email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers,IamWara ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก Episode 03 (แก้ไข)

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก Episode 03 (แก้ไข)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2564 01:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก Episode 03 (แก้ไข)
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก  

Episode 03 

  

ทริปสวนสนุกวันนี้สำหรับผมแล้วมันช่างล่มไม่เป็นท่าเอาซะเลย เพราะทันทีที่ผมกับไอ้ลูกหินเดินไปสมทบกับอีกสองคนที่มาด้วยกันแล้ว แทนที่ปริมเธอจะผูกตัวเองติดกับพี่ดินไว้เหมือนอย่างตอนแรก แต่เธอกลับลากผมวิ่งหน้าตั้งไปยังเครื่องเล่นที่ผมเห็นแล้วเสียวท้องวูบวาบ  

ท้องไส้ผมมันปั่นป่วนวูบโหวงขึ้นมาทันทีที่เห็นเครื่องเล่นนั่น!! 

“พี่ฝุ่น ปริมอยากเล่นอันนี้อะ ขึ้นไปเป็นเพื่อนปริมหน่อยนะ” ปริมว่าแล้วทำหน้าอ้อน มือเล็กสองมือของปริมเขย่าแขนผมเหมือนวิงวอนขอร้อง 

“เอ่อ คือว่า…” 

“พี่คะ ขอซื้อตั๋วสองใบค่ะ”  

“…” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะมีก้อนหนืดๆ มันจุกอยู่ที่คอหอย  

อาการตอนนี้คือจะกลืนก็ไม่ได้จะคายก็ไม่ออก ขาผมมันสั่นไปหมดเพราะไอ้เครื่องเล่นที่ปริมเลือกมันคือเครื่องทรมานและเครื่องฆาตกรรมผมโดยแท้  

ผม…กลัวความสูงและผมไม่ชอบเล่นอะไรหวาดเสียวพวกนี้เลยจริงๆ 

ผมกลัว!!! 

“พี่ฝุ่นไปกันได้ตั๋วแล้ว ปริมตื่นเต้นอยากเล่นมากเลย ปริมอยากเล่นมานานแล้วสกายโคสเตอร์เนี่ย อยากรู้ว่าข้างบนมันจะสูงและลมเย็นแค่ไหน” ปริมว่าออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้นระคนดีใจ หน้าสวยหวานนั้นยิ้มอยู่ตลอดเวลาที่พูดกับผม แล้วมือนุ่มนิ่มคู่นั้นก็ฉวยมือผมไปจับแน่นเหมือนกลัวว่าผมจะหนีหายไปไหน 

“ปะ ปริม ดะ เดี๋ยว คะ คือพี่…” 

ปริมไม่ฟังผมเลยนอกจากฉุดกระชากลากผมไปยังเครื่องเล่นที่ว่านั่น ขาที่สั่นเทาของผมมันก็ก้าวตามเธอไปอย่างยากลำบาก แต่เพราะแรงดึงของเธอทำให้ผมแทบจะไม่ได้เดินเองเลย ตอนนี้ตัวผมเหมือนลอยได้เลย ฮรืออออออ 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด สนุกจังเลยยยยย” 

“…!!!!” ปริมสนุกแต่ผมเหงื่อกาฬแตกพลั่กไปหมดทั้งตัวแล้ว 

“โอ้โห…ข้างล่างคนตัวเท่ามดเลย พี่ฝุ่นดูสิ ลืมตาดูเร็ว ฮ่าๆ” ปริมว่าเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมเอานิ้วมาจิ้มๆ ที่หน้าผม 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่เอา! ไม่ดู!! ไม่อยากเล่นแล้ว พี่อยากลงแล้ว” ผมร้องโวยวายออกมาเสียงดังแล้วปริมก็พูดเสียงกลั้วหัวเราะตอบกลับมา 

“ลงได้ที่ไหนกันล่ะ ยังไม่ถึงรอบเลยนะ” 

“ไม่เอาแล้วววววววว อ๊ากกกกกกกกกก” 

“ฮ่าๆๆๆๆ” 

กว่าจะหมดรอบผมก็แทบจะอ้วกพุ่ง ขาไม่มีแม้แต่แรงจะเดินเลยด้วยซ้ำ ยังดีที่ปริมลากผมลงมาด้วย ทั้งยังมองผมด้วยสีหน้าสมเพชเวทนากับสภาพยับเยินเกินคนของผม 

หน้าผมตอนนี้นั้นคงซีดยิ่งกว่าไก่ต้มไหว้เจ้าช่วงตรุษจีนอีกมั้ง ขาทั้งสองข้างของผมก็แทบไม่มีแรงทรงตัว มือไม้ก็สั่นงันงก ใจสั่นเต้นโครมครามเพราะความตื่นกลัวสุดขีด  

และตอนนี้ผมเหมือนจะเป็น…ลม 

“เฮ้ย!” 

“ไอ้ฝุ่น!” 

“ว้าย!” 

“…” 

นั่นคือเสียงโหวกเหวกสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนที่สติจะเลือนหายและดับวูบไป รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีอะไรเย็นๆ มานาบที่แก้มกับซอกคอ และมีกลิ่นหอมๆ เหมือนยาดมที่จ่ออยู่ตรงปลายจมูกนี่แหละ 

“เป็นยังไงบ้าง ลุกไหวไหม” 

“วะ ไหวครับ” ผมรับคำพร้อมกะพริบตาปริบๆ เมื่อถูกพี่ดินช่วยพยุงให้ลุกนั่งดีๆ แต่ไอ้อาการคลื่นเหียนอยากอาเจียนก็โจมตีผมทันทีที่ผมขยับตัว ผมเลยต้องรีบตะครุบมือปิดปากตัวเองไว้เพราะกลัวว่าอ้วกมันจะพุ่งออกมาให้ขายขี้หน้าตัวเองไปมากกว่านี้ 

“ถุงๆ ไอ้ฝุ่น อ้วกใส่ถุงนี่” ไอ้ลูกหินลนลานเอาถุงที่มีหูหิ้วยื่นมาให้ ผมชะงักและลืมอาการคลื่นไส้ไปชั่วขณะหนึ่งที่เห็นแบบนี้ 

“…” 

ต่อให้อยากจะอ้วกแทบตายแค่ไหน ผมก็ต้องส่ายหน้าดิกๆ ปฏิเสธ เพราะกระดากอายถ้าจะอ้วกตรงกลางฝูงชนที่ล้อมรอบผมอยู่สามคนนี้ พี่ดินที่ประคองผมอยู่ข้างๆ มองหน้าผมด้วยความเป็นห่วง ไอ้ลูกหินที่ถือถุงพลาสติกมีหูหิ้วรอผมอยู่ตรงหน้ากำลังทำหน้าลุ้นให้กำลังใจ และอีกคนที่นั่งทำหน้างอมองผมอย่างไม่พอใจอยู่ข้างๆ พี่ชายตัวเอง 

“อยากอ้วกก็อ้วก จะฝืนตัวเองทำไมเดี๋ยวก็ไม่สบายหนักกันพอดี” พี่ดินบอกเสียงเรียบติดจะดุอยู่หน่อยๆ ทั้งยังพยักพเยิดหน้าให้ผมทำตาม 

“อึก ผะ…ผม มะ…ไม่ โอกกกกกกกกกกกกก”  

หมดกัน!!! 

ผมอ้วกออกมาจนได้ แถมยังตรงเป้าเข้าปากถุงที่ไอ้ลูกหินยื่นมารออย่างตรงเผงอีกต่างหาก อ้วกออกมาแทบหมดไส้หมดพุง โดยมีพี่ดินคอยลูบหลังให้อยู่เบาๆ 

หมดแล้วสภาพผมในตอนนี้ ผมอ้วกจนหมดแรงไม่มีแม้แต่แรงจะเดินเลยก็ว่าได้ อย่าว่าแต่เดินเลยแค่อายยังไม่มีแรงอายเลยล่ะตอนนี้ 

“อะ จิบน้ำก่อนมึง เล่นไม่ได้ ทำไมไม่บอกปริมวะ” ไอ้ลูกหินว่าออกมาอย่างหัวเสีย มันคงโมโหแต่ก็คงสงสารผมด้วยนั่นแหละ 

“…” 

“สำออย” 

“ปริม! นิสัยเสียอีกแล้วนะ” พี่ดินหันไปดุน้องสาวตัวเองเสียงเข้ม ทำให้อีกฝ่ายเบ้ปากขัดใจ ส่วนผมที่จิบน้ำจากขวดที่ไอ้ลูกหินจ่ออยู่ที่ปากนั้นก็ทำได้แค่เงียบและนิ่งฟัง 

“…” 

“พี่ดินว่าปริมทำไมคะ! ที่ปริมพูดมันไม่จริงหรือไง ก็เพื่อนพี่หินอะสำออยจริงๆ กะอีแค่เครื่องเล่นธรรมดาๆ เอง ไม่เห็นจะน่ากลัวน่าเวียนหัวตรงไหนเลย” ปริมเชิดหน้าพลางกอดอกพูดแย้งพี่ดินเสียงแข็ง ทั้งยังมองหน้าผมด้วยแววตาขุ่นเคืองอีกต่างหาก 

“ก็คนเขาไม่ชอบ ทำไมปริมไม่ถามฝุ่นเขาก่อนว่าเขาเล่นได้ไหม เขาอยากจะเล่นหรือเปล่า”  

“ปริมถามแล้ว แต่เขาไม่เห็นพูดอะไรนี่คะ” 

“…” คราวนี้เป็นพี่ดินที่เงียบบ้าง  

“…” ไอ้ลูกหินเองนอกจากฟังเงียบๆ แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมายาวๆ  

“ขะ…ขอโทษครับ ผมผิดเอง” เพราะอยากยุติการถกเถียงกันเพราะผมของพี่ดินกับปริม และก่อนที่ไอ้ลูกหินจะร่วมแจมอีกคน ผมเลยต้องพูดคำว่าขอโทษออกมาง่ายๆ 

แม้ว่าคนผิดจะเป็นปริมที่อยากเล่นอะไรตามอำเภอใจแต่ผมเองก็ผิดที่ไม่ห้ามเธอ จนตัวเองต้องมาลำบากแบบนี้ แต่ผมก็ขอยอมรับความผิดนั้นไว้เองทั้งหมด 

“หึ! พี่ดินเห็นไหมคะว่าเขาไม่เป็นอะไร งั้นปริมไปเล่นเฮอริเคนต่อนะ แล้วปริมจะโทรหาเองถ้าหากว่าปริมเล่นเครื่องเล่นจนเบื่อแล้ว” พูดจบปริมก็เดินกระแทกกระทั้นไปยังเครื่องเล่นที่เธอว่า และผมที่อาการเริ่มดีขึ้นมาบ้างแล้วได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ 

“พี่ต้องขอโทษแทนปริมด้วยนะ ถูกเอาใจจนเคยตัว” พี่ดินว่าออกมาเสียงเรียบจริงจัง 

“นิสัยเสียสิไม่ว่า” แล้วไอ้ลูกหินก็พูดเสียงเหนื่อยหน่ายใจออกมา 

“ช่างเถอะ ผมมากกว่าที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้ทุกคนพลอยหมดสนุกไปด้วยเลย” ผมว่าพลางพยุงตัวเองลุกนั่งดีๆ ความจริงก็ไม่ได้อยากจะลุกสักเท่าไหร่หรอก การพิงพี่ดินไว้แบบนี้ก็รู้สึกดีเหมือนกัน 

“ความจริงไม่ต้องรีบลุกก็ได้นะ” พี่ดินว่าเสียงนุ่มทุ้มขณะที่ช่วยพยุงผม และนั่นมันทำให้คิ้วผมขมวดพร้อมๆ กับหัวใจที่จู่ๆ มันก็กระตุกวูบแค่เพราะเสียงพี่เขาดังอยู่ใกล้ๆ หู 

“นั่นสิ กูว่ามึงนั่งพักอีกสักหน่อยก็ได้ รีบลุกเดี๋ยวก็อ้วกอีก” ไอ้ลูกหินว่าพร้อมสีหน้าแววตาเป็นห่วงที่มองมา ผมเลยยิ้มให้มันน้อยๆ ก่อนจะโบกมือไปมา 

“กูโอเคแล้วจริงๆ” บอกไอ้ลูกหินแล้ว ผมก็หันไปพูดกับพี่ดินต่อ “ขอบคุณครับ ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้วล่ะครับ” 

“อืม” พี่ดินพยักหน้ารับแล้วปล่อยมือที่ช่วยพยุงผมออกช้าๆ   

ผมรู้สึกเสียดายมืออุ่นๆ คู่นั้นอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อาจเอ่ยปากได้เพราะว่าผมไม่มีสิทธิ์ ขืนพูดไปคงจะพิลึกน่าดูสำหรับคนฟัง อีกอย่างผมแค่แอบปลื้มพี่เขาและอยากอยู่ใกล้พี่เขาเฉยๆ เพราะงั้นผมก็ควรจะห้ามใจตัวเอง หากว่าพี่เขารู้ว่าผมคิดไม่ดีกับเขาแล้วล่ะก็ พี่ดินอาจจะเกลียดและไม่อยากให้ผมอยู่ใกล้อีกก็ได้ 

แค่คิดผมก็หายใจไม่สะดวกแล้ว… 

“โอเคแน่นะมึง ไม่ใช่อ้วกออกมาอีกนะ” ไอ้ลูกหินยังว่าเสียงเครียดทำให้ผมหันไปจ้องหน้ามันตรงๆ แล้วมันก็ยิ้มแหยกลับมา “ไม่ใช่อะไรหรอก กูแค่กลัวมึงจะอ้วกจนหมดไส้หมดพุงแล้วเป็นลมเป็นแล้งไปอีก นี่กูไม่ได้รังเกียจที่จะถือถุงรอให้มึงอ้วกใส่หรอกนะ” 

“อืม ขอบใจมึงมากนะ” พูดได้แค่นั้นจริงๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรอีก ตอนนี้ความอายมันกำลังทำหน้าที่ของมัน จนผมรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนจัดจึงต้องรีบเดินออกมาจากตรงนั้น 

“ไอ้ฝุ่น รอกูด้วย”  

ผมหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปมองยังเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของตัวเอง แล้วก็เห็นไอ้ลูกหินเดินยิ้มกว้างเข้ามาหาพร้อมกับแขนหนักๆ ของมันที่วางพาดลงบนไหล่ของผม ส่วนพี่ดินก็เดินมายืนอยู่ข้างผมแต่ตาเฉี่ยวๆ ดุๆ ของพี่เขานั้นไม่ได้มองผม แต่มองไปที่อื่นผมเลยต้องมองตามสายตานั้นไปก่อนจะไปหยุดอยู่ที่บ้านยักษ์…  

บ้านยักษ์งั้นเหรอ? 

“ไม่นา…” ท่ามกลางความเงียบของเราสามคน เสียงไอ้ลูกหินก็ดังขึ้นมาเหมือนคนละเมอ 

“เข้าบ้านยักษ์กัน”  

“หา?!” ทันทีที่พี่ดินบอกผมกับไอ้ลูกหินก็ร้องออกมาแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน 

ผมประหลาดใจกับการที่พี่ดินจะเข้าบ้านยักษ์ ส่วนไอ้ลูกหินมันคงไม่อยากจะเข้าไปในนั้นสักเท่าไหร่ เพราะดูจากหน้ามันที่เหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่ในตอนนี้น่ะนะ 

“ตกใจอะไรกัน เคยมากันแล้วหรือไง” พี่ดินถามเราสองคนที่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่ตรงหน้า 

“จะเคยได้ไงล่ะ มาแต่ละทีก็เล่นแต่เครื่องเล่นโลดโผน” ไอ้ลูกหินตอบพี่ชายตัวเองเสียงเรียบ ส่วนผมส่ายหน้าเป็นคำตอบเพราะไม่เคยมาและการได้มาวันนี้ ก็นับได้ว่านี่เพิ่งจะมาครั้งแรกเหมือนกัน 

“นี่อย่าบอกนะ ว่าไม่เคยมา” พี่ดินถามผมพร้อมยิ้มมุมปากน้อยๆ นั่นเลยทำให้ผมต้องพยักหน้ารับ “ดีเลย งั้นเข้าไปเป็นเพื่อนพี่หน่อย ลูกหินมันไม่เข้าก็ให้มันรออยู่ข้างนอกนี่แหละ หรือถ้าไม่อยากรอก็ไปหาเครื่องเล่นอื่นเล่นรอก็แล้วกัน” พูดแค่นั้นพี่ดินก็ลากผมให้เดินตามไปอย่างงงๆ 

“อ้าว เฮ้ย! พี่ดินเดี๋ยวดิ ไอ้ฝุ่นอย่าทิ้งกูไว้คนเดียว” เสียงแว่วๆ ของไอ้ลูกหินทำให้ผมหันไปมอง แต่เจ้าของเสียงไม่ยักจะเดินตามมา นอกจากยืนนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมสีหน้างงงันเหมือนคนถูกทิ้งของมัน 

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็มืดแล้ว ไม่ใช่เพราะผมหรือไอ้ลูกหินมัวแต่เล่นสนุกจนเพลินลืมเวลาหรอกนะ หากแต่ว่าปริมไม่ยอมเลิกเล่น จนพี่ดินต้องยื่นคำขาดว่าถ้าไม่หยุดเล่นพี่ดินจะปล่อยให้ปริมหาทางกลับบ้านเอง และนั่นมันเลยทำให้ปริมต้องทำหน้างอคอหักตั้งแต่ออกมาจากสวนสนุก  

จนกระทั่งรถมาจอดอยู่หน้าบ้านผม 

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ” ผมบอกขอบคุณพี่ดินก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แล้วไปเคาะกระจกรถฝั่งไอ้ลูกหิน “เจอกันที่โรงเรียนนะ”  

“อืม เจอกันที่โรงเรียน พักผ่อนเยอะๆ นะ มึงหน้าซีดหมดแล้ว” 

“อืมๆ ขอบใจกลับดีๆ นะ” 

“เออๆ เจอกันมึง” 

ผมยืนรอส่งจนกระทั่งพี่ดินเคลื่อนรถออกไปจนลับสายตา ก่อนจะเดินเข้าบ้านด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่รู้หรอกว่ายิ้มทำไมแต่ว่าผมก็หุบยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ 

ความคิดเห็น