ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ทักทายงูของบอส

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ทักทายงูของบอส

คำค้น : ไออุ่นของตะวัน ไออุ่น ตะวัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2563 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ทักทายงูของบอส
แบบอักษร

ตอนที่ 2 ทักทายงูของบอส 

 

วันนี้ผมตื่นแต่เช้ากว่าปกติ เหมือนนอนไม่พอแต่ก็ต้องฝืนๆ เพราะวันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันของผม ต่อไปนี้ต้องตั้งใจทำอะไรอย่างจริงจังเพื่อลบคำสบประมาทของใครบางคนออกไปให้ได้ เป้าหมายของผมคือเก็บเงินเปิดร้านเบเกอรี่ให้ได้  

“ตื่นแล้วเหรอลูก” แม่ผมตื่นมาทำอาหารเช้าให้ลูกๆ ได้ทานก่อนไปโรงเรียน แม่ผมเป็นเจ้าของร้านตัดผมชื่อดังใจกลางกรุง ส่วนพ่อผมเปิดร้านแต่งรถอยู่หน้าบ้านผมนี่เอง น้องสาวของผมอยู่ ม.6  ส่วนน้องชายคนสุดท้องอยู่ ม.5 โรงเรียนเดียวกัน น้องผมเป็นเด็กดีเรียนเก่ง ตั้งใจจะเป็นคุณหมอทั้งคู่ ผมเองก็คิดว่าไม่น่าจะพลาด  

“ครับ มีอะไรทานบ้างครับ” ผมเดินเข้าไปหาแม่ หลังจากได้กลิ่นหอมจากหม้อที่กำลังเดือด คาดว่าจะเป็นโจ๊กหรือไม่ก็ข้าวต้ม 

“วันนี้ทานโจ๊กจ๊ะ” แม่ผมส่งยิ้มอบอุ่นให้  

“แม่ครับ ผมว่าจะ….ช่างเถอะครับ” ผมอยากจะบอกแม่ว่าต่อไปนี้ผมจะลดน้ำหนัก แต่ผมได้กลิ่นหอมจากเตาผมก็เปลี่ยนใจทันที 

“ลูกจะพูดอะไรเหรอจ๊ะ” แม่ถามพร้อมกับทำหน้าสงสัย 

“ปะ เปล่าครับ แล้วนี่อิงอิงกับไป่ไป๋ยังไม่ลงมาอีกเหรอครับ ผมไปตามน้องดีไหมครับ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากแม่ 

“ไม่ต้องไปตามแล้วจ้า นั่นไงมากันพอดี เด็กๆ รีบทานข้าวแล้วล้างชามเก็บให้เรียบร้อย เดี๋ยวแม่ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะจ๊ะ” แม่บอกผมและน้องๆ ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมตัวไปทำงานและส่งน้องๆ ที่เรียนอยู่ทางเดียวกันกับร้านเสริมสวยของแม่ ย่านใจกลางเมือง 

“พี่อุ่นครับ” ไป่ไป๋เรียกผมพร้อมกับส่งยิ้มให้ 

“ว่าไงไป๋” ผมยกชามโจ๊กมาวางไว้ให้น้องๆ บนโต๊ะอาหาร 

“วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกใช่ไหมครับ ขอให้เป็นวันดีๆ นะครับ” ไป่ไป๋พูดพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญให้ผม 1 กล่อง 

“ขอบใจครับ เราเองก็เหมือนกันนะ ขึ้น ม.5 แล้ว ตั้งใจเรียนนะครับอีกแค่ปีเดียวก็จะสอบแล้ว” ผมรับกล่องของขวัญที่ห่อด้วยกระดาษสาสีฟ้าอ่อน พร้อมการ์ดอวยพรของไป่ไป๋มาเก็บไว้ในกระเป๋า 

“ครับผม” ไป่ไป๋ยิ้มตาสระอิกลับมา น้องผมทั้งคู่ก็หน้าตาคล้ายผม พวกเราไปที่ไหนก็ไม่ต้องถามว่าเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า  

“แล้วเราอ่ะ ไม่มีอะไรให้พี่บ้างเหรอ” ผมหันไปหาอิงอิงที่กำลังตักโจ๊กเข้าปาก ตาก็จ้องโทรศัพท์ ส่วนมือก็เขี่ยหน้าจอไปเรื่อยๆ  

“ตอนเย็นค่ะพี่อุ่น อิงยังไม่ได้เตรียม” อิงอิงตอบผมโดยไม่มองหน้าเพราะกำลังสนใจสิ่งที่อยู่หน้าจอ 

“อ่านอะไร เห็นดูโทรศัพท์ตลอดเวลา” ผมขยับเข้าไปใกล้เธอ เพื่อให้เธอเงยหน้าขึ้นมามองผม  

“อ่านชีวะค่ะ อีกแค่ 4 เดือนก็จะสอบแล้ว เย็นนี้ก็ต้องไปติวอีก ถ้าหนูสอบติดพี่อุ่นจะให้อะไร” ได้ผลอิงอิงเงยหน้ามองผมแล้วตอบคำถาม 

“แล้วอยากได้อะไรหล่ะ พี่ให้ได้หมดเลย” ผมบอกเธอ แต่ในใจก็ภาวนาว่าอย่าขออะไรที่ต้องใช้ตังค์เยอะๆ เลยนะ ทำไงได้หล่ะครับ ก็เป้าหมายผมมันต้องใช้เงินนี่ครับ  

“หนูอยากไปทะเล อยากไปนั่งโง่ๆ ดูซีรี่ส์อยู่ริมทะเลแบบไม่ต้องกังวลเรื่องสอบ” ผมผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ นึกว่าอยากไปญี่ปุ่นซะอีก ฮ่าๆๆๆๆ 

“ได้เลย เดี๋ยวพี่ต้องเก็บตังค์เตรียมเปย์ว่าที่คุณหมอตั้งแต่ทำงานเดือนแรกเลย ดีมั้ย หืมมม” ผมก้มลงไปหอมแก้มใสเธอ พร้อมกับยื่นนิ้วก้อยให้เธอเกี่ยวแทนคำสัญญาระหว่างกัน 

“แล้วไป๋หล่ะครับพี่อุ่น ไป๋จะได้อะไร” ไป่ไป๋รีบรักษาผลประโยชน์ของตัวเองทันที 

“ไป่ไป๋เหรอครับ ก็ไปด้วยกันไงครับ” ผมตอบกลับไปแล้วก้มลงไปจุ๊บหน้าผากเด็กน้อยไป่ไป๋ 

“เย้ๆๆๆ” ไป่ไป๋ร้องออกมาด้วยความดีใจ อย่างกับจะได้ไปพรุ่งนี้ 

หลังจากพวกเราทานข้าวเสร็จแล้ว น้องๆ ก็ไปโรงเรียนกับแม่ พ่อไปเปิดร้าน ส่วนผมก็ขับรถของตัวเองออกมาทำงาน ตึกสูงย่านสาทรคือที่ทำงานของผม รถติดแบบชิบหายวายป่วง ดีที่ออกจากบ้านมาแต่เช้า วันหลังต้องวางแผนการเดินทางใหม่มาให้เช้ากว่านี้ ด้วยความที่ผมไม่อยากไปเบียดกับใครบนรถไฟฟ้า ยิ่งช่วงเช้า-เย็น เวลาเข้า-ออกงาน เหมือนยัดปลากระป๋องไม่มีผิด  

“สวัสดีครับ ผมชื่อไออุ่น ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ มีอะไรให้ผมทำหรือต้องการแนะนำอะไร เต็มที่ได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” ผมแนะนำตัวกับพี่ๆ ที่ทำงาน เพราะผมเป็นเด็กใหม่ และมีเด็กใหม่อีก 2 คน ชื่อนัทกับพี่ทิว นัทรุ่นราวคราวเดียวกับผมทำงานตำแหน่งเดียวกัน ส่วนพี่ทิวอายุมากกว่า 2 ปี เป็นสถาปนิก โต๊ะทำงานของแต่ละคนจะมีคอมพิวเตอร์ให้คนละเครื่อง เป็นบล็อกๆ มีพาร์ทิชันครึ่งกระจกกั้น บริษัทที่ผมมาทำงานมีพนักงานประมาณ 10 คน แบ่งเป็นสถาปนิก มัณฑนากร วิศวกรและฝ่ายบุคคล เจ้าของบริษัทที่นี่จบสถาปัตย์ ตอนนี้ไม่อยู่ที่ทำงาน พี่ๆ บอกว่าบอสออกวัดไซส์งานกับรุ่นพี่อีกคน แล้วจะไปพรีเซนต์งานกับลูกค้าต่อ วันนี้อาจจะไม่ได้เข้ามา ผมเลยอดเจอบอสเลย การทำงานวันแรกก็จะเป็นการเรียนรู้งาน ช่วยงานพี่ๆ ผมยังไม่ได้พิสูจน์ความสามารถอะไรมากนักสำหรับการทำงานวันแรก โต๊ะทำงานของผมอยู่ติดกับผนังกระจกห้องทำงานบอส ใครๆ ก็ไม่อยากนั่งโต๊ะนี้ เพราะบอสมองเห็นทุกการกระทำ เด็กใหม่อย่างผมเลือกได้ที่ไหน อีกอย่างอาจจะเป็นเพราะผมตัวสูง สามารถบดบังทัศนียภาพของบอสได้ในเวลาที่พนักงานแอบอู้ พี่ๆ เขาเลยลงมติให้ผมนั่งตรงจุดยุทธศาสตร์นี้ สมกับที่เรียนมาด้านนี้จริงๆ ครับ สำหรับผมแล้ว ไม่ได้กลัว อะไร เหมือนคนที่ผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้อีกต่อไป 

นี่เป็นวันที่ 2 แล้วที่ผมต้องไปทำงาน ผมต้องตื่นให้เช้ากว่าเมื่อวานและไม่ได้อยู่ทานข้าวกับน้องๆ กะว่าไปให้ถึงที่ทำงานแต่เช้าแล้วค่อยไปหาอะไรรองท้องแถวๆ ที่ทำงาน มีร้านค้าเยอะแยะมากมาย รวมถึงตลาดนัดเพราะเป็นย่านที่เป็นสำนักงานให้เช่าผู้คนพลุกพล่าน พ่อค้าแม่ค้าจึงนำของออกมาขายให้เหล่าพนักงานตลอดทั้งวันมีทั้งของกินของใช้  

หลังจากไปถึงออฟฟิศ ผมนำรถไปจอดไว้ใต้อาคารแล้วแวะไปซื้อขนมปังกับนม จากนั้นก็กดลิฟท์ขึ้นไปชั้น 15 ที่ทำงานของผม แต่พอไปถึงก็ไม่สามารถเปิดเข้าไปได้ ผมจึงนั่งรอ ผมไปถึงที่ทำงานเวลา 7 โมง เวลาทำงานคือ 9โมง ผมออกจากบ้าน 6 โมงใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. แต่ถ้าผมออกสายกว่านี้ ผมจะมาสายทันทีเพราะรถติด ผมจึงนั่งกินขนมปังรออยู่หน้าประตูออฟฟิศ พี่ๆ ไม่ได้ปั๊มกุญแจให้ แม่บ้านที่นี่จะมาทำงานก่อนเลิกงานในตอนเย็นเวลาเดียว คนที่ถือกุญแจออฟฟิศคือพี่กิ๊กฝ่ายบุคคล สักพักก็มีผู้ชายตัวสูงหอบกระดาษเขียนแบบมาหยุดยืนที่หน้าประตู เหมือนกำลังพยายามจะล้วงหากุญแจในกระเป๋ากางเกงทั้งที่มือไม่ว่าง  ผมคิดว่าเป็นพี่ที่ทำงานในนี้ ผมจึงเข้าไปทักทาย เผื่อมีอะไรให้ช่วย 

“สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” ผมถามออกไป  

“กุญแจอยู่ในกระเป๋ากางเกง เอาออกมาให้หน่อย เร็วๆ หนัก” พี่เขาทำท่าเหมือนหนักเต็มทน ทั้งกระดาษ ทั้งกระเป๋าเอกสารพะรุงพะรัง ด้วยความเร่งรีบผมจึงล่วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของพี่เขาทันที ด้วยความที่พี่แกใส่กางเกงสลิมฟิตแนบเนื้อ มือจองผมจึงไปสัมผัสอะไรบางอย่างเข้าให้ ไม่เจอกุญแจครับ (แต่เจองู) งื้อออออออ หน้าผมขึ้นสีทันที มันรู้สึกร้อนวูบวาบชอบกล 

 “เอ่อออ มะ ไม่เจอครับ” ผมบอกออกไปเสียงสั่น 

“อีกข้างหนึ่ง เร็วๆ ผมหนัก” พี่เขาพูดเร่งผมอีกแล้ว คนยิ่งตื่นเต้นอยู่ 

“คะ ครับๆ” ผมรีบล้วงกระเป๋าอีกข้างทันที เฮ้ออออ!!! เจอซะทีไอ้ลูกกุญแจบ้า แต่ไม่วายที่มือของผมก็ยังไปทักทายเจ้างูตัวเดิม ตอนนี้ไม่ใช่แค่แก้มร้อน หูของผมน่าจะไหม้ไปแล้ว 

พอได้ลูกกุญแจมาผมรีบเปิดประตูให้ แล้วมาช่วยถือของทันที พี่คนนี้ผมยังไม่เคยเห็นหน้า พี่เขายอมส่งกระเป๋ามาให้ผมถือตามเข้าไป ห้องพี่เขาเข้าไปข้างในสุด แต่เอ๊ะ!!!เปิดประตูห้องบอสเข้าไปแล้ว หรือว่า!!!  

“ขะ ขอโทษนะครับ พี่ชื่ออะไรครับ ผมไออุ่นครับ” ผมแนะนำตัวหลังจากวางกระเป๋าลงบนโต๊ะรับแขกในห้องบอส ผมไม่แน่ใจว่าใช่บอสรึเปล่า การแต่งตัวไม่น่าจะใช่ บอสน่าจะมีอายุมากหน่อย การแต่งตัวก็น่าจะดีกว่านี้ ที่ไม่ใช่เสื้อยืดกางเกงยีนส์สีดำขาดๆ ตามแฟชั่น เมื่อวานเห็นว่าบอสไปกับพี่อินทิเรีย 1 คน อีกอย่างพี่เขาไม่ยอมโกนหนวด มันขึ้นหรอมแหรมบริเวณเหนือปากกับคาง แต่ความหล่อทะลุหนวดเคราพุ่งออกมาเลย ตัวสูงกว่าผมไปอีก กล้ามเนื้อแน่น โครงหน้าสันกรามชัด คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ตาคมกริบ ปากกระจับ ทรงผมเซอร์ๆ นั้น ผมอยากพาไปร้านแม่จังเลย  

“ตะวัน ขอบใจนะ” พี่เขาพูดแค่นั้น 

“ครับพี่ตะวัน ผมไปนะครับ” ผมออกมาก่อน ท่าทางหยิ่งๆ ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ ผมจึงไม่อยากพูดอะไรกับเขามาก พี่เขาคงเก็บของให้บอสก่อน ผมจึงมานั่นที่โต๊ะตัวเอง เวลาว่างที่เหลือมือบอนของผมก็กดเข้าไปที่ FACEBOOK เพื่อดูความเป็นไปของพี่อัฐ ผมยังตัดใจไม่ได้ซะทีเดียว ในใจลึกๆ ผมก็ยังหวังว่าพี่เขาจะกลับมา แต่วันนี้เขาเปลี่ยนสถานะใหม่แล้ว เป็นคบกับพี่มุก ดาวมหาวิทยาลัยคนนั้น ทำให้ความหวังของผมค่อยๆลิบหรี่ลงไปเรื่อยๆ ขอบตาร้อนผ่าวๆ เมื่อเริ่มรู้ว่ากำลังจะร้องไห้ ผมจึงเปลี่ยนไปเปิด PINTEREST แทน ผมดูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพี่ๆ เริ่มทยอยเข้ามาทำงานกัน เสียงเงียบกลับเป็นเสียงจอแจในบรรยากาศของออฟฟิต ใจของผมกลับมามีชีวิตอีกครั้ง พี่คนนั้นยังไม่ออกมาจากห้องของบอสเลย  

“อ้าวววว น้องไออุ่น มาแต่เช้าจังนะ” เสียงพี่ธีร์ตะโกนทักทายมาตั้งแต่หน้าประตู ไม่รู้ถูกชะตาหรือเห็นผมใช้งานง่ายก็ไม่รู้ พี่ธีร์เป็นมิตรกับผมมากเลย เมื่อวานก็ใช้ผมตัดแบบให้ทั้งวัน แกเป็นสถาปนิกที่มีอายุห่างจากผม 4 ปี แถมยังเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยด้วย ตอนผมอยู่ปี 1 พี่แกอยู่ปี 5 แต่ผมไม่แน่ใจว่าพี่แกรู้เรื่องของผมหรือเปล่า  

“เบาๆ พี่ธีร์ บอสอยู่ในห้อง” พี่กิ๊กบอกพี่ธีร์ ส่วนผมก็ตกใจสุดๆ 

“ห๊ะ!!!บอสอยู่ในห้อง!!! พะ พี่กิ๊กครับ บอสชื่ออะไรนะครับ” ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มเสียงนัก 

“อะไรกันน้องไออุ่น นี่ยังไม่รู้อีกเหรอว่าบอสชื่ออะไร อยู่องค์กรไหนเราก็ต้องศึกษาองค์กรนั้นบ้างนะจ๊ะ บอสชื่อคุณตะวันจ๊ะ” พี่กิ๊กบอกออกมา ผมนี้แทบจะเป็นลม วันนี้ไม่ได้แค่ศึกษาบอสหรอกครับ แต่ผมศึกษางูของบอสแล้วด้วย ตั้ง2 รอบแน่ะ!!  

******************************** 

ความคิดเห็น