facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 [II] 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2563 18:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 [II] 100%
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 16 

 

“เป็นยังไงบ้าง” กันต์ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนก่อนจะพยายามเปิดประตูห้องน้องชายตัวเองแต่อาร์มันล็อค 

 

“อาร์เปิดประตูให้พี่!” 

 

“ไม่ ออกไปให้พ้น!! ผมไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ออกไป!!” ไอ้อาร์ตะคอกกลับมาเสียงดังลั่นทำให้กันต์หยุดชะงักทุกอย่างก่อนจะหันมามองหน้าผมเพื่อต้องการคำตอบ 

 

“ไปคุยกันข้างล่าง” กันต์พูดเสียงเรียบ คงจะโมโหผมไม่น้อย ผมเดินตามไปเงียบๆไม่ได้พูดอะไร จนมาถึงห้องรับแขกของกันต์ 

 

“นั่งก่อน” กันต์บอกผมก็นั่งลงด้วยท่าทีปกติ 

 

“ทำไมอาร์ถึงเป็นแบบนั้นทราฟ”  

 

“ผมว่าคุณควรเอาเขาไปรักษา” ผมพูดตรงๆ กันต์หน้าตึงเล็กน้อยแต่ก็พยายามไม่แสดงอะไรมาก 

 

“อาการหนักขนาดนั้นเลยหรอ” 

 

“ครับ ผมคุยกับเขาด้วยเหตุผลแล้วแต่เหมือนจะไม่ได้ผล” 

 

“ทำไมอาร์ดื้อแบบนี้นะ” 

 

“เพราะคุณเอาใจเขามากเกินไป” 

 

“ผมมีน้องแค่คนเดียวนะ ผมรักเขามากขนาดไหนนายก็น่าจะรู้” กันต์เริ่มฮึดฮัดอารมณ์เสียเมื่อผมพูดจี้ใจดำ ผมถอนหายใจพร้อมมองหน้ากันต์ด้วยสีหน้าจริงจัง 

 

“ผมช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้” ผมพูดบอก กันต์แค่นหัวเราะก่อนจะมองหน้าผมด้วยสายตาขวางๆ ซึ่งผมก็เพิ่งจะเห็นเขาฟิวขาด 

 

“ช่วยได้สิ นายก็เลิกๆกับเมียแล้วก็รักน้องฉันก็ได้ เงินทองอะไรก็เยอะแยะมันมีอะไรที่นายไม่พอใจอีกหรอ” คำพูดของกันต์ทำผมลุกขึ้นยืนทันที มองหน้ากันต์ด้วยสายตาโกรธจัด ผมได้ยินแบบนี้แล้วผมเองก็ไม่อยากจะทน ผมเคยคิดไว้แล้วเชียวว่าเขาต้องเลือกที่จะพูดแบบนี้กับผม กันต์ดูชะงักไปทันทีเมื่อสบตากับผม 

 

“ถ้ากูไม่ไว้หน้าป๊ากูป่านนี้มึงคงได้นอนอยู่ใต้ตีนกูไปแล้ว” 

 

“นาย!!” 

ผมโกรธมากจนเลือดขึ้นหน้า การ์ดรีบเข้ามาจับตัวผมไว้ทันที กันต์ยืนชี้หน้าใส่ผมก่อนที่ผมจะมองหน้ามันด้วยสายตาสมเพช 

 

 “มึงมันไอ้โง่ เลี้ยงน้องอย่างกับเลี้ยงลูกควบคุมไม่ได้แล้วยังจะให้คนอื่นมาควบคุม ตัวเองก็หัดทำบ้างสิ มึงไม่ไปเอากับน้องมึงเองเลยละวะ” 

 

ผลั่ก! 

ใบหน้าผมสะบัดไปตามแรงต่อย ผมรับรู้ได้ถึงรสเลือดก่อนจะหันไปมองหน้ามันด้วยสายตาเรียบนิ่ง บอกเลยว่าผมไม่ค่อยชอบพวกไก่อ่อนด้วยสิ 

 

พรึ่บ! 

ผลั่ว! 

ผมสะบัดการ์ดทีเดียวหลุดก่อนจะต่อยเข้าที่หน้าของกันต์จนเจ้าตัวล้มหงายหลัง ผมรู้สึกถึงความเย็นของปลายกระบอกปืนที่กำลังจ่อขมับผม ลูกน้องของมันกรู่เข้ามาล้อมผม พร้อมกับไอ้อาร์ที่รีบวิ่งเข้ามาดูพี่ชายตัวเอง มันมองหน้าผมด้วยสีหน้าโกรธจัดไม่แพ้กัน 

 

“นี่มันมากไปแล้ว! ทราฟไม่มีสิทธิมาทำแบบนี้กับพี่กันต์นะ!!” ไอ้อาร์ตวาดใส่หน้าผมดังลั่น ผมใช้ลิ้นแตะแผลที่แตกในปากก่อนจะมองพวกมันไม่สนใจปืนที่กำลังจ่อหัวตัวเองอยู่ตอนนี้ บอกเลยว่าผมไม่กลัว 

 

“เจ็บมั้ยพี่กันต์” 

 

“อืม” กันต์ที่ยันตัวเองลุกขึ้นพร้อมกับรับแรงพยุงจากน้องชายตัวเองหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าโมโห มันแตะเลือดที่มุมปากตัวเองมาดูก่อนจะส่ายหน้าไปมาให้ผม  

 

มันคงจะกำลังคิดว่าแล้วผมจะเสียใจหรอ ….ไม่มีวัน 

 นี่จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะทนกับพวกมัน  

 

“เรื่องธุรกิจช่างแม่งละ กูจะไม่มีวันมาเจอหน้าพวกมึงสองคนอีก” ผมพูดเสียงเด็ดขาด ผมจะทำอะไรก็ได้ตามใจผมแล้วป๊าผมก็จะไม่สน ผมไม่สนแม้กระทั่งปืนที่กำลังจ่อหัวผมอยู่ตอนนี้ 

 

“ได้ นายได้เลือกมันแล้วตั้งแต่ต่อยหน้าฉัน คอยรับผลของการกระทำของนายที่ทำวันนี้ได้เลย!” ผมแค่นหัวเราะกับสิ่งที่มันพูด มันคิดว่าผมกลัวหรอกับสิ่งที่ทำลงไป กันต์ยิ่งมีสีหน้าที่โกรธจัด 

 

“กูบอกไว้เลยว่าพวกมึงไม่ได้ตายดีแน่ โดยเฉพาะมึงอาร์ ถ้ามึงคิดที่จะเล่นอะไรสกปรกมึงต้องตกนรกทั้งเป็น” ผมพูดเสียงเหี้ยมใส่หน้าอาร์ มันเชิดหน้าใส่ผมอย่างไม่ยอมแพ้ 

 

“หึ ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่านรกมันเป็นยังไง!” 

 

“……” ผมไม่ตอบ ไม่สนใจคำพูดบ้าๆของสองพี่น้องนั่น สะบัดตัวหลุดจากบอดี้การ์ดพวกนั้นผมก็เดินออกมาจากคฤหาสน์เฮงซวยก่อนจะโทรหาไอ้ริโซ่ให้มันมารับ มาถึงมันไม่ได้ถามอะไรมากผมเองก็ไม่อยากพูด 

 

 

“โอเคมั้ยวะ” 

 

“ไม่ มึงโทรบอกเจโรว่าเราจะเข้าไปหา” ผมพูดเสียงเรียบเมื่อขึ้นรถเพื่อนออกมาจากตรงนั้นได้สักพัก ริโซ่กดโทรหาเจโรว่าเราจะเข้าไป ผมยกมือลูบมุมปากตัวเองที่ตอนนี้มันเริ่มรู้สึกเจ็บนิดๆ 

 

“บอกน้องชามมั้ย” 

 

“ไม่ กูไม่อยากให้มันเป็นห่วง” ผมไม่อยากจะนึกถ้ามันรู้ว่าผมทำตัวแบบนี้มันจะโกรธผมแค่ไหน แต่ผมมั่นใจว่ากันต์มันต้องหาทางเล่นงานผมแน่ และผมจะไม่ยอมให้มันทำอยู่ฝ่ายเดียว เราสองคนมาถึงคฤหาสน์ของเจโรคนคุ้มกันแน่นหนามากผมก็ไม่คิดว่ามันเองก็เป็นมาเฟียกับเขา 

 

“เกิดอะไรขึ้น” เจโรที่เดินมาหาผมถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ผมส่ายหน้าบอกปัดไม่เป็นไร 

 

“กูโอนเงินให้แล้ว แต่มีอีกอย่างที่กูต้องการ” 

 

“ว่ามาได้เลย” เจโรยิ้มเหมือนกำลังเจอเรื่องสนุก ซึ่งผมไม่สนุก นี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตผมก็ได้ 

 

ครืดดด ครืดด 

ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวเท้าเข้าบ้านเพื่อนโทรศัพท์ผมก็ดัง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความเครียดเพราะคนที่โทรมาคือพ่อของผม ทีชเองก็โทรซ้อนเข้ามามันทำให้ผมไม่อยากรับสายแต่ก็ต้องรับสายพ่อตัวเอง ผมขอแยกตัวออกมาคุยโทรศัพท์ก่อนพวกมันก็ไม่ได้ว่าอะไร 

“ครับ” 

(“แกทำอะไรลงไปห้ะ!”) ผมยกมือลูบหน้าตัวเองอย่างคนคิดหนัก เรื่องไปถึงหูไวชะมัด 

 

“มันบอกให้ผมเลิกกับชาม เป็นพ่อจะทนได้มั้ย” ผมพูดเสียงเรียบ กลัวพ่อผมจะช็อคเหมือนกันกับเรื่องน่าปวดหัวนี่ แต่ตอนนี้มันได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว 

 

(“อะไรนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นที่นั่นกันแน่!”) 

 

“ผมบอกเลยว่าถ้าพ่ออยากได้ธุรกิจมันนักผมจะเอามันมาเป็นของพ่อให้ แต่ผมขอเวลา” 

 

(“แกจะทำอะไรห้ะ แกบ้าไปแล้วหรอทราฟโตแล้วนะยังจะเล่นตีกันเป็นเด็กๆ”) 

 

“มันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วพ่อ ตอนนี้เราเจอปัญหาแล้วในเมื่อผมทำแบบนั้นลงไปคิดหรอว่ามันจะไม่เล่นงานบริษัทเรา” 

 

(“…….”) พ่อผมเงียบ ผมถึงได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจ 

 

“มันมีอิทธิพลกว่าเราก็จริง แต่มันจะไม่ได้มีไปมากกว่านี้” 

 

ตี๊ด! 

ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะกดโทรออกหาพี่ชายตัวเองที่มันเองก็โทรเข้ามาไม่หยุด 

 

(“เกิดอะไรขึ้น”) 

 

“……..” ผมบอกในสิ่งที่บอกกับพ่อไป ทิชเองก็คงเข้าใจมันถึงไม่ได้ด่าอะไรผม 

 

(“แล้วแกจะทำยังไง มันไม่ง่ายเลยนะที่จะล้มกันต์น่ะ หมอนั่นเรื่องชกต่อยน่ะอ่อนก็จริงแต่เรื่องธุรกิจมันล้มยากพอๆกับพวกมาเฟียระดับบิ๊กเลยนะ”) 

 

“ก็พอรู้ แต่มีคนช่วยไม่เป็นไร”  

 

(“ก็ดีถ้ามีคนช่วย แต่ฉันบอกเลยว่ามันไม่ง่ายอีกอย่างแกจะทนได้สักแค่ไหนเชียว”) 

 

“เรื่องอะไร” 

 

(“เมียแกไง”) 

 

“……..” ผมพูดไม่ออก จู่ๆน้ำมันก็ท่วมปาก 

 

(“แต่เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่แกต้องหาทางออกเองโดยทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งซะ แต่ถ้าทิ้งบริษัทแกก็รู้ว่าไม่มีใครคุ้มกะลาหัวครอบครัวเราไปตลอด”) 

 

“ขออะไรอย่าง” 

 

(“อะไร”) 

 

“อย่าบอกชามเกี่ยวกับเรื่องนี้” 

ผมกดตัดสายหลังจากที่คุยกับพี่ชายเสร็จก่อนจะปาโทรศัพท์ลงพื้นด้วยความหงุดหงิด มันทำให้ผมทนไม่ไหวอยากระบายด้วยการกระทืบใครสักคน 

 

“โว้ยยยยยยย!!” ผมตะโกนลั่นจนไอ้ริโซ่กับเจโรวิ่งออกมาด้วยความตกใจ 

 

“เห้ย! ใจเย็นไอ้ทราฟ” ริโซ่ตอนมากอดคอผมไว้ห้ามผมทำอะไรบ้าๆด้วยการหันไปชกต้นไม้แถวนี้จนมือแตกซะก่อน 

 

“ปัญหามันมีไว้แก้อยู่แล้ว ไม่ต้องคิดมากหรอก” เจโรพูดให้กำลังผม ผมหันไปมองหน้ามันด้วยสายตาเหนื่อยๆ 

 

“กูไม่อยากทิ้งชามให้อยู่คนเดียวนานไปกว่านี้” ผมพูดเสียงแผ่ว สิ่งที่ผมจะตัดสินใจทำมันทำให้ผมทรมานอยู่ไม่น้อยเลย  

 

“แต่ถ้ามึงไม่แก้ปัญหามึงคิดว่าใครจะเกิดอะไรขึ้นกับชาม กูเชื่อว่ามันไม่ปล่อยชามไปแน่” ไอ้ริโซ่พูดพร้อมกับปล่อยแขนออกจากไหล่ผม ผมหันไปมองหน้ามันด้วยสีหน้าเครียดๆ 

 

….นั่นแหละคือสิ่งที่ผมกังวล 

….ทำไมผมต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากแบบนี้ด้วยวะ 

 

“ฉันนึกออกแล้วว่าคนที่พวกนายพูดถึงคือใคร” 

 

“หมายถึงใคร” ผมถามเจโร 

 

“เด็กที่ชื่ออาร์นั่นไง ฉันเองก็เคยเจอตอนออกงานสังคม” 

 

“แล้วเราจะทำยังไง” 

 

“กูขอโทรหาพวกนั้นก่อน” ผมพูดบอกริโซ่  ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้พวกมันช่วย เพราะถ้าไม่มีพวกมันผมก็อดห่วงชามไม่ได้ 

 

“เราเข้าไปคุยในบ้านกันเถอะ” เจโรพูดบอก เราเลยได้ย้ายกันเข้ามาภายในบ้านของหมอนี่ ผมดูนาฬิกาข้อมือนี่ใกล้จะทุ่มแล้วไอ้ชามมันก็คงกำลังจะเข้านอน ผมไม่ได้ตอบข้อความมันเลย มันเองก็ไม่ได้โทรมาตามผมคงจะคิดว่าผมยุ่งอยู่ ถ้ามันโทรมาตอนนี้ผมกลัวมันจะจับผิดผมได้ 

 

“สรุปแล้วนายจะเล่นมันก่อนใช่มั้ย ฉันขอดูประวัติแปบนะ” เจโรพูดพร้อมรับเอกสารจากลูกน้องตัวเอง ผมนั่งลงโซฟาอย่างคนหมดแรง 

 

“ทำยังไงก็ได้ให้มันไม่มีที่ยืนในสังคมนี้” ผมพูดเสียงเรียบ แต่ผมจริงจัง ผมจะทำให้ความจองหองที่คิดว่าตัวเองบงการชีวิตใครก็ได้ให้มันรู้ว่ามันคิดผิด  

 

“อืมม ฉันดูคร่าวๆก็ถือว่างานหินอยู่แต่คู่แข่งของพวกนายกันต์อะไรนี่ก็เยอะพวกเขาอาจจะอยากแจม” 

 

“ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นมาช่วย”  

 

“ถ้าทำแค่เรามันอาจจะนานสักหน่อย” เจโรพูดอย่างมั่นใจเมื่อมันประเมินดูบริษัทของกันต์คร่าวๆแล้ว 

 

“ต้องใช้เวลาเท่าไหร่” 

 

“เร็วสุดก็ สองปี” 

 

“สองปีเลยหรอ” ผมพึมพำเสียงเบา มันนานไปรึเปล่าแต่เรื่องแบบนี้ผมเองก็คิดไว้แล้วว่ามันไม่ง่ายเลยการที่จะทำลายชีวิตคนๆหนึ่ง 

 

….ผมได้ทำผิดพลาดไปแล้วจริงๆใช่มั้ย เฮ้อ… 

. 

. 

. 

ผมกลับมาที่คอนโดก่อนจะล้มตัวลงนอน ผมนอนไม่หลับคิดหนักเลยว่าสิ่งที่ตัวเองได้เลือกไปมันผิดหรือถูก ผมได้แต่จ้องหน้าจอมือถืออยากจะโทรหามันแต่ผมก็ทำไม่ได้ ผมกลัวมันเสียใจผมยังไม่กล้าบอกมันในเรื่องนี้ 

เช้าผมเตรียมตัวเพื่อไปเอาของบางอย่างที่บริษัทผมก็ไปคนเดียวนี่แหละผมไม่ได้กลัวอะไรพวกมันทั้งนั้นเสียงโทรศัพท์ผมดังเป็นไอ้ชามที่โทรเข้ามา 

 

(“เสี่ยน้อยยย”) เสียงใสดังขึ้นมา มีมันเนี่ยแหละที่พอทำให้ผมยิ้มได้ ผมพยายามทำตัวให้เป็นปกติ 

 

“อารมณ์ดีแต่เช้าเลยหรอวะ”  

 

(“แน่นอนแน่นอน”) 

 

“กินข้าวรึยัง หืม” ผมถามมันอย่างนึกห่วง 

 

(“กินแล้วแต่มีอีกอย่างที่ยังไม่ได้กิน”) 

 

“หมายถึงกูใช่มั้ย” 

 

(“โอย เบื่อคนรู้ทัน”) 

 

“หึหึ” 

 

(“ผมต้องไปทำงานแล้วเสี่ยตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว”) 

 

“อืม” ผมตอบรับไอ้ชามก็กดตัดสายไป เราจะได้เจอกันรึเปล่านี่สิ ผมข่มตาเพื่อไล่อาการเครียดออกไปเพราะเช้านี้ผมต้องกลับไปเอาเอกสารสำคัญที่บริษัทไอ้กันต์ ซึ่งผมไม่ได้กลัวว่ามันจะลอบทำร้ายผมรึเปล่า แต่คนแบบมันผมรู้ว่ามันชอบใช้สมองมากกว่ากำลังผมถึงไม่ได้กลัวเรื่องนี้ 

 

เมื่อผมมาถึงอลิสที่กำลังเก็บของตัวเองอยู่หน้าห้องทำงานผมรีบก้มหัวให้ผมพร้อมทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอคงรู้แล้วว่าผมถูกไล่ออก ซึ่งผมก็ไม่ได้แคร์ ผมเปิดประตูเข้ามาก็ต้องหยุดชะงักเท้าอยู่อย่างนั้น 

 

หมับ 

“ทราฟ” ไอ้อาร์เรียกผมเสียงสั่น มันวิ่งเข้ามากอดผมพร้อมกับน้ำตานองหน้า ผมได้แต่ข่มอารมณ์ตัวเองไว้ 

 

“ปล่อย” ผมพูดเสียงจริงจัง 

 

“ถ้าทราฟยอมมาคบกับผม พี่กันต์ต้องให้อภัยแน่ๆเชื่อสิ” 

 

….เด็กเวรนี่มันเป็นบ้าไปแล้วรึไง 

 

 

 

**************loading 50 per. ****************** 

 

 

“กูไม่มีวันจะคบกับมึง และกูไม่สนว่าพี่มึงจะให้อภัยกูหรือไม่ให้” ผมพูดแค่นั้นอาร์ก็ผละออกจากตัวผมทันทีมันทำหน้าเริ่มไม่ชอบใจผม

 

“ผมอุตส่าห์ช่วยทราฟนะ”

 

“กูช่วยตัวเองได้” ผมพูดบอกก่อนจะเดินไปหยิบเอกสารในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ไอ้อาร์มันก็เดินตามผมไม่ห่าง

 

“ถ้าทราฟยังหัวแข็งแบบนี้รู้มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น!”

 

“แล้วมึงรู้รึเปล่าว่าชีวิตพวกมึงสองคนจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ผมพูดพร้อมมองหน้ามัน ไอ้อาร์ชะงักไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมพูด

 

“เตรียมรับมือไว้แล้วกัน” ผมพูดบอกก่อนจะเดินไปยังประตูเมื่อได้ของแล้ว แต่ไอ้อาร์ก็ไม่ยอมปล่อยผมไปง่ายๆ

 

“ทราฟจะไม่ยอมเลยใช่มั้ย!”

 

“ทำไมกูต้องเป็นฝ่ายยอมตลอด” ผมพูด ไอ้อาร์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

“มันกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วนะ แบบนี้ทราฟเองหรือพ่อของทราฟก็ควบคุมไม่ได้แล้ว!”

 

“เออ” ผมตอบปัดๆเพราะผมเริ่มรำคาญแล้วมันจะร่ำไรอะไรผมนักหนา

 

“มันแค่เรื่องง่ายๆถ้าทราฟอยากจะหยุดเรื่องวุ่นวายพวกนี้”

 

“ด้วยการทิ้งคนที่กูรักแล้วไปคบกับมึงเนี่ยนะ ?” ผมพูดก่อนจะมองมันด้วยความสมเพช ไอ้อาร์หยุดชะงักทุกอย่างเถียงผมไม่ออก

 

“คนที่รักกูได้มีคนเดียวก็เกินพอ คนอื่นไม่ต้องเสือก” ผมพูดใส่หน้ามันไอ้อาร์เปลี่ยนอารมณ์ทันที มันมองผมด้วยสายตาเสียใจ เจ็บปวด ผิดหวัง และโกรธแค้น ซึ่งผมบอกเลยนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมให้มันได้

 

“ได้! ผมเองก็ไม่ได้อยากจะง้อหรอก!!” ไอ้อาร์แผดเสียงดังลั่น ผมทิ้งมันบ้าไปเองคนเดียวก่อนจะออกมาจากบริษัทเฮงซวยนั่น

….ยิ่งใกล้วันที่ผมต้องกลับไทยเข้ามาเท่าไหร่ผมยิ่งทรมานที่ใจ มันว้าวุ่นไปหมดไม่รู้จะบอกมันยังไง ส่วนพวกไอ้โคม่า วิล อชิ เฟส ผมบอกพวกนั้นให้รู้แล้วแต่ผมไม่รู้จะบอกชามยังไง มันยากมากสำหรับผม ผมไม่อยากทำให้มันร้องไห้หรือเสียใจไปมากกว่านี้ มันต้องทนเหงาไปอีกนานแค่ไหน แล้วถ้ามันไม่รอผม ผมจะทำยังไงผมไม่อยากนึกชีวิตนี้ที่ไม่มีไอ้ตัวแสบเลย

จบพาร์ท ทราฟ 

 

 

อาร์ พาร์ท 

ผมรู้สึกหน้าชาไปหมดเมื่อเจอคำพูดของทราฟ ไม่พอสายตาของเขามองผมอย่างกับผมเป็นขยะมันทำให้ผมเจ็บหน้าอกไปหมด ผมเสียใจมากที่เขาพูดกับผมแบบนั้น ผมไม่มีอะไรสู้ชามได้เลยสักนิด ทำไมเขาถึงไม่หันมามองผมบ้าง

 

“ฮึกฮืออออ” ผมนั่งดื่มเหล้าพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด ตอนนี้สติผมแทบจะไม่เหลือแต่ในหัวมันมีแต่คำพูดของทราฟวนเวียนไปมา

 

“อึ่ก ทำไมไม่เป็นผม ฮืออออ เราเจอกันช้าไปใช่มั้ย ทำไมต้องเป็นหมอนั่น”

 

เพล้ง!!

ผมปาแก้วเหล้าลงพื้นด้วยแรงอารมณ์ก่อนจะนั่งเสียสติอยู่คนเดียวจนกระทั่งหางตาผมเหลือบไปเห็นพี่ชายตัวเองที่กำลังส่งกระเป๋าทำงานให้เลขาก่อนจะเดินตรงมาหาผม พี่กันต์เปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น เขาไม่เป็นคนอบอุ่นแล้วเขาเอาแต่ทำสายตาดุๆ ทำหน้าดุๆใส่ผม พี่กันต์คงจะโกธรทราฟมากแต่ผมพยายามต่อรองแล้วพี่กันต์ก็ยอมแต่ทราฟไม่ยอม

 

“มันว่ายังไง”

 

“เขาปฏิเสธผม แล้วเขาก็บอกอีกว่าให้เราเตรียมรับมือ มันหมายความว่ายังไงพี่กันต์” ผมพูดแล้วน้ำตามันก็ไหลลงมาอีกครั้ง พี่กันต์ได้ยินแบบนั้นก็นั่งลงข้างผมพร้อมกับรินเหล้าดื่มเองบ้าง

 

“มาเก็บกวาดที” เขาหันไปสั่งเมดมาเก็บเศษแก้วที่ผมพึ่งทำแตกไป

 

“ผมเจ็บพี่กันต์ เจ็บมาก”ผมพูดพร้อมทุบหน้าอกตัวเองซ้ำๆ ทุกการกระทำผมอยู่ในสายตาของพี่ชายตลอด มือหนายกขึ้นมาลูบหัวปลอบใจผม

 

“หึให้เตรียมรับมืองั้นหรอ ใครกันแน่ที่ต้องเตรียมรับมือ” ผมไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่กันต์พูดเหมือนพวกเขารู้เรื่องกันอยู่สองคน

 

“เลิกรักคนแบบนั้นได้แล้วล่ะ เราต้องหันมารักตัวเองได้แล้วนะ” พี่กันต์หันมาพูดกับผมอีกครั้ง

 

“ฮือออออ” ผมร้องไห้อย่างห้ามไม่อยู่ก่อนจะซบอกพี่ชายตัวเองพี่กันต์เองก็กอดผมไว้แน่น

 

“พี่จะทำให้มันรู้ว่าไม่ควรมาทำน้องพี่เสียใจ”

 

“อึ่ก พี่กันต์จะทำอะไร” ผมรีบผละออกก่อนจะมองหน้าพี่ชายตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ สายตาเขาเรียบเฉย มันดูน่ากลัว

 

“พี่จะทำให้มันมาคุกเข่าขอโทษพี่!”

 

“ทราฟเขาไม่ยอมแน่ อึ่ก อีกอย่างเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาแล้ว” ผมพูดเองก็เจ็บเอง หัวใจมันวูบไหวไปหมด

 

“ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันก็ดี ตอนนี้พี่คุยกับทางบริษัทของหมอนั่นแล้วเขาก็ขอโทษเรากับเรื่องที่เกิดขึ้นพี่ก็ฉีกสัญญาไปแล้วด้วย”

 

“ละ แล้วทำไม” ผมไม่เข้าใจที่พี่กันต์จะสื่อ

 

“พี่จะทำให้มันรู้ว่าเวลาที่มีคนมาทำร้ายคนที่เรารักมันเป็นยังไง”

 

“พี่หมายความว่า” สิ่งที่ผมคิดต้องไม่ผิดแน่ ผมสับสนกับสิ่งที่พี่กันต์จะทำพอมองพี่ชายตัวเองแล้วมันเหมือนกำลังสะท้อนตัวผมเอง เขากำลังโกรธมากจนสามารถทำอะไรก็ได้

 

“พี่จะสั่งสอนมันนิดหน่อยเท่านั้น พี่จะส่งมือปืนสักคนไปที่เมืองไทย”

 

“!!!!” ผมเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน พี่กันต์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมไม่เคยเห็นพี่ชายโกรธแค้นใครขนาดนี้มาก่อน

 

“พี่จะทำให้มันต้องเสียน้ำตาเหมือนที่น้องพี่ร้องไห้ทุกวันทุกคืน พี่แทบคลั่งตอนที่เห็นเราร้องไห้รู้มั้ย” พี่กันต์พูดพร้อมดึงผมไปกอดไว้แนบอก ผมได้แต่กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆกอดพี่ชายตัวเองไว้ ผมตั้งรับไม่ทันกับแผนของพี่กันต์ เขากำลังส่งคนไปทำร้ายชาม! ถึงผมจะประกาศต่อหน้าทราฟปาวๆขู่เขาตลอดเรื่องชามแต่ผมก็ไม่มั่นใจที่จะลงมือจริงๆ แต่นี่พี่กันต์เขาจะทำเพื่อผมขนาดนี้เลยหรอ

 

“ผมไม่มั่นใจ” ผมพูดเสียงเบาพี่กันต์รีบดันผมออกจากอกเปลี่ยนมาจับแขนผมไว้ทั้งสองข้าง จ้องหน้าผมด้วยสายตาจริงจัง

 

“ถ้าเราอยากได้มันจริงๆพี่จะยอมให้อภัยถ้าเกิดว่ามันสามารถรักน้องพี่ได้จริงๆ”

 

“เขาจะรักผมได้หรอ” ผมเริ่มหวั่นไหวเมื่อพี่กันต์จะยอมรับทราฟได้จริงๆ

 

“ได้สิ”

 

“เขาจะรักถ้าเกิดไม่มีชาม….อย่างที่ผมเคยคิด” ผมพูดเสียงเบากับตัวเอง พี่กันต์ยกยิ้มบางๆมาให้ผม ผมรู้สึกโล่งใจเมื่อนึกถึงตอนนั้นก่อนจะหันไปยิ้มให้พี่กันต์

 

“ผมอยากกำจัดมัน”  

อย่าหวังว่าพวกเขาจะมีความสุขเลย ไฟแค้นในใจผมมันลุกเมื่อภาพและเสียงต่างๆที่ผมต้องเจ็บช้ำน้ำใจกับสิ่งที่ทราฟทำกับผมมันทำให้ผมตัดสินใจได้ อีกอย่างพี่กันต์ไม่ห้ามผมเหมือนทุกครั้งแบบนี้ผมเองก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

จบพาร์ท อาร์ 

 

 

ชาม พาร์ท 

“มึงว่ากูซื้อเสื้อผ้าใหม่ดีป่าว” ผมเดินไปเซ้าซี้ไอ้ฟิกที่กำลังนั่งเล่นเกมอยู่หน้าคอม มันทำหน้าหงุดหงิดใส่ผม

 

“ซื้อทำไมวะ”

 

“ก็เสี่ยจะกลับมาแล้วจะได้ไปรับที่สนามบินไง” ผมพูดพร้อมทำสีหน้าฟินๆ จะได้กอดเสี่ยเขาสักที อดใจไม่ไหวแล้วอีกแค่ไม่กี่วัน

 

“มึงนี่ก็เว่อร์จัง”

 

“นะนะนะ พาไปหน่อย” ผมรีบขอมันไอ้ฟิกหยุดเล่นเกมแล้วหันมามองหน้าผมเอือมๆ ก็กูอยากได้ชุดใหม่นี่ =_=

 

“แล้วจะไปซื้อไหน”

 

“ห้างพี่วิล”

 

“เออ ไปแต่งตัวรอเลยสตาจรถรอด้วย” ผมยิ้มเมื่อเพื่อนตอบรับก่อนจะรีบไปทำตามที่มันบอก

 

“จะไปไหนกัน” ไอ้อชิที่เดินเข้ามาในบ้านถามพวกผมสองคนที่กำลังจะออกไปข้างกัน วันนี้มันดูเครียดจนผมเองก็รู้สึกแปลกใจ

 

“จะพามันไปช็อปปิ้ง” ไอ้ฟิกเป็นคนตอบ

 

“ที่ไหนวะ”

 

“ห้างพี่วิล” ผมตอบเสียงเรียบไอ้อชิพยักหน้ารับ

 

“งั้นกูไปด้วย”

 

“มึงจะไปทำไมกลับมาเหนื่อยๆ”

 

“เผื่อมึงแอบไปหาชู้”

 

“มั่วชิบ!” ไอ้ฟิกด่าออกมาปาวๆขนาดนั้นแต่ไอ้อชิมีหรอมันจะสะเทือนต่อมความหน้าด้านของมัน ผมยกยิ้มขำกับสองผัวเมียนี่เถียงกันได้ตลอดจนเราตกลงกันได้ก็ไปด้วยกันสามคน ผมนั่งหลังส่วนไอ้อชิขับไอ้ฟิกก็นั่งข้างๆ

 

“มึงจะซื้ออะไรมั้ย” ไอ้อชิเปิดประเด็นถามไอ้ฟิก ผมได้แต่นั่งฟังพวกมันเงียบๆ พอมาอยู่ตรงนี้ผมเองก็รู้สึกเหงาขึ้นมาเลยแฮะ

 

“อยากได้การ์ดจอใหม่เหมือนกัน”

 

“มึงเพิ่งซื้อไปนะอยากได้อีกแล้วหรอ”

 

“เออ”

 

“ใช้เงินอย่างกับใช้อากาศหายใจ”

 

“อย่าขัดใจกูได้ป่ะ”

 

“พอๆ พวกมึงเลิกเถียงกันกูปวดหัว” ผมพูดห้ามพวกมันสองคนขำๆ ไอ้ฟิกหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าไม่พอใจที่ถูกผัวขัดใจ

 

“มึงก็ดูมันดิแต่ก่อนเปย์สาวไปตั้งเยอะ มาคบกับกูหน่อยแค่นี้ก็ซื้อให้ไม่ได้”

 

“กูก็เห็นมันซื้อให้มึงตลอดนั่นแหละ”

 

“เออ กูเพิ่งเคยเห็นมึงเข้าข้างกูเนี่ย!” ไอ้อชิรีบพูดกับผม ผมยกยิ้มขำเบะปากใส่มันอย่างหมั่นไส้

 

“ที่เข้าข้างเพราะมึงน่าสงสารหรอก ทำกับเขาไว้เยอะกรรมมันก็ตามทันแบบนี้แหละ”

 

“เออ สมน้ำหน้ามัน”

 

“เนาะ” ผมกับไอ้ฟิกเห็นดีเห็นงามกันสุดๆ ไอ้อชิส่ายหน้าหน่ายๆกับพวกผมสองคนที่ชอบรุมทำร้ายมันด้วยคำพูด เพราะถ้าทำร้ายมันด้วยกำลังพวกผมคงกลายเป็นปุ๋ย จนเรามาถึงห้างของพี่วิล ผมอดจะแปลกใจไม่ได้ที่เจ้าของห้างยืนรอเราอยู่ตรงทางเข้าโซนลานจอดรถ VIP

 

“มึงนัดพี่วิลไว้หรอ” ไอ้ฟิกหันไปถามคนรักตัวเอง ผมเองก็อยากรู้

 

“อืม พอดีมันเบื่อเลยอยากชวนเราทานข้าวด้วย”

 

“เออ นานๆทีได้พี่วิลเนาะ” ผมหันไปพูดกับไอ้ฟิกมันก็พยักหน้ารับ เราเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพี่วิลผมกับฟิกก็ยกมือไหว้พี่เขาตามปกติ

 

“มาช็อปปิ้งกันอย่างเดียวหรอ” พี่วิลหันมาถามผม เดินนี้ผมได้เดินคู่กับเขา เพราะไอ้อชิมันดึงตัวไอ้ฟิกไป

 

“ครับ พอดีอยากได้เสื้อตัวใหม่เสี่ยน้อยจะได้แปลกใจ” ผมพูดยิ้มๆ พี่วิลยกยิ้มกับคำพูดผม

 

“แล้วนี่พลัสไปไหนหรอครับ” ผมถามหาคนรักของพี่วิล

 

“อยู่บ้านนู่นมันขี้เกียจออก งั้นมื้อนี้พี่เลี้ยงอาหารเย็นนะ”

 

“ดีจังได้กินฟรีด้วย” ผมพูดจบมือหนาก็ยกขึ้นมายีหัวผมอย่างหมั่นเขี้ยว ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะทั้งกลุ่มเขาก็เอ็นดูผมทุกคน ยกเว้นเสี่ยคนเดียวที่ผมดูเอ็นผม คึคึ

 

พี่วิลพาผมเดินดูนั่นนี่จนผมได้ของมาหลายอย่าง ไอ้ฟิกมันก็ได้การ์ดจอใหม่จริงๆราคาก็เหยียบหมื่นจนไอ้อชิมันหมดคำจะบ่นเมีย เราย้ายกันมานั่งทานอาหารที่ร้านดัง ร้านนี้มีโซนแบบส่วนตัวสุดๆ พี่วิลสั่งเครื่องดื่มมาไอ้ฟิกกับไอ้อชิก็ทะเลาะกันทันที

“ทำไมกูจะกินไม่ได้ มึงยังแดกได้เลย” เสียงไอ้ฟิกด่าคนรักตัวเองแวดๆขึ้นมา ผมละปวดหัวแทนไอ้อชิมันจริงๆ

 

“กูขี้เกียจเก็บอ้วกมึงเนี่ย ไม่ต้องแดกน่ะดีแล้ว” ไอ้อชิก็เถียงกลับไม่แพ้กัน ผมกับพี่วิลได้แต่มองพวกมันสองคนเอือมๆ

 

“งั้นมึงก็อย่าหวังจะได้แดกเลย!”

 

“เออ ไม่ต้องแดกมันทั้งสองคนเนี่ยแหละ”

 

“เออๆ เดี๋ยวกูแดกคนเดียว จบ” พี่วิลพูดตัดบทสองคนนั้นที่นั่งสะบัดหน้าหนีกันไปคนละทาง แต่ก็ไม่ยอมลุกหนีกันไปไหน

 

“แล้วทราฟมันว่ายังไงบ้างช่วงนี้” พี่วิลหันมาถามผม ผมเศร้าทันทีที่พูดถึงเสี่ยน้อย

 

“เขาก็งานยุ่ง แต่ผมก็ไม่ได้เซ้าซี้นะเพราะเดี๋ยวก็ถึงเวลากลับแล้ว”

 

“งานยุ่งมากเลยสิ”

 

“ครับ”

 

“แล้วชามโอเครึเปล่าถ้ามันกลับช้าน่ะ” คำพูดของพี่วิลทำให้ผมชะงัก ไอ้ฟิกกับอชิก็ทันมามองหน้าพี่วิลทันที มันทำให้หัวใจผมกระตุกแปลกๆ

 

“ไม่โอเค” ผมตอบเสียงเบา

 

“เห้ยอาหารมาแระน่าอร่อยจังอชิ”

 

“อืม เดี๋ยวกูป้อนนะ”

 

(=_=’) ผมไม่มีคำพูดกับสองคนนี้เลยจริงๆ ผีเข้าผีออกอะไรของมัน แต่พวกมันก็ทำให้ผมลืมเรื่องเมื่อกี้ไปชั่วขณะหนึ่งผมก็ดูออกว่ามันไม่อยากให้ผมเครียด พี่วิลเองก็พาผมเปลี่ยนเรื่องไม่มีใครพูดถึงเรื่องเสี่ยน้อยอีกเลยจนผมแปลกใจแต่ก็ได้แค่เก็บเอาไว้ในใจแค่นั้น

 

 เราทานอาหารกันเสร็จก็แยกย้ายกลับบ้านผมขอตัวเข้าห้องตัวเองพออาบน้ำเสร็จผมก็ตั้งใจจะโทรหาเสี่ยแต่เมื่อโทรไปเขากลับปิดเครื่อง มันทำให้ผมไม่สบายใจปกติเขาไม่เคยปิดเครื่องเลย เขาต้องรู้เวลาสิว่าผมจะโทรหาเวลาไหน

ครืดดด ครืดดด

ผมสะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงข้อความก่อนจะรีบหยิบมาอ่านเพราะคิดว่าน่าจะเป็นเสี่ย

 

‘พรุ่งนี้ทราฟก็ถึงบ้านแล้วนะ’

ผมเบิกตากว้างเมื่อได้รับข้อความจากเบอร์แปลก

 

“ใครส่งกันนะ เพื่อนเสี่ยหรอ” ผมพึมพำ โทรศัพท์เขาเป็นอะไรรึเปล่าปิดเครื่องด้วยนี่

 

“จริงหรอเนี่ย” ผมยิ้มกว้างเมื่อเสี่ยเขาตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ผมรึเปล่า ที่เขาปิดเครื่องเพราะเขาต้องอยู่บนเครื่องแน่ๆ อีกอย่างมีข้อความยืนยันขนาดนี้มันทำให้หัวใจผมเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นเพราะพรุ่งนี้ผมก็จะได้เจอเขาแล้ว

ไม่นะผมเพิ่งจะซื้อชุดใหม่วันนี้เอง!

 

“รีบไปบอกไอ้ฟิกดีกว่า” ผมพูดคนเดียวอย่างอารมณ์ดีก่อนจะรีบวิ่งออกไปนอกห้องเพื่อบอกเพื่อนรัก

 

******************

ม่ายยยยยยน๊าาาา ขอโทษลูกชามที่ทำให้ซื่อบื้อเชื่อคนง่าย Q_Q

 

TBC. 

ความคิดเห็น