติ เขาใช้ปลายนิ้วคืบหัวนมของผม และขยี้ราวกับว่านี้คือเรื่องปกติที่ทำกับนักเรียน

               ที่น่ารังเกียจกว่านั้น คือสะโพกของตาลุงคนนั้นที่เริ่มขยับถูไถไอ้จ้อนกับก้นของผม ทุกๆอย่างในตอนนี้มันทำให้ผมกัดปากตัวเองจนรู้สึกเจ็บ ความขยะแขยงเพิ่มพูนพร้อมๆกับความกลัว ม่านตาของผมเคลือบไปด้วยน้ำตา กระทั่งเสียงเตือนอัตโนมัติบอกว่าประตูกำลังจะเปิด ผู้คนกรูเข้ามาพร้อมๆกับหลายคนที่จะออกจากรถไฟฟ้า เป็นจังหวะที่พวกนั้นเซเพราะถูกฝูงชนผลักดัน ตัวผมก็ได้รับอิสระ ผมรีบตะเกือกตะกายกลืนกับฝูงชนที่ออกมาจากรถไฟฟ้า

               “ฮึก..แฮ่กๆ..อึ่ก...”

               เมื่อริมฝีปากเผยอออกฮุบอากาศบริสุทธิ์ เข่าผมก็อ่อนทันที ผมย่อตัวลงกอดเข่าโดยที่สองมือปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้ อาการสั่นเทิ้มของผมมันหยุดไม่ได้ มวลก้อนบรรยากาศเมื่อครู่มันยังอยู่ในความทรงจำ สัมผัสน่าขยะแขยงนั้นยังคงอยู่

               แหมะ

               “ฮึก..อึ่ก...”

               ความกลัวมันทำให้น้ำตาของผมไหลรื้นออกมาจากขอบตา ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา สนใจบ้างไม่สนใจบ้าง ซึ่งตอนนี้ผมไม่สนแล้วว่าใครจะมองยังไง ผมกลัว...กลัวไอ้พวกนั้น จนต้องปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นมันตรงนี้

               หมับ

               “น้องครับ เป็นอะไรไหม?”

               แต่แล้วมือของผู้ดูแลความปลอดภัยของสถานีแตะลงที่หัวไหล่ ผมสะดุ้งสุดตัวสะบัดมือเขาออกโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะผวากับสัมผัสตกค้างจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ดวงตาที่เคลือบด้วยหยาดน้ำใสของผมจ้องมองผู้ชายในชุดรักษาความปลอดภัย เขานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าผมและพยายามถามสารทุกข์สุขดิบของผม

               มันทำให้ผมหายใจหายคอสะดวกขึ้นหน่อยจากความช็อกเมื่อครู่ เมื่อกี้...อาจจะไม่ได้มีแค่ป้าคนนั้นที่เห็นว่าผมถูกลวนลาม ในรถไฟฟ้านั้นมีคนอยู่ตั้งเท่าไหร่ จะไม่มีใครเห็นผมถูกทำแบบนั้นจริงๆหรือ? หรือพวกเขาแค่เมินผม? ผมสะบัดความคิดแย่ๆในหัวตัวเองไม่ได้จนทำให้ตอนนี้ผมดูเหมือนคนเสียสติ

               “น้อง เป็นอะไรไหม?”

               พี่เขาใช้มือช้อนคางผมขึ้นเพื่อบังคับให้ผมมองหน้า ชั่วอึดใจที่ผมแสดงสีหน้าวิตกกังวลให้พี่เขาเห็นแต่แล้วเขากลับขบกลีบปากตัวเองและหอบหายใจรุนแรงขึ้น

               “อะไรกัน? กลิ่นนี้? หอมจัง”

               แค่เขาพึมพัมเบาๆกับตัวเอง ม่านตาของผมก็เบิกกว้างอีกครั้ง ผมลุกพรวดขึ้นและกอดกระเป๋าตัวเองแน่น ใบหน้าของเขาแดงก่ำและมองผมเหมือนเป็นอาหารตาเหมือนคนอื่นๆ และนั้นทำให้ผมเข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง ผมก้าวถอยหลังและวิ่งหนีเขามาอย่างนั้น

               ไม่รู้หรอกว่าผมทำหน้ายังไง แต่กลิ่นตัวของผมในตอนนี้มันปลุกอารมณ์คนที่ได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของผม ด้วยความตื่นกลัวของผม ทำให้ผมเลือกที่จะวิ่งออกห่างจากสถานที่ที่คนเยอะๆ ออกจากสถานีแล้วโบกแท็กซี่แทน

               “น้อง ไม่เป็นไรนะ”

               เสียงนั้นทำให้ผมเงยมองคนขับที่เป็นผู้หญิง ผมพยักหน้าแล้วโล่งใจที่คนขับรถเป็นผู้หญิง เธอมองหน้าผมด้วยสีหน้าฉงน ก่อนจะไปส่งผมทั้งๆที่มีคำถามในใจ อีกสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ในวันนี้ ฟีโรโมนของผมมันใช้กับผู้หญิงไม่ได้ผล

               “พี่ครับ ผมขอเบอร์พี่ไว้ได้ไหมครับ?”

               “ได้ค่ะ ถ้าโทรเรียกบ่อยๆเดี๋ยวพี่จะให้ราคาพิเศษ”

               แม้ผมจะคิดแบบนั้น แต่ผมไม่มั่นใจ ถ้าเกิดผมจำเป็นจริงๆ ผมจะเรียกใช้แค่พี่คนนี้ที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอนเห็นผมในสภาพนี้แล้วกัน

 

               การสอบจบลงไปได้ด้วยดีโดยที่ผมมีเรื่องกวนใจตลอดจนทำให้สอบไม่รู้เรื่อง เท่ากับที่ผมอ่านมาทั้งหมดมันไร้ค่าเพราะการตื่นสายจนทำให้ตัวเองต้องตกเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง ผมไม่รู้หรอกว่าพวกนั้นเป็นคนเลวแบบนี้อยู่แล้ว หรือเป็นเพราะฟีโรโมนจากตัวของผมที่ทำให้พวกเขาลงมือทำแบบนั้น

               อย่างกรณีของอาจารย์เกล้า ผมเห็นแล้วว่าอาจารย์ไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้คิดเรื่องพันนั้นกับผมเลย แต่ที่มันเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมา มันเป็นเพราะฟีโรโมนเหี้ยนี้!!

               “สมุทร มึงเป็นอะไรหรือเปล่า? ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว”

               เสียงของไอ้นทีดังขึ้นเรียกให้ผมหันไปมองก่อนเริ่มการสอบวิชาต่อไปในเวลาพักเที่ยง ระหว่างสอบพวกเราไม่ได้คุยอะไรกันจนกระทั่งพักเที่ยง ผมไม่ได้ไปกินข้าวที่โรงอาหาร ขังตัวเองเอาไว้ในห้องน้ำเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอใคร ผมกลัวจริงๆนะ กลัวว่าแค่เดินไปเจอหน้าคนที่ไวต่อฟีโรโมนของผมแล้วจะทำให้เขากระโจนใส่ผมทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ

               และอีกสาเหตุ คืออาการตื่นกลัวจากเหตุการณ์เมื่อเช้า นั้นทำให้ผมรู้ว่าผมเกลียดและกลัวสัมผัสจากคนแปลกหน้ามากขนาดไหน

               “มึง..อย่าบอกนะโดน...”

               “เปล่า ไม่ได้โดน...แค่โดนลวนลามบนรถไฟฟ้า”

ผมก้มหน้า รู้สึกว่าพูดเรื่องที่กวนใจตั้งแต่เช้าออกไปด้วยได้ อีกอย่าง ไอ้นทีคือคนเดียวที่รับรู้ถึงปัญหาของผม มันรู้ว่าผมถูกข่มขืนมาก่อนเพราะอะไร อีกอย่าง มันคือคนที่ไวต่อฟีโรโมนของผมที่สุด ตั้งแต่ก่อนที่มันจะรุนแรงถึงขั้นแค่ยิ้มเท่านั้นก็ทำให้คนคลั่งได้

“บนรถไฟฟ้าเลยเหรอ? พวกนั้นไม่ได้ทำอะไรมึงมากกว่าแค่ลวนลามภายนอกใช่ไหม?”

ไอ้นทีมันถามย้ำ ทำให้ผมพยักหน้ารับคำ รู้สึกความขยะแขยงนั้นมันกลับเข้ามาก่อกวนอารมณ์ของผมอีกครั้ง ผมหดหู่และกำลังจนหนทาง ขนาดเลี่ยงที่จะไม่อยู่ในที่คนเยอะๆแล้ว แล้วก็เลี่ยงจะไม่อยู่ในที่ที่คนน้อยแล้ว เอาจริงๆ ต่อให้ผมอยู่ที่ไหนแม่งก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น

คนเยอะก็เสี่ยงเจอรุมโทรม คนน้อยก็เสี่ยงเจอข่มขืนในที่ลับตาคน แล้วแบบนี้ผมจะใช้ชีวิตประจำวันยังไง! ต้องให้ผมอยู่ร่วมกับผู้ชายที่จ้องจะจับผมทำเมียตลอดเวลาน่ะ มันใช่เรื่องเหรอ?

“ดีแล้ว ถ้างั้น เดี๋ยวกูไปส่งแล้วกัน จะได้ไม่ต้องขึ้นรถไฟฟ้า”

“...แต่วิชาสุดท้ายเราสอบคนละวิชากัน”

คาบสุดท้ายคือวิชาเลือกที่พวกเขาแยกกันออกเป็นกลุ่มๆ นั้นทำให้พวกเขาต้องแยกย้ายไปยังห้องวิชาเลือกพิเศษ จริงๆผมก็ไม่ได้ไว้ใจไอ้นทีหรอกนะ แต่กลับกันมัน อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่ากลับคนเดียว ต่อให้มันขืนใจผมก็ดีกว่าโดนคนแปลกหน้าข่มขืนแหละ

“ถ้างั้นไปรอที่ห้องสมุทรแล้วกัน ของกูมีสอบปฏิบัติด้วย ไม่รู้ว่าเสร็จเมื่อไหร่”

“...อืม ก็ได้”

นั้นคือการเอาตัวรอดของผม ไม่ใช่ว่าผมยอมให้ไอ้นทีหรอกนะ แต่เพราะผมเสียทุกอย่างให้มันจนไม่รู้จะเสียอะไรแล้ว อีกอย่างไอ้นทีมันก็ไม่ได้ดูคลั่งเพราะฟีโรโมนของผมสักเท่าไหร่ ก็แค่ดูเป็นไอ้หื่นธรรมดาๆ...หรือเปล่าหว๋า?

และแล้วเวลาที่ผมสอบวิชาสุดท้ายเสร็จสิ้น ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีไม่ได้อยากยกความดีความชอบให้ไอ้นทีหรอกนะ แต่หลังจากที่ได้พูด ความกลัวของผมมันลดน้อยลงมาหน่อย อย่างน้อยก็ไม่อึดอัดเหมือนตอนช่วงเช้า

ผมคาดว่าวิชาเลือกของไอ้นทีต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย พอมันสอบเสร็จคงจะไปรับผมที่ห้องสมุดแล้วกลับบ้านพร้อมกัน เอาจริงๆผมขยาดไอ้นทีพอๆกับอีตาลุงๆโรคจิตบนรถไฟฟ้านั้นแหละ แต่มันช่วยไม่ได้...ระหว่างไอ้นทีที่สูงโปร่งและหน้าตาพอไปวัดไปวาได้กับตาแก่ลงพุงมีกลิ่นเหงื่อกลิ่นอับ ถ้าเลือกได้จะเลือกอะไรละ?

ผมปลีกตัวออกมายังห้องสมุดเงียบๆ ข้อความของไอ้นทีเด้งขึ้นย้ำว่าให้ผมไปยังห้องสมุดยืนยันการนัดหมาย ผมก็ตอบกลับไปและมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ในโรงเรียนนี้แหละเป็นพื้นที่ที่อันตรายที่สุดสำหรับผม จำได้เลยตอนถูกรุมโทรม...

“อึ่ก...”

แค่คิดผมก็กลืนน้ำลายลงคอลำบากแล้ว สถานการณ์ในตอนนี้มันค่อนข้างที่จะเหมือนกับตอนนั้น ส่งข้อความมานัดสถานที่ พอผมไปเจอก็ผลักผมลงกับพื้นแล้วปลุกปล้ำผม...

ขวับ

ผมหันหลังมองอย่างระแวงตอนที่สองมือค่อยๆปิดประตูเสียงเบา ตึกเริ่มร้างผู้คนเพราะนอกจากวันนี้จะเป็นวันสอบสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ยังเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ เด็กกว่าครึ่งในรั้วโรงเรียนคงจะอยากปาร์ตี้ฉลองอะไรทำนองนั้น ซึ่งผมก็อยากแต่สถานที่อโคจรคือที่ต้องห้ามของผมในตอนนี้

ลองไปผับบาร์หรือร้านเหล้าดูสิ ผมต้องถูกลวนลามหรือไม่ก็ลากไปปล้ำข้างพุ่มไม้ทันทีที่คนหื่นมีโอกาสแน่นอน ผมไม่ได้หลงตัวเองหรอกนะ แต่จากประสบการณ์ตลอดปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าฟีโรโมนของผมมันทำพิษได้เหมือนกัน

“มาแล้วเหรอ?”

กึก

ผมที่ปล่อยให้สติล่องลอยกับความคิดต่างๆนานาสะดุ้งเฮือก หันหลังไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียง ร่างหนาที่ยืนกอดอกด้วยท่าทางผยอง กลีบปากกระตุกยิ้มเมื่อก้มมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ซึ่งผมก็มองเขาแบบเดียวกัน ก่อนเครื่องหมายคำถามจะโชว์หราอยู่บนหน้า...ใครวะ?

“เรารู้จักกันเหรอครับ?”

“อืม จะเล่นแบบนี้เหรอ? ได้เลย”

หมับ

“อ๊ะ ปล่อยนะ!”

ผมสะดีดสะดิ้งทันทีที่มือหนาจับรอบข้อมือ ออกแรงบีบที่มือผมแล้วกระชากเข้าไปหาตัว มืออีกข้างเขาเหวี่ยงมาล๊อกเอวผมเอาไว้ ก่อนจะโน้มหน้าลงมาชิงหอมแก้มผม

               “เหี้ยอะไรวะเนี่ย!?”

               ม่านตาผมเบิกกว้าง สองมือทั้งผลักทั้งดัน ขืนตัวเต็มที่กับคนที่ร่างหนากว่าแม้จะตัวเตี้ยกว่าผม กลิ่นเหงื่อจากแดดยามบ่ายแก่ๆทำให้ผมรู้สึกขยะแขยง และหนักกว่านั้นก็คือการที่มันพยายามจะจูบผมพร้อมๆกับใช้มือลูบไล้ลวนลามผมไปด้วย

               “แหม หอมชื่นใจจริงๆ”

               “มึงเป็นใคร! ปล่อยกูนะ!!”

               เอาจริงๆผมจำหน้าเขาไม่ได้ ผู้ชายที่ดูจะอายุมากกว่าผมสักสี่ห้าปี ความไม่คุ้นหน้านั้นทำให้ผมยิ่งตื่นตูมและส่งเสียงโวยวาย มือหนาของมันล้วงเข้าไปใต้กางเกงจากทางด้านหลังทำเอาผมขนลุก ลำพังแค่หนีปากของมันที่พยายามจะจูบก็เต็มกลืนแล้ว นี้ผมต้องคอยเอี่ยวตัวหลบมือที่สอดเข้าไปใต้กางเกงอีก

               สวบ

               “อึ่ก ไอ้เหี้ย! ปล่อยกูนะ อึ่กกกก”

               ม่านตาผมเบิกกว้างเป็นไข่ห่านแทบจะทะลุกรอบแว่นหนาของตัวเองออกมาแล้ว ผมเริ่มสั่น สั่นเพราะความกลัว สั่นเพราะความขยะแขยง ปากกระด้างกดทับลงบนกลีบปากของผมได้สำเร็จทำให้เสียงของกลืนหายไปกับลำคอ ปลายลิ้นที่ไล่เลียไปตามกลีบปากของผมมันทำให้ผมรังเกียจ

               “อึ่ก ซี้ดดด กัดปากพี่แบบนี้ไม่ดีเลยนะ ชอบแบบรุนแรงก็ไม่บอก”

               ผมกัดปากมันไปเพราะหวังจะให้มันเลิกยุ่งกับผม แต่นั้นทำให้มันกระตุกยิ้มแล้วทำตาแวววาว นั้นคือวินาทีที่ผมรู้แล้วว่าภัยกำลังมาถึงตัว มันผลักผมจนกระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสือ ไหล่ที่กระแทกกับชั้นหนังสือไม่ได้ทำให้ผมสนใจความเจ็บ แต่ตอนนี้ผมก้าวถอยหลังเพื่อหนีมัน

               หมับ

               “จะหนีไปไหน”

               แน่นอนว่าความตื่นกลัวของผมมันมีผลต่อสมองและการขยับตัว มันคว้าตัวผมเอาไว้ได้พร้อมกับเริ่มกดผมลงกับพื้น ภาพของชายแปลกหน้าที่พยายามถอดเสื้อผ้าผมนั้นทำให้ผมแทบจะกัดลิ้นตัวเองหนีสภาพตอนนี้ไปซะให้มันจบๆ กลีบปากขบเม้มเข้าหากัน พยายามอดทนแล้วจริงๆกระทั่งก้อนความอึดอัดตั้งแต่เช้ามันมารวมกันอยู่ที่หน้าอก

               นี้ผมต้องมาเจอกับพวกหื่นกามไปตลอดชีวิตเลยเหรอวะ? แล้วนี้ผมต้องโดนลวนลามทุกครั้งที่ขึ้นรถไฟ? ทุกครั้งที่เหงื่อออก? ทุกครั้งที่ผมยิ้ม? หรือแม้แต่ทุกครั้งที่ผมร้องไห้? แค่ผมยืนอยู่เฉยๆก็มีคนกระโจนเข้ามาข่มขืนผมแล้ว ความอึดอัดที่บอกพ่อแม่ไม่ได้ ความขยะแขยง ความระแวงทุกอย่างมันจุกอยู่ที่อก

               “ฮึก...ผมขอ...ฮึก อย่าทำอะไรผมเลยนะ อย่า”

               สองมือของผมประนมขึ้นที่หน้าอก ดวงตาวาวน้ำกลั่นออกมาจากความจุกอกจากเรื่องราวที่ผมเจอมาทั้งหมด ริมฝีปากของผมสั่นระริกตอนเอ่ยขอร้องไอ้สารเลวที่มันตั้งใจจะข่มเหงผมแน่ๆ

               “โธ่...อย่าร้องสิเด็กดี พี่จ่ายเงินแล้ว พี่ก็ต้องได้ในสิ่งที่พี่อยากได้สิครับ”

               มือหนาของเขาลูบเข้าที่ข้างแก้มของผม ปาดหยาดน้ำตาบนใบหน้าของผมออก และเริ่มถ่างขาผมออก แทรกกายเข้ามาระหว่างขาแม้ว่าผมจะดิ้นหนี

               แต่เพราะความอ่อนแอในใจมันกัดกินผมขนาดนี้ ผมจึงไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆไปสู้กับเขา ซ้ำสิ่งที่ได้ยินนั้นทำให้หัวคิ้วของผมขมวดเข้าหากัน ไม่ได้เข้าใจเลยว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ หัวของเขาซุกอยู่ที่หน้าท้องก่อนจะดึงกางเกงของผมออกจนได้

               สวบ

               “ฮึก...ปล่อย! ปล่อยกู! อุ๊บส์!!!”

               ทันทีที่แก่นกายของมันแทรกเข้ามาในกาย ผมเจ็บเจียนตาย รู้สึกได้เลยว่ามันจะต้องฉีกขาดผมทนไม่ไหวเลยกรีดร้องออกมา พลิกตัวหนีแต่ก็ถูกทับและที่แย่กว่านั้น มันปิดปากผมเอาไว้

               สวบ

               “ฮึ่มมม แน่นสัด...อื้มมมม”

               มันแทรกกายเข้ามายังช่องทางด้านหลังที่ไม่ได้เตรียมการใดๆของผมอีกครั้ง เริ่มขยับสะโพกขณะที่ผมกรีดร้องในลำคอ ภายในห้องสมุดที่ไร้ผู้คน ผมกลายเป็นไอ้ตัวที่ไร้ทางสู้ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มไม่ได้ช่วยทำให้มันใจอ่อน ซ้ำมันยังกระแทกกระทั้นรุนแรงตามแรงอารมณ์

               ราวกับเป็นแค่ที่ระบาย สมองของผมมันเต็มไปด้วยคำถาม สิ่งหนึ่งที่แว๊บเข้ามาในหัวคือผมจะหนีออกจากสถานการณ์นี้ได้ยังไง?

               แผล็บ

               “อื้อออออ!!!”

               ผมกรีดร้องสุดเสียงแต่เสียงที่ได้คือเสียงอื้ออึงที่ไร้ความหมาย ความขยะแขยงตอนมันใช้ปลายลิ้นเลียลำคอและท้ายทอยตามใจนั้นทำให้ผมยิ่งดิ้นหนี แค่ตัวตนของมันที่เคลื่อนเข้าออกถูกับผนังด้านในแล้ว ผมไม่เคยรังเกียจเซ็กส์เลยแม้จะเคยถูกข่มขืนหลายครั้ง

               นั้นอาจจะเป็นเพราะส่วนใหญ่คนที่ทำแบบนั้นคือเพื่อน ครู คนรอบข้างที่ผมเคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนแล้ว ผมยังพอรับได้และเข้าใจได้ว่ามันเป็นเพราะฟีโรโมน แต่การถูกกระทำโดยชายแปลกหน้านี้มันเป็นเรื่องเกินขอบเขตของผมแล้ว ผมรับไม่ได้

               ไม่ใช่ว่าผมรับได้ที่ถูกคนรู้จักข่มขืนหรอกนะ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าใครที่ไหนไม่รู้แม่งทำเหมือนเราเป็นอีตัว เสียงครางดังอยู่ใกล้ๆ เสียงหอบหายใจที่ไม่คุ้น ผมเกลียดทุกอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ มันทำให้ผมแทบบ้า ความขยะแขยงพุ่งสูงพอๆกับความเสียใจ

               “ฮึก...ฮือออ ฮึก...”

               ฟลุบ

               มันรั้งสะโพกของผมด้วยแรง ให้ผมอยู่ในท่าคลานเข่าโดยที่สองมือของมันล๊อกที่สะโพกของผม แก่นกายที่คาอยู่เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ผมกัดปากกัดฟันทนกับความเสียดสีของผนังด้านใน ผมทั้งเจ็บ ทั้งจุก รู้สึกเกลียดช่วงเวลานี้ที่สุด

               ฟึ่บๆๆ

               เกลียดเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังก้อง ด้วยความเงียบของห้องสมุดที่ไม่น่าจะมีคนอื่นนอกจากพวกเราอีก และสิ่งที่เกลียดอีกอย่างคือตัวผมเองที่ร้องไห้ฟูมฟาย กรีดร้องจนคอแทบแตก...แต่แม่งก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย

               “ฮึ่มมมม อืมมมม ซี้ดดดดด”

               พรวด

               กระทั่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวและแรงฉีดจากด้านหลัง หมอนี้ยอมปล่อยสะโพกของผม และทันทีที่มันปล่อยผมก็ทรุดตัวนั่งอยู่บนหน้าขาตัวเอง มือกอดแขนตัวเองเอาไว้แล้วปล่อยโฮออกมา

               “ฮึก ฮือออออ ทำไม!? มึงทำแบบนี้ทำไม! ฮือออ กูไปทำอะไรให้? กูไม่เคยรู้จักมึงด้วยซ้ำไป!”

               “ฮ้า...ฮ้า...”

               ผมบ่นกับตัวเอง ตะโกนแข่งกับเสียงสะอื้นซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจไหม แต่นั้นเป็นคำถามที่ผมไม่ได้อยากได้คำตอบ เริ่มกลัวแล้วว่าคำตอบจะพลิกล๊อก กลายเป็นว่าผมไปอ่อย ไปยั่วมันจนมันทนไม่ไหวอีก

               “รู้จักสิ พี่ก็หน้าปากซอยบ้านสมุทรไง”

               แปะๆ

               เขาวางมือลงบนแก้มก้นของผม ตบเบาๆสองทีราวกับปลอบกัน จัดการเก็บแก่นกายของตัวเองใส่กางเกงโดยไม่สนใจสภาพของผมที่บอบช้ำทั้งทางกายและทางใจ ได้ยินเสียงประตูปิดลงและตามมาด้วยเสียงร้องไห้ของผมที่ดังขึ้น

               “ฮืออออ กูทนไม่ไหวแล้ว ฮือออ โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ”

To be continued 

เอาละ เราเตือนเอาไว้แล้วจากตอนที่แล้วว่ามันจะฮาร์ดคอร์มากกว่าเดิม ต่อจากนี้จะยิ่งโหดร้ายมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เพราะงั้นใครที่ไม่ชอบแนวข่มขืนก็อย่าอ่านต่อเลยนะครับ จะรีบเขียนอีกสองตอนสุดท้ายให้จบแล้วจะได้เริ่มเขียนให้พระเอกขี่ม้าขาวออกมาช่วยน้องเนอะ เอาใจช่วยน้องด้วยน่าาาา 

ความคิดเห็น